ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




ตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะเป็นสุขได้อย่างไร ?

ตอนที่ 23

ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะเป็นสุขได้อย่างไร ?

..............................

                “ใช่ ...ไปโทษใครไม่ได้ทั้งนั้น ละเพื่อนรัก...วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมสอนให้เราเป็นอย่างนั้น”

        “วัฒนธรรมอะไรของนาย... ศัย”

        “วัฒนธรรมของการทำอะไรผิด ที่คล้อยตามกันไปอย่างไรละ”

        “ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ เพราะวัฒนธรรม... ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยเรานั้นแข็งแรงมากนะ”    

“ใช่แข็งแรงมาก แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ....นั่นมันเมื่อ หลายร้อยปีที่ผ่านมาแล้ว ....แต่เดี๋ยวนี้...ไม่มีแล้ว  ไม่มีอะไรเป็นของไทย แล้ว ...หายไปหมดแล้ว ....สำหรับเรื่อง...ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทย”

        “ศัย...นายพูดอย่างนี้ มันจะไม่เข้าไปสู่  เค้าโครงของการสูญชาติหรือ

“ใช่ ....ทำนองนั้นละ....มันจะเข้าไปสู่เค้าโครงของการสูญชาตินะซิเพื่อน”

“ทำไม...นายจึงพูดอย่างนั้นละ”

“เหตุผลนั้นมีมาก ...มันมีเหตุผลมากมาย....ดังจะเห็นได้จากกลุ่มชนทั้งใหญ่ และเล็ก ในอดีตที่ต้องศูนย์สลายไปแล้วมากมาย เพราะความที่ไม่มีวัฒนะธรรมที่เป็นตัวของตัวเอง”

“เช่น”

“เอาชาติ หรือกลุ่มคนที่เรารู้จักและคุ้นหูกันสักชาติเดียว ก็พอนะ....จริง แล้วมีมากมายหลายเผ่าพันธุ์ที่ศูนย์ชาติไปแล้ว....แต่เดี๋ยวก่อน...ต้องให้นายเห็นชัด กว่านี้ จากสิ่งแวดล้อมรอบ ตัวเราขณะนี้ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า ....เราไม่ได้คุยกันอย่าง  ลม แร้ง ....แต่นั่นละ ถ้าใครไม่สังเกตุจะไม่รู้ว่า ชาติตะวันตก (ชาติตะวันตกที่ดี ๆ ก็มีมากนะ)...ทำอะไรไว้กับเราบ้างขณะนี้”

“คนยุโรปเขาลำบาก มานานแล้ว จากการสงคราม และการนองเลือด ....ตอนนั้นเขาลำบาก แต่เขาก็เอาความลำบากนั้นมาสร้างคุณค่า ทางปัญญา จนก่อให้เกิดโภคทรับย์มากมาย...จากการดัดแปลงแก้ใขสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ให้เกิดกับเขาอีก ....แล้วก็ดำเนินการให้เป็นไปตามที่  “นิโคโล มาคซิอาเวลลี่”( Nicolo Macchiavelli 1469-1527)  กล่าวไว้” 

“นิโคโล ว่าอย่างไร...ใหนลองว่าใหม่ซิ ...เพื่อน....ลืมไปแล้ว”

“นิโคโลบอกว่า

     “ (1) มนุษย์ มักจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองก่อนอื่น และโลภในทรัพย์สมบัติ.....

       (2) คอยแก่งแย่งชิงดีผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา.....

       (3) ผู้ปกครองควรจะต้องยุแหย่ให้แตกกันเองจะได้ปลอดภัย และได้ประโยชน์จากการแตกร้าวของผู้อื่น”....”

“ตรงนี้ดีมาก ถ้ารู้จักคิด   และ   นำไปหาผลประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง .....ดังที่ชาติยุโรปทำมาแล้ว จนเกิดเป็นเวียตนามเหนือ-เวียตนามใต้.....เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้....รบกันใหญ่เลย แล้ว   คนยุโรปก็ขนเงินกลับบ้าน ด้วยการขายอาวุธให้ เหนือ กับ ใต้ รบกัน ....น่าคิด...น่าคิดนะเพื่อน”

“นั่นละ ...ข่างเอ๋ย...เพื่อนรัก ....ตอนนี้มันก็อยู่ที่ว่า ใคร(ชาติ)จะเข้าใจทฤษฏีนี้ขนาดใหน ...แล้วนำมาป้องกันชาติของตนได้อย่างไร .....เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของชาติตะวันตก (ที่ไม่ดี หรือ เลว) และศูนย์ชาติไปในที่สุด”

“ถึงศูนย์ชาติเชียวหรือ”

“ถึงแน่นนอน”

“ถึงอย่างไร ? ...ต้องทำอย่างไร จึงจะสมหวังตามทฤษฏีของ “นิโคโล”...”

“ทำให้ประเทศเล็ก ในเอเชีย “ศูนย์ชาติ”  ก่อนและรุกลามมากขึ้น จนประเทศต่าง เหล่านั้นละลายเป็นเนื้อเดียวกันหมดแล้ว ....คนยุโรปก็จะเข้าปกครองประเทศเหล่านั้นทั้งหมด”

“ทำได้อย่างไรละ...ศัย...”

