ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




ส่วนที่ 2

ส่วนที่ 2

สวัสดีครับ ท่าน.......

   ท่าน ครับ....ถ้าเราทั้งหลายที่เป็น..."ชายชาตินักรบ"....โดยสายเลือด เราต่างก็งอมืองอเท้าไม่ทำอะไรกัน ....มันก็ต้อง..สูญชาติ เท่านั้น เพราะไอ้พวกนักการเมืองสมัยนี้ (ปี พ.ศ.2554)ทั้งโฆตของมัน นั่นละ.....มันเข้าไปนั่งในรัฐสภา ไม่ใช่เพราะืต้่องการเข้าไปทำงานตามหน้าที่ของนักการเมืองที่ดี คือ บำรุงรักษาชาติบ้านเมือง แต่พวกมันเข้าไปเพื่อ...."ปล้นชาติ".....หรือ/คือ ...ปล้นประชาชนคนไทยทั้งชาตินั่นเอง ...เราจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ ......คำถามจึงมีอยู่ว่า แล้วเราจะทำกันอย่างไร ? .....คำตอบ หรือ คำแนะนำ ของผมที่มีต่อคำถามนี้ คือ ขอให้ท่านไปทบทวนเรืองราวใน Website นี้ด้วยความละเอียดรอบคอบ แล้วท่านจะเห็นว่า  การที่จะไม่ให้เกิดเหตุการอย่างนี้ขึ้นอีก (การกบฏภายในราชอาณาจักร เมื่อ 19 กย. 2549) นั้น....ท่านต้อง....

(1)  แยก และเอา กระทรวงยุติธรรม ออกจากฝ่ายบริหารของคณะรัฐบาล แล้วให้ไปขึ้นกับ ฝ่ายตุลากาล  หรือ ประธานศาลฏีกา....ยุบหรือยกเลิก ศาลอิสสระ และใช้ศาลสถิตยุติธรรมแทนทั้งหมด ....

(2)  ยุบ หรือยกเลิก ผบ.เหล่าทัพทั้งหมด ทั้งกองทัพบก   กองทัพเรือ    กองทัพอากาศ  แล้วให้ยกให้เป็นหน้าที่ของกรมเสนาธิการทหารที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเตรียม การสงคราม ...ด้วยความเห็นชอบของ สภาสงครามเพื่อพิจารณาสภาวะการต่าง ๆ เพื่อการเคลื่อนกำลังรบ และประกาศสงคราม ฯลฯ ....

(3)  ยุบ และ ยกเลิกกฏหมายความมั่นคงทั้งหมด ....ให้ใช้กฏอัยยการศึกแทน

(4)  ยุบ และ ยกเลิกกฏหมายนิรโทษกรรมทั้งหมด เพื่อนำกบฏทั้งอดีต และปัจจุบันไปขึ้นศาลสถิตยุติธรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...."ฆาตกรที่ฆ่าประชาชนคนในชาติทั้งอดีตและปัจจุบัน" ทุกคนทั้งหมด  ทั้งที่ยังมีชิวิตอยู่ และ เสียชีวิตไปแล้ว ทุกคนต้องไปขึ้นศาลยุติธรรมทั้งหมด รวมทั้งผู้อยู่เบื้องหลัง และ ให้การสนับสนุนให้เกิดการกบฏขึ้นในราชอาณาจักรไทยด้วย ....(ถ้าทำได้ความสามัคคีของคนในชาติจึงจะเกิด)

ที่ ต้องยกเลิกกฏหมายความมั่นคงดังกล่าว เพราะกฏหมายนี้มันไม่มีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเลย   แต่มันเป็นประโยชน์กับนักการเมืองชั่ว ๆ ที่ จะรักษาเก้าอี้ของตัวเองเท่านั้น    มันเป็นเครื่งมือของนักการเมือง เพื่อทำลายสัตรูทางการเมือง หรือนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และ/หรือประชาชนเจ้าของประเทศ และผู้เสียภาษีให้นักการเมืองไปบำรุงรักษาบ้านเมือง ไม่ใช่ให้พวกมันเอาไปแบ่งกัน เช่นที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ (ปี พ.ศ.2554).....

ให้ใช้...."กฏอัยยการศึก และกฏหมายอาญา สภาลูกขุนแทน"... 

(5)  ยุบและยกเลิกคณะองคมนตรี....ให้ใช้คณะรัฐมนตรี รัฐสภา และกรมเสนาธิการทหารแทน (ตามกำหนดเวลาที่อยู่ในราชการการเท่านั้น เพื่อปิดช่องว่างในการที่จะเอาต่ำแหน่งที่สำคัญมากนี้ ไปต่อรองเพื่อหาประโยขน์ให้ตนเอง)

(6)  การจัดให้มี ทนายความของผู้เสียหาย หรือ ฝ่ายจำเลย ร่วมในการสอบสวนคดีต่าง ๆ ทุกคดีก่อนที่จะดำเนินการจับกุม ส่งขึ้นฝ้องศาล และ/หรือจัดให้มีคณะลูกขุนในขบวนการยุติธรรมด้วย ....ฯลฯ ".......

ซึ่ง ผมได้เขียนไว้ใน  Website นี้แล้วขอให้ท่าน ...พิจารณาด้วย    ถ้าท่านไม่ต้องให้ ทหารเข้ายึดครอง และ ปกครองประเทศด้วนระบอบ...เผด็จการณ์ทหาร 30/70...

ท่าน ครับ   ท่าน ช่วยกรุณาพิจารณากันก่อนนะครับ ...อย่าคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตัว  ที่ได้จากค่า Commission ให้มากนักก็แล้วกัน....เช่น  จากการก่อสร้างต่าง ๆ (การซื้ออาวุธ และตั้งกองทัพ)  ซื้อของ....ซ่อมทำ...นะครับ

นักการเมืองทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงก็เช่นกัน ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า...

"ประเทศไทย ไม่ใช่ดอกไม้ข้างถนน.....ที่จะเปลี่ยมมือกันชมได้นะ....พอ ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ก็กอบโกยกันใหญ่ ...อย่าทำอย่าง พรรคประชาธิปัตที่ทำอยู่ในทุกวันนี้ นะครับ(พ.ศ.2554)   ที่ทำให้ พันธมิตร ทั้งฝ่ายทหาร  (นำกำลังออกไปเข่นฆ่าประชาชน...หรือ... ที่ไปตั้งรัฐบาลในเขตทหาร) และพลเรีอน ที่เข้ายึกทำเนียบ และสนามบินสุวรรณภูมิ ฯลฯ.....เสียหายจนยับเยิน เพราะไปสนับสนับสนุนให้ (พธม.)....โจรเข้าปล้นชาติ...เพราะคุณมีมีผู้นำที่เลว ....ที่ ไม่ทำงาน ไม่รักเกีนรติ ของตัวเองและกองทัพ เมื่อไม่ทำงานตามหน้าที่ ....จึงจำเป็นต้องยุบ และ ยกเลิก  ผบ.เหล่าทัพทั้งหมด....เข้าใจหรือยังละึครับ....ท่าน....ผมว่าอย่างนี้ นะ....ครับ.   

ขอบคุณครับ

อดิศัย พ.

Fri ,Mar   11,2011  @  1011

......................................


Port of Yangon , Myanmar.

Thu.June  9,2011

ท่านครับ....ผมต้องขอข้ามตอนนี้ไปก่อนนะครับ เพราะมีเรื่องที่จะต้องเรียนให้ท่านทราบเล็กน้อย...ครับ ตือ เรื่อง   "เรือดำน้ำ"  

