ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




ความจริงก็ต้องเป็นความจริง 3

ความจริงก็ต้องเป็นความจริง 3 3

Capt.Adisai Balayananda M.Mnr.

Tue,April   28,2009.

 

ตอน 19

เพื่อชาติ และ ราชนาวี

“ชาติใด ในโลกนี้ ถ้าไม่รู้จักและเข้าไม่ถึงการเดินเรือค้ากับต่างประเทศ ชาตินั้นจะไม่มีวันเจริญถึงขีดสูงสุด”

Capt.Adisai Balayananta M.Mnr.

ให้ไว้เมื่อ :วันอังคารที่ 28 เมษายน 2552

 

***********

 

สวัสดีครับ...เพื่อนพ้องน้องพี่.... ที่รัก...ครับ

            “ พบกันเช่น เคย “

            “ สวัสดี....ศัย...พบกัน   คุยกันเช่นเคย”

            “ แต่ตอนนี้ ต้อง ...เก็บเรือเข้าเส้นก่อน....เรือตกออกนอกเส้นมากแล้วนะ...เพื่อน”

            “ ทำไมละ”

             “ ช่วงนี้น้ำ(การเมือง) ...มันแรงไม่แก้เข็มกลับเข้าเส้นไม่ได้  เดี๋ยวไปกันใหญ่”

        “ ไปไหนละ “

            “เตริดเปิดเปิงไปกันใหญ่นะซิ...ตอนนี้เลยต้องหันหัวเรือกลับที่เดิมก่อน”

            “ ก็ดีเหมือนกันนะ”

            “ กลับเข้าเข็ม เพื่อจะได้ไปให้ถึงจุดหมายปลายทางเร็วขึ้น”

        “ มีอะไรพิเศษละ ....?”

            “ ไม่มี แต่กลับเข้าเส้น...อย่างไรละ....เรามันนักเดินเรือ ไม่ใช่ นักเดินเล่น จึงต้องหมั่นระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ รอบข้างให้มากไว้ "

            “ ลื้อ..นี่...แก่จนป่านนี้แล้ว เมื่อไรจะเลิกเดินเรือเสียทีละ ?”

“ ใกล้จะเลิกแล้ว แต่ยังมีเรื่องที่จะต้องทำอีกนิดหนึ่งเท่านั้น”

“ ยังมีเรื่องอะไรอีกละ ทุกอย่างก็มีพร้อมอยู่แล้วนี่”

“ มันเป็นเรื่องที่ยังคาใจอยู่....ถ้าเลิกแล้ว ..อยู่บ้านก็นอนไม่หลับอีก...ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ?”

“ทำไมมันเป็นอย่างนั้นละ”

“ ไม่รู้เหมือนกัน ...อยู่ทะเลมา 30 – 40 กว่าปีแล้ว....มันเคยกับชีวิต อย่างนั้นเสียแล้ว...เที่ยวใหนกลับมาอยู่กรุงเทพ นานเกิน 7 – 8 วัน ชักคิดถึง ทะเล อยากออกทะเลแล้ว ...วันแรกที่ออกทะเล จะนอนหลับสนิดเลย ...สลับสบายมาก  พอตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสดชื่นมาก ”

“มันก็ดีไปอย่างนะ....ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องข้างบน”

“ ดีมาก ..........แต่ก็ยังมีสิ่งที่เป็นห่วงอยู่อีก”

“ยังมีห่วงอะไร ...อีกหรือ ?”

            “มันยังเลิกไม่ได้นี่เพื่อน.... เพราะมันยังมีบางสิ่งบางอย่างที่จะต้องฝาก น้อง ๆ สามสมอ นำไปคิด นำไปพิจารณา เพื่อ....ต่อยอด....ให้เกิดประโยชน์ กับ......ชาติ และ ราชนาวี...อยู่อีก...แล้วจะเลิกได้อย่างไรกัน”...

            “ ลื้อว่าไปก็แล้วกัน...จะฟัง...”

            “ จริง นะเพื่อน ....ใคร...เราหมายถึง ชาติใดในโลกนี้.... ถ้ายังเข้าไม่ถึง และไม่รู้จักการเดินเรือ ติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ จะไม่มีวันเจริญถึงขีดสูงสุด “    

“ ทำไม ศัย จึงพูดอย่างนั้น ละ

        “ เพื่อนรัก...ที่เราว่าอย่างนี้ เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว แต่คนไทย และ/หรือ คน หรือ ประเทศที่ด้อยพัฒนา มักจะคิดไม่ถึงในเรื่องนี้ “

        “ เรื่องมันมีความเป็นมา เป็นไปอย่างไร....ยังมองไม่ออก”

        “ การเดินเรือ ค้าขายกับ ต่างประเทศ มันมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับวิชาการสาขาต่าง มากมาย นอกจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าจากเมืองท่าต่าง ทั่วโลก ที่ส่งเข้ามาเมืองไทยแล้ว ยังจะทำให้เม็ดเงินไม่ไหลออกนอกประเทศ ปีละหลายแสนล้านบาทด้วย....เกือบจะพูดได้ว่า การเดินเรือค้าขายกับต่างประเทศ หรือ การขนส่งสินค้าทางทะเลเปิด เข้าและออกจากประเทศไทยไปทั่วโลก จะครอบคลุมงานทาง “การอุตสาหกรรม” ทั้งหมดที่เกี่ยวกับการตลาดก็ว่าได้....คือออกมาเป็นรูปเงิน หรือเม็ดเงินที่ใช้หมุนเวียนอยู่ในประเทศแทบทั้งนั้น....ที่สำคัญยังเป็นการสร้างงานให้คนไทยทั่วทั้งประเทศ จำนวน มากมาย  มีงานทำ  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือ สามารถส่งแรงงานไทยที่มีคุณภาพ...ต้องเน้นตรงที่มีคุณภาพ...ที่สำคัญสุด ๆ คือ ต้องมีวินัย คนเรือต้องรู้จักหน้าที่ และรู้ตัวว่า ตนเองคือใคร เป็นอะไรอยู่ในเรือ   ซึ่งผมหมายความว่า มีตำแหน่งหน้าที่อะไร ต้องทำไปตามนั้น  การทำงานในเรือจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ...เพราะภายในเรือ จะต้องทำงานร่วมกันอย่างมี “สามัคคีธรรม” นั่นละคือ ความหมายของคำว่า ....คนประจำเรือ ต้องมีคุณภาพนะ “

            “เรื่องภายในเรือ  ที่อยู่กลางทะเล ขณะนี้ ไม่เคยมีใครรู้ข้อเท็จจริงเลยว่า มันเป็นอย่างไร นะ  ศัย  นะ ....การทำงานของคนประจำเรือ เป็นอย่างไร ....ที่สำคัญ ทำงาน เกิดประสิทธิภาพดีหรือไม่อย่างไร ....มีความขาดตกบกพร่องอะไรบ้าง ....เรื่องสวัสดิการ  การกินอยู่หลับนอน ของคนประจำเรือ เป็นอย่างไร ?อยากรู้ ศัย เล่าให้ฟังบ้างนะ”

            “ปัญหาภายในเรือมีมากมาย ที่ไม่มีใครสามารถ แก้ใขได้    จนทำให้การทำงาน เสียเปรียน คนทั้งโลก ....แม้แต่ประเทศเกิดใหม่ ทางการเดินเรือ เช่น.....มาเลเซีย ....ขณะนี้ เรายังสู้เขาไม่ได้เลย “

            “ทำไมนายถึงว่า มาเลเซีย เป็นประเทศเกิดใหม่ในเรื่องการเดินเรือละ”

            “เพราะสมัยก่อน ....มาเลเซีย มีแต่เรือชายฝั่งเล็ก ๆ  คนประจำเรือก็ไม่มี ต้องใช้คนประจำเรือจากต่างประเทศ ....คนต่างประเทศ ชาติหนึ่งที่เข้าไปหากินในมาเลเซีย คือ คนไทย...และ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไปทำงานในมาเลเซีย  ....ในตอนนั้น มาเลเซีย และสิงคโปร ยังไม่แยกจากกันเป็นสองประเทศอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้”

            “แล้วเดี๋ยวนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างละ”

“ เดียวนี้ เขามีทุกอย่าง ทั้งอู้ต่อเรือที่ทันสมัย สามารถต่อเรือได้เป็นแสนตัน อู่อยู่ที่ยะโฮ ทั้งเรือ และคนประจำเรือ ดีกว่าของเรามาก มายนัก ...เรือ  Comtainers ของมาเลเซีย เป็นเรือขนาดใหญ่ วิ่งรอบโลก ทั้งนั้น  และเป็นเรือรุ่นใหม่  รู้สึกว่าจะต่อเองด้วยนะ ...มาเลเซีย เขามีอู่ต่อเรืออยู่สองแห่ง คือที่ “ยะโฮ” หนึ่งแห่ง อู่ที่นั่นต่อเรือได้เป็นแสนตันนะ ....ส่วนอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่ ลาบวน ...ขนาดของเรือ น่าจะอยู่ ประมาณ  1500 ตู้ขึ้นไป หรือ ประมาณ  33000 กว่า เดดเวทตันขึ้นไป”

            “แล้วของไทยละ”

            “ของไทย ไม่ต้องพูดถึง ส่วนมากเป็นเรือขนาดเล็ก  เก่ามาก เป็นเรือเก่าเสียเป็นส่วนมาก ....เรือเก่าทำให้เกิด ปัญหามาก  ในเกือบทุกด้าน ...ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง ในการเบิกของ-ซ่อมทำ....เรือวิ่งได้ไม่สม่ำเสมอ  ไม่เป็นไปตามหมายกำหนดการ ..ตามเวลาที่วางไว้ ....ในแต่ละเที่ยวเรือ ....เมื่อเรือ เก่า การควบคุมเรื่องความปลอดภัยทำได้ยาก ....อุปกรเครื่องมือ เครื่องใช้ในเรือมีไม่สมบูรณ์... การทำงานจึงไม่มีระบบ ....คนประจำเรือไม่มีวินัยในการทำงานทั้งปากเรือ และ ช่างกล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายช่างกล มักจะคิดว่า ตนเอง เป็นอิสสระไม่ขึ้นกับนายเรือ จึงมีอะไรไม่ค่อยจะรายงานให้นายเรือทราบอย่างจริง ๆ  ทำให้ นายเรือ ตัดสินใจได้ไม่ถูกต้อง ....เคยมีนายเรือลำหนึ่ง  ขอให้ผ่านข่าวให้ เพื่อขอกลับเข้าไปซ่อมทำในเขตน่านน้ำไทย เพราะเครื่องจักรใหญ่ขัดข้อง ของอาใหล่ หรือ Sparparts ไม่มี ...หรือ มีบ้าง ขาดบ้าง ...บางที่ก็มีแต่เป็น Sparparts ของเก่าใช้แล้ว นำมาซ่อมใหม่ ใช้ได้บ้าง  ใช้ไม่ได้บ้าง .....สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรค์ในการทำงานในทะเลเป็นอย่างมาก”

“แล้วว่าอย่างไร เรื่อง การฝ่ากข่าวของเรืออื่น”