“ทำได้ด้วยการ “ละลาย” พฤติกรรม และการกระทำที่ดีงาม หรือ/คือ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนะธรรมที่ดีงามของประเทศเหล่านั้นก่อน”

“ทำลายพฤติกรรม...ทำอย่างไร

“มอมเมาประชาชน ให้หลงละเริงอยู่ใน อบายมุข  คือ   สุรา นารี ภาชี กิฬาบัตร.....อย่างไรละ....เริ่มจากเด็กก่อน ฝึกกันตั้งแต่ เด็ก ๆ เลย ....ให้เด็ก ๆ หันเข้า หา Sex ให้มากไว้ โตขึ้นจะได้ ไม่นึกถึงบ้านเมือง เหมือน ๆ กับผู้ใหญ่ที่ไม่นึกถึงบ้านเมืองเพราะ ต่างก็คิดกันว่า จะหา ค่า Commission กันได้อย่างไร จะเปิดงานตรงใหนจึงจะเหมาะสมที่สุด  โดยไม่ส่งผลเสียมาถึงในภายภาคหน้า ”

“น่าสนใจมากนะ....ว่าต่อไปซิ”

“ เคยเห็นบ้างใหม ใน TV มีให้เห็นมากมาย ที่ผู้ใหญ่ เอาเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มาเขียนคิ้ว..ทาปาก ...นุ่งน้อยห่มน้อง ...ออกมาเต็น แอ่นหน้าแอ่นหลัง ....พวกผู้ใหญ่ไล้ความคิดก็ชอบอกชอบใจว่า ลูกหลานฉันเก่ง....น่าสงสารนะ...คนไทยเอ๋ย...คนไทย....ทำไมจึงเห็นผิดเป็นชอบกันไปหมด”

“ ใช่...หรือว่า ...เราไม่ทันสมัย...วะศัย”

“ก็เพราะไอ้นี่ละที่เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญ  ที่จะทำให้  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายขึ้น....ข่าง นายเคยเห็น ชาติบางชาติ ที่เคยตกเป็นเมืองขึ้น ชาติตะวันตก หรือไม่ ? ที่เวลา เขาจะดื่นกาแฟ หรือ ชา เขาจะ เอากาแฟ เทลงในจานรองถ้วย แล้วจึงยกจานรองถ้วยขึ้นดื่ม .....นั่นละคือ การแนะนำ ของผู้เป็นนาย เพื่อให้ทาษ มีการกินอยู่ หลับนอน ต่างไปจากนาย   หรือ คึอ ไม่ต้องการให้....ทาษ ทำอะไรเหมือนนายทำ เป็น อย่างนาย ทำ   ทั้งเรื่องการการแต่งตัว การกินอยู่หลับนอน .....ต้องอยู่ในสภาพที่ดูแล้ว  ไม่ค่อยจะหน้าดูนัก...สกปรกรกรุงรัง ...ดูแล้วให้เห็นว่า ต่ำกล่วความเป็นอยู่ของนาย”

“ดีไปอย่างนะ....เรื่องอย่างนี้ไม่มีในเมืองไทย”

“แต่ก็มีอย่างอื่นเข้ามาแทนที่”

“มีอะไร”

“มีการแต่งกาย อย่างหนึ่งละที่เห็นได้ชัด ๆ “

“เป็นอย่างไร การแต่งกาย....ไม่เข้าใจ”

“ในสมัยก่อน เมื่อตอนที่เราหนุ่ม ๆ เราจะไม่เคยเห็นคนใส่รองเท้าแตะ ออกมาเดินนอกบ้าน ...การแต่งตัวออกมานอกบ้าน ต้องให้ดูเรียบร้อย  ใส่เสื้อแขนสั้นหรือ แขนยาว กาวเกงขายาว เป็นส่วนมาก การเกงขาสั้นไม่นิยนใส่ออกนอกบ้านเช่นเดียวกัน กับรองเท้าแตะ นอกจากนักเรียนมัธยมต้น จึงจะใส่ กางเกงขาสั้น แต่ จะ รีดเรียบ ทั้งเสื้อกางเกง บางทีอาจจะลงแป้งจนแข็งก็มี (เช่นไอ้โง้ง)...”

“ใช่ .....เป็นอย่างนั้น จริง ๆ “

“นายเห็นหรือ เปล่า ละข่าง...แต่เดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร ทั่วทั้งบ้าน ทั้งเมือง ....หาความเป็นระเบียบเรียบร้อบในการแต่งกายไม่ได้เลยสักแห่งเดียว ....นอกจาก พวกรัฐมนตรีที่ผูกไทร์ไส่เสื้อนอกเท่านั้น.....นอกนั้นทั่วทุกหนทุกแห่งในกรุงเทพฯ จะเต็มไปด้วยคนคนใส่รองเท้าแตะ มุ่งกางเกง ขาสั้นบ้างสามส่วนบ้าง ผ้าก็ลายต่าง ๆ มาก มาย เสี้อ ไม่ต้องพูดถึง   “เสื้อกล้าม”  ก็มีจน ทุกอย่างกลายเป็นธรรมดาไปแล้ว”

“ศัย...ทำไมมันจึงเปลี่ยนไปได้ละ...เพื่อน”

 

“เห็นกันมานานแล้วนี่...จะต้องเริ่มจากตรงใหนก่อนละ”

