ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




ตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี

ตอน 19

เพื่อชาติ และ ราชนาวี

“ชาติใด ในโลกนี้ ถ้าไม่รู้จักและเข้าไม่ถึงการเดินเรือค้ากับต่างประเทศ ชาตินั้นจะไม่มีวันเจริญถึงขีดสูงสุด”

Capt.Adisai Balayananta M.Mnr.

ให้ไว้เมื่อ :วันอังคารที่ 28 เมษายน 2552

 

***********

 

สวัสดีครับ...เพื่อนพ้องน้องพี่.... ที่รัก...ครับ

            “ พบกันเช่น เคย “

            “ สวัสดี....ศัย...พบกัน   คุยกันเช่นเคย”

            “ แต่ตอนนี้ ต้อง ...เก็บเรือเข้าเส้นก่อน....เรือตกออกนอกเส้นมากแล้วนะ...เพื่อน”

            “ ทำไมละ”

             “ ช่วงนี้น้ำ(การเมือง) ...มันแรงไม่แก้เข็มกลับเข้าเส้นไม่ได้  เดี๋ยวไปกันใหญ่”

        “ ไปไหนละ “

            “เตริดเปิดเปิงไปกันใหญ่นะซิ...ตอนนี้เลยต้องหันหัวเรือกลับที่เดิมก่อน”

            “ ก็ดีเหมือนกันนะ”

            “ กลับเข้าเข็ม เพื่อจะได้ไปให้ถึงจุดหมายปลายทางเร็วขึ้น”

        “ มีอะไรพิเศษละ ....?”

            “ ไม่มี แต่กลับเข้าเส้น...อย่างไรละ....เรามันนักเดินเรือ ไม่ใช่ นักเดินเล่น จึงต้องหมั่นระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ รอบข้างให้มากไว้ "

            “ ลื้อ..นี่...แก่จนป่านนี้แล้ว เมื่อไรจะเลิกเดินเรือเสียทีละ ?”

“ ใกล้จะเลิกแล้ว แต่ยังมีเรื่องที่จะต้องทำอีกนิดหนึ่งเท่านั้น”

“ ยังมีเรื่องอะไรอีกละ ทุกอย่างก็มีพร้อมอยู่แล้วนี่”

“ มันเป็นเรื่องที่ยังคาใจอยู่....ถ้าเลิกแล้ว ..อยู่บ้านก็นอนไม่หลับอีก...ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ?”

“ทำไมมันเป็นอย่างนั้นละ”

“ ไม่รู้เหมือนกัน ...อยู่ทะเลมา 30 – 40 กว่าปีแล้ว....มันเคยกับชีวิต อย่างนั้นเสียแล้ว...เที่ยวใหนกลับมาอยู่กรุงเทพ นานเกิน 7 – 8 วัน ชักคิดถึง ทะเล อยากออกทะเลแล้ว ...วันแรกที่ออกทะเล จะนอนหลับสนิดเลย ...สลับสบายมาก  พอตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสดชื่นมาก ”

“มันก็ดีไปอย่างนะ....ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องข้างบน”

“ ดีมาก ..........แต่ก็ยังมีสิ่งที่เป็นห่วงอยู่อีก”

“ยังมีห่วงอะไร ...อีกหรือ ?”

            “มันยังเลิกไม่ได้นี่เพื่อน.... เพราะมันยังมีบางสิ่งบางอย่างที่จะต้องฝาก น้อง ๆ สามสมอ นำไปคิด นำไปพิจารณา เพื่อ....ต่อยอด....ให้เกิดประโยชน์ กับ......ชาติ และ ราชนาวี...อยู่อีก...แล้วจะเลิกได้อย่างไรกัน”...

            “ ลื้อว่าไปก็แล้วกัน...จะฟัง...”

            “ จริง นะเพื่อน ....ใคร...เราหมายถึง ชาติใดในโลกนี้.... ถ้ายังเข้าไม่ถึง และไม่รู้จักการเดินเรือ ติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ จะไม่มีวันเจริญถึงขีดสูงสุด “    

“ ทำไม ศัย จึงพูดอย่างนั้น ละ

        “ เพื่อนรัก...ที่เราว่าอย่างนี้ เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว แต่คนไทย และ/หรือ คน หรือ ประเทศที่ด้อยพัฒนา มักจะคิดไม่ถึงในเรื่องนี้ “

        “ เรื่องมันมีความเป็นมา เป็นไปอย่างไร....ยังมองไม่ออก”

        “ การเดินเรือ ค้าขายกับ ต่างประเทศ มันมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับวิชาการสาขาต่าง มากมาย นอกจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าจากเมืองท่าต่าง ทั่วโลก ที่ส่งเข้ามาเมืองไทยแล้ว ยังจะทำให้เม็ดเงินไม่ไหลออกนอกประเทศ ปีละหลายแสนล้านบาทด้วย....เกือบจะพูดได้ว่า การเดินเรือค้าขายกับต่างประเทศ หรือ การขนส่งสินค้าทางทะเลเปิด เข้าและออกจากประเทศไทยไปทั่วโลก จะครอบคลุมงานทาง “การอุตสาหกรรม” ทั้งหมดที่เกี่ยวกับการตลาดก็ว่าได้....คือออกมาเป็นรูปเงิน หรือเม็ดเงินที่ใช้หมุนเวียนอยู่ในประเทศแทบทั้งนั้น....ที่สำคัญยังเป็นการสร้างงานให้คนไทยทั่วทั้งประเทศ จำนวน มากมาย  มีงานทำ  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือ สามารถส่งแรงงานไทยที่มีคุณภาพ...ต้องเน้นตรงที่มีคุณภาพ...ที่สำคัญสุด ๆ คือ ต้องมีวินัย คนเรือต้องรู้จักหน้าที่ และรู้ตัวว่า ตนเองคือใคร เป็นอะไรอยู่ในเรือ   ซึ่งผมหมายความว่า มีตำแหน่งหน้าที่อะไร ต้องทำไปตามนั้น  การทำงานในเรือจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ...เพราะภายในเรือ จะต้องทำงานร่วมกันอย่างมี “สามัคคีธรรม” นั่นละคือ ความหมายของคำว่า ....คนประจำเรือ ต้องมีคุณภาพนะ “

            “เรื่องภายในเรือ  ที่อยู่กลางทะเล ขณะนี้ ไม่เคยมีใครรู้ข้อเท็จจริงเลยว่า มันเป็นอย่างไร นะ  ศัย  นะ ....การทำงานของคนประจำเรือ เป็นอย่างไร ....ที่สำคัญ ทำงาน เกิดประสิทธิภาพดีหรือไม่อย่างไร ....มีความขาดตกบกพร่องอะไรบ้าง ....เรื่องสวัสดิการ  การกินอยู่หลับนอน ของคนประจำเรือ เป็นอย่างไร ?อยากรู้ ศัย เล่าให้ฟังบ้างนะ”

            “ปัญหาภายในเรือมีมากมาย ที่ไม่มีใครสามารถ แก้ใขได้    จนทำให้การทำงาน เสียเปรียน คนทั้งโลก ....แม้แต่ประเทศเกิดใหม่ ทางการเดินเรือ เช่น.....มาเลเซีย ....ขณะนี้ เรายังสู้เขาไม่ได้เลย “

            “ทำไมนายถึงว่า มาเลเซีย เป็นประเทศเกิดใหม่ในเรื่องการเดินเรือละ”