“ ทางผมก็ติดต่อให้ เวลา ประมาณ 1000  ทุกคนเป็นทุกข์เป็นร้อนมาก ทั้งทางสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพ ....ทางตัวแทนในต่างประเทศ ....แม้แต่ผม ซึ่งเป็นแต่เพียงผู้ผ่านข่าวให้ ก็ตกใจเหมือนกัน เพราะเป็นเรือไทยด้วยกัน  แต่พอเวลา ประมาณ 1200 ได้ข่าวว่า ...เครื่องจักรใหญ่ของเรือลำนั้น ใช้การได้แล้ว วิ่งเข้าไปรับนำร่องได้แล้ว.....นั่น...มันเกิดอะไรขึ้นในเรือลำนั้น คือ เมื่อสองสามชั่วโมงก่อนจะเป็นจะตายกันหมดแล้วจะวิ่งเรือกลับเข้าเขตไทยเป็นระยะทาง    เป็นร้อยไมล์ทะเล ....แต่พออีกสองชั่วโมง บอกว่าดีแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้ว.....มันอะไรกันนักกันหนาก็ไม่ทราบได้ ....เพื่อน ...นั่น  มันแสดงให้เห็นว่า  การประสานงานในเรือลำนั้นระหว่าง นายเรือ และ ต้นกลเรือ ใช้ไม่ได้เลย ....นายเรือจะไปทราบได้อย่างไรว่า เกิดอะไรขึ้นในห้องเครื่อง ถ้าต้นกลไม่รายงานให้นายเรือ ทราบ ...นายเรือจะไม่มีโอกาศ ทราบได้ ว่า สภาพ ของเครื่องเป็นอย่างไร ....ถ้าต้นกลไม่รายงานให้ทราบ ....เมื่อต้นกลไม่รายงานให้นายเรือทราบ  การรายงานของนายเรือไปบริษัทฯ ก็จะผิดพลาด ....ความผิดพลาดในครั้งนี้ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ?”

“ ต้นกลนั่นละจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ...ที่ไม่รายงานให้นายเรือทราบสภาพของเครื่อง ...เป็นระยะๆ...เรื่องนี้ เท่าที่ทราบ มีกำหมดไว้เป็นข้อบังคับใน ISM แล้วนี่......แล้วทำไมต้นกลไม่ทำตาม ISM ...ศัย...ว่าอย่างไร”

“ที่ต้นกลไม่ทำ ...ตาม ISM …เท่าที่ทราบ เพราะ ต้นกลประจำบริษัท บางบริษัท คอยยุยงส่งเสริมไม่ให้ต้นกลขึ้นตรงต่อนายเรือ เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของฝ่ายช่างกล เพราะความอยากใหญ่ โดยไม่คำนึงถึงระเบียบบริหารภายในเรือ ที่กำหนดขึ้นมาโดย IMO ไม่คำนึงถึงวินัยของคนประจำเรือ ....ต้นเรือ บางคน และ /หรือต้นกล บนสำนักงานใหญ่บางคน มักจะพูดเสมอ ๆ ว่า ....ถ้าไม่มีช่างกล เรือ ก็วิ่งไม่ได้ .....นี่เป็นความคิดที่เลวมาก นะครับ ...การคิดอย่างนี้ ทำให้ทั้งกองเรือ ของชาติ เสียวินัยไปหมด .....

จริง ๆ แล้ว ภายในเรือ มันมีความสำคัญเท่าเทียมกันทั้งนั้น แต่โดยหลักการบริหารธุระกิจ แล้ว เขาจะถือว่า ....บุคคลที่ จะต้องเป็นผู้ติดต่อกับบุคคลที่สาม หรือ /คือ ติดต่อกับลูกค้าภายนอก จะต้องเป็นผู้บังคับบัญชาของคนทั้งหมด ที่ไม่ได้มีหน้าที่ติดต่อกับบุคคลนอกหน่วยงานนั้น ๆ .....สำหรับการไม่รายงานของต้นกลเรือ ในเรื่องนี้ .....จริง ๆ แล้ว นายเรือ ต้องรับผิดชอบ ต่อบริษัท ในเรื่องงาน  และ  เหตุการที่เกิดขึ้นภายในเรือ ทุกอย่างแต่ผู้เดียว .....ภายในเรือ ต้นเรือ และ ต้นกลขึ้นตรงต่อนายเรือ ....นายเรือ เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของทั้งต้นเรือ และ ต้นกล ...ทั้งต้นเรือ และต้นกล ต้องรับผิดชอบขึ้นตรงต่อนายเรือ ...ไม่ใช่ ขึ้นตรงต่อเจ้าพนักงาน-ลูกจ้างคนหนึ่งคนใดบนบริษัท หรือ บนสำนักงานใหญ่...เพื่อน...นายว่า จริงหรือ เปล่าละ ?.

“ จริง ถูกของศัยนะ “

“ นั้น ละ ลองถามคนทั้งโลกใบนี้ดูซิว่า ...มันจริงหรือไม่ ?....ทั้ง ๆ ที่มันมีอยู่ใน ISM ด้วยนะ ...ยังทำ หน้าด้าน เป็นมองไม่เห็นอีก”

“ก็ ...ด้านได้   อายอด นี่”

“เมื่อต้นกลไม่รายงานนายเรือ ทำให้นายเรือ ทำงานไม่ได้ ...นายเรือ ต้องสามารถลงโทษต้นกลได้ ตามสมควร ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือนจนถึงไห้ออกจากงาน .....นั่นคือ ข้อเท็จจริง ที่นายเรือ หรือ ผู้บังคับการเรือสามารถทำได้......แต่จริง ๆแล้ว ทำไม่ได้เลย ....ทำไมถึงทำไม่ได้...มันทำไม่ได้เพราะอะไร ...ทั้ง ๆ ที่นายเรือมีอำนาจที่จะ  เลื่อน ลด ปลด ย้าย....แต่งตั้ง ถอด ถอน คนประจำเรือได้อยู่แล้ว”

“ที่ไม่ได้เพราะอะไร  หรือ ..ศัย ?”

“เพราะเจ้าพนักงานบนบริษัท ต้องการแย่งอำนาจของนายเรือไป ....เพื่อเปลี่ยนอำนาจในเรื่องการจัดการที่เกี่ยวกับคนประจำเรือ ไปจากนายเรือ ให้เป็นเงิน...เข้ากระเป๋าตัวเองอย่างไรละ”

“อย่างนั้นหรือ ?”

“ไม่รู้เหมือนกัน ...เจ้าพนักงานบนบริษัท คงเกรงไปว่า นายเรือ จะไปแย่งค่าหัวในการบรรจุพนักงานเรือละมัง....จึงดึงเอาอำนาจการจัดการภายในเรือ คือ การเลื่อน ลด ปลด ย้าย ...แต่งตั้ง ถอด ถอน คนประจำเรือ ไปทำ....และเรียกเก็บค่าหัวเสียเอง “

“ศัย...นายพูดอย่างนี้ หมายความว่า นายจะเป็นผู้เก็บค่าหัวของคนประจำเรือ ที่มาลงทำงานในเรือ เสียเอง....ใช่ หรือ ไม่ ?”

“ตอบ  ได้อย่างเต็มปากเลยว่า ...”ไม่ใช่”.

“ ไม่ใช่...แล้วทำไม นายพูดอย่างนั้นละ”

“ เพราะนั่นเป็นหลักการบริหารงานในองค์กร ที่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดภายในหน่วยงานจะ ต้องเป็นผู้คัดสรรค ผู้ใต้บังคับบัญชาเอง....ทั้งนี้ เพราะ ....พฤติกรรม และการกระทำของพนักงานในสังกัด ผิด หรือ ถูก ผู้บังคับบัญชาสูงสุด ต้องรับผิดชอบ...ในหน่วยราชการก็เหมือนกัน...ใช่หรือเปล่า”

“ก็  จริง”

“ก็ต้องจริง..ซิ  เพื่อน...ถ้าไม่จริง...เกิดความผิดพลาดในการทำงานในเรือ ...ทั้งทางแพ่งและ อาญา ...ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ...เจ้าพนักงานบนบริษัท....ไปติดคุกแทนนายเรือ...เอาหรือไม่ละ ?”

“ของ....ศัย....ชัดเจนดีนะ”

“ทุกอย่าง  มันต้องพูดกันให้ชัดเจน ...จะได้รู้เรื่องกันไปเลย...ไม่ต้องมาอ้ำอึ้งกันอีก....ทำเป็น  ...นักวิชาการ อมภูมิ ...แต่จริง ๆ ไม่มีภูมิจะอมนะซิ.....เหมือนกับที่เรา เคยได้ยิน...ได้ยินกับหู  ดูด้วยตาตัวเอง...จาก TV มาแล้ว เมื่อปลายสมัยคุณสมชายเป็น นายกรัฐมนตรี ....คุณอนุพงษ์ และ อาจารย์ คนหนึ่ง “ของนิด้า”...ได้ออกมาพูด ต่อหน้าที่ประชุมปลัดกระทรวงเป็นจำนวนมาก ....ให้รัฐบาลคุณสมชายลาออก...อาจารย์ นิด้า  กล่าว....และได้กล่าวต่อไปอีกว่า....ถ้ารัฐบาลไม่ลาออก...ให้ปลัดกระทรงทั้งหมด ทำอารยะขัดขืน....คือ ไม่ทำตามคำสั่งรัฐบาล(ไปเอา VDO มาเปิดดูซิ)”

“ นั่นนะซิ  ศัย  คนระดับนี้   พูดอย่างนี้ออกมาได้อย่างไร...น่าแปลกนะ  ศัย”

“ นั่นละ คือ ภูมิปัญญาของคนที่จะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับนักศึกษา ระดับปริญาโท   ปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัย (นิด้า)แห่งหนึ่งของประเทศไทยละ”

“ แล้วอย่างนี้  จะเอา อะไร มาทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง ละ”

“บอกแล้ว ว่า น่าสงสารมาก นะ ประเทศไทย...ที่มีอาจารย์อย่างที่ยกตัวอย่างมานี้”

“แล้วว่าอย่างไรต่อ ...ต่อเรื่องเรือของเราดีกว่า ....มีประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมืองมากกว่า...เรื่องของนักวิชาการจอมปลอมมากนัก”

“ นายเรือ ต้องรับผิดชอบมากมาย ตามกฏหมายที่วางไว้ ...ทั้งตัวเรือ คนประจำเรือ ทั้งสินค้า ทั้งหมด ประเมินเป็นมูลค่ามหาศาล ..ทั้งความแพ่งและความอาญา ...แต่นายเรือไม่มีอำนาจในการดำเนินการอะไรเลย ....ไม่มีจริง ๆ ...จะสั่งจ่ายเงินสักบาทเดียวยังทำไม่ได้เลย ...เพราะเขาไม่ใช้ระบบบริหารด้วยวิธีงบประมาณนี่ละ จึงทำให้การทำงานในเรือไม่ได้ผลเท่าที่ควร ...และเสียเปรียบคู่ค้า ...เมื่อเป็นอย่างนี้  แล้วนายเรือจะทำงานได้อย่างไร  ....นายเรือจะปกครองคนประจำเรือได้อย่างไร ...จะให้นายเรือทำอย่างไรกับเรือที่กำลังลอยอยู่ในน้ำจะปลอดภัยได้อย่างไร ?   แล้วจะให้นายเรือรับผิดชอบได้อย่างไร ? ...ตรงนี้ต่างหาก ที่เป็นปัญหา โลกแตก ...และ เป็นอุปสรรค ขัดขวาง การเจริญเติบโตของกองเรือพานิชของชาติ.....ข้อหนึ่งในหลาย ๆ ร้อย ....หลาย ๆ พันเรื่อง  ที่มีมาตลอดระยะเวลา นานแล้ว นะ ข่างนะ ....มีตัวอย่างมีหลักฐาน มากมาย ....ว่าง ๆ จะเล่าให้ฟัง”

