ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




ความจริงก็คือความจริง 1-1

ความจริงก็ต้องเป็นความจริง  1  

By Capt.Adisai   Balayananda  M.Mnr.

Sep 23,2008

ตอนที่ 1

ความจริงวันนี้

**********

เมื่อสอง-สามวันก่อนเปิด TV สถานี NBTดูรายการ "ความจริงวันนี้" ของคุณวีระ และคณะผู้ร่วมรายการ ทำให้ผมหูตาสว่างขึ้นอีกมาก ในหลาย เรื่องที่เกี่ยวกับการยึดอำนาจของ ฝ่ายกบฏ  จริง แล้ว การนำกำลังเข้ายึดอำนาจอธิปไตยจากประชาชนนั้น ถ้าชนะ เขาก็เรียกกันว่า "ปฏิวัติ" ถ้าแพ้ เขาจึงจะเรียกกันว่า "กบฏ" นั่นเป็นเหตุผลที่เขาตั้งกันขึ้นมาเอง.... ตั้งกันมานานแล้ว ...แล้วมันก็แพร่หลาย เรียกกันอย่างนี้มาจนถึงทุกวันนี้...ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาเอากฏเกณฑ์อะไรมา .... แต่สำหรับผม .... ผมไม่ยึดถือเอา ความพ่ายแพ้ หรือชนะในการที่ทหารยกกำลังเข้าทำลายอธิปไตยของปวงชนชาวไทย เป็นเกณฑ์การตัดสิน...ผมยึด และถือเอา ว่า ฝ่ายทหารนั้นได้นำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูลถึงสาเหตุและความจำเป็นในการที่จะต้องลบล้าง อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยหรือเปล่า ....และ ถ้าได้รับพระบรมราชานุญาติแล้ว และไปกระทำตามพระประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนได้ชัยชนะกลับไปถวายต่อพระองค์ท่าน นั่นจึงจะถือว่า เป็นการ "ปฏิวัติ" นอกนั้น ผมถือว่า เป็น"กบฏ" ต่อแผ่นดิน และปวงชนชาวไทยทั้งหมด ....(การทำการยึดอำนาจแล้วไปกราบบังคมทูลฯ ก็ยังคง ถือว่า "ก่อกบฏ" อยู่ดี เพราะผิดขั้นตอน)

        จากรายการ "ความจริงวันนี้" ที่ออกอากาศทาง NBT-TV เวลา ประมาณ 2215 ทุกวันเว้นวันเสาว์ นับว่าเป็นรายการTV ที่ดีมาก มีประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยผู้รักและหวงแหนผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ (อย่างจริงใจ)เป็นอย่างมากนะครับท่าน ...และถ้าบ้านใครมี เสาอากาศ ที่รับสัญญาณจากดาวเทียมได้ ขอให้ท่านไป เปิดดูได้จากสถานี  MVTV-5 เวลา ประมาณ 0730-0930 และ 1930-2130 ทุกวัน  เข้าใจว่าจะเว้นวันเสาว์-วันอาทิตย์ นะครับ สนใจเวลาสอบถามไปได้ที่ โทร 02-934-9127 ถึง 8 นะครับ (ฝากมายังคุณวีระ ด้วยนะครับว่า อย่างเลิกเสียกลางคันนะครับ รายการที่ท่านจัดดีมากครับ...และช่วยทำบรรทึกเป็นรูปเล่นออกจำหน่ายด้วยนะครับ...ขอบคุณครับ)

        ก่อนที่จะต่อไปเรื่องอื่น ขอสรุปเรื่องที่ผมได้รับทราบจากรายการ "ความจริงวันนี้" ทางNBT และ "เพื่อนพ้องน้องพี่" ทาง MVTV-5 พอสรุปหัวข้อได้ดังนี้ คือ :-

        1. เรื่องความร่ำรวยผิดปรกติของคุณหญิง …….

        2. เรื่อง ปปช. เป็นองค์กรอิสสระที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย เพราะไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง (เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ)ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

        3. เรื่องการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส เพราะมีข้อสงสัยกันว่า กกต. พิมพ์บัตร์เลือกตั้งเกินมาเป็นจำนวนมากมายทำไม ?  แล้วส่วนที่เหลือ และ/หรือ ส่วนที่เกินมานั้น มันไปอยู่ที่ใหน ทางคุณวีระและเพื่อนจะได้ไปตรวจสอบ เพราะเกรงกันว่า อาจจะมีการโกงการเลือกตั้งใน กทม.ด้วยการเปลี่ยนหีบบัตรที่มีการเตรียมไว้เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตเป็นผู้มีคะแนนสูงกว่าของฝ่ายพรรคพลังประชาชน (เหมือนกับที่พรรคเสรีมนังคศิลา ซึ่งมี จอมพล . พิบูลย์สงคราม เป็นหัวหน้าพรรคเคยทำมาแล้ว)

        4. เรื่องพรรคประชาธิปัตในสมัยที่เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ โดยมี นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นได้ ทำเงินขอประเทศชาติ และประชาชน ขาดหายไป (โกงไปหรือเปล่าไม่ทราบ?)หกแสนกว่าล้านบาท ซี่ง DSI ได้ส่งเรื่องไปให้ ปปช. ดำเนินการมาปีกว่าแล้ว แต่ ปปช.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินการตามหน้าที่ จนขณะนี้ (23/08/51) ใกล้จะหมดอายุความแล้ว.( เรื่องนี้มีข้อน่าสงสัยว่า พรรคประชาธิปัติ เอาเงินไปใว้ที่ใหน ?....ไปให้ใคร ?....หรือ...ไปใช้จ่ายอะไรที่เป็นพิษเป็นภัยกับความมั่นคงของชาติหรือเปล่า ? )

        5. เรื่อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นต้ว เป็นหมื่น ล้านบาท แล้วไม่ยอมใช้หนี้ ทั้งรายใหญ่รายเล็ก กล่าวคือ แม้กระทั่งหนี้ เล็ก น้อย ไม่กี่พันบาทก็ไม่ใช้...นอกจากนี้ยังได้ไปหลอกรวงเอาเงินจากรัฐบาลลาวมา 300ล้าน USD ....จนเป็นเหตุให้เป็น...”บุคคลล้มละลาย” ในที่สุด.....นายสนธิเป็นบุคคลหนึ่งที่เข้าพบ พล..สนธิ บุญญกลิน เพื่อปรึกษาหาลือในการที่ พล..สนธิ ..จะนำกำลังทหารหาญของชาติที่มีไว้เพื่อป้องกันชาติบ้านเมืองจากสัตรูภายนอกประเทศ ออกมาทำการกบฎต่อประเทศชาติและประชาชน

        6. เรื่องประกาศจับคุณวีระ มุสิกพงษ์ ในหนังสือพิมพ์ ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ( ถ้าไม่เป็นความจริง นั่นคือ การนำเอาสถาบันเบื่องสูงมาทำลายผู้อื่น โฆษณาชวนเชื่อเพื่อประโยชน์ของตัวเอง)....เรื่องนี้ผมได้ฟังข้อความในข้อกล่าวหาที่คุณวีระได้พูดไว้ที่สนามหลวงเมื่อปีที่แล้วที่เป็นเรื่องเก่ามาอ่านให้ฟังใหม่ ผมฟังแล้วก็ไม่ไเข้าใจเหมือนกันว่า  ตรงใหนที่แสดงว่า "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" ไม่เข้าใจ จริง จึงอยากให้คุณวีระ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ผู้กล่าวหาในศาลเหมือนกัน เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะกล่าวกันได้อย่างง่าย อย่างเลื่อนลอย  เช่น Mob ออกมากล่าวหาคุณทักษิณว่า โกงกินชาติ...คุณทักษิณ ไม่ดำเนินคดีกับ Mob เลยพังไป...”สมน้ำหน้า” ....

การออกมากล่าวหากันอย่างเลื่อนลอย โดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ ซึ่ง จะทำให้คุณวีระเสียหาย นั้น หนึ่ง อีกประการหนึ่งผู้กล่าวหาคุณวีระ ได้ดึงเอาสถาบันเบื้องสูงมาใช้เป็นเครื่องมือประหักประหารคนดี ที่ต้องการทำงานเพื่อปกบ้าน ป้องเมืองอย่างนี้ นับว่าไม่ถูกต้อง ทั้งผู้กล่าวหา และผู้ให้การสนับสนุนโฆษณาชวนเชื่อ อีกด้วยเช่นสื่อมวลชน...คุณวีระ ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดนะครับ ....อย่าปล่อยปะละเลยอย่างคุณทักษิณที่ "ไม่ตัดไฟเสียแต่ต้นลม" เมื่อลมแรงเข้าไฟจึงรุกรามหนักขึ้น คุณทักษิณจึงเอาไม่อยู่ แล้ว ก็พังไปในที่สุด ทั้ง ที่ ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาของพวกกบฏแม้แต่น้อย ทั้งนี้ก็พราะเรา ...ท่าน   ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันเกิดจาก ขบวนการวางแผนเพื่อสร้างหลักฐานใส่ร้ายป้านสี สาดโคลนคุณทักษิณเสีย หายๆ เพราะคุณทักษิณไม่ยอยให้ผลประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล และไม่ถูกต้องตามกฏหมาย กับฝ่ายกบฏ....จนถึงขั้นรอบสังหาร หรือหมายปองชีวิตคุณทักษิณ (ตามที่จ่ายักษ์ว่า) และเมื่อทำไม่ได้จึงจำต้องมีการส่งกำลังรบของชาติที่ประชาชนติดอาวุธให้เพื่อให้ ใว้ต่อสู้สัตรูภายนอกประเทศ ที่เข้ามารุกรานยึดครองดินแดนของไทย แต่มั่นละ มันกลับเป็นการ "ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป"ไป น่าสงสารมากนะครับ ประชาชนคนไทยผู้รักอิสสระภาพ สันติภาพ และประชาธิปไตย .... คุณวีระก็เช่นกันนะครับต้องระวังให้ดี อย่างให้ เมืองไทย ต้องเสียคนดี อย่างคุณวีระไปอีก เหมือนกับที่ ได้เสียคุณทักษิณ...คุณจักรภพ คุณนภดล ไปแล้ว จนเมืองไทยขณะนี้...เดี๋ยวนี้หาคนดี ยากมากนะครับ ดังเช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งกับ คุณสมัคร ว่า..."เดียวนี้คนดี หายาก ให้อดทนทำงานต่อไป "...นะครับ

        มันยังมีอยู่อีกอย่างหนึ่งที่จะต้องนำขึ้นมาพิจารณาตีความค้นหา "เหตุแห่งการก่อกบฏ" ในวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่นำโดย พล..สนธิ บุญยกลิน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลในการสร้างกำแพงป้องกันการ "การกบฏ" ที่อาจจะมีขึ้นอีก ในอนาคตก็ได้ หากไม่มีการป้องกัน กันไว้ก่อน ....ทหารนั้นไม่สำคัญนัก สำหรับเรื่องนี้ คือเรื่องการก่อการกบฎ ทหารนั้นรู้และทราบดีว่า ตนเองนั้นเป็นทหารของชาติ เป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่  จะไม่ทำอะไรในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของทหารถ้าไม่จำเป็น แต่บางครั้งก็อาจจะพลาดไปได้บ้างเพราะ "อิทธิพลจากภายนอกที่เหนือกว่า" เพื่อผลประโยชน์ของท่านผู้ทรงอิทธิพลนั้นและพวกพ้อง ที่เรามองไม่เห็นที่อยู่เหนือความคาดหมาย ที่เหนือกว่า พล..สนธิ ขึ้นไปอีก....เหนือขึ้นไปจนสามารถสั่งให้ พล..สนธิ ทำอะไรก็ได้ พล..สนธิ ต้องทำตาม จะขัดขืนมิได้(น่าเห็นใจท่านเหมือนกันนะครับ)... ตามความในหนังสือเรื่อง "ลับ-ลวง-พราง" ของ วาสนา นาน่วม ...หน้า 344 ในหัวข้อที่ว่า "ความในใจของพล..สนธิ ....กล่าวว่า

        " ถ้าย้อนเวลาได้ ...1.ผมจะปฏิวัติตามเดิมแน่นอน เพราะสถานะการณ์มันจำเป็น...แต่ 2. ผมจะเป็น นายกรัฐมนตรีเอง หรือหาคนใหม่(คือไม่ใช่ พล..สุรยุทธ)....ตอนนั้นไม่ได้นึก  นึกไม่ออก เห็นแต่ พล..สุรยุทธ์ คนเดียว....พูดถึงเป็นนายกเองเลยดีกว่า ไหนก็จะโดนด่าคนเดียวอยู่แล้ว.

           มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง บอกว่า สนธิไปเป็นรองนายกฯไป ...ไปช่วยนายกฯ เพราะท่านเปลี่ยนไปมาก...สนธิไม่กล้าสั่งใช่ใหม เพราะเขาเป็นครูและอยู่หมวกแดงด้วยกัน...เลยไม่กล้าสั่งใช่ใหม...ไป...งั้นไปช่วย  ไปเป็นรองนายกฯ ไป ....รัฐบาลนี้คอร์รัปชั่นเวลา(จัดให้มีการเลือกตั้งเร็วไป หรือ เปล่า ? )"

         พล..สนธิ บุญยกลิน....กล่าว

“ผู้ใหญ่ท่านนั้นคือใคร ? มีหน้าที่อะไร ? ท่านทำไปเพื่ออะไร ? อะไรเป็นต้นเหตุที่ท่านต้องสั่งอย่างนั้น ? ผู้ใหญ่ท่านนั้นหรือเปล่าที่สั่งให้ พล..สนธิ บุญยกลิน ก่อกบฏภายในราชอาณาจักร ? และที่สำคัญ คือ ผู้ใหญ่ท่านนั้น  ท่านเข้าไปก้าวก่ายสายงานการบังคับบัญชาในการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี และกระทรวงกลาโหมได้อย่างไร ? ท่านเอากฏหมายข้อใหนมารองรับ ?...หลาย ท่านคงสงสัย ? ”

คำตอบ คือ “ เอาความเป็นผู้ชนะในการก่อกบฏภายในราชอาณาจักรในครั้งนี้ มารองรับในคำสั่ง ตามถามทั้งหมดข้างบน อย่างไรละ.....เข้าใจหรือยัง ...(แต่ความจริงมันมีมานานแล้ว...ไอ้แบบนี้นั่นนะ)

ข้างบน คือ คำถามคำตอบที่คนไทยทั้งชาติควรทราบเป็นอย่างมาก สิ่งที่เราต้องทำ ต้องคิดกันต่อไปคือ  “ทำอย่างไร ?..... ซึ่งผมหมายความว่า จะออกกฏหมายอย่างไร ที่จะป้องกัน ไม่ให้ทหารของชาติที่เอาใจออกห่างจากบ้านเมือง คือ ทรยศต่อชาติ บ้านเมือง  แล้วหันไปเข้ากับพวกมิดฉาชีพ หรือมาเฟียรการเมืองนำกำลังรบที่ประชาชนติดอาวุธให้ ออกมาก่อกบฏต่อประชาชนได้อีก”.... ตรงนี้สำคัญมากนะครับ.

เหตุการณ์ ข้างบน ....ถ้าอยู่ในยามปรกติ คือ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน เราก็อาจะ ร้องได้ว่า :-

อันตราย.....อันตรายต่อบ้านเมือง...มากจริง นะครับท่าน.... ที่ระบบบริหารราชการแผ่นดินมีช่องว่างทางกฏหมายให้พวกมิดฉาชีพ และ/หรือ พวกมาเฟือรการเมือง เข้าไปสั่งการในหน่วยงานของรัฐได้ตามอำเภอใจ....ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ทางกฏหมายในบ้านเมืองนี้ ท่านไปอยู่ที่ใหน กันหมด ทำไมท่านไม่ดูแล จัดการปิดช่องว่างที่มีมากมายให้หมด ปล่อยไว้มากมายอย่างนี้ ได้อย่างไร เห็นหรือยังละว่า  มันมากจนทำให้ พวกมิดฉาชีพ เร็ดรอดเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์กันได้ตามอำเภอใจอย่างนี้ ? ..บ้านเมืองเสียหายอย่างยับเยินหมด....นะครับ…ไม่คิดถึงคนรุ่นหลัง...ไม่ใช้สมองกันเลยนะ....จะหาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัวกันอย่างเดียว....น่าเบื่อ...น่าเบื่อหน่ายมากนะครับ....

นี่ เราอาจจะพูอได้ในทำนองนี้นะครับ ...แต่อาจจะไม่เหมือนทีเดียวนะครับ

จริง นะครับท่าน ....ผมเข้าใจ และ เห็นใจท่าน พล..สนธิ มานานแล้ว บางครั้งก็ยังเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ถ้าเราเป็น พล..สนธิ เราจะทำอย่างไร ?" ...คำตอบก็คือ ต้องทำอย่างที่พล..สนธิได้ทำไปแล้วนั่นละ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดในตำแหน่งหน้าที่การงานของเรานั้นหนึ่ง อีกประการหนึ่งเรายังไม่รู้ว่า อะไรมันจะเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมืองต่อไปอีกทั้งนี้เพราะ ...."เหนือฟ้า ยังมีฟ้า...และเหนือคน ยังมีคน"....นั่นนะซิครับเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำอย่างที่ พล..สนธิ ทำ อย่างไรละ....และถ้าเราจะตั้งคำถามถามตัวเองต่อไปอีกว่า ....

