ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




ความจริงก็คือความจริง 4

ความจริงก็ต้องเป็นความจริง 4

 

Capt.Adisai Balayananda. M.Mnr.

Sat,Jun  06,2009

 

กบฏ พ.ศ. 2475

.................

เวลประมาณ 0530 ของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์กรมพระนครสวรรควรพินิจ ได้กล่าวกับ พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธ์ ว่า

“ตาวัน แกเอากับเขาด้วยหรือ ?...นี่นัมเป็นกบฏนะ

ผมเลยเรียกเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า “กบฏ ..2475” ตามพระองค์ท่านไปด้วย

ซึ่งถูกต้อง

....................

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เราได้เห็นชัด ว่า  “ความประมาท คือ หนทางแห่งความตาย” ซึ่งเป็น

....................

ที่มาและต้นกำเหนิดของอมาตยาธิปไตย

...........................

ประกาศคณะราษฏร

ฉะบับที่ 1

ลงวันที่ 24 มิถุนายน ..2475

..................................

ราษฏรทั้งหลาย

เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราษสมบัติสืบจากพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฏรบางคนได้หวังกันว่า   กษัตริย์องค์ใหม่นี้คงจะปกครองราษฏรให้ร่มเย็น  แต่การก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังไม่   กษัตริย์ก็คงทรงอำนาจเหนือกฏหมายอยู่อย่างเดิม   ทรงแต่ตั้งญาติวงค์ และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงค์ตำแหน่งที่สำคัญ   ไม่ทรงฟังเสียงราษฏร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต   มีการรับสินบน ในการก่อสร้าง ซื้อของใช้ในทางราชการ  หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน  ผลาญเงินของประเทศ   ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฏร   กดขี่ข่มเหงราษฏร   ปกครองโดยขาดหลักวิชชา   ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถกรรมดังจะได้เห็นจากความตกต่ำทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากิน   ซึ่งราษฏรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว   รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฏหมาย มิสามารถแก้ใขให้ฟื้นขึ้นได้ 

การแก้ใขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์นี้มิได้ปกครองประเทศเพื่อราษฏร ตามที่รัฐบาลอื่น ได้กระทำกัน   รัฐบาลของกษัตริย์   ได้ถือเอาราษฏรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่า ไพร่บ้าง  ข้าบ้าง)   เป็นสัตว์เดรฉานไม่นึกว่าเป็นมนุษย์   เหตุฉะนั้นแทนที่จะช่วยราษฏรกลับพากันทำนาบนหลังราษฏร    จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้น  เอามาจากราษฏรนั้น   กษัตริย์ได้หักเอาใว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน   ส่วนราษฏรซิกว่าจะหาได้แม้แต่เล็กน้อยแทบเลือดตากระเด็น   ถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใด   ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์ หรือใช้งานโยธา   แต่พวกเจ้ากลับนอกกินกันเป็นสุข  ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเท่าประเทศนี้   นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน   ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว

รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฏร   มีเป็นต้นว่า หลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากิน อย่างโน้นอย่างนี้   แต่ครั้นคอย ก็เหลว   ไปหาได้ทำจริงจังไม่มิหนำซ้ำ กล่าวคำหมิ่นประมาทราษฏรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กินว่า  ราษฏรยังมีเสียงการเมืองไม่ได้   เพราะราษฏรยังโง่   คำพูกของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้   ถ้าราษฏรโง่   เจ้าก็โง่   เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน   ที่ราษฏรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่   เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่   เพราะเกรงว่าเมื่อราษฏรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้  และคงไม่ยอมให้ทำนาบนหลังคน

ราษฏรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า   ประเทศเรานี้เป็นของราษฏรไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง   บรรพบุรุษของราษฏรเป้นผู้ช่วยกันกู้ให้ปรพเทศให้มีอิสระภาพพ้นมือจากข้าศึก   พวกเจ้ามีแต่จะชุบมือเบิบ และกวาดรวมทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน   เงินเหล่านี้เอามาจากใหน  ก็เอามาจากราษฏร เพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง   บ้านเมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง   ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนาเพราะทำไม่ได้ผล  รัฐบาลไม่บำรุง   รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด  นักเรียน เรียนเสร็จแล้วและทหารปลดกองหนุนแล้วไม่มีงานทำจะต้องอดอยากไปตามยถากรรมเหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฏหมาย   บีบคั้นข้าราชการผู้น้อย  นายสิบ และ เสมียน  เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ  ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวมไว้มาจักการบำรุงบ้านเมืองให้คนมีงานทำ   จึงจะสมควรที่สนองคุณราษฏรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน   แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่  คงสูบเลือดกันเรื่อย ไป เงินมีเหลือเท่าใดก็เอาฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม  ปล่อยให้ราษฏรอดอยาก  การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย

เหตุฉะนั้น  ราษฏร  ข้าราชการทหารและพลเรือนที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้วจึงรวมกำลังกันตั้งเป็นคณะราษขึ้น  และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลของกษัตริย์ไว้แล้ว   คณะราษฏรเห็นว่าการจะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้   ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองดดยมีสภา  จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ความคิด  ดีกว่าความคิดเดียว  ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น  คณะราชไม่ประสงค์แย่งชิงราชสมบัติ  ฉะนั้นจึงได้ขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงค์ตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป  แต่จะต้องอยู่ภายใต้กฏหมายธรรมนูญการปกครอง ปกครองแผ่นดิน  จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฏร  คณะรษฏร์ได้แจ้งความประสงค์นี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว  เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ  ถ้ากษัตริย์ปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจลงมา  ก็จะได้ชื่อว่า ทรยศต่อชาติ   และเป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย  กล่าวคือ  ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฏรเป็นผู้เลือกตั้งขึ้นอยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา  ตามวิธีนี้ราษกรพึงหวังเถิดว่า   ราษฏรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด   ทุกคนจะมีงานทำ  เพราะประเทศเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ   เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้านมาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว   ประเทศจะเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่มั่น   การปกครองซึ่งคณะราษฏรจะกระทำก็คือ   จะต้องจัดการโครงการตามหลักวิชชา  ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่น รัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฏหมายทำมาแล้ว  หลักใหญ่ ที่คณะราษฏรวางไว้มีอยู่ว่า

1.  จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง

2.  จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลง ให้มาก

3.  จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฏรในทางเศรษฐกิจ  โดยรัฐบาลใหม่จะหางานให้ราษฏรทุกคนทำ   จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติไม่ปล่อยให้ราษฏรอดอยาก

4.  จะต้องให้ราษฏรมีสิทธิเสมภาคกัน  (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฏร เช่นที่เป็นอยู่)

5.  จะต้องให้ราษฏรได้มีเรีภาพ  มีความเป็นอิสสระ  เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการดังกล่าวข้างต้น

6.  จะต้องให้การศึกาอย่างเต็มที่แก่ราษฏร

ราษฏรทั้งหลาย   จงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฏรใหทำกิจอันจะอยู่ชั่วดินฟ้านี้ให้สำเร็จ  คณะราษฏรขอให้ทุกคน ที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฏหมาย  พึงตั้งอยู่ในความสงบและตั้งหน้าทำมาหากิน  อย่าทำการใด อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฏร   การที่ราษฎรช่วยคณะราษฎรนี้เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาย ของตนเอง  ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบูรณ์  ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย   ทุคนจะมีงานทำไม่ต้องอดตาย  ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน  และมีเสรีภาพพ้นจากความเป็นไพร่ เป้นข้า  เป็นทาสของเจ้า  หมดสมัยที่เจ้าจะมาทำนาบนหลังราษฎร   สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ  ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐ  ซึ่งเรียกกันเป็นศัพท์ว่า   “ศรีอาริย”   นั่นก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า

......................................