“เมื่อมันเป็นอย่างนี้ แล้วจะทำงานได้อย่างไร  ละ”

“ นี่ละ... เพื่อนรัก .....อั้วจึง ขอบอกมายังผู้ปกครองเด็ก ๆ ทั้วทั้งประเทศไทยว่า ระยะนี้ ตอนนี้ ไม่จำเป็นอย่างส่งลูกหลานเข้าเรียน ในโรงเรียนนายเรือพานิชย์   หรือ ศูนย์ฝึกพานิชนาวีนะ เพราะจะทำให้เด็ก เสียอนาคตหมด ...ขอให้รอจนกว่า ทางกองทัพเรือ ได้เข้าไปเป็นผู้ดำเนินการบริหารงานภายในเรือ ให้เกิดความคล่องตัวมากกว่านี้    ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติทั้งนั้น”

            “นั้นนะซิ ที่อยากรู้ ว่า มันเกิด อะไรขึ้นกับกองเรือ สินค้าของไทยกันแน่ จึงทำให้ ....อยู่กันแค่นี้ มาหลายสิบปีแล้ว...ไม่เดินหน้าสักที....เพิ่งจะมีเค้าบ้างแล้ว...เดี๋ยวนี้เอง....จาก  ศัย นี่ละ ”

            “เพื่อนเอย...เพื่อนรัก ...ก็เพราะเรื่องนี้นะซิ เราถึงต้องหันมาพึ่งกองทัพเรือ เพื่อให้เข้าไปดำเนินการจัดการ ให้เป็นระบบมากกว่านี้ ...ลัดกุมมากว่านี้ ....คนประจำเรือ มีสวัสดิการดีกว่านี้  ....เพราะขณะนี้ ภายในกองเรือค้าจริง ๆ ไม่มีใครให้ความสนใจเลย.....ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง...ไม่สนใจ... มีแต่ จะหาเงินกับคนประจำเรือลูกเดียว....ทุกอย่างแพงมาก...แพงมาก เพราะไม่มีใครควบคุม...อยากจะเรียกว่า ...ค้ากำไรเกินควรเสียด้วย  ในบางอย่าง.....ไม่มีใครแก้ใขได้....นอกจาก   “กองทัพเรือ”   เท่านั้น

            “ ศัยมีอะไร จะแนะนำในระยะนี้ก่อนหรือไม่ละ ?”

            “ มี....ให้กองทัพเรือ...เปิด โรงเรียนนายเรือพานิช ขึ้นมาใหม่ เหมือน ๆ กับเมื่อ ประมาณ 50 ปีมาแล้วอีกครั้ง....ทำได้ใหมละ ...ง่าย ๆ ก่อน”

            “จะเอา สถานที่ และงบประมาณจาก...ที่ใหนละ...คนนั้นมีอยู่แล้ว”

            “ สถานที่ ... ใช้ โรงเรียนนายเรือเล้าไก่นั่นละ....แบ่งส่วนหนึ่งมาทำ....งบประมาณ...ถ้าพูดกับรัฐบาลไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องไปของ้อเขา ....เรามีปัญญาหาของเราเอง...ให้เอาแนวทางของ  อั้วนี่ละ... เพื่อน...ไปทำ”

        “ทำอย่างไร ?”

            “ให้เอา..เอกชน มาลงทุนทั้งหมด ....แต่อยู่ในความควบคุมการบริหารของกองทัพเรือ ...ผลกำไรแบ่งกัน 50-50 ...ดีใหมละ”

            “ ศัย  ...ลื้อนะ..”

            “ ทำไม ?

            “มีความเป็นไปได้สูง”

            “ขอให้สำเร็จสมความมุ่งหมาย   เพื่อ.....ชาติ และ ราชนาวีไทย”

            “โรงเรียนนายเรือ ปากน้ำ กว้าง ขวางมาก ....แต่นักเรียนน้อย....ไม่เหมือนตอนที่เราเป็นนักเรียนอยู่นะ  ศัย  นะ ตอนนั้นเขาคิดว่า จะเอาเราไปรบเกาหลี ...เลยมีนักเรียนมาก ...โดยนักเรียนนายเรือ รุ่นนั้น มี นย. มากเป็นพิเศษ”

            “เอย...ใช่  เพื่อน...ถูกของลื้อ...ตอนที่อั้วไปอยู่โรงเรียน ระยะ แรก ยังปักชื่อที่เสื้อคอกลมเป็น “สีเหลือง”  อยู่เลย...มาตอนหลังถึงได้เรียนรวมกัน แล้วก็เปลี่ยนชื่อที่ปักเป็น  “สีน้ำเงิน”

            “ จริง ๆ แล้ว   เราก็อยู่กับสีมาตั้งนานแล้วนะ”

            “ แต่ของเรามันเป็นสี เพื่อการสร้างสรรค์ พลังของชาตินะ”

            “ เดี๋ยวนี้ละ”

            “ เป็นสี ที่นำความอัปยศอดสูมาสู่ชาติบ้านเมือง ยกเว้นสีแดง”

            “ ของเราสมัยก่อนไม่มีสีแดงนะ...อ้อ ..มี แต่อยู่ ที่กรมแพทย์ทหารเรือ ”

            “มี แต่ “สีม่วง”..สีม่วง.คือ สีของพรรคกลิน”

            “นี่ละ ...เห็นหรือไม่ว่า เรือมักตกออกนอกเส้นทางอยู่เลื่อย...กลับเรื่องเดิมก่อน”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องเรือสินค้านะซิ”       

“....ในระยะนี้  และ   ระยะที่ฝ่านมา ....ยังไม่มีใครให้ความคุ้มครองคนประจำเรือ ได้เลย ...ปล่อยกัน ตามบุญตามกรรม ไม่อาจจะต่อรองอะไรกับใครได้ เพราะยังไม่เห็นมี อะไรเป็นแก่นสาร ......คนประจำเรือขณะนี้จึงทำงานไปวัน ๆ อย่างไม่มีอนาคตที่แน่นอน.....ไม่มีความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน พูดง่าย ๆ คือไม่มีอนาคต...คนที่เข้ามาในสายนี้แล้ว ต่อไปในภายหน้าจะเสียอนาคต สำหรับคนที่ต้องการความก้าวหน้าในชีวิตการงาน ที่ยั่งยืน และมั่นคง ....งานเรือ เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ ปี พ.ศ. 2552 นี้ นอกจากจะไม่ยั่งยืน  ไม่มั่นคง  ไม่มีอนาคตแล้ว ยังไม่ปลอดภัยกับชีวิตของตัวเองด้วย   เพราะเรือ เก่า ....บางบริษัท เก่ามาก ปล่อยเรือ โทรมไม่ซ่อม...ไม่ทำ ...ดูไม่ได้ ....ใครต้องการดู....ไปหาดูได้จากเรือ ที่จอดทอดสมอ ที่บริเวณกลางน้ำราษฏร์บูรณะ ก็จะเห็นเอง”

            “แล้วที่บริษัทของศัยละ เป็นอย่างไร ?”

            “ของบริษัท ของเรา ไม่ต้องพูดถึงของเราซ่อมดีมาก ...ได้มาตราฐาน เป็นที่รู้กันทั่วทั้งประเทศไทยมานานแล้ว เพราะผู้ควบคุมการซ่อมทำ เอาใจใส่ดีมาก...ขณะนี้   นอกจากจะเป็นที่รู้กันทั่วทั้งประเทศแล้ว ยังอาจจะเลยออกไปถึง Club ในอังกฤษด้วยนะ....บริษัทของเรา  ไม่ทำอะไรให้เป็นที่เสื่อมเสีย และ/หรือ เสียหายต่อสังคม  เราจึงอยู่ได้สบาย ๆ ไม่เดือดร้อน ในทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง เพราะทุกคนในวงการธุระกิจการเดินเรือต่างก็ทราบดีว่าเรามีความสอาดบริสุทธิ ตรงไป ตรงมา และที่ สำคัญ คือ จริงใจ  ไม่ โกหก ปลิ้นปล้อน กระร่อน ตอแหล กับลูกค้าผู้มาใช้ บริการของเราอย่างไร ละ”

            “ของนายก็ดีไปอย่าง แต่สภาพทั่ว ๆ ไปยังแย่หน่อยนะ”

            “แย่มาก ๆ ไม่ใช่แย่หน่อยหลอกเพื่อน...สรุปสุดท้ายคือ ทำงานแล้ว .....คนประจำเรือ ไทย ต้องเป็นขี้ข้ารับใช้คนทั้งโลก ...เพราะการทำงาน ที่ไม่มีระบบในเรือไทย โดย ทั้งนี้ เพราะ พนักงานฝ่ายสินค้า บนบริษัท บางบริษัท ไปรับเงิน ค่าทำงานพิเศษ จากลูกค้า ผู้มาใช้บริการในต่างประเทศมา แล้ว แทนที่จะมาให้กับคนประจำเรือ แต่กลับเอาเข้ากระเป๋าตัวเอง   แล้วมา ขู่บังคับให้คนประจำเรือทำ ....โดยใช้อำนาจแฝงอย่างผิด ๆ ที่มีอยู่ คือ    “ความเป็นเจ้าของเรือจอมปลอม”  ไปขู่ พนักงานเรือ ...พนักงานเรือ กลัว เลยต้องทำงานให้ แต่คนอื่น คือ เจ้าพนักงานบนสำนักงานใหญ่ เอาเงินไปกิน ...หรือ/คือ พูดกัยอย่างง่าย ๆ ในหลาย ๆ อย่าง คนประจำเรือ ทำงานให้คนอื่นกิน ....นี่ละผลของการไม่มีใครให้ความคุ้มครอง หรือควบคุม ให้เป็นไป ตามที่  ISM Code ของ IMO กำหนด อย่างจริง ๆ จัง ๆ ....ที่เห็นที่ทำกันนั้น ...ทุกคนที่เกี่ยวข้องรู้ดีว่า เป็นอย่าไร....รู้ดี....ทราบดี...แต่ไม่มีใครพูกถึง ...ทุกคนจะปิดปากสนิด ...เหมือน ๆ กับการช่อการราชบังหลวงในวงราชการของไทยไม่มีใครกล้าพูดถึง ไม่มีใครกล้าทำอะไร ....เพราะเกรงกลัวอำนาจนอกระบบ....ดังนั้น ทุกคนจึงทำเพื่อให้ผ่านไปวัน ๆ เท่านั้น โดยแสดงได้ทางเอกสาร ว่า ทำ ....แต่ จริงไม่ได้ทำ ...เขาเรียกกันว่า  “ตริกติก ติก”...อย่างนี้มีมากมาย...และมีมานานแล้วด้วย...ในหน่วยงานของราชการรัฐวิสาหกิจก็มี”

        “รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้วนะ....แล้ว  ศัย  คิดว่า จริง ๆ มันเกิดจากอะไรกันแน่ ?”