"ตอนนี้ถ้าอยู่ในฐานะที่มีอำนาจเต็มอย่างที่ พล..สนธิ เคยมี ผมจะทำอย่างไร เพราะขณะนี้ บ้านเมืองยุ่งเหยิง วุ่นวายไปหมด หาความสงบสุขไม่ได้ มันยิ่งเสียกว่าก่อน 19 กันยายน 2549 เสียอีก แล้วผมจะทำอย่างไร ?"....ผมได้ตอบตัวเองว่า

"จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องนำเรื่องขึ้นกราบบังโคมทูลขอพระองค์ท่านได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อนวินิจฉัยสั่งการ  และ เมื่อได้รับพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแล้ว ก็จะนำกำลังไปที่สะพานมัฆวาฬ  เชิญแกนนำทั้งหมดไปไว้ในที่อันควรเพื่อสงบสติอารมภ์ก่อน ทำความสอาด ลื้อถนอถสิ่งก่อสร้างบริเวณนั้นที่อุจาดบาดตาแขกบ้านแขกเมืองให้เรียบร้อย (ต่างจังหวัดด้วย) .....เปิดทางให้รัฐบาลแก้ใขรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉะบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มี ที่มาจากการกบฏ หรือภายใต้ปากกระบอกปืน ถึงแม้ว่าจะได้มีประชามติเป็นส่วมมากแล้วก็ตาม มันก็มีข้อโต้แย้งอยู่ว่า ตอนนั้นผู้ปกครองประเทศได้สัญญาว่า

“ให้ประชาชนฝ่านประชามติไปก่อน เพื่อจะได้เลือกตั้งเร็วขึ้น เมื่อเลือกตั้งแล้ว ค่อยแก้กันใหม่ให้เป็นรัฐธรรมนูญอันชอบธรรม”

ภายหลังจากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ....แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ไม่อาจจะแก้รัฐธรรมนูญได้ เพราะถูกคนของพวก “มาเฟียร์การเมือง”  คัดค้าน เหตุผลที่คัดค้าน จากฝ่ายกบฏ คือ เกรงว่ารัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยคุณทักษิน.....พวก “กบฏ” อ้างอย่างนี้ .....แต่จริง แล้ว ....ไม่ใช่ครับ....ไม่ใช่ ...แต่กลัวไปว่าเมื่อแก้รัฐฐธรรมนูญแล้วฝ่ายกบฏจะติดคุกเร็วขึ้นต่างหาก... ถ้าไม่มีมาตรา 309 อยู่ในรัฐธรรมนูญใหม่  .....

หรือร่วมกันพิจารณานำ กฏหมายรัฐธรรมนูญของประชาชน ปี 2540 มาแก้ใขในบางมาตรา กลับมาใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ...แต่รัฐบาลก็ไม่ทำ เพราะเกรงใจ ผู้อยู่เบื้องหลัง MOB หรืออะไรก็ไม่ทราบได้

ให้รัฐสภาออกกฎหมายยกเลิกองค์กรอิสสระที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย พร้อม ไปกับประกาศให้ เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยองค์กรอิสสระที่ไม่มีอำนาจตามกฏหมาย หรือ ไม่ถูกต้องตามกฏหมายให้ :-

        "ไม่มีผลใช้บังคับทั้งหมด...รวมทั้งกฏหมายที่ออกโดยไม่ครบองค์ประชุม และกฏหมายรับรองเงินฝากของรัฐบาลที่ มีวงเงินเพียง หนึ่งล้านบาทด้วย...ทั้งนี้เพราะมันเกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ฝากเงินกับธนาคารในประเทศไทยที่มีจำนวน หลายร้อย หลายพัน หลายหมื่อนล้านบาทด้วย ....กฏหมายฉบับนี้ ถือว่าเป็นพิษเป็นภัยต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศชาติ เพราะต่อไป จะไม่มีพ่อค้า ประชาชน และนักธุระกิจที่มีการค้าขายที่มียอดเงินสูง นำเงินมาฝากในธนาคารของไทย เงินจะไหลออกนอกประเทศหมด  เพราะเกรงว่า "ผู้ทรงอิทธิพลในบ้านเมืองที่เราไม่รู้จัก....ที่ไม่ออกนอกหน้า ...หลบอยู่ข้างหลัง...คอยแต่จะสั่ง ให้คนในบังคับ...ไปรีดไปไถ ใครไม่ให้ก็จะ กลั่นแกล้ง ด้วยวิธีการต่าง จนยุ่งยากวุ่นวายไปหมดทั้งบ้านทั้งเมือง...ถ้าคน นี้  ร่วมกับธนาคารยักยอกเงินของนักธุระกิจทีมีฝากอยู่ในธนาคารในประเทศไทยเป็น หนื่น ล้านไป... แล้วล้นธนาคารนั้น เสีย ด้วยอิทธิพลที่มีอยู่ เมื่อมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น รัฐต้องพ่ายแพ้อย่างเเน่นอน แต่รัฐ ก็จะยอมชดใช้ให้แค่ หนี่งล้านบาทเท่านนั้น โดยอ้างกฏหมาย ที่ออกภายหลังการฝากเงินจำนวนหลายหมื่นล้านบาทดังกล่าว อย่างนี้ถือว่าไม่ชอบด้วยเหตุผล จึงสมควรยกเลิกเสียก่อน....ก่อนที่กฏหมายฉบับนี้จะนำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติมากกว่านี้."

        ดู แล้ว เหมือน กับว่ากฏหมายฉบับนี้ เตรียมออกไว้ "เพื่อปล้นเงินของคุณทักษิณ ชินวัตร" ....การปล้นเงินของคุณทักษิณนั้น มีข่าวแว่ว มาว่าในต่างประเทศ ...คือในยุโรปบางประเทศที่คิดว่า ตนเองมีจิตใจสูงส่งกว่าคนเอเชีย ....เจริญกว่าคนเอเชีย....เป็นผู้ดี ...คือมีขนบธรรมเนียม และประเพณีที่ดีกว่า ทางเอเชีย ..ก็กำลังคิดจะฮุบเงินของคุณทักษิณเหมือนกัน หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้คุณทักษิณถอนเงินออกไปจากประเทศเร็วเกินไป เพื่อให้ตกอยู่ในประเทศนั้น ๆ ก่อน เพื่อไปทำประโยชน์ให้ให้กับเขาก่อน ....นั่นแสดงว่า..จริง ๆ แล้ว มันก็เลวพอ ๆ กันนั่นละ ไม่ว่ายุโรป หรือ เอเชีย ....เอเชียที่เขาดีก็มีมากมาย ..ยุโรปที่เลว ก็เลวสุด ๆ ก็มีไม่น้อย ..ทุกหนทุกแห่งในโลกนี้ ...”มีทั้ง ดีและชั่ว “

การปล้นของคุณทักษิณนั้นเป็น คุณวาสนา นาน่วม เขียนไว้ในหนังสือ "ลัล-ลวง-พราง" หน้า 327  วรรคที่ 3 ความว่า :-     

        "เมื่อพรรคพลังประชาชนหรือพรรคไทยรักไทยที่มี ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกทหารปล้นอำนาจ  ได้จำนวน สส. จากการเลือกตั้งถึง 233 คนนำห่างเกินกว่าที่พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้แค่165 สส. จะเสียมารยาทางการเมือง ชิงตั้งรัฐบาลแข่ง ซึ่งนับว่าผิดแผน และเกินคาดของฝ่าย คมช. เป็นอย่างมาก " ....... พอมาถึงตรงนี้ เห็นท่า...ผมจะต้องคิดกันใหม่เสียแล้วละครับ....เห็นทีว่าเราจะคิดกันผิดเสียแล้ว ....ที่เราคิดว่า

        "ถ้าย้อนหลังไปได้ เราก็ต้องปฏิวัติตามเดิม เพราะสถานะการณ์มันจำเป็น"

        ฟังแล้วน่าเห็นใจท่านมาก ...มากจริง นะครับท่าน... ใครไม่รู้ ใครไม่ทราบจะไม่เข้าใจ .....เพราะมันไม่ได้เกิดกับท่าน ...เพราะมันไม่ได้เกิดกับตัวท่าน....ท่านจึงไม่รู้ดอกว่ามันยากลำบากขนาดใหน ? ..... สุด ที่น่าสงสารและเห็นอกเห็นใจมากที่สุด คือ ..."ประเทศไทย"....ประเทศใทยเสียหายมากนะครับ....มากจนประเทศทั่วโลกเขาเกิดความสงสัยแล้วว่า ....."คุณ ท่าน ทำกันได้อย่างไร ?"....ท่านนายกฯ ท่านปล่อยให้โจร 500 เข้ายึดทำธรรมเนียบ อยู่ได้เป็นเวลายืดยาวจนถึงทุกวันนี้ ได้อย่างไร ?...ท่านไม่มีเหตุผลเลย ท่านคล้อยตามกระแสที่ไม่มีเหตุผล ของพลพรรคโจรบางคน..ที่มาในรูปแแบบของ สส. สว. ...นักวิชาการ... สือมวลชน  .... และที่แฝงตัวอยู่ในขบวนการต่าง ในหน่วยงานของรัฐ(ขบวนการยุติธรรม และ/หรือ คือ นักกฏหมาย)...ที่มีทั้งถูกต้องตามกฏหมาย และ ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย ....ท่านนายกฯ ..ครับ...ท่านเป็นอะไรไปแล้วละครับ...ท่าน...ท่านก็คิดว่า บ้านเมืองนี้ไม่มีขื่อ...ไม่มีแปแล้วไปแล้ว เหมือน กับพวกโจร 500 ...จริง หรือ ? ......นี่ละ  ....ท่านครับ ...ที่โบราณท่านเรียกว่า ..."โจรครองเมือง" ละครับท่าน  ใครไม่เคยเห็นก็เห็นเสีย...ใครไม่เคยทราบก็ทราบเสียว่าโจรครองเมืองมันเป็นอย่างไร ? .....ตอนนี้ท่านนายกฯสมัคร ท่านไปแล้ว ....ท่านนายกฯสมชายเข้ามาแทนที่ ....ผม "กัปตันอดิศัย พะลายานนท์" ....ขอแนะนำท่านมาอย่างตรงไปตรงมา...และชัด ว่า ..."ท่านต้องจัดการกับโจร 500 ที่ยึดทำเนียบรัฐบาลอยู่ขณะนี้ให้เด็จขาดในโอการแรก (เข้าใจคำว่าในโอกาศแรกนะครับ)...หลังจากที่ท่านได้ถวายสัตย์ฯและแถลงนโยบายแล้ว".....ขอให้ท่านนายก สมชาย ในฐานะที่ท่านเคยเป็น อัยยกาลผู้พิภากษามาแล้ว ....ขอท่านได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับประเทศไทยบ้าง....ขอท่าน ได้โปรดเห็นแก่ประเทศไทยด้วย ที่ถูกกลั่นแกล้งยำยีมานานหลาบสิบปีแล้ว จนบัดนี้ พวกโจร 500 ก็ยังไม่ เลิกยรุกรานยำยี ประเทศไทย อีก ...จนประเทศไทยจะโตไม่ขึ้นแล้ว ...ประเทศไทยต้องเป็นเด็ก แคระแกรนอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะ ขบวนการยุติธรรมในเมืองไทย....มันไม่มีความยุติธรรมแล้วครับท่านฯนายกสมชายครับ.....ท่านครับ...ที่ ผมกล่าวว่า  "ขบวนการยุติธรรมในบ้านเมืองนี้ มันหมดความหมายไปแล้ว"...นั่นละ....คือความหมายของคำว่า ..."บ้านเมืองไม่มีขื่อ ไม่มีแปแล้ว"....ครับท่านนายกฯสมชายครับ......สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ต้องการให้เกิดกับนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย คือ ..."การไม่รู้จัก แยกแยะว่า อะไรควร และ อะไรไม่ควร " ...สิ่งที่ควรทำกลับไม่ทำ สิ่งที่ไม่ควรทำกลับไปทำ ....มันอะไรกันก็ไม่ทราบได้ ...ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ไปได้....ถ้าทำอย่างนี้เป็นนายกรัฐนมตรีไม่ได้ ..." ถ้าจะเป็น...เป็นได้...แต่บ้านเมืองจะฉิบหายล่มจมหมด"    เพราะไม่อาจจะรักษาบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขได้...ประชาชน พลเมืองจะเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ข้าวยาก-หมากแพง....ในน้ำจะไม่มีปลา-ในนาจะไม่มีข้าว...โจรจะเต็มบ้านเต็มเมือง...คนดีที่ประกอบสัมมาอาชีพจะอยู่ไม่ได้ ...แล้วจะ...ค่อย หัน และ ปรับตัวเองให้กลายเป็นโจร ไปในทุกวงการ ทั้งในหน่วยงานของรัฐ และเอกชน จะเต็มไปด้วย "โจร 500 จำพวก" ....ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดในสังคนที่ต่ำช้านี้เท่านั้น.....นี่ละครับท่าน....ท่านนายกฯสมชายครับ....นี่ละคือเหตุผลคล่าว ที่ทำให้ผมต้องเรียนมา  เพื่อขอให้ท่าน ..."จัดการกับ โจร 500 ในทำเนียบ"...ให้เด็จขาดลงไปในโอกาศแรก (ทำก่อน  ก่อนที่จะไปทำอย่างอื่น เมื่อมีโอกาศ) ....ครับท่าน….ท่านไม่ต้องไปกลัวอิทธิพลของผู้อยู่เบื้องหลังไอ้โจร 500 เหล่านี้ เพราะในที่สุด และสุดท้ายพวกมันทั้งหมดจะต้องพ่ายแพ้.....”พลังประชาชน” ....แน่นอน...ครับท่าน

*****************

ตอนที่ 2

เอกราชของชาติ

********

ปีพุทธศักราช 2551 เป็นปีที่ประเทศไทยอันเป็นที่รัก และหวงแหนยี่ง ของเรา ต้องตก อยู่ ภายใต้การยึดครอง ของสัตรูของชาติอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เราได้ ตกเป็นเมืองขึ้นของ พม่ามาในอดีตสองครั้ง ในแต่ละครั้งจะมีระยะเวลาห่างกันประมาณ 200 ปี โดยประมาณ ถ้าใครอ่านเรื่องราวต่าง ที่ผมเขียนลงใน Web นี้ตั้ง แต่ต้น และ ติดต่อมาตลอด(เขียนเล่น )จะรู้ว่า มันใกล้ความเป็นจริงมาก ...ในปีนี้ ....ปี 2551 .....เราเสียเอกราชให้กับโจร 500 (ถึงแม้ว่าจะเป็นระยะสั้น ก็ตาม)....เข้ายึดทำเนียบรัฐบาล (หัวใจการบริหาร ของฝ่ายบริหาร)ได้ ...จึงนับได้ว่า เป็นการเสียอีสสระภาพในการบริหารประเทศไปแล้ว ....รัฐบาลไทย...ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว....ไม่สามารถจะเอาชนะได้....ต้องหนีหัวชุกหัวชุน....ไปอยู่ที่อื่น ....เหมือน ..."เจ้าไม่มีศาล"....ดูแล้ว เป็นเรื่องที่หน้าขายหน้ามาก ในระดับชาติ ....ในระดับโลก....คิดกันให้ดี นะ ....นักการเมืองไทยทั้งหลาย.....ท่านว่าอย่างไร ? ..... ใจคอท่านจะไม่ช่วยกันกู้หน้า กู้ตา ให้ประเทศไทย  ถ้าจะเปลียบประเทศไทยก็เหมือนกับเด็กตัวเล็ก คนนี้บ้างหรือ ? ....ท่านใจร้ายมากนะ...เวลาประเทศไทยแขงแรง ทำงานให้ท่าน...ท่านได้เงิน...ได้ทองจากการทำงานของประเทศไทย เด็ก ตัวน้อย นี้....ท่านก็เอาไปใช้จ่ายกันอย่างเพลิดเพลิน เจริญใจ มีความสุขกันมาก อย่างทั่วหน้า เชิดหน้า เชิดตากันสลอนไปหมด ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่ ทั้งผมดำ ผมขาว....แต่พอประเทศไทยเด็กตัวน้อย ที่ว่า ...เจ็บป่วยลง เช่น ขณะนี้ ...ท่านจะไม่แยแส จะไม่เยียวยา ...พาไปโรงพยาบาลหาหมอบ้างหรือ ? .....ท่าน  นะ...ท่าน....ท่านเลวมาก....นะครับ...ผมจะบอกให้....ให้รู้ ตัวไว้ด้วยว่า...."ท่านเลวมากนะครับ" (นักประวัติศาสตร์ กรุณาจดเหตุการณ์ในช่วยนี้ไว้ให้ชัดเจน แจ่มแจ้งนะครับว่าใคร เป็น ใคร ...ใคร ซื่ออะไร นามสกุอะไร? ทำอะไรกับชาติบ้านเมืองไว้บ้าง ? ...เขียนชื่อ เขียนนามสกุล จริง เหตุที่เกิด จริง อย่าแก้ใขแต่งเติมเสริมแต่ง จนกลายเป็น    “ประวัติศาสตร์น้ำเน่า”   ไปนะครับท่าน...ของคุณครับ)

        มันมีปัญหา...อยู่นิดหนึ่งว่า ....ถ้าท่านสามารถย้อยหลังเวลาได้แล้วกลับไปเมื่อ วันที่ 19 กันยายน 2549 ถ้าท่านไม่ยกกำลังทหาร ที่มีอาวุธครบมือง คือ ปืนผาหน้าไม้ รถถัง รถยนต์หุ้มเกาะ ฯลฯ ที่ซื้อ และจัดหามาจากเงิน ของประชาชน (ไม่ใช่ของใช้ส่วนตัว ของพล..สนธิ . นะครับ...จำไว้...เพราะฉะนั้น ท่านจะเอาไปใช้โดย พละการไม่ได้...จำไว้ด้วย) ออกมา ทำการกบฏต่อประชาชน ทรยศต่อประชาชน..ที่ให้เงินเดือนท่านไปเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียอยู่ ทุกวัน ท่านยังไม่สำนึกถึงบุญคุณของประชาชนอีก ท่านกลับตอบแทนบุญคุณประชาชนด้วยการ นำกำลังออกมายึดอำนาจอธิปไตยของประชาชน ขับไล่รัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประชาชนออกไป....ท่านทำอย่างนี้...ท่านทำได้อย่างไร ? ..... นี่คือคำถาม ......นี่คือคำถามที่ผมถาม พล.. สนธิ . ..และนี่....ก็คือ คำคำตอบ ... ที่ผมตอบแทน พล.. สนธิ  ว่า....