            “เพราะสมัยก่อน ....มาเลเซีย มีแต่เรือชายฝั่งเล็ก ๆ  คนประจำเรือก็ไม่มี ต้องใช้คนประจำเรือจากต่างประเทศ ....คนต่างประเทศ ชาติหนึ่งที่เข้าไปหากินในมาเลเซีย คือ คนไทย...และ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไปทำงานในมาเลเซีย  ....ในตอนนั้น มาเลเซีย และสิงคโปร ยังไม่แยกจากกันเป็นสองประเทศอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้”

            “แล้วเดี๋ยวนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างละ”

“ เดียวนี้ เขามีทุกอย่าง ทั้งอู้ต่อเรือที่ทันสมัย สามารถต่อเรือได้เป็นแสนตัน อู่อยู่ที่ยะโฮ ทั้งเรือ และคนประจำเรือ ดีกว่าของเรามาก มายนัก ...เรือ  Comtainers ของมาเลเซีย เป็นเรือขนาดใหญ่ วิ่งรอบโลก ทั้งนั้น  และเป็นเรือรุ่นใหม่  รู้สึกว่าจะต่อเองด้วยนะ ...มาเลเซีย เขามีอู่ต่อเรืออยู่สองแห่ง คือที่ “ยะโฮ” หนึ่งแห่ง อู่ที่นั่นต่อเรือได้เป็นแสนตันนะ ....ส่วนอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่ ลาบวน ...ขนาดของเรือ น่าจะอยู่ ประมาณ  1500 ตู้ขึ้นไป หรือ ประมาณ  33000 กว่า เดดเวทตันขึ้นไป”

            “แล้วของไทยละ”

            “ของไทย ไม่ต้องพูดถึง ส่วนมากเป็นเรือขนาดเล็ก  เก่ามาก เป็นเรือเก่าเสียเป็นส่วนมาก ....เรือเก่าทำให้เกิด ปัญหามาก  ในเกือบทุกด้าน ...ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง ในการเบิกของ-ซ่อมทำ....เรือวิ่งได้ไม่สม่ำเสมอ  ไม่เป็นไปตามหมายกำหนดการ ..ตามเวลาที่วางไว้ ....ในแต่ละเที่ยวเรือ ....เมื่อเรือ เก่า การควบคุมเรื่องความปลอดภัยทำได้ยาก ....อุปกรเครื่องมือ เครื่องใช้ในเรือมีไม่สมบูรณ์... การทำงานจึงไม่มีระบบ ....คนประจำเรือไม่มีวินัยในการทำงานทั้งปากเรือ และ ช่างกล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายช่างกล มักจะคิดว่า ตนเอง เป็นอิสสระไม่ขึ้นกับนายเรือ จึงมีอะไรไม่ค่อยจะรายงานให้นายเรือทราบอย่างจริง ๆ  ทำให้ นายเรือ ตัดสินใจได้ไม่ถูกต้อง ....เคยมีนายเรือลำหนึ่ง  ขอให้ผ่านข่าวให้ เพื่อขอกลับเข้าไปซ่อมทำในเขตน่านน้ำไทย เพราะเครื่องจักรใหญ่ขัดข้อง ของอาใหล่ หรือ Sparparts ไม่มี ...หรือ มีบ้าง ขาดบ้าง ...บางที่ก็มีแต่เป็น Sparparts ของเก่าใช้แล้ว นำมาซ่อมใหม่ ใช้ได้บ้าง  ใช้ไม่ได้บ้าง .....สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรค์ในการทำงานในทะเลเป็นอย่างมาก”

“แล้วว่าอย่างไร เรื่อง การฝ่ากข่าวของเรืออื่น”

“ ทางผมก็ติดต่อให้ เวลา ประมาณ 1000  ทุกคนเป็นทุกข์เป็นร้อนมาก ทั้งทางสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพ ....ทางตัวแทนในต่างประเทศ ....แม้แต่ผม ซึ่งเป็นแต่เพียงผู้ผ่านข่าวให้ ก็ตกใจเหมือนกัน เพราะเป็นเรือไทยด้วยกัน  แต่พอเวลา ประมาณ 1200 ได้ข่าวว่า ...เครื่องจักรใหญ่ของเรือลำนั้น ใช้การได้แล้ว วิ่งเข้าไปรับนำร่องได้แล้ว.....นั่น...มันเกิดอะไรขึ้นในเรือลำนั้น คือ เมื่อสองสามชั่วโมงก่อนจะเป็นจะตายกันหมดแล้วจะวิ่งเรือกลับเข้าเขตไทยเป็นระยะทาง    เป็นร้อยไมล์ทะเล ....แต่พออีกสองชั่วโมง บอกว่าดีแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้ว.....มันอะไรกันนักกันหนาก็ไม่ทราบได้ ....เพื่อน ...นั่น  มันแสดงให้เห็นว่า  การประสานงานในเรือลำนั้นระหว่าง นายเรือ และ ต้นกลเรือ ใช้ไม่ได้เลย ....นายเรือจะไปทราบได้อย่างไรว่า เกิดอะไรขึ้นในห้องเครื่อง ถ้าต้นกลไม่รายงานให้นายเรือ ทราบ ...นายเรือจะไม่มีโอกาศ ทราบได้ ว่า สภาพ ของเครื่องเป็นอย่างไร ....ถ้าต้นกลไม่รายงานให้ทราบ ....เมื่อต้นกลไม่รายงานให้นายเรือทราบ  การรายงานของนายเรือไปบริษัทฯ ก็จะผิดพลาด ....ความผิดพลาดในครั้งนี้ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ?”

“ ต้นกลนั่นละจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ...ที่ไม่รายงานให้นายเรือทราบสภาพของเครื่อง ...เป็นระยะๆ...เรื่องนี้ เท่าที่ทราบ มีกำหมดไว้เป็นข้อบังคับใน ISM แล้วนี่......แล้วทำไมต้นกลไม่ทำตาม ISM ...ศัย...ว่าอย่างไร”

“ที่ต้นกลไม่ทำ ...ตาม ISM …เท่าที่ทราบ เพราะ ต้นกลประจำบริษัท บางบริษัท คอยยุยงส่งเสริมไม่ให้ต้นกลขึ้นตรงต่อนายเรือ เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของฝ่ายช่างกล เพราะความอยากใหญ่ โดยไม่คำนึงถึงระเบียบบริหารภายในเรือ ที่กำหนดขึ้นมาโดย IMO ไม่คำนึงถึงวินัยของคนประจำเรือ ....ต้นเรือ บางคน และ /หรือต้นกล บนสำนักงานใหญ่บางคน มักจะพูดเสมอ ๆ ว่า ....ถ้าไม่มีช่างกล เรือ ก็วิ่งไม่ได้ .....นี่เป็นความคิดที่เลวมาก นะครับ ...การคิดอย่างนี้ ทำให้ทั้งกองเรือ ของชาติ เสียวินัยไปหมด .....