            “เกิดจาก การแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมาย ของผู้ที่มีส่วนจักการ ในเรื่องการจัดหาซ่อมทำ และแต่งตั้ง โยกย้ายคนประจำเรือ โดยทำ ผิดหน้าที่ การบริหารกองเรือ ที่ เจ้าหน้าที่ ข้างบน บริษัท หรือสำนักงานใหญ่ มีหน้าที่ ส่งกำลังบำรุงให้กองเรือ  เป็นผู้จักหา ของใช้  ช่างซ่อมทำ ให้ กับเรือ ตามที่ เรือ ต้องการ จะไปตัด  โยกย้ายหรือ เปลี่ยนแปลง ตามที่นายเรือ เขาขอไปให้จัดหาให้ไม่ได้  .....ฯล นี่คือ หน้าที่ของพนักงานบนสำนักงานใหญ่”

            “ศัย...ชักเห็นด้วยกับนายนิด ๆ แล้วนะ....การจะต่อเรือใหม่ก็ไม่ใช่ของง่าย ๆ นะ”

            “บอกแล้วว่าไม่ยาก ...เวียตนาม ยังต่อได้เลย เวียตนามเดี๋ยวนี้  สามารถ ต่อเรือได้ถึง 50000 DW/Tons อู่อยู่ที่ ฮานอย ...และสามารถ ซ่อมเรือ ได้ถึงหนึ่งแสนตัน อู่อยู่ที่นาตรัง....แต่ประเทศไทยยังทำอะไรไม่ได้เลย....มันอย่างไรกันนี่....ทั้ง ๆ ที่เราเป็นหนึ่งมาแล้วในอดีต ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2401 สมัยพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว....แต่พอตกมาถึงชั้น ลูก  ชั้นหลาน   ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ไปได้...ปีนี้ มัน ปี พ.ศ. 2552 ....เป็นเวลา 151 ผ่านไปแล้วนะ ....”ไทย”... ยังทำอะไรไม่ได้เลย ”

            “ยังไม่ค่อยจะเข้าใจเหมือนกัน    ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น คือ จาก ที่เป็นชาติ ที่ต่อเรื่อเก่งที่สุด เป็นอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มากลายเป็นที่โหล่....คือ เป็นที่สุดท้าย ในบ่านนี้ไปได้”

            “ก็เพราะความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ ค่าCommission ในการสั่งซื้ออาวุธยุทธปัจจัย ของข้าราชการในสมัยต่อมา และสืบเมื่องกันมา เป็นโรคติดต่อ  เกี่ยวเนื่องกันมาจนถึงขณะนี้ บัดนี้ ปี พ.ศ. 2552 หรือ เปล่า ?....จริงหรือ เปล่า ?  ตามที่เขาว่ากัน  ก็ไม่อาจจะทราบได้....เพื่อน...ลองถาม ๆ กันดูซิว่า จริงหรือ เปล่าละ..เพื่อน”

            “ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงหรือเปล่า”

            “นั่นนะซิ...เพราะตามข่าวเขาว่า คุณทักษิณ ต้องการลดกองทัพให้เล็กลง ...ทำกองทัพให้ทันสมัย ขึ้น ใช้อาวุธที่ดีขึ้น ควบคุมระบบทั้งหมด ด้วยเครื่องมือ อีเลกโทรนิค ทุกกองทัพ หน่ายงานที่ไม่จำเป็นก็ยุบไป เพื่อประหยัด รายจ่ายในกองทัพให้น้อยลงจากการที่ต้องศูนย์เปล่า....นี่ละ เป็นต้นเหตุที่สำคัญที่ทำให้ “ทหารไทย”...ไม่พอใจคุณทักษิณ ...จนเกิดเรื่องราวมากมายตามที่ทราบกันในข่างประจำวันอยู่แล้ว ....จนสุดท้าย คือ การก่อกบฏภายในราชอาณาจักรไทยขึ้น ไล่คุณทักษิณออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี และสร้างหลักฐานว่า คุณทักษิณ โกงกินชาติบ้านเมือง....คุณทักษิณ ...ผู้หวังดีต่อชาติบ้านเมือง...คนที่เป็นอัจฉริยะคนไทยคนแรก เท่าที่เราเห็นมาในเรื่องการบริหารประเทศ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในเรื่องการหาเงินเข้าประเทศ ในเรื่องต่าง ๆ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญในรูปแบบที่ทันสมัยจากการให้เครื่องมือ Electronic เข้าช่วย   พัฒนาให้คนไทยทั้งชาติ มีความรู้ เรื่อง Computer ในขั้นดี เพื่อเข้าบริหารงานด้าน Sofeware อาวุธ อวกาศ และอื่น ๆ    พื่อนำประเทศเข้าสูระบบ “อวกาศ” ....แต่ทุกอย่าง ก็ต้องมาจบลง เพราะการบกฏ เมื่อ ปี พ.ศ. 2549 ....ทุกอย่างพังพินาจหมด”

            “อย่างนี้เขาเรือกว่าอะไร หรือ ..ศัย “

            “นี่ละคือ ไทยทำลายไทย ละ   ไม่ใช่ข้าศึกสัตรูที่ใหนดอก... เพื่อนรัก.... ไทย ทำเองทั้งนั้นตั้งแต่เสียกรุงครั้งที่ 1-2 มาแล้ว  ตอนนี้ ก็ไม่ต่างกันกับทั้งสองครั้งที่ผ่านมา   ครั้งนี้ประเทศไทยได้เสียเอกราชให้กับพวก....  “อนารยะชนคนเสื้อเหลือง” .....โดยเริ่มจากการทำ Diversion & Conversion เพื่อหลอกรวงประชาชนว่า คุณทักษิณโกงกินชาติมาก่อนแล้ว ...การก่อกบฏภายในราชอาณาจักร การเข้ายึดสถานที่สำคัญ ๆ ของรัฐบาล เช่น ทำเนียบ กระทรวงต่าง ๆ ตรอดจนสนามบิกนานาชาติ ทั้งในกรุงเทพฯ  และต่างจังหวัด ....จนในที่สุด  สามารถ ตั้งเป็นรัฐบาล ปกครองประเทศได้ ....เห็นหรือยังละเพื่อนว่ามันเลวร้ายขนาดใหน ?”

            “การต่อเรือ ไม่ใช่ของง่ายก็จริง    แต่ถ้าถ้าเราไม่หยุด และทำต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่ เมื่อ 151 ปี ก่อน    มาจนบัดนี้ (ปี พ.ศ. 2552)ป่านนี้ ประเทศไทยเป็ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกินก่อนหลาย ๆ ประเทศในเอเชียแล้ว ...จริงใหมละ ศัย”

            “ จริง....ไม่เป็นไรเพื่อน.... ลืมเสียเถิด อย่าคิดถึง ...ลือรสที่ขนขื่นนั้นเสีย .นะ เพื่อนรัก แล้วเรามาตั้งต้นกันใหม่  มอบหน้าที่ให้เป็นหน้าที่ของกองทัพเรือ รับไปทำ โดยมีกระทรวงทะบวงกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือด้วย  ปรึกษากัน ว่าจะเอากันอย่างไรจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด กับชาติบ้านเมือง และประชาชนคนไทยทั้งชาติ ..... น่าจะทำได้ในระยะเวลาอันสั้น ...ถ้าร่วมมือกันอย่าง จิง ๆ ...ญี่ปุ่นใช้เวลา พัฒนาประเทศ 50 ปีเท่านั้น จากไม่มีอะไร จนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางทะเลได้ รบชนะ จีน   และรัสเซีย ....เห็นหรือยังว่า....เขาทำได้  แล้วทำไม..... “กองทัพเรือไทย” ....จะทำไม่ได้ ......ทั้งนี้เพราะ  “การต่อเรือ”  กองทัพเรือทราบดีทำได้แน่นอนอยู่แล้ว.... แต่ก็ต้องอิงกฏหมาย หรือ SOLAS ที่กำหนดไว้ด้วยนะ    มิฉะนั้นส่วนประกอบต่าง ๆ ที่กล่าว จะนำมาประกอบเข้าเป็นตัวเรือไม่ได้ บริษัทประกันเรือ จะไม่รับรอง เรือก็จะออกวิ่งไม่ได้ ....มันมากมาย หลายเรื่อง จริง ๆ นะเพื่อน มันจะครอบคลุมไปในทุกสาขาวิชาชีพ ทำให้คนมีงานทำมากมายในประเทศ เกือบทั้งหมด อยู่ที่ผู้วางโครงการครั้งแรก ต้องมีความรู้อย่างกว้างขวางในสาขาวิชาต่าง ๆ แทบทุกสาขาวิชา  จึงจะ เริ่มต้นได้ แต่ที่จะให้สมบูลย์ที่เดียวนั้นคงยาก ต้อง ค่อยทำค่อยไปเลื่อย ๆ นานเข้านานเข้าก็จะสมบูรณ์ไปเอง....แต่ถ้าต้องการเร็ว ก็ต้องเข้าร่วมกับ บริษัทต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น เกลาหลี หรือ จีน ฯล ที่เขามีความชำนาญในเรื่องการต่อเรือ อยู่แล้ว ให้เขามาออกแบบวางแผนการสร้างอู่ให้ ....ให้ต่อ เรือ ขนาด สามแสนกว่าตันได้ด้วย ต้องทำอย่างไร ต้องใช้สถานที่ชายฝั่งทะเลบริเวณใหน ? อะไรทำนองนี้ละ....ที่ว่านั้นเป็น แค่เรือ แต่เรือยังวิ่งไม่ได้ เพราะยังไม่มี คนประจำเรือ .... ต้องผลิด คนประจำเรือสินค้า ออกมาปฏิบัติงานในเรือสินค้าที่มีคุณภาพสูงเป็นอันดับหนึ่งของชาติด้วย จึงจะดำเนินการไปได้ ....ต้องไม่ลืมว่า “คน”..คือปัจจัยการผลิดที่สำคัญที่สุด ......ทั้งนี้เพราะคนเป็นผู้ใช้ เทคโนโลยี่ในการผลิด .... “

            “แล้วใครจะเป็นผู้ดำเนินการก่อนละ ?”