“แล้วจะให้ ทำอย่างไร ในเมื่อ อีกา(นกชนิดหนึ่ง) มันคาบจดหมายมา ตกอยู่กลางถนนในบ้าน และ ในจดหมายนั้นสั่งมาว่า...ให้ยกกำลังออกไปขับไล่รัฐบาลคุณทักษิณ ให้ออกไป  แล้วสร้างขนวบการยุติธรรมขึ้นมาใหม่   เพื่อยึดทรัพย์ และ ทำให้คุณทักษิณ หมดเนื้อหมดตัว ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ เพราะคุณทักษิณ ไม่ยอมให้ ค่าคุ้มครองในการทำหน้าที่นายกฯ ทั้ง ที่มีเงินมากมายจากการขายดาวเทียมให้สิงค์โปร ......”

หมือน กับที่มีข่าวว่า ...ได้มีอีกาคาบจดหมายมาแจ้งให้ทราบว่า เจ้าฟ้าเหม็น หลานชายของ .1 จะคิดกบฏ....เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องจับ เจ้าฟ้าเหม็นประหารชีวิตเสีย....ก็เท่านั้นเอง.....ในทำนองเดียวกัน ผมว่า ท่าน พล..สนธิ คิดถูก...ผมก็ดิดว่าอย่างนั้น...ผมก็คิกว่าถูก...ถ้าผมเป็นท่าน... ผมก็ต้องทำอย่างนั้น .....คิดไป คิดมา ...คิดอีกทีน่า ....ผมจึงรู้ว่า ผิดแล้ว ที่ทำอย่างนั้น เพราะ ;-

        1. ไม่ได้รับพระบรมราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นจอมทัพไทย....จึงถึอว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน(การทำงานที่ข้ามขั้นตอน)

        2. เป็นการทรยศกับประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ...และเป็นผู้มีอำนาจเต็มในการใช้ อำนาจอธิปไตย อำนาจอธิปไตยจะต้องมาจากปวงชนชาวไทยเท่านั้น จะมาจากอะไรไม่ได้เลย อย่างเท่าเทียมกัน คือ หนึ่งคน หนึ่งเสียง

        แล้วทีนี้จะให้ทำอย่างไรละ.......มันไม่ใช่เรื่องง่าย และ ไม่ใช่เรื่องเล่น มันเป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง ...ผมสงสาร และเห็นใจท่านมาก นะ ท่าน พล..สนธิ ครับ ...ผมไม่เคยโกหกใคร ไม่เคย พูด และทำเรื่องไร้สาระ มาตั้งแต่ เด็ก แล้ว ท่านฯ คงทราบจากใน Web นี้ แล้วนะครับ ว่าทั้งพ่อ ทั้งแม่ ของผม เป็นคนไทย ที่สืบสายโลหิตมาจาก...”ชาตินักรบ”...ทั้งสองท่าน ทั้งทางสายบิดาและ สายมารดา ตั้งแต่บรรพบุรุษมาแล้วสืบทอดกันมาหลายร้อยปี...ทั้งพ่อทั้งแม่ ท่านจึงสอนให้ผมเป็นคนซื่อสัตย์ สุจจริต ต่อตัวเอง ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง การงาน และประเทศชาติในที่สุด ท่านสอนให้ ขยันหมั่นเรียนหนังสือ อบรมสั่งสอนให้เป็นพลเมืองดี มีวินัย เป็นคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพื่อทำงานให้ประเทศชาติ ต่อไปในอนาคต....ท่านบอกว่า จบมัธยมต้นแล้ว...ให้ไปเข้าเรียนต่อที่  "จปร"....ท่านสั่งแล้ว สั่งอีก...แต่ผมไม่เชื่อ ผมไม่ไป...เพราะรับปากกับเพื่อน (พล...วีระ จงเจริญ ..)ไว้ว่า "จะไปเข้าโรงเรียนนายเรือ" ด้วยกัน....ทั้ง ที่ เพื่อน ที่ไปเข้า จปร. หลายคน เช่น พล.. กุศล พันธ์อุบล , พล..วัฒน เกิดสว่าง , พล.. วิจิตร จันทรางศุ ก็ชวนกันให้ไปเข้า จปร. ....พร้อมทั้งแถมท้ายด้วยว่า “ถ้าอยากเป็นนายกฯ ต้องไปเข้า จปร. “....ผมบอกว่า...”ไม่เข้า...ไม่เป็น”...แล้วผมก็ไม่ไปจริง  และได้บอกกับเพื่อน เหล่านั้นไปว่า “จะไปเข้าโรงเรียนนายเรือ” เพราะรับปากกับเพื่อนที่บ้านไว้ก่อนแล้ว ....นี่เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ทุกอย่างที่ผมเรียนให้ทราบเป็นความจริงทุกประการ ...ไม่มีอะไรที่แอบแฝงเคลือบแคลงทั้งนั้น ทุกอย่างทำ เพื่อ ..."ชาติ-ราชนาวี และ ราชวงค์จักรี"...ทั้งนั้น....แต่ถ้าจะมีอะไรที่ไม่ถูกอก ถูกใจใครอยู่บ้าง ผมก็ต้องขออภัยไว้ ที่นี้ก่อนนะครับท่าน.....ขอบคุณครับ.

        มันมีอยู่อย่างหนึ่งที่ท่าน และ ทุก ท่าน ที่เป็นเป็นผู้บังคับบัญชาคน....ที่ทำงานใหญ่ ที่สำคัญ ทั้งทหาร-ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน ย่อมต้องมีทั้งผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนั้น ...ดังนั้น เมื่อท่านจะสั่งให้ใครไปทำอะไร และ/หรือ จะทำตามคำสั่งของใคร จะต้องพิจารณาให้ดีว่า ...."คำสั่งนั้นต้องชอบด้วยเหตุผล และ ถูกต้องตามกฏหมาย"....ก่อน....ก่อนที่จะสั่งหรือปฏิบัติตาม.....ถ้าทุกคนทำได้อย่างที่ผมว่า...ปัญหาของบ้านเมืองที่เกิดอยู่ในขณะนี้จะไม่เกิด...จะไม่มี โจร 500 เข้ายึดหัวใจการบริหารบ้านเมือง คือทำเนียบรัฐบาล.... แล้ว เราก็จะได้ชื่อว่า เราสามารถรักษาเอกราชไว้ได้ (นี่เป็นการรุกรานในรูปแบบใหม่)....อย่าลืมนะครับว่า...

"คำสั่ง  ต้องชอบด้วยเหตุผล และ ถูกต้องตามกฏหมาย"

จึงจะถือปฏิบัติได้...ถ้าไม่ชอบด้วยเหตุผลและไม่ถูกต้องตามกฏหมาย “อย่าทำ”....อย่าทำโดยเด็จขาด....ถ้าทำจะนำความเสียหายมาสู้บ้านเมืองอย่างที่เห็น กันอยู่ขณะนี้ ....เพราะจะมีอำนาจนอกระบบเข้ามา          แสวงหาผลประโยชน์ได้ง่าย ......แต่ถ้า “ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมายแล้ว”....ท่านไม่ทำ....มันก็จะนำความเสียหาย...อาจจะถึงขั้น ทำให้  “บ้านเมือง ฉิบหาย ล่มจมได้”  เช่นกัน ......ทหารต้อง มีวินัย ถ้าไม่มีวินัย ทหารจะกลายเป็นโจรไปในทันที .....ทหารต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ผู้บัญชาการของสามเหล่าทัพ ต้องเชื่อฟัง ผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุด .....ผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุด ต้องเชื่อฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ....รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องเชื่อฟังนานกรัฐมนตรี ......นายกรัฐมนตรีต้องขอความเห็นจากรัฐสภา และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ....เมื่อสภาลงมติว่าอย่างไร คือ รบหรือไม่รบ แล้วต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูล ขอ พระบรมราชานุญาติ เพื่อ “ประกาศสงคราม” ก่อน....เมื่อจะรบให้รบด้วยความจริงจัง บุกไปข้างหน้าอย่างฮึกเหิม เสียสละ เอาชีวิตเข้าแรก เข้มแข็ง อดทน มุ่งมั่งที่จะนำชัยชนะมาสู่ มาตุภูมิ พร้องที่จะเสียสละได้แม้กระทั่งชีวิตและเลือดเนื้อ อดทนต่ออุปสรรคขวากหมามทั้งปวง อย่างไม่ย่อท้อ....อย่างกล้าหาญ...ไม่กลัวความตาย ให้นึกอยู่เสมอว่า “การตายเป็นการหลุดพ้นจากข้อจำกัดในชาตินี้ มันก็ดีไปอย่างหนึ่ง...เพื่อจะได้ไปเกิดใหม่ในชาติหน้า แล้วมารบกันใหม่” .....เราจะต้องรบด้วยความทรนงองอาจดังชายชาติทหาร....ด้วยความมีวินัย....ดังที่เราเคย ตั้งสัตย์สาบาลกันไว้ต่อหน้าแถวทหาร ในสมัยที่เป็นนักเรียนว่า “ตายเสียดีกว่าที่จะละทิ้งหน้าที่”.....และ “ตายในสนามรบเป็นเกียรติของทหาร” ท่านนักเรียนทหารทั้งหลายคงจำกันได้นะ...ครับ....อย่าลืมนะครับ...ว่า ;-

“ตายเสียดีกว่า ที่จะละทิ้งหน้าที่”

และ 

“ตายในสนามรบเป็นเกีรติของทหาร”

ท่านนายกฯสมชาย...ครับ...ท่านรู้ดีนิ่ครับว่า ....คนดี...คนบริสุทธ....คนไม่มีความผิด....แต่ต้องกลายเป็นคนที่ ต้องติดคุกทั้ง ที่ไม่มีความผิด มีให้เห็นได้มากมาย ในบ้านเมืองเรา เมื่อสองสามวันก่อนก็มี เช่น คดี เชอรี่ แอน หรือ กรณีย์คนร้ายยิงรถนักเรียน จับคนดีได้แต่เขียนสำนวนเป็นคนร้าย ยิงรถนักเรียน จนทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต คน นั้น ต้องเข้าไปอยู่ในคุกเสียหลายปีกว่าจะรู้ความจริงว่า "เป็นผู้บริสุทธิ"....ก็ต้องเข้าไปนอนในคุก ในตราง ให้ยุงกัดหลายปี นั่นมันเพราะอะไร....เพราะมันถูกต้องตามกฏหมาย ตามหลักฐานพยานเอกสาร ที่เขียนขึ้นโดยมนุษย์เดินดินกินข้าวแกง อย่างคนทั่ว นี่ละ จึงมีถูกบ้าง ผิดบ้าง ตั้งใจและไม่ตั้งใจบ้าง ซึ่งหมายความว่า จะเขียน สำนวนให้หนัก ก็ได้ ให้เบาก็ได้  แล้วแต่ว่าผู้ต้องหานั้นเป็นพรรคพวกใคร  พวกเราหรือ เปล่า ....ฝ่านเดียวกับเราตามใบสั่งหรือ เปล่า ถ้าตามใบสั่ง มาว่า ฝ่ายเดียวกัน ก็ให้เขียนให้เบาหน่อย แต่ถ้าเป็นคนละ พวก หรือ คนละฝ่าย  ก็ต้องเขียนให้หนักหน่อย เช่น กรณีย์ คุณทักษิณ นั่นละครับ....เรื่องบางเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็เขียนให้เป็นเรื่อง เหมือนกับ ที่ผมเคยเรียนให้ทราบไปแล้วว่า “จะเขียนอย่างไรก็ได้ เหมือน กับ แต่งนิยายนั่นละ” นะครับ... แต่สำนวนที่เขียน และแนบส่งฟ้องศาลนั้น ระบุว่า “ผิดกฏหมาย”...มาตั้งแต่ต้นของขบวนการยุติธรรม ที่ไม่ยุติธรรม..... แต่ จริง แล้วคน นั้น ไม่ได้ผิดเลย.....คำถามก็มีอยู่ว่า ....เมื่อเป็นเช่นนี้ แล้ว...."ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ"....คำตอบคือ "รัฐต้องรับผิดชอบ".....เมื่อรัฐ ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ที่ถูกขัง หรือ ถูกยึดทรัพย์ ทั้ง ที่ไม่มีความผิดแล้ว....ที่นี้ รัฐก็ต้องไปไล่เบี้ยกับ ...."คนที่ชี้ผิดชี้ถูก"....เหล่านั้นทุก คน ....ในข้อหา "ปฏิบัติราชการจนทำให้รัฐได้รับความเสียหาย".....โทษคือ ให้ออกจากราชการ งดเบี้ยหวัดเบี้ยบำนาน ถอดยศ เรียกคืนเครื่องราช ทั้งหมด อะไรก็ว่ากันไป ...ตามความผิด....แต่ที่สำคัญคือ "ต้องไม่ปล่อยให้นี่งเฉยอยู โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ...ต้องเอาความผิด สำหรับผู้ชี้ถูกชี้ผิดทั้งกลุ่มให้ได้....ถ้าทิ้งไว้ ต่อไป นาน เข้า ก็จะกลายเป็น...บ้านเมืองไม่มีขื่อ มีแป เหมือนสมัยนี้ ....เหมือนในยุคนี้ ปี .. 2551 .....นั่นคือ ....การที่บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปในสมัยนี้ นั้น...มันได้เกิดความไม่ชอบธรรมในขบวนการยุติธรรมขึ้นในประเทศไทยมานานแล้ว (การพิสูตรความจริง แบบเรขาคณิต)

        เหตุที่เกิดความยุ่งยาก ขึ้นในบ้านเมือง จนทำให้พวกโจร 500 เข้ายึดทำเนียบไว้ได้จนมองคล้าย กับ เราได้ ขาดอิสสระภาพในการบริหารประเทศไปแล้วตามที่กล่าว นั้นมีสาเหตุมาจาก ....รัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช  แยกแยะ และ/หรือ ตีความหมายของ คำว่า "ประชาชน" .....กับคำว่า"โจร 500 จำพวก"รวมไปถึง"ผู้ทรยศต่อชาติบ้านเมือง" คือ พวก "กบฏ" ...ฯลฯ ไม่ออก ......จึงปล่อยปะละเลยให้เหตุการณ์รุกรามบานปลายกันไปใหญ่โต....ทั้งนี้เพราะ รัฐบาลคุณสมัคร ไปเกรงกลัว อิทธิพลของผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ของโจร 500 และกลุ่มแนวร่วม ที่ให้การสนับสนุนอยู่ในเมืองไทยขณะนี้ พวกที่ให้การสนับสนุนเหล่านี้คือ หน่วยงานการก่อกวนยุยงสงเสริมให้ประชาชนคนในรัฐบาลอ่อนแอลงในทุก ด้าน ทั้งทางด้าน กำลังงาน และกำลัใจ ฯลฯ....คนพวกนี้ เราเรียกว่า “หน่วยงาน เพื่อการบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศไทย”.... ทั้งโคตรของมันนั่นละ.....รวมทั้ง... “อีช้างลากซุง”....คนนั้นด้วย.....ตรงนี้ต้องดูกันให้ ดี นะครับ ท่าน นายกฯ สมชาย ครับ ... ซึ่งมีอยู่ในบางส่วนของ สส-สว ในสภา.....ข้าราชการการเมือง....ข้าราชการประจำ.....ทหาร....ตำรวจ...นักวิชาการ....สื่อมวลชน...ฯล..ซึ่งมักจะพูด เสมอ ว่า ...

