ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




หน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54

 

Set Default Page Add to Favorites Send This Page to Friend ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletเพลง เนวีบลู
bulletเพลง เดินหน้า
bulletเพลง งามชายหาด
bulletเพลง สามสมอ
bulletเพลง ลูกทะเล
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5


 

 
Welcome to my Website
สวัสดีครับท่านฯ ..ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Website ส่วนตัวของผมครับ :

 

     พระบาทสมเด็จ

    พระจอมเกล้าเจ้าอยู่ห้ว 

ทรงมีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎ

......................

" ไม่มีใครสามารถ ทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้หมด ..... แต่ต้องช่วยกันอย่าให้คนไม่ดีได้ปกครองบ้านเมือง "

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 ขอเดขะ พระบารมีปกเกล้า ปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า

กัปตันอดิศัย พะลายานนท์

ขอรับไว้ด้วยเกล้า  พระพุทธเจ้าข้า

26/04/51

........................

"ขออย่าให้ท่านทั้งหลาย เป็นพลังเงียบ หรือเฉยต่อเหตุภัยที่เกิดขึ้นต่อบ้านเมือง ฯลฯ  เราควรร่วมหัวกัน ร่วมมือ ร่วมใจ ช่วยคุ้มครองประเทศไทย โดยไม่ต้องถืออาวุธ เป็นพลังที่ถูกต้อง"

พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ.

...........  ....  .............

รับด้วยเกล้า พระเจ้าข้า

อดิศัย พ.

01/01/2551

...................

    โรงเรียนนายเรือ

                            คือ

                 รากแก้วแห่งราชนาวี

           ************

    "วัน ที่ 20 พฤศจิกายน รศ.125 เราจุฬาลงกรณ์ ปร ได้มาเปิดโรงเรียนนี้ มีความปลื้มใจซึ่งได้เหนการทหารเรือมีรากหยั่งลงแล้ว จะเปนที่มั่นสืบไปในภายน่า"

          ***************

   สามสมอสร้างไว้ 

*********************************************

     "การก้าวเข้ามาเป็นนักเรียนนายเรือ ก็เพื่อจบเป็นนายทหารเรือ เพื่อรับใช้ประเทศชาติอย่างสุดความสามารถ แตความสามารถรับใช้ชาติของนักเรียนนายเรือนั้นไม่ได้จบลงแค่ภาระหน้าที่ใน นามทหารเรือลูกสามสมอที่ก้าวออกไปเติบใหญ่นอกรั้ว ยังคงแสดงความสามารถรับใช้ชาติได้มากมายหลายภาระกิจ  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่สามสมอได้สร้างไว้แก่แผ่นดินไทย"

พลเรือเอก สินธิ์ กมลนาวิน

 

More...
 
 
 

 

 

Column 3

กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์

มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายนวรัตน์ ทรงเป็นต้นราชสกุล "นวรัตน์ " ประสูตรเมื่อ วันอังคาร เดือน 4 ขึ้น 7 ค่ำ ปีมะเส็ง ตรงกับ วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2388 ถึงรัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาเป็น กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ เมื่อวัน วันศุกร์ เดือน 12 ขึ้น 13 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ.2424 เป็นพระโอรสองค์ที่ 20 ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 4ในเจ้าจอมมารดาเอม   เจ้าจอมมารดาเอมเป็น ธิดาเศรษฐีจีน หรือ/คือ เจ้าสัวบุญมี แซ่อ๋อง ถนนตาล หลังวัดพนังเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา.

-  เป็นพระบิดาของ หม่อมเจ้าธำรงค์วรวัฒน์นวรัตน์

-  เป็นท่านปู่ของ หม่อมราชวงค์หญิง กมลพิศมัย นวรัตน์

-  เป็นท่านตาทวด ของ กัปตันอดิศัย  พะลายานนท์ M.Mnr.

 ......................................

Noted

ข้อความตรงนี้ได้ถูย้ายไปอยู่ที่เมนูย่อย เรื่อง....."โจรครองเมือง ตอนที่ 1-5"

......................................

More...
 
 
 

Colunm 5
    - นายพันตรี หลวงละออพจมาน และ หม่อมราชวงค์หญิง กมลพิสมัย นวรัตน์ 

 - บิดาและ มารดาของ "กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ M.Mnr. (Master Mariner) FG."  

.................

Noted :

ข้อความตรงนี้ไดถูกย้ายไปอยู่ในเมนูย่อย เรื่อง ..."โจรครองเมือง ตอนที่ 1-5"

...........................................

More...
 
 
 

Column 7

- พระที่บรรจุกระดูกของคุณทวด(นงค์ หรือ นวม)

-ตามที่ได้เรียนให้ทราบว่า หลังจากที่คุณทวดนวมได้เสียชีวตแล้ว ทางในวัง ได้จัดเจ้าหน้าที่มาตีทองมาปิดหน้าให้   เมื่อเผาศพเรียบร้อยแล้ว ทองได้มอบให้กับวัดไป ส่วนเงิน และนาคนั้นได้มาสร้างเป็นพระองค์ที่เห็นอยู่ แล้วเอากระดูดของคุณทวดเก็บไว้ข้างใน

-พระองค์นี้ ตอนนี้อยู่ที่น้องกรอง (กรองกาญจน์ ปัตตพงษ์ : น้องสาวของ พี่ประเทือง ปัตตพงษ์ นางสนองพระโอฐพระพี่นางฯ) 

........................ 

More...
 
 

Column 9

ส่วนที่ 1

การเสียชีวิต,บาดเจ็บ และศูนย์หาย จำนวน สองพันกว่าคน ของคนเสื้อแดง มันเป็นวีระกรรมอันสูงส่งยิ่ง....ของ คนที่ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่ต่างจาก นักรบชาวอาทิตย์อุทัย ...ทหารของพระจักรพรรดิฮิโลฮิโต แห่งหน่วยบิน...."กามีกาเซ่"....ที่ได้ปฎิบัติการฆ่าตัวตาย ตามรูป ขณะที่หัวหน้าฝูงกำลังคาดผ้า คาดศีรษะ อันเป็นสัญญาลักษณ์แห่งความกล้าหาญของบรรดาเหล่าซามูไรให้...ให้ก่อนที่จะ ขึ้นเครื่องบิน ไปพุงเข้าขน เรือรบอเมริกัน กลางมหาสมุทร แปซิฟิก ....แน่นอนครับ เขาเหล่านี้ ไม่ได้กลับบ้านไปเห็น พ่อ-แม่ ลูกเมียอีกเลย หลังจากปฏิการแล้ว...ครับ

ภาพใหญ่ เป็นภาพ น้องสาวและน้องเขย ของ คุณปู่พระอนุรักษฯ  คือ คุณย่าลิ้นจี่ และ นายพันตรีหลวงพลขันธศักดิ์ธรุท.

....................

 สวัสดี...ครับท่าน ...

ข้อความใน Colunm 3 ถึง10 ได้ถูกนำไปแสดงใน ....เมนูย่อย...ซ้ายมือในเรื่อง 1. ยกย่อยนายพลในกองทัพบก

2. สดุดีกองทัพเรือ

3. ยกเลิก ผบ.เหล่าทัพ

4. ยกเลิก ผบ.เหล่าทัพ ตอน 2

5. ยกเลิกกฏหมายความมั่นคง

6. สุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"

7. พล.ร.อ.สงัด และ พล.อ.กฤต

8. มันชั่ว หรือ ขายชาติกันแน่ ?

ครับท่าน เชิญไป Click ดูได้นะครับ ....ตั้ง แต่ข้อ 1 ถึง 8 ข้อความและเนื้อเรื่องจะสัมพันธุ์เชื่อมโยงกันครับ ไล่กันลงมา ตั้งแต่ ข้อ 1 นะครับ ...เชิญครับ

อดิศัย พ.

27/06/53 @ 0815

....................

สวัสดีครับ...ท่าน

ผมต้องขออภัยต่อท่านเป็นอย่างมาก ที่ในระยะสอง-สามเดือนนี้ได้ห่าง เหิน กันไป ....สาเหตุที่สำคัญ เพราะระยะนี้ ผมมองเห็นว่า ได้มี สื่อต่าง ๆ ที่มีอาวุโสมาก ๆ หลายท่านออกมาจัดรายการ แสดงความเป็นห่วงบ้าน ห่วงเมืองกันมากขึ้น และ กำลังจะมากขึ้นเลื่อย ๆ  ที่ผมเห็น และนับถือท่าน เป็นอย่างมากก็เช่น ดร.วิบูรณ์ แช่มชื่น และคณะ.....  หรือ ท่านสื่อมวลชนอาวุโส.... ที่จัด รายการ  "จัตุรัสการเมือง" ..นักวิชาการ  และ/หรือ อาจารย์หญิงในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงบ้าน ห่วงเมือง กันมากขึ้นทุกที ๆ ทำให้ผมเบาใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคืน(7 มี.ค.54)ผมดูรายการใน TV Asia Update ได้เห็นอาจารย์หญิงสามท่าน ออกมาพูดเรื่อง ข้าราชการชั่ว ๆ ที่ทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ ทรราช..... ทำผิดให้เป็นถูก ทำถูกให้เป็นผิด ....มันผู้นี้ได้ร่วมกันทำลายขบวนการยุติธรรมของไทยจนยับเยิยหมด  ...ผมเคยเตือนไปแล้วว่า ..."ระวังนะ เราจะเสียสิทธินอกอาณาเขตอีก".....ไอ้ คน ๆ นี้เหมือนกัน....มันเลวมากนะครับ ....สมควรตาย .....ฟังอาจารย์หญิงทั้งสามท่านพูดแล้วทำให้ ผมเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาอีก  แต่ตอนนี้ อายุก็มากแล้ว ....ปี นี้ก็ 75 เข้าไปแล้ว.....ทำอะไร ไม่ได้มากกว่านี้แล้ว จึงเห็นชอบด้วยกับ เพื่อน ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ที่บอกผมว่า......

"พ่อ ....พ่อ..ควรพักผ่อนได้แล้ว....  ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่เขา รักษาบ้าน   รักษาเมืองต่อไป ดีกว่า  ...พ่อ เจ็ดสิบกว่าแล้วนะ ?" ...

ทุกคนพูดเป็นทำนองนี้ ทำให้ผมต้องหยุดคิดเหมือนกัน ....แต่ผมก็จะไม่ปล่อยปะละเลยเสียทีเดียวทั้งหมด เพราะ ผมและ เพื่อน ๆ หลายคน ส่วนใหญ่เป็นลูกหลายของผู้ที่เสียสละให้ชาติบ้านเมืองมาแล้วในอดีตแทบทั้ง นั้น....เป็นเชี้อชาตินักรบทั้ง ทหารบก ทหานเรือ หลายต่อหลานคน ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ . ... คนที่สืบ เชื้อสายมาจากทหารเรือโดยตรงก็มีมาก ...แต่ผม...ไม่ใช่ ....ผมมาจากสาย "ทหารบก" ....แต่ตัวเองรักทหารเรือมาก ....มากเท่าชีวิตของตัวเอง ....ครั้งสุดท้าย เราคุยกัน ถึงเรื่องการสร้างกองทัพเรือ ....คนที่พูดมากที่สุดในเรื่องนี้คือ..."ผม" ...พูดแล้วแต่ยังไม่จบ...เมื่อไม่จบเราจะต้องพูดกันอีก.

แน่นอนครับ   ท่าน   เมื่อเราเห็น  "โจรเข้าครองเมือง"  เราก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง ....นั่นละ ..ครับท่าน...เมื่อเห็นแล้ว มันจึงอดไม่ได้......อดไม่ได้เมื่อเห็นคนชั่วเข้าปล้นบ้าน ปล้นเมือง กอบโกยเงินไปแบ่งปันกันอย่างหน้าด้าน ๆ ที่พวกมันทำได้้เพราะมี...."ทหารเลว ๆ"...หนุนหลัง...ทหารดี ๆ ที่มีมากมายในกองทัพ แต่ทำอะไรไม่ได้เต็มไม้เต็มมือ....ได้แต่มอง แล้วทำตาปลิบ ๆ  ....คอยวันล่มสลาย .....ฉิบหายล่มจมของ...."ชนชาติไทย"

อดิศัย พ.

8 มี.ค. 2554  @ 0947 Th.Time.

************************

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ สามสมอ....จปร.   คนเสื้อแดง ..ทุกท่านครับ

ผมได้เคยเรียนให้ทราบไปแล้วว่า ...."บุคคล ที่จะล้นเจ้าได้ ต้องได้การยึดครอง ส่วนบริหารของบ้านเมือง ที่เป็นหลักทั้ง  4  ฝ่ายได้เสียก่อน คือ ฝ่ายบริหาร ....ฝ่ายนิติบัญญัติ.... ฝ่ายตุลาการ .... และ กองทัพ (กำลังรบ)".....ผม ได้บอกว่า....คนเสื้อแดงไม่ใช่คนที่จะล้มเจ้าได้(เพราะไม่มีอะไรอยู่ในมือ ตามที่กล่าวเลย นอกจากมวลชนคนเสื้อแดง ที่มีแต่มือเปล่า ๆ ....ข่าวที่ออกกันโคลม ๆ นั้น มันเป็นการปล่อยข่าวเพื่อ...."เบนความสนใจ และใส่ร้ายคนเสื้อเเดง"   เ่ช่น เดียวกับการปล่อยข่าวว่า "ปรีดีฆ่าในหลวง"...

เพื่อไม่ให้นึกถึงคนที่จะกระทำการล้มเจ้าตัวจริง ....คนเสื้อแดง และ/หรือ คุณชวลิต ทำไม่ได้   ....เพราะไม่มีอำนาจสมบูรณ์ในการบริหารและสั่งการในส่วนบริหารทั้งสี่ส่วน ตามที่กล่าว.....คนที่จะล้มเจ้าได้ในที่นี้ ......คนที่มีอำนาจสามารถ สั่งการได้สมบูรณ์แบบตามที่กล่าว  ในที่นี้  ที่มีอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ มีอยู่คนเดียวเท่านั้น ....คน ๆ นั้น  คือ   ขันทีเฒ่า .....แต่  ขันทีเฒ่า จะคิดล้นเจ้าหรือไม่   ผมไม่ทราบ ....ถ้าท่านอยากจะทราบ ?.....ท่านต้องไปถาม  ขันทีเฒ่า ตัวแสบเอาเอง  นะครับ.....เพราะผมไม่ทราบ ๆ  ครับ

อันตราย....อันตรายมากนะ...ครับท่าน...ผมจะบอกให้ ....ถ้ามีการ   "กบฏ"ขึ้นอีกในขณะนี้ (หลัง กพ. 54) .....อันตรายมาก....ๆ...ครับ..

 ผมขอเรียนให้ท่านทราบอีกครั้งว่า

"ขันทีเฒ่า  ท่านจะคิดอย่างไร ?....ผมไม่ทราบ คุณต้องไปถามกันเอาเอง"....ประชาชน คนเสื้อแดง.....แดงทั้งแผ่นดิน...คนที่อยู่เบื้องหลัง  พธท..กำลังจะเขี่ยพรรคประชาธิปัตที่หลงตัวเอง  กินกันอย่างมูมมามเกินไป  เป็นที่ครหานินทาของประชาชนไปทั่วให้ออกนอกเส้นทาง....เขี่ยให้ตกขอบไปก่อน ....เพื่อตั้งรัฐบาลใหม่โดยกลุ่มคนที่ อยู่เบื้องหลัง  พธม...ใครบ้างผมไม่ทราบ   แต่ที่มีหลังฐาน พอจะอ้างอิงได้    หนึ่งในจำวนนั้น น่าจะเป็น.. "คุณเปรม".... เพราะคุณเปรมสนับสนุน มาร์ค ให้บริหารประเทศ และทำประเทศจนยับเยินอยู่ทุกวันนี้ ....พรรคประชาธิปัต เป็นพวกเดียวกับ พธม.  นั่นคือ่คุณเปรม ก็คือผู้อยู่เบื้องหลัง พธม.นั่นเอง

ระวัง ไว้นะ ....แล้วจะหาว่าผมไม่เตือน....ทุกอย่างจะไม่ทันการ ถ้าทำอะไรกันด้วยความประมาท....  "ความประมาทคือทนทางแห่งความตาย"....ดังเช่น "เสด็จ ในกรมวังบางขุนพรหมฯ  ไม่จับ สี่ทหารเสือ และนักเรียนนอก กลุ่ม นายปรีดี ในสมัยนั้น หลายคน ......หนึ่งในจำนวนนั้น คือ หลวงพิบูลฯ (พ.ศ.2475)....สุดท้าย  พระองค์เลยต้องเสด็จไปทรงประทับอยู่ที่อินโดนิเซียจนสวรรคต ที่นั่น.

ครับท่าน.

อดิศัน พ.

11/03/54

......................................

Sat,May  14,2011.

สวัสดี  ครับ  ท่าน ....

วันนี้  เวลา ประมาณ 0250 ผมนำเรือ ผ่าน "ทุ่นนำ" เข้าสู๋ร่องน้ำ ที่สันดอน ปากแม่น้ำเจ้าพระยา   ไปจอดทอดสมอ กลางน้ำราษฎร์บูรณะเหนือทุ่น 5 เสร็จเรียบร้อย เวลา ประมาณ 0630.   เมื่อจัดการทางด้านเอกสารเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นบก....เรียกแทกซี่ที่หน้า Big C ราษฎร์บูรณะกลับบ้าน.

เป็น ที่รู้ ๆ กันอยู่ว่า การขึ้นรถแทกซี่ในกรุงเทพฯ นั้น ทั้งคนขับรถ และผู้โดยสาร มักจะคุยกันไปตลอดทาง จนถึงที่หมายปลายทางแทบทุกครั้ง  ทุกคัน  จะเหมือน ๆ กันหมดแทบทุกคัน...

ทำไม ถึงเป็นเช่นนั้นละ ? ...นั่น ก็เพื่อ ระบายความรู้สึก ทั้งสุข และทุกข์ออกมาเล่าสู่กันฟังเพื่อคลายความตึงเคลียดที่มีอยู่ในใจบ้าง ....เพื่อ แก้เหงาบ้าง ..... เพื่อฆ่าเวลาบ้าง ....ฯลฯ.... ครั้งนี้ก็เช่นกัน....

"คุณลุงเพิ่งมาจากต่างจังหวัดหรือครับ ?....มีกระเป๋าเสื้อผ้ามาหลายใบ ? "...แทกซี่ถาม

"เปล่า....ผมคนเรือ ...ทำงานในเรือค้าเดินต่างประเทศ    เพิ่งจะเดินทางเข้ามาถึงเมืองไทยเดี๋ยวนี้เอง ...กำลังจะกลับบ้าน".....ผมตอบ

แล้วเราก็คุยกันเลื่อยไป จนมีตอนหนึ่ง   แทกซี่ได้พูดว่า

"เดียว นี้ข้าวของแพงมากนะครับ ...หาเงินยาก   ไม่พอใช้ เลยครับ...ลูกก็ตั้งสองคนยังเล็กอยู่ทั้งนั้น  ตอนนี้ โรงเรียนก้ใกล้จะเปิดอยู่แล้ว ต้องใช้เงินมาก ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าชุดนักเรียนของลูก .....เงินก็หาไม่ค่อยจะได้ ....แย่มากนะครับคุณลุง....ไม่ทราบว่า ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ไม่ทราบ ?." 

ผมนิ่ง ไม่ตอบ...แต่ฟังแล้วก็อดสงสานไม่ได้ ....นึกในใจว่า ....ไม่ทราบเหมือนกันว่า คนอื่นจะเป็นอย่างนี้หรือเปล่า"

 แทกซี่ เห็นผมนี่ง ไม่ตอบ จึงพูดต่อไปว่า...

"โจร ผู้ร้ายก็มาก ....คนเดียวนี้ ใจคอมันโหดเหื้อมมาก นะคุณลุง มันฆ่ากันได้ง่าย ๆ เหลือเกิน ....เมื่อสอง-สามวันก่อน ....นักศึกษา ....คนที่เราคิดว่าดี.... มีการศึกษาดีสองคน....เป็นเพื่อนกันด้วย แต่บังเอินไปรักผู้หญิงคนเดียวกัน ...เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกันนั่นละ....เพื่อเป็นการกำจัดคู่แข่ง ของความรัก   หนึ่งในจำนวนนั้นคิด...ๆ คิดแล้วก็ฆ่าเพื่อนเสีย ...ด้วยการขับรถชนเพื่อน....อัดก๊อปปี้กับต้นไม้ตายคาที่.........คุณลุงว่า ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นไปได้เล่าครับ...คุณลุง...เรื่องเล็ก ๆ แท้ ๆ ไม่น่าจะถึงกับฆ่ากันเลย ? "

"นั่น ละคือผลงานของรัฐบาลชุดนี้ทั้งนั้นละ   ที่ทำตัวอย่างเลว ๆ ให้เด็ก ๆ เห็น  เด็กเห็นแล้วก็จำไว้เป็นตัวอย่าง และเมื่อมีโอกาศ เด็กก็ทำตามละ"

"รัฐบาลทำตัวอย่างที่เลวอย่างไรครับ ?"

"ก็...ฆ่า คนเสื้อแดง ที่เขามาขออำนาจอธิปไตยของเขาคืน   ถ้าคืนให้เขา อย่างนักการเมืองที่เป็นสุภาพบุรุษทั่วโลกเขาทำกัน  เหตุการณ์ร้าย ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่กลับไปฆ่าเขา ...ฆ่าแล้วยังไม่พอ ยังยัดข้อหาให้เขาเป็น   "ผู้ก่อการร้าย" ....เป็นผู้ก่อหารร้ายยังไม่พอ....ยังยัดข้อหา..."ล้มเจ้า"...ให้อีก ...อันตรายมาก สำหรับรัฐบาลชุดนี้ พร้อมทั้งผู้ให่การสนับสนุน ทั้งฝ่าย บริหาร นิติบัญญัติ  และตุลาการ ....สุดท้ายไม่รู้นะ เลือดของคนพวกนี้ จะองเมืองไทย คล้าย ๆ ในฝรั่งเศสหรือ ไม่  ? ...ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน....อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป  เตือนกันไว้ก่อน เพราะมันมีความเป็นไปได้มากเหลือเกิน เพราะการข่าวมันไม่เหมือนเมื่อ หก-เจ็ดสิบปีที่แล้ว"

"รัฐบาลฆ่าประชาชนเพื่ออะไรครับ ?"

"เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เพื่อเก้าอี้ของตัวเอง...เพื่อเงิน...เพื่อปล้นเงินของเรา ...รวมทั้งของลูกตัวเล็ก ๆ ของเธอด้วย"

"ของลูกผม...ตัวเล็ก ๆ เป็นไปได้อย่างไรครับ ? "

"เธอ ให้เงินลูกไปซื้อขนมกิน   เมื่อลูกเธอซื้อขนมกิน ลูกของเธอก็ต้องเสียภาษีเหมือนกัน   แต่เธอจะเห็นว่า เล็กน้อย....เล็ก ๆ  น้อน ๆ นี่ละ เมื่อมีเด็กหลายคนมากขึ้น   เงินภาษีของเด็กตัวเล็ก ๆ ก็จะมากขึ้น เป็นเงาตามตัวไปด้วย....เพราะฉะนั้น อาวุธกระสุนดินดำ รถถัง ที่ทหารเอามาเข่นฆ่า พ่อ-แม่ของเด็ก ๆ ก็คือ ภาษีของเด็ก ๆ  นั่นเอง "

"ทำไมถึงต้องฆ่า พ่อ-แม่ ของเด็ก ๆ ห้า-หกขวบ ผู้มีพระคุณด้วยครับ"

"ก็อย่างที่ว่า เพื่อ...ความอยู่รอดของตัวเอง และเงิน...อย่างไรละ...รัฐบาล ชุดนี้ (ชุดของนายอภิสิทธิ์)เข้ามาทำให้ประเทศชาติย่ำแย่ ย่อยยับลงในทุก ๆ ทาง ....แม้แต่เด็กนักเรียนก็เรียนหนังสือแย่ลง เพราะการ...."มอมเมาเยาวชนของรัฐบาลชุดนี้" (มีสื่อมวลชนจำพวกหนึ่งเป็นตัวช่วย)เพื่อ ให้คนทั่ว ๆ ไปลืมการฆ่าคนเสื้อแดงของรัฐบาล โดยมีบางคนที่เป็น สื่อมวลชน    นักวิชาการ   นักประพันธ์   นักแสดง ผู้จัดรายการวิทยุ TV ....ให้ความร่วมกับรัฐบาล เพื่อเงินที่รัฐบาลจะหาทางตอบแทนให้ หรือ/คือ ค่าจ้างที่รัฐบาลจะให้ ...ไม่ทราบเหมือนกันว่า เหมาจ่ายกันเป็นเรื่อง ๆ เรื่องละเท่าไร ? เช่น "ตั้งข้อหาเอาคนเสื้อแดงเข้าคุกหนึ่งคน รัฐบาลเอาเงินของเด็กไปจ่ายให้เท่าไร ? " .....รัฐบาลมอมเมาเด็ก....จนเด็กไม่สนใจการเรียน   สอบตกหมดทั้งชาติ...ดังจะเห็นจาก....ผลการสอบ O-Net ของเด็กปี พ.ศ.2554 ได้คะแนนเฉลี่ยทั้งประเทศ ไม่ถึง 30 % ....คือ สอบตกหมดทั้งชาติเลย ...แล้วอย่างนี้ อนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร ?....คิดดูซิ ?"

"แย่มากนะครับ...ไม่นึกเลยว่า เขาจะทำกันอย่างนี้กับชาติบ้านเมืองของตัวเองแท้ ๆ  ....นะครับคุณลุง ?"

"รัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลชุดที่คุณเปรม บอกว่า "ประเทศไทยโชคดี  ที่มีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี"ฝัง ดูทีแรก...คนบางคน อาจจะเห็นดี เห็นชอบไปด้วย  ครั้งแรกก่อนการบริหารงานฟังแล้ว ก็รู้สึกดีอยู่ละ เพราะประเทศไทยจะได้ ดีขึ้นบ้าง ...แต่นั่นไม่ใช่ผม เพราะผมรู้อยู่แล้วว่า คุณเปรมต้องพูดออกไปในทำนอกนั้น"

"ทำไมเล่าครับ....คุณลุง ?"

"เรื่องมันยาว...คุยกันไม่รู้จักจบ......มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ก่อน ร.8 ถูกลอบปลงพระชนเสียอีก เพราะแย่งกันเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ....ระหว่าง...." นายปรีดี กับ นายควง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตคนแรก ที่ทหารให้การสนับสนุน  โดยทั้งสองคนมีจุดมุ่งหมายไม่เหมือนกัน  คือ นายปรีดี ต้องการประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศ แต่ นายควง ต้องการสนับสนุนทหาร คล้าย ๆ กับว่า ต้องการให้ ประเทศไทย ปกครองในระบอบ  "เผด็จการทหาร" เพราะหาเงินง่ายกว่าอย่างนั้นละ"....

"หรือ   ครับ"

"คุณ ปรีดี เป็นบุคคลแรก ที่มีความคิดที่จะนำเอาประชาธิปไตยมาใช้บริหารประเทศ คุณปรีดี เป็นหัวหน้าคณะเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เพื่อต้องการให้เมืองไทยเป็นประชาธิปไตย แต่ทำไม่ได้.... เพราะ จอมพล ป. โดยการสนับสนุนของพระยาพหลฯ ที่เปิดไฟเขียวให้ หลวงพิบูลฯ กำจัด ราชวงค์ชั้นสูงในราชวงค์จักรี ทหารที่ซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง (ทหารดีก็มี)ต้องการให้เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยออกไปนอกเส้นทาง เช่น เจ้าคุณทรงฯ  เจ้าคุณฤทธิ์ฯ พระประสาทฯ เพราะต้องการให้เมืองไทยเป็น...."รัฐทหาร"....จึงเกิดการขัดแย้งกันเลี่อยมา ของคนทั้งสองกลุ่มนี้ และหาทางทำลายล้างกันในทุกรูปแบบเลื่อยมาจนเมื่อ ร.8 ถูกลอบปลงพระชน ...จึงมีคนไปร้องตะโกนในโรงหนังตอนที่หนังเริ่มจะฉาย...ปิดไฟมืดว่า "ปรีดี ฆ่าในหลวง"....   นั่นละ จึงเกิดลือกันทั่วไปในหมู่ประชาชนของประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ว่า ..."ปรีดีฆ่าในหลวง"...แล้ว...สังคมก็ตัดสินลงโทษ ปรีดี โดยไม่มีการพิจารณาไต่สวน ว่าจริงหรือเท็จ แต่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ตัดสินเองว่า ..."ปรีดีฆ่าในหลวง"...จริง....และเมื่อมีการสอบสวนขึ้น...ก็เกิดมีพยานคน หนึ่งขึ้นมา พยานคนนี้ ชื่อ "นายตี๋" มาให้การว่า  นายปรีดี นายเฉลียว นายชิต  นายบุตร เป็นผู้คิดวางแผนร่วมกันลอบปลงพระชน ในหลวง ร.8...   ตรงนี้...นี่ เอง   ที่เป็นจุดเริ่มต้น....มันเริ่มตั้งแต่ตรงนี้แล้ว   จนนายปรีดี อยู่ในเมืองไทยไม่ได้ ต้องเผ่นหนีไปตายในต่างประเทศ ส่วน นายเฉลิยว นายชิด นายบุตร ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต ถ้าปรีดี อยู่ก็ต้องถูกประหารชีวิตเช่นกัน ท่านจึงหนีไปต่างประเทศก่อน และไปตายในต่างประเทศ ...ส่วนนายเฉลียว นายชิต นายบุตร ทั้งสามคนถูกยิงเป๋าตายหมด....เคยรู้เรื่องนี้หรือเปล่าละ ?"

"เรื่องอะไร  ครับ"

"เรื่องการยิงเป๋า นายเฉลียว....นายชิต....นายบุตร  อย่างไรละ"

ไม่ทราบครับ"

"ผม ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ...นั่นเป็นฝีมือของใคร ? ...ทั้งสี่คน คือ นายปรีดี นายเฉลียว นายชิต นายบุตร์ จึงตายหมด เป็นคนในพรรคประชาธิปัตจริงหรือเปล่า ....ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ถ้าอยากรู้จริง ให้ไปถามอาจารย์ นิธิ เอี้ยวศรีวงค์ ท่านทราบดี แล้วท่านจะบอกเธอเอง ....ถ้าเป็นคนในพรรคประชาธิปัตจริง นั่น...!..!..นั่น...มันเป็นการเริ่มต้น ..."โหนเจ้าหรือใช้เจ้า เพื่อการกำจัดสัตรูทางการเมืองครั้งแรก ของพรรคประชาธิปัต อย่างได้ผลเกินคาด"...ผมหยุดเว้นวรรค

"แล้วอย่างไรต่อครับ ?"

"ต่อมา มีนายทหารบก ยศพันตรี -พันโท ซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อน จปร.รุ่น 7 ( คุณเปรม รุ่น1) ที่มีคุณมนูญกฤต รูปขจร เป็นหัวหน้า ใด้ช่วยกันวิ่งเต็นให้ คุณเปรม  ตอนนั้นเป็น "พล เอก" ได้เป็น รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ....จนได้เป็น นายกรัฐมนตรี ต่อมา จปร.7 เห็นว่า คุณเปรม ไม่ซื่อใช้่วิชามาร คือ ..."เมื่อหมดนาให้ฆ่าโคถึก   เมื่อหมดศึกให้ฆ่าขุนพล"   จปร.7 คนแรก ที่ถูกฆ่าตายที่กองทัพภาคที่ 2 ที่อุบลฯ คือ พ.ท.ชัยชาญื เทียนประภาส...จปร.7 เพื่อน คุณ มนูญกฤทธ  นั่นละ....ตัวคุณมนูญกฤธเองก็เกือบโดยฆ่าเหมือนกัน ถ้าไม่เผ่นหนีไปอยู่เยอรมันเสียก่อนคงโดนแน่ (นี่คือผลตอบแทนที่ปล่อยเสียเข้าป่า :  ช่วยคนชั่ว)  ก่อนที่คุณเปรมจะเป็นนายกฯการเมืองก็เข้มข้นขึ้น มีนักการทหาร นักการเมือง หลายคน ถูกฆ่าตาย   ไม่รู้เหมือนกันว่า....กี่คน และเป็คำสั่งของใคร...ใครสั่ง....แต่สื่อมวลชนได้ตั้ง ฉายา ให้คุณเปรมในตอนนั้นว่า..."นักฆ่าแห่งรุ่มน้ำเจ้าพระยา"....คุณ เปรม ถูกนักศึกษาราม ต่อยหน้า ...ตำรวจจับ แล้วไปตายในที่สุด ...มีเรื่องมากมาย และเมื่อมีการอภิปราบไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี คือ คุณเกรียงศักดิ์ ....คุณเกรียงศักดิ์ต้องลาออกกลางสภา ฯ.....แล้วสภาก็เลือก นายกฯกันใหม่ ...มันเห็นกันชัด ๆ และโดยมารยามทางการเมืองแล้ว ลูกพรรคประชาธิปัต ก็ควรจะต้องเลือกหัวหน้าพรรคของตนเป็นนายกรัฐมนตรีแทนคุณเกรียงศักดิ์ในตอน นั้น ....แต่ลูกพรรคทุกคนขณะนั้น หักหลังหัวหน้าพรรคของตัวเอง...ไม่เลื่อกหัวหน้าพรรค ซึ่งตอนนั้น คือ คุณพิชัย รัตน์กูล เป็นนายกรัฐมนตรี แต่กลับไป เลือกคุณเปรมเป็นนายกฯโดยมี สส.ในสภาส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน

"แปลกนะ ?"

"ตอน นั้นพรรคประชาธิปัต มีคุณพิชัย รัตน์กุล เป็นหัวหน้าพรรค เมื่อคนในพรรคไม่เลือกให้เป็นนายกฯ     ...ไม่สนับสนุนให้ คุณพิชัย เป็น นายกรัฐมนตรี...แต่กลับไปสนับสนุนให้ คุณเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี....นั่นก็  คือ...การโหนทหารฯ ของพรรคประชาธิปัตเพื่อเป็นใหญ่ในแผ่นดินเป็นครั้งแรก .... และ ...ต่างก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน ต่างตอบแทนซึ่งกัน และ กันมาเลื่อย จนถึงทุกวันนี้"

"หรือครับ ?...ถ้าอย่างนี้ ...คนในพรรคประชาธิปัตตอนนั้น ทั้งหมด ก็คือ "งูเห่าตัวแรกซิครับ"....ไม่นึกเลย"

"ใช่ พรรคประชาปัต คือ แม่งูเห่า...ลูกพรรค คือ ลูกงูเห่า "....ที่ใว้ใจไม่ได้  เชื่อถือไม่ได้ ไม่มีศักดิ์ศรีทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยมา ตั้งแต่บัดนั้น จนบัดนี้"

"นั่นซิครับ....งูเห่าชุดแรกคือคนในพรรคประชาธิปัต....นั่นเอง...ถ้าอย่างนั้นใครเลือก พรรคประชาธิปัตก็จะทำให้เราพลอย  "ซวยไปด้วย ถ้ารู้อย่างนี้แล้วยังเลือกพรรคประชาธิปัตเข้ามาบริหารประเทศอีก"...แล้วจะทำให้ประเทศไทย...คนในชาติซวยไปด้วย"

"เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า พรรคประชาธิปัตเข้ามาเป็นรัฐบาลทีไร จะทำให้ข้าวยากหมากแพงทุกที เงินทองของชาติจะหายหมดทุกที เช่น เงิน ปรส. หกแสนกว่าล้านบาท หายไป ตอนนั้นผมเคยพูดไว้ว่า ถ้าพรรคประชาธิปัติไม่อาจจะอธิบายเรื่องเงิน ปรส. หกแสนกว่าล้านบาทให้ประชาชนเข้าใจได้ พรรคประชาธิปัติ ก็จะหมดความชอบธรรมในการที่จะเป็นรัฐบาลอีกต่อไป....แต่ไม่มีใครสนใจ..."สม น้ำหน้่า"....และก็เอาผิดไม่ได้เพราะเงื่อนใขของเวลา (เก่งมากนะ)ตอนคุณชวนเป็นนายกรัฐมนตรี"

"เขาตอบแทนกันอย่างไร ครับคุณลุง ?"

"ตัวอย่างเช่น คราวนี้ ....มันมีกลุ่มที่ช่วยเหลือ ทำให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มี ข้าราชการ พลเรือน ข้าราชการทหาร-ตำรวจ  พ่อค้า -  นักธุระกิจ ประชาชน"

"ผมไม่เข้าใจครับ"

"วิธี การตอบแทน คนที่สนับสนุนให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนกลุ่มเล็ก ๆ แต่ทำให้กระทบกระเทือนคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศโดยเขาตอบแทนกันดังนี้ คือ

1. เพิ่มเงินเดือน ข้าราชการ พลเรือน ทั้ง ข้าราชการประจำและการเมือง.  จะเห็นว่า ข้าราชการประจำบางคน ให้การสนับสนุนรัฐบาลด้วยการยัดความผิด และจับคนเสื้อแดงเข้าคุกโดยตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ...ก่อนจะอ้างว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้ายก็ต้องสร้างหลักฐานให้เห็นว่า คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมืองเสียก่อน  เช่นการใจัทีมไปเผาเซ้นทรัลเวอร์ และอื่น ๆ เป็นต้น  .....

ผู้ ใช้แรงงาน   ตอยแทนให้ด้วยการเพิ่มค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำให้  พ่อค้า นักธุระกิจ เมื่อรู้ว่า รัฐบาลจะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ ก็จะถือโอกาศขึ้นราคาสินค้าไปดักรอร่วงหน้า นั่นเป็นการตอบแทน นักธุระกิจ   พ่อค้าประชาชนรายย่อย ๆ

2. ข้าราชการทหาร ตอบแทนให้ด้วยการ..."ผ่านงบประมาณให้"...ไปซื้ออาวุธ และก็ไปเรียกร้องผลประโยชน์จากการซื้อขายอาวุธมาแบ่งปันกันเอาเอง

 3. นักธุระกิจรายใหญ่ ๆ ให้กักตุนสินค้า เพื่อให้ของขาดตลาด เมื่อของขาดตลาด ราคาก็จะแพงขึ้น เช่น น้ำมันพืช .....เมื่อของแพงขึ้นจนนิ่งดีแล้ว ก็ให้ปล่อยของที่กักตุนไว้ออกมา ส่วนเกินของราคาของหรือน้ำมันพืชที่แพงขึ้นก็คือ  "ผลตอบแทน"

4. ธนาคารใหญ่ ๆ ที่ให้การสนับสนุนให้ พรรคประชาธิปัต เป็นรัฐบาลจะให้ผลตอบแทนโดยการใช้บริการของธนาคารนั้น ๆ แล้วเอาค่าธรรมเนียมไป

5. ที่ สำคัญคือ กลุ่มมาเฟียร์การเมืองที่คุมประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ที่ต้องการเงินค่าคุ้มครอง นักธุระกิจต่าง ๆ ให้ผู้มีอำนาจในหน่วยงานนั้น ๆ เป็นผู้นำไปให้กันเองในรูปแบบต่าง ๆ  เมื่อให้จนเป็นที่พอใจแล้วก็จะไม่ถูกกระทำอย่างคุณทักษิณ

"ทำอย่าไรครับ ?

"ยัดข้อหาให้คุณทักษิณ เช่นเรื่องที่ดินรัชดา โดยจะเห็นว่า "คนซื้อคนขายไม่ผิด แต่คุณทักษิณผิด"....เงินภาษีเงินได้จากการขายหุ้น....ประชาชนคนทั่วโลกซื้อ ขายกันมากมาย ไม่เสียภาษี เมืองไทยก็เช่นกัน ไม่ต้องเสียภาษี มาจนถึงทุกวันนี้ ....ทุกวันนี้ ก็ยังไม่ได้ข่าวว่ามีใครเสียภาษีเงินได้จากการขายหุ้นให้รัฐบ้าง แม้แต่คนในรัฐบาลเอง ก็ไม่ต้องเสีย   และไม่เคยมีใครเสียภาษีเงินได้จากการขายหุ้นมาจนถึงวันนี้ วันที่ 15 พฤษภาคม 2554....แต่คุณทักษิณ คนเดียว  และคนเดียวเท่านั้น ที่ต้องเสีย....นับตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์มาในประเทศไทย ....นี่ละคือ ประเทศไทย...ประเทศไทยปี พ.ศ.2554 ละ"  ....มีอีกมากมาย ...หลายเรื่อง....เข้า ใจหรือยังละ ? เข้าใจหรือยังว่า   "สองมาตราฐานเป็นอย่างไร"  ประชาชนเจ้าของเงินภาษีที่เขาเสียให้กับรัฐ เพื่อมาสร้างสาธารณูประโภคให้   เขาจึงลุกขึ้นโวย จนยุ่งวุ่นวายไปทั้งทั้งเมือง  ...ทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของคนเสื้อแดง ....คนเสื้แดงมาเรียกร้อง ขอให้ยุบสภา ให้เปลี่ยตัวรัฐบาลที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา  ไม่นำเงินของเขาไปสร้างประโยชน์ให้เขา   แต่กลับหาช่องว่างของกฏหมายนำเงินของเขาไปแบ่งกัน มันผิดฏกหมายทั้งนั้น   แต่ประชาชน หรือคนเสื้แดง เขามาเรียกร้องขออำนาจอธิปไตยของเขาคืนตาม...."รัฐธรรมนูญ".....ซึ่งเป็น กฏหมายสูงสุดของประเทศ  เมื่อเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศ  ย่อมไม่มีกฏหมายใด ๆ จะมาลบล้างได้....เมื่อไม่มีกฏหมายใดที่ใหญ่ หรือสูงกว่ารัฐธรรมนูญ แล้วพ่อค้าประชาชน ที่ราชประสงค์ จะเอากฏหมายอะไรมาฟ้องคนเสื้อแดง....ไม่มี....แต่ฟ้องรัฐบาลได้...เพราะ รัฐบาลทำผิดกฏหมายทั้ง รัฐธรรมนูญ  ทั้งแพ่ง และอาญา...พ่อค้าประชาชน แถว ๆ ราชประสงค์เขาจึงไม่ฟ้องคนเสื้อแดง เพราะกลัวคนเสื้อแดงจะ...."ฟ้องกลับ"...ทีนี้จะเสียหายมากขึ้นสำหรับพ่อค้า ประชาชนแถวๆ ราชประสงค์ นี่หมายความว่า เมื่อ มีรัฐบาลใหม่แล้วนะ"

" อย่างนี้ ถ้าพรรคประชาธิปัตกลับมาเป็นรัฐบาลอีก ประชาชนจะไม่จนไปกว่านี้หรือ ครับ ? "

"แน่ นอน คนจนก็จะจนมากขึ้น   คนรวยก็จะรวยมากขึ้น    คนจนคือ คนรากหญ้าหรือที่เราเรียกว่า "ไพร่"  คนรวยคือ คนชั้นสูง หรือที่เราเรียกว่า "อำมาต"......นี่มันจะเหมือนสถานะการในเมืองจีนก่อนที่ ดร.ชุนยัดเซ้นจะเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยเข้าไปทุกทัแล้ว.... ประเทศไทย.