“เริ่มตั้งแต่เด็กเลย.....นายเคยได้ยินใหมละเพื่อน....ที่ไอ้พวกนักวิชาการจอมปลอม ไอ้พวก " Dog-ter" ทั้งหลาย มันออกมาพูดว่า   “ต่อไปจะไม่มีพรมแดน ....จะไม่มีเส้นกั้นเขตแดน”....นั่นละมันเริ่มสร้างมโนภาพให้เด็ก ๆ เห็นว่า ชาติ ไม่สำคัญละ ต่อไปจะไม่มีชาติแล้ว.....เหมือน ๆ กับที่มันบอกว่า พ่อ แม่ เป็นผู้กีดกั้นความคิดของเด็ก  อย่างร้ายกาจ ที่พ่อ-แม่   ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ปกครองของเด็ก สอนให้เด็ก เคารพ ปู่ ย่า ตา ยาย ครู อาจารย์ เคารพผู้ใหญ่ ...เดินผ่านผู้ใหญ่ต้องก้มศรีษะ ...ให้ลูกเคารพ พ่อ-แม่ .... ให้น้องเคารพพี่ ...ฯลฯ”

“เขาว่าเพื่อเปิดกว้างให้เด็กได้ใช้ความคิด และ แสดงออกอย่างอิสสระเสรี...อย่าไรละ”

“ไม่ใช่...ข่าง ...ก่อนสงความโลกครั้งที่สอง ...ญี่ปุ่น เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว จนรบชนะ ชาติตะวันตก ....ฝรั่งกลัวมาก ....จึงค้นคว้าหาเหตุผลว่า ทำไม ....ญี่ปุ่น จึงแข็งแกร่งนัก ...ผลสรุปออกมาว่า เป็น เพราะ ....คนญี่ปุ่น เป็นคนที่มี  "วินัย" มาก ว่าอะไรอว่าตามกัน ทั้งต่อหน้า และลับหลัง ให้ความเคารพนับถือผู้ใหญ่มาก ...ในเมื่อเด็ก เคารพผู้ใหญ่....ผู้ใหญ่ ก็ให้ความเมตตากับเด็ก .....เด็กก็สบายใจ ...ผู้ใหญ่ก็มีความสุข อายุยั่งยืนยาว ....ผู้ใหญ่รัก เด็ก ...ผู้ใหญ่ก็ เอาสิ่งดี ๆ มาสอนเด็ก ...เด็กก็ตอบสนองผู้ใหญ่ด้วยการทำตามในสิ่งที่ผู้ใหญ่สั่งสอนอย่างเสมอ ต้นเสมอปลาย ....ฯลฯ ....นี่ละที่ทำให้เกิดพลังร่วมที่สำคัญ ของคนในชาติ ....จนทำให้ ...กองทัพญี่ปุ่นเข้มแข็งมากที่สุดชาติหนึ่งในโลก..... จน กลายเป็นชาติมหาอำนาจได้ภายในระยะเวลาประมาณ 50 กว่าปีเท่านั้น (สมัย ร.5) .....ฝรั่ง ชาติตะวันตก จึงกลัวมากในเรื่องนี้ ....เพราะฉะนั้น เมื่อ ตนมีโอกาศจึงได้พยายามสอนให้เด็กในชาติเอเชียขาดความเคารพนับถือผู้ใหญ่ .....คนเอเชียหน้าโง่.... เห็นดีเห็นชอบไปด้วยโดยไม่รู้ว่า นั่นละ คือ การ    “ละลาย”    พฤติกรรมที่ดีงามของชาติละ ....แล้วจะนำไปสู้การศูนย์ชาติในที่สุด .....ดูกันต่อไปนะ...เพื่อน....ว่าเขาทำอย่างไรกับเรา ”

“ไม่นึกว่า มันจะไปกันใหญ่โตถึงเพียงนี้ นะ”

“นายจำได้หรือเปล่า เราเคยบอกว่า  “เซ็นเซ่ต์”  พ่อของ มิสเตอร  “ฮาร่า”  ก่อนตาย ท่านบอกเราว่า... “เราคนเอเชีย ด้วยกัน ต้องรักกันไว้ ....คนยุโรป เชื่อถือไม่ได้”
            “ตอนนั้น เราก็ไม่ค่อยจะเชื่อ เพราะคิดว่า    ที่ท่านพูดอย่างนั้น เพราะญี่ปุ่น แพ้สงคราม นะซิ  แต่ จริง ๆ แล้ว นั่นเป็นเพราะ ผู้ใหญ่ ท่านเมตตาเรา ....ท่านสั่งสอนเรา นั้น เป็นความจริงทุกประการ”

“นั้นละ ...ศัยนะ...กาล เวลา เป็นเครื่องพิศูตรความจริงได้อย่างหนึ่ง นะเพื่อน”