        "รัฐบาลรังแก...ข่มเหงรังแกประชาชน....รัฐบาลทำร้ายประชาชน....รัฐบาลกระทำการรุนแรงต่อ ประชาชน....ฯล"

        พวกแนว ร่วมของ "โจร 500 จำพวก"...มันมักจะพูดอย่างนี้ประจำ....หรืออ้าง เป็นอารยะขัดขืน....อ้างได้  จะพูดว่าอะไรก็ได้ แต่ถ้าผิดกฏหมายไทย... ต้อง....”เข้าคุก”...เพราะนี่คือประเทศไทย...ไม่ใช่อินเดีย    

ผมไม่เห็นมีคนในคณะรัฐบาล คนใหน ...เสนอหน้า ออกมาโต้ ตอบกับ แนวร่วมของโจร 500 จำพวกเหล่านี้สักคน มีแต่คนในกลุ่มของคุณ วีระ มุสิกพงษ์ เท่านั้น ....แต่พวก กลุ่มแนวร่วมของโจร 500 ก็พยายามพูกว่า "รายการความจริงวันนี้"....หรือ ...."รายการ เพื่อนพ้อง น้องพี่"....ควรปิด ....ควร ยกเลิก....อ้างอย่างโน้น อ้างอย่างนี้....ทั้งที่ รายการนี้ เป็น  "รายการที่มีคุณค่ามากสำหรับประชาชน"....ทำให้ประชาชนคนไทยหูตาสว่างขึ้นอีกมาก ฝ่ายบริหารของรัฐในระดับสูงทุกท่าน..... ที่รักชาติบ้านเมือง ....ไม่เห็นกับอามิจสินจ้าง ....ไม่เห็นกับเงินกินตามน้ำที่แอบอมเข้ากระเป๋าตัวเอง ไว้ จนทำให้เห็นว่า มั่งมีศรีสุขกันไปตาม กัน ...โดยฉะเพราะอย่างยี่ง ค่า Commission ในการซื้อของ....”ตั้งแต่ไม้จิ้มฟัน ยัน เรือรบ”  ...ค่าซ่อมทำ ...ก่อสร้าง เพิ่มเติม  เสริมแต่งต่าง เงินเหลือใช้ในราชการ ..นอกบัญชีที่ควรจะส่งคืนคลัง แต่ก็ไม่ส่ง...ไม่ส่งเพราะออกกฏหมายว่า...”ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องมีใบเสร็จ”  ...อะไรทำนองนั้น ฯลฯ ควรเปิดรายการนี้คูมากนะครับ....แต่สำหรับใคร ...ทั้งข้าราชการประจำและการเมือง...ที่ยังคงต้องการกินตามน้ำอยู่ ยังต้องการค่า Commission อยู่...ก็อย่าเปิดดูนะครับ เพราะมันจะแสลงใจท่าน ทำให้ท่านเสียความรู้สึก...ที่ดีในการที่ท่านจะ โกงกินประเทศชาติ และประชาชนต่อไป....นะครับท่าน…รายการที่ดี อย่างนื่ พวก “วัวสันหลังหวะ” ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัติมักจะออกมาพูดเสมอ ว่า “ควนปิด” ....แต่ผมไม่เคยเห็นมีใครเคยพูดว่า  ASTV นั้นเป็นต้นเรื่อง และต้นเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยทั้งชาติแตกความสามัคคีกันควรปิด  ASTV เสีย.....ASTVกล่าวร้าย ป้านสีคนอื่นมาเป็นเวลานานนักหนาแล้ว แต่ไม่ถูกปิด มีอะไรให้การคุ้มครองอยู่หรือ เปล่า ? .....ใครคือผู้คุ้มครองให้ ASTV มีอภิสิทธิพิเศษด่าคนได้ ....ด่าคนได้โดยไม่ถูกปิด .... แต่ “ รายการความจริงวันนี้ “ ที่ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาของ ASTV กลับจะถูกแนะนำให้ปิด ..มันก็แปลกดีนะ ...”เมืองไทย”... จริง แล้วความแปลกประหลาดในสิ่งนี้คือ การส่อแสดงให้เห็นว่า “บ้านเมืองกำลังจะเกิดกาลียุค ”...นั่นเอง

        เพื่อน ที่รัก ....ท่านเห็นหรือยัง เมื่อไร ที่รัฐบาล จะออกไปขับไล่ ...”โจร 500 จำพวก"....ที่ยึดทำเนียบอยู่ พวกแนวร่วมของโจร 500 จำพวก จะออกมาพูดว่า "รัฐบาลจะไปทำร้ายประชาชน หรือ อย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชนให้ได้รับบาดเจ็บ  ฯล"  ...หรืออะไรทำนองนั้นอยู่เป็นประจำ ....รัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช เลยหัวหด อยู่ในกระดอง เหมือนเต่า อย่างไรอย่างนั้น ไม่กล้าทำอะไรต้องหนีหัวชุกหัวชุมเพราะไม่มีที่ทำงาน ...รัฐบาลคุณสมชาย ฟังไว้นะ ....นั้นเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับท่าน....เขียนไปเขียนมาชักโมโห ...ผมมีกำลัง - มีอำนาจหน้าที่....น่าดู จริง .....ดีแล้ว...ถูกแล้ว....ที่ออกจาก รร.นร. มาเสียก่อน ...นับว่าเป็นบุญไปอย่างหนึ่ง.....

ท่าน ครับ จริง แล้ว...พวก "โจร 500 จำพวก" เหล่านี้ หมดความชอบธรรมในการที่จะเป็นประชาชนพลเมืองที่ดีของประเทศไทยไปนานแล้ว ทั้งแต่เริ่มทำผิดกฏหมายแล้ว....ตั้งแต่ครั้งแรกมาแล้วครับ ....ที่ออกมายุยงส่งเสริม ปลุกปั่นให้ประชาชน ลุกขึ้นก่อกบฏร่วมกับกลุ่มของตนทั้ง 9 คน ทางสื่อต่าง ตั้งนานมาแล้ว....โดยอ้างว่า "เป็นสิทธอันชอบธรรมที่จะทำได้ ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ" (ที่ทำกันขึ้นไว้เพื่อกำจัดคุณทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะ).....ผมว่า...ไม่ใช่......ผิดแล้ว....การกระทำนั้น ไม่เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ...เพราะไปริดรอนสิทธิของผู้อื่นในการที่จะ เดินทางไปในสถานที่ต่าง ในประเทศไทยได้โดยเสรี อะไรทำนองนั้น .....การที่รัฐบาลจัดการกับ "กลุ่มโจร 500 จำพวก" ไม่ได้ .....เป็นการไม่ให้ความคุ้มครอง และรักษาสิทธิของประชาชนพลเมืองที่ดี ที่ต้องการสันจรไปมาอย่างอิสระเสรี นั้นหนึ่ง.... อีกประการ หนึ่ง ในรัฐธรรมนูม ไม่เคยกำหนดว่า "พวกโจร 500 จำพวกเหล่านี้ สามารถ ที่ จะเอาไม้กอฟ...ไม้เบสบอล คันธง อาวุธปืน มีด  ไม้    ใบกระท่อม ระเบิดปิงปอง ...ฯลฯ ไปในขบวน Mob ได้ ....ไม่มีในกฏหมาย เป็นการกระทำผิดกฏหมายทั้งนั้น...แต่ เจ้าหน้าที่ ของรัฐบาล ก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งการไม่เข้าปราบปรามของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น เป็นการให้ความร่วมมือสนับสนุนกับฝ่ายกบฏด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ ? ...ทำให้ ประชาชนเดือนร้อน ...."นี่ต่างหากที่รัฐบาลต้องดูแลและให้ความคุ้มครอง"......ไม่ใช่ให้ความคุ้มครองกับผู้ที่ทำผิดกฏหมายคือ ..."พวกโจร 500 จำพวก อย่างที่นักวิชาการ สส-สว ออกมาให้ข่าว กันอยู่ ที่ทำผิกกฏหมาย ตอนนี้ จะมีความรุนแรงหนักขึ้นไปอีกขั้นหหนึ่งแล้ว นอกจากข้อหา กบฏ คือ ข้อหา ฆ่าคนตาย ซึ่งเป็นความอาญาที่ กบฏทั้ง 9 คน  และ แนวร่วมของโจร 500 ต้องรับผิดชอบร่วมกัน" (พวกแนวร่วมที่จะจับมาลงโทษนั้นทำได้ไม่ยาก....ให้เอาเทปที่แต่ละคนให้สัมภาษกับสื่อมาตรวจสอบใหม่ แล้วออกหมายจับมาสอบ เมื่อมีเหตุผลสมควร เท่านั้นก็จะได้ตัว แนวร่วม ของ โจร 500 จำพวกมาลงโทษได้)

        ผมขอถาม...แนวร่วมของ..."โจร 500 จำพวก"....อย่างหนึ่ง (ฟังนะ ครับ ท่าน นายกฯสมชาย และ รัฐบาลในคณะของท่าน นั่นด้วย...ทหาร- ตำรวจ ด้วย)......ฟังนะ....ผม...กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ M.Mnr....ผมขอถามท่านว่า....

         “การที่ พวกโจร 500 จำพวก เข้าไป ยึดทำเนียบรัฐบาล ที่เป็นศูนย์บังคับการของชาตินั้น ไอ้พวกโจร 500 เหล่านั้น ....มันเอากฏหมายอะไรมารองรับ จึงเห็นพวกท่านเสนอหน้ากันออกมาปกป้องให้การสนับสนุนไอ้พวกกบฏเหล่านี้นักนัก 

เอาละเอาเท่านี้ละลองตอบ มาให้ฟัง ซิ...ปริญญาโท ...ปริญญาเอก เป็น Dog-Ter.  กันทั้งนั้น ลองตอบทีซิครับว่า "ไอ้พวกโจร 500 จำพวกเหล่านั้น  มันเอากฏหมายอะไรมาลองรับ"  จึงเห็นพวกท่าน...”หน้าด้าน”...ไปสนับสนุนมันกันนัก..... ท่านหน้าด้านกันมากนะครับจะบอกให้....ขอแนะนำให้ใช้คริมพอกหน้ากันไว้บ้างนะ ....จะได้ดูดีขึ้น .... ตอบใหม ?...ถ้าไม่ตอบ...

        ตอบเองก็ได้....เมื่อไอ้พวกแนวร่วม...” หน้ามันหนา เหมือนถนนลาดยางมะตอย”...ไม่มีปัญญาจะตอบ....ผมตอบเองก็ได้....ตอบว่า..."ไม่มี"....เมื่อไม่มีกฏหมายมารองรับแล้ว.....ทำไมเมื่อรัฐบาลเข้าไปขับไล่ ปราบปราม โจร 500 ...พวกท่านจึงโวยวายกันนัก กันหนา ...จริง แล้วการที่ รัฐบาลไม่ไปขับไล่ เหล่าโจร 500 เพราะกลัวนักวิชาการที่เป็นแนวร่วม นั้น ...นั่นก็คือ  ..."รัฐบาล ก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” เหมือนกัน   ที่ปล่อยให้ ไอ้พวกโจรในทำเนียบ มันยึดทำเนียบอยู่จนถึงวันนี้  วันที่ 20 กันยาย 2551....รัฐบาลคุณสมชายก็ไม่มีความคิด การละเว้นการปฏิหน้าที่ของรัฐบาลนั้น  ฝ่ายแนวร่วมของโจร 500 จำพวก อาจจะนำไปเป็นข้ออ้างในอนาคตได้ว่า  “รัฐบาลคุณสมชาย ขาดความชอบธรรมในการเป็นรัฐบาล เพราะละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ในการปราบโจร 500 จำพวก”....อะไรทำนองนั้น ...ระวังไว้นะครับ...ท่าน

        ผมขอถามท่านนายกฯสมชาย ต่อไปอีกว่า....ถึงคราว ที่ท่านจะต้องแสดงฝีมือบ้างละ ท่านจะทำอย่างไร กับ "ไอ้พวกโจร 500 จำพวก และแนวร่วมเหล่านี้ ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดด้วย  ไอ้พวกหัวหน้า ที่เข้ายึก สนามบินทางภาคใต้ ก็ต้องจับมาเข้าคุกให้หมด จึงจะถูกต้อง เพราะผิดกฏหมายทั้งนั้น ...พวกมัน ไม่มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการเข้ายึด หรือปิดสถานที่ราชการ"....ท่านไม่ต้องตอบก็ได้ ....ผมได้เรียนให้ท่านทราบไปแล้วว่า  "ไอ้พวกโจร 500 จำพวกนี้ หมดความชอบธรรมในการเป็นประชาชนพลเมืองชองชาติมานานแล้ว".....เพราะฉะนั้น ท่านสามรถทำอะไรกับพวกมันก็ได้ ทุกอย่าง แม้แต่ ..."ยิงทิ้ง"....ให้เหมือนกับยิงหมาข้างถนนก็ยังทำได้ ถ้าจำเป็น โดยที่ท่าน ไม่ ต้องรับผิกชอบใด ทั้งสิ้น กับเหตุที่จะติดตามมา เพราะ ..."ท่านทำตามหน้าที่ เพื่อความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง”...(ต้องไปเปิดกฏหมายความมั่นคงดูว่า การฆ่าผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ มีความผิดสถานใดหรือไม่ )ท่านสามารถทำได้ทุกอย่าง....แต่....แต่

        แต่ ทั่วโลกเขาจะว่า อย่างไร....เขาจะประณามท่านใหมว่า ท่าน ..."ไม่มีมนุษย์ธรรม"....(การมีมนุษย์ธรรมก็ต้องมีความพอดี และมีขีดจำกัดเหมือนกัน)....แน่นอน เขาต้องประณามท่าน  แน่ ....ประเทศที่ไม่มีผลประโยชน์จากการกระทำ ของพวกโจร 500 ก็จะประณามน้อยหน่อย ส่วนพวกที่กำลังจ้องจะหาผลประโยชน์จากการกระทำของพวกโจรห้าร้อยก็จะ ประณามมากหน่อย....อะไรทำนองนั้น......และเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดข้อคลาหานินทาจากประเทศทั้วโลกได้ เราก็ต้องใช้เครื่องมือ ที่ทั่วโลกยอมรับว่า เป็นเครื่องมือที่ สามรถใช้ปราบการจราจลได้ คือ

        1. น้ำดับเพลิง

        2. แกสน้ำตา

        3. ผงพริกไท

        4. กระสุนควัน

        5. กระสุนยาง (นอกระยะะที่จะเป็นอันตรายก็ใช้ได้)

สิ่งต่าง เหล่านี้ใช้ได้ทั้งนั้น .....ไม่มีใครตำหนิ ท่าน เพราะเขาใช้กันทั้วโลก...และเขาทำสิ่ง ต่าง เหล่านั้นขึ้นมาก็เพื่อใช้ในงานการปราบปราม ผู้ก่อการร้ายโดยฉะเพราะ....ทหาร - ตำจรวจรู้ดี .....รีบจัดการในโอกาศแรกนะครับท่านนายกฯ สมชาย ครับ .....หมดเวลาแล้ว ...ไม่มีเวลาอีกแล้วสำหรับ ...."กลุ่มโจร 500 ที่เข้าไปปล้นธรรมเนียบ และ แนวร่วม" ....ที่จะปล่อยให้ทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้อีกแล้วใน...."ราชอาณาจักรไทย"...แห่งนี้.

        พอมาถึงตอนนี้...เพื่อนพ้อง น้องพี่ พอจะเดาออกหรือยังว่า ...สิ่งที่มันเกิดขึ้น  มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ...มีใครบ้างอยู่เบื้องหลัง และเขาผู้นั้นมีวัตถุประสงค์อย่างไร ?...เดาได้หรือยังละ ครับ ...เพื่อนพ้อง น้องพี่ทั้งหลาย ....เดาไม่ได้ก็ไม่ต้องเดา ...คุยกันต่อไปก็แล้วกัน แล้วจะเข้าใจได้เอง โดยความรู้สึกตามธรรมชาติที่มีอยู่...สิ่งนี้เราเรียกว่า ...”มโนธรรม”

        เพื่อนพ้องน้องพี่ ครับ...มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากเหมือนกันนะครับว่าทำไมคนไทยในสมัยนี้จึงเชื่อคนง่ายอย่างนั้นก็ไม่ทราบ.....ถูกหลอกไปใช้เป็นเครื่องมือของคนชั่ว ง่ายมาก ...ทำอะไรหละหลวม ขาด หลักการ และวิธีในการที่จะได้นำมาเป็นเครื่องมือในการแสดงหาความถูกต้องในการดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้อง...ที่ผมพูดอย่างนี้ ผมหมายความว่า มีคนไทยในประเทศไทยขณะนี้เป็นจำนวนไม่น้อยที่ถูกชักจูงไปในทางที่จะก่อให้เกิดเป็นพิษ เป็นภัยกับตัวเองและประเทศชาติง่ายมาก...และเพื่อป้องกันไม่ให้คนชั่วมาชักนำท่านไปในทางเสื่อม ผมจึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านนำเอาเรื่องของ...”มโนธรรม” ....มาพิจารณาร่วมด้วย ก่อนที่จะมีการพิจารณาตัดสินใจกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดตามคำชักจูงของ บุคคลหนึ่งบุคคลใดด้วย...นะครับท่าน

        ก่อนที่เราจะใช้ “มโนธรรม”ให้เป็นประโยชน์กับเรา ก็ต้องเข้าใจความหมายของคำว่า “มโนธรรม”  เสียก่อนว่ามันหมายความว่าอย่างไร ?

******************

ตอนที่ 3

มโนธรรม

*************

มโนธรรม...คือ ...ความสำนึกทางศิลธรรมที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่โดยธรรมชาติ ความสำนึกนี้เป็นเสียงที่อยู่ภายใน จิตใจ เป็นจิตสำนึกที่จะบอกให้เรารู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด มโนธรรมบอกให้เราทราบได้อย่างไรว่า การกระทำนี้มีความดีอยู่ในตัวของมันหรือไม่ ...คำตอบก็มีอยู่ว่า  มโนธรรมก็มีลักษณะเหมือนกับดวงตาของเรา เมื่อเรามองใบไม้ที่เป็นสีเขียว การที่เราเห็นเป็นสีเขียวก็เพราะดวงตาเราเป็นผู้บอก เช่นเดียวกับลิ้นของเรา  บอกเราได้ว่า น้ำตาลมีรสหวาน   เมื่อใบไม้ปรากฏแก่สายตาเรา เราก็รู้ได้เองโดยทันทีว่ามีสีเขียวอยู่ในใบไม้ เมื่อน้ำตาลสำผัสลิ้นเรา เราก็รู้ได้ทันทีว่า น้ำตาลมีรสหวาน เมื่อความกตันญูปรากฏต่อมโนธรรมของเรา เราก็รู้ได้เองโดยตรงว่า มันเป็นการกระทำดี เมื่อการโกหก ปรากฏต่อมโนธรรมของเรา เราก็รู้ได้เองโดยตรงว่า การกระทำนี้มีความเลวอยู่ในตัว