พรรค ประชาธิปัตหาเงินเข้าประเทศไม่เป็น ตอนนี้ได้ไปกู้เงินต่างชาติโดยเอาเคลดิดของประเทศไทยไปเป็นประกัน (ขายประเทศไทย)มามากมาย เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้ที่ได้ช่วยให้เป็นรัฐบาล ถ้ากลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งก็ต้องเหนื่อยหน่อย ...แต่ถ้าไม่ได้เป็นก็ไม่เป็นไร ...เพราะกินใว้มากมายแล้ว ....หลบไปนอนเฉิย ๆ ดีกว่า ปล่อยให้รัฐบาลใหม่ ....ที่อ้างว่า..."แน่"...เข้ามาหาเงินใช้หนี้ดีกว่า...และแล้วเมื่อ.... กิน ทุนกันหมดแล้ว ทุก ๆ ฝ่าย ตามที่ "มาเฟียร์การเมือง" วางแผนไว้  ต่างก็จะ ออกมาสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองอีก ...จนเกิด "กบฏ"  ขึ้นในราชอาณาจักร์อีก ...ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งอีก....ใครเป็นรัฐบาลอยู่ ก็ขับไล่ให้ออกไปอีก....ยุบพรรคการเมืองที่จะสร้างความเจริญให้บ้านเมือง เช่น ไทยรักไทย ...พลังประชาชนอีก .....เอาคนที่ สื่อสัตย์ต่อชาติบ้าน ตั้งใจสร้างความเจริญให้ชาติบ้านเมือง ไปกักตัวไว้อีก เช่น พวกบ้านเลขที่ "111 ของพรรคไทยรักไทย"   ยุบพรรคการเมืองที่ประเทศชาติ (คนไทย)ต้องการอีก   ...แล้วสุดท้าย  ก็จะช่วยกันตั้งพรรคประชาธิปัตให้ขึ้นเป็นรัฐบาลอีก....แล้ว...."วงจรอุบาต "...อย่างนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ...ประเทศไทย....แล้วประเทศไทยก็จะจมลง   และ   จมลง จนสูญสลายไปในที่สุด    เหมือน ๆ กับ ประเทศไทยในอดีตที่ต้องสูญเสียอาณาจักร...น่านเจ้า...อีก...เก่งมากนะ... พรรคประชาธิปัต   ที่สามารถทำลายชาติไทยให้ล่มสลายไปได้   สมความมุ่งหมาย....."ชัยโย"...สามครั้งเลยนะ "

"แล้วทหารว่าอย่างไรเล่าครับ....เห็นก่อนการกบฏ  ทุกครั้งทหารมันจะอ้างว่าเพื่อ "ประเทศชาติ"  ทุกครั้ง"

"ทหาร มีสองส่วน ส่วนที่ได้ประโยชน์ จะทำเป็น  "โง่"  ไม่รู้ไม่เห็น....ส่วนที่ไม่คิดจะเอาประโยชนกับเรื่องที่...."ไม่ชอบด้วย เหตุผล  และไม่ถูกต้องตามกฏหมาย"...เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้ ...จึงต้องปล่อยให้เลยตามเลย"

" อย่างนี้..! ! !  ...พังแน่ ประเทศไทย....อย่างนี้ ถ้าพรรคประชาธิปัติกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอีก ประชาชนตายกันหมดแน่่ ๆ....คุณลุงว่า ..."จะกลับมาได้ใหม ?"...ครับ "

"ที่คณะรัฐบาลชุดนี้ทั้งคณะ  ไม่ยอมยุบสภา แต่ยอมฆ่าประชาชนคนเสื้อแดง...เพราะเห็นว่า   "ผู้ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัต" สามารถ กำกับให้ฝ่ายตุลาการทำกฏหมายให้เป็นสองมาตราฐานได้นั่นหนึ่ง อีกประการหนึ่ง เพราะยังหาเงินที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการเตรียมการเลือกตั้งได้ไม่มากพอ .....และยังจัดการโยกย้ายข้ารตาชการ  เพื่อเอาคนของตนเข้าไปอยู่ในจังหวัดต่าง เพื่อจัดการโกงการเลือกตั้งไม่ครบทุกจังหวัด....เมื่อ มีทุนพอแล้ว  มีคนในจังหวัดต่าง ๆ ครบทุกจังหวัดแล้วจึงยุบสภาตามที่เห็นกันอยู่นี็้ีละ...เมื่อเขามั่นใจอย่าง นั้น และสามารถโกงการเลือกตั้งได้ตามแผนที่วางไว้ ก็น่าจะได้เป็นรัฐบาลอีกสมัยหนึ่งนะ"

"มันอะไรกันครับคุณลุง ? นี่มัน  โจร หรือนักการเมือง กันแน่ ? ..เพื่อเข้าไปบริหารประเทศ หรือเข้าไปปล้นชาติกันแน่ ?"

" มีนักวิชาการชั้นผู้ใหญ่หลายท่านเรียกกลุ่มคนพวกนี้ว่า"โจร"  หรือ/คือ  "โจรครองเมือง"  คงไม่ผิดนะ...ดังจะเห็นว่า สอง หรือ สามวัน ก่อนยุบสภา รัฐบาลชุดนายอภิสิทธนี้ ได้เซ็นต์อนุมัติจ่ายเงินของรัฐไปหลายแสนล้านบาท  เพื่อ...ทิ้งทวน...    อย่างนี้  ..น่าจะถาม ทหารว่า

"จะ ว่าอย่างไร ? และควรทำอย่างไรกับ คณะรัฐบาลชุดนี้ทั้งคณะ ?.....หรือท่านมีส่วนได้ อยู่ด้วย เลยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ....เมื่อจะขับไล่คุณทักษิน คนที่จะมาสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ชาติบ้าน อย่างคุณปรีดี แต่พวกคุณไม่ได้อะไร ท่านจะออกมาโวยวายกันใหญ่....ใหนก่อนก่อกบฏอ้างเหตุผลว่า รัฐบาลคุณทักษิณ โกงกินชาติอย่างไรเหตุผล...ดูก็รู้ว่า  นั่นมันเป็นข้ออ้างที่ไร้เหตุผลที่จะทำลายคุณทักษินที่ไม่จ่ายเงินค่าคุม ครองให้ไอ้พวกมาเฟียรการเมือง  แต่รัฐบาลชุดของนายอภิสิทธิ์ โกงชาติอย่างชัดเจนจนรู้กันทั่วไปหมด ชัดเจนออกอย่างนี้  ทหารใหญ่ ทั้งที่ปลดฯไปแล้ว และัที่ยังอยู่ในกองทัพ ท่านจะว่าอย่างไร ? ...ขณะนี้ ค่า Commission ในการ ซื้อขาย ซ่อมทำ จัดจ้าง ต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้น อย่างมากมาย จาก 3 % ...เพิ่มเป็น 5%  ... 10% ....  20%   ....25%  และจนบัดนี้ขณะนี้ สุดท้านนี้   ที่ได้ข่าวมา เพิ่มเป็น 30%  แล้ว ...เกือบครึ่งหนึ่งของเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งชาติ แล้ว....เกือบครึ่งหนึ่งของเงินภาษีอากร ของ อาจารย์ นิสิตนักศึกษา นักวิชาการ นักการทหาร ที่ดีแล้ว ...ท่านเหล่านั้น ที่ท่าน ไม่ต่อว่า รัฐบาล ไม่ทวงถามรัฐบาล เพราะเกรงกลัวความมั่นคงทางการงานของตัวเอง ซึ่งดู ๆ แล้ว คล้าย ๆ กับว่า ท่านเหล้านั้นเห็นแก่ตัวที่งอมืองอเท้าอยู่ได้....ไม่เห็นมีใครเหมือนกับ ..."อาจารย๋ ตุ้ม และอาจารย์หวาน "...เลยสักคน....ทั้งสองท่าน คือ ..."วีระสตรี"....ของชาติ ในปี 2554นี้ครับ ผมว่าอย่างนั้นนะ...โดยเฉพาะอย่างยี่ง "ลูกผู้ชายอกสามศอก"...คุณทำตัวเหมือนที่ใครเขาเรียกกันว่า ..."หน้าตัวเมืย"....ตัวเมีย  คือผู้หญิง...สมัยก่อนเขาว่ากัยอย่างนั้น....แต่สมัยนี้ ไม่ใช่แล้ว....สมัยนี้ ...เมื่อผัวผู้ ทำตัวเลว ไร้เกียรติ   ไร้ศักดิศรีแห่งความเป็นคน....ทำตัวเหมือนไอ้มหาโจร.... เข้าปล้นชาติบ้านเมือง ....ผู้หญิงก็ต้องออกมาช่วยกันกู้บ้านกู้เมือง ....ในผู้อัปรีย์ ที่เป็นเป็นวิญญาณชั่วของ พระยาจักรี และ พวกพ้องมาเกิด  และกลับมาทำความฉิบหายย่อยยับให้ชาติบ้านเมืองอีก  ....ดวงวิญญาณของ...."คุณย่าโม"...พร้อมทั้ง ผู้หญิงรับใช้ในสมัยนั้นก็ต้องมาเกิดอีก   ...ต้องท่านเดือดร้อน ...มาเกิดมาแก้ใขสถานการณ์บ้านเมืองให้ลูกหลานไทยได้อยู่ดีกินดีกันต่อไปอีก เช่นกัน....จึงเห็นว่า ในเมื่อผู้ชาติมันทำแต่ความชั่วช้าเลวทรามให้ชาติบ้านเมืองไว้มากมาย....ต่อ แต่นี้ไป ก็เป็นเรื่องของ "วีระสตรีไทย"   ที่จะต้องรุกขึ้นมากู้ชาติบ้านเมืองแล้ว....ผมจึงขอร้องมายังผู้หญิงไทยทั้ง ชาติ ให้รุกนี้มาช่วยกันกู้ชาติบ้านเมืองนะครับ.....ท่านวีระสตรีของชาติทั้งหลาย ครับ

ท่านที่อ้างตนว่ารักชาติทั้งหลาย และขโมยอาวุธยุทธสัมภาระของประชาชนออกมา เข่นฆ่าประชาชนทั้งหลาย...ท่านจะว่าอย่างไร   กันครับ ?....

"DSI"   ว่าอย่างไร ?  โดยเฉพราะอน่างยิ่ง คุณ ธาลิต  อย่ามัว ก้นหน้าก้มตา เอาใจรัฐบาล อย่างไม่ชอบด้วยเหตุผล อยู่เลย ครับ ....ผมเตือนคุณ เพราะคุณเป็นลูกจ้างของผม...กินเงินเดือนของผม มัวแต่ ทำเรื่องไม่เข้าเรื่องอยู่นั่นละ ...ทำไมไม่จัดการกับ....."โจร"....ที่กำลังปล้นเงิน ประชาชนคนทั้งชาติบ้างครับ ....คุณกำลังทำผิดกฏหมายายนะครับ....คุณละเว็นการปฏิบัติราชการจนทำให้ ประเทศชาติได้รับความเสียหาย....จำผมไว้นะ ....การทำอะไำรที่มันเกินไป เมื่อเปลี่ยรัฐบาลเมื่อไร คุณจะลำบาก ....ถึงตอนนั้น  ไม่มีใครช่วยคุณได้ แน่ ๆ ...ผมเป็นห่วงคุณครับ....จริง ๆ นะ ....คุณทำงาน ไม่ต่างอะไรกับ ข้าราชการในราชสำนักของ พระเจ้าหลุยที่ 16 กับ พระนางแมารี่ฯเลย....เหมืองกันทุกอย่าง....จนในสมัยนั้น คุกในฝรั่งเศส ไม่มีที่จะขังคนอยู่แล้ว....และสุดท้ายเมื่อ คุกถูกทำลาย พวกที่ทำงานให้ พระนางแม่รี่  อย่างคุณนี่ละ ได้ถูกจับตัวไปตัดหัวเสีย....1000 กว่าคน....รวมทั้งเจ้านายชั้นสูงในราชวงค์บลูบองทั้งหมดด้วย....ขอให้เมือง ไทยอย่าเป็นอย่างนั้นเลย ...คุณต้องช่วยกันทำอะไร หรือ ปฏิบัติราชการ ให้อยู่ในกรอบของกฏหมายให้มาไว้ ....ขอให้ใช้ความกระร่อนของคุณ ปฏิเสธ หรือ หลบเลี่ยงสิี่งที่   ...."ไม่ชอบด้วยเหตุผล  และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย"....บ้างนะครับ   อย่าคิดเลยว่า ..."มัน"....จะให้ความคุ้มครองกับ คุณไปได้ตลอดชาติ  ไม่มีใครจะอยู่ค้ำฟ้าได้ในโลกนี้   แม้แต่ จิ้นซีฮ่องเต้ที่มีอำนาจล้นฟ้า ...ที่สั่งให้ข้าราชบริภารไปเที่ยวหาของวิเศษมากินทั่วทั้งผืนแผ่นดินจีน ....ยังอยู่ไม่ได้เลยครับ....สักวันหนึ่งมันก็ต้องตายเหมือนกัน ....ผมคิดว่า คุณเป็น มนุษย์ที่เจริญแล้ว... เป็นคนที่พัฒนาแล้ว ....คุณ  !!!...ไม่ใช่สัตว์นรกมาเกิดนะครับ....คุณไม่ใช่โจร 500  ที่ มีความรู้สึก ต่ำทราม ที่ จะแก้แค้นสัตรูการเมือง ด้วยกำลัง เหมือนสัยว์ชั้นต่ำ ...มนุษย์ที่ด้อยพัณนา  ป่าเถื่อนที่ ใช้กำลังกัดกัน (การบิดเบือนกฏหมาย) เข้าห้ำกัน  กัดสัตรูผ้ำยที่อ่อนแอกว่าเหมือนหมาบ้าอย่างไรอน่างนั้นนะ ครับ   ผมเป็น ..."คนเรือ".... ผมเป็น ..."Sea Man"... ทำอะไรเปิดเผย... จริงใจ และจริงจัง....ตามกฏหมาย   อย่างเรื่องนี้ทั้งหมด ...."ผมทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 "....ผมทำในฐานที่ผมเป็นคนไทยที่ต้องปกป้อง... ที่ต้องคุ้นตรอง และรักษาไว้ ซึ่ง.... สถาบัน ชาติ... ศาสนา... และ สถาบัน พระมหากษัตริย์  หรือ   ราชวงค์จักรี แต่ ผมไม่เคยใช้ สถาบันทั้งสามมาทำลายใครทั้งนั้น อย่าง เช่นพรรคการเมืองเลว ๆ ที่ "โหมเจ้า" เพื่อทำลาย  คู่แข่งทางการเมือง ....ผม เป็นห่วงคุณนะครับ....คุณธาริต...จริง ๆ นะความจริงคนที่โหนเจ้า เพื่อทำลายนักการเมืองฝ่ายตรงข้าน นั่นแหละ คือ ...ผู้ทำลายเจ้า หรือราชวงค์จักรี"...ละ....คิดกันให้ดี ๆ นะ ...จะบอกให้...แล้วจะหาว่าผมไม่เตือน.....ทุกอย่างที่จะนำคนไปลงโทษได้ ...."ต้องชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมาย"

เมื่อ พวกเราเหล่านิสิตนักศึกษา ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่   นักวิชาการ สื่อมวลชน ต่าง ๆ ไม่ช่วยกันดูแลบ้านเมือง  ..ปล่อยให้โจรเข้าปล้นบ้าน ปล้นเมืองอย่างนี้ ..ก็ช่วยไม่ได้ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วยังจะเลือกพรรคประชาธิปัตเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกก็ช่วยไม่ ได้จริง ๆ  ...ได้แต่พูดสั้น ๆ ว่า ..."สมน้ำหน้ามึง...ไอ้พวกจังไร  ที่ไล้ความคิด" ...ดีใหมละ ?"

"ทำไม ?  ....เขาทำได้ถึงขนาดนั้นครับคุณลุง  ครับ"

"เพราะ คุณเปรมได้วางตัวช่วยไว้อย่างรอบคอบ เมื่อตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อจากคุณเกรียงศักดิ์ ถึงแปดปี ได้วางลากฐานในการสร้างอิทธิพลให้ตัวเองและกลุ่มไว้อย่างมั่นคง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ อย่างรอบคอบ ลัดกุม ด้วยการปล่อยให้มีการโกงกินกันในกองทัพอย่างมากมาย (ดูจดหมายของคุณมนูญกฤต รูปขจร) จนทำให้กองทัพไทยอ่อนแอลง ....อ่อนแอลงทุกวัน  ๆ  เพราะทหารไม่สนใจการฝึกอบอมวิชาทหารเพื่อป้องกันประเทศ  แต่กลับมาสนใจการเมือง (เพราะได้ผลประโยชน์มาก) เข้าไปก้าวก่ายการบริหาร ตือเข้าไปจัดตั้งรัฐบาล  หรือเข้าไปก้าวก่ายการเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกลุ่ม....นอกจากนี้ยังได้ตั้งให้ คุณ จำรอง ศรีเมือง เป็นเลขาไว้เป็นมือ  สร้างความปั่นป่วยให้บ้านเมือง หรือที่เราเรียกว่า ..."บ่อนทำลายบ้านเมือง"...ก่อนที่จะยกกองทัพออกมาเข่นฆ่าประชาชน คือทำลายชาติไทย   วิธีการนี้ นักการทหารเขาเก่งมา เพราะเข้าจะสอนไว้ใช้กับข้าศึกสัตรู   แต่ไม่รู้ คุณเปรม คิดได้อย่างไร จึงเอาวิชาการนี้มาใช้ในประเทศไทย บ้านเมืองของตัวเอง ....มันอะไรกันโว้...ประเทศไทย...ผมอยากจะร้องให้มันดัง ได้ยินไปถึงสวรรคชั้นฟ้าเลย" ให้......ทิพย์อาจเคยอ่อนแต่ก่อนมา กลับกระด้างดังศิลาขึ้นมาอีกสักครั้ง "   

"คุณ ลุงครับ พรรคประชาธิปัต เก่งมากนะครับในเรื่องการกล่อมให้ ประชาชนคนไทยเจ้าของประเทศไทย   ทำลายประเทศไทยของตัวเองได้   ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หัวหงอก หัวดำเห็นดีเห็นชอบกับ พรรคประชาธิปัติไปหมด...ผมหมายความว่า การบ่อนทำลายประเทศไทยนั่นละครับ"

"พรรคประชาธิปัติไม่ถูกยุบเพราะ ใช้ เงื่อนใขของเวลาโดยรู้กันทั้งขบวนการยุติธรรม(เป็นขบวนการที่สร้างขึ้นเพื่อ ทำลายสัตรูทางการเมือง โดยหลวงพิบูลฯมาก่อนในอดีต)...มีหลายฝ่ายให้ความร่วมมือนด้วย...ที่ทำ ให้...."หมดอายุความโดยไม่พูดว่า ถูกหรือผิด"....ใครละที่เก่งในเรื่องนี้ ?"

"ใครละ ครับที่เก่งในเรื่องนี้ ?"

ไม่รู้ว่าใครเก่งในเรื่องนี้...ของ พรรคประชาธิปัต  ...แต่คุณจำ...น้องชายคุณชวน หลีกภัยได้ใหมละ....คน ๆ นี้ ....เอาเงินของธนาคารไปหลายล้านบาท แล้วหนีไปต่างประเทศจนหมดอายุความ เมื่อหมดอายุความแล้วจึงกลับมาประเทศไทย และกลับมาใช้เงินอย่างสบายใจเฉิบ....นี่ก็เป็นเงื่อนใขของเวลาเช่นกัน ....เธอรู้ดีนี่ว่า   เงื่อนใขของเวลาอย่างนี้มันเกิดจากใครในพรรคประชาธิปัตละ"

"ร้ายมากนะครับ...ไม่น่าเป็นไปได้ ?"

"มันเป็นไปแล้ว ...เพราะมีรัฐธรรมนูญ 50 ช่วยด้วยในหลาย ๆ เรื่องก่อนที่จะถึงจุดจบ"

"แล้วใครสร้าง รัญธรรมนูญ 50 เล่าครับ "

"คนหน้าแหลมฟันดำ...อดีตเคยเป็นเลขา ของคุณเปรม และ CIA เช่นเดียวกับคุณจำรอง คนที่สั่งคุณจำรอง และ คนหน้าแหลมฟันดำได้จึงน่าจะเป็นคุณเปรม .....นอกจากนั้นแล้วใครจะไปสั่งเขาได้ ? "

"อย่างนี้ไม่ผิดหรือครับ ?"

"ผิดขั้นร้ายแรง....ร้ายแรงกว่าผู้ก่อ การร้ายเสียอีก ....ความผิดฐานบ่อนทำลายประเทศไทยนั้นคือ ..."ยิงเป้า"...เป็นความผิดไม่ต่างจาก..."อาชญากรสงคราม"  เลย   แต่ใครเล่า จะไปจับ คุณเปรม คุณจำรองมายิงเป้า...ใคร...ใหนรองเสนอหน้าออกมาสักคนซิ ....เห็นเก่งแต่กับคนเสื้อแดง...คนเสื้อแดง ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย เขามาเรียกร้องขออำนาจอธิปไตยของเขาคืน   แล้ว ใครกันแน่ ที่สร้างสถานการดูดให้เห็นคล้าย ๆ กับว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้าย   ด้วยการ เผาเซ็นทรัลเวอร์  เพื่อให้โลกเห็นว่าเข้าข่ายตามกฏหมายว่าเป็นผู้ก่อการร้าย จะได้ตั้งข้อหา แล้วจับเข้าคุก "ระวังนะ ให้ทุกข์แก่ท่าน   ทุกข์ทั้นจะถึงตัว".........วันใดที่...ท้องฟ้าเปลี่ยนสี....วันนั้น ประเทศไทยจะต้องกลายเป็น ...เช่น ..การปฏิวัตในฝรั่งเศส คือมีการทำลายคุกที่กุมขังคนผิดที่ไม่ผิด แต่ถูกทำให้ผิด...คุกที่ขังคนตามใจท่าน....ฯลฯ...คนตัดสินคนที่ไม่ผิดให้ เป็นผิด   ตัดสินคนที่ผิดให้เป็นถูก.....คนพวกนี้ ...เมื่อถึงวันนั้น...วันที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสี....คนพวกนี้ ต้องถูกตัดหัวทั้งหมด...ผม ว่าอย่างนี้นะ ...จะจริงหรือไม่จริงอย่างไร ?   เวลาเป็นเครื่องตัดสิน ....เพราะเมื่อถึงเวลาเข้าจริง ๆ จะไม่มีใครปล่อยให้ให้ประเทศไทยล่มสลายไปเป็นแน่....ฟังไว้นะ ...ฟังไว้ แล้ว จำคำพูดของผมไว้ด้วย"

"หน้ากลัวนะครับ...เมืองไทยเป็นเมืองพุทธนะครับ...จะเป็นไปได้หรือครับ ?"

"ทุกอย่างเปลี่ยนได้ทั้งนั้น....จิ้นซีฮ่องแต้ รวบ รวมประเทศจีนได้ เพราะยกเลิก และกวาดล้างระเบียบแบบแผน และกฏเกณต่าง ๆ ทั้งหมดที่..."ขงจื้อ"....วางไว้...เผาตำราของขงจื้อ ...ฆ่าลูกศิษของขงจื้อ ...แล้วหันไปใช้.."ระบบนิตินิยม"...แทน   จึงทำให้เมืองจีนเป็นปึกแผ่นได้....ยิ่งใหญ่...เข็มแขง   จนสามารถสร้างกำแพงเมืองจีน  หรือ/คือ ต่อกำแพงเมืองจีน ที่ขุนนางทางฝ่ายเหนือได้สร้างไว้ก่อน ต่อของเก่าออกไปอีกจนยาวไกลขึ้นกว่าเดิมอีกมาก แต่ก็มีคำถามว่า ..."จินซีฮ่องเต้  เป็นทรราช หรือ มหาราชกันแน่"....คำตอบก็คือ ...."ใครได้ประโยชน์ก็บอกว่าเป็น  "มหาราช"....ใครเสียประโยชน์ ก็บอกว่าเป็น..."ทรราช"....เมืองไทยก็เช่นกัน ...ไม่ต่างอะไรกัน...เพียงแต่รอเวลาให้...."ฟ้าเปลี่ยนสี"...เท่านั้น"

    พอดีรถมาถึงบ้าน จ่ายเงินเรียบร้อย แล้วก็เปิดประตูรั่ว ขนของเข้าบ้าน

Sun,May  15 2011. @ 0814

.....................................................