        “เป็นอย่างไรบ้างเพื่อน...ฟังแล้ว  รู้สึกอย่างไร”

“จริงอย่างนายว่านะศัย เจ้าคุณพหลฯคงเป็นเดือดเป็นแค้นราชวงค์จักรีมากนะ...ที่ไม่เลื่อนยศให้เป็นนายพล...และกลับไปลดตำแหน่งเหลือเป็นรองจเร ทบ.อีกด้วย”

“ดู ไปคล้าย กับกรณีย์คุณทักษิณนะ

 

 

****************************

 

 

ตอนที่ 26

ให้ทุกข์แก่ท่าน  ทุกข์นั้นถึงตัว

**************

เรื่องนี้เป็นความจริง มาก ๆ เลยครับท่าน...แล้วจะเล่าให้ฟัง...ไอ้พวกที่เป็นกบฏต่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่  รัชกาลที่ 7 สุดท้ายเป็นอย่างไรกันบ้างอยากทราบหรือเปล่าละ ครับท่าน ....แต่ก่อนอื่น ขอให้ท่าน ....เพื่อนพ้อง  น้องพี่ ...ที่รักทั้งหลาย ได้รับทราบไว้ชั้นหนึ่งก่อนว่า ...ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงสละราชสมบัติพระองค์ท่านได้ทรงตรัสไว้ว่า

“ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่เดิมใหแก่ราษฎรทั่วไป   แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้ผู้ใด  คณะใดโดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียง อันแท้จริงของประชาราษฏร์”

รัฐบาลโจร และสมัครพรรคพวก ดูและฟังพระราชดำรัสของล้นเกล้า ล้นกระหม่อมรัชกาลทื่ 7 ไว้นะครับ...ฟังแล้วให้ช่วยกันทำให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ด้วยนะ ครับ ...ท่าน

 

“ข่าง...เพื่อนรัก...I’m ได้เคยบอกไปแล้วว่า ประเพณี และวัฒนะธรรมที่ดี ๆ ของไทย ถูกคนต่างชาติที่เลว ละลายหายไปหมดแล้ว   เหลือไว้แต่วัฒนะธรรม และอารยธรรมของความป่าเถื่อน  หรือ / คือ หันกลับเข้าป่ากันใหม่ ด้วยการสร้างขบวนการยุติธรรม ที่ไม่ยุติธรรมขึ้นมา เหมือนนิทานเรื่องหมาป่ากับลูกแกะนั่นละ  จำได้ไหมละ ที่ หมาป่าบอกว่า....  

“กูจะกินมึง เพราะมึงทำน้ำขุ่นมาทางกู”

ลูกแกะตอบว่า   “น้ำมันไหลจากท่าน  มายังเรา ท่านนั่นละทำน้ำขุ่นเอง”  

หมาป่าบอกว่า   “มึงไม่ได้ทำ   แต่พ่อมึงทำ   เพาะฉะนั้น   กูต้องกินมึง”  

ว่าแล้วหมาป่าก็ตรงเข้าขย้ำคอลูกแกะผู้น่าสงสารนั้นเสีย

เพื่อนรัก...ที่เขาสร้างขบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม ขึ้นมาก็เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้มีอำนาจเถื่อนอยู่ในมือเท่านั้น “

“เช่นอะไรบ้าง”

“เช่นการตั้งศาลพิเศษ เพื่อพิจารณาคดีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับ จอมพล ป.พิบูลสงความ เพื่อการกำจัดนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม เมื่อวันที่ 12 กุมภาพัน 2482 เป็นต้น ”

“แล้วเป็นอย่างไร”

“ทุกครั้งที่ ต้องการกำจัดนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม จอมพล ป.ฯ จะตั้งศาลขึ้มมาพิภาคษาคดี  และกำจัดนักการเมืองฝ่ายตรองข้ามเสียมากมาย....ในข้อกากบฏนี่ละ”

“มีหรือ ?”

“มี”

“เช่น”

“อยากฟังหรือ ?....ถ้าอยากฟังจะเล่าให้ฟัง  แต่ยาวหน่อยนะ”

“เล่าไป...ศัย”

 

……ต่อไปนี้สำคัญ  ควรเก็บไว้เป็นตัวอย่าง……..