        มนุษย์เรามีความสามารถรับรู้ในสิ่งต่าง ได้เองโดยตรง  ความสามารถรับรู้ได้เองโดยตรงนี้ เราเรียกว่า  .... “อินทรีย์” (Faculty) ตา... หู....จมูก... ลิ้น... กาย...เป็นอินทรีย์ที่ทำให้เรารับรู้... รูป... รส กลิ่น... เสียง...สัมผัส ได้โดยตรง เมื่อจมูกเราได้กลิ่นหอมของดอกมะลิ เราก็รู้ได้ทันทีถึงความหอม  เมื่อหูเราได้ยินเสียงเพลง เราก็รู้ได้เองว่าเพลงนี้ไพเราะหรือไม่  เมื่อกายเราสัมผัสกับที่นอน เราก็รู้ได้ทันทีถึงความอ่อนนุ่ม การรับรู้เหล่านี้เป็นการรับรู้เองโดยตรง ไม่มีคนบอก ไม่ต้องคิดหาเหตุผลมาอ้างอิง  ถ้าเรายังไม่เคยชิมน้ำตาลมาก่อนเลยในชีวิต เมื่อมีคนมาบอกเราว่า น้ำตาลมีรสหวาน  เราก็ยังไม่รู้ว่าความหวานเป็นอย่างไร  จนกว่าเราจะได้ชิมกว่าเราจะได้ชิมน้ำตาลเอง  เมื่อลิ้นเราแตะถูกน้ำตาล  เราไม่ต้องการเหตุผลมาพิสูจน์ เราก็รู้ได้เองว่าน้ำตาลหวาน  การที่มโนธรรมบอกเราว่าการกระทำนี้มีความดีหรือความชั่วอยู่ในตัว ก็เป็นการรับรู้แบบเดียวกันนี้  ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเห็น Mob ออกมาเดินกันเต็มถนนกีจขวางการจราจร ...เราเห็น Mob เข้ายึกทำเนียบรัฐบาลที่เป็น “ศูนย์บัญชาการแห่งชาติ” อย่างนี้ มโนธรรมก็จะบอกเราได้ทันทีว่า การกระทำนี้ผิด โดยที่เราไม่ต้องหาเหตุผลมาอธิบายเลยว่า ทำไมจึงผิด หรือการที่เราเห็น เรารู้ เราทราบว่า มีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า....”พันธ์มิตร เพื่อประชาธิปไตย”....แต่ในเวลาเดียวกัน ก็พยายามเปลี่ยนระบอบการปกครองให้เป็นระบอบใหม่ คือ ให้ สส.มาจากการเลือกตั้ง 30 % และจากการแต่ตั้ง 70% นั้นเราก็รู้ได้ทันทีว่า พันธ์มิตรนั้น ไม่ใช่เพื่อประชาธิปไตยแล้ว....แต่เป็นพันธ์มิตรเพื่อการปกครองในระบอบเผด็จการ แล้ว และกำลังทำให้ประเทศไทยต้องเดินทางย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ทำให้ วีระชนที่รุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตย และเสียชีวิตไปแล้ว “หมดความหมาย” ทั้งนี้เพราะเราทราบกันอู่แล้วว่า  การปกครอง ในระบอบประชาธปไตยนั้น “อำนาจอธิปไตยต้องอยู่ที่ประชาชน 100 % จะแบ่งแยกมิได้

หรือ ...การที่คุณวีระ มุสิกพงษ์ กับเพื่อนผู้รักประชาธิปไตย ออกมาจัดรายการ “ความจริงวันนี้ และ รายการเพื่อนพ้อง น้องพี่” ทางTV แล้วนำเอาเรื่องต่าง ที่เป็นความจริงสามารถพิสูจน์ได้มาเล่าให้คนไทยทั้งประเทศได้รับทราบความจริง อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนั้น “มโนธรรม”บอกให้เรารู้ว่า นั่นคือ “ความดีที่ยาก ที่ใครจะทำได้ “....ต้องระวังนะ ขณะนี้พรรคประชาธิปัตที่เดือดร้อนกับเรื่องนี้มาก เพราะกลัวสิ่งที่ทางพรรคทำไม่ดีเอาไว้จะถูกเปิดเผยทางรายการความจริงวันนี้ เช่น เรื่องเงิน ห้า-หกแสนกว่าล้านบาทนั้นอีก ....เหมือฟ้ายังมีฟ้า ....เหนือพรรคประชาธิปัต ยังมีคนที่สั่งพรรคได้ อาจจะมาขอร้องคุณวีระว่าอย่างออกอากาศเรื่อง พฤติกรรมในทางลบของคนอื่นอีก เพราะจะทำให้ประชาชนสาวไปถึงได้ เช่น เดียวกับ เรื่อง การทำ DNA ของคุณหมอพรทิพย์ใน 3 จังหวัดภาคใต้

ตรงนี้หมายความว่า..... “อาจจะมีมาเฟียร์การเมืองกลุ่มหนึ่ง ที่มีอิทธิพลมาก พอที่จะผูกขากการกินประเทศไทยไว้ได้แต่เพียงผู้เดียวอยู่”

หรือ....การที่รายการ “ความจริงวันนี้” เอาเรื่องของพรรคประชาธิปัตที่ทำเงินชองชาติขากบัญชีไปประมาณ 600,000กว่าล้านบาท ในสมัยที่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ทั้ง ที่ DSI ส่งเรื่องต่อไปแล้วตามเส้นทางของขบวนการยุติธรรม...ที่ไม่ยุติธรรม ...ที่ว่าไม่ยุติธรรมนั้นเพราะเรื่องทั้งหมดถูกดองไว้ เพื่อให้หมดอายุความมานานแล้ว ไม่เหมือนเรื่องของคุณสมัคร ที่สืบพยายวันนี้ รุ่งขึ้นตัดสินเลย....เช่นนี้แล้ว  “มโนธรรม” สอนให้เรารู้ว่า  :-

1.  การเข้าบริหารประเทศของพรรคประชาธิปัต “ไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ”

2.  ขากความเป็นกลาง และความเป็นธรรมในขบวนการยุติธรรมของไทย

3.  เกิความสงสัยว่า เงินจำนวนมากมายเช่นนั้น พรรคประชาธิปัต นำไปไว้ที่ใหน และ/หรือ ไปให้ใครบ้าง...ไปให้หัวหน้ามาเฟียร์การเมืองเป็นค่าคุ้มครองในการเข้าเป็นรัฐบาลบริหารประเทศหรือเปล่า ?

4.  เงินจำนวน ห้า-หกแสนกว่าล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมากมาย เช่น นั้น ทำไมไม่มีใครออกมาโวยวายว่า “พรรคประชาธิปัตโกงชาติบ้านเมือง ....ทำไมไม่มี Mob ออกมาเคลื่อนใหว....ทำไมทหารไม่ขับรถถัง รถเกราะออกมาขับไล่พรรคประชาธิปัต ฯล ” เหมือนกับที่ทำกับ รัฐบาลคุณทักษิน บ้าง ....ทั้ง ที่เงินจำนวนนี้ไม่น้อยเลย....มากกว่าข้อกล่าวหาที่ยัดเยียดให้คุณทักษิน มากมายนัก ....มันก็แปลกดีนะ ....น่าจะเกิดจาก ผลของเงินจำนวนสี่แสนกว่าล้านบาทใช่หรือไม่ ?....หรือว่า ที่ไม่เกิดเหตุการณ์ตามที่กล่าวข้างบน เพราะ หัวหน้าใหญ่ของมาเฟียร์การเมืองยังไม่ได้สั่ง เพราะได้เงินเป็นค่าคุ้มครองการเข้าบริหารประเทศของพรรคประชาธิปัติจากเงินจำนวน ประมาณ 600,000กว่าล้านบาทไปแล้ว ใช่หรือไม่?

5.  จากข้อ 4 หมายความว่า “การเมืองไทย” ได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของมาเฟียร์การเมืองมานานแล้วใช่หรือไม่ ? นั่นหมายความว่า คณะรัฐบาลทุกคณะ ของเมืองไทย  ต้องเบียดบังผลประโยชน์ของชาติ ส่งให้มาเฟียร์การเมือง ทุกคณะ จึงจะอยู่บริหารประเทศได้ใช่ หรือไม่ ? หากว่าไม่หาเงินส่งให้มาเฟียร์การเมืองกลุ่มดังกล่าว จะต้องถูกกลั่นแกล้ง เช่น กรณีย์คุณทักษิน ใช่หรือไม่ ? .....ถึงแม้ว่าชาติบ้านเมืองจะฉิบหายล่มจมอย่างไร มาเฟียร์การเมืองกลุ่มนี้ ก็ไม่คำนึงถึงใช่หรือไม่ ?

6.  ในทางที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ “มโนธรรม” ทำให้เราเกิดความส่งสัยในข้อ 4-5…ว่าทำไม ? ทั้ง ทหาร-ตำรวจบางคน บางกลุ่ม ...สส.- สว บางคน บางกลุ่ม.... อาจารย์-นักวิชาการในมหาวิทยาลัย บางคน บางกลุ่ม คอยออกมา ปกป้องMob...ที่ Mob ออกมาก่อความไม่สงบในบ้านเมือง ยุยงส่งเสริมให้ประชาชนก่อกบฏ ล้นล้างระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ...ดังที่ทราบกันแล้ว...น่าจะมีอะไรที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน คือเขาทำกันเพื่อใคร คนใดคนหนึ่งหรือเปล่า ?

7.  ในการที่พรรคประชาธิปัต โดยคุณอภิสิทธ์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า รายการความจริงวันนี้รัฐบาลควรสั่งปิดนั้น เพื่อต้องการปิดหูปิดตาประชาชน ไม่ให้รู้ความจริง จากรายการความจริงวันนี้ เช่น เรื่อง เงิน ห้า-หกแสนกว่าล้านบาทนั้นหรือเปล่า ?

8.  จากข้อ 6 “มโนธรรม” สอนให้เราคิดต่อไปอีกว่า มันอาจจะมีอะไรที่พรรคประชาธิปัตทำไม่ดีใว้กับประเทศชาติอีกมาก และเกรงไปว่า จะถูกเปิดเผย โดยรายการความจริงวันนี้ จึงออกมาแสดงความคิดเห็นว่า รายการความจริงวันนี้รัฐบาลควรสั่งปิด เพราะไปใช้สถานี NBT ที่เป็น สนานีของรัฐที่ตั้งขึ้นมาจากเงินภาษีอากรของประชาชนคนไทยทั้งชาติ ไม่ควรให้กลุ่มคนคณะใดคณะหนึ่งไปเช่าจัดทำรายการ...เพราะทำให้เกิดความไม่เป็น ธรรม และเป็นกลาง...คุณอภิสิตธ์ ว่าอย่างนี้

9.  ทั้งหมดจากข้อ 1 ถึง ข้อ 7 “มโนธรรม” สอนให้เรารู้ว่า ยังมีใครที่ชักใยอยู่ข้างหลังกลุ่มคนทั้งหมดที่กล่าวมาหรือไม่ ?...และคน นั้น คือ ใคร ? ....เขาทำไปเพื่ออะไร.....เขารู้หรือเปล่าว่า ที่เขาทำอย่างนี้นั้น มันสร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมืองขนาดใหน ?...ทำไมช่างไม่มีความคิดกันเลย ?....ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัดว่า ที่คนโบราณท่านกล่าวว่า “ยิ่งแก่ยิ่งโง่ ยิ่งโตยิ่งเซะ”....หรือคือ ....”วุฒิการศึกษา วัยวุฒิ คุณวุฒิ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือ/คือ คน นั้นจะอยู่ในฐานะใหนก็ตาม ...ก็ไม่อาจจะทำให้คน นั้นเป็นคนดีได้ ...ถ้าคน นั้น ได้รับการอบรมมาในทางที่ไม่ดี... มีสายเลือดหรือเทือกเถาเหล่ากอที่ไม่ดี ....หรือผ่าเหล่า ผ่ากอออกมา.....นั่นหมายความว่า ....คนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใหน ก็ตาม มีสิทธที่จะได้ชื่อว่า เสียชาติได้ทุกคน”..(มีนักข่าวต่างประเทศเคยถามเรื่อง ผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏ อยู่เบื้องหลัง กับคุณ นัฐวุฒิ มาก่อนแล้ว ว่าเป็นใคร ? ...คุณณัฐวุฒิ ตอบนักข่าวไปว่า “ไม่ตอบ เพราะตอบแล้ว เกรงไปว่าจะตอบถูกต้องว่าเป็นใคร”)

จากเหตุผลต่าง ตามทีกล่าวมานี้ อะไรก็ตามที่เราทำแล้วรู้สึกขัดกับ “มโนธรรม” ของเราแล้ว นั่นละคือ “พฤติกรรมในทางลบ” ของเรา ทั้งนั้น ขอให้ “เพื่อนพ้อง น้องพี่” นำไปประกอบการพิจารณาให้ดี อย่าให้คนชั่วมาชักจูงให้เราทำความผิดต่อบ้านเมืองได้ อย่าลืมนะ “คบคนชั่ว พาตัวให้มัวหมอง” ...ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของเราเอง

ก่อนจะต่อไปเรื่องอื่นผมขอฝากข้อคิดมายังพรรคประชาธิปัตด้วยความเป็นห่วงก่อนว่า ;-

“ ถ้าท่านไม่อาจจะชี้แจง กรณีย์ เงินประมาณ 600,000กว่าล้านบาทให้ประชาชนทั่วประเทศให้เข้าใจได้...ผมคิดว่า ...ท่านหมดความชอบธรรมในการที่จะเป็นรัฐบาลบริหารประเทศอีกต่อไปแล้ว”...(คดี ปรส. ที่รัฐบาลชุดคุณชวน หลีกภัย เข้าบริหารประเทศหลัง ปี ..2540 แล้ว ขายทรัพย์สิน ของชาติ มูลค่า 800,000แสนกว่าบาท ได้เงินมา ประมาณ 200,000แสนกว่าบาท หายไป ประมาณ 600,000กว่าล้านบาท)

ต่อไปประชาชนเขาจะไม่เล่นกับท่านแล้ว ...แล้วท่านจะกลายเป็น...... “หมาหัวเน่า”...ไป แม้แต่คนปักษ์ใต้เขาก็จะไม่เอากับท่านด้วย...ท่านอย่าลืมนะครับว่า ยังมีประชาชนคนปักษ์ใต้อีกเป็นจำมากนากที่รักประขาธิปไตย และประเทษชาติที่ท่านเหล่านั้น กำลังคอยตำตอบจากท่าน เพื่อการตัดสินใจ ....ท่านนายฯสมชาย ก็เป็นคนปักษ์ใต้ ...คุณณัฐวุฒิก็เป็นคนปักษ์ใต้...มีคนปักษ์ใต้อีกเป็นจำนวนมาก ที่เฝ้าจับตามองการกระทำของท่านอยู่...เลิกได้แล้ว...ที่เล่นการเมือง แบบน้ำเน่า เท่าที่เห็นหาประโยชน์ไม่ได้ จากการเล่นการเมืองของพวกท่าน ....ยัง สงสัยว่าท่านทำตัวเป็สมุนมาเฟียร์การเมืองหรือเปล่า ? ....เบียดบังเงินของชาติ และประชาชนไปให้มาเฟียร์การเมือง เพื่อขอความคุ้มครองในการเป็นรัฐบาลหรือเปล่า ? ....ท่านเป็นสมุนของมาเฟียร์การเมืองหรือเปล่า ? .....ถ้าเป็นก็เลิกเสีย เพราะพฤติกรรมอย่างนั้นมันไม่ใช่ พฤติกรรมของนักการเมืองผู้ทรงเกียรติ ..แต่มันเป็นพฤติกรรมของหนึ่งในพฤติกรรมของ....”โจร 500 จำพวก “....เลิกเสียนะ....ทุกอย่างแก้ใขได้ ....เพื่อให้ได้มีโอกาศได้เป็นรัฐบาลปกครองบ้านเมืองบ้าง ถ้ายังคิดผิด อย่างนี้ และไม่แก้ใขเสียแต่บัดนี้ ...โอกาศที่จะได้เป็นรัฐบาลก็จะยาก   หรืออาจจะไม่มีโอกาศเลย  ทั้งนี้เพราะไม่มีประชาชนคนไทย คนใดที่เขาไม่เกี่ยวข้องกับท่าน  นอกจากพวกนอกกฏหมายที่มีผลประโยชน์ร่วมกับท่าน เขาจะ ยอมให้ท่านเข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อโกงกินชาติบ้านเมือง เหมือน กับ เรื่องเงิน หกแสนกว่าล้านบาทอีก ถ้าท่านไม่ทำความเข้าใจให้คนทั้งประเทศได้ทราบความจริงกัน....เลิกเสียทีที่เล่นการเมืองแบบตบตาประชาชนคนไทย เพราะคิดว่าเขาโง่...เชื่อและคล้อยตามน้ำเนาที่ร่วมหัวกันสาดไส่ พรรคการเมืองอื่นนั้นนะ เลิกได้แล้วครับ...เช่นเดียวกันกับคอยแต่จะล้มรัฐบาลลูกเดียว เพื่อให้ตนได้เป็นรัฐบาลบ้าง ...เดี๋ยวนี้ ประชาชนคนไทยเขาไม่โง่อย่างท่านคิดแล้ว...โดยฉะเพาะอย่างยิ่ง คนปักษ์ใต้....แต่ก่อนอาจจะโง่ เพราะเห็นท่าน พยุงราคายางให้  แต่เดียวนี้เขารู้กันหมดแล้ว ถึงเบื้องหลังการพยุงราคายาง.....ดังนั้น.ส่วนใหญ่เขาอาจจะเปลี่ยนไป ไม่เล่นกับท่านเหมือนเดิมอีกก็ได้......เตือนไว้เท่านนี้ละครับ .