            “ เมื่อกิ้   ...บอกไปแล้วนี่ว่า... กองทัพเรือ...ผลิดคนเรือ สำรองไว้ก่อนได้แล้ว ถึงแม้จะยังไม่เรือที่ต่อของเราเองออกมาวิ่ง ก็ผลิดคนประจำเรือออกมาได้แล้ว...เรื่อง การผลิดคนประจำเรือ ...เรื่องของเทคโนโลยี่ ต่าง ๆ ในด้านการต่อเรือ... กองทัพเรือรู้ดี...เพียงแต่ ยังไม่ได้เริ่ม ต่อ เรือสินค้าเดินสมุทรขนาดใหญ่เท่านั้น”

            “ มันจะตรงตามหน้าที่กองทัพเรือหรือไม่”

            “ ทำไมจะไม่ ตรง ...ตรงแพงเลยทีเดียวละเพื่อน”

            “ ศัย ว่าตรงอย่างไร ? ”

            “ กองทัพเรือ มีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติทางทะเล...ไม่ให้ใครรุกล้ำกล่ำเกินเข้ามาทางทะเล....ในยามศึก เรารบ...แต่ในยามสงบ เราต้องเตรียมพร้อม ...เตรียมกำลังสำรองทางทะเลของเราไว้ ...กองเรือสินค้าเดินต่างประเทศ   เป็นกำลังสำรองของกองทัพเรือ ....ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการพัฒนา การเดินเรือสินค้า.....ค้าขายกับต่างประเทศให้เจริญรุดหน้าให้ถึงขีดสูงสุดให้ได้ ... นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องใช้เวลามาก หลายสิบปี จึงจะเห็นผล แต่ยังไม่เริ่มกันสักที แล้ว ต่อไปอีกกี่ชาติละจึงจะเห็นผล....

        “น่าคิด...     แต่ไม่ใช่ของง่ายนะ ”

            “ไม่ยาก ...ที่เห็นยาก เพราะยังไม่ได้ทำ ....ถ้าได้ลงมือทำ แล้วจะเห็นว่า ง่ายนิดเดียว”

            “ แล้วจะเริ่มตรงใหนก่อนละ”

            “ หาเงิน ตรวนี้สำคัญมาก เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก ...ใครจะเป็นผู้หาเงินมาลงทุน ...พูดถึงตรงนี้ แล้ว คิดถึงคุณทักษิณ ขึ้นมาทันที  เพราะนอกจากคุณทักษิณแล้ว    ยงมองไม่ออกว่า ใครจะมีความสามารถ ตรงนี้ ในขณนี้ (พ.ศ. 2552) ...หาผู้สบับสนุน....  ส่งคนไป ศึกษา รูปแบบแผนฝัง โครงสร้าง ทั้งของเรือ และอู่ต่อเรือ....แล้วเริ่ม...พร้อมกับออกสำรวจหาพื้นที่ตามชายฝั่งทะเลเพื่อ สร้างอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ สามแสน (300,000)กว่าตัน บรรทุกขึ้นไป ....และไล่กันลงมาจนถึง 7000 หรือ 10,000 ตันบรรทุก “

            “ ศัยว่า ตรงใหนเหมาะ “

            “ บริเวณ กระบี่-พังงา น่าจะเหมาะ “

            “ ก็ดีนะ ...ในยามสงบเราต่อเรือค้า ออกวิ่งรับส่งสินค้า หาเงินเข้าประเทศ....ต่อให้มีคุณภาพ ขายได้ขายเลย ได้เงินเข้าประเทศด้วย  ออกแบบเรือให้ดี ใครต้องการเรือประเภทใหน รูปร่างอย่างไรบอกเลย จะต่อให้...ได้เงิน แน่ ๆ ไม่ต้องไปรีดไถใคร (คุณทักษิณ) …..ในยามสงครามเราต่อเรือรบให้กองทัพเรือ ...เราทำรถเกาะ-รถถังให้กองทัพบก..... เราสร้างเครื่องบินให้กองทัพอากาศ .... เราสร้างอาวุธ ให้ชาติที่กำลังจะรบกัน...ให้รบกันให้หนักเข้าไว้ ...ให้รบกันให้นานเข้าไว้ ...เราจะได้ขายอาวุธให้ได้มาก ๆ ....ให้เราทำตามหลักปรัชญาการเมืองโดยเคร่งครับที่ว่า...”ผลประโยชน์ ของชาติเรา ย่อมอยู่เหนือ สิ่งอื่นใด”...หรือ....”ถ้าชาติเราจะต้องล่มจน  ชาติอื่น ต้องล่มจมก่อน”

            “ ตรงนี้สำคัญ และดีมาก ถ้าทุกคนคิกได้อย่าง ศัย ”

            “ ที่คุยกันนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ....มันยังมีอีกมาก ...ที่จะต้องพูดกันอีก....”

            “ ยังมีอะไร อีกละ “

            “ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ คือ..... “ คนประจำเรือ “ .... ดังที่ ได้เรียนให้ทราบไปแล้วว่า คน....คือ ปัจจัยการผลิดที่สำคัญที่สุด เนื่องจาก คนเป็นผู้ใช้ เทคโนโลยี่ในการผลิด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด......

            “ก็ดีนะ”

“ ดีแน่ .....แต่ก่อนที่เราจะหันกลับเข้าสู่เส้นทางที่เราจะร่วมมือร่วม แรงกันทั้งชาติ...โดยมี..รัฐบาล และ กองทัพเรือ-กองทัพบกเป็นแกนนำ....เพื่อนำพาประเทศไทยมุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่สูงสุดยอดนั้น....

“มันเกี่ยวอะไรกับกองทัพบกด้วยเล่า  ศัย”

“ เกี่ยวซิ...เกี่ยวมากด้วย “

“ เกี่ยวอย่างไร ?”

“ กองทัพบก ....มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญมากในการสร้างอาวุธยุทธสัมภาระทางทหาร  กระสุนดินดำ ทั้งใหญ่ และเล็ก ....รวมไปถึงจรวดนำวิถี ต่าง เช่น...จาก บก สู่ บก ....จากบก สู่อากาศ ...จาก อากาศสู่อากาศ ...จากน้ำ สู่ บก.....จาก บกสู่น้ำ ....จากไต้น้ำ สู่บก ...ฯลฯ  เมื่อเราสามมารถผลิดกระสุนดินดำของเราได้เอง ทำจรวดนำวิถีได้เอง ที่นี้ เราจะ รบกับใครละ ขอให้บอก   ไม่ต้องปอด ไปขอเจรจาอีก ทหารจะมีกำลังใจที่เข็มแขงในการรบ เพราะฝึกมามาก  ทั้งกระสุนซ้อม และกระสุนจริง...ทำได้เอง ....ยิงกันให้เต็มที่ ...งบประมาณก็ไม่มาก ในการฝึกซ้อม ไม่เหมือนกับต้องซื้อลูกปืนเขามาซ้อม  อะไรทำนองนั้น   ที่ว่า นี้ กองทัพบกทำได้ ...โรงงานต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น สามารถ ที่จะเอาอุปกรณ์ที่ผลิดได้ไปต่อยอก ผลิดต่อออกเป็นอาวุธขายให้ ประเทศที่ต้องการชื้อไปใช้ในราคาที่ยุติธรรมอย่างไรละ ....ยิ่งที่ใดมีการรบกัน หรือ กำลังจะรบกัน ยี่งดี ...รัฐบาลเข้าไปเจรจาแรกเปลี่ยน ค้าขาย  กองทัพบกผลิดอาวุธ กองทัพเรือ ผลิดเรือ และ กองทัพอากาศเป็นแม่งานผลิด เครื่องบินที่จะใช้ในกองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพบก กองทัพอากาศผลิด....ทั้งเครื่องบินรบ เครื่องบินโดยสาร เครื่องบินขนส่งสินค้า....เรา...คนไทย...ทำได้แน่นอน....ถ้าจะทำ...อาจจะ ทำได้ดี กว่า ชาติอื่น ๆ อีกหลายชาติในโลกนี้ก็ได้ ....การผลิดยุทธปัจจัยทางทหาร ....ทั้งรถเล็ก รถใหญ่ที่ใช้ลำเลียงทหาร ....รถถัง  รถยนต์หุ้มเกาะ ทั้งล้อยางที่ให้วิ่งในเมือง และตีนตะขาบที่ไว้ใช้ในที่ทุรกันดาน เราทำได้ทั้งนั้น ......เพื่อน ๆ น้อง ๆ สามสมอ และ จปร.ที่รัก ..ครับ....ท่านเห็นหรือยังว่า เราทำได้...เราทำได้...จริง ๆ นะ ....รัฐบาลเข้าใจแล้ว ...ต้องสนับสนุน ด้านการเงินให้สี่เหล่าทัพ ดำเนินการตามที่เรียนให้ทราบคล่าว ๆ ข้างบนนะ ...”

“  เดี๋ยว ๆ .....ตำรวจ...ทำอะไรขายละ..ยังไม่เห็นบอกเลย”

“ ตำรวจ ผลิด เสื้อเกราะ  ออกมาใช้ในกองทัพ ทั้งสี่เหล่าทัพ อาวุธเบาขนากเล็ก กระทัดลัด ที่มีประสิทธิภาพสูงที่จะใช้  เพื่อการรบในเมือง และในกิจการตำรวจ....เครื่องมือสื่อสารสนามในกิจการทหาร-ตำรวจ เครื่องมือที่ใช้ปราบปรามการจลาจล เช่น แกสน้ำตา และอื่น ๆ ออกขายทั้วโลก “

“ ดีมาก นะ ...แต่ยังมีข้อสงสัยอยู่นิดหนึ่งว่า ...แล้ว กองทัพ ทั้งสี่เหล่า....จะได้อะไรละ...กองทัพเรือเคยทำมาแล้ว หลาย ๆ อย่าง แต่ต้องล้มไป หมด เช่น โรงงานแก้ว...โรงานแบทเตอรรี่ ฯล ....ทำแล้วอยู่ไม่ได้”

“ ที่อยู่ไม่ได้ เพราะการเมืองภายในเข้าแทรกแซง.....เพราะรัฐบาลสมัยนั้นไม่เข้าใจ เรื่องการค้าขายหาเงินเข้าประเทศ .....ปล่อยให้การค้าขาย เป็นหน้าที่ของพ่อค้ากลุ่มเล็ก กลุ่มเดียวเท่านั้น ....ในไม่กี่ตระกูล ....จึงไม่เข้าใจการค้าขาย... การตลาด.... รัฐบาลสมัยนั้นเก่งแต่การปฏิวัติ ปฏิรูป ที่พัฒนามาจาก ....“การก่อกบฏภายในราชอาณาจักร”.....ทั้งนั้น เพราะทำง่ายมาก ด้วยการขับรถถังออกมา ยึดที่ทำการของรัฐบาล ....ประชานชน ออกมา ต่อก้านคัดค้านการยึดอำนาจของทหาร     ก็เอาปืน ที่ประชาชน ซื้อให้เพื่อเอาใว้ต่อต้านสัตรูผู้รุกรานอธิปไตยของไทยนั่นละ ...ยิงประชาชน ตายมาแล้ว ไม่รู้ว่า เท่าไร ต่อเท่าไร....ตายแล้ว ก็เอาศพไปซ่อนไว้ แล้วก็บอกว่าไม่ได้ยิง ...ไม่ได้ยิง...จริง ๆ .....ยุคใหนก็ยุคนั้นเป็นเวลานานมาแล้ว...ไม่รู้จักจบจักสิ้น ....เสร็จแล้ว ก็ออกกฏหมายนิรโทษกรรม ให้ตัวเอง ไม่มีความผิด ที่ยิงประชาชน (กฏหมายนี้ ต้องยกเลิก การนิรโทษกรรมในลักษณะนี้ ต้องไม่มี  และถ้ามีจะไม่มีผลบังคับ เมื่อรัฐบาลฝ่ายกบฏ พ้นจากการบริการประเทศไปแล้ว และกลับมาเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง เพราะการออกกฏหมายนี้ ขาดความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย)... ด้วยการใช้ปืนบังคับ ทำให้การฆ่าประชาชน แต่ละครั้งตามที่กล่าวมานั้น  ผู้สั่งฆ่า   ผู้ก่อการ  สั่งการให้มีการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองไม่มีความผิด.....มันง่ายดีนะ....มันง่ายดี.....เลยไม่คิดจะค้าขาย หาเงินหาทองเข้าประเทศกัน ...ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นใครทำอะไร ที่จะเป็นรูปการค้าระหว่างประเทศ จึงดู  “ขัดลูกหูลูกตา” ...ไปหมด ...จึงต้องล้ม...ต้องเลิก...อะไรทำนองนั้   นะเพื่อน”