เมี่อ สองสามวันก่อนได้มี สื่อมวลชน และ ท่านผู้ทรงเกียรติ ได้ออกมาพูดเรื่องเรือดำน้ำ เรื่องนี้ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบก่อนว่า ในสมัยหนึ่งเราเคยมีเรือดำน้ำมาก่อนหลายลำ เป็นเรือดำน้ำต่อจากญี่ปุ่นก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในระยะนั้นกองทัพเรือของเรานับว่า เป็นกองทัพที่มีอานุภาพมากที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ว่า ได้ มีเรือปืนขนาดใหญ่หลายลำ เช่น รล. ศริิอยุธยา ,  รล.สุโขทัย  เรือปืนลำน้ำ ก็มี รล.รัตนโกสินทร, เรือสรุป รล.แม่กลอง ฯลฯ  ...เรือ ตอฯ เล็ก - ใหญ่ ความเร็วสูง 30 กว่า น๊อตก็หลายลำ   ส่วน มากมีชื่อ เป็นชื่อเมืองชายทะเล ...เรือดำมน้ำก็หลายลำส่วนมากมีชื่อเป็นชื่อของทหารเอกของพราะราม พระลักษณ์  และชื่อตัวลครเอกในวรรณคดีก็มี ....เรือทั้งหมด เราสั่งต่อจากญี่ปุ่มทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ ไทย กับ ญิ่ปุ่น จึงเป็นมิตรที่ดีต่อกัน จนเกิด กรณี พิพาส ไทย -ฝรั่งเศส รบกันใหญ่ แม่ทัพไทยสมัยนั้นที่รบกับฝรั่งเศสคือ ..."หลวงเกรียงศักดิ์พิชิต"...ซึ่งเป็นเพื่อนรักของคุณพ่อของผม ตามที่เคยเรียนให้ทราบไปแล้ว ...รบกันใหญ่ทั้งทางบกทางทะเล  รบกันไปรบกันมา ญี่ปุ่นเพื่อน ของเราก็เข้ามาไกล่เกลี่ยให้ ...ผลการไกล่เกลี่ย ได้ตกลงกันว่า ...ให้ยกมณฑลบูรพา...ที่มี  "เมืองเสียมราช  เมืองพระตะบอง เมืองศรีโสภณ เมืองพิบูลสงคราม"  เมืองเหล่านี้ ให้ยกให้เป็นของไทย ขึ้นกับราชอาณาจักรไทย มีการสำรวจทำแผนที่กันใหม่ ทำเส้นเขตแดนกันใหม่ ....เข้าใจหรือยังละครับท่าน......และมันก็หน้าแปลกเหมือนกันว่า เมื่อเขมรมาอ้างเอาเขาพระวิหาร ไทยเราทำไมไม่อ้างว่า ...มณฑลบูรพา...นั้นเคยเป็นของเรามาก่อนบ้าง ละ....(เขมรทำเรื่องยุ่ง ๆ ทางชายแดนไทยเขมร เพื่อต้องการเบนความสนจากจาก การที่ขอมกำลังจะดำดินลอดใต้เขตแดนไมยเข้ามา)   หรือเพราะแพ้ในครามโลกครั้งที่ 2 หรืออย่างไร ....แพ้ก็อ้างได้ เขมรมันอ้างได้ เราก็อ้างได้ ...จะทำไม ?....จะรบกันอีกหรือ ? ....รบกันก็ได้ ถ้าเราพร้อมจะรบ...ถ้าไม่พร้อม   รบไปก็แพ้เขา ....ขายหน้าเขาทั้งโลก เพราะต้องตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศเล็ก ๆ อย่างเขมร ....เขมรเป็นประเทศเล็ก ๆ เมื่อรบกับเรา เขาก็ต้องแพ้    เขาก็ต้องไปเอาเพื่อนของเขา คือ เวียตนาม   มาช่วยเขารบกับเราด้วย.... เอาเวีตนามมาไม่พอยังไปเอาลาวมาอีก ...เผล ๆ ไปเอา พม่ามาด้วย   เรามิแย่หรือ ...เพราะการทูตของเราเลว...เลยกลายเป็น    สาม-สี่ ประเทศ รุม หนึ่งไป ถ้าเราไม่เข็มแข็งจริง ๆ จะไปสู้ประเทศเหล่านี้ได้อย่างไร ?......ผมจึงบอกว่าให้เราเตรียมการรบไว้ให้พร้อม  เราต้องสร้างอาวุธของเราได้เอง จึงจะสู้เขาได้ ...ได้เคยยกตัวอย่างไปให้ทราบมาแล้วว่า ...ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เราเก่งมากสามารถรักษาเมืองได้ เรารบเก่ง (แต่ขี้เกีนจ) เพราะเราตีดาบได้เอง....ทำหอก ทำธนูได้เอง.....แม้แต่การหล่อปืนใหญ่   ทำดินปืน   เราก็ทำได้เอง.....เราจึงรบชนะข้าศึกเป็นส่วนใหญ่.....ทุกครั้งที่เราพ่าย แพ้......... แพ้เพราะคนไทยกันเอง    ทำตัวของตัวเองทั้งนั้น   จึงตก เป็นเมืองขึ้นของพม่า ....พฤติกรรมและการกระทำของคนขายชาติ คือ เจ้าพระยาจักรีในครั้งนั้น    มันก็ไม่ต่างอะไรกับ  พวกมาเฟียรการเมือง   ที่ทำกับประเทศไทยทุกวันนี้ (พ.ศ.2554)   แต่ทุกวันนี้ การรบได้เปลี่ยนรูปแบบไป จากการใช้กำลังอาวุธ และกองทัพนำ เป็น ใช้ การจัดการทางธุระกิจ-การตลาด เพื่อทำลายเศรษฐกิจ ของฝ่ายตรงข้ามแทน .....แต่ก็ต้องมีกองทัพ คอยคุมอยู้ข้างหลัง ในการทำการค้ากับต่างประเทศ การทำสงครามต้องทำด้วยกำลังรบที่ ทันสมัย...ในสมัยนี้   โดยใช้เครื่องมืองทางอีเล็กโทรนิค และดาวเทียมเป็นอาวุธหลัก ทั้งการตรวจเป็า และการชี้เป้า ที่สำคัญจะต้องเป็นอาวุธหลักของกองทัพ ต่าง ๆ ใช้ในการนำทางของอาวุธปล่อยที่เราทำขึ้นใช้เอง ....กองทัพไม่จำเป็นที่จะต้องใหญ่โตมีกำลังพลมากมาย แต่ต้องเป็นทหารที่มีความรู้ ...มีการศึกษาดี....มีความรู้ในด้านอาวุธอวกาศเป็นอย่างดี ...ฯลฯ จึงจะรบชนะ ...และป้องกันประเทศได้ ....ต้องสร้างอาวุธยุทธโภปกรณ์ได้เอง เช่น  อาวุธปล่อยนำวิถีต่าง ๆ รถถัง รถหุ้มเกราะ ฯลฯได้ ต่อเรือรบ เรือดำน้ำได้เอง     ....เรือผิวน้ำนั้นไม่เท่าไร ทำกันอยู่เป็นประจำ จนถึงทุกวันนี้    เราฝึกอยู่   ไม่มีปัญหา เพียงแต่ ต่อเรือที่ทันสมัยไม่ได้เท่านั้นเอง  ที่ว่าทันสมัยนั้นหมายความว่าเป็นเรือที่ติดอาวุธปล่อย นำวิถีที่ทันสมัย ควบคุฒการยิง หรือการตรวจเป๋าด้วยระบบอีเลคโทรนิ และดาวเทียม   คือ ชี้เป้าจากดาวเทียม ...ไม่ใช่กล้องวัดระยะ เหมือนเมื่อสมัยที่ผมเป็นนักเรียนอยู่.....    ต่อไป เราต้องเตรียมการเพื่อการทำสงคราม.....ทำสงคราม..."อวกาศ"...แล้วครับ ....ท่าน...จำผมไว้นะ ผมว่าอย่างนี้....ใตรจะคิดอย่างไรก็ช่างแต่ผมว่า ถึงเวลาที่เรา "จะต้องแก้ใข"  กองทัพแล้วครับ....ให้เรา ทุกคนมองไปข้างหน้า อย่างไรละครับ....ต้องแก้ใขให้ กองทัพไทยเข้มแข็งกว่านี้ ท่านต้องเปลี่ยนทัศนคติของกองทัพเสียใหม่ ให้เป็นกองทัพเพื่อทำการรบ ด้วยอาวุธนำวิถี ต่าง ๆ ครบรูปแบบ เพื่อรักษาเขตแดน ท่านต้องให้ทหาร เป็นทหารชาตินักรบ   ไม่ใช่ทหาร...เป็น..."ทหารการเมือง"....อย่างทุกวันนี้...เลิกได้แล้ว ครับ....มิฉะนั้น   เราจะอยู่ไม่ได้....ขอมมันมาแล้วรู้ใหม ?  ขอมดำดิอย่างไรละ   ....มันมามุดอยู่แุถวชายแดนแล้วรู้ใหน ? อีกหน่อยก้มุดลอดเขตแดนเข้าไปใรมุ้งท่านหลอก....ระวังนะ...อย่ามัวแต่กัดกัน อยู่เลย.....?   ?  ?...."ขอมดำดิน" เกาหลีเหนือเคยทำมาแล้ว เพื่อลอดฝ่านเข้าไปในเขตเกาหลีไต้....ตอนนี้ยังอยู่....ไปดูได้)

เรือ ผิวน้ำ  ทหารเรือไทย  มีความสามารถ  และพร้อมที่จะกระโดดลงไป นำเรือ ออกทะเลสู้กับข้าศึกผู้รุกรานได้ทันที    ในขณะนี้......แต่เรือดำน้ำ   ...."มันไม่แน่"....เรือไต้น้ำกับเรือผิวน้ำไม่เหมือนกัน ....เรือรบกับเรือสินค้าไม่เหมือนกัน ....ทำงานบนเรือ บนผิวน้ำได้ ไม่แน่ว่าจะทำงานในเรือไต้น้ำได้ ....ท่านเป็นทหารเรือ .....ทำงานไนเรือรบได้....แต่ไม่แน่ว่าจะทำงานในเรื่องสินค้าได้....ท่านขับ รถ โตโยต้าแคมรี่ได้    นั่นไม่ได้หมาบความว่า ท่านจะขับรถแทรคเตอร  หรือรถยกของหนักได้นะครับ...จะบอกให้.

"DSI (ท่านเป็นข้าราชการประจำนะ)...ช่วยหน่อย....ช่วยกันจับโจรดีกว่า....ช่วยกัน จับโจรที่เข้าปล้นบ้าน ปล้มเมืองดีกว่า เพื่อเอาเงินมาสร้างกองทัพเพื่อป้องกันประเทศดีกว่า...เลิกยัดข้อหาให้คน นั้นคนนี้...เพื่อกำจัดสัตรูให้โจร ....เลิกเอาใจโจรได้แล้ว....หมดเวลาแล้ว....เพราะกินกันไปมาก แล้ว ...เรามาช่วนกันสร้างชาติกันใหม่...นะ...คุณ...ธาริต...นะ...ดีกว่า...ไม่ อันตรายต่อท่านด้วย...เมื่อ   "ฟ้าเปลี่ยนสี"....ดีกว่าจริง ๆ นะ ครับ"

เมื่อ วันพุธที่สองของเดือน เมษายน 2554 ผมไปทานข้าวกับเพื่อน ๆ ที่ สนามกอร์ฟบางนา ผมเห็นเพื่อนคนหนึ่งไส่เสื้อสวยดี ผมจึงออกปากชมแล้วถามว่า

"ไปเอามาจากใหน...สวยดีนะ"

"โตให้"

พอดีโต นั่งอยู่ใกล้ ๆ ผม ได้ยินจึงถามผมว่า

"ที่บ้านบังมีอีก จะเอาใหม ?"