จริง ๆ แล้ว ภายในเรือ มันมีความสำคัญเท่าเทียมกันทั้งนั้น แต่โดยหลักการบริหารธุระกิจ แล้ว เขาจะถือว่า ....บุคคลที่ จะต้องเป็นผู้ติดต่อกับบุคคลที่สาม หรือ /คือ ติดต่อกับลูกค้าภายนอก จะต้องเป็นผู้บังคับบัญชาของคนทั้งหมด ที่ไม่ได้มีหน้าที่ติดต่อกับบุคคลนอกหน่วยงานนั้น ๆ .....สำหรับการไม่รายงานของต้นกลเรือ ในเรื่องนี้ .....จริง ๆ แล้ว นายเรือ ต้องรับผิดชอบ ต่อบริษัท ในเรื่องงาน  และ  เหตุการที่เกิดขึ้นภายในเรือ ทุกอย่างแต่ผู้เดียว .....ภายในเรือ ต้นเรือ และ ต้นกลขึ้นตรงต่อนายเรือ ....นายเรือ เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของทั้งต้นเรือ และ ต้นกล ...ทั้งต้นเรือ และต้นกล ต้องรับผิดชอบขึ้นตรงต่อนายเรือ ...ไม่ใช่ ขึ้นตรงต่อเจ้าพนักงาน-ลูกจ้างคนหนึ่งคนใดบนบริษัท หรือ บนสำนักงานใหญ่...เพื่อน...นายว่า จริงหรือ เปล่าละ ?.

“ จริง ถูกของศัยนะ “

“ นั้น ละ ลองถามคนทั้งโลกใบนี้ดูซิว่า ...มันจริงหรือไม่ ?....ทั้ง ๆ ที่มันมีอยู่ใน ISM ด้วยนะ ...ยังทำ หน้าด้าน เป็นมองไม่เห็นอีก”

“ก็ ...ด้านได้   อายอด นี่”

“เมื่อต้นกลไม่รายงานนายเรือ ทำให้นายเรือ ทำงานไม่ได้ ...นายเรือ ต้องสามารถลงโทษต้นกลได้ ตามสมควร ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือนจนถึงไห้ออกจากงาน .....นั่นคือ ข้อเท็จจริง ที่นายเรือ หรือ ผู้บังคับการเรือสามารถทำได้......แต่จริง ๆแล้ว ทำไม่ได้เลย ....ทำไมถึงทำไม่ได้...มันทำไม่ได้เพราะอะไร ...ทั้ง ๆ ที่นายเรือมีอำนาจที่จะ  เลื่อน ลด ปลด ย้าย....แต่งตั้ง ถอด ถอน คนประจำเรือได้อยู่แล้ว”

“ที่ไม่ได้เพราะอะไร  หรือ ..ศัย ?”

“เพราะเจ้าพนักงานบนบริษัท ต้องการแย่งอำนาจของนายเรือไป ....เพื่อเปลี่ยนอำนาจในเรื่องการจัดการที่เกี่ยวกับคนประจำเรือ ไปจากนายเรือ ให้เป็นเงิน...เข้ากระเป๋าตัวเองอย่างไรละ”

“อย่างนั้นหรือ ?”

“ไม่รู้เหมือนกัน ...เจ้าพนักงานบนบริษัท คงเกรงไปว่า นายเรือ จะไปแย่งค่าหัวในการบรรจุพนักงานเรือละมัง....จึงดึงเอาอำนาจการจัดการภายในเรือ คือ การเลื่อน ลด ปลด ย้าย ...แต่งตั้ง ถอด ถอน คนประจำเรือ ไปทำ....และเรียกเก็บค่าหัวเสียเอง “

“ศัย...นายพูดอย่างนี้ หมายความว่า นายจะเป็นผู้เก็บค่าหัวของคนประจำเรือ ที่มาลงทำงานในเรือ เสียเอง....ใช่ หรือ ไม่ ?”

“ตอบ  ได้อย่างเต็มปากเลยว่า ...”ไม่ใช่”.

“ ไม่ใช่...แล้วทำไม นายพูดอย่างนั้นละ”

“ เพราะนั่นเป็นหลักการบริหารงานในองค์กร ที่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดภายในหน่วยงานจะ ต้องเป็นผู้คัดสรรค ผู้ใต้บังคับบัญชาเอง....ทั้งนี้ เพราะ ....พฤติกรรม และการกระทำของพนักงานในสังกัด ผิด หรือ ถูก ผู้บังคับบัญชาสูงสุด ต้องรับผิดชอบ...ในหน่วยราชการก็เหมือนกัน...ใช่หรือเปล่า”

“ก็  จริง”

“ก็ต้องจริง..ซิ  เพื่อน...ถ้าไม่จริง...เกิดความผิดพลาดในการทำงานในเรือ ...ทั้งทางแพ่งและ อาญา ...ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ...เจ้าพนักงานบนบริษัท....ไปติดคุกแทนนายเรือ...เอาหรือไม่ละ ?”

“ของ....ศัย....ชัดเจนดีนะ”

“ทุกอย่าง  มันต้องพูดกันให้ชัดเจน ...จะได้รู้เรื่องกันไปเลย...ไม่ต้องมาอ้ำอึ้งกันอีก....ทำเป็น  ...นักวิชาการ อมภูมิ ...แต่จริง ๆ ไม่มีภูมิจะอมนะซิ.....เหมือนกับที่เรา เคยได้ยิน...ได้ยินกับหู  ดูด้วยตาตัวเอง...จาก TV มาแล้ว เมื่อปลายสมัยคุณสมชายเป็น นายกรัฐมนตรี ....คุณอนุพงษ์ และ อาจารย์ คนหนึ่ง “ของนิด้า”...ได้ออกมาพูด ต่อหน้าที่ประชุมปลัดกระทรวงเป็นจำนวนมาก ....ให้รัฐบาลคุณสมชายลาออก...อาจารย์ นิด้า  กล่าว....และได้กล่าวต่อไปอีกว่า....ถ้ารัฐบาลไม่ลาออก...ให้ปลัดกระทรงทั้งหมด ทำอารยะขัดขืน....คือ ไม่ทำตามคำสั่งรัฐบาล(ไปเอา VDO มาเปิดดูซิ)”

“ นั่นนะซิ  ศัย  คนระดับนี้   พูดอย่างนี้ออกมาได้อย่างไร...น่าแปลกนะ  ศัย”

“ นั่นละ คือ ภูมิปัญญาของคนที่จะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับนักศึกษา ระดับปริญาโท   ปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัย (นิด้า)แห่งหนึ่งของประเทศไทยละ”

“ แล้วอย่างนี้  จะเอา อะไร มาทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง ละ”

“บอกแล้ว ว่า น่าสงสารมาก นะ ประเทศไทย...ที่มีอาจารย์อย่างที่ยกตัวอย่างมานี้”

“แล้วว่าอย่างไรต่อ ...ต่อเรื่องเรือของเราดีกว่า ....มีประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมืองมากกว่า...เรื่องของนักวิชาการจอมปลอมมากนัก”