“การเคารพผู้อาวุโส ผู้มีพระคุณ พ่อ-แม่ ปู่ย่า ตา ทวด  ครูบาร์อาจารย์ น้องเคารพพี่ ...พี่ดูแลน้อง เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด ....ธรรมชาติ ของป่า เป็นเครื่องอบรมบ่มนิสสัยคนให้ เป็นไปตามสภาพแวดล้อม อย่างหนึ่ง   นอกจาก สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว....การทดลองนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วในยุโรป เมื่อนานมาแล้ว   โดย คนยุโรป เขา ทำเมือง.... เมืองหนึ่งให้สอาด รักษาสิ่งแวดล้มจนดูเจริญหู เจริญตาไปหมด ....ทุกอย่างลงตัวไปหมด ....ไม่มีอะไรเป็นที่ละคายเคือง ความรู้สึก  และ  กัดกล่อนอารมภ์ ให้คน  หรือ ประชากร ผู้อาศัย รู้สึก ว่า รอบ ๆ ตัวมัน สกปรกรกรุงรังไปหมด.....ถ้ารู้สึก อย่างนั้น เขา (คนยุโรป)จึงสรุปได้ว่า    อิทธิพลของความเป็นอยู่ และสิ่งแวดล้อม สามารถ เปลี่ยน อารมภ์ และความรู้สึก ของคน จาก  “ดีให้เป็นไม่ดี” ไปได้....การทดลองนี้ เขาได้ทำให้เมือง ๆ หนึ่ง ให้ดูสอาดสอ้าง ไม่มีมลภาวะใด ๆ ทั้งสิ้น โดยการ ให้ ศิลปิน เป็นผู้ออกแบบ ทาสีบ้านช่องทุกหลังคาเรือนในเมืองนั้น เป็นสีขาวทั้งเมือง....ทั้งเมืองทาสีเดียว คือสีขาว ....ผลปรากฏว่า ...ประชาชนพลเมืองในเมืองนั้น เป็นผู้มีความประพฤติดีมาก ... มีความรู้สึก ต่อ เพื่อนร่วมชาติ  มองคนในแง่ดี ....และที่สำคัญ คือ เกิดความรัก  และ หวงแหน บ้านเมืองเป็นอย่างมาก ”

“ได้มีเรื่องเล่า ว่า ....มีพี่น้องฝาแฝดสองคน.....คนหนึ่ง โจรเอาไปเลี้ยง ....โตขึ้นก็มีนิสสัยใจคอเป็นโจรไป ....ส่วนคนที่นักปราชญ์เอาไปเลี้ยงก็กลายเป็นบัตฑิตผู้ทรงคุณวุฒิไป....แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เสียด้วย”

“นั่นละ ....เรื่องนี้ ...ละ...ที่ ....คนตะวันตก (คนตะวันตกที่เลว ....ที่ดีก็มีมาก) ที่รู้และเข้าใจ สันดาน....ความเป็นทาษของคนเอเชียดี ......จึงให้คนของเขา แต่งตัว เป็น  “แฮปปี้” ผมเผ้า รุงรังเข้ามาเดินกันเต็มเมืองไปหมด ....จน เด็ก ๆ คนเอเชีย ที่พ่อ-แม่ ไม่ได้สั่งสอน เห็นเป็นของดี เอาเป็นตัวอย่าง ....แต่งตัวเป็นฮิปปี้บ้าง แล้วมันก็ขยายตัว ออกไป เลื่อย ๆ จาก หนึ่งเป็น  สอง   จากสองเป็นสี่   จากสี่เป็นเป็น แปด .....ขยายตัวออกไปเลื่อย ๆ จน เต็มบ้านเต็มเมืองไป หมด แล้วก็ ค่อย ๆ พัฒนา ไปเลื่อย ๆ จนกลายมาเป็นดังที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ .....คือ  ไม่มีวัฒนธรรมการแต่งกายที่เป็นตัวของตัวเองเพื่อให้เข้าสังคมของสุภาพบุรุษได้.....ทั้งเมืองจึงดูสกปรกรกรุงรังไปหมด ....แม้แต่ ....รถทัว ....รถไฟฟ้า มหานคร ....รถอะไรต่อมิอะไรมากมาย เขียนอะไรกันก็ไม่ทราบเต็มไปหมด ....ดูแล้ว สกปรกลกรุงรัง ไม่น่าดูเลย.....แม้แต่ รถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน ไม่รู้ว่า ซื้อมาเป็นเงินเท่าไร ? เขาออกแบบสีสันไว้ดีมาก  ดูเรียบร้อย สวยงาน   ดูแล้วเจริญหูเจริญตา ....แต่พอมาถึงมือ พ่อไทยเข้า ....จาก ความรู้สึก ที่เข้ายังไม่ถึงความสวยงามตามธรรมชาติ ที่เรียบร้อย จึงเอาภาพโฆษณาขายของไปเขียนไว้ เต้มไปหมด ทำให้เสียทัศนีย์ภาพของ  "กรุงเทพ หมานคร ฯ"  เมืองฟ้อมร ไปหมด เหมือยกับเมืองในนรก ที่มืดทึบ รกรุงรัง ฯล ....ทั้งนี้คงจะเป็นเพราะ ผู้มีอำนาจหน้าที่สั่งการ ในที่นั้น เห็นแก่เงินค่าโฆษณาเล็ก ๆ น้อย ๆ เลยทำให้เสียบรรยากาศไปหมด.....ทำให้บ้านเมืองแลดูสกปรกมากขึ้น”

“นี่ละคือความรู้สึก ของผู้บริหารในวงการ หรือองค์กรใหญ่ ๆ ของไทยขณะนี้ละ...ศัย”

“ใกล้แล้ว”

“ใกล้อะไร ?”