"เอา"

"เดียวไปบ้านซิ"

"OK เดี๋ยวเลิกแล้ว นั่งรถเราไปด้วยกัน"

พอ เลิกงานเราก็นั่งรถคันเดียวกันไปบ้านโต ผมเป็นคนขับ ....เราคุยกันไปตลอดทาง ตอนหนึ่งผมบอกว่า ...."เราต้องการให้กองทัพเรือต่อเรือขึ้นมาใช้เอง"

" เดียวนี้เขาก็ทำอยู่แล้ว "

"เมื่อสองสามวันก่อน สื่อมวลชนออกมาวิภาควิจารณ์กันใหญ่ว่า  ...กองทัพเรือ จะซื้อเรือดำน้ำใช้แล้วของกองทัพเรือ เยอรมัน 6 ลำ"

"พวกนี้ ไม่รู้เรื่อง...เขายังไม่ได้ซื้อเลย"...โตว่า

"โต แต่เราว่าควรซื่อนะ แต่อย่าซื้อมาทั้งหมด ซื้อสัก สอง หรือ สามลำ ....แล้วเอาลำหนึ่งมาลื้ออกทั้งหมด...ถอดแบบออก เขียนแบบใหม่  ตบแต่งในแบบ ทุกอย่างเห็นเหมาะสม ที่จะใช้ในกองทัพเรือ ของเราแล้ว ให้เอาแบบนั้นละ   ต่อของเราขึ้นมาใช้เอง....ส่วนที่เหลืออีกสองลำให้ใช้ฝึก ทหารเรือ ของเราให้สามารถ  "ทำงานใต้น้ำได้" ฝึกให้หนัก ให้ชำนาญ โดยใช้เรือสองลำที่เหลือผลัดกันออกทะเล"

ทุกคนที่อยู่ในรถเงียบ ...ตอนหนึ่งโตบอกว่า

"ในเรือดำน้ำ กับเรือบนผิวน้ำไม่เหมือนกัน คำสั่งที่จะใช้ในเรือดำน้ำเมื่อประจำสถานีรบไม่เหมือนกับเรือผิวน้ำ"

"นั่นซิเราถึงต้องการให้ซื้อไว้ฝึกสักสองลำ"

พอดีเรือถึงบ้านโต ก็เข้าไปนั่งคุยกันเรื่องอื่น ๆ ต่อไป .....ถามถึงอาการป่วยของคุณอ้วน ภรรยาโตที่ป่วยเป็นหวัด....ฯลฯ

ท่าน สื่อมวลชนที่รักครับ...กองทัพเรือ.....เป็นกำลังรบทางทะเลของชาติ....เป็น กำลังรบของชาติที่ไม่เหมือนใคร ...ท่านลองฟังเพลง ไตเติลของ  Website ของผม แล้วพิจารณาดูซิครับ...ดูซิว่าเพราะใหม ?....นั่นละคือ เลือดเนี้อ และวิญญาณของกองทัพเรือ ละครับ

สวัสดีครับ

อดิศัย พ.

24/05/54

...............................

หมายเหตุ

มื่อเราต่อ เรือดำน้ำจากญี่ปู่น ตอนนั้นเราก็ไม่เป็นเหมือนกัน กองทัพเรือ จึงได้ จัดส่งทั้งนายทหาร และพลประจำเรือ ที่จะปฏิบัติงานในเรือดำน้ำนั้นไปฝึกที่ญี่ปุ่น แต่นักดำเหล่านั้นบัดนี้ไม่มีในกองทัพแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องฝึกของเราขึ้นมาใหม่ครับ

วันนี้ 24 พฤษภาคม  2554 เวลา ประมาณ 1700 ผมจะนำเรือออกทะเลแล้ว   อีกหนึ่งเดือนโดยประมาณผมจะกลับมาใหม่ แล้วค่อยคุยกันใหม่นะครับ 

อาจารย์ ตุ้ม ,  อาจารย์ หวาน .....ครับ ....ผมขอฝากประเทศไทยไว้กับอาจารย์ด้วยนะครับ อาจารย์ และลูกศิษย์ของอาจารย์ทุกท่านช่วยส่งเสริมให้เมืองไทยมีนายกรัฐมนตรีเป็น ผู้หญิงสักคนนะครับ   และจะเป็นคนแรกของประเทศไทยด้วยนะครับ   ขอบคุณครับ.... ขอบคุณมากครับอาจารย์....สวัสดีครับ ....สวัสดี โชคดี  ทุก ๆ ท่านครับ

 อดิศัย พ.

Tue,May  24,2011 @ 1513 Lt..

"ด้วยบุญบารมีของย่าโมและลูกหลานย่าโมที่ช่วยกันปกป้อง ทำนุบำรุงชาติ บ้านเมือง ขอประเทศไทยจงเจริญ"

.....................

Yangon Myanmar  : 

Sunday,June   5,2011

สวัสดีครับ....เพื่อน ๆ สามสมอ , จปร. ที่รัก ทุกท่่าน...ครับ

ผมไปถึงแรงกูล เมียนม่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2554.  แต่ไม่ได้ขึ้นบกมาคุยกับเพื่อน ๆ เพราะมีเรื่องในเรือ ต้องแก้ปัญหาเล็กน้อย ตอนนี้เรียบร้อยแล้วจึงขึ้นมาคุยกันต่อ ...เรื่องมันยาวคุยกันไม่รู้จักจบ    เพื่อน ...คงจำได้นะว่า ที่ผมเรียนให้ทราบว่า เมื่อวันพุธที่สองของเดือนเมษายน ผมไปทานข้าวกับ เพื่อน ๆ ที่สนามกอร์ฟบางนา....วันนั้นได้พบกับเพื่อน ๆ หลายคน ที่ไม่ค่อยจะได้พบกัน หนึ่งในจำนวนนั้น คือ "จบ" จบดีใจมากที่ได้มาพบกันอีก ....จบเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้  เวปไซ้ นี้เกิด .....เกิด เพราะอยากรู้ว่า ...ผมมีประวัติมาอย่างไร ? (ลูกหลานใคร ออกจากโรงเรียนมาเพราะสาเหตุไร ?) .....ขอบใจมากนะจบ...เพื่อนรัก ....ผมเองก็เล่าให้จบฟัง แต่เหมือนไม่ตั้งใจ จาก หัวเรื่องที่ว่า ...."เรื่องที่เพื่อนอยากรู้".....จริง ๆ แล้วเรื่องยังมีอีกมาก เป็นเรื่องน่าสนุก ได้ความรู้สึกดี ๆ เมื่อนึกถึง  ....เอา...เราข้ามตรงนี้ไปก่อน....

ตอนนี้มีเรื่องเรื่องที่น่ายินดียิ่ง กว่า...ที่จะต้องเล่าสู่กันฟัง...เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า    เพื่อน    คงจำได้นะ ว่า เราได้เคยคุยกันถึงเรื่องที่จะให้กองทัพเรือตั้งโรงเรียนนายเรือพานิชขึ้นมา ใหม่ เหมือน กับเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว กองทัพเรือเคยทำเช่นนั้นมาครั้งหนึ่ง นักเรื่ยนนายเรือพานิชที่จบออกมาจากโรงเรียนนายเรือ ตอนนั้น   หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ร.ต.นิยม ภาสวัต รน. นำร่องเบอร 30 กว่า ....อีกท่านหนึ่ง คือ ร.ต. อุทัย มงคลนาวิน ร.น.   นำร่องเบอรเท่าไรจำไม้่ได้แล้ว ...นั่นละ แต่ขณะนี้ท่านก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว   เรืองของการนำเรือในร่องน้ำเจ้าพระยา "ครูนิยม".. เป็นท่านหนึ่งที่ถ่ายทอดให้ผม นอกจาก "ครูเลื่อน" (นำร่องที่ปลดฯแล้ว แต่ทำงานประจำอยู่ที่ บริษัท โหงฮก จำกัด) นำร่องหมายเลข 003....

นับตั้งแต่นั้นมาโรงเรียนนายเรือก็ไม่ เคยผลิตนักเรียนนายเรือพานิชออกมาอีกเลย   ....ความคิดของคนไม่เหมือนกัน ...แต่ละคนแต่ละความคิด ...ผมเป็นคนหนึ่งที่ ที่ต้องการให้ โรงเรียนนายเรือ ผลิดนักเดินเรือค้า ออกมาใหม่ เพราะเห็นว่า การพานิชนาวี หรือ การขนส่งทางทะเล  เป็นสาขาวิชาหนึ่งของการขนส่งที่จะนำผลประโยชน์มาสู่ประเทศไทยอย่างมหาศาล คิดดูง่าย ๆ ถ้า่เรามีเรือ ขนสินค้าไปส่งทั่วโลก คิดแล้วได้กำไรอยู่ระหว่าง ตันละ 50 -100 USD  (น้อยกว่า หรือ มากกว่า)  ถ้าสมมุติ (ตัวเลขสมมติุนะ) ว่าเรามีวิ่งอยู่ใน โลกทุกสาย ขนาด

300,000   จำนวน    10    ลำ    สำหรับ    สายยุโรป และ อเมริกา  ตะวันออกกลาง

100,000    จำนวน   100    ลำ  สำหรับ    สาย   ออสเตอรเลีย ตะวันออกกลาง และเอเชีย

 70,000      จำนวน    500    ลำ  สำหรับ   สาย  เอเซีย  ออสเตเลีย   และ ในประเทศกลุ่ม เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ 

50,000       จำนวน   2000     ลำ   สำหรับสาย    เอเซีย ออสเตรเลีย และประเทศในกลุ่ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้                              

ในทุก ๆ สามเดือนจะได้เงินเข้าประเทศเท่าไร ?    ....ถ้ามีเรือวิ่งอยู่ ทั่วทั้งโลกจะ คิดเป็นเม็ดเงินเข้าประเทศ เท่าไร ต่อ 3 เดือน....คิดกันเอาเองนะครับท่าน ....นอกจากนี้ "การพานิชนาวี ยังช่วยสร้างงานให้ คนไทยอีกมากมาย"...กองทัพเรือจึงสมควรทำเป็นอย่างยี่ง

บัดนี้ความฝันของผมก็เริ่มจะเป็นความจริงขึ้นมาบ้าง เมื่อกองทัพเรือ ได้ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตร ตั้ง คณะ วิทยาลัยพานิชย์นาวีนานาชาติ สาขา วิทยาศาสตร์การเดินเรือ  ซึ่งมีนายทหารเรือจาก โรงเรียนนายเรือ ไปสอน วิชาการเดินเรือ และอื่น ๆ ที่จำเป็นให้... มีนายทหารเรือ พรรคนาวิกโยธินมาฝึกวินัยทหารให้ ฯลฯ......ทั้งหมดมี...... พล.ร.อ สุพิทย์ อำนวย ร.น. ....   เป็นคณบดี.......เป็น เรื่องที่น่ายินดีมากนะครับ....ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกองทัพเรืออันเป็นที่รักยิ่งของผม  กำลังจะนำความเจริญ ความมี่งคั่งมาสู่ประเทศชาติ และประชาชนคนไทย ทุกหมู่เหล่า ....เรื่องของคนเป็นเรื่องที่สำคัญ .....สำคัญกว่า ..."เทคโนโลยี่"....ทั้งนี้เพราะ....คน เป็นผู้ใช้ เทคโนโลยี่.....นัก เรือนายเรือพานิชที่ผลิดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะต้องพร้อมที่จะ นำเรือสินค้า ไปโชธงชาติไทยไปทั่วทั้งโลกอย่างสง่างาม  ...ดังเช่นที่ ...ราชนาวีไทยเคยทำมาแล้วในอดีตจนถึงปัจจุบัน..