“ นายเรือ ต้องรับผิดชอบมากมาย ตามกฏหมายที่วางไว้ ...ทั้งตัวเรือ คนประจำเรือ ทั้งสินค้า ทั้งหมด ประเมินเป็นมูลค่ามหาศาล ..ทั้งความแพ่งและความอาญา ...แต่นายเรือไม่มีอำนาจในการดำเนินการอะไรเลย ....ไม่มีจริง ๆ ...จะสั่งจ่ายเงินสักบาทเดียวยังทำไม่ได้เลย ...เพราะเขาไม่ใช้ระบบบริหารด้วยวิธีงบประมาณนี่ละ จึงทำให้การทำงานในเรือไม่ได้ผลเท่าที่ควร ...และเสียเปรียบคู่ค้า ...เมื่อเป็นอย่างนี้  แล้วนายเรือจะทำงานได้อย่างไร  ....นายเรือจะปกครองคนประจำเรือได้อย่างไร ...จะให้นายเรือทำอย่างไรกับเรือที่กำลังลอยอยู่ในน้ำจะปลอดภัยได้อย่างไร ?   แล้วจะให้นายเรือรับผิดชอบได้อย่างไร ? ...ตรงนี้ต่างหาก ที่เป็นปัญหา โลกแตก ...และ เป็นอุปสรรค ขัดขวาง การเจริญเติบโตของกองเรือพานิชของชาติ.....ข้อหนึ่งในหลาย ๆ ร้อย ....หลาย ๆ พันเรื่อง  ที่มีมาตลอดระยะเวลา นานแล้ว นะ ข่างนะ ....มีตัวอย่างมีหลักฐาน มากมาย ....ว่าง ๆ จะเล่าให้ฟัง”

“เมื่อมันเป็นอย่างนี้ แล้วจะทำงานได้อย่างไร  ละ”

“ นี่ละ... เพื่อนรัก .....อั้วจึง ขอบอกมายังผู้ปกครองเด็ก ๆ ทั้วทั้งประเทศไทยว่า ระยะนี้ ตอนนี้ ไม่จำเป็นอย่างส่งลูกหลานเข้าเรียน ในโรงเรียนนายเรือพานิชย์   หรือ ศูนย์ฝึกพานิชนาวีนะ เพราะจะทำให้เด็ก เสียอนาคตหมด ...ขอให้รอจนกว่า ทางกองทัพเรือ ได้เข้าไปเป็นผู้ดำเนินการบริหารงานภายในเรือ ให้เกิดความคล่องตัวมากกว่านี้    ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติทั้งนั้น”

            “นั้นนะซิ ที่อยากรู้ ว่า มันเกิด อะไรขึ้นกับกองเรือ สินค้าของไทยกันแน่ จึงทำให้ ....อยู่กันแค่นี้ มาหลายสิบปีแล้ว...ไม่เดินหน้าสักที....เพิ่งจะมีเค้าบ้างแล้ว...เดี๋ยวนี้เอง....จาก  ศัย นี่ละ ”

            “เพื่อนเอย...เพื่อนรัก ...ก็เพราะเรื่องนี้นะซิ เราถึงต้องหันมาพึ่งกองทัพเรือ เพื่อให้เข้าไปดำเนินการจัดการ ให้เป็นระบบมากกว่านี้ ...ลัดกุมมากว่านี้ ....คนประจำเรือ มีสวัสดิการดีกว่านี้  ....เพราะขณะนี้ ภายในกองเรือค้าจริง ๆ ไม่มีใครให้ความสนใจเลย.....ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง...ไม่สนใจ... มีแต่ จะหาเงินกับคนประจำเรือลูกเดียว....ทุกอย่างแพงมาก...แพงมาก เพราะไม่มีใครควบคุม...อยากจะเรียกว่า ...ค้ากำไรเกินควรเสียด้วย  ในบางอย่าง.....ไม่มีใครแก้ใขได้....นอกจาก   “กองทัพเรือ”   เท่านั้น

            “ ศัยมีอะไร จะแนะนำในระยะนี้ก่อนหรือไม่ละ ?”

            “ มี....ให้กองทัพเรือ...เปิด โรงเรียนนายเรือพานิช ขึ้นมาใหม่ เหมือน ๆ กับเมื่อ ประมาณ 50 ปีมาแล้วอีกครั้ง....ทำได้ใหมละ ...ง่าย ๆ ก่อน”

            “จะเอา สถานที่ และงบประมาณจาก...ที่ใหนละ...คนนั้นมีอยู่แล้ว”

            “ สถานที่ ... ใช้ โรงเรียนนายเรือเล้าไก่นั่นละ....แบ่งส่วนหนึ่งมาทำ....งบประมาณ...ถ้าพูดกับรัฐบาลไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องไปของ้อเขา ....เรามีปัญญาหาของเราเอง...ให้เอาแนวทางของ  อั้วนี่ละ... เพื่อน...ไปทำ”

        “ทำอย่างไร ?”

            “ให้เอา..เอกชน มาลงทุนทั้งหมด ....แต่อยู่ในความควบคุมการบริหารของกองทัพเรือ ...ผลกำไรแบ่งกัน 50-50 ...ดีใหมละ”

            “ ศัย  ...ลื้อนะ..”

            “ ทำไม ?

            “มีความเป็นไปได้สูง”

            “ขอให้สำเร็จสมความมุ่งหมาย   เพื่อ.....ชาติ และ ราชนาวีไทย”

            “โรงเรียนนายเรือ ปากน้ำ กว้าง ขวางมาก ....แต่นักเรียนน้อย....ไม่เหมือนตอนที่เราเป็นนักเรียนอยู่นะ  ศัย  นะ ตอนนั้นเขาคิดว่า จะเอาเราไปรบเกาหลี ...เลยมีนักเรียนมาก ...โดยนักเรียนนายเรือ รุ่นนั้น มี นย. มากเป็นพิเศษ”

            “เอย...ใช่  เพื่อน...ถูกของลื้อ...ตอนที่อั้วไปอยู่โรงเรียน ระยะ แรก ยังปักชื่อที่เสื้อคอกลมเป็น “สีเหลือง”  อยู่เลย...มาตอนหลังถึงได้เรียนรวมกัน แล้วก็เปลี่ยนชื่อที่ปักเป็น  “สีน้ำเงิน”

            “ จริง ๆ แล้ว   เราก็อยู่กับสีมาตั้งนานแล้วนะ”

            “ แต่ของเรามันเป็นสี เพื่อการสร้างสรรค์ พลังของชาตินะ”

            “ เดี๋ยวนี้ละ”

            “ เป็นสี ที่นำความอัปยศอดสูมาสู่ชาติบ้านเมือง ยกเว้นสีแดง”

            “ ของเราสมัยก่อนไม่มีสีแดงนะ...อ้อ ..มี แต่อยู่ ที่กรมแพทย์ทหารเรือ ”

            “มี แต่ “สีม่วง”..สีม่วง.คือ สีของพรรคกลิน”

            “นี่ละ ...เห็นหรือไม่ว่า เรือมักตกออกนอกเส้นทางอยู่เลื่อย...กลับเรื่องเดิมก่อน”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องเรือสินค้านะซิ”       

“....ในระยะนี้  และ   ระยะที่ฝ่านมา ....ยังไม่มีใครให้ความคุ้มครองคนประจำเรือ ได้เลย ...ปล่อยกัน ตามบุญตามกรรม ไม่อาจจะต่อรองอะไรกับใครได้ เพราะยังไม่เห็นมี อะไรเป็นแก่นสาร ......คนประจำเรือขณะนี้จึงทำงานไปวัน ๆ อย่างไม่มีอนาคตที่แน่นอน.....ไม่มีความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน พูดง่าย ๆ คือไม่มีอนาคต...คนที่เข้ามาในสายนี้แล้ว ต่อไปในภายหน้าจะเสียอนาคต สำหรับคนที่ต้องการความก้าวหน้าในชีวิตการงาน ที่ยั่งยืน และมั่นคง ....งานเรือ เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ ปี พ.ศ. 2552 นี้ นอกจากจะไม่ยั่งยืน  ไม่มั่นคง  ไม่มีอนาคตแล้ว ยังไม่ปลอดภัยกับชีวิตของตัวเองด้วย   เพราะเรือ เก่า ....บางบริษัท เก่ามาก ปล่อยเรือ โทรมไม่ซ่อม...ไม่ทำ ...ดูไม่ได้ ....ใครต้องการดู....ไปหาดูได้จากเรือ ที่จอดทอดสมอ ที่บริเวณกลางน้ำราษฏร์บูรณะ ก็จะเห็นเอง”

            “แล้วที่บริษัทของศัยละ เป็นอย่างไร ?”