คนในกลุ่มของพวก “โจร 500 จำพวก” ที่เข้ายึดทำเนียบรัฐอยู่ขณะนี้ กำลังเบนความสนใจ (Diversion) ของคนทั้งประเทศไปในเรื่อง “การปกครองในระบบใหม่” ที่หัวหน้ากบฏทั้ง 9 คน คิดว่า ประชาชนคนไทยโง่ไปเสียหมด ไม่รู้เท่าทันคนอัปปรีย์เหล่านี้ .... จะบอกให้ก็ได้ว่า เขารู้เท่าทัน อ้ายพวกโจร 500 เป็นอย่างดี หมดแล้ว ....ทำไม่สำเร็จ แน่นอน เพราะคนไทยทั้งชาติจะไม่ยอมรับให้ เผด็จการ(ทหาร ?) กลับเข้ามาครอบงำประเทศไทยเช่นในสมัย “ทรราช ประภาส-ถนอม”  อีกต่อไปแล้ว...ถ้าขืนทำ ...”สงครามกลางเมืองในประเทศไทย” ระหว่างทหารที่ใช้อาวุธจากภาษีอากรของประชาชนที่สนับสนุนฝ่ายกบฏ กับ ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ที่มีแต่มือเปล่า จะต้องเกิดขึ้นอีกเป็นแน่.....และนั่น จะทำให้ทหารเสียหายมากนะครับ...เพราะจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ตำหนิทหารหาญของชาติได้ว่า ..”ทหารรังแกประชาชนผู้อ่อนแอ นั่นหนึ่ง.... ทหารจะถูกมองไปในทางลบ ว่า ขี้ขาดตาขาวไม่กล้าสู้กับสัตรูที่ยกกำลังเข้ามาประชิดชายแดนไทยอยู่ขณะนี้ เก่งแต่กับประชาชนคนไทยที่มีแต่มือเปล่า เท่านั้น...นั่นสอง..... แม้แต่ไอ้มหาโจรที่เข้าปล้นอาวุธที่ปักษ์ใต้ยังสู้มันไม่ได้เลย ปล่อยให้มันเอาอาวุธไปจนหมดคลัง....ไม่เห็นมีใครออกมารับผิดชอบ....เมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วจะไปสู้กับสัตรูที่ใหน ? นั่นสาม  ”...แน่ ชัด ......และมันจะรุกรามไปกันใหญ่โตมากขึ้น ถ้าเกิดมีทหาร-ตำรวจ และประชาน ในกองทัพ ทั้ง 5 กองทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองทัพตำรวจ และกองทัพประชาชน .....ต่างก็แตกออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายหนึ่ง สนับสนุนฝ่ายกบฏในธรรมเนียบ และกลุ่มมาเฟียรการเมือง เพราะเกรงใจหัวหน้ามาเฟียร์การเมือง และ อีกฝ่ายหนึ่งอดรนทนไม่ได้ที่เห็นทหารเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่า ...ฆ่าเอา...แล้วก็ฆ่าเอา.....ฆ่าเพื่อให้ประชาชน ทั้ง 60ล้านคนตายให้หมด เหมือนอย่างการฆ่าร้างเผ่าพันธ์ในเขมร....จะได้ไม่มีใครขัดขวางการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปเป็น ระบอบเผด็จการ(ทหาร ?)อีก และ แน่นอนสงครามกลางเมืองของสองฝ่าย จะต้องรบกันอย่างดุเดือด .....ที่นี้ก็นองเลือด ละครับท่าน....เมืองไทย...คนไทยผู้หน้าสงสารท่านจะต้องเสียลูกเสียหลานอีก อย่างที่เคยเสียมาแล้วในอดีตอีก น้ำตาของผู้เป็นพ่อ เป็น แม่จะต้องใหลออกมานองหน้าอีก ฯลฯ ...นี่ละที่ผู้ใหญ่ท่านว่าไว้ว่า:-.

        “ฝนตกขี้หมูไหล อี และไอ้ คนจังไรมาเจอกัน”

บ้านเมืองเลยยุ่งเหยิงวุ่นวาย กลายเป็นกาลียุคไป....เพราะคนจังไรมาเกิดพร้อม กัน ใหญ่-โตขึ้นพร้อม กัน บ้านเมืองจึงเป็นอย่างนี้....

ผ่านไป ...ผ่านไปก่อนนะครับ สำหรับเรื่องของ ไอ้โจร 500 จำพวกที่ยึกทำเนียบรัฐบาลไว้ เพราะ.....

“เส้นใหญ่”... จนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ถูกต้องตามกฏหมาย ต้องวิ่งหนีหัวชุกหัวชุน เหมือน....”อีเก้งถูกน้ำร้อนรวก”.... หาที่ทำงานใหม่ …ใครไม่เคยรู้ ...ใครไม่เคยเห็นก็เห็นเสีย ดูเสีย  ว่าในโลกนี้ก็มีรัฐบาลที่อัปยศอดสู่อย่างนี้ด้วย.....คงไม่มีในที่ใดในโลกจะเหมือนเมืองไทยอีกแล้ว คือ ถ้าจะมี ก็มีแต่ในประเทศไทยแห่งเดียวในโลก...ประเทศไทย หรือ คือ สยามเมืองยิ้ม..แต่เป็นยิ้มแห้ง เมื่อมีนักข่าวต่างประเทศถามคุณณัฐวุฒิว่า

 “ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง การเข้าปล้นทำเนียบรัฐบาลของเหล่าโจร 500 พวกนี้” (นักข่าวการเมืองทั่วทั้งโลกรู้ดีว่า การเข้ายึดทำเนียบ ครั้งนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง จึงถามอย่างนั้น).....คุณณัฐวุฒิ ไม่ตอบ....นักข่าวต่างประเทศ ก็ถามต่อไปอีกว่า

“ทำไมถึงไม่ตอบ” ....คุณณัฐวุฒิจึงตอบว่า

“ ตอบไปแล้วกลัวจะถูก จึงไม่ตอบดีกว่า”แล้วทุกคนก็หัวเราะขึ้น กัน ดีใหม เมืองไทย ? 

....ตอบ...ตอบ ก็ได้....ว่า

 

….เมืองไทยเรานี้ แสนดีหนักหนา......ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

ทำมาหากินแผ่นดินของเรา           ปลูกเรือนสร้างเหย่าอยู่ร่วมกันไป

เราอยู่เป็นสุขสนุกสนาน                  เราสร้างถิ่นฐานไว้จนกว้างใหญ่

เมืองไทยเรานี้แสนดีกระไร               เรารักเมืองไทยยิ่งชีพเราเอย……

*************************

ตอนที่ 4

ระบอบประชาธิปไตย

************************

เพื่อนพ้องน้องพี่...ที่รักทั้หลายครับ...

        ผมเคยตั้งคำถามถามท่านไว้ใน Web นี้ว่า

“ระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดแล้วหรือ ? “

ไม่เห็นมีใครแสดงความคิดเห็น...หรือตอบมาให้ทราบสักคน....เมื่อไม่มีใครตอบ....ตอบเองก็ได้....ตอบมาเพื่อให้เด็ก ที่ปากยังไม่ทันจะสิ้นกลิ่นน้ำนมเลย แต่ได้ชื่อว่าเป็น “นักวิชาการ” บางคน แม้แต่ผู้ใหญ่หัวหงอกแล้วก็เช่นกัน ที่เป็นพวกที่เรียกว่า “ยิ่งแก่ยิ่งโง่ ยิ่งโตยิ่งเซะ” บางคน...ได้รับรู้ไว้บ้างเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ หรือ ตายไปแล้วมาเกิดใหม่...จะได้ไม่แสดงความโง่ออกมาให้คนอื่นเห็นอีก เสียหายหมด.....ไปขานรับกับมัน...”ไอ้พวกโจร 500 จำพวก” ....ได้อย่างไร....ไอ้พวกนี้ ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น เพราะมันหมดความชอบธรรมในการเป็นประชาชนพลเมืองไปนานแล้ว เพราะพวกมันคือ “ไอ้พวกก่อการกบฏภายในราชอาณาจักร” ...ที่เข้าไปยึดอำนาจการบริหารประเทศของรัฐบาลไทยแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมิได้หวั่นไหวและยำเกรงต่อพระราชอาญาแม้แต่น้อย จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบประชาธิปไตยไปเป็นระบอบ “เผด็จการ(ทหาร ?)30-70” อีก เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว มันยังจะมีสิทธิ์ที่มาต่อรองอะไรอีกหรือ ...ใช้หัวสมองคิดกันบ้างนะ...หัวหงอก... กันไปตาม กันแล้ว ...”ยังไม่มีความคิด”....หรือ มัวแต่เอาหัวสมองไปคิดแต่เรื่อง ตัดไม้ทำลายป่า ขะโมยลักรอบตัดไม้มาเข้า  “โรงเลื่อย”  อยู่หรือ ...ยังไม่ยอมเลิกอีก คิดกันบ้างหรือ เปล่าว่า ไม้มันจะหมดป่าแล้ว....ตอนนี้เหลือน้อยมากจนไม่พอ รับ และกั้นน้ำป่าแล้ว น้ำจึงใหลลงมาท่วมบ้าน ท่วมเมือง ประชาชนพลเมืองเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า รัฐบาล และ/หรือ ประเทศชาติ ต้องเสียงบประมาณไปมากมายเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือประชาชน และซ่อมแซมถนนหนทางที่พังเพราะน้ำเซอ....คิดกันบ้าง เอาใจใส่ดูแลสารทุกข์สุกดิบของประชาชนดีกว่า ....อย่างมัวแต่ไปเห็นดีเห็นชอบกับ “ไอ้พวกโจร 500”  ที่เข้ามายึดบ้าน ยึดเมืองอยู่....เพราะมัน  “ไม่ชอบด้วยเหตุผล และ ถูกต้องตามกฏหมาย”....ไม่เห็น หรือว่า ....เมื่อสองสามวันก่อน ท่านนายกฯสมชายโทรศัพท์ไปหามันก่อน...ท่านได้ลดตัว...ลดเกียรติลงไป  พูดกับมันก่อน.....แทนที่มันจะมีจิตสำนึกเห็นความดีความชอบของท่านนายกฯ ที่ยอมลดตัวลงไปพูดจะต่อรองกับมันก่อน แต่มันกลับ เอาเรื่องที่โทรไปหาไอ้โจร 500 นั้น ไปพูด บนเวที ให้ไอ้พวกสมุน หรือ ลูกน้องมันฟังมีสักษณะเหมือนว่า “แม้แต่นายกรัฐมนตรียังต้องมาซูฮกมัน  โทรมาหามันก่อนเลย”....แล้วมันก็เฮกัน เป็นที่สนุกสนาน...เฮ..........(ไปเอาเทปมาเปิดดูซิ)

ท่านนายกฯสมชายครับ...ผมว่า...พอกันที สำหรับ...ไอ้ชาติชั่วพวกนี้...ผมอยากขอร้องให้ ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ที่ท่านได้ลดตัวลงไปพูดกับมัน....ท่านต้องไม่ลืมนะครับว่า “ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี ที่พระบาทสมเด็จทรงแต่งตั้งลงมา แต่พวกมัน เป็นโจร ที่บุกรุกเข้าไปยึดสถานที่ราชการไว้”....ท่านมีความคิดอย่างไร....ต้องการอะไร...สั่งการลงไปได้นี่ครับ...สั่งไปแล้วก็กำชับด้วยว่าให้ทำให้ได้นะ ...ทำให้ได้ตามที่สั่ง....”ถ้าทำไม่ได้ผมจะปลดคุณ”...ให้มันเด็จขาดชัดเจนลงไป คำสั่งมันจึงจะมีความหมาย...คำสั่งจึงจะศักดิ์สิทธิ์....ไม่ใช่กลับไปกลับมา...เดี๋ยวทำเดี๋ยวไม่ทำ เหมือนเด็กเล่นขายของ ดังที่เห็นมา...คนทำงานเขาก็แย่ ....ต้องเห็นใจฝ่ายปฏิบัติบ้าง...ก่อนจะสั่งต้องคิดให้ดีเสียก่อน....คิดแล้วจึงสั่ง....สั่งแล้ว  “ต้องรับผิดชอบในคำสั่งนั้น”....อย่างนี้จึงจะสง่างาม..นะครับท่าน......ที่ผมต้องเรียนกับท่านตรงไปตรงมาอย่างนี้ เพราะผมต้องการมีนายกรัฐมนตรีที่สง่างาม คนทั้งโลกยกย่อง ชมเชย ว่านายกรัฐมนตรีของไทยคนนี้....เป็นนายกฯที่สง่างามมาก

เมื่อพูดถึงไอ้โจร 500 ที่เข้ายึดธรรมเนียบอยู่นั้น ผมก็นึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องหนึ่ง จึงอยากฝากมายังท่านนายกฯสมชายในฐานะที่ท่านเคยเป็นผู้พิภากษามาก่อน...เคยขึ้นไปนั่งบนบัลลังค์ตัดสินความมามากมาย....เคยชี้ถูก-ชี้ผิด...ชี้เป็น-ชี้ตาย...มามากต่อมากแล้ว...ผม กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ จึงเรียนมายังท่านเพื่อขอความเป็นธรรมจากท่าน ในคดี  “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ของนายสนธิ ลิ้นทองกุล”  กล่าวคือ ได้มีบุคคลกลุ่มหนึ่ง ไม่ทราบว่าเป็นใครบ้างไปถอนเรื่องออกจากศาลทั้ง ที่เรื่องต่าง ได้ดำเนินไปตามขั้นตอนแล้ว ผ่านขึ้นไปจนถึงศาลเพื่อพิจารณาพิภากษาแล้ว....แต่กลับมีผู้ทรงอิทธิพลกลุ่มหนึ่งไปบีบบังคับดึงเอาเรื่องออกจากศาลไป(โยนที้งเสีย) อย่างนี้ผมว่ามันไม่ถูกแล้ว ...เป็นสิ่งที่น่าสงสัยมากว่า กลุ่มคนที่ทำอย่างนี้ จะต้องมีอิทธิพลมาก และ อยู่เหนือกฏหมายจึงจะทำได้ ....มันแปลกดีนะ...ที่ในบ้านเมืองไทยที่ว่าเป็นประชาธิปไตยที่เจริญแล้ว แต่ยังมีผู้อยู่เหนือกฏหมายอยู่  คนในคณะนี้ มีผู้อยู่เหนือกฏหมายด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ จะทำให้เกิดความเป็นธรรมในบ้านเมืองได้อย่างไร ?....คนกลุ่มนี้ ทำเสียหายกับชาติบ้านเมืองมากนะครับ เรื่องอย่างนี้ มันมีมาเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว และได้ทำให้เรา คนไทยทั้งชาติ เสีย...”สิทธินอกอาณาเขต”....มาแล้ว....บัดนี้  คนกลุ่มนี้ ได้ทำการเรื่องนี้ขึ้นมาอีก เพื่อย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วอีก....เขาคิดอย่าไร ....เขาทำได้อย่างไร....ทำไมเขาจึงไม่เป็นกับชาติบ้านเมืองบ้าง....ทำไมเขาจึงไม่เห็นกับพี่น้องประชาชนคนไทย ที่จะต้องได้รับความเดือดร้อน จากความไม่ยุติธรรมในขบวนการยุติธรรมบ้าง.....มันอะไรกันนักกันหนาก็ไม่ทราบได้....ทำไมถึงไม่มีความคิดกันบ้าง....หัวหงอกกันไปตาม กันแล้ว....แก่จวนจะเข้าโรงอยู่แล้ว ยังไม่มีความคิดกันอีก....มัวแต่หลงระเริงกันอยู่ใน ลาภ ยศ สรรเสริญ......สุรา นารี ภาชี กิฬาบตัร กันหมด....มันจึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ทำไมจึงไม่ให้ ศาลพิภากษาตัดสินก่อน ว่า ถูก หรือ ผิด คดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวกับสถาบันระบับสูงของชาติ ซึ่งใครจะละเมิดมิได้ แต่ ทำไมคนกลุ่มนี้จึงถอนเรื่องของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพออกไปจากศาลได้ เขาทำได้อย่างไร ? ...สงสัย.......ว่าทำไมไม่ปล่อยให้ผู้พิภากษาออกนั่งบัลลังค์พิภากษาความผิด ตามที่อัยยการเสนอก่อน ว่าถูก-ผิดอย่างไร ....เรื่องนี้สำคัญมากนะครับท่านนายกฯ ครับ เพราะเป็นเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะละเมิดมิได้ ....ถ้าเรื่องนี้สอบแล้ว ได้ความว่า  การถอนคดีนี้ออกจากศาลอย่างไร้เหตุผล...ผมขอเรียนว่า...“ทุกคนที่ร่วนกันก่อคดีนี้ขึ้นจะต้องได้รับโทษสูงสุดทุกคนโดยไม่รอลงอาญา”...ทั้งหมด....ครับท่านตรงนี้ ขอหยุดไว้ก่อน...นะครับ  ท่าน

หันกลับไป พูดกันถึงเรื่องประชาธิปไตยกันดีกว่านะครับ...ผมขอตอบคำถามที่ว่า “ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดแล้วหรือ ? หรือระบอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ดีที่สุดแล้วจริงหรือ ? ....ดีกว่านะ ครับท่าน...คำตอบคือ :-

“ระบอบประชาธิปไตยนั้นถ้าใช้ คน หรือยึดถือคน เป็นหลักในการปกครองประเทศแล้ว จะเป็นระบอบการปกครองที่เลวที่สุด เมื่อคนที่ยึดถือ เป็นคนที่เลวที่สุด เช่นมาเฟียร์การเมือง เป็นผู้นำประเทศ หรือที่เราเรียกกันว่า “ทรราช” ให้เป็นผู้ปกครองประเทศ... สุด ของความชั่วช้าสามาร ของระบอบประชาธิปไตยก็จะเกิดขึ้น จะหาความยุติธรรมในบ้านเมืองไม่ได้ ความยุติธรรมจะกลายเป็นความพอใจของทรราชไป นั่นก็คือ

“ความยุติธรรมคือความพอใจของทรราช”

อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในประเทศที่มีการปกครองที่เกิดจากปากกระบอกปืน เขาทำกันอยู่.... คนจะกลายเป็นคนที่ไม่มีวินัย ไม่มีเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งที่ว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคือ ผู้ปกครองประเทศจะมีพฤติกรรมเยี่ยงโจร หรือเหมือนอย่างโจร  ดังที่เราเคยเห็นกันแล้ว ....นั่นก็คือ เหตุที่เกิดในบ้านเมืองนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับคน หรือ ผู้ปกครองประเทศ ว่าดีหรือเลวขนาดใหน ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็จะดีหรือเลวไปตามผู้ปกครองประเทศ...ไม่แน่นอน....ขึ้น ลง   ดีบ้าง เลวบ้าง  การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างนี้ราษฎรจะลำบากมาก จะถูกกดขี่ข่มเหงจากทรราช หรือ จากคนของทรราช...ขาดความยุติธรรมหรือไม่มีความยุติธรรม...”ในขบวนการยุติธรรม”...ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพอใจของทรราช ...สภาจะไม่เป็นสภา....สภาจะกลายเป็นสถานที่มัวสุมของคนของทรราช...ออกระเบียบ ออกกฏหมายบังคับประชาชน ให้กระทำการตามความพอใจของทรราชอย่างเดียว เช่นที่เราเคยเห็นกันมาแล้ว คือ การออกกฏหมาย “ห้ามประชาชนจับปลาตะเพียนในแม่น้ำมากิน เพราะทรราชชอบกิน สภาจะกลายเป็นสถานเริงรมภ์....เป็นที่มั่วสุมของคนชั่วหรือสมุนทรราชไป.....สภาจะกลายเป็นโรงแรมไป ใครต้องการเอาผัวเข้าไป ก็จะเอาเข้าไป...ใครต้องการเอาเมียเข้าไปก็จะเอาเข้าไป เข้าไปมั่วสุมกันในสภา แรกผัว แรกเมียกัน โดยไม่มีใครกล้าว่ากล่าว เพราะอิทธิพลทรราช...ทุกคนเลยหัวหดกันไปหมด ไม่มีใครเอาเรื่อง เอาราว ทุกคนต่างก็พยายามเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ปล่อยให้สมุนทรราช กระทำการอหังการกันได้อย่างเปิดเผย เต็มที่  นั่นละเมื่อใครต้องการเอาผัว-เอาเมืยเข้าไปสภา ก็เอาเข้าไปได้  ไปมั่วสุมแรกผัวแรกเมีย กันภายในได้ทุกรูปแบบ เหมือยหมาหมู่ อย่างไรอย่างนั้น....บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรไม่มีใครสนใจ เพราะตอนนั้น ขณะนั้น  ภัยมันยังมาไม่ถึงตัว ต่อมีภัยมาถึงตัวแล้ว จึงพากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน หนีไปหลบอยู่ในพงหญ้าใต้สพานท่าน้ำวัด เหมือนคนไม่มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนที่เคยเป็นผู้ปกครองประเทศเหลืออยู่....ไม่คิดสู้ คิดแต่จะหนีๆ  แล้วก็หนีจนหัวซุกหัวซุ่ม เหมือนหมาข้างถนน หนีพวกเทศบาลจะมาจับไปฆ่าอย่างใดอย่างนั้น .....นั่นคือ เรื่องราวต่าง ที่เคยเกิดมาแล้ว ก่อนกรุงแตก ครั้งที่ 2 เมื่อ ปี ..2310

กับระบอบประชาธิปไตยอีกรูปแบบหนึ่งที่ทุกคนยึดถือกฏหมายเป็นหลักในการปกครองประเทศ...อันเนื่องมาจากว่า “กฏหมาย” ผันแปร อ่อนไหวไม่ได้...และได้ถูกกลั่นกรองมาอย่างดีแล้ว แล้วจึงใช้ปกครองประเทศ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยยึดถือกฏหมายเป็นหลัก ในกรณีย์นี้ จะทำให้ ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองอย่างถาวรมั่นคง....สม่ำเสมอ และต่อเนื่อง เพราะการยึดถือกฏหมายเป็นหลัก จะทำให้ประชาชนพลเมืองเป็นคนมีวินัย มีเกียรติ มีศักศรีแห่งความเป็นคน สมบูรณ์แบบ แยกแยะ ความเป็นคนกับความเป็น....”สัตว์หน้าขน”...ออกจากกันได้อย่างชัดเจน ไม่เหมือนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ถือคนเป็นหลักในการบริหารประเทศตามที่กล่าว.....บ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ใช้....”กฏหมาย”...เป็นหลัก  ประชาชนพลเมืองจะอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข....มีความเท่าเทียม และเสมอภาคกันตามสภาพของธรรมชาติของมนุษย์ที่พึงมี-พึงได้  มีสิทธิ์ มีเสียงเท่าเทียมกันในการปกครองบ้านเมือง นั่นคือ อำนาจอธิปไตย จะมาจากประชนของประเทศนั้น ทั้งประเทศ คือ   “หนึ่งคน  หนึ่งเสียง”  โดยจะให้ หรือ/คือ ยอมให้มีอำนาจอื่นเข้าแทรกแซงมิได้....ยึ่งถ้าประเทศไหนมีคนชั้นกลาง คือ คนที่มีฐานะพออยู่ได้ด้วยตัวเองมากกว่าคนที่มีเงินมีทองมาก กับ คนหาเช้ากินค่ำ ที่ชักหน้าไม่ถึงหลังด้วย ...ยิ่งจะทำให้ ประเทศชาตินั้น จะเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะคนชั้นกลางคือตัวจักรสำคัญในการเพิ่มผลผลิดของสินค้าและบริการ ซึ่งจะสร้างเศรษฐกิจให้เจริญรุดหน้าได้อย่างรวดเร็วมาก ....ผิดกับชาติที่มีแต่คน รวย และคนจน เพราะคนจนต้องอาศัยคนรวย คนรวยมาก คือ คนที่มีอำนาจนาก คนจนจะเป็นเครื่องมือของคนรวย หรือคนที่มีอำนาจมาก เป็นปากเป็นเสียงให้คนรวย หรือ คนที่มีอำนาจเงินนาก...คนจนจะทำตัวเป็น พวก “นายว่าขี้ข้าพลอย พวกนายว่าขี้ข้าพลอนนี้ ถ้ามีตำแหน่งหน้าที่การงานดี สูงหน่อน ส่วนมากจะไส่เสื้อนอก นั่งอยู่ในหน่วยงานต่าง มากมายดูน่าเชื่อถือ...แต่ขาดศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนของตนเอง เมื่อขาดศักศรีแห่งความเป็นคน คนนั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจาก สัตว์หน้าขน เช่นวัว-ควาย ที่คอยให้เขาสนสะพายเดินไปตามทางที่ ผู้เป็นนานจูง จะจูงไป ขึ้นเขาลงห้วย ก็ต้องไป แม้แต่ เดินเข้าโรงฆ่าสัตว์ เพื่อให้เขาเอาไปฆ่า เอาเนื่อมากิน ก็ต้องไป ....กล่าวคือ ไปทุกแห่ง ที่ผู้มีเงิน คน นั้นจะพาไป จึงทำให้เป็นที่น่ารังเกียจของประชาคมโลกผู้เจริญแล้วทั่วไป ที่เขาจะไม่คบคนชั่ว คนล้นละลาย และคนไร้เกียรติ คือ เขาจะไม่คบ คนที่เป็นอนารยชน ...เมื่อมีคนประเภทนี้มากขึ้น คือ คนประเภท “นายว่าขี้ข้าพลอย”...มากขึ้น บ้านเมืองก็จะหาความสงบสุข...หาความยุติธรรมในบ้านเมืองไม่ได้.... กระบวบการยุติธรรมจะขึ้นอยู่กับความพอใจของทรราช เช่น พระเจ้าเสือ ไปบังคับเอาลูกสาวชาวบ้านตัวเล็ก ที่ยังไม่มีประจำเดือนมา กระทำชำเลา เด็กคนใหนทนได้ก็ปล่อยไป เด็กคนใหนทนไม่ได้ก็ใช้เท้ากระทืบจนตาย เช่นนี้เป็นต้น ....ในเมื่อคนจนเหล่านี้ต้องไปคอยรับใช้คนรวย ให้คนรวย หรือ คือ ผู้มีอำนาจเงินพาไปได้ทุกหนทุกแห่ง แม้แต่พาไป ปล้นทำเนียบรัฐบาลก็ยังไป พาไปล้อมสภาเพื่อไม่ไห้สภาทำงานได้ก็ยังไป ไปแล้วก็แจกจ่าย ให้บางคน ถือลูกละเบิดปิงปองไว้ป้องกันตัว เมื่อตำรวจเข้าผลักดัน ก็ยังรับไว้ แต่เมื่อตำรวจใช้แกสน้ำตายิงไป “ตกใจ” เพราะไม่เคยเห็น วิ่งหนี ทำระเบิดตก เพื่อน ข้างหลังไม่ทันเห็น วิ่งไปเหยียบ ระเบิดขาขาด บางคนรู้เท่าไม่ถึงการถือระเบิดปิงปองสองไม้สองมือวิ่งหนีแกสน้ำตาของตำรวจวิ่งไปชนเพื่อน ระเบิดปิงปองในมือข้างหนึ่งระเบิดมือขาด ส่วนอีกมือหนึ่งยังถือระเบิดอยู่ก็ยังมี ๆ มากจนบางคนถึงตัวตายก็มี...ก็ยังไป ....ดังนั้น จะเห็นว่า การที่ปล่อยให้มีช่องว่างในการบริหารประเทศระหว่างคนรวย และคนจน มากนัก ก็จะไม่ทำให้เกิดผลดีกับระบบอบประชาธิปไตย มากนัก...นอกเหนือไปจากการสร้างผลิดผล หรือ ผลิดพันธ์ต่าง จึงทำไม่ได้ หรือได้แต่ก็น้อย .....ครับท่าน....นี่ละครับท่าน ....คือ คำตอบของคำถามที่ว่า ...”การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้นั้น ดีที่สุดแล้ว...จริงหรือ ?”...จริง หรือไม่จริง...ก็อยู่ที่ท่านจะเลือกปฏิบัติเอาเอง นะครับ ....ท่าน

*********************************

ตอนที่ 5

ที่มาของระบอบประชาธิปไตย

*******************

 

ที่มาของระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนี้มีขึ้นในยุโรป เมื่อประมาณ 340 ปี ก่อน คริสต์กาลหรือ ประมาณ 2350มาแล้วครับ....กล่าวคือ ความคิดนี้เป็นความคิดของ อริสโตเติล (Aristotle) และเพลโต(Plato)ที่มีความเห็นสอดคล้องกัน และขัดแย้งกันบ้างในบางแง่มุม ....นะครับ    ตอนนี้เรามาดูรายละเอียดกันบ้างนะครับว่ามีความเป็นมากันอย่างไร....ไปเลยครับ ...เริ่มที่ กรีก(Greek)ก่อน.

 5.1  กรีก(Greek) นั้นเป็นประเทศ หรืออาณาจักร ที่แปลกไปจากประเทศต่าง ทั้งหลายในขณะนั้น กล่วคือเป็นประเทศที่ไม่ได้เป็อันหนึ่งอันเดียวกันอย่างอาณาจกัรทั้งหลาย แต่ประกอบไปแล้วรัฐเล็ก ๆ ที่เราเรียกว่า “ นครรัฐ” (City State)    คำว่า กรีกนี้ ไม่ใช่ชื่อของประเทศที่ชาวกรีกตั้งขึ้น ชื่อที่ชาวกรีกเรียกตัวเองนั้นคือ “ประเทศเฮลลาส” (hellas) และเรียกประชาชนชาวเฮลลาสว่า  “ชาวเฮเลียน” (Hellenes) แต่คำว่า “ Greek” นั้นเป็นคำที่ชาวโรมัน เรียกขานชาว “เฮเลียน” .....และก็เรียกกันมาจนถึงทุกวันนี้

ชาวเฮเลียน หรือ กรีก นั้นเชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเหนิดวิชาปรัชญาแก่โลกตะวันตกใว้มาก  ปรัชญากรีก เจริญถึงขีดสุดในระยะที่อารยะธรรมของกรีก โดยทั่ว ไป กำลังอยู่ในระยะเสื่อม คือตั้งแต่สมัยเริ่มสงคราม... “แพลอปปอนเนเชีย”(Paloponasia)

5.2  โซเครตีส (Socrates)  โซเครตีส ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งปรัชญา มีชีวิตอยู่ในระหว่าง   469 – 388 ปีก่อนครีสต์กาล ได้ทำการสั่งสอนสานุศิษย์โดยมิรู้เหน็ดเหนื่อย หรือหวังผลตอบแทนได โซเครตีสเองไม่ได้ตั้งตนเป็นครูสั่งสอนผู้อื่น  แต่ถือว่าตนเป็นผู้แสวงหาความรู้ เช่น เดียวกันสานุศิษย์ทั้งหลาย วิธีการของโซเครตีส คือชักชวนให้คนขบคิดปัญหาต่าง โดยฉะพาะอย่างยิ่งทางศิลธรรมจรรยา โดยให้สานุศิษย์โดยลำดับคำตอบอย่างมีเหตุผลทีละขั้น จนในที่สุดสรุปได้คำตอบที่ถูกต้อง จากคำถามคำตอบนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจด้วยตนเองว่าความคิดของตนนั้นตึ้นลึกหนาบางเพียงไรมีเหตุผลเพียงไรเป็นการก่อให้เกิดความรู้และฝึกฝนสติปัญญา....โซเครตีส...สอนว่าความมั่งคั่ง อำนาจ ความสำเร็จ ความเป็นจักรวรรดินั้น มีความสำคัญน้อยกว่าความดีของแต่ละคน เขาสั่งสอนสานุศิษย์ว่า คนเราแต่ละคนถ้ามีความซื่อสัตย์และประพฤติอยู่ในศิลในธรรมอันดีแล้ว ย่อมป็นบุคคลที่ฉลาดที่สุดในสายตาของเขา...ดังนั้นโซเครตีส จึงได้กลายเป็นแพะรับบาปไปเมื่อ เอเธนส์แพ้สงครามกับสปาต้าใน 404 ปีก่อนคริสต์กาล เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าไปเสี้ยมสอนให้เด็กหนุ่มชาวเอเธนต์มีปฏิกริยากับความคิดของผู้สูงอายุและผู้เรืองอำนาจ เขาถูกบังคับให้กลืนยาพิษสังหารตัวเอง

วิชาปรัชญาการเมืองได้รับความสนใจจากปราชญ์ของกรีกมาก หลังจากสงคราม “แพลอปปอนเนเชียน” การจลาจลวุ่นวายในกรีกในระยะหลังนี้  ทำให้คนหันไปสนใจว่า จะจัดระบบการเมืองการปกครองอย่างไรจึงจะหลีกเลี่ยงความวุ่นวายนี้เสียได้ในอนาคต....และนักปรัชญ์ของกรีก 2 ท่าน  คือ เพลโต  และ อริสโตเติล  ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้แตกต่างกันถึงการที่จะทำให้ความสงบสุขเกิดขึ้นได้ในสังคมมนุษย์.

5.3 เพลโต (Plato) เพลโตเป็นชาวเอเธนต์มีชีวิตอยู่ระหว่าง 427 – 347 ก่อนคริสต์กาลโดยประมาณ เป็นสานุศิษย์คนสำคัญของโซเครตีส ได้เขียนชีวประวัติและงานของโซเครตีสด้วยภาษากรีกมีสำนวนไพเราะสละสลวย ไว้มากมาย พร้อมทั้งแทรกความคิด ของเขาในส่วนที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง และการศึกษาในรูปบทสนทนา (Dialogues)  เพลโตได้เดินทางไปเที่ยวในที่ต่าง ในบริเวณเมดิเตอรเรเนียน เมื่อกลับมาเอเธนต์ ได้ตั้งโรงเรียนขึ้นตรง โรงฝึกพละ ใกล้ กับเมืองเอเธนต์นั้น โรงพละนั้นมีชื่อว่า  “อะเคเดเมีย” (Academia)....ส่วนโรงเรียนของเพลโต ชื่อ “อะเคเดมี”(Academy) ความคิดเห็นทางการเมืองของเพลโต เท่าที่แสดงไว้ในหนังสือเรื่อง...”รีพับลิค”(Republic)….เพลโตมีความเห็นว่ากุญแจที่จะนำสังคมมนุษย์ไปสู่ความสงบสุขได้ก็คือ ...”การที่ผู้ปกครองประเทศเป็นผู้มีความรู้” ในความเห็นของเพลโต ยังเห็นต่อไปอีกว่า ชนชั้นปกครองนี้มิได้มีภาระหน้าที่ บริหารกิจการของรัฐไปวันหนึ่ง เท่านั้น แต่จะต้องมีส่วนสร้างเสริมคุณภาพในทางจิตใจด้วย  รัฐที่ชอบธรรมที่มีความสุขสมบูรณ์นั้น มิใช่รัฐที่จะเจริญก้าวหน้าทางวัตถุเท่านั้น  แต่จะต้องเจริญทางจิตใจด้วยอีกทางหนึ่ง  ผู้ปกครองที่มีความรับผิดชอบมากเช่นนี้ นอกจากจะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางการปกครองแล้ว ยังจะต้องมีคุณสมบัติทางศิลธรรมอีกด้วย จะต้องจัดตั้งการปกครองโดยมุ่งหมายถึงประโยชน์ส่วนรวม คือ เพื่อความสุขของผู้อยู่ใต้ปกครอง ผู้ปกครองที่ทำหน้าที่ของตนโดยสมบูรณ์ เพลโตให้ชื่อว่า ...”ราชาผู้ทรงความรู้” หรือ   “ราชาผู้เป็นปราชญ์”  (Philosopher King) ....สรุปความเห็นของเพลโตว่า ....”การปกครองที่ดีที่สุดนั้นจะต้องเป็นการปกครองโดยชนส่วนน้อย”  แต่ชนชั้นปกครอง(Aristocracy) นี้จะต้องเป็นชนส่วนน้อยที่มีสติปัญญา....แต่ในหนังสือเรื่อง”รัฐบุรุษ”(Stateman) เพลโตยอมรับว่า ผู้ปกครองที่มีความรอบรู้สูงสุด....ราชาผู้ประเสริฐเป็นสิ่งที่จะหาไม่ได้...เมื่อเป็นเช่นนี้  เพลโตจึงยกย่องว่า “กฏหมายมีความสำคัญสูงสุด”..... เพราะกฏหมายเป็นเครื่องแสดงออกของประสพการณ์ และความรอบรู้ของมนุษย์....กฏหมายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ผู้ปกครองปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยมุ่งถึงประโยชน์ส่วนรวม มิใช่ประโยชน์ส่วนตัว...เพลโตไม่มีความเห็นด้วยเลยกับระบบการปกครองโดยประชาชนส่วนใหญ่ที่ เคลสตินิส(Cleishenes) และ เพริคลิส(Pericles)  มาดัดแปลงจากรากฐานที่ “โซลอน” วางเอาไว้

5.4 อริสโตเติล(Aristotle)  เกิดที่แคว้นแทรคมีชีวิตอยู่ระหว่าง 384 – 322 ปีก่อนครีสต์กาลได้เคยศึกษาอยู่ในโรงเรียนอะเตเดมีของเพลโต เป็นเวลา 18 ปี และได้เคยถวายการศึกษาแก่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ แห่ง “มาซิโดเนีย”  เป็นเวลาถึง 4 ปี เมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ขึ้นครองราชแล้ว อริสโตเติล จึงได้กลับไปเอเธนส์ ได้ตั้งโรงเรียน ลีเซียม (Lyceum) ขึ้นใกล้ กับกรุงเอเธนส์

อริสโตเติล เป็นผู้ที่สนใจในวิชา แทบทุกแขนง  และได้เขียนหนังสือที่เกี่ยวกับวิชาความรู้เหล่านั้น เช่น คณิตศาสตร์  ฟิสิกค์ ดาราศาสตร์ พฤษศาสตร์ รัฐศาสตร์  ตรรกวิทยา วิชาวาทศิลป์  วิชา ชีววิทยาและอื่น อีกมาก   อริสโตเติลไดรับการยกย่องว่าเป็นผู้มีมันสมองที่รอบรู้ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งศาสตร์สมัยใหม่” ....ส่วน เพลโต  ได้สมญาว่าเป็น  “บิดาแห่งวิชาปรัชญาสมัยใหม่”

ทั้งเพลโต และ อริสโตเติล มีความเห็นตรงกันในข้อที่เชื่อว่า  ....” รัฐหรือสังคมการเมือง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เพราะมนุษย์มีความต้องการที่จะอยู่ร่วมกัน   และปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือ ปัญหาการจัดระเบียบ ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในสังคนการเมืองนี้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะขจัดมิให้มีความขัดแย้งกัน .....เพลโตมีวิธีขจัดข้อเสียของสังคมมนุษย์ โดยพยายามเลือกเฟ้นหาบุคคลพิเศษจำนวนน้อยที่สุด ที่มีคุณสมบัติดี เป็นผู้ปกครอง (Guardian)    เพื่อให้ผู้ปกครองที่มีคุณธรรม มาใช้อำนาจแก้ใขปัญหาของสังคม....