ท่านครับ....ฟังดูก็น่าจะดีอยู่ .....แล้วข้อเท็จจริงละ ...จะเป็นไปได้อย่างที่คิด หรือ ไม่ ?

คำ ตอบคือเป็นไปได้ทั้งนั้น ละครับท่าน...อยู่ที่ว่า คนในชาติ จะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันขนาดใหน ? ....ทุกฝ่ายจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง  ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป....ทุกอย่างจะต้องสำเร็จลงด้วยดี ด้วยความสามารถของคนไทย ที่เคยเป็นหนึ่งมาแล้วในเอเชีย .....ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เรา คนไทยทั้งชาติ จะต้องร่วมแรงร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันหาเงินเข้าประเทศ (ทำสงครามเศรษฐกิจ) ......มีคำถามว่า ...."แล้วเราจะทำอย่างไรละ ?".....ขอแนะนำว่า ...

"การ ขนส่งเป็นการช่วยพัฒนาประเทศที่สำคัญทางหนึ่ง เพื่อนำวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติ เข้าสู่โรงงาน  และ  นำผลผลิตจากโรงงานออกสู่ตลาด...เข้าสู่ตรัวเรือน"

ซึ่งมี :-

1. การขนส่งทางบก (ผมเคยแนะนำเรื่อง "ระบบขนส่งมวลชน และรถไฟความเร็วสูงไปแล้ว)

2. การขนส่งทางทะเล (ที่เสนอให้กองทัพเรือทำอยู่ขณะนี้ละ)

3. การขนส่งทางอากาศ

4. การขนส่งทางท่อทาง (ที่เกลื่อน ๆ เรื่องการ สร้างท่อ ส่งน้ำนันจาก ทะเลฝั่งอดามันไป ฝั่งอ่าวไทย)

"ประเทศจะยิ่งใหญ่ไม่ได้ (อย่าฝันไปเลย) ถ้ารัฐบาลไม่มีการวางแผนพัฒนาระบบการขนส่งของชาติให้ครบทั้ง  4  ทางตามที่กล่าวข้างบน"

"ยิ่งลักษณ์ ...ถ้า ลูกได้เป็นนายกฯ จริง ๆ..ถ้าลูกต้องการให้ประเทศชาติของเรา ยิ่งใหญ่จริง ๆ ลูกต้อง สร้างระบบขนส่งทั้งสี่ข้อให้ครบสมบูรณ์ ให้ดีที่สุด และเร็วที่สุด มิฉะนั้นจะตามประเทศเพื่อนบ้านไม่ทัน ......จำไว้นะลูก ...ลุงขอแนะนำไว้สั่น ๆ เท่านี้ละ"

สำหรับเรื่องขั้นตอนของการสร้างการขนส่งทางทะเล ที่เราละทิ้งกันมานานมาก ไม่รู้ว่า ทิ้งเงินลงทะเลไปไม่รู้ว่า กี่แสน  กี่ล้าน ๆ บาท จากการที่เรามี นักการเมืองที่เห็นแต่ตัว จากการที่เรามีผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่กลุ่ม เห็นแก่ครอบครัวของตัว เอง โดยไม่แยกแยะว่า เรือ ส่วนตัว หนือเรื่องชาติบ้านเมือง   ทำให้ไม่พอใจ กองทัพเรือ ที่กองทัพเรือ ไปให้ความร่วมมือกับ...."ท่านปรีดี"....ไปเข้าใจว่า ท่านปรีดี มีส่วนร่วมในการปลงพระชน  ร.8 ....เขาจึงร่วมหัวกัน....ไม่สนใจเรื่อง...."เรือ"....

"ยิ่งลักษณ์....ลูกพูดถูก...ถูกมาก ๆ ที่ว่า...จะไม่แก้แค้น  แต่จะแก้ใข....(ระวัง นะ ...ลูก....คนในคลาบของสัตว์หน้าขนมีมากเหลือเกิน ...ในประเทศไทย... ทั้งเด็ก และผู้ใหญ ....สัตว์หน้าขนเหล่านี้เชื่อถือไม่ได้ทั้งนั้น...มันกัดเอาจริง ๆ นะ ต้องระวังให้มากไว้..)......ลุงจึงเชื่อถือเธอเป็นอย่างมาก ในการที่จะมอบความใว้วางใจให้เธอ บริหารประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤต "

สำหรับ ขั้นตอยการสร้างกองเรือพานิชของไทยให้ทำเป็นสองระยะ    คือ

ก.  ระยะยาว   และ

ข.   ระยะสั้น

สำหรับ ระยะสั้นให้ กองทัพ และ ม.เกษตร สร้าง อู่ตัดเรือ   แล้วหาเรือเก่า มาตัด      ....ตัดแล้ว เอาของที่ตัดนั้น มาต่อเรือใหม่   เล็ก  -  ใหญ่ดูตามความเหมาพสม กับของที่ตัดมา    ของเลือที่คัดได้จากเรือที่ตัด ...ขายเป็น  ของเก่ามือสองทั้งหมด ตั้งแต่ สวิชไฟ ...สายไฟฟ้า ลิ้นกั้นนำ้ต่าง ๆ ทุกขนาด....ขึ้นไปจนถึงของใหญ่ ๆ เช่น เครื่องจักร์เครื่องกล   เครื่องไฟฟ้า ...เทอรโบ....เป็นต้น

ส่วนระยะยาว..... ขอให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้  ....คือ

ระยะที่ 1  ให้หาเรือฝึกที่มีมาตราฐาน ให้นิสิตที่กำลังจะจบการศึกษาทุกปีลงฝึกใน  เรือที่ได้มาตราฐาน หมายความว่า เรือ ดีบริษัทฯ ทีระบบการบริหารที่ดี   คนประจำเรือ ของเรือที่จะไปฝึก เป็นคนเรือที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ฯลฯ เช่น เรือ สายหลัก ๆ ที่วิ่งรอบโลก   ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังให้นิสิตของเราได้เห็นแต่สิ่งที่ดี ๆ เพื่อนำมาปฏิบัติในเรือ ของเราต่อไป.

ระยะที่  2  เป็นระยะที่จะต้องหาเรือ ให้นิสิตของเรามีงานทำ (หาเรือให้ นิสิตลง) ต้องทำร่วมกันทั้งภาครัฐ และเอกชน เมื่อทำตามขั้นตอนที่หนึงได้แล้ว   นิสิตที่ จบการศึกษาแล้ว ให้ทาง รัฐบาลขอเจรจาส่งนักเดินเรือของไทยที่บริษัทนั้น ๆ ฝึกขึ้นไปลงทำงานในบริษัทฯ นั้น ๆ หรือ บริษัทฯ เท่าที่เห็นสมควร ฯลฯ

ระยะที่  3 เป็นระยะที่ ทางรัฐบาลจะต้องมองหาเรือที่เหมาะสม ให้เป็นเรือของเรา (ของรัฐ หรือ เอกชนไทย) ให้นิสิตของเราลงไปทำงาน ระยะ นี้ รัฐบาลน่าจะหาเรือ อายุไม่เกิน  12 ปี เข้ามาใช้ก่อน(ขอให้พึงระลึกอยู่เสมอว่าเรือเก่า จะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมทำสูง เรือทำเที่ยวไม่ได้ตามกำหมด ผลกำไรสุทธิจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ....แต่ในระยะต้น ๆ ต้องเอาไว้ก่อนเพื่อให้ นิสิตมีงานทำ  และเกิดความชำนาญในการใช้เครื่องไม้เครืองมิอต้าง ๆ ในเรือ

ระยะที่ 4 นับตั้งแต่ระยะ ที่หนึ่งเป็นต้นมา   หรือระยะเริ่มโครงการนี้ แล้ว ....รัฐบาลจะต้องเข้าเจรจา กับ อู่ต่อ เรือที่ได้มาตราฐานของโลก จะเป็นประเทศใหนก็ได้ ที่พร้อมจะมาลงทุน สร้างอู่ต่อเรือ ในระเทศไทย ....อู่หนึ่งอู่ ต้องมีสามขนาด   คือ ใหญ่  กลาง   และ เล็ก  อู่ใหญ่ สามารถเอาเรือ ขนาด 300,000  เข้าซ่อมได้   อู่ขนาด กลาง  ต้องสามารถนำเรือ 70,000 เข้าทำการซ่อมได้    อู่เล็ก  ต้องสามารถ เอาเรือ 20000 เข้าซ่อมได้....สถานที่จะสร้างอู่ได้ ต้องเป็นบริเวณน้ำลึก  เป็นอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ เช่นบริเวณอ่าวกระบี่ เป็นต้น.

ระยะที่ 5 เป็นระยะที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ระยะที่ หนึ่ง หรือระยะเริ่มโครงการแล้วคือ ....นิสิตที่ เรียนจบวิชาการต่อเรือ ต้องถูงส่งไปฝึกงานตามอู่ใหญ่ ๆ ในประเทศต่าง ๆ  เขียน   อ่าน ตรวจสอบแบบเรือ   ที่เหมาะสมที่ทางกองทัพเรือ ต้องการ หรือ ทางรัฐบาล   หรือ เอกชนต้องการ จ้างต่อ   เมื่อเราสร้างอู่ ตามข้อ 4 หรือ ระยะที่ 4 เสร็จเรียบร้อย นิสิตคณะต่อเรือ จะได้เข้าทำงานได้ทันที

ระยะที่  6  หรือขั้นตอนที่ที่หก การหาวัสดุที่จะมาต่อเรือ  และสร้างเครื่องกลเรือ  ต้องเตรียมการวางแผน เพื่อ สร้างโรงงานถลุงเหล็ก  โรงงาน เครื่องกลเรือ    โรงงานเครื่องมืออีเลคโทรนิค  ฯลฯ ....ซึ่งโรงงานต่าง ๆ เหล่านี้ จะต้องใช้บุคลากรเป็นจำนวนมาก เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ฉะเพาะอย่าง ซึ่งเป็นหน้าที่ ที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ต้องให้ความร่วมมือในการผลิตบุคลากรเหล่านี้ด้วย

ระยะที่ 7  เป็นระยะที่เราจะต้องนำเรือออกรับบริการลูกค้า คือ ขนส่งสินค้าจาก เมืองท่าหนึ่งไปส่งยังอีก เมืองท่าหนึ่ง....เรื่องสินค้าเป็นเรื่องของหัวใจ หรือเส้นเลือดใหญ่ของารขนส่งทางทะเล ....ในเมื่อเราเห็นว่าสินค้าเป็นเรื่องสำคัญ ...คนชาติอื่นเขาก็เห็นว่าสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติต่าง  ๆ ที่มีการเดินเรือ พานิชย์ที่เจริญมาก่อนทั่วทั่งโลก  ทั้งยุโรป และ เอเชีย....ประเทศเหล่านั้นจึงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเรียกว่า   "ชมรมการเดินเรือ" (Conferances)..และผกขาดการขนส่งในสายนั้น ๆ ไม่ให้เรือนอกชมรมเข้าไปวิ่งรับส่งสินค้าในย่ายนั้น ๆ ....เมื่อเป็นเช่นนี้ ....แล้วเราจะทำอย่างไร ?   