“ โครงสร้างเรื่อง  “อมาตยาธิปไตย”   ที่มองเห็นได้เด่นชัด ว่ามีคุณมหาศาลกับข้าราชการที่ถืออาวุธที่เห็นได้เด่นชัดน่าจะเริ่มตรงนี้......ซึ่งไม่มียุคใดสมัยใดในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทยจะเป็นยุค “ทมิฬ” เหื้ยมโหด ทารุน โหดร้าย กับนักการเมืองซึ่งเป็นคนไทยด้วยกัน ...ชาติเดียวกัน มีเลือดเนื้อเชื้อสาย เผ่าพันธ์เดียวกัน...นั่นคือ ...”ไทยฆ่าไทย”....อย่างเช่นในยุคของ....จอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี อีกแล้ว.....ดูนะเขา...ทำอย่างไร ?

ขอย้อนหลังกลับไปนินนะครับ    กล่าวคือ  ก่อนที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม จะเป็นนายนฯนั้น ....เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า .-

ช่วงกลางปี พ.ศ.2476 เป็นต้นมา หนึ่งในสี่ของทหารเสือของคณะราษฏรที่เป็นกบฏต่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว   ที่ยังคุมอำนาจบริหารประเทศอยู่คือ พระยาพหลพลพยุหเสนา  ที่เป็นรัฐมนตรี  และมี ทหารเอกอย่างหลวงพิบูลสงครามกุมอำนาจทางทหาร ช่วยเหลือรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหยุดยั้ง หรือ ระงับเหตุการที่เกิดกับพระองค์เจ้าบวรเดช ที่ต้องการเรียกร้อง อำนาจการบริหารประเทศ คืนให้กับ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ผมจะไม่ยอมเรียกเหตุการณ์ในครั้งนั้น ว่า “กบฏบวรเดช”  ทั้งนี้ เพราะ พระองค์เจ้าบวรเดช ไม่ได้เป็นกบฏต่อ แผ่นดิน ประชาชน และ/หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่....แต่พระองค์เจ้าบวรเดช ทำเพื่อเรียกร้องสิทธ์ที่มีอยู่เดินของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กลับคืนไปให้พระองค์ท่าน ทั้งนี้เพราะเห็นว่า คณะราษฎรทำอะไรไม่ถูกต้องหลายอย่าง.....ดังนั้น จึงไม่ไช่  “กบฏ” ......ผู้ที่เป็นกบฏ ต่อแผ่นดิน คือ “คณะราษฏร์”.....คิดกันให้ ดี นะครับ...ท่าน...อย่าเอาความแพ้หรือชนะเป็นเครื่องตัดสิน ควรเอาพฤติกรรมเป็นเครื่องตัดสินจึงจะถูกต้อง....แล้วไม่ต้องไปเกรงใจใครอีกแล้ว...พูดกันตรง ๆ คนหน้าไม่ด้านจะได้ไม่ก่อกบฏอีก อย่างไรเล่าครับ ท่าน...ดีใหม ? ๆ ) หลวงพิบูลฯได้ควบคุมกองทัพใว้ในมือของตน  เขาไม่ได้หวังเป็นใหญ่เพียงเท่านี้ แต่เขาต้องการกุมประเทศไทยไว้ในกำมือด้วย(เหมือนใครนะ) หลังเป็นนายกรัฐมนตรี  และแล้ว ในปี 2481 หลวงพิบูลฯ ก้ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้แทนพระยาพหลฯ ผู้ขอลงจากเวธีการเมืองด้วยวัย 50 ปีเศษ  โดยการอ้างว่าแก่ และมีโรคภัยคุกคาม

แต่เส้นทางการก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของหลวงพิบูลฯไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  ถึงแม้จะมีอำนาจทางทหารก็ตาม เขาได้สร้างสัตรูทางการเมืองไว้มากมาย   จนบางครั้งแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ด้วยการกระโดยข้ามขั้น...ข้ามหัวรุ่นพี่(เลวนะ ตามทฤฎีของคาร์ท)ไปสู่ตำแหน่งที่สูงอย่างรวดเร็ว จนเป็นเหตุให้เกิดการแตกแยกกันในกองทัพ.....โดยเฉพาะความไม่พอใจกับทหารในสาย พระยาทรงสุรเดช  พระยาฤทธิ์อัคเนย์  ไปจนถึงขุนนางที่มีความสัมพันธ์กับเชื้อพระวงค์   ด้วยเหตุนี้  หลวงพิบูลฯจึงมีสัตรูมากมายทางการเมือง  คอยขัดขวางมิให้เขาเจริญเติบโตได้ต่อไปในภายภาคหน้า