 

แต่ในความเห็นของอรีสโตเติล...สังคมที่ดี คือ สังคมที่ทุก คนรู้สึกเป็นมิตรกัน และความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นได้ในเมื่อสมาชิก ของสังคม ทุก คน รู้สึกว่า มีฐานะเท่าเทียมกัน  ....ความเสมอภาคในทรรศนะของอรีสโตเติลนี้ มิได้หมายถึง ความเท่าเทียมกันในทุก ด้าน  แต่หมายความว่าความยุติธรรมตามส่วน (Distributive Justice)  ทุกคนมีฐานะเป็นราษฎรที่เท่าเทียมกัน  แต่ สติปัญญาย่อมมีไม่เท่ากัน  เพราะฉะนั้นหน้าที่ ที่จะได้รับก็ย่อมแตกต่างกันออกไป และ เกียรติที่ได้รับมากมายเพียงได ก็ต้องขึ้นอยู่กับหน้าที่ ปฏิบัติ  ว่าจะอำนวนประโยชน์ให้สังคมเพียงใด ซึ่งขึ้นอยู่กับสติปํญญาและความสามารถของบุคคล....อริสโตเติล  ชี้แจงว่า ...”ราษฎรสามัญแต่ละคน อาจจะไม่มีสติปัญญาพอที่จะรับผิดชอบในการบริหาร...ไม่สามรถพิจารณาปัญหาต่าง ด้วยตนเองได้ ถึงแม้ว่าราษฎรที่มีจำนวนมากเหล่านี้มารวมกัน แต่ก็จะทำให้เกิดปัญหาร่วมซึ่งจะนำไปใช้คิด  พวกที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี ที่มีการศึกษาสูง มีประสบการณ์มากกว่า เข้ามาทำหน้าที่บริหาร   ...โดยวิธีนี้อำนาจทางการเมือง(Political Control) จึงอยู่ในมือของราษฎรส่วนใหญ่ และผู้ที่ใช้อำนาจในการปกครองก็ใช้อำนาจนี้ โดยความยินยอมของประชาชน(Government by Consent) นอกจากนี้ อรีสโตเติล ยังมีความเห็นอีกว่า รัฐควรจะมีความระมัดระวังความขัดแย้งในเรื่องเศรษฐกิจอีกด้วย และรัฐที่มั่นคงควรมีชนชั้นกลาง มากกว่าชนอีก 2 ชั้น คือคนมั่งมีและคนยากจน...อริสโตเติล เชื่อว่า การยึดหลักสายกลาง (Moderation) สังคมจะเป็นสุข  ถ้าในสังคมมีแต่คนมั่งมีและคนจนในสังคมก็จะมีแต่นายกับบ่าว รัฐจะไม่เป็นรัฐของเสรีชน แต่เป็นรัฐของทาสกับนาย และ จะเป็นรัฐที่ดีไปไม่ได้  ดังนั้นรัฐที่ดีจึงควรมีชนชั้นกลางมากกว่าคนมั่งมีและคนจน เพื่อคอยถ่วงดุลย์อำนาจแห่งสังคม.

อริสโตเติล ไม่เห็นด้วยกับเพลโตที่ว่า “การปกครองที่ดีที่สุดนั้น คือระบบที่ให้อำนาจในการปกครองขึ้นอยู่กับตัวบุคคล”....เพราะการกระทำของบุคคลขึ้นอยู่กับเหตุผลและอารมณ์...ถ้าให้อำนาจสูงสุดอยู่กับบุคคล อาจจะทำให้การใช้อำนาจนั้นไม่เป็นไปตามกฏเกณฑ์เสมอไป....ดังนั้นในทรรศนะของอรีสโตเติล   การปกครองที่ดี จะต้องใช้กฏหมาย มิใช่ตัวบุคคลเป็นหลัก ....เพราะกฏหมายเกิดจากเหตุผลของความคิดอย่างรอบคอบ และ สมดุลย์...กล่าวโดยสรุป ...”อรีสโตเติล เชื่อว่าการปกครองที่ชอบธรรม ในรูปที่เรียกว่า ..”Demoscracy” (ประชาธิปไตย)...ถือว่าอำนาจการปกครองอยู่กับคนหมู่มากที่ใช้อำนาจของตนเองตามกฏหมาย”

เพื่อนพ้อง...น้องพี่ ที่รักทั้งหลายครับ....เรื่องข้างบนเป็นเรื่อของประชาธิปไตย ที่เกิดขึ้นในยุโรป เมื่อ ประมาณ 2350 ปีมาแล้วเป็นครั้งแรก แล้วเขาก็แก้ใขกันมาเลื่อย จนมาถึงศตวรรษที่ 17 -18  หรือ อีกประมาณ 600 ปีต่อมา ชึ่งเป็นยุกแห่งการปฏิวัติภูมิปัญญา(The Intellectual Revolution) ขึ้นในยุโรป ทั้งนี้คงอาจจะเนื่องมาจาก ความไม่ได้ผลสมความมุ่งหมายในระบบการเมือง ที่ใช้กันอยู่ในระยะนั้น ทั้ง ที่มันผ่านมมาเป็นเวลา 5-6 ร้อยปีเข้าไปแล้ว ....ในตอนนั้นได้มีนักคิด นักค้นมากมายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในการที่จะมีการแก้ใขระบอบประชาธิปไตยกัน แต่คนเหล่านั้น เขาคิด ไม่เหมือนกับคนไทยที่กำลังคิดกันอยู่ในขณะนี้....คนไทยที่คิดกันอยู่ในขณะนี้ ใช้หลักการคิดโดย... “ยึดตัวบุคคลเป็นหลัก”....คือคิดเพื่อเปลี่ยแปลงการปกครองเพื่อตามใจนายเหนือหัวที่เป็นบุคคลธรรมดา และมันก็เป็นเช่นนี้มาตลอดระยะเวลา ตั้งแต่ปี .. 2475 เลื่อยมา เพียงไม่กี่ปีนี้เอง ก็ยุ่งยากวุ่นวายเหลือคนานับแล้ว....ทางยุโรป เขาก็แก้ใขความบกพร่องในเรื่องการบริการการเมืองเหมือนกัน แต่เขายึด...”กฏหมาย”...เป็นหลักในการแก้...แก้ตามตามความวุ่นวายของคนในสังคมที่เกิดขึ้นจริง และเพื่อให้สังคมสงบสุข.....ไม่ได้แก้ตามใบสั่ง เหมือนบ้านเรา เพื่อให้กลุ่มอิทธิพลเข้าหาประโยชน์จากภาษีอากรของประชาชนอย่างแน่นอนตายตัว .....ที่ว่าแก้ตามใบสั่งนั้น คงจะเป็นใบสั่งที่อีกาคาบมาทิ้งไว้ที่สะพานมัฆวาลหรือไม่ ก็ไม่อาจจะทราบได้...มิฉะนั้นฝ่ายกบฏ ไปเอาระบบ ..”30-70”  มาจากใหน ....ระบบ 30 -70 เป็นระบบเผด็จการชัด ....ประชาชนทั้งเมืองไทยเขารับไม่ได้ เพราะเขา...คิดถึงวีระชนผู้สละชีวิตเพื่อประชาธิปไตยไปแล้ว....ถ้ายอมรับ กลับไปใช้....”ระบบเผด็จการ(ทหาร ?)”...อีกก็เท่ากับ เรา ประชาชนชาวไทย ขณะนี้ ได้ทรยศกับดวงวินญาณของวีรชนกันทั้งหมด ...เพราะฉนั้น ประชาชนเขาจึงยอมรับไม่ได้แน่ ...ครับ

กฏหมายไทยมีช่องว่างมากมาย อยู่ขณะนี้ ความวุ่นวายในบ้านเมืองจึงเกิดขึ้นไม่รู้จักจบจักสิ้น....เอา...น่าเบื่อหน่าย นะครับท่าน ......ทิ้งไว้เท่านี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ ก่อนที่จะเสนอมายังท่านผู้เกียวข้องว่าขณะนี้เราจะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร ? จึงจะเป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ที่ใช้แล้วไม่เกิดปัญหากับบ้านเมือง เหมือน รัฐธรรมนูญ จากปากกระบอกปืน ปี ..2550.....(รัฐธรรมมูญ ปี 2550 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่จะใช้ปกครองบ้านเมือง หรือใช้บังคับประชาชนชาวไทยได้นะครับ ...เพราะไม่ได้ออกโดยประชาชน จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ ไม่ชอบธรรม )....ดูเหตุการณ์ในยุโรปกันต่อดีกว่านะครับ…

เพื่อนพ้องน้องพี่ที่รักทั้งหลาย...ครับ....ที่มาของความก้าวหน้าทางภูมิปํญญาในศตวรรษที่17 – 18 เป็นความคิดที่นำมาก่อให้เกิดความเจริญ ทางด้านสังคมการเมืองก็มี ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของยุโรปก็มี...... ความมั่งคั่งของคนชั้นกลางและการขยับฐานะของชนชั้นต่ำ ความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ ที่ถ่ายทอดมาจากแดนต่าง นอกทวีปยุโรป หลังจากที่ยกกองทัพออกไปทำสงคราม “ครูเสด” 8 ครั้ง ระหว่าง ..1096 ถึง ..1270 .....ซึ่งลักษณะการปฏิวัติทางภูมิปัญญาออกมาในรูป ปรัชญา และ วิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่....ในยุคแห่งการปฏิวัติภูมิปัญญาในศตวรรษที่17 – 18 นี้มีนักปรัชญามากมายได้ออกมาให้ข้อคิดไว้มาก ในการที่จะนำสังคมและการเมืองของยุโรปไปสู่ความทันสมัยยิ่งขึ้น นักปราชญ์ เหล่านั้นก็มีเช่น เรอเน่เดส์ คาร์ท(Rene Descartes : ..1596 – 1650) ....เซอร์ไอเซค นิวตัน ....โธมัส ฮอบส์(Thomas Hobbes) ... แต่ที่น่าสนใจในทางการเมืองคือ

5.5 จอนห์ ล็อก (John Locke ; .. 1632 – 1704 ) ผู้สร้าง...”ทฤษฎีเสรีนิยมทางการเมือง”  ขึ้นมา

ทฤษฎีเสรีนิยมทางการเมืองของ จอนห์ ล็อก ส่วนใหญ่มาจากหนังสือ เรื่อง “The Two Treatises of Civil Government ..1690 ของเขา ล็อกยืนยันว่า  เดิมมนุษย์เกิดมามีอิสรภาพและความเสมอภาคอย่างสมบูรณ์ กฏหมายก็มีแต่เป็นกฏหมายของธรรมชาติ ซึ่งทุกคนใช้ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิอันเกิดตามธรรมชาติ ในเรื่องชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สมบัติ ต่อมามนุษย์ก็เกิดความไม่สะดวกที่จะอยู่ตามภาวะธรรมชาติ เพราะทุกคนพยายานใช้สิทธิของตนให้เกิดความสับสนวุ่นวาย  เมื่อเป็นเช่นนี้มนุษย์จึงได้ตกลงพร้อมใจจะสถาปนารัฐบาล และยินยอมมอบอำนาจบางประการให้รัฐบาล แต่มิใช่จะให้เป็นรัฐบาลที่เด็จขาด(เด็จขาด คือ เผด็จการ)ประชาชนจะมอบแต่อำนาจบริหารรัฐตามกฏหมายของธรรมชาติเท่านั้น เมื่อรัฐเป็นแต่เพียงผู้รับอำนาจจากสมาชิกในรัฐ รัฐจึงจะมีอำนาจหน้าที่เกินกว่าอำนาจหน้าที่อันสมาชิกของรัฐได้เคยมีอยู่ตามภาวะธรรมชาติ ก่อนที่เขาทั้งหลายจะร่วมใจกันสร้างสังคม และรัฐบาลขึ้นมาไม่ได้ ถ้าหากรัฐบาลได้ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือเกินกว่าอำนาจหน้าที่ ได้รับมอบหมายไว้ในสัญญาทางการเมืองที่ทำไว้กับประชาชน รัฐบาลนั้นก็คือทรราช และประชาชนก็มีสิทธที่จะยกเลิก หรือต่อต้าน หรือล้นล้างรัฐบาลนั้น ได้โดยชอบธรรม.

การประณามลัทธิเด็จขาด (Absolutism) ของล็อค   ล็อคประณามลัทธิเด็จขาด(เด็จขาด คือ เผด็จการ)ในการปกครองทุกรูปแบบ เขาปฏิเสธอำนาจของรัฐที่จะบุกรุกสิทธิตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเท่าใดก็ตาม จะไม่สามารถริดลอนอิสรภาพในการพูด และจะยึดหรือแจกแจงทรัพย์สมบัติของเอกชนได้ (เช่นการสร้างหลักฐานเพื่อยึดทรัพย์คุณทักษิณ หรือเปล่า? )  ล็อกสนใจในเรื่องการให้ความคุ้มครองเสรีภาพส่วนบุคคล มากกว่าการสนับสนุนความมั่นคงต่อความก้าวหน้าในสังคม   ถ้าถูกบังคับให้เลือกเขาคงจะพอใจเลือกเอาความเลวร้ายในการไม่มีรัฐบาลมากกว่าระบบทรราชในรูปแบบใด ก็ตาม.

อิทธิพลของ จอห์น ล็อค  จอห์น ล็อคเชื่อว่า รากฐานอันแท้จริงในการกำเหนิดของรัฐ และการที่มีรัฐบาล ก็เพื่อป้องกันชีวิต เสรีภาพ   และทรัพย์สมบัติของประชาชน ตราบใดที่รัฐทำหน้าที่ป้องกันชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สมบัติของประชาชน อยู่โดยถูกต้องตามกฏหมายแล้ว ประชาชนจำเป็นต้องเชื่อฟังรัฐบาล เพื่อที่จะให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่  แต่ถ้าเมื่อใดรัฐบาลเข้ามาร่วงละเมิดสิทธิของประชาชน เช่น เสรีภาพ หรือทรัพยสมบัติแล้ว ก็จะต้องถือว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย และประชาชนมีสิทธิที่จะล้มล้างรัฐบาล และสามารถตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่โดยถูกต้องตามกฏหมาย อิทธิพลของ จอห์น ล็อค นับเป็นรากฐานทางภูมิปัญญาของการปฏิวัติของอเมริกัน ใน .. 1776 และชาวฝรั่งเศส ใน ..1789  และยังมีอิทธิพลต่อการร่างรัฐธรรมนูญของหลายชาติในยุโรป และสหรัฐอเมริกา.

5.6 ทฤษฎีเสรีนิยมในทางการเมืองของวอลแตร์ (Voltaire, 1694 – 1778) ในฝรั่งเศส วอลแตร์และมองเตสกิเออ (Montesquieu, 1694 – 1755)  เป็นผู้นำในทฤษฎีนี้  วอลแตร์ชิงชังในศาสนาคริสเตียนสมัยกลางว่า เป็นสัตรูที่เลวที่สุดของมนุษยชาติ รองลงมาก็คือการปกครองแบบทรราช เขาได้รับอิทธิพลจาก ล็อค ไว้มาก และมีทัษนะเช่นเดียวกับล็อคว่า รัฐบาลเป็นสิ่งชั่วร้ายที่จำเป็นต้องมี  (Government as a Necessary Evil) อย่างจำกัดอำนาจ วอลแตร์ได้ต่อสู้มาตลอดชีวิตว่า    มนุษย์ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน ในเสรีภาพ  ทรัพย์สมบัติ และการได้รับความคุ้มครองทางกฏหมาย แต่วอลแตร์ไม่ใช่นักประชาธิปไตย เขาต้องการกษัตริย์ผู้ทรงรู้แจ้ง หรือสาธารณรัฐที่ชนชั้นกลางมีอำนาจมากที่สุด ในการปกครองรัฐ ในอุดมคติของเขา เช่นเดียวกับเพลโต และอรีสโตเติล.

5.7 อิทธิพลของมองเตสกิเออ (Montesquieu ; ..1694 – 1755)  มองเตสกิเออเป็นนักคิดที่เด่นในศตวรรษที่18 เขาเชื่อว่า   สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์จะมีอิทธิพลต่อสังคม ซึ่งจะมีผลต่อรูปแบบของสถาบันทางการเมือง สังคม รวมทั้งลักษณะของกฏหมายต่าง ที่ควบคุมกลไกของสังคม มองเตสกิเออ