ในระยะแรก ๆ เราก็ต้องเป็นเรือ "แทรม" (Tramp) คือ มีสินค้าที่ใหนไปที่นั่น โดยไม่มีเส้นทางที่แน่นอนไปก่อน แล้วก็ต้องเข้าเป็นสมาชิกตามชมรมต่าง ๆ ให้ได่ ตรงนี้ ก็อยู่ที่ว่า เรือของเรา คนเรือของเรา จะดีมีมาตราฐานระดับโลกพอที่เขาจะยอมรับ เข้าเป็นสมาชิกของชมรมหรือไม่ (ทำอะไรกันชุ่ย ๆ เลิกเสียที...นะครับ)

ผมเชื่อแน่ว่าเมื่อถึงเวลาเราก็ต้อง เข้าเป็น สมาชิกชมรมได้ ได้วความสามารถของคนไทย นักเดินเรือ ที่ผดิตจาก สถาบันอันอัดหนึ่งของประเทศไทยไทย คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แห่งประเทศไทย....แต่รัฐต้องช่วยนะ....อย่างน้อย ต้องออกเงินต่อเรือให้ไปก่อน ....นะครับ....นะครับ

จริง ๆ แล้วเรื่องการทำธุระกิจทางทะเล เป็นเรื่องที่ต้องลงทุนสูง ต้องใช้ทุนเป็นจำนวนมาก   ึงจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องพึ่งตลาดหลักทรัพย์  แต่การจะเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมหลักเกณจากตลาดหลักทรับ ซึ่งเข้าของเรือไทยไม่ชอบ....ไม่ชอบเพราะอะไรไว้ว่ากันทีหลังนะครับ.

ระยะที่ 8 หรือขั้นตอนที่ 8 เป็น ขั้นตอนที่เราจะต้องหาท่าเรือ ให้เรือเทียบตามขนาดของเรือที่เราต่อขึ้นใช้เอง อาจจะเป็นขนาดใหญ่ หรือใหญ่สุด ๆ คือ 300000 ตัน  เรือ ขนาดสามแสนตันที่เห็นวิ่งกันอยู่ในท้องน้ำขณะนี้ ซึ่งมีทั้งเรือน้ำมัน และเรือ คอนเทลเนอร จะมีความยาวประมาณ 300 เมตร กินน้ำลึกประมาณ 25 เมตร  ยังไม่รู้เลยว่า จะเข้าอ่าวไทยได้หรือเปล่า ....ถ้าเข้าไม่ได้ก็ต้องลดขนาดลงมา ตามที่เราต้องการ ส่วนแบบจะเขียนเองหรือซึ้อลิขสิทธิ์เขาก็สุดแล้วแต่ความสดวก การต่อท่อออกไปรับน้ำมันกลางทะ  ทำได้ไม่ยาก    สำคัญคือเรือกินน้ำลึกมากจะเข้าอ่าวไม่ได้ หรือต้องต่อท่อออกไปไกล ๆ จะคุ้มหรือไม่ ต้องคิดกันให้ดี ....ที่น่าจะทำได้ บริเวณอ่าวกระบี่ น้ำค่อนข้างลึก  อาจจะทำท่าขนถ่ายน้ำมันจากเรือของเราขนาด 300000 ตันได้ แล้วทำถนน ตัดตรงมาเข้าอ่าวไทยที่ขนอนม แล้ววางท่อ ถ่ายน้ำมันมาตามข้างถนน ทั้งสองแท่งคือทั้งที่กระบี่ และขนอม ...สร้างถังเก็บน้ำมัน ทั้งสองฝั่งทะเล .....แต่การทำอย่างนี้ สิงค์โปรอาจะไม่ชอบ เพราะเขาจะขาดรายได้ไป แล้วเอาเงินมายัดรัฐบาลไทย ที่ค่อนข้างหิวเงินให้ระงับโคงการ เสีย ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งนั้น    ข้อสำคัญรัฐบาลอย่าไปรับเงินของเขา  แล้วยกเลิกโครงการณ์ ที่จะทำเงินอย่างมหาสารให้ประเทศชาติก็แล้วกัน....นะตรับ...นะครับ.

ระยะที่ 9 ระบบบริหาร...........

ท่าน  ครับยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่จะต้องพูดกัน ส่วนเรื่องของขนาดของเรือนั้น ทางฝ่ายเทคนิกการต่อเรือ คงจะได้ร่วมกันพิจารณาเอกว่า เรือจะต้องวิ่งสายใหน ? ความยาว   น้ำหนักบรรทุก   ความเร็วควรจะเป็นเท่าไร ? เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันเป็นสาย ๆ ไป แต่สรุปแล้วต้องจัดหาเรือที่มีความเร็วพอเหมาะ คือ อย่าให้เกิน 11-12 วัน จาก เมืองท่าถึงเมืองท่า ยกตัวอย่า จาก โยโกฮาม่า ถึง ซานฟราซิสโก ระยะทาง ประมาณ 6000 ไมล์ เรือต้องเร็ว ประมษร 25 ถึง 30 น๊อต หรือ จาก กรุงเทพ ถึง โยโกฮาม่า ระยะทาง ประมาณ 3000  ไมล์  ความเร็วก็น่าจะเป็น 20 -25 น๊อต

สิ่ง ที่สำคัญที่จะลืมเสียไม่ได้ คือ ระยะทางกับความเร็วเรือ ต้องมีความสัมพันธ์กัน หรือ คือได้สมมาตรกัน เพราะถ้าระยะสั้นเรือเร็วเกินไป จะขาดทุน เนื่งจากต้องให้น้ำมันมาก  สำเรือเร็ว    แต่ถ้า เรือช้าไป ก็จะขากทุนเช่นกันเนื่องจากต้องเสียเวลาในทะเล   เวลาที่เสียในทะเล นอกจากเงินจะเข้าบริษัทฯช้าต้องเสียดอกญเพิ่ม แล้วยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นเป็นเงาตามตัว  .....เพราะฉะนั้น ฝ่ายจัดการต้องคำนวนออกมาให้เป็นตัวเลขอย่างชัดเจน ก่อนที่จะลงมือต่อเรือ เพราะถ้าต่อผิด    ความเสียหายจะติดตามมาอย่างน่าใจหาย และเมื่อถึงตอนนั้น เราจะขายเรือลำนั้นก็ไม่ใช่ของง่ายนัก ....."ทุกอย่างต้อง ถูกต้อง และลงตัวหมด"

ทุกอย่าง จะลงตัวได้ดังคิดหรือไม่ก็สุดแท้แต่ผู้บริหารจะจริงใจต่อการดำเนินงานขนาด ใหน บริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด ตั้งแล้วก็ล้ม ล้มแล้วก็ตั้งไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่หนมาแล้ว จนกระทั้งทุกวันนี้ เหมือนกับหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว ...ไม่มีข่าวคราวเลยไม่ว่าในด้านใดทั้งสิ้น....เพราะรัฐบาลไม่สนใจหรืออย่าง ไร ?....ไม่สนใจเพราะหาผู้บริหารที่มือสอาด ๆ ไม่ได้ หรืออย่างไร ....ปัญหามันอยู่ตรงใหนกันแน่ .....ตอบง่าย ๆ คือ อยู่ที่ระบบบริหารนั่นละ....ระบบบริหารต้องรัดกุม ไม่มีช่องว่าง ....ทั้งบนบก และในเรือ....ระบบบริหารงานในเรือ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าระบบไม่ดี การตรวจสองจะทำได้ยากมาก  งานเรือ มีสิ่งที่จะหมกเม็ดได้ง่ายมาก   ถ้าจัดระบบไม่ถูก

ความจริงแล้ว ระบบการบริหารงานเรือ นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับระบบการบริหารงานบนบก คือ มีหน่วยงาน ต้นทุน และหน่วยงานกำไรเป็นหลั

บน สำนักงานใหญ่  ....คือหน่วยงาน..."ต้นทุน"....หรือในเรื่องงานเรือ เราเรียกว่า "หน่วยงานการส่งกำลังบำรุง".....ส่วนหน่วยงานกำไร  คือเรือ....เรือ คือ ..."หน่วยงานการผลืต หรือ การปฏิบัติ".....เพื่อให้เกิดผลผลิต หรือ ผลกำไรสูงสุด ....หน้าที่ตวบคุมการบริหารงานในเรือ เป็นเรื่องของ "นายเรือ"...เนื่องจาก เรือ เป็นนิติบุคคล เจ้าหน้าที่บนสำนักงานใหญ่บนบริษัทฯจะเข้าไปก้าวก่าอย หรือ ที่เราเรียกว่า ล้วงลูกในเรือไม่ได้ ....ใครคนใหนเข้าไปล้วงลูกในเรือ หมายความว่าคน ๆ นั้น เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในเรือ หรือ เพื่อพยายามโกงหุ้นส่วนด้วยกันเอง

การ บริหารงานในเรือ ต้องบริหารด้วยระบบ  "งบประมาณ"....การทำบัญชี ราบรับราบจ่ายของเรือ ..."ทางเรือ เป็นผู้ทำ"....ทำส่งขึ้นไปให้ฝ่ายตรวจสอบบนบกตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง เพื่อป้องกัน ไม่ให้ เจ้าที่ฝ่ายสินค้า นำเรือ ไปหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่ม  ฯลฯ  การตรวจสอบงบประมาณรายรับรายจ่ายของเรือ  แต่ละเดือนเป็นเรื่องที่ทางเรือ ต้องทำ....ทำให้ตรงกับบนบก ..เรื่องราวรายละเอียดมันมากเหลือ เกิน ....มากจนไม่อาจจะพูดให้จบตรงนี้ นะครับ ...จึงต้องขอยกไปก่อน.