เย็นวันที่ 23 ภุมภาพันธ์ 2477  หลวงพิบูลสงคราม ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม   ได้เป็นประธานปิดการแงขันฟุตบอลของกระทรวงกลาโหมที่สนามชั่วคราวท้องสนามหลวง   และเมื่อปิดพิธีการแข่งขันเมื่อเวลา 1830   ประชาชนทยอยกันออกประตูทุกด้านของสนามหลวง  หลวงพิบูลสงครามพร้อมด้วยนายทหารคนสนิท  นาวาตรีหลวงสุนาวินฯ  เลขานุการกระทรวงกลาโหม และหลวงกาจสงคราม

พอมาถึงหลวงกาจฯ ต้องขอตัดตอนนิดนะครับท่าน

หลวงกาจสงคราม เป็นเพื่อนกับคุณพ่อผม เคยไปที่บ้านบางกระบือ เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็ก สะพายปืนกลมือไปด้วย....หลวงกาจฯไปแล้ว ...คุณพ่อเล่าให้คุณอาฟังว่า หลวงกาจฯมาชวนให้กลับเข้ารับราชการอีก แต่คุณพ่อปฏิเสธไป..... แม่เล่าให้ฝัง ปี พ.ศ. 2477 คุณพ่อเป็นนายทหารคนสนิทของรัฐมนตรีกลาโหม คือ หลวงพิบูลฯนี่ละ ก่อนที่จะถูกย้ายไปเป็นรองเจ้ากรมเชื้อเพลิงทหารบก นอกจากหลวงกาจฯ ...แล้วก็มีหลวงเกรียงศักดิ์พิชิต ที่ชอบกันมากกับคุณพ่อจนถึง หลวงเกรียงฯ ได้ขอพี่ชายผมไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ตั้งแต่เล็ก ๆ จน โต ครอบครัวของหลวงเกรียงฯ และครอบครัวผมเราสนิดกันมาก ลูกสาวของหลวงเกียงฯ สองคน คือ พี่ชูศรี (พี่) พี่ชูแสง(น้อง) สองคนนี้ เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพี่สาวผม ...ส่วนลูกชายคนสุดท้องของหลวงเกียงฯ คือ “สนิม”  รุ่นเดียวกับผม เราเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่สนิมป็นนักเรียนวชิราวุฒิ เสาว์-อาทิตย์จึงจะได้กลับบ้าน   เพราะฉะนั้นวันเสาว์-อาทิตย์  ผมจะนั่งเรือ ไปบ้านหลวงเกียงฯ กับพี่สาว ไปตามคลองทองหลาง ไปหาสนิมที่บ้าน ที่บ้านหลวงเกรียงฯ วันเสาว์-อาทิตย์ พวกผู้ใหญ่ จะร่วมวงกันเล่นดนตรีไทยกัน ส่วนเด็กก็แยกไปเล่นกันที่อื่นส่วนมากจะร่วมกันทำอาหารรับประทานกัน.....สนิมจบจากวิชิราวุฒิแล้วไม่ทราบว่าไปเรียนต่อที่ใหน ? หรืออยู่ที่ใหน  สนิมชอบกินเหล้ามาก ไม่ทราบว่าตอนหลังเป็นอย่างไรบ้าง ....เมื่อคุณชูศรี โตเป็นสาว แต่งงานกับนายแพทย์....ส่วนพี่ชายผม ที่หลวงเกียงฯ ขอไปเลี้ยง เมื่อจบ ม.8 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบแล้ว ก็แต่งงานกับ “พี่ตุ๊” ลูกสาวของ นายนาวาโทหลวงวุฒิวารีรน...มีลูกชายสามคน  ทั้งหมด จบจากสวนกุหลาบทั้งนั้น  คนโตชื่อเล่น ๆ ว่า “แป๊ด” เห็นว่าเป็นนายตำรวจไม่ทราบว่าอยู่ที่ใหน มียศชั้นใหน ชื่อจริง ๆ ว่าอะไรก็ไม่ทราบ เพราะหลัง ๆ นี้ ผมไปอยู่โรงเรียนนายเรือแล้ว เลยไม่สนใจใครทั้งนั้น สนใจแต่ “ผู้หญิง” ตามผู้อาวุโสสั่ง จนเสียในเรื่องการเรียน เรียนตก ๆ หล่น ๆ จนในที่สุด ก็ตัดสินใจเดินออกจากโรงเรียนนายเรือมาเสียอย่างนั้นละ...ลูกพี่ชายคนกลางชื่อ “ปุ๋ย”...คนนี้รู้จักชื่อ เพราะรู้ว่าไปเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยจปร. จบออกมาเป็นนายทหารรับใช้ชาติในกองทัพบก เคยไปเจอกันกับผม ที่  “ค่ายทหารเสือพระราชินี” ที่ชลบุรี ตอนนั้นยังเป็นพันโทอยู่....ครั้งสุดท้าย ได้ข่าวว่าเป็น “พลเอก” แล้ว คือ “พลเอกธวัชชัย พะลายานนท์”....(ใช่หรือเปล่าไม่ทราบ) .... คนเล็กชื่อ  “เปี๊ยก” ไปเรียนต่ออเมริกากลับมาไปเป็นที่ปรึกษาอยู่ กทม. คือ ดร.วิษณุ พะลายานนท์ ..... เรื่องนี้ มีต่อ แต่ต้องยกใว้ก่อนครับ....ต้องขอบใจ “จบ เพื่อน” มาก ที่ถามเรื่องนี้มานะครับ……