“ ควรเลิกได้แล้วนะ...การเอาปืนของประชาชน   ออกมายิงประชาชน นั่นนะ....ควรเลิกได้แล้ว”

“ เมื่อทุกอย่าง เป็นไปตามแผน รายได้ คือ ผลกำไรหักค่าใช้จายแล้ว 50-50 ดีใหม ?...ถ้าไม่ดี หรือ เห็นว่า กองทัพได้มากไป ก็ตกลงกันได้”

“ ขอให้ทำสำเร็จ กองทัพจะได้เงิน เป็นเงินเพิ่มพิฌศสจำนวนมากพอทั้งกองทัพเลยนะ   คิดว่าอย่างนั้น ...ศัย...คิดอย่างไร”

“ เห็นด้วย แต่ต้องมีข้อแม้ว่า.....ข้าวเปลือกที่ ซื้อให้ม้ากิน สามเกวียน  ต้องมีใบเสร็จ และ ม้าต้องได้กิน สามเกวียนจริง ๆ นะ”

“จริงแท้ แน่นอน...สัญญา ....สัญญา ...สัญญา ...จะรักให้แนบอุราเลยนะ...เพื่อน”  

………………..

 

ตอนที่ 20

คนดีที่ต้องเสียเปรียบคนชั่ว

.................

 

“ พูดถึงเรื่องการเมือง ...ผมเลยต้องขอย้อนหลังกลับไปเรื่องบ้านเรื่องเมืองเล็กน้อนนะครับ ...นิดเดียวเท่านั้น ครับ...ท่าน.....เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า    ผมเกิดความสงสัยว่า ....ทำไม..?.. เรื่องของคนเสื้อแดงจึงจบลงง่ายนัก....ไม่น่าเป็นไปได้...ผมจึงได้พยายามหาข่าว แล้วนำมาประติดประต่อกันจึงรู้ว่า ....เหตุที่แกนนำ คนเสื้อแดงส่วนมากเข้ามอบตัวนั้น ...เพราะแกนนำคนเสื้อแดง...ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และ มีการเสียเลือดเนื้อมากกว่านี้..เพราะความรุนแรงดังกล่าว ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของกลุ่มคนเสื้อแดง และเพื่อให้เหตุการสงบ แกนนำส่วนใหญ่จึงเข้ามอบตัว.(นับถือ )

        ปัญหาที่ติดตามมา  คือ ความรุนแรง ที่เกิดขึ้นนั้น คนเสื้อแดง ทำขึ้น...จริง หรือ เท็จ...กันแน่ ?

จากข้อสงสัยดังนี้ คือ .-

1. รถเมย์ที่ถูกเผานั้น คนเสื้อสีแดงไปเอามาจากใหน ไปเอามาได้อย่างไร คนขับของ ขสมก.คือใคร  ชื่ออะไร ทำไมจึงเอารถไปจอดให้คนเสื้อแดงมายึดเอาไปเผาได้อย่างไร...ทำไมจึงไม่ขับหนีไป ก่อนที่จะถูกยึดรถไปเผา?

2. รถน้ำมัน หรือ แกสนั้น ก็เช่นกัน....มาอยู่ตรงนั้น ได้อย่างไร ? ใครเป็นคนขับ...ขับมาให้คนเสื้อแดงจะเอาไปเผา...แต่ยังไม่ได้เผา...เพราะคนวางแผน...เสนาธิการ รู้อยู่ว่า ถ้าเผา จริง ๆ ยุ่งแน่ เป็นเรื่องใหญ่แน่.....เพียงให้แค่ทำท่าจะเผาเท่านั้น...เพื่อให้เป็นข้ออ้าง ....น่าสงสัยว่าไปเอามาได้อย่างไร ...ขับไปใหนมา...ในวันนั้น ไปอยู่ที่ใหนมาบ้าง... คนขับของสยามแกสนั้นชื่ออะไร จะขับไปใหน  ...แล้วทำไมต้องเป็นสยามแกสด้วย.?

 3.  คนขี่มอร์เตอรไซ  แล้วไปยิงคนตาย ที่นางเลิ้งนั้น...จับได้หรือยัง...เอามาสอบสวนหรือยัง ทำไมถึงยังจับไม่ได้ ...เมื่อจับไม่ได้ ยังไม่ได้สอบสวนแล้วทำไมจึงรู้ว่า คนเสื้อแดงเป็นคนยิง  อาจจะเป็นคนเสื้อเหลือง หรือเสื้อสีน้ำเงิน ที่เป็นคนของรัฐบาล แต่ใส่เสื้อแดงยิงก็ได้.....ตอนนี้รู้สึกผิดปรกติ ที่รัฐบาลทำง่ายเกินไป ที่ บอกว่าเป็นคนเสื้อแดงยิง....แน่นอน ชาวบ้านก็ต้องบอกว่า คนเสื้อแดงยิง เพราะเขาเห็นว่า มอร์เตรไซขับรถมาจากทางที่ฝ่ายคนเสื้อแดงรวมกลุ่มอยู่ ....มันง่ายดีนะ....รัฐบาลเลยบอกว่า คนเสื้อแดงยิง เพราะเข้าเป้าอยู่แล้ว ...ใช่หรือไม่ ?

4. เหตุที่เกิดความวุ่นวาย ในชุมชนต่าง นั้น .....คนเสื้อแดงไม่เคยทำมาก่อน...คราวนี้ ทำไมมันจึงเกิดขึ้น....เกิดขึ้นได้อย่างไร....ทุกอย่างต้องมี ที่มา ที่ไป...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...“การยิงมัสยิส”....มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว ตามความรู้สึกของผมที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย....จึงรู้สึกว่ามันเป็นการกระทำที่เลวมาก ...เลวมากเกินไป เลวเกินไปที่คนที่มีความคิดอย่าง แกนนำของคนเสื้อแดงจะทำอย่างนั้น ....สำหรับคนคิด ทำร้ายมัสยิส ....เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง....จับคนยิงได้หรือยัง ?...เอามาสอบสวนหรือยัง ?...นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำเลยรัฐบาลก็ออกข่าวเสียแล้วว่า จะต้องมีหนังสือไปยังชาติอาหรับไม่ให้คุณทักษิณอยู่ในประเทศ เพราะคุณทักษิณ เป็นผู้สนับสนุนให้คนเสื้อแดงยิงมัสยิด.....ปัดโธ่เอย เด็กอมมือ ....มันคิด...มันทำอย่างนี้ ....มันพูดอย่างนื้ ....ใคร ๆ เข้าก็รู้ว่า ....มันมีแผมมาก่อนตามที่ เสนาธิการฝ่ายรัฐบาลกำหนดให้ .....เสียหายหมด ...อย่างนี้ ...เสียหายระดับชาตินะจะบอกให้ ...เรื่องเพชรชาอุยังไม่ทันจบ ....ดันสร้างเรื่องนี้เข้าไปเกี่ยวข้องอีก ...เรียกว่า ...”ความวัวยังไม่ทันหาย...แต่เอาความควายเข้าไปแทรกอีก ....มันอะไรกันนักกันหนาก็ไม่ทราบได้ ประเทศไทยเอ้ย ประเทศไทย...น่าสงสารมากนะครับ ....ที่มีคนเลว ๆ อย่างนี้ บริหารประเทศอยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง.....นี่ละที่เขาเรียกว่า...”โจรครองเมืองละ”......ผมเคยเรียนให้ทราบแล้วว่า ...ใครไม่เคยเห็นโจรครองเมืองก็ดูไว้ คราวนี้จะได้เห็นกันชัก ๆ แล้ว...!  !   

 5. ความต่อเมื่องจากเหตุการที่พัทยา จนมาถึงในกรุงเทพฯมีความสัมพันธ์กัน...สอบหรือยังเหตุการที่พัทยา ใคร คือ ต้นเรื่อง....ที่ทำให้เกิดความรุนแรง...คนเสื้อแดง หรือ คนเสื้อสีน้ำเงินกันแน่...ที่เป็นคนก่อ คือ ยั่วยุให้รุกรามรุนแรง ...สอบสวนจากคนเสื้อแดงหรือยัง ว่าขั้นตอนของการเกิดความรุนแรงมันเกิดขึ้น ตรงใหน เมื่อไรก่อน แล้วไปสิ้นสุดตรงใหน ?......สอบกันหรือยัง ?