มี เรื่องที่กองทัพเรือ น่าจะขอความเห็นจากเพื่อน รุ่นเดียวกับผมคนหนึ่ง ซึ่งคน ๆ นี้ เป็นนักเรียนนายเรือ ชั้นหัวกระทิ ทีเดียวนะครับ ....   สอบได้ที่ 1 ทุกครั้ง ตั้งแต่สอบเข้าจนสอบขึ้นไปอยู่โรงเรียนนายเรือ  จน กองทัพเรือ ได้ส่งไปเรียนต่อในโรงเรียนนายเรือ เดนมาร์ค....จบจากเดนมาร์ค กลับมารัฐราชการในกองทัพเรือ ไทย ติดเรือตรีได้ไม่เท่าไร   ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไร กันในกองทัพเรือ จึงได้เผ่นหนีออกจากกองทัพเรือ โดยไม่ได้ร่ำได้ลา....ออกไปเฉิย ๆ แล้วบินกลับไป เดมาร์ค ไปแต่งงานกับหลานสาวของเจ้าของเรือ เมอรค   และทำงานในบริษัทเมอร์ค มาจนถึงทุกวันนี้ ...ขณะนี้ เป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัท เมอร์คไลท์ (Maersk Line Co.,Ltd.)ไปแล้วครับ  ............บุคคลคนนี้ คือ นักเรียนนายเรือ ประชา สนธิเดช   นตร.รุ่น 20  นนร.รุ่น 55 .เลขประจำตัวนักเรียนนายเรือ เลขที่ 2059.

หมายเตุ ...พอมาถึงตรงนี้ชักเกิดความไม่แน่ใจเสียแล้วว่า ประชายังทำงานกับบริษัท Maersk Line หรือเป่า เพราะอายุมากแล้ว

ท่าน ครับ....ที่ผมว่าน่าจะติดต่อ กับประชา เพื่อขอความเห็นในการที่เราจะร่วมมือกัน จัดการเรื่องการเดินเรือ ระดับโลก ตั้งแต่ ขอความร่วมมือในการส่งนนิสิต เดินเรือ ของเกษตร ลงฝึกในเรือเมอร์ค ....ขอเข้าร่วม และหรือ แนะนำการนำร่อ เข้าเดินร่วมกับเรือ   "เมอร์ค" ฯลฯ ....ผมว่าถ้าทำได้จะดีมากนะครับ จะเป็นการยกระดับนักเดินเรือของไทย เข้าสู่ระดับโลกต่อไป .....สำหรับที่อยู่ของประชา ผมไม่ทราบ  ประธานรุ่น นนร 55 คือ นท.กาญจน์ ตันติเชกุล รน.   น่าจะทราบ นะครับ

ระยะที่ 10 การปรับ และออกกฏหมายควบคุมการเดินเรือ ระดับปฏิบัติการ ทั้งสำนักงานบนบก และในเรือ ....การจัดระบบการขนส่งสินค้า (คนงานขนถ่ายสินค้า )

มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ได้ผลิตนักเดินเรือค้าต่างประเทศ ชั้นนำของประเทศออกมาแล้ว ก็ต้องดูแลให้นักเดินเรือ เหล่านั้น นำวิชาความรู้ ที่ได้มาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไปใช้งานให้ เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง หรือกับส่วนรวม ...ไม่ใช่ไปทำประโยชน์ให้ใคร คนใดคนหนึ่งหรือ กลุ่มหนึ่งอย่างที่เกิดขึ้แล้วในปัจจุบันนี้  นั่นหมายความว่าอย่างไร ? หมายความว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการในกลุ่มและในช่วงนั้น ๆ อย่างเป็นธรรม ....

"ชาติใด ไร้ธรรมอำไพ ชาตินั้นบรรลัย แน่นอน"

จำ ได้หรือไม่ละครับว่าข้างบนนั้นเป็นคำพูดของใคร  ? ...ไม่ใช่ชาติอย่างเดียวที่จะบรรลัย แม้แต่องค์กรเล็ก ๆ เช่นไทยเดินเรือทะเล จำกัด ก็บรรลัยมาแล้ว....เดียวผมจะเล่าให้ฟังว่า  บรรลัยอย่างไร ...นั่นคือ องค์อรเล็ก ๆ ก็บรรลัยได้เช่นกัน ....การฆ่ากันตายอย่างไร้เหตุผล  อย่างไม่ชอบด้วยเหตุผล  แม่นอนครับ มันต้องไม่ถูกกฏหมายอยู่แล้ว  แต่คนที่ ทำผิดกฏหมาย กลับไม่ถูกนำตัวมาลงโทษ ส่วนคนตาย หรือ กลุ่มคนตาย ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง กลับถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย  เป็นผู้จะล้มเจ้า ....อยางนี้ ท่านคิดว่าอย่างไร ?   มันเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม มันคือ อะไรกันแน่?  แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ...."มัน ขาว หรือ ดำ ....ถูกหรือผิด ....ดีหรือชั่ว  ฯลฯ"

มโนธรรม จะสอนให้เรารู้ว่า สิ่งไรดี สิ่งไรไม่ดี ....มโนธรรมเท่านั้นที่จะบอกเราว่า ..."ดอกมะลิมีกลิ่นหอม"...ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะหลอกรวง มโนธรรม ที่มีในตัวมนุษย์เพื่อให้บิดเบือนไปจากความจริงได้นอกจากบุคคล คนนั้นไม่ใช่มนุษย์  แต่เป็นสัตว์ในคลาบของมนุษย์ เท่านั้นที่ ขาด มโนธรรม มีพฤติกรรมที่ต่ำทราม เช่น..."หมา" หรือ ที่ เราเรียกว่า ...."Dogs" ....หรือ "Dog-tors"....ที่ออกมาเห่า หอนกันข้างถนน นั่นละ

มโนธรรมจะสอนให้เรารู้ว่า   ภาพนี้ "สวย"....ภาพนี้   "ไม่สวย"....แต่ เมื่อเราไปถามหมาว่า ภาพใหนสวย ภาพใหนไม่สวย    หมาจะไม่รู้    เหมือนกับหมาจะไม่รู้ว่า ...การฆ่าคนตายเป็นสิ่งไม่ดี.....แต่ถ้าเป็นคน คนระรู้ว่า การฆ่าคนเป็นสิ่งไม่ดี ....นั่นก็หมายความว่า คนกับสัตว์นั้นมันแตกต่างกันตรง....มโนธรรม ....นั่นเอง .....แต่ถ้าตนขาดมโนธรรม คนจะไม่รู้ว่า การฆ่าคนเป็นสิ่งไม่ดี ......นั่นก็คือ คน ๆ นั้น  หรือ คนกลุ่มนั้น   หรือคนพวกนั้น    ก๋คือ ...."หมา"....หรือ...."สัตว์หน้าขน"....นั่นเอง

ปัญหา ที่เกิดกับคนบางกลุ่มที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือ  การที่คนเราขาดสติในการที่จะพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น   เพื่อให้เป็นประโยชน์กับตัวเองอย่างพอเหมาะ พอสม แต่พยายามทุกวิธีทางในการที่จะเอาลัดเอาเปรียบกัน นั่นคือ การใช้แรงงานเด็ก และสตรีที่ไม่เป็นธรรม  เมื่อเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นในสังคน  ก็อย่างที่ ร.6 พระองค์ท่านว่าไว้   ว่า  ชาติใดไล้ธรรมอำไพ ชาตินั้นบรรลัยแน่นอน.

เรา ไม่ต้องการให้การเดินเรือค้าต่างประเทศของเราบรรลัยอีกต่อไปแล้ว จึงจำเป็นที่เราจะต้องสร้าง ความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในหมู่กองเรือค้าเดินต่างประเทศของเราให้ได้ ....ความเป็นธรรมจะมีได้ก็ค้วยความเข้มแข็งของระบบ..."ฟาเซึย หรือ นิตินิยม"....นั่นหมายความว่า เราต้องมีกฏหมายที่เป็น ..."มาตราฐานเดียว".....ไม่ได้หมกเม็fไว้ ทำลายใครคนใดคนหนึ่ง  หรือ เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งดังที่เห็นอยู่ชัด ๆ ในทุกวันนี้ ....มันมีความจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องสร้างกฏหมายลูกขึ้นมารองรับการทำงาม ที่มีอยู่แล้วใน ระบบ ..."ISM" (International Safty Management)...ขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการทำงานมากกว่าที่เป็น อยู่ ที่มีการลงไปแสวงหาผลประโยชน์ในเรือ จน ทำให้ การทำงานในเรือ ขาดประสิทธิภาพ    จนเกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินทางไปในทะเล เพราะ...."ปกครองกันไม่ได้"....หรือ .....ลงไปก้าวก่ายงานในเรือ จนเสียการปกครองในเรือ  ฯลฯ   เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ทางรัฐต้องออกกฏหมายมาควบคุม ให้จริงจังมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อเปิดทางให้ นิสิตที่จบการศึกษาสาขาการเดินเรือค้าต่างประเทศ  จากมหาวิทยาลัยกษตร ลงไปทำงานในเรือได้อย่างเต็มที่...ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายมา...การกำหมด สิ่งที่จำเป็น หรือ ปัจจัยหลักที่ ต้องมอบให้กับทางเรือ หรือ ทางนายเรือ (Master Of the Ship)  เพื่อให้ทางเรือ หรือ นายเรือสามารถทำงานได้ ....คือเรื่องของ คน เงิน สื่งของ การจัดการ และการงบประมาณ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงาน ....สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องว่าไว้เป็นกฏหมายตายตัว จะบิดเบือนไม่ได้ 

"แล้วจะให้เริ่มตรงใหน ?   อย่างไร ?   เพราะมันมากจน ไม่รู้ว่า จะจับต้นชนปลายอย่างไร ?  ฯล"

"ผม ได้เคยเรียนให้ทราบไปแล้วว่า ถ้าใครไม่เข้าใจระบบงานเรือ จะไม่มีวัน ควบคุมการบริหารงานในเรือได้ เพราะมัน มีช่องให้หมกเม็ดมากมาย ....ฝ่ายบริหาร หรือ ผู้บริหารไทยเดินเรือทะเล ส่วนใหญ่มาจากฝ่ายการเมือง ความเข้าใจในเรื่องเรือค้าไม่มี จึงล้มลุกคลุกคลาน มาจนบัดนี้  จน  "โตไม่ขึ้น" ...เพราะใครเข้ามาบริหาร ที่ว่าแน่ ๆ ไม่ว่าจากหน่วยราชการใด   ผลสรุปคือ ..."เจ้งไปทุกราย".....ทำไม่.?...เพราะเหตุใด ? ...เอาละ  ครับ ท่านได้เวลาแล้ว ที่ผมจะเล่าให้ฟัง ว่าทำไม่   "ไทยเดินเรือจึงเจ้ง....เจ้งแล้ว เจ้งอีก"....ดูตรงนี้นะครับ ...ตรงระบบการทำงานในเรือก่อน ๆ ที่จะพิจารณาถึงวิธีการป้องกัน....