กลับไปเรื่องหลวงพิบูลฯ ตามเดิมนะครับ

         มีทหารอีกหลายนายได้ติดตาม หลวงพิบูลฯออกทางประตูกลาง ด้านตะวันตกเมื่อหลวงพิบูลฯก้าวพ้นประตูสนามฟุตบอลเพื่อขึ้นรถกลับซึ่งห่างออกไปประมาณ 20 เมตรเห็นจะได้   และเมื่อเข้าไปนั่งในรถแล้ว  ขณะที่หลวงพิบูลฯกำลังจะก้มวางกระบี่.....จู่ ๆ ก็มีคนร้ายแหวกฝูงชนเข้ามาในระยะใกล้   ใช้ปืนพกวอเตอร์ ยิงเข้าใส่ถึงสามนัดติด ๆ กัน   ในทันไดนั้นเองหลวงสุนาวินฯ และนายทหารคนสนิทรีบลงจากรถขณะที่คนร้ายผละวิ่งถอยหลัง พร้อมกับยิงปืนเข้าใส่พวกที่ติดตาม  แต่คนร้ายก็หนีไม่รอด  เมื่อตำรวจ และประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ได้กรูเข้าจับกุม และนำตัวไปสถานีชนะสงคราม

ส่วนรัฐมนตรีหลวงพิบูลฯ กระสุนนัดหนึ่งถากผิวหนังต้นคอยาวประมาณ 4 นี้ว  กระสุนอีกนัดหนึ่งเข้าทางหลังผ่านกระดูกสะบักทะลุออกด้านหน้ายาวประมาณ 3 นิ้ว  ปรากฏว่าแผลทั้งสองแห่งไม่ถูกที่สำคัญหลวงพิบูฯเลยรอดตายอย่างหวุดหวิด

คนร้ายทราบชื่อภายหลังว่า “นายพุ่ม  ทับสายทอง” อาศัยอยู่ที่นครปฐม เป็นนักเลงโต และ เสือก่อคดีปล้นโชคโชนอยู่หลายจังหวัด  และถูกว่าจ้างให้มายิงหลวงพิบูลฯ   ด้วยความสามารถของตำรวจทำให้เสือพุ่มซัดทอดผู้จ้างวาน และ อยู่หลังฉากคือ พ.ต.อ.พระยาธรณีนฤเบศร์ (พิทย์  ผลเตมีย์) อดีตผู้บังคับการตำรวจภูบาล (สันติบาลสมัยสมบูรณายาสิทธิราช)

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.