“ใกล้จะศูนย์ชาติแล้ว นะซิเพื่อน”

“ทำไมนายถึงว่าอย่างนั้นละ...ศัย”

“ที่ว่าอย่างนี้ ...เพราะชาติที่ไม่มีวัติธรรมของตัวเอง จะต้องศูญชาติไปในที่สุด   อย่างไรละ”

“เหตุผล ? “

“มีมากมาย”

“ว่าไปซิ”

“ฟังนะเพื่อนรัก........ฟังนะ”

 

        ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป ....บริเวณประเทศสแกนดิเนเวีย ในปัจจุบัน เป็นถิ่นกำเหนิดเดิมของชนกลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกว่า พวก    “นอร์ทแมน” (Northman) พวกนอร์ทแมนนี้ นี้ เป็นชาตินักรบที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญทั้งทางน้ำและทางบก ....ในศตวรรษที่ 5 เลื่อยเลยมาจนถึงต้นศตวรรษที่ 9 คนพวกนี้ ได้อพยพลงมาทางใต้โดยใช้เรือเล็ก ๆ สามารถ เข้าไปได้ถึง ในแม่น้ำ เทมส์(Thames)  แม่น้ำแซนน์ (Saine) …..และ....แม่น้ำลัวร์ (Loire) ได้โดยง่าย ......หลังจาก ที่ได้ชัยชนะในดินแดนที่ดีได้แล้ว พวกนอร์แมนได้จัดส่งกองเรือรบ  เข้ารุกรานเมืองต่างๆ ต่อไปอีกเลื่อย ๆ บุกเข้าไป จนถึงตอนใต้ของเสปญ ผ่านทะเลเมดิเตอรเรเนียนเข้าไปในช่องแคบยิบรอลต้า และ เข้าไปตี อิตาลี่ได้ (เก่งไหมละ)   ...ทางตะวันตก ได้บุกเข้าไปไปตีได้ ไอแลนด์ (Ireland) ….และได้บุกเลยขึ้นไปทางเหนือขึ้นไปอีก และ ตีได้ “กรีนแลนด์” (Greenland)….พวกนอร์ทแมน เดินทางเลยเข้าไปถึงฝั่ง คานาดา และเขต “นิวอิงแลนด์”...แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่า ตีได้ดินแดน แถบนั้นหรือไม่

พวกนอร์แมนนี้ นิยมมี ภรรยาหลายคน (Polygamy) แต่ในหมู่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถมีภรรยาในคราวเดียวกันได้หลายคน ....มันมีวัฒนธรรมและประเพณีอย่างหนึ่งของพวก “นอร์ทแมน”  ที่ ลูกชายคนรองลงไปของทุกครอบครอบครัว จะต้องร่วมกัน และทิ้งถิ่นฐานเดิมที่ตีได้ ...และ...ออกไปแสวงหาดินแดนใหม่ต่อไป ...ทำสงคราม – นองเลือด ...เพื่อให้ได้มาซึ่งดินแดนใหม่ต่อไปอีก หลังจากที่ตีได้ ดินแดน ต่าง ๆ ในยุโรปแล้ว เพื่อทำให้มีการขยายอาณาเขตออกไปอีก   เพื่อเก็บไว้เป็นที่นั่นใหม่ต่อไป (เห็นหรือยังละ นี่ละคือ “สงคราม และการนองเลือด จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของมนุษยชาติ”....จริงไหมละครับท่าน)

ดินแดนแห่งแรกในที่ราบลุ่มต่ำ ทางตอนใต้ของ  “แม่น้ำแซน”  ที่พวกนอร์ทแมนไปตั้งนั่นอยู่คือ บริเวณ   “แคว้นนอร์มังดี” (Normandy)ในปัจจุบัน

ใน ค.ศ. 911 กษัตริย์ แฟรงค์ จำต้องยอมอนุญาติให้  หัวหน้าของพวก นอร์ทแมน ที่ชื่อว่า “รอล์ฟ” (Rolf) หรือ “รอลโล” (Rollo)   มีสิทธที่จะตั้งมั่นอย่างถาวรได้ในดินแดน “นอร์มังดี” ......พวก นอร์ทแนม ได้กลายไปเป็นพวกที่มีสมรรถภาพและเป็นชนชั้นปกครองที่มีอำนาจมากขึ้น ๆ จนได้ชื่อว่าเป็นนักปกครองที่ดีเยี่ยม ในตอนเริ่มแรกของยุค  “ฟิวคัล” ที่เดียว

หลังจากมีที่มั่นในแคว้นนอร์มังดีแล้ว  บุตรชายจำนวนหนึ่งพันกว่าคน ของหัวหน้าครอบครัวต่าง ๆ ของชนเผ่าเหนือได้รวบรวมกันเป็นกองทัพ เดินทางออกไปปแสวงหา ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ใหม่ทางตอนใต้ของ อิตาลี่ และ อาณาเขตของ ชิชิลี่ ซึ่งยังอยู่ในความปกคองของโรมันตะวันออกอยู่

พวกนอร์ทแมนที่ตั้งมั่นอยู่ที่ นอร์มังดี ได้ปฏีบัติงานที่สำคัญ ๆ ไว้หลายอย่าง เป็นต้นว่า....ในปี ค.ศ.860 หัวหน้าของพวกนอร์ทแมนชื่อ " รูริค" (Rurik) ได้บุกข้ามทะเลบอลติค เข้าไปสู่บริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศรัสเซีย ก้าวและรุกเข้าไปทางตอนในของดินแดนส่วนนั้น จนสามรถรบชนะพวก "สราฟ" สาขาต่าง ๆ ได้  "รูริค" ได้ทรงสถาปนารัสเซียแห่งแรกขึ้น โดยมีเมือง "เคียฟ" (Kiev) ซึ่งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ "คริฟเปอร์" (Dnieper) เป็นนครหลวง

"เป็นอย่างไรบ้างเพื่อน ...เก่งใหมละ ?"