 

Sun,May  22,2011

สวัสดีครับ ...ท่าน

เราจะเห็นว่า หลังจากการก่อกบฏของนายทหารในกองทัพบกบาง ส่วน ซึ่งนำโดยคุณสนธิ บ.    แล้วหลังจากนั้นเป็นต้นมา ประเทศไทยก็เสื่อมลง และเสื่อมลงไปอีกทุก ๆ ปีอย่างเห็นได้ชัด จนถึงวันนี้ 22 พฤษภาคม 2554 ว่ามีการ..."ช่อราชบังหลวง"...กันอย่างหน้าด้าน ๆ มากมาย   มีหลายอย่างที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้ ทำทางไว้ อย่างไม่ชอบด้วยเหตุผล  เช่น เมื่อสอง-สามวันก่อน...ก่อนยุบสภา นายอภิสิทธิ์ ได้เซ็นต์อนุมัติการดำเนินงานในนามของรัฐบาลไว้มากมาย คิดเป็นมูลค่่า แล้วหลายแสนล้านบาท....เป็นการทิ้งทวนไว้ให้ตัวเองแลัพรรคพวก ....จากเงินจำนวนมากมายเป็นแสน ๆ ล้าน เมื่อคิดเป็นส่วนที่จะเข้ากระเป๋าของคนในรัฐบาลชุดนี้ ....แน่นอน ...ส่วนหนึ่งมันจะต้องเอาเงินส่วนนี้ ไปให้...."ไอ้พวกมาเฟียร์การเมือง"....ด้วย

ส่วนที่รัฐบาลชุดนี้เอา.... บวกกับส่วนที่ มาเฟียร์การเมืองจะได้... คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ แล้ว ครั้งสุดท้าย มีข่าวว่ามัน เรียกร้องเอาจากพ่อค้า หรือ นักธุระกิจ  ที่รับงานไปดำเนินการมากถึง 30 %  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงตามข่าว.....ท่านครับ....ท่านรองคิดดูซิว่า "สามสิบเปอร์เซ็นต์ ของเงินเป็นแสนล้านนั้นมันเป็นเงินเท่าไร ?" ....แล้วคิดง่าย ๆ เงินจำนวนนั้น ถ้ามาเฟียร์การเมืองเรียกเก็บไป 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นส่วนที่รัฐบาลนายอภิสิทธจะเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง ท่านลองคิดดูด้วยหัวสมองที่โง่ที่สุดของท่านดูซิว่า พวกมันจะได้กัน "หัวละเท่าไร?".....แล้วเงินส่วนนี้เป็นเงินของใครกันครับ?......ไม่ใช่เงิน ของประชาชนคนทั้งชาติหรือครับ ?....แล้วทำไม ?... เราจะต้องยอมให้ไอ้พวกมาเฟียร์การเมือง และ คณะรัฐบาลชุดนี้ มา...."ปล้น"....เงินของพวกเราไปด้วย.....แน่นอนครับ ...เงินจำนวนดังกล่าวนี้ รัฐบาลนายอภิสิทธ์ ก็ต้องนำไปแบ่งให้ ....ข้าราชการพลเรือน ทหาร-ตำรวจ   ข้าราชการ ในขบวนการยุติธรรมด้วย   รวมทั้งองค์กรอิสระ ที่ถูกตั้งขึ้มมาอย่างไม่ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมายด้วย  กล่าวคือ ....พวกตุลาการ-ผู้พิภากษา ....พวกที่ถูกตั้งขึ้นมาจาก หัวหน้ากบฏ คือ คุณสนธิ บ. ในองค์กรอิสระต่าง ๆ   ข้าราชการ การเมืองตัวเล็ก ๆ ด้วย นักวิชาการ สื่อมวลชน ที่เกาะแข้ง  เลียขานายอภิสิทธ์อยู่ในขณะนี้  คือ  คนที่ทำตามคำสั่งของอภิสิทธิ์ เช่น สั่งให้ยัดข้อหาต่าง ๆ ในการจับประชาชนคนไทย เจ้าของประเทศที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับนายอภิสิทธิ์เข้าคุก    ฆ่าและใส่ร้ายป้ายสี ประชาชนคนไทย ผู้เสียภาษีให้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย....ข้าราชการ พลเรือนทั้งทหาร-ตำรวจ ผู้พิภากษา-ตุลาการเหล่านี้ ล้วนแต่มีความผิดทั้งนั้น ในข้อหา ...ปฏิบัติ ราชการทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายบ้าง....ละเว็นการปฏิหน้าที่บ้าง ....ปฏบัติการ หรือ/คือ ทำงาน หรือ ปฏิบัติราชการโดยไม่มีกฏหมายรองรับบ้าง.....สร้างและ เขียนกฏหมาย มาใช้บังคับ โดยไม่มีอำนาจบ้าง....ฯลฯ     สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คนที่ได้ส่วนแบ่งก็บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ (รัฐบาลนายอภิสิทธิ์) ดี....อยากให้อยู่เป็นรัฐบาลต่อไปอีก   เพื่อจะได้ โกงกินเงินภาษีอากร ของประชาชนต่อไปอีก ....คนกลุ่มนี้ ตามที่กล่าว จะเตรียมแผนการ  อาวุธยุทธสัมภาระ (ความดิด) เอาไว้กำจัด  เข่น-ฆ่าประชาชนอีก ในความควบคุม และอำนวยการของ มาเฟียร์การเมืองอีก ถ้า พรรคประชาธิปัตมีเสียงข้างน้อย ไม่ได้เป็นรัฐบาล ...ไอ้พวกมาเฟียร์การเมือง มันต้องออกมาอาละวาดอีกแน่ ๆ เพื่อผลประโยชน์ของพวกมัน ฯลฯ

เอาละครับ....ไอ้โจร 500 จำพวก....ท่านอยากจะทำอะไรกัน   ท่านก็ว่าของท่านไป....ตามสดวก ....ในเมื่อผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่ในเมืองไทย...ที่ควรจะปกป้องบ้าน เมือง กลับเห็นดีเห็นชอบไปกับท่าน ก็ว่ากันไป นับว่าเป็นคลาวเคราะห็ของบ้านเมืองก็แล้วกัน .....แต่จะอย่างไรก็ตามผมคิดว่า....  ในเมืองไทยยังมีคนดี ๆ อีกมากนะ ครับ....เขาต้องไม่ยอมแน่... และผมอยากจะถามท่านว่า ...

"ประชาชนคนไทยทั้งชาติที่เขาไม่ได้ผล ประโยชน์จากรัฐบาลนายอภิสิทธ์ ซึ่งมีทั้ง ข้าราชการพลเรือน ทหาร-ตำรวย ข้าราชการการเมือง ...ผู้พิภากษา-ตุลากาล...นักวิชาการ    แพทย์ - พยาบาล  สื่อมวลชน นิสิต-นักศักษา ครูอาจารย์   ฯลฯ....ที่ท่านเหล่านั้น เขาไม่ได้ประโยชน์จากท่าน (ไม่ได้ร่วมปล้นชาติ) กับท่าน   .....  เขาจะยอม หรือ ครับ? "

และถ้าเขาเหล่านั้นไม่ยอม ...แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ในประเทศเทศไทย...."ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน"....อาจจะมีคนในกองทัพ ทั้งกองทัพบก   เรือ   อากาศ ....ส่วนหนึ่ง ที่เขารักชาติ(ประชาชน)บ้านเมือง และทำตามที่เคยตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้ว่า ..."ชาติ   เกียรติ....วินัย...กล้าหาญ   ....หรือ ...จะจงรักภักดี ต่อ สถาบัน  ชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริตริย์ และ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย" ......ถ้าทหารเหล่านี้...คือทหารที่ไม่ได้ ร่วมปล้นชาติ กับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์  เขาเข้าร่วมกับ ประชาน คนเสื้อแดง  แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อทำตามคำปฏิญาณไว้ต่อหน้าแถวทหาร แล้ว ....อะไร จะเกิดขึ้น ?  เมืองไทยก็จะต้องนองเลือดอย่างในฝรั่งเศสเป็นแน่....นั่นก็เพราะ นายทหารใหญ่ ๆ เสียสัตย์ เช่น "เจ้าพระยาจักรี"...เมืองไทยจึงนองเลือด (ใคร คือผู้ก่อการร้ายกันแน่ ?)...ท่านครับ...แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ในเมืองไทย ครับท่าน ?

เพื่อน ๆ ร่วมชาติทุกท่านครับ.....ท่านเห็นอยู่แล้ว โดยไม่ต้องชี้นำว่า คนต่างจังหวัดเดียวนี้ เขารู้ และเข้าใจในเรื่องการบริหารบ้านเมืองเป็นอย่างดี รู้ว่าใครดีใครชั่ว แต่ นายอภิสิทธิ์และสมุนรอบ ๆ ข้าง ยังหน้าด้าน ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ตีหน้าทำเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส(ดูตอนมันเดินออกหาเสียง)   เหมือน ๆ กับว่ามัน   "ดูถูกคนไทยว่า คนไทยยังโง่อยู่ สามารถหลอกได้"   ...เหมือน ๆ กับ สมัยนายควง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตคนแรก เคยหลวกลวงประชาชนไว้มาก (กรณีนายปรีดี)  และก็ได้สั่งสอน การ  "โกหก  ปลิ้นปล้น  กระร่อน   ตอแหล"....กัน ต่อ ๆ มา จนถึงอภิสิทธิ์ ในการหาเสียงเลือกตั้ง

"เหล็กวิลาส หรือ จะสู้ ตะปูควง"...

ผมยังเด็กอยู่ แต่จำได้ไม่มีวันลืมว่า...นี่คือวลีหนึ่งของนายควง อภัยวงค์ ในการแสดง ..."ไฮปาร์ค"...ที่สนามหลวง

เพื่อน รัก....เพื่อนร่วมชาติที่รักทั้งหลายครับ....  ตลอดระยะเวลา หกเจ็ดสิบปีที่ผ่านมา   นักการเมืองที่เป็น สุภาพบุรุษ แต่ภายนอก ส่วนภายใน คือ ...."ไอ้มหาโจร"....เสียเป็นส่วนมาก ....นักการเมืองสุภาพบุรุษ ที่ดี ๆ ก็มี มาก   แต่ ก็น้อยกว่า ที่ทำตัวเป็นไอ้มหาโจรเข้าปล้นชาติบ้านเมือง ....กันอย่างโจงคลึ่ม   ในการให้ความคุ้มครองของไอ้พวก..."มาเฟียร์การเมือง"....ที่มีผลประโยชน์ ร่วมกัน ....จนเกิดข้าวยากหมากแพง เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า บ้านเมืองรุกเป็นไฟ เพราะใคร ? ....ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้พวกอัปรีย์เหล่านี้จน....

"มีคนตายที่ราชประสงค์"

มี คนตายที่ราชประสงค์ 90ศพ บาดเจ็บ สองพัน เพราะการกระทำของคนในคณะรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ทั้งนั้น....เพราะรัฐบาลชุด นี้ (ชุดนายอภิสิทธ์) ไม่ใช่สุภาพบุรุษ แต่เป็นโจร หรือผู้ก่อการร้าย ผู้บ่อนทำลาย ประเ ทศไทย จึงเกิดคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากเช่นนั้น.....เมื่อไรที่ฟ้าเปลี่ยน สี....ต้องเอาพวกมันมาขึ้นศาลที่มีมาตราฐานเดียวแล้วทั้งหมด.....จำคุณลุง ไว้นะลูก...ว่าต้องเอาพวกมันมาขึ้นศาลทั้ง หมด...ถ้าลูกต้องการให้ เมืองไทย คุณลุง หมายความว่า ประชาชนคนไทยทั้งชาติ อยู่เย็นเป็นสุข   ไม่มี...."การ ก่อการกบฏขึ้นในราชอาณาจกรไทยขึ้นอีก"..

เมื่อเกิด ข้าวยาก หมากแพงขึ้น ตอนนี้ ก็ต้องเดือดร้อนถึง...."วีระสตรี".... ที่ จะต้องออกมากู้บ้านกู้เมืองกันแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ก็มาก และสียชีวิตไปแล้วก็มี.....ดูได้จากบนเวทีของคนเสื้อแดง .....มีวีระสตรีท่านหนึ่ง เป็นโฆษกหญิงของตนเสื้อแดง ออกมา ต่อสู้ กับทรราช อย่างอดทน  วีระสตรีท่านนี้ร้องเพลงเพราะมาก ....ซื่ออะไรก็ไม่ทราบ   จำไม่ได้ ครับ....รู้สึกว่าแต่ก่อนเคยขึ้นเวทีคู่กับ วิสา คันทับ หรืออะไรนี่ละครับ   ....ที่เห็นครั้งสุดท้ายคือ บนเวทีของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ เมื่อ วันที่ 19 พย 2554  ผมยาว ๆ แต่งชุดสีดำ   ในวันที่ คนเสื้อแดงมาชุมนุมกันจัดพิธีรำรึกถึงคนที่เสียชีวิตที่ราชประสงค์จากการฆ่า ของคนในรัฐบาลโดยใช้อาวุธสงครามยิง จนเสียชีวิตไปเก้าสิบสองศพ

ยังมีอีกครับ ....ยังมีอีกสอง-สามท่าน ที่ผมชอบมาก และติดตามฟังรายการ ของท่าน..."วีระสตรี"...กลุ่มนี้ มาตลอดเวลา  เมือผมกลับมากรุงเทพฯ ครับท่าน....วีระสตรี ในกลุ่มนี้ พอจะจำชื่อเล่น ๆ ของท่านได้ว่า   มี ...."อาจารย์ตุ้ม และ อาจารย์หวาน "...ครับ ท่าน...จริง ๆ แล้วมีสามท่าน แต่อีกท่านหนึ่งผมไม่ทราบว่าท่านซื่ออะไร...ครับ   ทั้งสามท่านนี้ เป็นวีระสตรีในกลุ่มของนักวิชาการ จากมหาวิทยาลัย(นิสิตนักศึกษาว่าอย่างไร ? .... ไม่ออกมช่วยอาจารย์บ้างหรือครับ...ควรจะออกมากันมาก ๆ นะ ...เพราะมันเป็นเงินของลูกด้วย)

 ท่าน ครับ .....วีระสตรี ลูกหลาย...."ย่าโม"....ไม่ได้มีเท่านนี้นะครับ   ยังมีอีกมากครับ...มีอีกมากมาย ...ท่านไปเอา เทปที่อัดไว้ในวันที่คนเสื้อแดง แดงทั้งแผ่นดินมาชุมนุมกัน...ท่านลองเอามาเปิดดูซิครับ แล้วท่านจะเห็นยัง มีวีระสตรี เสื้อแดงมาร่วมกันอีกมากมาย .....ท่านเหล่านี้   คือ ลุกหลานของ..."ย่าโม"....ทั้งนั้น ครับ..และจะมีมาก   และมากขึ้นกว่านี้อีก ถ้าคนตาย และ คนที่บาดเจ็บที่ราชประสงค์ไม่ได้รับความเป็นธรรม ....ลูกหลานย่าโมจะออกมาปกบ้าน-ป้องเมือง มากขึ้นเลื่อย ๆ ทั้งสาว แก่ แม่หม้าย ทั้งนิสิต-นักศึกษา ....ฯลฯ    ถึงเวลาแล้ว....ที่....ที่เราจะตัองพร้อมใจกัน   ยกประเทศไทยให้ วีระสตรี   ลูกหลานย่าโมปกครองบ้าน ปกครองเมืองบ้าง ในเมื่อไอ้พวกผู้ชายอกสามศอกอัปรีย์พวกนั้น มันร่วมกันเหยียบยำ่ ประเทศไทยเสียจนย่อยยับแทบจะโตไม่ขึ้นอยู่แล้ว....ถึงเวลาแล้วที่ เราประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จำเป็นเหลือเกินที่เราจะต้องพร้อมใจกัน....ด้วยความเต็มใจ....ด้วยความจริง ใจ....ที่จะให้ลูกหลาน..."ย่าโม"...ปกครองเเมืองไทย   ปกครองประเทศไทย

เมืองไทย ไม่สิ้นคนดี ครับท่าน....อภิสิทธิิ์....เป็นนอร์มานี ของมาเฟียร์การเมืองใคร ๆ ก็รู้....อภิสิทธ์นอร์มานีของ "ผู้ที่ควบคุมระบบเผด็ดการทหาร ใคร ๆ ก็ทราบ"....เป็น อยู่ตั้งแต่ต้น จนบัดนี้ ใคร ๆ ก็รูู้ ....คนพวกนี้ ...ผมหมายความว่า คนที่อยู่เบื้องหลังการบริหารงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ท่านเหล่านั้น ...ท่านน่าจะหยุดบทบาทของท่านได้แล้วนะครับ .....ท่านมาเฟียร์การเมืองทั้งหลาย ....ทั้งเล็ก และใหญ่ .....ใหญ่ ๆ กันทั้งนั้น ควรจะใช็ความใหญ่ของท่านควรจะเอาความใหญ่ของท่านไปทำประโยชน์ให้ชาติบ้าน เมืองบ้าง....ไม่ใช่ยิ่งใหญ่ ยิ่งทำแต่ความชั่วไว้ในแผ่นดินให้ลูกให้หลานเอาเป็นตัวอย่าง ....ท่านเลิกได้แล้วนะ ..... ประชาชน คนไทยทั้งชาติเขาทนกับท่านมานานแล้วนะ .....ท่านหยุดได้แล้ว....ถ้าท่านไม่ต้องการให้ เกิดเหตุการณ์ อย่างเช่นการปฏิวัติในฝรั่งเศสขึ้นในประเทศไทย ....ที่ท่านฆ่าประชาชนตายไป 90+ ศพ นั้น ท่านอย่านึกนะว่า ประชาชน...คนเสื้อแดง เขาจะกลัวท่าน....คนเดียวนี้ ....เขาไม่กลัวแล้วความตาย...ในเมื่อบ้านเมืองเกิด...."ข้าวยาก หมากแพง"....ชัก หน้าไม่ถึงหลัง อย่างที่ ...."แทคซี่"...เล่าให้ผมฟังในส่วนที่ 1 นั้น เขาลำบากมากนะ ...ข้าวของแพงมาก เพราะท่านทั้งนั้น    เพราะท่านจงใจให้ของแพง  โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน  เพราะฉะนั้น....คนเสื้อแดงที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้น และมากขึ้น จน แดงทั้งแผ่นดิน  เมื่อเขาลำบากมาก ๆ เข้า  เขาจะเกิดความรู้สึกว่า ..".อย่าอยู่เป็นคนเลยตายเสียดีกว่า".....ถ้ามีคนคิดอย่านี้มาก ๆ เข้า ...ผม กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ ขอเรียนต่อท่านว่า..."ท่านจะลำบากนะ บรรดามาเฟียร์การเมืองทั้งหลาย  ท่านอาจจะหัวหลุดออกจากบ่าทั้งโคตรของท่านก็ได้"...ใครจะไปรู้ ?.

ผม...กัปตัน อดิศัย  พะลายานนท์  จึงเรียนมายังท่านสุภาพสตรี ท่านสุภาพบุรุษ ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการปล้นประเทศไทยร่วมกับไอ้มหาโจรพวกนั้น   ขอให้ท่านได้กรุณาพิจารณามอบความไว้วางใจให้กับ...."วีระสตรี"....ของเราได้ แก้ใขวิกฤตการณ์บ้านเมืองด้วยครับ ขอบคุณ/อดิศัย พ./

More...

 

พระบาทสมเด็จ

    พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว 

รัชกาลที่ 4 องค์ที่ 2

  พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่เดิมมีพระนามว่า "สมเด็จฯเจ้าฟ้าชายจุฑามณี" ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 50 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กับ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชีนี อีกทั้งยังเป็นพระอนุชาร่วมพระราชบิดาและพระราชมาดารเดียวกับพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 องค์ ที่ 1  และ เป็นพระอนุชาต่างพระมารดากับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3  ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง ตรงกับว้นที่ 4 กันยายน พ.ศ.2351 เวลา 5 นาฬิกา ณ พระราชวังเดิมกรุงธนบุรี 

วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2375 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาเป็น "สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์"

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2394 ทรงได้รับพระราชทานพระบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 2 จากพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระนามตามที่ปรากฎในพระสุพรรณบัฎว่า "สมเด็จพระปวรนทราเมศ มหิศเรศรังสรรค์ มหันตวรเดโชไชยมโหฬารคุณอดุลเดช สรรพเทเวศรานุรักอิศรราชรามรังกูร บรมมกุฏีนฑรสูรย์ โสทรานุชาธิบดินเสนางคนิก  รินทรบวราธิเบศร พลพระยุหเนตรนเรศรมหิทธิวรนายก สยามาธิโลกยดิลกมหามหาบุรุษรัตน ไพบูลยพิพัฒสรรพศิสปคม สุนทโรดมกิจโกศล สัปตปดลเศวตฉัตร สิริตนโนปลักษณมหาบวรราชาภิเษกาภิษิต สรรพทศทิศวิชิตวิไชย อุดมมไหศวริญมหาบวรราชาภิเษกาภิษิต ฯ พระปิ่นเกล้าเจ้าอนู่หัว

- เป็นพระราชบิดาของ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์  

-  เป็นปู่ของ หม่อมเจ้าธำรงค์วรวัตร นวรัตน์

-  เป็นปู่ทวดของหม่อมราชวงค์หญิงกมลพิสมัย นวรัตน์

-   เป็นตาทวด-ทวดของกัปตันอดิศัย พะลายานนท์

- ทรงเป็นแม่ทัพเรือคนแรกของประเทศใทย และเป็นแม่ทัพเรือไทยคนเดียวเท่านั้นที่เคยยกกองทัพเรือไทยไปทำ ..."ยุทธนาวี".....ในน่านน้ำต่างประเทศ

- ทรงเชียวชาญในด้านการทหารมาก ซึ่งสมัยนั้นมี แต่ ทหารบก และ ทหารเรือ  เท่านั้น ใด้ทรงแปลตำราปืนใหญ่จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เมื่อปี พ.ศ.2383 ระหว่าที่รับราชการเป็นผู้บังคับการทหารปืนใหญ่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทหารบกใช้ฝึก....ทางด้านทหารเรือได้ทรงต่อเรือรบขึ้นใช้ด้วยฝีพระ หัตถฺของพระองค์เอง เป็นลำแรกเมื่อปีพ.ศ.2390 และต่อมาได้ต่อขึ้นอีกหลายลำเช่น เรือยงยศอโยธยา เรืออาสาวดีรส เรือสินค้ารอแยล เอเดนเลต เป็นต้น

More...
 