            “ของบริษัท ของเรา ไม่ต้องพูดถึงของเราซ่อมดีมาก ...ได้มาตราฐาน เป็นที่รู้กันทั่วทั้งประเทศไทยมานานแล้ว เพราะผู้ควบคุมการซ่อมทำ เอาใจใส่ดีมาก...ขณะนี้   นอกจากจะเป็นที่รู้กันทั่วทั้งประเทศแล้ว ยังอาจจะเลยออกไปถึง Club ในอังกฤษด้วยนะ....บริษัทของเรา  ไม่ทำอะไรให้เป็นที่เสื่อมเสีย และ/หรือ เสียหายต่อสังคม  เราจึงอยู่ได้สบาย ๆ ไม่เดือดร้อน ในทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง เพราะทุกคนในวงการธุระกิจการเดินเรือต่างก็ทราบดีว่าเรามีความสอาดบริสุทธิ ตรงไป ตรงมา และที่ สำคัญ คือ จริงใจ  ไม่ โกหก ปลิ้นปล้อน กระร่อน ตอแหล กับลูกค้าผู้มาใช้ บริการของเราอย่างไร ละ”

            “ของนายก็ดีไปอย่าง แต่สภาพทั่ว ๆ ไปยังแย่หน่อยนะ”

            “แย่มาก ๆ ไม่ใช่แย่หน่อยหลอกเพื่อน...สรุปสุดท้ายคือ ทำงานแล้ว .....คนประจำเรือ ไทย ต้องเป็นขี้ข้ารับใช้คนทั้งโลก ...เพราะการทำงาน ที่ไม่มีระบบในเรือไทย โดย ทั้งนี้ เพราะ พนักงานฝ่ายสินค้า บนบริษัท บางบริษัท ไปรับเงิน ค่าทำงานพิเศษ จากลูกค้า ผู้มาใช้บริการในต่างประเทศมา แล้ว แทนที่จะมาให้กับคนประจำเรือ แต่กลับเอาเข้ากระเป๋าตัวเอง   แล้วมา ขู่บังคับให้คนประจำเรือทำ ....โดยใช้อำนาจแฝงอย่างผิด ๆ ที่มีอยู่ คือ    “ความเป็นเจ้าของเรือจอมปลอม”  ไปขู่ พนักงานเรือ ...พนักงานเรือ กลัว เลยต้องทำงานให้ แต่คนอื่น คือ เจ้าพนักงานบนสำนักงานใหญ่ เอาเงินไปกิน ...หรือ/คือ พูดกัยอย่างง่าย ๆ ในหลาย ๆ อย่าง คนประจำเรือ ทำงานให้คนอื่นกิน ....นี่ละผลของการไม่มีใครให้ความคุ้มครอง หรือควบคุม ให้เป็นไป ตามที่  ISM Code ของ IMO กำหนด อย่างจริง ๆ จัง ๆ ....ที่เห็นที่ทำกันนั้น ...ทุกคนที่เกี่ยวข้องรู้ดีว่า เป็นอย่าไร....รู้ดี....ทราบดี...แต่ไม่มีใครพูกถึง ...ทุกคนจะปิดปากสนิด ...เหมือน ๆ กับการช่อการราชบังหลวงในวงราชการของไทยไม่มีใครกล้าพูดถึง ไม่มีใครกล้าทำอะไร ....เพราะเกรงกลัวอำนาจนอกระบบ....ดังนั้น ทุกคนจึงทำเพื่อให้ผ่านไปวัน ๆ เท่านั้น โดยแสดงได้ทางเอกสาร ว่า ทำ ....แต่ จริงไม่ได้ทำ ...เขาเรียกกันว่า  “ตริกติก ติก”...อย่างนี้มีมากมาย...และมีมานานแล้วด้วย...ในหน่วยงานของราชการรัฐวิสาหกิจก็มี”

        “รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้วนะ....แล้ว  ศัย  คิดว่า จริง ๆ มันเกิดจากอะไรกันแน่ ?”

            “เกิดจาก การแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมาย ของผู้ที่มีส่วนจักการ ในเรื่องการจัดหาซ่อมทำ และแต่งตั้ง โยกย้ายคนประจำเรือ โดยทำ ผิดหน้าที่ การบริหารกองเรือ ที่ เจ้าหน้าที่ ข้างบน บริษัท หรือสำนักงานใหญ่ มีหน้าที่ ส่งกำลังบำรุงให้กองเรือ  เป็นผู้จักหา ของใช้  ช่างซ่อมทำ ให้ กับเรือ ตามที่ เรือ ต้องการ จะไปตัด  โยกย้ายหรือ เปลี่ยนแปลง ตามที่นายเรือ เขาขอไปให้จัดหาให้ไม่ได้  .....ฯล นี่คือ หน้าที่ของพนักงานบนสำนักงานใหญ่”

            “ศัย...ชักเห็นด้วยกับนายนิด ๆ แล้วนะ....การจะต่อเรือใหม่ก็ไม่ใช่ของง่าย ๆ นะ”

            “บอกแล้วว่าไม่ยาก ...เวียตนาม ยังต่อได้เลย เวียตนามเดี๋ยวนี้  สามารถ ต่อเรือได้ถึง 50000 DW/Tons อู่อยู่ที่ ฮานอย ...และสามารถ ซ่อมเรือ ได้ถึงหนึ่งแสนตัน อู่อยู่ที่นาตรัง....แต่ประเทศไทยยังทำอะไรไม่ได้เลย....มันอย่างไรกันนี่....ทั้ง ๆ ที่เราเป็นหนึ่งมาแล้วในอดีต ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2401 สมัยพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว....แต่พอตกมาถึงชั้น ลูก  ชั้นหลาน   ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ไปได้...ปีนี้ มัน ปี พ.ศ. 2552 ....เป็นเวลา 151 ผ่านไปแล้วนะ ....”ไทย”... ยังทำอะไรไม่ได้เลย ”

            “ยังไม่ค่อยจะเข้าใจเหมือนกัน    ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น คือ จาก ที่เป็นชาติ ที่ต่อเรื่อเก่งที่สุด เป็นอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มากลายเป็นที่โหล่....คือ เป็นที่สุดท้าย ในบ่านนี้ไปได้”

            “ก็เพราะความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ ค่าCommission ในการสั่งซื้ออาวุธยุทธปัจจัย ของข้าราชการในสมัยต่อมา และสืบเมื่องกันมา เป็นโรคติดต่อ  เกี่ยวเนื่องกันมาจนถึงขณะนี้ บัดนี้ ปี พ.ศ. 2552 หรือ เปล่า ?....จริงหรือ เปล่า ?  ตามที่เขาว่ากัน  ก็ไม่อาจจะทราบได้....เพื่อน...ลองถาม ๆ กันดูซิว่า จริงหรือ เปล่าละ..เพื่อน”

            “ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงหรือเปล่า”