6. ทำไมเหตุการถึงขั้นนี้ แล้ว รัฐบาลจึงไม่ยอมให้ประชาชนคนธรรมดา ได้รับข่าวสารจาก ฝ่ายคนเสื้อแดงบ้าง...ทำไมรัฐบาล ...จึงทำเช่นนั้น...ทำไมรัฐบาลจึงพยายามนักพยายามหนาที่จะปิดกั้นข่าว...ถ้าผมจะถามว่า...รัฐบาลทำอย่างนั้น ถูกต้องตามกฏหมาย  หรือไม่ ?. (ใครสงสัยไปเปิด  โจราธรรมนูญ ปี 2550 ดู)

แน่นอน รัฐบาลก็ต้องตอบว่า ถูกต้อง เพราะมีกฏหมายรองรับ  คือ “มีประกาศภาวะฉุกเฉิน”....ผมก็ว่าถูกนะ...รัฐบาลทำถูกต้องตามกฏหมาย...ครับท่าน

เมื่อเป็นเช่นนี้ ....ก็ไม่เป็นไร...คุณ(รัฐบาล)ก็ทำไป...ทำไปเลย....แล้วอย่างแหกปากร้องก็แล้วกันว่า “เศรษฐกิจ และ รายได้จากการท่องเที่ยวตกต่ำเพราะคนเสื้อแดง”....แล้วเราจะมาดูกันว่า ใครจะอดทนกว่ากัน....แล้วเราจะได้ดูกันว่า “ธรรมะ หรือ อธรรม ใครจะเป็นฝ่ายชนะ”....ในที่สุด....ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน

ในแง่ของผม(ผมคนเดียวนะ)ผมได้นำ ทฤษฏี การกระทำของมนุษย์ของผมเองมาพิจารณา คือ

“คนเก่งในทางสุจริต  จะไม่เก่งในทางทุจริต...และ...“คนเก่งในทุจริต  จะไม่เก่งในทางสุจริต” (ทั้งสองกรณีย์ เป็นของผมเอง...ผมให้ไว้เมื่อ...เมื่อ 25 มีนาคม 2552 ในเรื่องความจริงก็ต้องเป็นความจริง 2 ...หน้า 3 ครับ)

นั่นก็หมายความว่า

“คนที่คิดทำแต่ความดี จะไม่คิดทำชั่ว และ คนที่คิดทำแต่ความชั่ว จะไม่คิดทำความดี”

 

จากนี้เราก็จะมาดูกันว่า “เหตุการนั้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

“พรรคประชาธิปัต”...ในการนำของนายอภิสิทธิ ได้ทำอะไรไว้บ้างตั้งแต่ ปี ..2549 จนถึง ปี พ..2552 นี้ ....แน่นอน.. ...เราจะเห็น ส่วนใหญ่ จะเป็นไปในเรื่องที่ผิดกฏหมายทั้งนั้น ...นั่นหมายความว่าอย่างไร....นั่นก็หมายความว่า ....พรรคประชาธิปัตในการนำของนายอภิสิทธิ.... “ เก่งในการทำความชั่ว”

“คนเสื้อแดง”....แกนนำของคนเสื้อแดง..ได้ปรากฏตัวให้สาธารณะชนเห็นก็ราว กลางปี ..2551 นี้เอง จากการจัดรายการ....ความจริงวันนี้....ทาง NBT.TV …ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า จากการชม TV รายการความจริงวันนี้ ผู้ชมที่มีใจเป็นธรรมต่อสังคมและประเทศชาติ จะมีความรู้สึกอย่างไร กับรายการนี้....ถ้าไม่แน่ใจ..ไปหา VCD มาเปิดทบทวนดูใหม่ได้ แล้วพิจารณาเอาเองว่า ..ถูก หรือ ผิด,...ดี หรือ ชั่ว....แต่ที่แน่ คือ คนที่ไม่มีส่วนได้...ส่วนเสียกัน เรื่องราว ความเป็นไปในทางการเมือง...และ/หรือ  พฤติกรรมของคนหนึ่งคนใดในเรื่องที่แกนนำคนเสื้อแดงนำมาเล่าให้ประชาชนคนทั้งชาติได้รับทราบนั้น...ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่มีผลประโยชน์ในเรื่องค่าคอมมิสชั่นในการชื้อของใช้ ซ่อมทำ ฯลฯ ในหน่วยราชการ ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเงินที่คนในหน่วยราชการใช้จ่าย   “โดยไม่ต้องมีใบเสร็จ”....ฯลฯ...ผมจึงรู้ว่า ...รายการ..”ความจริงวันนี้”...ของคนกลุ่มเสื้อแดง...“ดีมาก”...เพราะทำให้เจ้าของเงิน คือ ประชาชน พลเมืองไทยหูตาสว่างขึ้น....แต่ในทางตรงกันข้าม พรรคฝ่ายค้าน ในขณะ นั้นคือพรรคประชาธิปัตกลับบอกว่าไม่ดี...ไม่ดีเพราะ คนเสื้อแดงเอาเรื่องของพรรคประชาธิปัติ ที่ทำไว้ อย่างไม่ค่อยจะโปร่งใสออกมาเปิดเผยด้วย เช่นเรื่อง ...เงิน ปรส.จำนวน หกแสน(600,000)กว่าล้านบาท...โดย ประชาชนก็ไม่รู้เหมือนกันว่า “พรรคประชาธิปัตเอาเงินจำนวนนี้ไปแบ่งให้ใครบ้าง ....จึงเห็นช่วยกันเหลือเกิน ทุกคนปิดปากสนิด ไม่มีใครพูดอะไรเลย สื่อมวลชนก็เช่นกัน....ใหนว่า เพื่อประชาชน ...แต่เมื่อเงินของประชาชน หายไปหกแสนกว่าล้านบาท ต่างก็เงียบกันหมด ...มันอะไรกัน ?  ...ไม่มีใคร ดำเนินการต่อ....ทั้ง ที่เรื่องนี้ ทาง DSI ได้ส่งเรื่องไปให้ ปปช.นานมาแล้ว...และ  ปปช.ทิ้งเรื่องไว้ และ/หรือ ดองเรื่องไว้ จนเรื่องใกล้จะหมดอายุความอยู่แล้ว(ไม่ทราบว่าหมดหรือยัง วันนี้  29/04/52) เมื่อเป็นอย่างนี้ ท่าน ครับ...ท่านทั้งหลาย...ประชาชนคนไทยทั้งชาติ เขาคิดอย่างไร ?.....เคยตัว...คงจะ เคยตัวแล้ว...คือ คงจะเคยกินกันมาได้อย่างไม่มีปัญหา...เพราะประชาชนเจ้าของเงินเขาไม่รู้ ...เพราะไม่มี....รายการความจริงวันนี้...แต่ตอนนี้  มีแล้วจึงทำให้ หู-ตา ของประชาชน เจ้าของเงินตาสว่างขึ้น.....นั่นคือ ความดี...และ/หรือ ...คือ สิ่งที่ดี ที่คนเสื้อแดงทำไว้....นั่นก็หมายความว่า ....คนเสื้อแดง ในการนำของคุณวีระ ....เก่งในการทำความดี

“ แล้วอย่างไรต่อ

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง นั่นก็หมายความว่า เหตุการที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ หรือ ไม่ได้อยู่ ในนโยบาย และ/หรือการกระทำ ของแกนนำคนเสื้อแดง  ...เมื่อแกนนำ คนเสื้อแดงไม่ได้สั่งให้คนเสื้อแดงทำ ....แกนนำเหล่านั้นจะไปรับผิดชอบได้อย่างไร

“แต่ก็เห็นกันชัด นี่ว่า คนเสื้อแดงทำ”

“ไอ้เสื้อแดงนั่นนะ ใคร จะเอามาใส่ก็ได้...เพื่อน  เอ๋ย”

“ได้หรือ

“ทำไมจะไม่ได้...ง่ายนิดเดียว”

“ง่ายอย่างไร”

“สมมติว่า ผมเป็นคนเสื้อเหลือง ผมก็ถอดเสื้อสีเหลืองออกแล้วเอาเสื้อสีแดงใส่เข้าไป ก็เท่านั้น ไม่เห็นจะยากอะไรเลย แล้วก็ออกสร้างสถานะการต่าง ๆ ตามที่ ฝ่ายเสนาธิการของรัฐบาล วางใว้ ก็เท่านั้น....เรารู้อยู่แล้วว่า คนเสื้อสีเหลืองที่เป็นฝ่ายเดียวกับพรรคประชาธิปัต หรือเป็นคนเสื้อสีน้ำเงิน ที่รัฐบาลในการนำของพรรคประชาธิปัตตั้งขึ้นมา (ไปเอา VDO ที่ รมช.มหาดไทยพูดไว้ในการประชุมสภาเมื่อ 20 – 23 เมย.52  มาเปิดดู)  เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ   เช่น  เข้าต่อสู้กับคนเสื้อแดง  เรียกว่า ใช้ MOB ชน MOB กันเลย เหมือนสมัยหนึ่งที่ทรราช สร้างกระทิงแดงขึ้นมาชน MOB ของนักศึกษา อย่างไรละ ....เพื่อนรัก ....นี่ละคือ ผลงานของรัฐบาลที่สกปรก และ ไม่โปร่งใส ต้องการใส่ร้ายป้ายสี ให้ คนเสื้อแดง ที่คัดด้านการโกงกิน เงิน ภาษีอากรของราษฎร (เช่น เงิน 600,000 กว่าล้านบาท) ....และต้องการประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ต่อต้านเผด็จการอยู่ในขณะนี้ ....โดยให้คนเสื้อเหลือง....ที่เก่งในทางทำลายบ้านเมืองอยู่แล้วในอดีต จากการเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ทำลายทำเนียบเสียพังพินาจ กระทรวงทะบวงกรม ต่าง ตลอดจนสนามบิน ดังที่เป็นที่รู้กันอยู่ ก็ย่อมทำได้...ไม่ยาก...จริงใหม”

“ทำได้จริง หรือ

“ทำไมจะทำไม่ได้ .... มีอำนาจแฝง...หรือ  อำนาจนอกระบบ....หรืออำนาจเถื่อน อยู่ในมือเสียอย่าง....ทำอะไรก็ย่อมทำได้ทั้งนั้น ....และก็มีตัวช่วยมาก ทั้งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็มี (ที่เห็นชัด ๆ คือ นิด้า) สส.  สว. ประชาชนก็มี .... แม้แต่...ช้าง..ก็ยังช่วยรัฐบาล เช่น  อีช้างลากซุง  อย่างไรละ  ...ตอนนี้ไม่ค่อยเห็นออกมาเดินในถนนคนเมืองอีก ไม่รู้ไปออกลูกอยู่ที่ใหน....

“ ช้างเขาเรียกว่า   ตกลูก  นะเพื่อน เรียกให้ถูกหน่อย”

“ แต่อีตัวนี้พิเศษหน่อย..เพราะมันชอบ...ลาก....ซุง...เลยต้องเรียกไม่ให้เหมือนกับตัวอื่น”

“ คงจะไช่นะ....อำนาจแฝง ...อำนาจนอกระบบ มันคืออำนาจอะไรกันแน่ ?”