 
 

Column 4

หม่อมเจ้า

        ธำรงค์วรวัฒน์นวรัตน์

มีโอรส และธิดา กับ หม่อมสุดใจ นวรัตน์ 8 ท่าน คือ

1. หม่อมราชวงค์ อนุธรรมรง นวรัตน์

2. หม่อมราชวงค์ ทรงสุจริต  นวรัตน์

3. หม่อมราชวงค์ นิมิตมงคล นวรัตน์ (สามีของ " ป้าจบ "คุณหญิงบรรจบพันธุ์ นวรัตน์ ณ อยุธยา พี่สาวของ พล.ร.อ. จิตร สังขดุลย์ ร.น.)

4. หม่อมราชวงค์หญิงกมลพิสมัย นวรัตน์ (มารดาของ กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ M.Mnr.)

5. หม่อมราชวงค์หญิง พิลัยเรขา (สุนทรพิพิธ) นวรัตน์  

6. หม่อมราชวงค์ สง่ายรรยง นวรัตน์  

7. หม่อมราชวงค์หญิง สุวลี (สืบแสง) นวรัตน์

8. หม่อมราชวงค์หญิงแน่งน้อยโสภา นวรัตน์ 

เป็นท่านตาของกัปตันอดิศัย พะลายานนท์

**********

นิดหนึ่ง สำหรับหม่อมยายของผม ......

   - ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาโยธาเขื่อนขันธ์ (แย้ม)  มี บุตรสาว คือ คุณลูกจันทร์ ได้แต่งงานกับ คุณลูกอินทร์เป็นหัวหน้าฝีพายวังหน้า บุตรของ พระยาปกิต ซึ่งรับราชการวังหน้าหม่อมยาย หรือ หม่อมสุดใจ....เป็นลูกสาวคนสุดท้องของ คุณลูกจันทร์ และคุณลูกอินทร์  แต่งงานกับ ม.จ. ธำรงวรวัฒน์ นวรัตน์ เมื่ออายุ 16 ปี ฝ่ายชาย อายุ 20 ปี มีบุตร-ธิดา ท่าน ตามรายนามข้างบน

   - หม่อมยาย เป็น แม่นมของพระธิดาองค์ใหญ่ของ จอม พลสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรควรพินิต พระโอรส พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว และเป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหม กับ ท่านหญิงสมประสงค์ ....ตอน นั้น...หรือ ขณะนั้น หม่อมสุดใจ ได้ธิดาคนโต คือ ม.ร.ว.หญิง กมลพิสมัย นวรัตน์ (มารดา กัปตันอดิศัย พะลายานนท์).....ณ....วังบางขุนพรหม....ดังนั้น ลูก ๆ ของหม่อมสุดใจ ทุกคน จึงเติบโตมาในวังบางขุนพรหม  และอยู่ในความอุปการะ ของทูลกระหม่อมสมเด็จฯ ทั้งนั้น.....

 

 

************

 

 

Noted

ข้อความตรงนี้ได้ถูกย้ายไปอยู่ที่ เมนูย่อย เรื่อง...."โจรครองเมือง ตอนที่  1 - 5"

............................

More...
 
 
 

 

 

Column 6

 

นายพันตำรวจโท พระอนุรักษ์นครินทร์

 เป็น บิดาของ นายพันตรีหลวงละออพจมาน

 -  เป็นปู่ของกัปตัน อดิศัย  พะลายานนท์ M.Mnr.

  เป็นต้น นามสกุล  "พะลายานนท์"  นามสกุล พะลายานนท์ เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า  "Balayananda"  ได้รับพระราชทานจาก "พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว"  ทรงพระราชทานให้ใว้กับ รองอำมาตย์เอก ขุนอนุรักษ์นครินทร์ (ชื่น) สารวัตใหญ่กรมพลตระเวณ กระทรวงนครบาล  เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน  พุทธศักราช ๒๔๕๘   เป็นลำดับที่ ๒๗๑๕  ในสมุดทะเบียฬนามสกุลพระราชทาน   ต่อมา คือ นายพันตำรวจโทพระอนุรักษ์นครินท

 

 

........................................Noted

ข้อความตรงนี้ได้ถูกย้ายไป อยู่ในเมนูย่อย เรื่อง...."โจรครองเมือง 1 - 5"

.............................

More...
 
 
 

Column 8

ภาพเล็ก เป็น ภาพ ครอบครัวของคุณย่าลิ้นจี่   ทุกคนในภาพเสียชีวิตหมดแล้ว ยกเว็น คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สองคน ....คนยืนซ้ายมือ คือ นายประทีป อุตตมะโยธิน ครั้งสุดท้ายก่อนปลดเกษียร ได้ข่าวว่าไปเป็นป่าไม่เขตอยู่ที่ ศรีราชา....อีกคน  ที่ยืนทางขวามือ...คือ พล.ร.ต.ปัญญา อุตตมะโยธิน รน.  ....ที่ยืนทั้งสองท่านดังกล่าวยังมีชิวิตอยู่...ครับ

ส่วนภาพใหญ่  เป็นภาพของคุณย่าลิ้นจี่ น้องสาวคนที่สองของคุณปู่พระอนุรักษ์ฯ ....และเป็นลูกสาวคนที่สองของคุณทวด นงค์ หรือ นวม ที่คุณทวดนงค์ส่งเข้าไปเรียนการครัวในวังหลวง ...ส่วนลูกสาวคนโต หรือ คนพี่...ที่ซื่อว่า "องุ่น"....เป็นคนสวยมาก  สวยเหมือน ๆ กับคุณทวดนงค์ นั่นละ รัชกาลที่ 6 จึงขอไปหัดลครอยู่ในวัง  ....คนน้องที่ชื่อ ลิ้นจี่ ...ก็สวยไม่แพ้พี่สาวเช่นกัน(ดูรูป)...จึงได้มีพระองค์เจ้าองค์หนึ่งมาขอจาก คุณทวดนงค์ แต่คุณทวดนงค์ไม่ให้ โดยบอกว่า ...."ไม่ชอบเจ้า"....แล้ว ไปยกให้กับ   นายร้อยตรีปลอด หรือ/คือ นายพันตรีหลวงพลขันศักดิ์ธรุท ต่อมาได้รับพระราชทาน นามสกุล.  ..."อุตตมะโยธิน"...จาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้า รัชกาลที่ 6

คุณย่าองุ่น ที่เข้าไปหัดลครอยู่ในวังนั้น    ต่อมาทาง ในวังได้มาส่งข่าวให้คุณทวดนงค์ทราบว่า เสียชีวิตแล้ว ....คุณทวดนงค์จึงขอให้นำเข้าไปในวังเพื่อรับสพ คุณย่าองุ่นออกมาบำเพ็ญกุศลข้างนอก ...แต่คนในวังได้บอกว่า ทางในวังได้จัดการให้เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว.....ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก จึงเป็นที่สงสัยกันว่า คุณย่าองุ่นอาจจะไม่เสียชีวิตจริงก็ได้....สงสัยกันมาจนถึงทุกวันนี้ ....ครับ

..........................


 
 

 ภาพ นี้ได้ถ่ายไว้เมื่อสมัยที่เป็นนักเรียนเตรียมนายเรือ  เมื่อ ปี พ.ศ. 2498 หรือ/คือ เมื่อประมาณ  56 ปีมาแล้ว   ในภาพตามที่เห็น  คนกลางภาพ คือ นักเรียนเตรียมนายเรือ อดิศัย พะลายานนท์ ...คนล่างขวามือ คือ นักเรียนเตรียมนายเรือ ประมวล  ธรรมสุวรรณ.....ส่วนซ้ายมือคือ นตร.เสรี ศรีธรานนท์.

**********************

สวัสดีครับ ท่าน.......

   ท่าน ครับ....ถ้าเราทั้งหลายที่เป็น..."ชายชาตินักรบ"....โดยสายเลือด เราต่างก็งอมืองอเท้าไม่ทำอะไรกัน ....มันก็ต้อง..สูญชาติ เท่านั้น เพราะไอ้พวกนักการเมืองสมัยนี้ (ปี พ.ศ.2554)ทั้งโฆตของมัน นั่นละ.....มันเข้าไปนั่งในรัฐสภา ไม่ใช่เพราะืต้่องการเข้าไปทำงานตามหน้าที่ของนักการเมืองที่ดี คือ บำรุงรักษาชาติบ้านเมือง แต่พวกมันเข้าไปเพื่อ...."ปล้นชาติ".....หรือ/คือ ...ปล้นประชาชนคนไทยทั้งชาตินั่นเอง ...เราจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ ......คำถามจึงมีอยู่ว่า แล้วเราจะทำกันอย่างไร ? .....คำตอบ หรือ คำแนะนำ ของผมที่มีต่อคำถามนี้ คือ ขอให้ท่านไปทบทวนเรืองราวใน Website นี้ด้วยความละเอียดรอบคอบ แล้วท่านจะเห็นว่า  การที่จะไม่ให้เกิดเหตุการอย่างนี้ขึ้นอีก (การกบฏภายในราชอาณาจักร เมื่อ 19 กย. 2549) นั้น....ท่านต้อง....

(1)  แยก และเอา กระทรวงยุติธรรม ออกจากฝ่ายบริหารของคณะรัฐบาล แล้วให้ไปขึ้นกับ ฝ่ายตุลากาล  หรือ ประธานศาลฏีกา....ยุบหรือยกเลิก ศาลอิสสระ และใช้ศาลสถิตยุติธรรมแทนทั้งหมด ....

(2)  ยุบ หรือยกเลิก ผบ.เหล่าทัพทั้งหมด ทั้งกองทัพบก   กองทัพเรือ    กองทัพอากาศ  แล้วให้ยกให้เป็นหน้าที่ของกรมเสนาธิการทหารที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเตรียม การสงคราม ...ด้วยความเห็นชอบของ สภาสงครามเพื่อพิจารณาสภาวะการต่าง ๆ เพื่อการเคลื่อนกำลังรบ และประกาศสงคราม ฯลฯ ....

(3)  ยุบ และ ยกเลิกกฏหมายความมั่นคงทั้งหมด ....ให้ใช้กฏอัยยการศึกแทน

(4)  ยุบ และ ยกเลิกกฏหมายนิรโทษกรรมทั้งหมด เพื่อนำกบฏทั้งอดีต และปัจจุบันไปขึ้นศาลสถิตยุติธรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...."ฆาตกรที่ฆ่าประชาชนคนในชาติทั้งอดีตและปัจจุบัน" ทุกคนทั้งหมด  ทั้งที่ยังมีชิวิตอยู่ และ เสียชีวิตไปแล้ว ทุกคนต้องไปขึ้นศาลยุติธรรมทั้งหมด รวมทั้งผู้อยู่เบื้องหลัง และ ให้การสนับสนุนให้เกิดการกบฏขึ้นในราชอาณาจักรไทยด้วย ....(ถ้าทำได้ความสามัคคีของคนในชาติจึงจะเกิด)

ที่ ต้องยกเลิกกฏหมายความมั่นคงดังกล่าว เพราะกฏหมายนี้มันไม่มีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเลย   แต่มันเป็นประโยชน์กับนักการเมืองชั่ว ๆ ที่ จะรักษาเก้าอี้ของตัวเองเท่านั้น    มันเป็นเครื่งมือของนักการเมือง เพื่อทำลายสัตรูทางการเมือง หรือนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และ/หรือประชาชนเจ้าของประเทศ และผู้เสียภาษีให้นักการเมืองไปบำรุงรักษาบ้านเมือง ไม่ใช่ให้พวกมันเอาไปแบ่งกัน เช่นที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ (ปี พ.ศ.2554).....

ให้ใช้...."กฏอัยยการศึก และกฏหมายอาญา สภาลูกขุนแทน"... 

(5)  ยุบและยกเลิกคณะองคมนตรี....ให้ใช้คณะรัฐมนตรี รัฐสภา และกรมเสนาธิการทหารแทน (ตามกำหนดเวลาที่อยู่ในราชการการเท่านั้น เพื่อปิดช่องว่างในการที่จะเอาต่ำแหน่งที่สำคัญมากนี้ ไปต่อรองเพื่อหาประโยขน์ให้ตนเอง)

(6)  การจัดให้มี ทนายความของผู้เสียหาย หรือ ฝ่ายจำเลย ร่วมในการสอบสวนคดีต่าง ๆ ทุกคดีก่อนที่จะดำเนินการจับกุม ส่งขึ้นฝ้องศาล และ/หรือจัดให้มีคณะลูกขุนในขบวนการยุติธรรมด้วย ....ฯลฯ ".......

ซึ่ง ผมได้เขียนไว้ใน  Website นี้แล้วขอให้ท่าน ...พิจารณาด้วย    ถ้าท่านไม่ต้องให้ ทหารเข้ายึดครอง และ ปกครองประเทศด้วนระบอบ...เผด็จการณ์ทหาร 30/70...

ท่าน ครับ   ท่าน ช่วยกรุณาพิจารณากันก่อนนะครับ ...อย่าคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตัว  ที่ได้จากค่า Commission ให้มากนักก็แล้วกัน....เช่น  จากการก่อสร้างต่าง ๆ (การซื้ออาวุธ และตั้งกองทัพ)  ซื้อของ....ซ่อมทำ...นะครับ

นักการเมืองทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงก็เช่นกัน ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า...

"ประเทศไทย ไม่ใช่ดอกไม้ข้างถนน.....ที่จะเปลี่ยมมือกันชมได้นะ....พอ ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ก็กอบโกยกันใหญ่ ...อย่าทำอย่าง พรรคประชาธิปัตที่ทำอยู่ในทุกวันนี้ นะครับ(พ.ศ.2554)   ที่ทำให้ พันธมิตร ทั้งฝ่ายทหาร  (นำกำลังออกไปเข่นฆ่าประชาชน...หรือ... ที่ไปตั้งรัฐบาลในเขตทหาร) และพลเรีอน ที่เข้ายึกทำเนียบ และสนามบินสุวรรณภูมิ ฯลฯ.....เสียหายจนยับเยิน เพราะไปสนับสนับสนุนให้ (พธม.)....โจรเข้าปล้นชาติ...เพราะคุณมีมีผู้นำที่เลว ....ที่ ไม่ทำงาน ไม่รักเกีนรติ ของตัวเองและกองทัพ เมื่อไม่ทำงานตามหน้าที่ ....จึงจำเป็นต้องยุบ และ ยกเลิก  ผบ.เหล่าทัพทั้งหมด....เข้าใจหรือยังละึครับ....ท่าน....ผมว่าอย่างนี้ นะ....ครับ.   

ขอบคุณครับ

อดิศัย พ.

Fri ,Mar   11,2011  @  1011

......................................

ส่วนที่ 2

Port of Yangon , Myanmar.

...........................................

Thu.June  9,2011

ท่านครับ....ผมต้องขอข้ามตอนนี้ไปก่อนนะครับ เพราะมีเรื่องที่จะต้องเรียนให้ท่านทราบเล็กน้อย...ครับ ตือ เรื่อง   "เรือดำน้ำ"  

เมี่อ สองสามวันก่อนได้มี สื่อมวลชน และ ท่านผู้ทรงเกียรติ ได้ออกมาพูดเรื่องเรือดำน้ำ เรื่องนี้ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบก่อนว่า ในสมัยหนึ่งเราเคยมีเรือดำน้ำมาก่อนหลายลำ เป็นเรือดำน้ำต่อจากญี่ปุ่นก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในระยะนั้นกองทัพเรือของเรานับว่า เป็นกองทัพที่มีอานุภาพมากที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ว่า ได้ มีเรือปืนขนาดใหญ่หลายลำ เช่น รล. ศริิอยุธยา ,  รล.สุโขทัย  เรือปืนลำน้ำ ก็มี รล.รัตนโกสินทร, เรือสรุป รล.แม่กลอง ฯลฯ  ...เรือ ตอฯ เล็ก - ใหญ่ ความเร็วสูง 30 กว่า น๊อตก็หลายลำ   ส่วน มากมีชื่อ เป็นชื่อเมืองชายทะเล ...เรือดำมน้ำก็หลายลำส่วนมากมีชื่อเป็นชื่อของทหารเอกของพราะราม พระลักษณ์  และชื่อตัวลครเอกในวรรณคดีก็มี ....เรือทั้งหมด เราสั่งต่อจากญี่ปุ่มทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ ไทย กับ ญิ่ปุ่น จึงเป็นมิตรที่ดีต่อกัน จนเกิด กรณี พิพาส ไทย -ฝรั่งเศส รบกันใหญ่ แม่ทัพไทยสมัยนั้นที่รบกับฝรั่งเศสคือ ..."หลวงเกรียงศักดิ์พิชิต"...ซึ่งเป็นเพื่อนรักของคุณพ่อของผม ตามที่เคยเรียนให้ทราบไปแล้ว ...รบกันใหญ่ทั้งทางบกทางทะเล  รบกันไปรบกันมา ญี่ปุ่นเพื่อน ของเราก็เข้ามาไกล่เกลี่ยให้ ...ผลการไกล่เกลี่ย ได้ตกลงกันว่า ...ให้ยกมณฑลบูรพา...ที่มี  "เมืองเสียมราช  เมืองพระตะบอง เมืองศรีโสภณ เมืองพิบูลสงคราม"  เมืองเหล่านี้ ให้ยกให้เป็นของไทย ขึ้นกับราชอาณาจักรไทย มีการสำรวจทำแผนที่กันใหม่ ทำเส้นเขตแดนกันใหม่ ....เข้าใจหรือยังละครับท่าน......และมันก็หน้าแปลกเหมือนกันว่า เมื่อเขมรมาอ้างเอาเขาพระวิหาร ไทยเราทำไมไม่อ้างว่า ...มณฑลบูรพา...นั้นเคยเป็นของเรามาก่อนบ้าง ละ....(เขมรทำเรื่องยุ่ง ๆ ทางชายแดนไทยเขมร เพื่อต้องการเบนความสนจากจาก การที่ขอมกำลังจะดำดินลอดใต้เขตแดนไมยเข้ามา)   หรือเพราะแพ้ในครามโลกครั้งที่ 2 หรืออย่างไร ....แพ้ก็อ้างได้ เขมรมันอ้างได้ เราก็อ้างได้ ...จะทำไม ?....จะรบกันอีกหรือ ? ....รบกันก็ได้ ถ้าเราพร้อมจะรบ...ถ้าไม่พร้อม   รบไปก็แพ้เขา ....ขายหน้าเขาทั้งโลก เพราะต้องตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศเล็ก ๆ อย่างเขมร ....เขมรเป็นประเทศเล็ก ๆ เมื่อรบกับเรา เขาก็ต้องแพ้    เขาก็ต้องไปเอาเพื่อนของเขา คือ เวียตนาม   มาช่วยเขารบกับเราด้วย.... เอาเวีตนามมาไม่พอยังไปเอาลาวมาอีก ...เผล ๆ ไปเอา พม่ามาด้วย   เรามิแย่หรือ ...เพราะการทูตของเราเลว...เลยกลายเป็น    สาม-สี่ ประเทศ รุม หนึ่งไป ถ้าเราไม่เข็มแข็งจริง ๆ จะไปสู้ประเทศเหล่านี้ได้อย่างไร ?......ผมจึงบอกว่าให้เราเตรียมการรบไว้ให้พร้อม  เราต้องสร้างอาวุธของเราได้เอง จึงจะสู้เขาได้ ...ได้เคยยกตัวอย่างไปให้ทราบมาแล้วว่า ...ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เราเก่งมากสามารถรักษาเมืองได้ เรารบเก่ง (แต่ขี้เกีนจ) เพราะเราตีดาบได้เอง....ทำหอก ทำธนูได้เอง.....แม้แต่การหล่อปืนใหญ่   ทำดินปืน   เราก็ทำได้เอง.....เราจึงรบชนะข้าศึกเป็นส่วนใหญ่.....ทุกครั้งที่เราพ่าย แพ้......... แพ้เพราะคนไทยกันเอง    ทำตัวของตัวเองทั้งนั้น   จึงตก เป็นเมืองขึ้นของพม่า ....พฤติกรรมและการกระทำของคนขายชาติ คือ เจ้าพระยาจักรีในครั้งนั้น    มันก็ไม่ต่างอะไรกับ  พวกมาเฟียรการเมือง   ที่ทำกับประเทศไทยทุกวันนี้ (พ.ศ.2554)   แต่ทุกวันนี้ การรบได้เปลี่ยนรูปแบบไป จากการใช้กำลังอาวุธ และกองทัพนำ เป็น ใช้ การจัดการทางธุระกิจ-การตลาด เพื่อทำลายเศรษฐกิจ ของฝ่ายตรงข้ามแทน .....แต่ก็ต้องมีกองทัพ คอยคุมอยู้ข้างหลัง ในการทำการค้ากับต่างประเทศ การทำสงครามต้องทำด้วยกำลังรบที่ ทันสมัย...ในสมัยนี้   โดยใช้เครื่องมืองทางอีเล็กโทรนิค และดาวเทียมเป็นอาวุธหลัก ทั้งการตรวจเป็า และการชี้เป้า ที่สำคัญจะต้องเป็นอาวุธหลักของกองทัพ ต่าง ๆ ใช้ในการนำทางของอาวุธปล่อยที่เราทำขึ้นใช้เอง ....กองทัพไม่จำเป็นที่จะต้องใหญ่โตมีกำลังพลมากมาย แต่ต้องเป็นทหารที่มีความรู้ ...มีการศึกษาดี....มีความรู้ในด้านอาวุธอวกาศเป็นอย่างดี ...ฯลฯ จึงจะรบชนะ ...และป้องกันประเทศได้ ....ต้องสร้างอาวุธยุทธโภปกรณ์ได้เอง เช่น  อาวุธปล่อยนำวิถีต่าง ๆ รถถัง รถหุ้มเกราะ ฯลฯได้ ต่อเรือรบ เรือดำน้ำได้เอง     ....เรือผิวน้ำนั้นไม่เท่าไร ทำกันอยู่เป็นประจำ จนถึงทุกวันนี้    เราฝึกอยู่   ไม่มีปัญหา เพียงแต่ ต่อเรือที่ทันสมัยไม่ได้เท่านั้นเอง  ที่ว่าทันสมัยนั้นหมายความว่าเป็นเรือที่ติดอาวุธปล่อย นำวิถีที่ทันสมัย ควบคุฒการยิง หรือการตรวจเป๋าด้วยระบบอีเลคโทรนิ และดาวเทียม   คือ ชี้เป้าจากดาวเทียม ...ไม่ใช่กล้องวัดระยะ เหมือนเมื่อสมัยที่ผมเป็นนักเรียนอยู่.....    ต่อไป เราต้องเตรียมการเพื่อการทำสงคราม.....ทำสงคราม..."อวกาศ"...แล้วครับ ....ท่าน...จำผมไว้นะ ผมว่าอย่างนี้....ใตรจะคิดอย่างไรก็ช่างแต่ผมว่า ถึงเวลาที่เรา "จะต้องแก้ใข"  กองทัพแล้วครับ....ให้เรา ทุกคนมองไปข้างหน้า อย่างไรละครับ....ต้องแก้ใขให้ กองทัพไทยเข้มแข็งกว่านี้ ท่านต้องเปลี่ยนทัศนคติของกองทัพเสียใหม่ ให้เป็นกองทัพเพื่อทำการรบ ด้วยอาวุธนำวิถี ต่าง ๆ ครบรูปแบบ เพื่อรักษาเขตแดน ท่านต้องให้ทหาร เป็นทหารชาตินักรบ   ไม่ใช่ทหาร...เป็น..."ทหารการเมือง"....อย่างทุกวันนี้...เลิกได้แล้ว ครับ....มิฉะนั้น   เราจะอยู่ไม่ได้....ขอมมันมาแล้วรู้ใหม ?  ขอมดำดิอย่างไรละ   ....มันมามุดอยู่แุถวชายแดนแล้วรู้ใหน ? อีกหน่อยก้มุดลอดเขตแดนเข้าไปใรมุ้งท่านหลอก....ระวังนะ...อย่ามัวแต่กัดกัน อยู่เลย.....?   ?  ?...."ขอมดำดิน" เกาหลีเหนือเคยทำมาแล้ว เพื่อลอดฝ่านเข้าไปในเขตเกาหลีไต้....ตอนนี้ยังอยู่....ไปดูได้)