            “นั่นนะซิ...เพราะตามข่าวเขาว่า คุณทักษิณ ต้องการลดกองทัพให้เล็กลง ...ทำกองทัพให้ทันสมัย ขึ้น ใช้อาวุธที่ดีขึ้น ควบคุมระบบทั้งหมด ด้วยเครื่องมือ อีเลกโทรนิค ทุกกองทัพ หน่ายงานที่ไม่จำเป็นก็ยุบไป เพื่อประหยัด รายจ่ายในกองทัพให้น้อยลงจากการที่ต้องศูนย์เปล่า....นี่ละ เป็นต้นเหตุที่สำคัญที่ทำให้ “ทหารไทย”...ไม่พอใจคุณทักษิณ ...จนเกิดเรื่องราวมากมายตามที่ทราบกันในข่างประจำวันอยู่แล้ว ....จนสุดท้าย คือ การก่อกบฏภายในราชอาณาจักรไทยขึ้น ไล่คุณทักษิณออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี และสร้างหลักฐานว่า คุณทักษิณ โกงกินชาติบ้านเมือง....คุณทักษิณ ...ผู้หวังดีต่อชาติบ้านเมือง...คนที่เป็นอัจฉริยะคนไทยคนแรก เท่าที่เราเห็นมาในเรื่องการบริหารประเทศ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในเรื่องการหาเงินเข้าประเทศ ในเรื่องต่าง ๆ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญในรูปแบบที่ทันสมัยจากการให้เครื่องมือ Electronic เข้าช่วย   พัฒนาให้คนไทยทั้งชาติ มีความรู้ เรื่อง Computer ในขั้นดี เพื่อเข้าบริหารงานด้าน Sofeware อาวุธ อวกาศ และอื่น ๆ    พื่อนำประเทศเข้าสูระบบ “อวกาศ” ....แต่ทุกอย่าง ก็ต้องมาจบลง เพราะการบกฏ เมื่อ ปี พ.ศ. 2549 ....ทุกอย่างพังพินาจหมด”

            “อย่างนี้เขาเรือกว่าอะไร หรือ ..ศัย “

            “นี่ละคือ ไทยทำลายไทย ละ   ไม่ใช่ข้าศึกสัตรูที่ใหนดอก... เพื่อนรัก.... ไทย ทำเองทั้งนั้นตั้งแต่เสียกรุงครั้งที่ 1-2 มาแล้ว  ตอนนี้ ก็ไม่ต่างกันกับทั้งสองครั้งที่ผ่านมา   ครั้งนี้ประเทศไทยได้เสียเอกราชให้กับพวก....  “อนารยะชนคนเสื้อเหลือง” .....โดยเริ่มจากการทำ Diversion & Conversion เพื่อหลอกรวงประชาชนว่า คุณทักษิณโกงกินชาติมาก่อนแล้ว ...การก่อกบฏภายในราชอาณาจักร การเข้ายึดสถานที่สำคัญ ๆ ของรัฐบาล เช่น ทำเนียบ กระทรวงต่าง ๆ ตรอดจนสนามบิกนานาชาติ ทั้งในกรุงเทพฯ  และต่างจังหวัด ....จนในที่สุด  สามารถ ตั้งเป็นรัฐบาล ปกครองประเทศได้ ....เห็นหรือยังละเพื่อนว่ามันเลวร้ายขนาดใหน ?”

            “การต่อเรือ ไม่ใช่ของง่ายก็จริง    แต่ถ้าถ้าเราไม่หยุด และทำต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่ เมื่อ 151 ปี ก่อน    มาจนบัดนี้ (ปี พ.ศ. 2552)ป่านนี้ ประเทศไทยเป็ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกินก่อนหลาย ๆ ประเทศในเอเชียแล้ว ...จริงใหมละ ศัย”

            “ จริง....ไม่เป็นไรเพื่อน.... ลืมเสียเถิด อย่าคิดถึง ...ลือรสที่ขนขื่นนั้นเสีย .นะ เพื่อนรัก แล้วเรามาตั้งต้นกันใหม่  มอบหน้าที่ให้เป็นหน้าที่ของกองทัพเรือ รับไปทำ โดยมีกระทรวงทะบวงกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือด้วย  ปรึกษากัน ว่าจะเอากันอย่างไรจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด กับชาติบ้านเมือง และประชาชนคนไทยทั้งชาติ ..... น่าจะทำได้ในระยะเวลาอันสั้น ...ถ้าร่วมมือกันอย่าง จิง ๆ ...ญี่ปุ่นใช้เวลา พัฒนาประเทศ 50 ปีเท่านั้น จากไม่มีอะไร จนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางทะเลได้ รบชนะ จีน   และรัสเซีย ....เห็นหรือยังว่า....เขาทำได้  แล้วทำไม..... “กองทัพเรือไทย” ....จะทำไม่ได้ ......ทั้งนี้เพราะ  “การต่อเรือ”  กองทัพเรือทราบดีทำได้แน่นอนอยู่แล้ว.... แต่ก็ต้องอิงกฏหมาย หรือ SOLAS ที่กำหนดไว้ด้วยนะ    มิฉะนั้นส่วนประกอบต่าง ๆ ที่กล่าว จะนำมาประกอบเข้าเป็นตัวเรือไม่ได้ บริษัทประกันเรือ จะไม่รับรอง เรือก็จะออกวิ่งไม่ได้ ....มันมากมาย หลายเรื่อง จริง ๆ นะเพื่อน มันจะครอบคลุมไปในทุกสาขาวิชาชีพ ทำให้คนมีงานทำมากมายในประเทศ เกือบทั้งหมด อยู่ที่ผู้วางโครงการครั้งแรก ต้องมีความรู้อย่างกว้างขวางในสาขาวิชาต่าง ๆ แทบทุกสาขาวิชา  จึงจะ เริ่มต้นได้ แต่ที่จะให้สมบูลย์ที่เดียวนั้นคงยาก ต้อง ค่อยทำค่อยไปเลื่อย ๆ นานเข้านานเข้าก็จะสมบูรณ์ไปเอง....แต่ถ้าต้องการเร็ว ก็ต้องเข้าร่วมกับ บริษัทต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น เกลาหลี หรือ จีน ฯล ที่เขามีความชำนาญในเรื่องการต่อเรือ อยู่แล้ว ให้เขามาออกแบบวางแผนการสร้างอู่ให้ ....ให้ต่อ เรือ ขนาด สามแสนกว่าตันได้ด้วย ต้องทำอย่างไร ต้องใช้สถานที่ชายฝั่งทะเลบริเวณใหน ? อะไรทำนองนี้ละ....ที่ว่านั้นเป็น แค่เรือ แต่เรือยังวิ่งไม่ได้ เพราะยังไม่มี คนประจำเรือ .... ต้องผลิด คนประจำเรือสินค้า ออกมาปฏิบัติงานในเรือสินค้าที่มีคุณภาพสูงเป็นอันดับหนึ่งของชาติด้วย จึงจะดำเนินการไปได้ ....ต้องไม่ลืมว่า “คน”..คือปัจจัยการผลิดที่สำคัญที่สุด ......ทั้งนี้เพราะคนเป็นผู้ใช้ เทคโนโลยี่ในการผลิด .... “

            “แล้วใครจะเป็นผู้ดำเนินการก่อนละ ?”