- วิธีการป้องกันที่เหมือน ๆ กับการป้องกันไม่ให้ ทหารยกกองทัพออกไปเข่นฆ่าประชาชน เพื่อปกป้องรัฐบาลซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของทหารว่า ให้...."ยกเลิก ผบ เหล่าทัพทั้งหมด แล้วตั้ง กรมเสนาธิการร่วมขึ้นมาทำงานร่วมกันทั้งสามเหล่าทัพ"

- วิธีการป้องกันที่จะไม่ให้มีสองมาตราฐานขึ้นในประเทศไทยอีก ....คือ "ให้ยกเลิกองค์กรอิสระทั้งหมด" และใช้ศาลยุติธรรม และคณะลูกขุนแทน ฯล.

- วิธีป้องกันที่จะไม่ให้รัฐบาล ใช้กฏหมายข่มเหงรังแกประชาชน และ ปกป้องเข้าอี้ของคัวเอง ก็ให้ ....ยกเลิก  "กฏหมายความมั่นคง และกฏหมายอื่น ไ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด "....แล้วให้ใช้ ..."กฏอัยยการศึก"...อย่างเดียว โดยมีสภาการส่งครามแห่งชาติ เป็นผู้ลงมติใช้กฏอัยยการศึก และมีองค์พระบามสมเด็พระเจ้าอยู่ ลงพระนามประกาศใช้ และแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพที่เหมาะสมไปบีญชาการรบ ...เมื่อนั้นกองทัพจึงจะเคลื่อนกำลังพลออกจากที่ตั้งได้.

"คนเชื่อถือไม่ได้ แต่หนังสือ (ตำราเรียน) เชื่อถือได้"....เพราะ ฉะนั้น  ใครที่ใหนก็ตาม ถ้ามาบอกกับท่านว่าจะไม่มีการ กบฏ (ปฏวัติ)ขึ้นในราชอาณาจักรไทย.....เราบอกได้เลยว่า คน คนนั้น...."โกหก"....เชื่อถือไม่ได้ ..บี่งผู้มีตำแหน่งหน้ที่สูงเท่าไรยิ่งโกหกได้แนบเนียนเท่านั้น ...อย่าเชื่อเป็นอันขาด....ถ้าจะให้ไม่มีการ ก่อกบฏขึ้นอีกในราชอาณาจักรไทย ต้องทำตามที่ผมเรียนให้ทราบข้างบน ..แต่ไม่รับประกัน เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนในประเทศไทย ที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการในความควบคุมของมาเฟียรการ เมืองกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียว.

"จำเป็นหรือไม่ที่เราจะต้องรู้ระบบบริหารอย่างชัดเจนเสียก่อน  ๆ ที่จะวางระเบียบบรีหาร ?"

 

 "จำเป็น  เป็นอย่างมาก ในการที่จะออกกฏหมายลูกเพื่อป้องกัน การล่มสลายของบริษัท เดินเรือค้าต่างประเทศในเคลือของกองทัพเรือ และมหาวิทยาลัยเกษตร (ทำได้ในรูปเอกชนที่มีทั้งสองสถาบัน ให้การสนับสนุนอยู่ข้างหลัง)"

 เมื่อสอง-สาม เที่ยวที่แล้ว ผมคุยกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ของผมขณะนี้ ถึงเรื่องเดิม ๆ ที่ผ่านมาแล้ว    พอตอนที่ถึงบริษัทไทยเดินเรือทะเล ...ผมก็บอกว่า 

"มีบางคนบอกว่า ไทยเดินเรือทะเล เจ้งเพราะคนประจำเรือทำเจ้ง....แต่ผมได้ตอบคน ๆ นั้นไปว่า  ไม่ใช่   สามเหตุสำคัญที่บริษัทไทยเดินเรือทะเลเจ้ง มาจากข้างบนบริษัทฯนั่นละ  ที่ทำให้บริษัทล่มสลาย เพราะเจ้าหน้าที่ข้างบน ไม่ทำตามหน้าที่ที่ดี และไม่ซื่อตรงต่อบริษัท ทำงานอย่างปิดบัง ซ่อนเล้น จนในที่สุด เมื่อถึงคราวคับขัดแก้ใขไม่ได้ เลยล่มสลายไป  ...ไม่ใช่คนประจำเรือทำเจ้ง ....คนประจำเรือไม่มีน้ำยาที่จะไปทำให้บริษัทล่มสลายได้เลย....อย่างเก่งก็ แต่เมาเล่าเที่ยวผู้หญิง ก็แค่นั้น และเราก็รู้ว่านั่นเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรทำ  ...นิสิต-นักศึกษาเห็นแล้วก็อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างก็แล้วกัน "

"ใครทำอะไร ข้างบนบริษัทฯ จนถึงทำให้บริษัทส่มสลายได้?"

"เกือบทุกฝ่ายบนบริษัทฯไทยเดินเรือทะเลนั่นละ แต่ที่มากที่สุดเห็นจะได้แก่ฝ่ายสินค้า และเบิดของ-ซ่อมทำ "

"ฝ่ายสินค้าเขาทำอย่างไร ?"

"ผมได้เรียนให้ทราบไปแล้วว่า สินค้าเป็นหัวใจ ของการขนส่งทางทะเลที่เดียว เพราะถ้า ไม่มีสินค้าเสียอย่าง    ทุกอย่างจะหยุดนิ่งหมด"

"มีอะไรบ้างละ"

นับตั้งแต่การทำสัญญาครั้งแรกแล้ว จะทำกันใน Termใหน หมายควรามว่า สัญญาการขนส่ง จะเป็น ฺำBerth Term  หรือ F. I.O. Cargo. หรือ CQD....เมื่อ ทำสัญญากับผู้ส่งสินค้าแล้ว ต้องส่งสำเนาสัญญาให้เรือหนึ่งชุด เพื่อเรือจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญา ในเมืองท่าต่างประเทศ....แต่ทางบริษัทฯจะไม่ส่งให้  ที่สำคัญคือ ไม่ต้องการให้ทางเรือ ทราบว่า ค่าระวางบรรทุกตันละเท่าไร  เพื่อทำ  B/L (Bill Of Lading) ปลอม.... หลอก หุ้นส่วนว่า ค่า ระวางบรรทุก ถูก กว่าความเป็นจริง เพื่อเอาส่วนที่เหลือ เข้ากระเป๋า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินค้า กับฝ่ายบัญชี จะร่วมมือกันทำ  B/L ของเรือทุกลำ ทุกเที่ยวเรือ ตลอดทั้งปี เพื่อแจ้งยอดรายรับราบจ่าย ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น  เมื่อเป็นเช่นนี้ ยอดของผลกำไรจะน้อยลง ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ก็จะได้ ส่วนแบ่งของผลกำไรน้อยลง ...เป็นการ..."โกงหุ้นส่วน"....วิธีการหนึ่ง ....หรือ บางครั้ง หาสินค้าที่ค่าระวางบรรทุก มาก ๆ สินค้าราคาแพง  แต่แทนที่จะเอมาลงเรือของบริษัท กลับเอาไปลง เรือ ของ บริษัทฯอื่น แล้วเรียกเก็บค่านายนหน้าเอง .....บางครั้งเมื่อหาสินค้าได้มาก ๆ ก็ถือโอกาศเช่าเรือ ไปบรรทุกสินค้าเสียเอง แล้วเอาค่าระวางมาแบ่งกัน ....เงินบางอย่างถูกส่งกลับมาบริษัทแทนที่จะเอาเข้าบ/ช บริษัท กลับเอาไปเข้ากระเป๋าต้วเอง เช่น เงิน ค่า "ค่าระวางสินค้าจ่ายคืน"   หรือ เงิน ค่า เรือเสียเวลา ที่ผู้เช่าจ่ายให้บริษัท ตามสัญญา ก็ไม่ส่งคืน บริษัท เช่นเดียวกัน มี อีกมากนายหลาย กรณ์ ที่ทางฝ่ายสินค้าทำกับบรีษัทฯ จนบริษัทล่มสลาย.