เรือ ผิวน้ำ  ทหารเรือไทย  มีความสามารถ  และพร้อมที่จะกระโดดลงไป นำเรือ ออกทะเลสู้กับข้าศึกผู้รุกรานได้ทันที    ในขณะนี้......แต่เรือดำน้ำ   ...."มันไม่แน่"....เรือไต้น้ำกับเรือผิวน้ำไม่เหมือนกัน ....เรือรบกับเรือสินค้าไม่เหมือนกัน ....ทำงานบนเรือ บนผิวน้ำได้ ไม่แน่ว่าจะทำงานในเรือไต้น้ำได้ ....ท่านเป็นทหารเรือ .....ทำงานไนเรือรบได้....แต่ไม่แน่ว่าจะทำงานในเรื่องสินค้าได้....ท่านขับ รถ โตโยต้าแคมรี่ได้    นั่นไม่ได้หมาบความว่า ท่านจะขับรถแทรคเตอร  หรือรถยกของหนักได้นะครับ...จะบอกให้.

"DSI (ท่านเป็นข้าราชการประจำนะ)...ช่วยหน่อย....ช่วยกันจับโจรดีกว่า....ช่วยกัน จับโจรที่เข้าปล้นบ้าน ปล้มเมืองดีกว่า เพื่อเอาเงินมาสร้างกองทัพเพื่อป้องกันประเทศดีกว่า...เลิกยัดข้อหาให้คน นั้นคนนี้...เพื่อกำจัดสัตรูให้โจร ....เลิกเอาใจโจรได้แล้ว....หมดเวลาแล้ว....เพราะกินกันไปมาก แล้ว ...เรามาช่วนกันสร้างชาติกันใหม่...นะ...คุณ...ธาริต...นะ...ดีกว่า...ไม่ อันตรายต่อท่านด้วย...เมื่อ   "ฟ้าเปลี่ยนสี"....ดีกว่าจริง ๆ นะ ครับ"

เมื่อ วันพุธที่สองของเดือน เมษายน 2554 ผมไปทานข้าวกับเพื่อน ๆ ที่ สนามกอร์ฟบางนา ผมเห็นเพื่อนคนหนึ่งไส่เสื้อสวยดี ผมจึงออกปากชมแล้วถามว่า

"ไปเอามาจากใหน...สวยดีนะ"

"โตให้"

พอดีโต นั่งอยู่ใกล้ ๆ ผม ได้ยินจึงถามผมว่า

"ที่บ้านบังมีอีก จะเอาใหม ?"

"เอา"

"เดียวไปบ้านซิ"

"OK เดี๋ยวเลิกแล้ว นั่งรถเราไปด้วยกัน"

พอ เลิกงานเราก็นั่งรถคันเดียวกันไปบ้านโต ผมเป็นคนขับ ....เราคุยกันไปตลอดทาง ตอนหนึ่งผมบอกว่า ...."เราต้องการให้กองทัพเรือต่อเรือขึ้นมาใช้เอง"

" เดียวนี้เขาก็ทำอยู่แล้ว "

"เมื่อสองสามวันก่อน สื่อมวลชนออกมาวิภาควิจารณ์กันใหญ่ว่า  ...กองทัพเรือ จะซื้อเรือดำน้ำใช้แล้วของกองทัพเรือ เยอรมัน 6 ลำ"

"พวกนี้ ไม่รู้เรื่อง...เขายังไม่ได้ซื้อเลย"...โตว่า

"โต แต่เราว่าควรซื่อนะ แต่อย่าซื้อมาทั้งหมด ซื้อสัก สอง หรือ สามลำ ....แล้วเอาลำหนึ่งมาลื้ออกทั้งหมด...ถอดแบบออก เขียนแบบใหม่  ตบแต่งในแบบ ทุกอย่างเห็นเหมาะสม ที่จะใช้ในกองทัพเรือ ของเราแล้ว ให้เอาแบบนั้นละ   ต่อของเราขึ้นมาใช้เอง....ส่วนที่เหลืออีกสองลำให้ใช้ฝึก ทหารเรือ ของเราให้สามารถ  "ทำงานใต้น้ำได้" ฝึกให้หนัก ให้ชำนาญ โดยใช้เรือสองลำที่เหลือผลัดกันออกทะเล"

ทุกคนที่อยู่ในรถเงียบ ...ตอนหนึ่งโตบอกว่า

"ในเรือดำน้ำ กับเรือบนผิวน้ำไม่เหมือนกัน คำสั่งที่จะใช้ในเรือดำน้ำเมื่อประจำสถานีรบไม่เหมือนกับเรือผิวน้ำ"

"นั่นซิเราถึงต้องการให้ซื้อไว้ฝึกสักสองลำ"

พอดีเรือถึงบ้านโต ก็เข้าไปนั่งคุยกันเรื่องอื่น ๆ ต่อไป .....ถามถึงอาการป่วยของคุณอ้วน ภรรยาโตที่ป่วยเป็นหวัด....ฯลฯ

ท่าน สื่อมวลชนที่รักครับ...กองทัพเรือ.....เป็นกำลังรบทางทะเลของชาติ....เป็น กำลังรบของชาติที่ไม่เหมือนใคร ...ท่านลองฟังเพลง ไตเติลของ  Website ของผม แล้วพิจารณาดูซิครับ...ดูซิว่าเพราะใหม ?....นั่นละคือ เลือดเนี้อ และวิญญาณของกองทัพเรือ ละครับ

สวัสดีครับ

อดิศัย พ.

24/05/54

...............................

หมายเหตุ

มื่อเราต่อ เรือดำน้ำจากญี่ปู่น ตอนนั้นเราก็ไม่เป็นเหมือนกัน กองทัพเรือ จึงได้ จัดส่งทั้งนายทหาร และพลประจำเรือ ที่จะปฏิบัติงานในเรือดำน้ำนั้นไปฝึกที่ญี่ปุ่น แต่นักดำเหล่านั้นบัดนี้ไม่มีในกองทัพแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องฝึกของเราขึ้นมาใหม่ครับ

วันนี้ 24 พฤษภาคม  2554 เวลา ประมาณ 1700 ผมจะนำเรือออกทะเลแล้ว   อีกหนึ่งเดือนโดยประมาณผมจะกลับมาใหม่ แล้วค่อยคุยกันใหม่นะครับ 

อาจารย์ ตุ้ม ,  อาจารย์ หวาน .....ครับ ....ผมขอฝากประเทศไทยไว้กับอาจารย์ด้วยนะครับ อาจารย์ และลูกศิษย์ของอาจารย์ทุกท่านช่วยส่งเสริมให้เมืองไทยมีนายกรัฐมนตรีเป็น ผู้หญิงสักคนนะครับ   และจะเป็นคนแรกของประเทศไทยด้วยนะครับ   ขอบคุณครับ.... ขอบคุณมากครับอาจารย์....สวัสดีครับ ....สวัสดี โชคดี  ทุก ๆ ท่านครับ

 อดิศัย พ.

Tue,May  24,2011 @ 1513 Lt..

"ด้วยบุญบารมีของย่าโมและลูกหลานย่าโมที่ช่วยกันปกป้อง ทำนุบำรุงชาติ บ้านเมือง ขอประเทศไทยจงเจริญ"

.....................

Yangon Myanmar  : 

Sunday,June   5,2011

สวัสดีครับ....เพื่อน ๆ สามสมอ , จปร. ที่รัก ทุกท่่าน...ครับ

ผมไปถึงแรงกูล เมียนม่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2554.  แต่ไม่ได้ขึ้นบกมาคุยกับเพื่อน ๆ เพราะมีเรื่องในเรือ ต้องแก้ปัญหาเล็กน้อย ตอนนี้เรียบร้อยแล้วจึงขึ้นมาคุยกันต่อ ...เรื่องมันยาวคุยกันไม่รู้จักจบ    เพื่อน ...คงจำได้นะว่า ที่ผมเรียนให้ทราบว่า เมื่อวันพุธที่สองของเดือนเมษายน ผมไปทานข้าวกับ เพื่อน ๆ ที่สนามกอร์ฟบางนา....วันนั้นได้พบกับเพื่อน ๆ หลายคน ที่ไม่ค่อยจะได้พบกัน หนึ่งในจำนวนนั้น คือ "จบ" จบดีใจมากที่ได้มาพบกันอีก ....จบเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้  เวปไซ้ นี้เกิด .....เกิด เพราะอยากรู้ว่า ...ผมมีประวัติมาอย่างไร ? (ลูกหลานใคร ออกจากโรงเรียนมาเพราะสาเหตุไร ?) .....ขอบใจมากนะจบ...เพื่อนรัก ....ผมเองก็เล่าให้จบฟัง แต่เหมือนไม่ตั้งใจ จาก หัวเรื่องที่ว่า ...."เรื่องที่เพื่อนอยากรู้".....จริง ๆ แล้วเรื่องยังมีอีกมาก เป็นเรื่องน่าสนุก ได้ความรู้สึกดี ๆ เมื่อนึกถึง  ....เอา...เราข้ามตรงนี้ไปก่อน....

ตอนนี้มีเรื่องเรื่องที่น่ายินดียิ่ง กว่า...ที่จะต้องเล่าสู่กันฟัง...เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า    เพื่อน    คงจำได้นะ ว่า เราได้เคยคุยกันถึงเรื่องที่จะให้กองทัพเรือตั้งโรงเรียนนายเรือพานิชขึ้นมา ใหม่ เหมือน กับเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว กองทัพเรือเคยทำเช่นนั้นมาครั้งหนึ่ง นักเรื่ยนนายเรือพานิชที่จบออกมาจากโรงเรียนนายเรือ ตอนนั้น   หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ร.ต.นิยม ภาสวัต รน. นำร่องเบอร 30 กว่า ....อีกท่านหนึ่ง คือ ร.ต. อุทัย มงคลนาวิน ร.น.   นำร่องเบอรเท่าไรจำไม้่ได้แล้ว ...นั่นละ แต่ขณะนี้ท่านก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว   เรืองของการนำเรือในร่องน้ำเจ้าพระยา "ครูนิยม".. เป็นท่านหนึ่งที่ถ่ายทอดให้ผม นอกจาก "ครูเลื่อน" (นำร่องที่ปลดฯแล้ว แต่ทำงานประจำอยู่ที่ บริษัท โหงฮก จำกัด) นำร่องหมายเลข 003....

นับตั้งแต่นั้นมาโรงเรียนนายเรือก็ไม่ เคยผลิตนักเรียนนายเรือพานิชออกมาอีกเลย   ....ความคิดของคนไม่เหมือนกัน ...แต่ละคนแต่ละความคิด ...ผมเป็นคนหนึ่งที่ ที่ต้องการให้ โรงเรียนนายเรือ ผลิดนักเดินเรือค้า ออกมาใหม่ เพราะเห็นว่า การพานิชนาวี หรือ การขนส่งทางทะเล  เป็นสาขาวิชาหนึ่งของการขนส่งที่จะนำผลประโยชน์มาสู่ประเทศไทยอย่างมหาศาล คิดดูง่าย ๆ ถ้า่เรามีเรือ ขนสินค้าไปส่งทั่วโลก คิดแล้วได้กำไรอยู่ระหว่าง ตันละ 50 -100 USD  (น้อยกว่า หรือ มากกว่า)  ถ้าสมมุติ (ตัวเลขสมมติุนะ) ว่าเรามีวิ่งอยู่ใน โลกทุกสาย ขนาด

300,000   จำนวน    10    ลำ    สำหรับ    สายยุโรป และ อเมริกา  ตะวันออกกลาง

100,000    จำนวน   100    ลำ  สำหรับ    สาย   ออสเตอรเลีย ตะวันออกกลาง และเอเชีย

 70,000      จำนวน    500    ลำ  สำหรับ   สาย  เอเซีย  ออสเตเลีย   และ ในประเทศกลุ่ม เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ 

50,000       จำนวน   2000     ลำ   สำหรับสาย    เอเซีย ออสเตรเลีย และประเทศในกลุ่ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้                              

ในทุก ๆ สามเดือนจะได้เงินเข้าประเทศเท่าไร ?    ....ถ้ามีเรือวิ่งอยู่ ทั่วทั้งโลกจะ คิดเป็นเม็ดเงินเข้าประเทศ เท่าไร ต่อ 3 เดือน....คิดกันเอาเองนะครับท่าน ....นอกจากนี้ "การพานิชนาวี ยังช่วยสร้างงานให้ คนไทยอีกมากมาย"...กองทัพเรือจึงสมควรทำเป็นอย่างยี่ง

บัดนี้ความฝันของผมก็เริ่มจะเป็นความจริงขึ้นมาบ้าง เมื่อกองทัพเรือ ได้ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตร ตั้ง คณะ วิทยาลัยพานิชย์นาวีนานาชาติ สาขา วิทยาศาสตร์การเดินเรือ  ซึ่งมีนายทหารเรือจาก โรงเรียนนายเรือ ไปสอน วิชาการเดินเรือ และอื่น ๆ ที่จำเป็นให้... มีนายทหารเรือ พรรคนาวิกโยธินมาฝึกวินัยทหารให้ ฯลฯ......ทั้งหมดมี...... พล.ร.อ สุพิทย์ อำนวย ร.น. ....   เป็นคณบดี.......เป็น เรื่องที่น่ายินดีมากนะครับ....ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกองทัพเรืออันเป็นที่รักยิ่งของผม  กำลังจะนำความเจริญ ความมี่งคั่งมาสู่ประเทศชาติ และประชาชนคนไทย ทุกหมู่เหล่า ....เรื่องของคนเป็นเรื่องที่สำคัญ .....สำคัญกว่า ..."เทคโนโลยี่"....ทั้งนี้เพราะ....คน เป็นผู้ใช้ เทคโนโลยี่.....นัก เรือนายเรือพานิชที่ผลิดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะต้องพร้อมที่จะ นำเรือสินค้า ไปโชธงชาติไทยไปทั่วทั้งโลกอย่างสง่างาม  ...ดังเช่นที่ ...ราชนาวีไทยเคยทำมาแล้วในอดีตจนถึงปัจจุบัน..

ท่านครับ....ฟังดูก็น่าจะดีอยู่ .....แล้วข้อเท็จจริงละ ...จะเป็นไปได้อย่างที่คิด หรือ ไม่ ?

คำ ตอบคือเป็นไปได้ทั้งนั้น ละครับท่าน...อยู่ที่ว่า คนในชาติ จะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันขนาดใหน ? ....ทุกฝ่ายจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง  ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป....ทุกอย่างจะต้องสำเร็จลงด้วยดี ด้วยความสามารถของคนไทย ที่เคยเป็นหนึ่งมาแล้วในเอเชีย .....ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เรา คนไทยทั้งชาติ จะต้องร่วมแรงร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันหาเงินเข้าประเทศ (ทำสงครามเศรษฐกิจ) ......มีคำถามว่า ...."แล้วเราจะทำอย่างไรละ ?".....ขอแนะนำว่า ...

"การ ขนส่งเป็นการช่วยพัฒนาประเทศที่สำคัญทางหนึ่ง เพื่อนำวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติ เข้าสู่โรงงาน  และ  นำผลผลิตจากโรงงานออกสู่ตลาด...เข้าสู่ตรัวเรือน"

ซึ่งมี :-

1. การขนส่งทางบก (ผมเคยแนะนำเรื่อง "ระบบขนส่งมวลชน และรถไฟความเร็วสูงไปแล้ว)

2. การขนส่งทางทะเล (ที่เสนอให้กองทัพเรือทำอยู่ขณะนี้ละ)

3. การขนส่งทางอากาศ

4. การขนส่งทางท่อทาง (ที่เกลื่อน ๆ เรื่องการ สร้างท่อ ส่งน้ำนันจาก ทะเลฝั่งอดามันไป ฝั่งอ่าวไทย)

"ประเทศจะยิ่งใหญ่ไม่ได้ (อย่าฝันไปเลย) ถ้ารัฐบาลไม่มีการวางแผนพัฒนาระบบการขนส่งของชาติให้ครบทั้ง  4  ทางตามที่กล่าวข้างบน"

"ยิ่งลักษณ์ ...ถ้า ลูกได้เป็นนายกฯ จริง ๆ..ถ้าลูกต้องการให้ประเทศชาติของเรา ยิ่งใหญ่จริง ๆ ลูกต้อง สร้างระบบขนส่งทั้งสี่ข้อให้ครบสมบูรณ์ ให้ดีที่สุด และเร็วที่สุด มิฉะนั้นจะตามประเทศเพื่อนบ้านไม่ทัน ......จำไว้นะลูก ...ลุงขอแนะนำไว้สั่น ๆ เท่านี้ละ"

สำหรับเรื่องขั้นตอนของการสร้างการขนส่งทางทะเล ที่เราละทิ้งกันมานานมาก ไม่รู้ว่า ทิ้งเงินลงทะเลไปไม่รู้ว่า กี่แสน  กี่ล้าน ๆ บาท จากการที่เรามี นักการเมืองที่เห็นแต่ตัว จากการที่เรามีผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่กลุ่ม เห็นแก่ครอบครัวของตัว เอง โดยไม่แยกแยะว่า เรือ ส่วนตัว หนือเรื่องชาติบ้านเมือง   ทำให้ไม่พอใจ กองทัพเรือ ที่กองทัพเรือ ไปให้ความร่วมมือกับ...."ท่านปรีดี"....ไปเข้าใจว่า ท่านปรีดี มีส่วนร่วมในการปลงพระชน  ร.8 ....เขาจึงร่วมหัวกัน....ไม่สนใจเรื่อง...."เรือ"....

"ยิ่งลักษณ์....ลูกพูดถูก...ถูกมาก ๆ ที่ว่า...จะไม่แก้แค้น  แต่จะแก้ใข....(ระวัง นะ ...ลูก....คนในคลาบของสัตว์หน้าขนมีมากเหลือเกิน ...ในประเทศไทย... ทั้งเด็ก และผู้ใหญ ....สัตว์หน้าขนเหล่านี้เชื่อถือไม่ได้ทั้งนั้น...มันกัดเอาจริง ๆ นะ ต้องระวังให้มากไว้..)......ลุงจึงเชื่อถือเธอเป็นอย่างมาก ในการที่จะมอบความใว้วางใจให้เธอ บริหารประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤต "

สำหรับ ขั้นตอยการสร้างกองเรือพานิชของไทยให้ทำเป็นสองระยะ    คือ

ก.  ระยะยาว   และ

ข.   ระยะสั้น

สำหรับ ระยะสั้นให้ กองทัพ และ ม.เกษตร สร้าง อู่ตัดเรือ   แล้วหาเรือเก่า มาตัด      ....ตัดแล้ว เอาของที่ตัดนั้น มาต่อเรือใหม่   เล็ก  -  ใหญ่ดูตามความเหมาพสม กับของที่ตัดมา    ของเลือที่คัดได้จากเรือที่ตัด ...ขายเป็น  ของเก่ามือสองทั้งหมด ตั้งแต่ สวิชไฟ ...สายไฟฟ้า ลิ้นกั้นนำ้ต่าง ๆ ทุกขนาด....ขึ้นไปจนถึงของใหญ่ ๆ เช่น เครื่องจักร์เครื่องกล   เครื่องไฟฟ้า ...เทอรโบ....เป็นต้น

ส่วนระยะยาว..... ขอให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้  ....คือ

ระยะที่ 1  ให้หาเรือฝึกที่มีมาตราฐาน ให้นิสิตที่กำลังจะจบการศึกษาทุกปีลงฝึกใน  เรือที่ได้มาตราฐาน หมายความว่า เรือ ดีบริษัทฯ ทีระบบการบริหารที่ดี   คนประจำเรือ ของเรือที่จะไปฝึก เป็นคนเรือที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ฯลฯ เช่น เรือ สายหลัก ๆ ที่วิ่งรอบโลก   ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังให้นิสิตของเราได้เห็นแต่สิ่งที่ดี ๆ เพื่อนำมาปฏิบัติในเรือ ของเราต่อไป.