            “ เมื่อกิ้   ...บอกไปแล้วนี่ว่า... กองทัพเรือ...ผลิดคนเรือ สำรองไว้ก่อนได้แล้ว ถึงแม้จะยังไม่เรือที่ต่อของเราเองออกมาวิ่ง ก็ผลิดคนประจำเรือออกมาได้แล้ว...เรื่อง การผลิดคนประจำเรือ ...เรื่องของเทคโนโลยี่ ต่าง ๆ ในด้านการต่อเรือ... กองทัพเรือรู้ดี...เพียงแต่ ยังไม่ได้เริ่ม ต่อ เรือสินค้าเดินสมุทรขนาดใหญ่เท่านั้น”

            “ มันจะตรงตามหน้าที่กองทัพเรือหรือไม่”

            “ ทำไมจะไม่ ตรง ...ตรงแพงเลยทีเดียวละเพื่อน”

            “ ศัย ว่าตรงอย่างไร ? ”

            “ กองทัพเรือ มีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติทางทะเล...ไม่ให้ใครรุกล้ำกล่ำเกินเข้ามาทางทะเล....ในยามศึก เรารบ...แต่ในยามสงบ เราต้องเตรียมพร้อม ...เตรียมกำลังสำรองทางทะเลของเราไว้ ...กองเรือสินค้าเดินต่างประเทศ   เป็นกำลังสำรองของกองทัพเรือ ....ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการพัฒนา การเดินเรือสินค้า.....ค้าขายกับต่างประเทศให้เจริญรุดหน้าให้ถึงขีดสูงสุดให้ได้ ... นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องใช้เวลามาก หลายสิบปี จึงจะเห็นผล แต่ยังไม่เริ่มกันสักที แล้ว ต่อไปอีกกี่ชาติละจึงจะเห็นผล....

        “น่าคิด...     แต่ไม่ใช่ของง่ายนะ ”

            “ไม่ยาก ...ที่เห็นยาก เพราะยังไม่ได้ทำ ....ถ้าได้ลงมือทำ แล้วจะเห็นว่า ง่ายนิดเดียว”

            “ แล้วจะเริ่มตรงใหนก่อนละ”

            “ หาเงิน ตรวนี้สำคัญมาก เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก ...ใครจะเป็นผู้หาเงินมาลงทุน ...พูดถึงตรงนี้ แล้ว คิดถึงคุณทักษิณ ขึ้นมาทันที  เพราะนอกจากคุณทักษิณแล้ว    ยงมองไม่ออกว่า ใครจะมีความสามารถ ตรงนี้ ในขณนี้ (พ.ศ. 2552) ...หาผู้สบับสนุน....  ส่งคนไป ศึกษา รูปแบบแผนฝัง โครงสร้าง ทั้งของเรือ และอู่ต่อเรือ....แล้วเริ่ม...พร้อมกับออกสำรวจหาพื้นที่ตามชายฝั่งทะเลเพื่อ สร้างอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ สามแสน (300,000)กว่าตัน บรรทุกขึ้นไป ....และไล่กันลงมาจนถึง 7000 หรือ 10,000 ตันบรรทุก “

            “ ศัยว่า ตรงใหนเหมาะ “

            “ บริเวณ กระบี่-พังงา น่าจะเหมาะ “

            “ ก็ดีนะ ...ในยามสงบเราต่อเรือค้า ออกวิ่งรับส่งสินค้า หาเงินเข้าประเทศ....ต่อให้มีคุณภาพ ขายได้ขายเลย ได้เงินเข้าประเทศด้วย  ออกแบบเรือให้ดี ใครต้องการเรือประเภทใหน รูปร่างอย่างไรบอกเลย จะต่อให้...ได้เงิน แน่ ๆ ไม่ต้องไปรีดไถใคร (คุณทักษิณ) …..ในยามสงครามเราต่อเรือรบให้กองทัพเรือ ...เราทำรถเกาะ-รถถังให้กองทัพบก..... เราสร้างเครื่องบินให้กองทัพอากาศ .... เราสร้างอาวุธ ให้ชาติที่กำลังจะรบกัน...ให้รบกันให้หนักเข้าไว้ ...ให้รบกันให้นานเข้าไว้ ...เราจะได้ขายอาวุธให้ได้มาก ๆ ....ให้เราทำตามหลักปรัชญาการเมืองโดยเคร่งครับที่ว่า...”ผลประโยชน์ ของชาติเรา ย่อมอยู่เหนือ สิ่งอื่นใด”...หรือ....”ถ้าชาติเราจะต้องล่มจน  ชาติอื่น ต้องล่มจมก่อน”

            “ ตรงนี้สำคัญ และดีมาก ถ้าทุกคนคิกได้อย่าง ศัย ”

            “ ที่คุยกันนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ....มันยังมีอีกมาก ...ที่จะต้องพูดกันอีก....”

            “ ยังมีอะไร อีกละ “

            “ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ คือ..... “ คนประจำเรือ “ .... ดังที่ ได้เรียนให้ทราบไปแล้วว่า คน....คือ ปัจจัยการผลิดที่สำคัญที่สุด เนื่องจาก คนเป็นผู้ใช้ เทคโนโลยี่ในการผลิด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด......

            “ก็ดีนะ”

“ ดีแน่ .....แต่ก่อนที่เราจะหันกลับเข้าสู่เส้นทางที่เราจะร่วมมือร่วม แรงกันทั้งชาติ...โดยมี..รัฐบาล และ กองทัพเรือ-กองทัพบกเป็นแกนนำ....เพื่อนำพาประเทศไทยมุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่สูงสุดยอดนั้น....

“มันเกี่ยวอะไรกับกองทัพบกด้วยเล่า  ศัย”

“ เกี่ยวซิ...เกี่ยวมากด้วย “

“ เกี่ยวอย่างไร ?”

“ กองทัพบก ....มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญมากในการสร้างอาวุธยุทธสัมภาระทางทหาร  กระสุนดินดำ ทั้งใหญ่ และเล็ก ....รวมไปถึงจรวดนำวิถี ต่าง เช่น...จาก บก สู่ บก ....จากบก สู่อากาศ ...จาก อากาศสู่อากาศ ...จากน้ำ สู่ บก.....จาก บกสู่น้ำ ....จากไต้น้ำ สู่บก ...ฯลฯ  เมื่อเราสามมารถผลิดกระสุนดินดำของเราได้เอง ทำจรวดนำวิถีได้เอง ที่นี้ เราจะ รบกับใครละ ขอให้บอก   ไม่ต้องปอด ไปขอเจรจาอีก ทหารจะมีกำลังใจที่เข็มแขงในการรบ เพราะฝึกมามาก  ทั้งกระสุนซ้อม และกระสุนจริง...ทำได้เอง ....ยิงกันให้เต็มที่ ...งบประมาณก็ไม่มาก ในการฝึกซ้อม ไม่เหมือนกับต้องซื้อลูกปืนเขามาซ้อม  อะไรทำนองนั้น   ที่ว่า นี้ กองทัพบกทำได้ ...โรงงานต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น สามารถ ที่จะเอาอุปกรณ์ที่ผลิดได้ไปต่อยอก ผลิดต่อออกเป็นอาวุธขายให้ ประเทศที่ต้องการชื้อไปใช้ในราคาที่ยุติธรรมอย่างไรละ ....ยิ่งที่ใดมีการรบกัน หรือ กำลังจะรบกัน ยี่งดี ...รัฐบาลเข้าไปเจรจาแรกเปลี่ยน ค้าขาย  กองทัพบกผลิดอาวุธ กองทัพเรือ ผลิดเรือ และ กองทัพอากาศเป็นแม่งานผลิด เครื่องบินที่จะใช้ในกองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพบก กองทัพอากาศผลิด....ทั้งเครื่องบินรบ เครื่องบินโดยสาร เครื่องบินขนส่งสินค้า....เรา...คนไทย...ทำได้แน่นอน....ถ้าจะทำ...อาจจะ ทำได้ดี กว่า ชาติอื่น ๆ อีกหลายชาติในโลกนี้ก็ได้ ....การผลิดยุทธปัจจัยทางทหาร ....ทั้งรถเล็ก รถใหญ่ที่ใช้ลำเลียงทหาร ....รถถัง  รถยนต์หุ้มเกาะ ทั้งล้อยางที่ให้วิ่งในเมือง และตีนตะขาบที่ไว้ใช้ในที่ทุรกันดาน เราทำได้ทั้งนั้น ......เพื่อน ๆ น้อง ๆ สามสมอ และ จปร.ที่รัก ..ครับ....ท่านเห็นหรือยังว่า เราทำได้...เราทำได้...จริง ๆ นะ ....รัฐบาลเข้าใจแล้ว ...ต้องสนับสนุน ด้านการเงินให้สี่เหล่าทัพ ดำเนินการตามที่เรียนให้ทราบคล่าว ๆ ข้างบนนะ ...”