"เก่งมาก เก่งมากจริง ๆ ด้วย"

"ถ้าไม่เก่งจริง ไมสามารถที่จะทำสงคราม รบชนะประเทศต่าง ๆ ในยุโรปได้ครึ่งค่อนยุโรป ...ดูต่อไปนะ ....ตรงนี้สำคัญมากที่จะเข้าถึงเรื่องของเรา ที่จะแสดงให้เห็นว่า   "ถึงแม้ว่าจะรบเก่งสักแค่ใหนก็ตาม  ถ้าไม่รู้จักรักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพนีอันดีงานของชาติไว้ให้มั่นคง ก็มีโอกาศที่จะศูนย์สูญชาติได้เหมือนกัน"    ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับชนชาติหนึ่ง ที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่า "พวกนอร์ทแมน" นี่ละ"

"จริง ๆ แล้วพวกนอร์แมนนี้ไม่ค่อยจะคุ้นหูเท่าไรนักนะ...ศัย"

"พวกนอร์แมนเป็นชนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ทางตอนเหนือของยุโรปแถว ๆ เสกนดิเนเวีย และยกกันลงมาทางใต้ของยุโรป เข้ารุกรานชาติต่าง ๆในยุโรปตอนกลาง จนเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในหมู่นักประวัติศาสตร์ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยทั่วไป แม้แต่ในประเทศไทยก็รู้จักกันดี ..โดบทั่วไป"

"อย่างนี้ก็ต้องเรียกว่าดังมากซินะ"

"ใช่...ดังมาก"

"แล้วคนกลุ่ม   นี้ คือ ใครกันแน่ละ ?"

" คนกลุ่มนี้คือ พวก  "ไวกิ้ง" (Viking)   อย่างไรละเพื่อน ....ตอนนี้...เดี๋ยวนี้ศูนย์สลายไปหมดแล้ว

"ทำไม ละ  ?"

"อย่างที่เล่าให้ฟังนั่นละ .....ทั้งนี้ก็เนื่องมาจาก ว่า พวก ไวกิ้ง  สนใจแต่ในเรื่องการค้า กับการรบเพื่อการขยายดินแดนเท่านั้น ซึ่งในสมัยนั้นรัสเซีย (เป็นชาติที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยพวกไวกิ้ง)กรุงคอนแสตนติโนเปิล และรับเอาศาสนาคริสต์นิการ "ออธอดอกซ์"   มาเป็นศาสนาประจำชาติของตน  ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 10 เรื่อยมา  จนถึง สมัยการปฏิวัติในรัสเซีย เมื่อปี ค.ศ. 1371    นอกจากนี้ยังได้เอาแบบแผนการจัดตั้ง กองทัพ  การจัดระเบียบราชสำนัก  ความคิดในเรื่องกฏหมายมรดกตกทอดในทรัพย์สิน  ความดิดที่ว่า จักรพรรดิ์ ปกครองประเทศด้วยระบบ เทวสิทธิ์   และการแต่งงานที่ต้องผ่านพิธีการทางศาสนาของชาว "ไบเเซนไตน์" มาใช้ในรัสเวียอีกด้วย....

พวก ไวกิ้ง หรือ พวก นอร์ทแมน ไม่สนใจที่จะเผยแพร่  วัฒนธรรม  อารยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของบรรพบุรุษไว้ ....เมื่อไปอยู่ที่ใด ก็จะทำตัวให้เข้ากับ เจ้าของท้องถิ่นนั้น ๆ ได้โดยง่าย   และ   พร้อมที่จะรับ อารยะธรรม ที่เจริญกว่าตน   (ตรงนี้สำคัญที่ทำให้ ไวกิ้ง ศูนย์ชาติ....และชาติตะวันตกปัจจุบัน นำมาบ่อนทำลาย  ความเป็นชาติของคนเอเชีย และประเทศบางประเทศ เช่นประเทศไทย   ในปัจจุบัน)

ถึงอย่างไรก็ตาม   พวกไวกิ้ง  หรือพวก  นอร์ทแมน  ได้สอนใช้ชาวรัสเซีย และ ดินแดนต่าง ๆ ที่ตนปกครองรู้จักตั้งบ้ารเรือน   และ   "สำนึกในความเป็นชาติ"   โดยการก่อตั้งรับบาลกลาง และการจัดการปกครองมณฑลต่าง ๆ อย่างคล่าว ๆ ขึ้น  มีจำนวนถึง 80 กว่ามณฑล   แต่เนื่องจากอณาจักร   "เคียฟ"   กว้างใหญ่เกินไป และการปกครองของ  "ไวกิ้ง"  ไม่รัดกุมนัก   จึงมีความระส่ำระสายอยู่เนือง ๆ    จนในปี  ค.ศ.1237 ได้ถูกพวก   "มองโกล"   หรือ   "ตาต้าร์"   ภายใต้การนำของเจ้าชาย  "บาทู" (Batu)   พระราชนัดดาของ ของ   เจงกิสข่าน  ทำลายลงจนเป็นอาณาจักรเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายอาณาจักร .

ข้างบนเป็นพวก "นอร์ทแมน"  พวกหนึ่งที่ยกกองทัพจากนอร์มังดี ขึ้นไปทางเหนือ เข้าครอบครองดินแดนรัสเซียในปัจจุบัน  และเป็นผู้ตั้งประเทศรัสเซียในปัจจุบันนี้ขึ้นมาด้วย .....แต่ก็ยังมีพวก  "นอร์ทแมน"  อีกพวกหนึ่ง ได้บุกเลยเข้าไปในดินแดนของเกาะอังกฤษ ยึดได้เกาะต่าง ๆ และเมืองท่าของอังกฤษมากมาย  ในทะเล "ไอแลนด์" ได้ .....อังกฤษได้ทำการต่อต้านอย่างหนัก แต่ในที่สุดก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ (ไม่หน้าด้านเหมือนรัฐบาลพรรคประชาธปัต ที่ปล้นเอาประเทศไปบริหาร และไม่คืนกลับให้เจ้าของ  คือ  ประชาน  เมื่อเขาทวงคืน...คงจะรอเพื่อถอนทุนที่ ลงไห้ตัวเองเเละพวกพ้องก่อน จากการใช้ งบประมาณ ปี พ.ศ.2553 ก่อน) พระเจ้า อัลเฟรด(Alphat the great ค.ศ. 871 - 899) แห่งอาณาจักรเองโกลแซกซ่อน  ทรงเป็นหัวหน้าในการจัดการป้องกันการรุกราน ของพวกนอร์ทแมนพวกนี้   ซึ่งเรียกพวก นอร์มแมนสาขานี้ว่า  "พวกเดนส์"  (Denes)   แต่พระเจ้าอัลเฟรดก็ต้องพ่ายแพ้ เพราะกองทัพของพระองค์ไม่เข้มแข็งพอ ที่จะขับไล่พวกเดนส์   ให้ออกไปจากอังกฤษได้ พระองค์ต้องทรงยกดินแดน ทางตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมดของอังกฤษ ตือ มณฑล "เดนลอร์" (Danelaw) ให้พวก นอร์ทแมน สาชา เดนส์ปกครอง

จากเรื่องราวของพวกไวกิ้ง ที่เรียนให้ทราบนั้น เราจึงสรุปได้ว่า  ความสามารถอย่างเหนือชั้นในการรบกับชาติต่าง ๆ ในยุโรป จนมีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลมาก แต่ในที่สุดจนบัดนี้ ประเทศนี้ คือ ชนชาตินี้ได้ถูกลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์ไปหมดแล้ว   คงเหลือไว้แต่คนที่มีเชื้อสาย ไวกิ้ง กระจัดกระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งยุโรปเท่านั้น   สาเหตุสำคัญนั้น คือ   "การไม่รู้จักรักษาวัฒนะธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชนชาติของตนไว้"  

แต่ในทางที่ตรงกันข้าม เมื่อเราเปลียบเทียบกับชนชาติเล็ก ๆ ในขณะนั้น คือตั้งแต่ก่อน ค.ศ. มาแล้ว   จะมีชนกลุ่มหนึ่งเที่ยวระเหเร่ร่อนไปในประเทศต่าง ๆ อย่างไม่มีหลักแหล่งแน่นอน เรียกว่า   "ค่ำใหน นอนนั่น"   ก็ว่าได้     แต่ชนกลุ่มนี้มีวัฒนะธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นของตัวเอง แม้กระทั่ง   "ศาสนา"  ...."ศาสดาพยากร"...ที่สั่งสอนชนกลุ่มนี้ ....คือ ...."โมเสต"  ....โมเสตสอนให้คนกลุ่มนี้ รักกัน ไม่เอาลัดเอาเปลียบซึ่งกันและกัน ที่สำคัญคือ มีกฏหมาย ที่เป็นมาตราฐานเดียว ไม่ใช่มีสองมาตราฐานอย่างกฏหมายไทยในปัจจุบัน คือ ปี พ.ศ. 2552 นี้   กล่าวคือ  "ถ้าเป็นพวกฉัน ใช้กฏหมายอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ใช่พวกฉัน ใช้กฏหมายอีกอย่างหนึ่ง"   ดังที่เป็นที่รู้กันโดยทั่ว ๆ ไป

นักประวัติศาสตร์ไทย จดชื่อ นามสกุล ของนักกฏหมายเหล่านี้ ที่ร่วมกัน ทำประเทศไทยจนยับเยินหมด เพราะให้กฏหมาย สองมาตราด้วยนะครับ ...เพื่อ ออกกฏหมายมาลงโทษ คนพวกนี้ ในชาตินี้ละ และ ถ้าต้องตายไปก่อนที่จะมีกฏหมายดังกล่าวแล้ว ...จะได้ ขุดกระดูกพวกมันขึ้นมา พิพากษาลงโทษกันใหม่ได้ถูกต้อง เพื่อให้ลูกหลานของพวกมันได้รู้สึกสำนึกไว้บ้างว่า ...ต้นตระกูลของพวกมันได้ ทำความฉิบหายล่มจนไว้กับประเทศไทยอย่างไรบ้าง ...ต่อไป จะได้ไม่ต้องรับ คนที่เกิดจากเลือดชั่ว ๆ เหล่านี้ เข้ารับราชการอีก ...เพื่อไม่ไห้ลูกหลานไอ้พวกชั่วชาติเหล่านี้ ได้เข้าไป ทำระยำอัปรีย์กับชาติบ้านเมืองอีก นะครับ ....ขอความกรุณานักประวัติศาสนตร์ผู้ทรงเกียรติ ช่วยกรุณาในเรื่องนี้ด้วยนะครับ...ขอบคุณครับ