ระยะที่  2  เป็นระยะที่จะต้องหาเรือ ให้นิสิตของเรามีงานทำ (หาเรือให้ นิสิตลง) ต้องทำร่วมกันทั้งภาครัฐ และเอกชน เมื่อทำตามขั้นตอนที่หนึงได้แล้ว   นิสิตที่ จบการศึกษาแล้ว ให้ทาง รัฐบาลขอเจรจาส่งนักเดินเรือของไทยที่บริษัทนั้น ๆ ฝึกขึ้นไปลงทำงานในบริษัทฯ นั้น ๆ หรือ บริษัทฯ เท่าที่เห็นสมควร ฯลฯ

ระยะที่  3 เป็นระยะที่ ทางรัฐบาลจะต้องมองหาเรือที่เหมาะสม ให้เป็นเรือของเรา (ของรัฐ หรือ เอกชนไทย) ให้นิสิตของเราลงไปทำงาน ระยะ นี้ รัฐบาลน่าจะหาเรือ อายุไม่เกิน  12 ปี เข้ามาใช้ก่อน(ขอให้พึงระลึกอยู่เสมอว่าเรือเก่า จะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมทำสูง เรือทำเที่ยวไม่ได้ตามกำหมด ผลกำไรสุทธิจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ....แต่ในระยะต้น ๆ ต้องเอาไว้ก่อนเพื่อให้ นิสิตมีงานทำ  และเกิดความชำนาญในการใช้เครื่องไม้เครืองมิอต้าง ๆ ในเรือ

ระยะที่ 4 นับตั้งแต่ระยะ ที่หนึ่งเป็นต้นมา   หรือระยะเริ่มโครงการนี้ แล้ว ....รัฐบาลจะต้องเข้าเจรจา กับ อู่ต่อ เรือที่ได้มาตราฐานของโลก จะเป็นประเทศใหนก็ได้ ที่พร้อมจะมาลงทุน สร้างอู่ต่อเรือ ในระเทศไทย ....อู่หนึ่งอู่ ต้องมีสามขนาด   คือ ใหญ่  กลาง   และ เล็ก  อู่ใหญ่ สามารถเอาเรือ ขนาด 300,000  เข้าซ่อมได้   อู่ขนาด กลาง  ต้องสามารถนำเรือ 70,000 เข้าทำการซ่อมได้    อู่เล็ก  ต้องสามารถ เอาเรือ 20000 เข้าซ่อมได้....สถานที่จะสร้างอู่ได้ ต้องเป็นบริเวณน้ำลึก  เป็นอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ เช่นบริเวณอ่าวกระบี่ เป็นต้น.

ระยะที่ 5 เป็นระยะที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ระยะที่ หนึ่ง หรือระยะเริ่มโครงการแล้วคือ ....นิสิตที่ เรียนจบวิชาการต่อเรือ ต้องถูงส่งไปฝึกงานตามอู่ใหญ่ ๆ ในประเทศต่าง ๆ  เขียน   อ่าน ตรวจสอบแบบเรือ   ที่เหมาะสมที่ทางกองทัพเรือ ต้องการ หรือ ทางรัฐบาล   หรือ เอกชนต้องการ จ้างต่อ   เมื่อเราสร้างอู่ ตามข้อ 4 หรือ ระยะที่ 4 เสร็จเรียบร้อย นิสิตคณะต่อเรือ จะได้เข้าทำงานได้ทันที

ระยะที่  6  หรือขั้นตอนที่ที่หก การหาวัสดุที่จะมาต่อเรือ  และสร้างเครื่องกลเรือ  ต้องเตรียมการวางแผน เพื่อ สร้างโรงงานถลุงเหล็ก  โรงงาน เครื่องกลเรือ    โรงงานเครื่องมืออีเลคโทรนิค  ฯลฯ ....ซึ่งโรงงานต่าง ๆ เหล่านี้ จะต้องใช้บุคลากรเป็นจำนวนมาก เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ฉะเพาะอย่าง ซึ่งเป็นหน้าที่ ที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ต้องให้ความร่วมมือในการผลิตบุคลากรเหล่านี้ด้วย

ระยะที่ 7  เป็นระยะที่เราจะต้องนำเรือออกรับบริการลูกค้า คือ ขนส่งสินค้าจาก เมืองท่าหนึ่งไปส่งยังอีก เมืองท่าหนึ่ง....เรื่องสินค้าเป็นเรื่องของหัวใจ หรือเส้นเลือดใหญ่ของารขนส่งทางทะเล ....ในเมื่อเราเห็นว่าสินค้าเป็นเรื่องสำคัญ ...คนชาติอื่นเขาก็เห็นว่าสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติต่าง  ๆ ที่มีการเดินเรือ พานิชย์ที่เจริญมาก่อนทั่วทั่งโลก  ทั้งยุโรป และ เอเชีย....ประเทศเหล่านั้นจึงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเรียกว่า   "ชมรมการเดินเรือ" (Conferances)..และผกขาดการขนส่งในสายนั้น ๆ ไม่ให้เรือนอกชมรมเข้าไปวิ่งรับส่งสินค้าในย่ายนั้น ๆ ....เมื่อเป็นเช่นนี้ ....แล้วเราจะทำอย่างไร ?   

ในระยะแรก ๆ เราก็ต้องเป็นเรือ "แทรม" (Tramp) คือ มีสินค้าที่ใหนไปที่นั่น โดยไม่มีเส้นทางที่แน่นอนไปก่อน แล้วก็ต้องเข้าเป็นสมาชิกตามชมรมต่าง ๆ ให้ได่ ตรงนี้ ก็อยู่ที่ว่า เรือของเรา คนเรือของเรา จะดีมีมาตราฐานระดับโลกพอที่เขาจะยอมรับ เข้าเป็นสมาชิกของชมรมหรือไม่ (ทำอะไรกันชุ่ย ๆ เลิกเสียที...นะครับ)

ผมเชื่อแน่ว่าเมื่อถึงเวลาเราก็ต้อง เข้าเป็น สมาชิกชมรมได้ ได้วความสามารถของคนไทย นักเดินเรือ ที่ผดิตจาก สถาบันอันอัดหนึ่งของประเทศไทยไทย คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แห่งประเทศไทย....แต่รัฐต้องช่วยนะ....อย่างน้อย ต้องออกเงินต่อเรือให้ไปก่อน ....นะครับ....นะครับ

จริง ๆ แล้วเรื่องการทำธุระกิจทางทะเล เป็นเรื่องที่ต้องลงทุนสูง ต้องใช้ทุนเป็นจำนวนมาก   ึงจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องพึ่งตลาดหลักทรัพย์  แต่การจะเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมหลักเกณจากตลาดหลักทรับ ซึ่งเข้าของเรือไทยไม่ชอบ....ไม่ชอบเพราะอะไรไว้ว่ากันทีหลังนะครับ.

ระยะที่ 8 หรือขั้นตอนที่ 8 เป็น ขั้นตอนที่เราจะต้องหาท่าเรือ ให้เรือเทียบตามขนาดของเรือที่เราต่อขึ้นใช้เอง อาจจะเป็นขนาดใหญ่ หรือใหญ่สุด ๆ คือ 300000 ตัน  เรือ ขนาดสามแสนตันที่เห็นวิ่งกันอยู่ในท้องน้ำขณะนี้ ซึ่งมีทั้งเรือน้ำมัน และเรือ คอนเทลเนอร จะมีความยาวประมาณ 300 เมตร กินน้ำลึกประมาณ 25 เมตร  ยังไม่รู้เลยว่า จะเข้าอ่าวไทยได้หรือเปล่า ....ถ้าเข้าไม่ได้ก็ต้องลดขนาดลงมา ตามที่เราต้องการ ส่วนแบบจะเขียนเองหรือซึ้อลิขสิทธิ์เขาก็สุดแล้วแต่ความสดวก การต่อท่อออกไปรับน้ำมันกลางทะ  ทำได้ไม่ยาก    สำคัญคือเรือกินน้ำลึกมากจะเข้าอ่าวไม่ได้ หรือต้องต่อท่อออกไปไกล ๆ จะคุ้มหรือไม่ ต้องคิดกันให้ดี ....ที่น่าจะทำได้ บริเวณอ่าวกระบี่ น้ำค่อนข้างลึก  อาจจะทำท่าขนถ่ายน้ำมันจากเรือของเราขนาด 300000 ตันได้ แล้วทำถนน ตัดตรงมาเข้าอ่าวไทยที่ขนอนม แล้ววางท่อ ถ่ายน้ำมันมาตามข้างถนน ทั้งสองแท่งคือทั้งที่กระบี่ และขนอม ...สร้างถังเก็บน้ำมัน ทั้งสองฝั่งทะเล .....แต่การทำอย่างนี้ สิงค์โปรอาจะไม่ชอบ เพราะเขาจะขาดรายได้ไป แล้วเอาเงินมายัดรัฐบาลไทย ที่ค่อนข้างหิวเงินให้ระงับโคงการ เสีย ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งนั้น    ข้อสำคัญรัฐบาลอย่าไปรับเงินของเขา  แล้วยกเลิกโครงการณ์ ที่จะทำเงินอย่างมหาสารให้ประเทศชาติก็แล้วกัน....นะตรับ...นะครับ.

ระยะที่ 9 ระบบบริหาร...........

ท่าน  ครับยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่จะต้องพูดกัน ส่วนเรื่องของขนาดของเรือนั้น ทางฝ่ายเทคนิกการต่อเรือ คงจะได้ร่วมกันพิจารณาเอกว่า เรือจะต้องวิ่งสายใหน ? ความยาว   น้ำหนักบรรทุก   ความเร็วควรจะเป็นเท่าไร ? เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันเป็นสาย ๆ ไป แต่สรุปแล้วต้องจัดหาเรือที่มีความเร็วพอเหมาะ คือ อย่าให้เกิน 11-12 วัน จาก เมืองท่าถึงเมืองท่า ยกตัวอย่า จาก โยโกฮาม่า ถึง ซานฟราซิสโก ระยะทาง ประมาณ 6000 ไมล์ เรือต้องเร็ว ประมษร 25 ถึง 30 น๊อต หรือ จาก กรุงเทพ ถึง โยโกฮาม่า ระยะทาง ประมาณ 3000  ไมล์  ความเร็วก็น่าจะเป็น 20 -25 น๊อต

สิ่ง ที่สำคัญที่จะลืมเสียไม่ได้ คือ ระยะทางกับความเร็วเรือ ต้องมีความสัมพันธ์กัน หรือ คือได้สมมาตรกัน เพราะถ้าระยะสั้นเรือเร็วเกินไป จะขาดทุน เนื่งจากต้องให้น้ำมันมาก  สำเรือเร็ว    แต่ถ้า เรือช้าไป ก็จะขากทุนเช่นกันเนื่องจากต้องเสียเวลาในทะเล   เวลาที่เสียในทะเล นอกจากเงินจะเข้าบริษัทฯช้าต้องเสียดอกญเพิ่ม แล้วยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นเป็นเงาตามตัว  .....เพราะฉะนั้น ฝ่ายจัดการต้องคำนวนออกมาให้เป็นตัวเลขอย่างชัดเจน ก่อนที่จะลงมือต่อเรือ เพราะถ้าต่อผิด    ความเสียหายจะติดตามมาอย่างน่าใจหาย และเมื่อถึงตอนนั้น เราจะขายเรือลำนั้นก็ไม่ใช่ของง่ายนัก ....."ทุกอย่างต้อง ถูกต้อง และลงตัวหมด"

ทุกอย่าง จะลงตัวได้ดังคิดหรือไม่ก็สุดแท้แต่ผู้บริหารจะจริงใจต่อการดำเนินงานขนาด ใหน บริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด ตั้งแล้วก็ล้ม ล้มแล้วก็ตั้งไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่หนมาแล้ว จนกระทั้งทุกวันนี้ เหมือนกับหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว ...ไม่มีข่าวคราวเลยไม่ว่าในด้านใดทั้งสิ้น....เพราะรัฐบาลไม่สนใจหรืออย่าง ไร ?....ไม่สนใจเพราะหาผู้บริหารที่มือสอาด ๆ ไม่ได้ หรืออย่างไร ....ปัญหามันอยู่ตรงใหนกันแน่ .....ตอบง่าย ๆ คือ อยู่ที่ระบบบริหารนั่นละ....ระบบบริหารต้องรัดกุม ไม่มีช่องว่าง ....ทั้งบนบก และในเรือ....ระบบบริหารงานในเรือ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าระบบไม่ดี การตรวจสองจะทำได้ยากมาก  งานเรือ มีสิ่งที่จะหมกเม็ดได้ง่ายมาก   ถ้าจัดระบบไม่ถูก

ความจริงแล้ว ระบบการบริหารงานเรือ นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับระบบการบริหารงานบนบก คือ มีหน่วยงาน ต้นทุน และหน่วยงานกำไรเป็นหลั

บน สำนักงานใหญ่  ....คือหน่วยงาน..."ต้นทุน"....หรือในเรื่องงานเรือ เราเรียกว่า "หน่วยงานการส่งกำลังบำรุง".....ส่วนหน่วยงานกำไร  คือเรือ....เรือ คือ ..."หน่วยงานการผลืต หรือ การปฏิบัติ".....เพื่อให้เกิดผลผลิต หรือ ผลกำไรสูงสุด ....หน้าที่ตวบคุมการบริหารงานในเรือ เป็นเรื่องของ "นายเรือ"...เนื่องจาก เรือ เป็นนิติบุคคล เจ้าหน้าที่บนสำนักงานใหญ่บนบริษัทฯจะเข้าไปก้าวก่าอย หรือ ที่เราเรียกว่า ล้วงลูกในเรือไม่ได้ ....ใครคนใหนเข้าไปล้วงลูกในเรือ หมายความว่าคน ๆ นั้น เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในเรือ หรือ เพื่อพยายามโกงหุ้นส่วนด้วยกันเอง

การ บริหารงานในเรือ ต้องบริหารด้วยระบบ  "งบประมาณ"....การทำบัญชี ราบรับราบจ่ายของเรือ ..."ทางเรือ เป็นผู้ทำ"....ทำส่งขึ้นไปให้ฝ่ายตรวจสอบบนบกตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง เพื่อป้องกัน ไม่ให้ เจ้าที่ฝ่ายสินค้า นำเรือ ไปหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่ม  ฯลฯ  การตรวจสอบงบประมาณรายรับรายจ่ายของเรือ  แต่ละเดือนเป็นเรื่องที่ทางเรือ ต้องทำ....ทำให้ตรงกับบนบก ..เรื่องราวรายละเอียดมันมากเหลือ เกิน ....มากจนไม่อาจจะพูดให้จบตรงนี้ นะครับ ...จึงต้องขอยกไปก่อน.

มี เรื่องที่กองทัพเรือ น่าจะขอความเห็นจากเพื่อน รุ่นเดียวกับผมคนหนึ่ง ซึ่งคน ๆ นี้ เป็นนักเรียนนายเรือ ชั้นหัวกระทิ ทีเดียวนะครับ ....   สอบได้ที่ 1 ทุกครั้ง ตั้งแต่สอบเข้าจนสอบขึ้นไปอยู่โรงเรียนนายเรือ  จน กองทัพเรือ ได้ส่งไปเรียนต่อในโรงเรียนนายเรือ เดนมาร์ค....จบจากเดนมาร์ค กลับมารัฐราชการในกองทัพเรือ ไทย ติดเรือตรีได้ไม่เท่าไร   ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไร กันในกองทัพเรือ จึงได้เผ่นหนีออกจากกองทัพเรือ โดยไม่ได้ร่ำได้ลา....ออกไปเฉิย ๆ แล้วบินกลับไป เดมาร์ค ไปแต่งงานกับหลานสาวของเจ้าของเรือ เมอรค   และทำงานในบริษัทเมอร์ค มาจนถึงทุกวันนี้ ...ขณะนี้ เป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัท เมอร์คไลท์ (Maersk Line Co.,Ltd.)ไปแล้วครับ  ............บุคคลคนนี้ คือ นักเรียนนายเรือ ประชา สนธิเดช   นตร.รุ่น 20  นนร.รุ่น 55 .เลขประจำตัวนักเรียนนายเรือ เลขที่ 2059.

หมายเตุ ...พอมาถึงตรงนี้ชักเกิดความไม่แน่ใจเสียแล้วว่า ประชายังทำงานกับบริษัท Maersk Line หรือเป่า เพราะอายุมากแล้ว

ท่าน ครับ....ที่ผมว่าน่าจะติดต่อ กับประชา เพื่อขอความเห็นในการที่เราจะร่วมมือกัน จัดการเรื่องการเดินเรือ ระดับโลก ตั้งแต่ ขอความร่วมมือในการส่งนนิสิต เดินเรือ ของเกษตร ลงฝึกในเรือเมอร์ค ....ขอเข้าร่วม และหรือ แนะนำการนำร่อ เข้าเดินร่วมกับเรือ   "เมอร์ค" ฯลฯ ....ผมว่าถ้าทำได้จะดีมากนะครับ จะเป็นการยกระดับนักเดินเรือของไทย เข้าสู่ระดับโลกต่อไป .....สำหรับที่อยู่ของประชา ผมไม่ทราบ  ประธานรุ่น นนร 55 คือ นท.กาญจน์ ตันติเชกุล รน.   น่าจะทราบ นะครับ

ระยะที่ 10 การปรับ และออกกฏหมายควบคุมการเดินเรือ ระดับปฏิบัติการ ทั้งสำนักงานบนบก และในเรือ ....การจัดระบบการขนส่งสินค้า (คนงานขนถ่ายสินค้า )

มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ได้ผลิตนักเดินเรือค้าต่างประเทศ ชั้นนำของประเทศออกมาแล้ว ก็ต้องดูแลให้นักเดินเรือ เหล่านั้น นำวิชาความรู้ ที่ได้มาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไปใช้งานให้ เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง หรือกับส่วนรวม ...ไม่ใช่ไปทำประโยชน์ให้ใคร คนใดคนหนึ่งหรือ กลุ่มหนึ่งอย่างที่เกิดขึ้แล้วในปัจจุบันนี้  นั่นหมายความว่าอย่างไร ? หมายความว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการในกลุ่มและในช่วงนั้น ๆ อย่างเป็นธรรม ....

"ชาติใด ไร้ธรรมอำไพ ชาตินั้นบรรลัย แน่นอน"

จำ ได้หรือไม่ละครับว่าข้างบนนั้นเป็นคำพูดของใคร  ? ...ไม่ใช่ชาติอย่างเดียวที่จะบรรลัย แม้แต่องค์กรเล็ก ๆ เช่นไทยเดินเรือทะเล จำกัด ก็บรรลัยมาแล้ว....เดียวผมจะเล่าให้ฟังว่า  บรรลัยอย่างไร ...นั่นคือ องค์อรเล็ก ๆ ก็บรรลัยได้เช่นกัน ....การฆ่ากันตายอย่างไร้เหตุผล  อย่างไม่ชอบด้วยเหตุผล  แม่นอนครับ มันต้องไม่ถูกกฏหมายอยู่แล้ว  แต่คนที่ ทำผิดกฏหมาย กลับไม่ถูกนำตัวมาลงโทษ ส่วนคนตาย หรือ กลุ่มคนตาย ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง กลับถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย  เป็นผู้จะล้มเจ้า ....อยางนี้ ท่านคิดว่าอย่างไร ?   มันเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม มันคือ อะไรกันแน่?  แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ...."มัน ขาว หรือ ดำ ....ถูกหรือผิด ....ดีหรือชั่ว  ฯลฯ"

มโนธรรม จะสอนให้เรารู้ว่า สิ่งไรดี สิ่งไรไม่ดี ....มโนธรรมเท่านั้นที่จะบอกเราว่า ..."ดอกมะลิมีกลิ่นหอม"...ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะหลอกรวง มโนธรรม ที่มีในตัวมนุษย์เพื่อให้บิดเบือนไปจากความจริงได้นอกจากบุคคล คนนั้นไม่ใช่มนุษย์  แต่เป็นสัตว์ในคลาบของมนุษย์ เท่านั้นที่ ขาด มโนธรรม มีพฤติกรรมที่ต่ำทราม เช่น..."หมา" หรือ ที่ เราเรียกว่า ...."Dogs" ....หรือ "Dog-tors"....ที่ออกมาเห่า หอนกันข้างถนน นั่นละ

มโนธรรมจะสอนให้เรารู้ว่า   ภาพนี้ "สวย"....ภาพนี้   "ไม่สวย"....แต่ เมื่อเราไปถามหมาว่า ภาพใหนสวย ภาพใหนไม่สวย    หมาจะไม่รู้    เหมือนกับหมาจะไม่รู้ว่า ...การฆ่าคนตายเป็นสิ่งไม่ดี.....แต่ถ้าเป็นคน คนระรู้ว่า การฆ่าคนเป็นสิ่งไม่ดี ....นั่นก็หมายความว่า คนกับสัตว์นั้นมันแตกต่างกันตรง....มโนธรรม ....นั่นเอง .....แต่ถ้าตนขาดมโนธรรม คนจะไม่รู้ว่า การฆ่าคนเป็นสิ่งไม่ดี ......นั่นก็คือ คน ๆ นั้น  หรือ คนกลุ่มนั้น   หรือคนพวกนั้น    ก๋คือ ...."หมา"....หรือ...."สัตว์หน้าขน"....นั่นเอง

ปัญหา ที่เกิดกับคนบางกลุ่มที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือ  การที่คนเราขาดสติในการที่จะพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น   เพื่อให้เป็นประโยชน์กับตัวเองอย่างพอเหมาะ พอสม แต่พยายามทุกวิธีทางในการที่จะเอาลัดเอาเปรียบกัน นั่นคือ การใช้แรงงานเด็ก และสตรีที่ไม่เป็นธรรม  เมื่อเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นในสังคน  ก็อย่างที่ ร.6 พระองค์ท่านว่าไว้   ว่า  ชาติใดไล้ธรรมอำไพ ชาตินั้นบรรลัยแน่นอน.