นอกจากนี้ยังมี การเบิกของ ซ่อมทำสำหรับเรือ ที่ ทางเรือ ไม่อาจจะควบคุมได้ เพราะทางข้างบนเอไปจัดการเอง เกี่ยวกับเรื่อง การสอบราคา การเปิดซองประกวดราคา ค่าซ่อมทำ   บางครั้ง ของไม่ได้ส่งมาเรือ ก็บังคับให้ทางเรือ เซ็นต์รับ....บางครั้งส่งของมาเรือแล้ว ลงบัญชีเป็นของเรือ แล้ว ....แต่ต่อมาอีกไม่กี่เที่ยวก็ส่งคนมาขนขึ้นไปจากเรือ   เอาไปลงลำอื่น แล้วทำใบเสร็จรับเงินใหม่ อย่างนี้ ก็มีมากเสียด้วย

และ ด้วยการ ข่อราชบังหลวงดังกล่าว ...เพื่อให่เกิดความแน่นอน สำหรับเจ้าหน้าที่บน สำนักงานใหญ่ในการควบคุมคนประจำเรือ เพื่อให้กินได้สดวก ....คนบนสำนักงานใหญ่ จะถือโอกาศยัดเยียดคนของตนเองลงไปในเรือเพื่อเป็นสาย สอดส่อง หาข่าวให้ ....นายเรือคนใหน   หรือ ต้นกลคนใหน ไม่ให้ความสดวกในการช่อราชบังหลวงของคนบนสำนักงานใหญ่ขนาดใหน...เมื่อยัด เยียดคนลงเรือ นาน ๆ เข้า .....ต่อ..ต่อมา การบรรจุคนลงเรือ เลยกลายเป็นอำนาจและหน้าที่ของคนบนสำนักงานใหญ่ไป ....การเบิดของซ่อมทำก็เช่นกัน  จริง ๆ แล้ว มันเป็นงบประมาณของเรือ เป็นความจำเป็นของเรือ ที่ขอให้ทางบริษัทฯจัดหาคนมาซ่อมทำให้ หรือส่งของให้ตามใบเบิก ....ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่บนบริษัท ฯ ทำเป็นโง่ ถามนั้นถามนี่  ถามไปถามมา เลยกลายเป็น ผู้ตรวจสอบว่าจะอนุมัติให้ส่งของ ซ่อมทำของ นั้น ๆ  หรือไม่ ..... เพื่อให้ร้าน หรือ บริษัทฯ ที่ส่งของ และซ่อมทำ จ่ายเงินค่า Commissions  ตามใบเบิกให้กับเจ้าหน้าที่ข้างบน.....

เมื่อ มีการเรียกสินบาท คาดสินบนเกิดขึ้นในบริษัทฯ มาก ขึ้นมากขึ้น ในทุก ๆ ฝ่าย หรือ ทุก ๆ แผนก .....ทุก ๆ ฝ่าย และทุก ๆ แผนก จึงต้องสร้างอิทธิพลของตนขี้นมาให้เหนือฝ่ายอื่น ๆ ดังนั้นตึงรับคน มาทำงานในบริษัทไทยเดินเรือทะเล จนแต็มบริษัทไปหมด  ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ ...เมื่อเทียบกับบริมาณค่าระวางที่ได้รับแล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายในสำนักงานใหญ๋สูงอย่างผิดปรกติ

ปํญ หาที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่ง คือเรือเก่า...เรือใช้แล้ว  ที่บริษัทอื่นเขาเลิกใช้แล้ว เพราะ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเรือเก่า เช่น  การเบิกของซ่อมทำสูง ซึ่งคนบนสำนักงานชอบ   เพราะฉะนั้น จึงพยายามที่จะให้ซื้อเรือเก่า   เพราะทำให้ได้ค่า Commissions มากอย่างว่านั่นละ  แต่ค่าใช้จ่ายของบริษัทฯจะสูง   และทำให้ขาดทุนอย่างมากมายจนอยู่ไม่ได้ต้องเลิกล้มกิจการไปในที่สุด.

ครับท่าน ....จากข้างบน ที่ง่าย ๆ สั้น ๆ ท่านก็พอจะเห็นเป็นรูปร่างได้เคล่า ๆ ว่า บริษัท ไทยเดินเรือทะเล ล้นเพราะเหตุไร ?  แล้วนะครับ ...จริง ๆ แล้ว ยังมีรายละเอียดอีกมาย  แต่ที่อดจะกล่าวไว้นะที่นี้เสียมิได้ คือ เรื่องของ...."นายเรือ"

นายเรือ (Ship's Master)

นาย เรือเป็นบุคคลสำมากในการที่จะยับยั้งการโกงหุ้นส่วนด้วยกันเองของเจ้า หน้าที่บนสำนักงานใหญ่ หรือการ "ซ่อราชบังหลวง" ในบริษัท   ถ้านายเรือเอาใจใส่ ต่อหน้าที่ และมีกฏหมายรองรับในการที่จะปฏบัติหน้าที่ ที่ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมาย

 นายเรือ ...คือ ตัวแทนของเจ้าของเรือ ...หมาย ความว่า   เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด ที่เอาเงินมาลงทุนซื้อเรือ ลำนั้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นแต่ละคนให้ เกิดความเป็นธรรมในการดำเนินธุระกิจทางทะเล....ผู้บริหารงานบนสำนักงานใหญ่ รู้ดี จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะลดอำนาจของนายเรือ เพื่อให้นายเรือ ทำการ ปกป้อง ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ไม่ได้ ....ด้วยการ ไม่ยอมให้รู้เรื่องเกียวกับการทำงานทั้งหมด   จะยอมให้ทำได้แต่เฉพาะการเดินเรือเท่านั้น  ....ด้วยการ ...ไม่ให้   Chareter Parety....ไม่ให้จัดการเรื่องคนประจำเรือ ....การ เลื่อน ลด ปลด ย้าย แต่ง ตั้ง ถอดถอน คนประจำเรือ ข้างบนเป็นผู้จัดการเอง .....ไม่ยอมให้นายเรือทำบัญชีรายรับ รายจ่ายของเรือ .....ไม่ มีอำนาจในการเบิกของซ่อมทำ...ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับความพอใจ ของเจ้าหน้าที่บนสำนักงานใหญ่  ฯลฯ ...นั่นเป็นเรืองในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ....นั่นก็คือ คนที่อยู่หน้างาน มีความรู้ความสามารถ ที่จะทำ.... แต่ไม่ได้ทำ .....ส่วนคนไม่รู้อะไรอย่างท่องแท้   รู้ เพียง....   งู  ๆ   ปลา  ๆ  ...เป็นผู้ทำ... เป็นผู้สั่งการ ....ลักษณะ เช่นนี้ ตามหลักวิชาเราเรียกว่า ...."การใช้คนผิดประเภท"....และ..."เป็นการทำงานแบบรวบอำนาจ" (Centralization )...ซึ่งเป็นการบริหารงานที่ก่อให้เกิดการ  Corruption....ได้ง่าย เป็นที่ต้องการของผู้ัมีอำนาจสั่งการ     ด้วยเหตุนี้จึงไม่ก่อให้เกิดความเจริญสูงสุดกับหน่วยงาน และประเทศชาติ....

เมื่อ นายเรือ คือตัวแทนของเจ้าของเรือ จึงมีหน้าที่ในการที่จะเก็บ และ รักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ   คือ รายรับ หรือ เงินเข้าบริษัทฯ คือ ค่าระวางบันทุก และรายจ่ายต่าง ๆ   ดังนั้นการ เซ้นต์ B/L (Bill Of Lading) จึงเป็นหน้าที่ของนายเรือ (ทั่วโลกเขารู้)   สมัยหนึ่ง ทางบนสำนักงานใหญ่ ของของไทยเดินเรือเอา B/L ไปเซ็นต์เอง   ซึ่งผิดกฏหมาย ธนาคารจะไม่ยอมรับ ต่อมา จึงให้ทางเรือ ทำหนังสือนอบอำนาจให้ ทางบนสำนักงานเป็นผู้เซ็นต์ B/L แทน     การที่ทางบนสำนักงานไม่ยอมให้เรือได้เซ็นต์ B/L  ก็เช่นเดียวกับการไม่ให้รู้ สัญญาเช่าเรือเพื่อขนถ่ายสินค้า เพราะใน B/L  ก็มีค่าระวางบรรทุกอยู่เหมือนกัน  จากนี้ เราพอจะเห็นเค้าโครงราง ๆ ว่าการไม่ให้เห็น B/L และไม่ให้ควบคุมการ เบิกของ   ซ่อมทำ  นั้น มันจะต้องเกี่ยวข้องกับ การเสียภาษีเงินได้ ของบริษัทฯด้วย.....มีหลายครั้งที่ ทางบริษัทฯ ทำน่าเกลียจมาก ตือ ดัดแปรงตัวเรือ เพื่อให้ บรรทุกสินค้า ได้มากขึ้น  หรือ เปลี่ยนแปลงน้ำหนักสินค้า ด้วยการแต่งน้ำอั

เฉา .....บางครั้งก็ให้เรือแอบไปลงสินค้า หรือ ขนสินค้าขึ้นโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากร ทั้งเมืองท่าที่ ขนสินต้าขึ้นเรือ (Load)  และขนสินค้าออกจากเรือ(Discharge) ในควารมร่วมมือของเอเย่นต์ ในเมืองท่านั้น จนทำให้ เกิดความยุ่งยากกับเรือ ของบริษัทฯ เป็นอย่างมาก จากการไม่ให้ ความร่วมมือของศุลกากรกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ได้ผลประโยชน์ร่วม ในเที่ยวที่ผ่านมา ...เมื่อเกิดความไม่ไว้วางในซึ่งกัน และกัน ระหว่างเรือ กับ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจึงเป็นเรื่องที่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับบริษัทฯ มากมาย ในเหลาย ๆ เรื่อง...และตกต่ำเลื่อย ๆ มาจนปัจุบัน

การ เดินเรือของไทย เมื่อ 50 ปี ที่แล้ว เป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็เป้นอย่างนั้น ....ผมออกจาก โรงเรียนนายเรือ มาทำงานในเรือ ค้าเดินต่างประเทศ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2505 เป็น ต้นหน ต้นเรือ เดินต่างประเทศสาย กรุงเทพ-ญี่ปุ่น มาตลอด ..จนเป็นนายเรือ เดินสาย กรุงเทพฯ- ญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2517  ปี พ.ศ. 2519 ให้ปก.นำร่องในร่องน้ำเจ้าพระยา เลขที่ 098 มาจนบัดนี้ เกือบจะเรียกว่าไม่ได้หยุดเลยก็ว่าได้ ....ผมอยู่ได้ ....เพราะผมเข้าใจวิถีทางการทำงานแบบไทย ๆ ดี ผมจึงอยู่ที่ใหนก็อยู่ได้ ที่สำคัญเพราะผมถือว่า....".ทางใคร ทางมัน"....ไม่ีเกี่ยวข้องกัน ....แต่เมื่อเราว่า ถึง สถาบัน ชาติ ศาสนา  พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอัน




Page1 Column3-2

ทรชนคนจังไร
จดหมายถึงเพื่อไทย
ส่วนที่ 1
P1 C3-2



Copyright © 2010 All Rights Reserved.