นอกจากนี้ โมเสตยังใช้ มาตราฐาบกฏหมาย   "ต่างตอบแทน"   คือ "ถ้าใครฆ่าคนอื่นตาย ต้องตายตกไปตามกัน" (ดีมาก  สมควรมากนะครับ ...ผมกัปตันอดิศัย ว่าอย่างนี้ครับท่าน)  อย่างนี้เป็นต้น  ชนกลุ่มนี้จึงมีความเหนียวแน่น  ยั่งยืน และมั่นคงในความเป็นชาติและได้รักษาสืบต่อกันมาอย่างเหนียวแน่น โดยไม่ยอมให้ วัฒนะธรรมของชนชาติอื่นเข้ามาแทรกแซง ปะปนเลย จนต่อมาได้เป็นที่สวั่นเกรงของชนชาติที่ยิ่งใหญ่หลาย ๆ ชาติในยุโรป (เยอรมัน) เพราะคนกลุ่มนี้ เข้มแข็ง และมั่นคงในการประกอบอาชีพ ขยันขันแข็ง อดทน ...ได้เข้าไป แย่งชิงที่ทำมาหากินของชาติต่าง ๆ ในยุโรป หลาย ๆ ประเทศ......ประเทศที่คนกลุ่มนี้เข้าอาศัยอยู่ จนใท่สุดได้มีการฆ่าหมู่ คนพวกนี้อย่างทารุนโหดร้ายขึ้นในเยอรมัน โดย จอมเผด็จการ "ฮิตเลอร์" เสียหลายสิบล้านคน ด้วยการอบด้วยแกสพิษ เมื่อก่อนสงความโลกครั้งที่ 2 นี้เอง .... คนกลุ่มนี้ คือ   "ชนชาติ ฮิบรู" (Hebrews)  หรือ "ยิว" (Lews)   หรือ  "อิสราเอล" (Israelietes)ในปัจจุบัน ....ครับท่าน

มีสิ่งที่น่าสังเกตุเล็กน้อย ตรงนี้ครับท่านคือ ..."ถ้าสังเกตุให้ดี ๆ จะเห็นว่า  คนชาติ ฮิบรู หรือ ยิว หรือ อิสราเอล นี้ เหมือน ๆ กับคนจีน"..... เหมือน กันเลย นะครับ...ท่าน"

นี่เป็นตัวอย่างที่ดี    ที่จะชี้ให้เห็นถึง เงา หรือ เค้าโครง ของการศูนย์ชาติ ที่สร้างขึ้นมา หรือ นำมาโดยกลุ่ม  "มาเฟียร์การเมือง และ พรรคประชาธิปัต"   ในปัจจุบันนี้จึงเป็นเรื่องที่  ท่านต้องเลือกเอานะครับว่า ท่าน ทั้งหลาย  ประชาชนคนทั้งชาติ  ท่านจะเอาอย่างไรกัน ...ผมได้  "สกิด"  ให้ท่านได้รู้สึกตัว ตื่นจากการที่ท่าน ...บางท่านกำลัง หลงตัว   ลืมตน   ลืมคนทั้งชาติ แล้วกำลังจะ...."นำความฉิบหายล่มจม" ...มาสู่ชาติบ้านเมือง....ผมกัปตันอดิศัย พะลายานนท์ จึงขอให้ท่านโปรด พิจารณาเลือกเอานะครับว่า "ท่านจะเอาอย่างไรกัน......นะครับท่าน" 

 ข้างบนนี้ทั้งหมดเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับ... “ชนชาติไทย” ....ทั้งชาติ ว่า จะเอากันอย่างไร ? .....จะเลือกประพฤติ ปฏิบัติอย่างไร  คือ  ถ้า ไม่ต้องการให้  “ไทยอยู่เป็นไทย”  ได้ตลอดไป   ก็ไม่ต้อง  รักษาจารีด ประเพณี ขนบธรรมเนียม ที่ดีงามของไทยที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ให้เมื่อหลายพัน หลายร้อยปีมาแล้วไว้......แต่ ถ้าต้องการให้ “ชนชาติไทย”   อยู่ต่อไปได้ จนชั่วฟ้าดินสลาย .....เรา พี่น้องเผ่าพันธุ์ไทย ทุกคน ก็ต้องช่วนกัน    ร่วมมือ.... ร่วมแรง... ร่วมใจกัน  เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รักษา จาริด ประเพณี ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม - อารยะธรรมของชาติเรา...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเป็นธรรมในสังคม ไว้อย่าให้ใครมาทำลายได้ ....นะครับ ....โปรดพิจารณาเลือกกันตามสบายนะครับ....ท่าน....ว่า ท่านต้องการอย่างไร ...เชิญเลยครับ

 

***********************




ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป

ILO article
ตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
ตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
ตอนที่ 3 มโนธรรม
ตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
ตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
ตอนที่ 6 อารยธรรม และ วัฒนธรรม
ตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
ตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
ตอนที่ 9 ความพินาจล่มจมของราชวงค์บูร์บองฝรั่งเศส
ตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
ตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอยแทน
ตอนที่ 12 เก่ง กับ เก่ง
ตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
ตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
ตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
ตอนที่ 16 แม่กับลูก
ตอนที่ 17 คนดี ก็คือคนดี
ตอนที่ 18 รัฐสภา น่าคิด
ตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
ตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
ตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
ตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
ตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
ตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ article
ตอนที่ 26 กบฏ 2475
ตอนที่ 27 ให้ทกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
ตอนที่ 29 กบเลือกนาย article
ตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
Article Name: Column4 - Article1 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.