เรา ไม่ต้องการให้การเดินเรือค้าต่างประเทศของเราบรรลัยอีกต่อไปแล้ว จึงจำเป็นที่เราจะต้องสร้าง ความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในหมู่กองเรือค้าเดินต่างประเทศของเราให้ได้ ....ความเป็นธรรมจะมีได้ก็ค้วยความเข้มแข็งของระบบ..."ฟาเซึย หรือ นิตินิยม"....นั่นหมายความว่า เราต้องมีกฏหมายที่เป็น ..."มาตราฐานเดียว".....ไม่ได้หมกเม็fไว้ ทำลายใครคนใดคนหนึ่ง  หรือ เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งดังที่เห็นอยู่ชัด ๆ ในทุกวันนี้ ....มันมีความจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องสร้างกฏหมายลูกขึ้นมารองรับการทำงาม ที่มีอยู่แล้วใน ระบบ ..."ISM" (International Safty Management)...ขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการทำงานมากกว่าที่เป็น อยู่ ที่มีการลงไปแสวงหาผลประโยชน์ในเรือ จน ทำให้ การทำงานในเรือ ขาดประสิทธิภาพ    จนเกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินทางไปในทะเล เพราะ...."ปกครองกันไม่ได้"....หรือ .....ลงไปก้าวก่ายงานในเรือ จนเสียการปกครองในเรือ  ฯลฯ   เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ทางรัฐต้องออกกฏหมายมาควบคุม ให้จริงจังมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อเปิดทางให้ นิสิตที่จบการศึกษาสาขาการเดินเรือค้าต่างประเทศ  จากมหาวิทยาลัยกษตร ลงไปทำงานในเรือได้อย่างเต็มที่...ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายมา...การกำหมด สิ่งที่จำเป็น หรือ ปัจจัยหลักที่ ต้องมอบให้กับทางเรือ หรือ ทางนายเรือ (Master Of the Ship)  เพื่อให้ทางเรือ หรือ นายเรือสามารถทำงานได้ ....คือเรื่องของ คน เงิน สื่งของ การจัดการ และการงบประมาณ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงาน ....สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องว่าไว้เป็นกฏหมายตายตัว จะบิดเบือนไม่ได้ 

"แล้วจะให้เริ่มตรงใหน ?   อย่างไร ?   เพราะมันมากจน ไม่รู้ว่า จะจับต้นชนปลายอย่างไร ?  ฯล"

"ผม ได้เคยเรียนให้ทราบไปแล้วว่า ถ้าใครไม่เข้าใจระบบงานเรือ จะไม่มีวัน ควบคุมการบริหารงานในเรือได้ เพราะมัน มีช่องให้หมกเม็ดมากมาย ....ฝ่ายบริหาร หรือ ผู้บริหารไทยเดินเรือทะเล ส่วนใหญ่มาจากฝ่ายการเมือง ความเข้าใจในเรื่องเรือค้าไม่มี จึงล้มลุกคลุกคลาน มาจนบัดนี้  จน  "โตไม่ขึ้น" ...เพราะใครเข้ามาบริหาร ที่ว่าแน่ ๆ ไม่ว่าจากหน่วยราชการใด   ผลสรุปคือ ..."เจ้งไปทุกราย".....ทำไม่.?...เพราะเหตุใด ? ...เอาละ  ครับ ท่านได้เวลาแล้ว ที่ผมจะเล่าให้ฟัง ว่าทำไม่   "ไทยเดินเรือจึงเจ้ง....เจ้งแล้ว เจ้งอีก"....ดูตรงนี้นะครับ ...ตรงระบบการทำงานในเรือก่อน ๆ ที่จะพิจารณาถึงวิธีการป้องกัน....

- วิธีการป้องกันที่เหมือน ๆ กับการป้องกันไม่ให้ ทหารยกกองทัพออกไปเข่นฆ่าประชาชน เพื่อปกป้องรัฐบาลซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของทหารว่า ให้...."ยกเลิก ผบ เหล่าทัพทั้งหมด แล้วตั้ง กรมเสนาธิการร่วมขึ้นมาทำงานร่วมกันทั้งสามเหล่าทัพ"

- วิธีการป้องกันที่จะไม่ให้มีสองมาตราฐานขึ้นในประเทศไทยอีก ....คือ "ให้ยกเลิกองค์กรอิสระทั้งหมด" และใช้ศาลยุติธรรม และคณะลูกขุนแทน ฯล.

- วิธีป้องกันที่จะไม่ให้รัฐบาล ใช้กฏหมายข่มเหงรังแกประชาชน และ ปกป้องเข้าอี้ของคัวเอง ก็ให้ ....ยกเลิก  "กฏหมายความมั่นคง และกฏหมายอื่น ไ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด "....แล้วให้ใช้ ..."กฏอัยยการศึก"...อย่างเดียว โดยมีสภาการส่งครามแห่งชาติ เป็นผู้ลงมติใช้กฏอัยยการศึก และมีองค์พระบามสมเด็พระเจ้าอยู่ ลงพระนามประกาศใช้ และแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพที่เหมาะสมไปบีญชาการรบ ...เมื่อนั้นกองทัพจึงจะเคลื่อนกำลังพลออกจากที่ตั้งได้.

"คนเชื่อถือไม่ได้ แต่หนังสือ (ตำราเรียน) เชื่อถือได้"....เพราะ ฉะนั้น  ใครที่ใหนก็ตาม ถ้ามาบอกกับท่านว่าจะไม่มีการ กบฏ (ปฏวัติ)ขึ้นในราชอาณาจักรไทย.....เราบอกได้เลยว่า คน คนนั้น...."โกหก"....เชื่อถือไม่ได้ ..บี่งผู้มีตำแหน่งหน้ที่สูงเท่าไรยิ่งโกหกได้แนบเนียนเท่านั้น ...อย่าเชื่อเป็นอันขาด....ถ้าจะให้ไม่มีการ ก่อกบฏขึ้นอีกในราชอาณาจักรไทย ต้องทำตามที่ผมเรียนให้ทราบข้างบน ..แต่ไม่รับประกัน เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนในประเทศไทย ที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการในความควบคุมของมาเฟียรการ เมืองกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียว.

"จำเป็นหรือไม่ที่เราจะต้องรู้ระบบบริหารอย่างชัดเจนเสียก่อน  ๆ ที่จะวางระเบียบบรีหาร ?"

 

 "จำเป็น  เป็นอย่างมาก ในการที่จะออกกฏหมายลูกเพื่อป้องกัน การล่มสลายของบริษัท เดินเรือค้าต่างประเทศในเคลือของกองทัพเรือ และมหาวิทยาลัยเกษตร (ทำได้ในรูปเอกชนที่มีทั้งสองสถาบัน ให้การสนับสนุนอยู่ข้างหลัง)"

 เมื่อสอง-สาม เที่ยวที่แล้ว ผมคุยกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ของผมขณะนี้ ถึงเรื่องเดิม ๆ ที่ผ่านมาแล้ว    พอตอนที่ถึงบริษัทไทยเดินเรือทะเล ...ผมก็บอกว่า 

"มีบางคนบอกว่า ไทยเดินเรือทะเล เจ้งเพราะคนประจำเรือทำเจ้ง....แต่ผมได้ตอบคน ๆ นั้นไปว่า  ไม่ใช่   สามเหตุสำคัญที่บริษัทไทยเดินเรือทะเลเจ้ง มาจากข้างบนบริษัทฯนั่นละ  ที่ทำให้บริษัทล่มสลาย เพราะเจ้าหน้าที่ข้างบน ไม่ทำตามหน้าที่ที่ดี และไม่ซื่อตรงต่อบริษัท ทำงานอย่างปิดบัง ซ่อนเล้น จนในที่สุด เมื่อถึงคราวคับขัดแก้ใขไม่ได้ เลยล่มสลายไป  ...ไม่ใช่คนประจำเรือทำเจ้ง ....คนประจำเรือไม่มีน้ำยาที่จะไปทำให้บริษัทล่มสลายได้เลย....อย่างเก่งก็ แต่เมาเล่าเที่ยวผู้หญิง ก็แค่นั้น และเราก็รู้ว่านั่นเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรทำ  ...นิสิต-นักศึกษาเห็นแล้วก็อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างก็แล้วกัน "

"ใครทำอะไร ข้างบนบริษัทฯ จนถึงทำให้บริษัทส่มสลายได้?"

"เกือบทุกฝ่ายบนบริษัทฯไทยเดินเรือทะเลนั่นละ แต่ที่มากที่สุดเห็นจะได้แก่ฝ่ายสินค้า และเบิดของ-ซ่อมทำ "

"ฝ่ายสินค้าเขาทำอย่างไร ?"

"ผมได้เรียนให้ทราบไปแล้วว่า สินค้าเป็นหัวใจ ของการขนส่งทางทะเลที่เดียว เพราะถ้า ไม่มีสินค้าเสียอย่าง    ทุกอย่างจะหยุดนิ่งหมด"

"มีอะไรบ้างละ"

นับตั้งแต่การทำสัญญาครั้งแรกแล้ว จะทำกันใน Termใหน หมายควรามว่า สัญญาการขนส่ง จะเป็น ฺำBerth Term  หรือ F. I.O. Cargo. หรือ CQD....เมื่อ ทำสัญญากับผู้ส่งสินค้าแล้ว ต้องส่งสำเนาสัญญาให้เรือหนึ่งชุด เพื่อเรือจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญา ในเมืองท่าต่างประเทศ....แต่ทางบริษัทฯจะไม่ส่งให้  ที่สำคัญคือ ไม่ต้องการให้ทางเรือ ทราบว่า ค่าระวางบรรทุกตันละเท่าไร  เพื่อทำ  B/L (Bill Of Lading) ปลอม.... หลอก หุ้นส่วนว่า ค่า ระวางบรรทุก ถูก กว่าความเป็นจริง เพื่อเอาส่วนที่เหลือ เข้ากระเป๋า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินค้า กับฝ่ายบัญชี จะร่วมมือกันทำ  B/L ของเรือทุกลำ ทุกเที่ยวเรือ ตลอดทั้งปี เพื่อแจ้งยอดรายรับราบจ่าย ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น  เมื่อเป็นเช่นนี้ ยอดของผลกำไรจะน้อยลง ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ก็จะได้ ส่วนแบ่งของผลกำไรน้อยลง ...เป็นการ..."โกงหุ้นส่วน"....วิธีการหนึ่ง ....หรือ บางครั้ง หาสินค้าที่ค่าระวางบรรทุก มาก ๆ สินค้าราคาแพง  แต่แทนที่จะเอมาลงเรือของบริษัท กลับเอาไปลง เรือ ของ บริษัทฯอื่น แล้วเรียกเก็บค่านายนหน้าเอง .....บางครั้งเมื่อหาสินค้าได้มาก ๆ ก็ถือโอกาศเช่าเรือ ไปบรรทุกสินค้าเสียเอง แล้วเอาค่าระวางมาแบ่งกัน ....เงินบางอย่างถูกส่งกลับมาบริษัทแทนที่จะเอาเข้าบ/ช บริษัท กลับเอาไปเข้ากระเป๋าต้วเอง เช่น เงิน ค่า "ค่าระวางสินค้าจ่ายคืน"   หรือ เงิน ค่า เรือเสียเวลา ที่ผู้เช่าจ่ายให้บริษัท ตามสัญญา ก็ไม่ส่งคืน บริษัท เช่นเดียวกัน มี อีกมากนายหลาย กรณ์ ที่ทางฝ่ายสินค้าทำกับบรีษัทฯ จนบริษัทล่มสลาย.

นอกจากนี้ยังมี การเบิกของ ซ่อมทำสำหรับเรือ ที่ ทางเรือ ไม่อาจจะควบคุมได้ เพราะทางข้างบนเอไปจัดการเอง เกี่ยวกับเรื่อง การสอบราคา การเปิดซองประกวดราคา ค่าซ่อมทำ   บางครั้ง ของไม่ได้ส่งมาเรือ ก็บังคับให้ทางเรือ เซ็นต์รับ....บางครั้งส่งของมาเรือแล้ว ลงบัญชีเป็นของเรือ แล้ว ....แต่ต่อมาอีกไม่กี่เที่ยวก็ส่งคนมาขนขึ้นไปจากเรือ   เอาไปลงลำอื่น แล้วทำใบเสร็จรับเงินใหม่ อย่างนี้ ก็มีมากเสียด้วย

และ ด้วยการ ข่อราชบังหลวงดังกล่าว ...เพื่อให่เกิดความแน่นอน สำหรับเจ้าหน้าที่บน สำนักงานใหญ่ในการควบคุมคนประจำเรือ เพื่อให้กินได้สดวก ....คนบนสำนักงานใหญ่ จะถือโอกาศยัดเยียดคนของตนเองลงไปในเรือเพื่อเป็นสาย สอดส่อง หาข่าวให้ ....นายเรือคนใหน   หรือ ต้นกลคนใหน ไม่ให้ความสดวกในการช่อราชบังหลวงของคนบนสำนักงานใหญ่ขนาดใหน...เมื่อยัด เยียดคนลงเรือ นาน ๆ เข้า .....ต่อ..ต่อมา การบรรจุคนลงเรือ เลยกลายเป็นอำนาจและหน้าที่ของคนบนสำนักงานใหญ่ไป ....การเบิดของซ่อมทำก็เช่นกัน  จริง ๆ แล้ว มันเป็นงบประมาณของเรือ เป็นความจำเป็นของเรือ ที่ขอให้ทางบริษัทฯจัดหาคนมาซ่อมทำให้ หรือส่งของให้ตามใบเบิก ....ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่บนบริษัท ฯ ทำเป็นโง่ ถามนั้นถามนี่  ถามไปถามมา เลยกลายเป็น ผู้ตรวจสอบว่าจะอนุมัติให้ส่งของ ซ่อมทำของ นั้น ๆ  หรือไม่ ..... เพื่อให้ร้าน หรือ บริษัทฯ ที่ส่งของ และซ่อมทำ จ่ายเงินค่า Commissions  ตามใบเบิกให้กับเจ้าหน้าที่ข้างบน.....

เมื่อ มีการเรียกสินบาท คาดสินบนเกิดขึ้นในบริษัทฯ มาก ขึ้นมากขึ้น ในทุก ๆ ฝ่าย หรือ ทุก ๆ แผนก .....ทุก ๆ ฝ่าย และทุก ๆ แผนก จึงต้องสร้างอิทธิพลของตนขี้นมาให้เหนือฝ่ายอื่น ๆ ดังนั้นตึงรับคน มาทำงานในบริษัทไทยเดินเรือทะเล จนแต็มบริษัทไปหมด  ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ ...เมื่อเทียบกับบริมาณค่าระวางที่ได้รับแล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายในสำนักงานใหญ๋สูงอย่างผิดปรกติ

ปํญ หาที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่ง คือเรือเก่า...เรือใช้แล้ว  ที่บริษัทอื่นเขาเลิกใช้แล้ว เพราะ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเรือเก่า เช่น  การเบิกของซ่อมทำสูง ซึ่งคนบนสำนักงานชอบ   เพราะฉะนั้น จึงพยายามที่จะให้ซื้อเรือเก่า   เพราะทำให้ได้ค่า Commissions มากอย่างว่านั่นละ  แต่ค่าใช้จ่ายของบริษัทฯจะสูง   และทำให้ขาดทุนอย่างมากมายจนอยู่ไม่ได้ต้องเลิกล้มกิจการไปในที่สุด.

ครับท่าน ....จากข้างบน ที่ง่าย ๆ สั้น ๆ ท่านก็พอจะเห็นเป็นรูปร่างได้เคล่า ๆ ว่า บริษัท ไทยเดินเรือทะเล ล้นเพราะเหตุไร ?  แล้วนะครับ ...จริง ๆ แล้ว ยังมีรายละเอียดอีกมาย  แต่ที่อดจะกล่าวไว้นะที่นี้เสียมิได้ คือ เรื่องของ...."นายเรือ"

นายเรือ (Ship's Master)

นาย เรือเป็นบุคคลสำมากในการที่จะยับยั้งการโกงหุ้นส่วนด้วยกันเองของเจ้า หน้าที่บนสำนักงานใหญ่ หรือการ "ซ่อราชบังหลวง" ในบริษัท   ถ้านายเรือเอาใจใส่ ต่อหน้าที่ และมีกฏหมายรองรับในการที่จะปฏบัติหน้าที่ ที่ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมาย

 นายเรือ ...คือ ตัวแทนของเจ้าของเรือ ...หมาย ความว่า   เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด ที่เอาเงินมาลงทุนซื้อเรือ ลำนั้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นแต่ละคนให้ เกิดความเป็นธรรมในการดำเนินธุระกิจทางทะเล....ผู้บริหารงานบนสำนักงานใหญ่ รู้ดี จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะลดอำนาจของนายเรือ เพื่อให้นายเรือ ทำการ ปกป้อง ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ไม่ได้ ....ด้วยการ ไม่ยอมให้รู้เรื่องเกียวกับการทำงานทั้งหมด   จะยอมให้ทำได้แต่เฉพาะการเดินเรือเท่านั้น  ....ด้วยการ ...ไม่ให้   Chareter Parety....ไม่ให้จัดการเรื่องคนประจำเรือ ....การ เลื่อน ลด ปลด ย้าย แต่ง ตั้ง ถอดถอน คนประจำเรือ ข้างบนเป็นผู้จัดการเอง .....ไม่ยอมให้นายเรือทำบัญชีรายรับ รายจ่ายของเรือ .....ไม่ มีอำนาจในการเบิกของซ่อมทำ...ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับความพอใจ ของเจ้าหน้าที่บนสำนักงานใหญ่  ฯลฯ ...นั่นเป็นเรืองในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ....นั่นก็คือ คนที่อยู่หน้างาน มีความรู้ความสามารถ ที่จะทำ.... แต่ไม่ได้ทำ .....ส่วนคนไม่รู้อะไรอย่างท่องแท้   รู้ เพียง....   งู  ๆ   ปลา  ๆ  ...เป็นผู้ทำ... เป็นผู้สั่งการ ....ลักษณะ เช่นนี้ ตามหลักวิชาเราเรียกว่า ...."การใช้คนผิดประเภท"....และ..."เป็นการทำงานแบบรวบอำนาจ" (Centralization )...ซึ่งเป็นการบริหารงานที่ก่อให้เกิดการ  Corruption....ได้ง่าย เป็นที่ต้องการของผู้ัมีอำนาจสั่งการ     ด้วยเหตุนี้จึงไม่ก่อให้เกิดความเจริญสูงสุดกับหน่วยงาน และประเทศชาติ....

เมื่อ นายเรือ คือตัวแทนของเจ้าของเรือ จึงมีหน้าที่ในการที่จะเก็บ และ รักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ   คือ รายรับ หรือ เงินเข้าบริษัทฯ คือ ค่าระวางบันทุก และรายจ่ายต่าง ๆ   ดังนั้นการ เซ้นต์ B/L (Bill Of Lading) จึงเป็นหน้าที่ของนายเรือ (ทั่วโลกเขารู้)   สมัยหนึ่ง ทางบนสำนักงานใหญ่ ของของไทยเดินเรือเอา B/L ไปเซ็นต์เอง   ซึ่งผิดกฏหมาย ธนาคารจะไม่ยอมรับ ต่อมา จึงให้ทางเรือ ทำหนังสือนอบอำนาจให้ ทางบนสำนักงานเป็นผู้เซ็นต์ B/L แทน     การที่ทางบนสำนักงานไม่ยอมให้เรือได้เซ็นต์ B/L  ก็เช่นเดียวกับการไม่ให้รู้ สัญญาเช่าเรือเพื่อขนถ่ายสินค้า เพราะใน B/L  ก็มีค่าระวางบรรทุกอยู่เหมือนกัน  จากนี้ เราพอจะเห็นเค้าโครงราง ๆ ว่าการไม่ให้เห็น B/L และไม่ให้ควบคุมการ เบิกของ   ซ่อมทำ  นั้น มันจะต้องเกี่ยวข้องกับ การเสียภาษีเงินได้ ของบริษัทฯด้วย.....มีหลายครั้งที่ ทางบริษัทฯ ทำน่าเกลียจมาก ตือ ดัดแปรงตัวเรือ เพื่อให้ บรรทุกสินค้า ได้มากขึ้น  หรือ เปลี่ยนแปลงน้ำหนักสินค้า ด้วยการแต่งน้ำอั

เฉา .....บางครั้งก็ให้เรือแอบไปลงสินค้า หรือ ขนสินค้าขึ้นโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากร ทั้งเมืองท่าที่ ขนสินต้าขึ้นเรือ (Load)  และขนสินค้าออกจากเรือ(Discharge) ในควารมร่วมมือของเอเย่นต์ ในเมืองท่านั้น จนทำให้ เกิดความยุ่งยากกับเรือ ของบริษัทฯ เป็นอย่างมาก จากการไม่ให้ ความร่วมมือของศุลกากรกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ได้ผลประโยชน์ร่วม ในเที่ยวที่ผ่านมา ...เมื่อเกิดความไม่ไว้วางในซึ่งกัน และกัน ระหว่างเรือ กับ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจึงเป็นเรื่องที่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับบริษัทฯ มากมาย ในเหลาย ๆ เรื่อง...และตกต่ำเลื่อย ๆ มาจนปัจุบัน

การ เดินเรือของไทย เมื่อ 50 ปี ที่แล้ว เป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็เป้นอย่างนั้น ....ผมออกจาก โรงเรียนนายเรือ มาทำงานในเรือ ค้าเดินต่างประเทศ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2505 เป็น ต้นหน ต้นเรือ เดินต่างประเทศสาย กรุงเทพ-ญี่ปุ่น มาตลอด ..จนเป็นนายเรือ เดินสาย กรุงเทพฯ- ญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2517  ปี พ.ศ. 2519 ให้ปก.นำร่องในร่องน้ำเจ้าพระยา เลขที่ 098 มาจนบัดนี้ เกือบจะเรียกว่าไม่ได้หยุดเลยก็ว่าได้ ....ผมอยู่ได้ ....เพราะผมเข้าใจวิถีทางการทำงานแบบไทย ๆ ดี ผมจึงอยู่ที่ใหนก็อยู่ได้ ที่สำคัญเพราะผมถือว่า....".ทางใคร ทางมัน"....ไม่ีเกี่ยวข้องกัน ....แต่เมื่อเราว่า ถึง สถาบัน ชาติ ศาสนา  พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย

More...

 
 
Copyright © 2010 All Rights Reserved.
 



วันต่อวัน

ขันทีเฒ่า 2
เล่าสู่กันฟัง



Copyright © 2010 All Rights Reserved.