“  เดี๋ยว ๆ .....ตำรวจ...ทำอะไรขายละ..ยังไม่เห็นบอกเลย”

“ ตำรวจ ผลิด เสื้อเกราะ  ออกมาใช้ในกองทัพ ทั้งสี่เหล่าทัพ อาวุธเบาขนากเล็ก กระทัดลัด ที่มีประสิทธิภาพสูงที่จะใช้  เพื่อการรบในเมือง และในกิจการตำรวจ....เครื่องมือสื่อสารสนามในกิจการทหาร-ตำรวจ เครื่องมือที่ใช้ปราบปรามการจลาจล เช่น แกสน้ำตา และอื่น ๆ ออกขายทั้วโลก “

“ ดีมาก นะ ...แต่ยังมีข้อสงสัยอยู่นิดหนึ่งว่า ...แล้ว กองทัพ ทั้งสี่เหล่า....จะได้อะไรละ...กองทัพเรือเคยทำมาแล้ว หลาย ๆ อย่าง แต่ต้องล้มไป หมด เช่น โรงงานแก้ว...โรงานแบทเตอรรี่ ฯล ....ทำแล้วอยู่ไม่ได้”

“ ที่อยู่ไม่ได้ เพราะการเมืองภายในเข้าแทรกแซง.....เพราะรัฐบาลสมัยนั้นไม่เข้าใจ เรื่องการค้าขายหาเงินเข้าประเทศ .....ปล่อยให้การค้าขาย เป็นหน้าที่ของพ่อค้ากลุ่มเล็ก กลุ่มเดียวเท่านั้น ....ในไม่กี่ตระกูล ....จึงไม่เข้าใจการค้าขาย... การตลาด.... รัฐบาลสมัยนั้นเก่งแต่การปฏิวัติ ปฏิรูป ที่พัฒนามาจาก ....“การก่อกบฏภายในราชอาณาจักร”.....ทั้งนั้น เพราะทำง่ายมาก ด้วยการขับรถถังออกมา ยึดที่ทำการของรัฐบาล ....ประชานชน ออกมา ต่อก้านคัดค้านการยึดอำนาจของทหาร     ก็เอาปืน ที่ประชาชน ซื้อให้เพื่อเอาใว้ต่อต้านสัตรูผู้รุกรานอธิปไตยของไทยนั่นละ ...ยิงประชาชน ตายมาแล้ว ไม่รู้ว่า เท่าไร ต่อเท่าไร....ตายแล้ว ก็เอาศพไปซ่อนไว้ แล้วก็บอกว่าไม่ได้ยิง ...ไม่ได้ยิง...จริง ๆ .....ยุคใหนก็ยุคนั้นเป็นเวลานานมาแล้ว...ไม่รู้จักจบจักสิ้น ....เสร็จแล้ว ก็ออกกฏหมายนิรโทษกรรม ให้ตัวเอง ไม่มีความผิด ที่ยิงประชาชน (กฏหมายนี้ ต้องยกเลิก การนิรโทษกรรมในลักษณะนี้ ต้องไม่มี  และถ้ามีจะไม่มีผลบังคับ เมื่อรัฐบาลฝ่ายกบฏ พ้นจากการบริการประเทศไปแล้ว และกลับมาเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง เพราะการออกกฏหมายนี้ ขาดความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย)... ด้วยการใช้ปืนบังคับ ทำให้การฆ่าประชาชน แต่ละครั้งตามที่กล่าวมานั้น  ผู้สั่งฆ่า   ผู้ก่อการ  สั่งการให้มีการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองไม่มีความผิด.....มันง่ายดีนะ....มันง่ายดี.....เลยไม่คิดจะค้าขาย หาเงินหาทองเข้าประเทศกัน ...ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นใครทำอะไร ที่จะเป็นรูปการค้าระหว่างประเทศ จึงดู  “ขัดลูกหูลูกตา” ...ไปหมด ...จึงต้องล้ม...ต้องเลิก...อะไรทำนองนั้   นะเพื่อน”

“ ควรเลิกได้แล้วนะ...การเอาปืนของประชาชน   ออกมายิงประชาชน นั่นนะ....ควรเลิกได้แล้ว”

“ เมื่อทุกอย่าง เป็นไปตามแผน รายได้ คือ ผลกำไรหักค่าใช้จายแล้ว 50-50 ดีใหม ?...ถ้าไม่ดี หรือ เห็นว่า กองทัพได้มากไป ก็ตกลงกันได้”

“ ขอให้ทำสำเร็จ กองทัพจะได้เงิน เป็นเงินเพิ่มพิฌศสจำนวนมากพอทั้งกองทัพเลยนะ   คิดว่าอย่างนั้น ...ศัย...คิดอย่างไร”

“ เห็นด้วย แต่ต้องมีข้อแม้ว่า.....ข้าวเปลือกที่ ซื้อให้ม้ากิน สามเกวียน  ต้องมีใบเสร็จ และ ม้าต้องได้กิน สามเกวียนจริง ๆ นะ”

“จริงแท้ แน่นอน...สัญญา ....สัญญา ...สัญญา ...จะรักให้แนบอุราเลยนะ...เพื่อน”  

………………..




ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป

ILO article
ตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
ตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
ตอนที่ 3 มโนธรรม
ตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
ตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
ตอนที่ 6 อารยธรรม และ วัฒนธรรม
ตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
ตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
ตอนที่ 9 ความพินาจล่มจมของราชวงค์บูร์บองฝรั่งเศส
ตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
ตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอยแทน
ตอนที่ 12 เก่ง กับ เก่ง
ตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
ตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
ตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
ตอนที่ 16 แม่กับลูก
ตอนที่ 17 คนดี ก็คือคนดี
ตอนที่ 18 รัฐสภา น่าคิด
ตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
ตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
ตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
ตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะเป็นสุขได้อย่างไร ?
ตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
ตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ article
ตอนที่ 26 กบฏ 2475
ตอนที่ 27 ให้ทกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
ตอนที่ 29 กบเลือกนาย article
ตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
Article Name: Column4 - Article1 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.