“ อำนาจแฝง หรือ อำนาจนอกระบบ ...เป็นอำนาจ..การสั่งการที่ธรรมนูญการปกครองไม่ได้กำหมดไว้...ผู้สั่งใช้ความเชื่อถือที่มีต่อกันมาในอดีต .....ใช้ความนิยมชมชอบส่วนตัวที่มีต่อกันมาในอดีต ... สั่งหรือแนะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และ กลุ่ม “

“ อันตราย...อันตรายมาก นะ...อย่างนี้”

“คนที่ต้องการผลประโยชน์ร่วม....คือร่วมด้วยช่วยกันกินประเทศไทย....อย่างไรละมีอยู่เต็มบ้าน เต็มเมืองไปหมด ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน...ทั้งในและนอกสภา....ทั้ง สส.  สว. ....และขนวบการ ยุติธรรม ที่สร้างขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จนทำให้ ขบวนการยุติธรรมของไทยกลายเป็น....ขบวนการยุติธรรม  ที่ไม่ยุติธรรมไปแล้ว และพร้อมที่จะพิจารณาความ ที่ถูกให้เป็นผิด ที่ผิดให้เป็นถูกได้....ทั้งนี้ก็ เพื่อ กำจัด คน ดี ๆ ที่มีความรู้ความสามารถ ที่อยู่ในพรรคไทยรักไทย ของคุณทักษิณทั้งนั้น”

“ทำไม..มันต้องทำถึงขนาดนั้น   โดยไม่คิดถึงชาติบ้านเมืองละ”

“เพราะคนเสื้อแดงทำให้ การโกงกินประเทศชาติ ของมาเฟียรการเมือง ที่ยิ่งใหญ่ในแผ่นดิน กินประเทศไทย ไม่สดวกนะซิ”

“มาเฟียรการเมือง...มันผู้นั้นคือใครกันแน่

“ไม่ทราบ....ไม่ทราบเหมือนกัน”

“ทำไมจึงไม่ทราบ”

“เพราะ....เหมือฟ้ายังมีฟ้า....เหนือคนยังมีคน...มันมากมายจนไม่รู้ใครเป็นใครนะซิ”

“ ถ้าอย่างนี้ ประเทศไทย...พัง...ลูกเดียว”

“ ถ้าจะพังก็ให้มันพังไป ในเมื่อผู้มีอำนาจหน้าที่รักษาบ้าน  รักษาเมืองเขาก็รู้ ....แต่เขาไม่คิดจะกำจัดคนกลุ่มนี้ให้หมดไป .... นตท.10 – 11 – ฯ ทุกคนรู้ดี อะไรถูกอะไรผิด ....ใครดีใครไม่ดี ...ทำไมจะไม่รู้  แต่ก็ไม่ช่วยคุณทักษิณที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนำตัวกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง ดีกว่าให้ไปเที่ยวเดินอยู่อย่างนั้นเสียเวลาเปล่า ๆ ...อายุคนมันสั้น ....ไม่รีบทำตอนนี้แล้วจะให้ไปทำตอนใหน ? ....จริง ๆ แล้ว น่าจะช่วยกันให้คุณทักษิณกลับมานานแล้ว ...แต่ก่อนให้กลับ ครวแก้ โจราธรรมนูญก่อน  หรือ / คือ นำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กลับมาใช้ก่อน จะแก้ใหม่บางมาตราก็ได้ แล้วจึงให้คุณทักษิณกลับมาประเทศไทย    ก่อนจะทำงานอื่นให้ชาติบ้านเมือง....ให้คุณทักษิณสู้คดีความก่อน ....ให้ Clear ให้หมดเสียก่อน โดยใช้รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2540 เป็นกฏหมายชี้ขาด ...ถ้ายังใช้    “โจราธรรมนูญ ปี .. 2550”....อยู่อย่ากลับมานะ....ถ้ากลับมาติดคุกแน่.....  ที่เห็น ๆ กันอยู่  นอกจากจะไม่ทำการปกบ้าน ป้องเมืองแล้ว....ยังดันไปเข้ากับไอ้พวกมาเฟียรการเมืองอีกด้วย ...อย่างนี้ ก็ต้องให้มันพังไปเลย จะได้รู้แล้วรู้รอดไป ...จริงใหม ๆ ?”

“ ไม่รู้เหมือนกัน...ถึงตอนนั้น....ก็ตัวใครตัวมัน ก็แล้วกัน....ดีใหม ?    “

“  ไม่ดี แน่...เล่นกันอย่างนี้”

“ ก็จะเอาชนะ คุณทักษิณ..นี่...จะว่าอย่างไร

“ แค่ไปขอเงินคุณทักษิณใช้ ...คุณทักษิณไม่ให้ เพราะความจำเป็นบางอย่างที่จะต้องใช้เงิน ...ไปรีดเขา....ไปไถเงินเขา ตามสันดานมาเฟียร....เมื่อเขาไม่ให้ ....แค่นั้นละ....จะเอากับจนถึงบ้านเมืองพังพินาจกันเลย หรือ ? ...ไม่รู้ว่า ไอ้พวกมาเฟียรการเมืองที่ใส่เสื้อนอก หรือ ที่เขาเรียกว่า ผู้ใหญ่  ๆ พวกนี้...มันคิดกันได้อย่างไรนะ

“นี่ละคือความคิดของคนที่ถูกเรียกว่า “ผู้ใหญ่”  หรือคนชั้นสูงบางคนในสมัยนี้ ปี .. 2552 ...ที่มีอำนาจแฝงอยู่มากมาย...ละ”

“มีน่าเล่า...ท่านจึงบอกว่า ...อำนาจ และ หน้าที่...ต้องพอเหมาะ  พอสมกัน ...โดยอย่างหนึ่งอย่างใดมากหรือน้อยกว่ากันก็ไม่ได้  ...คือ ..ถ้า อำนาจน้อยไป ทำงานไม่ได้ผล....อำนาจมากไป ก็เอาอำนาจไปสร้างความเดือนร้อนให้ ประเทศชาติ และประชาชน...ลำบากนะ”

“ ไม่ลำบาก ...ถ้าทุกคนทำความเข้าในกับคำว่า ...พอเพียงตามอัตภาพ ...โดยโปรด เข้าใจด้วยว่า ...ตายไปแล้วเอาไปไม่ได้นะ...ถ้าทำได้อย่างนี้ ปัญหาต่าง จะลดลงไปได้มากนะ...แต่จะให้หมดคงไม่หมด...ถ้ากฏหมายยังเป็นอย่างนี้....แต่ถ้า เมื่อไรกฏหมายไทย หันเข้าหาหลัก ...กฏหมายต่างตอบแทน เมื่อนั้นปัญหาต่าง ๆ.....น่าจะ....  หมดไป”

“ ตัวอย่าง  ละ “

“ตัวอย่างเข่น เงินปรส.ที่หายไปจากบัญชี จำนวน 600,000.- กว่าล้านบาท เมื่อตอนที่คุณชวนเป็นนายกฯ นั้น เรื่องไปถึง ปปช. แล้ว ปปชเก็บดองไว้ ไม่ดำเนินการ คงจะได้อะไร และ/หรือมีผลประโยชน์ร่วมอยู่บ้างหรือเปล่าก็ไม่ทราบ..... หรือ ติดขัดตรงใหนก็ไม่ทราบ ไม่ดำเนินการเสียเฉย ๆ อย่างนั้นละ ....นั่นละ.. ถ้าสอบแล้วได้ความว่า ปปช. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดำเนินการต่อ ปปช. ทุกคน ต้องร่วมกันรับผิดชอบชดใช้เงินจำนวน 600,000 กว่าล้านบาทนั้น”

“ แล้วถ้า ปปช.  ไม่มีเงิน ละ”

“ ต้องชดใช้ดัวย ชีวิต...จึงจะหายกัน”

“ก็ดีเหมือนกันนะ”

“ดีแต่ทำไม่ได้”

” ทำไมถึงทำไม่ได้ ...ที่ทำไม่ได้ ...เพราะคนเขียนกฏหมาย...ไม่เขียนกฏหมาย...สภาไม่พิจารณาให้ผ่าน...เพราะ สส....สว. ...ฯล ...ไม่ผ่านกฏหมายอย่างนี้ให้...มันมากมายหลายขั้นตอน...แต่ทำไม่ได้สักขั้นตอนเดียว ...เหมือน กับ นิทาน เรื่อง ยายกับตา ปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า....หลานไม่เฝ้า...กากินถั่วกินงาของยายหมด ...ยายมายายด่า....ตามาตาตี...อย่างไรละเพื่อน“

“ทำไม...อย่างไร ?...ไม่เข้าใจ ? งง

“ เมื่อหลานไม่เฝ้า ....กากินถั่วกินงาของยายหมด....ยายมา ยายด่า...ตามา ตาตี...อย่างไรละ..”

“ แล้วยังไร “

“ หลานก็ไปบอก นายพราน ให้เอาธนูไปยิงกา...กากินถั่วกินงาของยายหมด ...ยายมา ยายด่า...ตามาตาตี....นายพรานตอบว่า ไม่ใช่กงการอะไรของข้า....หลายก็ไปบอกหนูให้ไปกัดสายธนูของ

นายพราน....พรานไม่ไปยิงกา ....กากินถั่วกินงาของยายหมด... ยายมายายด่า ตามาตาตี ...หนูก็บอกว่า ไม่ใช่กงการอะไรของข้า..........หลานก็ไปบอกแมวให้ไปกัดหนู....หนู ไม่ไปกัดสายธนูของนายพราน.... นายพรานไม่ไปยิงกา ....กาไปกินถั่วกินงาของยายหมด.... ยายมายายด่า ตามาตาตี ....แมวก็บอกว่า....ไม่ใช่กงการอะไรของข้า.....เป็นเช่นนี้เลื่อย ไป ในที่สุด...กฏหมายที่ดี...ที่ไม่มีช่องว่างเลยไม่มีในประเทศไทย......เข้าใจหรือยังละเพื่อน....เพราะไอ้ตรงที่มีช่องว่างนี่ละคือ ที่ทำมาหากินละ ...รู้ใหม ๆ ....แล้วมันก็เลยอยู่กันอย่างที่เห็นทุกวันนี้อย่างไรละ....เอาเข้าจริง จับใครมาลงโทษไม่ได้สักคน ...ดูกรณี ยึกทำเนียบ ยึดสนามบิน ฯลฯ ก็แล้วกันเป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยนะเพื่อนนะ”

“ ทำไมละ 

“ ทำไมหรือ ?...เพราะ...คนเขียน และ คนผ่านกฏหมาย กลัวจะเข้าตัวนะซิ”

“เข้าตัวอย่างไร ? ...”

“ เข้าตัวเมื่อมีโอกาสจะได้กิน คืออยู่ในฝ่ายบริหารประเทศคือ รัฐบาล จะได้กินกับเขาบ้างนาน ที ปีหน เลยไม่ได้กินเลย ....เนื้อก้อนโต ๆ อย่างภาษีของชาวไร่ชาวนา ชาวประชาคนไทยทั้งชาติ จะหลุดลอยไป ......ดังจะเห็นว่า ...มีมากมายหลายคนที่พยายามเข้าไปร่วมกินกับรัฐบาล....เมื่อมีช่องทาง แม้แต่ หักหลังเพื่อนยังทำได้ เลย จะเอาอะไรกับนักการเมืองเลว ๆ อย่างนี้ ....ที่ประชาชนหลงเชื่อเลือกเข้าไปนั่งในสภา....ไอ้พวกนี้มันเห็นกับตัวมากกว่าประโยชน์ของชาติบ้านเมือง  .....ที่หลัง ประชาชนก็อย่าไปเลือกมันเข้ามานั่งในสภาอีกก็แล้วกัน ...จะได้ดูซิว่า ...มันจะมีอิทธิฤทธิขนาดใหน ....ในเมื่อมันเห็นกับตัว แล้วมันจะกล้าออกกฏหมายที่ ออกมาแล้วจะปิดหนทางการกินของพวกมัน ...ไอ้พวกหมาหมู่ หรือ ?”

“ เออ...เจริญละ”

“ตกลงสรุปว่า อย่างไร”

“สรุป อะไร ? คุยกันจนยืดยาว  ...จับต้นชนปลาย...ไม่ถูกเลยไม่รู้ว่าจะสรุปตรง ใหน”

“ก็ตรง ...พรรคประชาธิปัต....เก่งในการทำชั่ว...แต่...คนเสื้อแดงเก่งในการทำความดี ...อย่างไรละ”

“สรุป ...ตรงนี้ได้ว่า...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพที่ ยิงกัน เผาโม่นเผานี่ ...อะไรกันนั้นนะ...เป็นการดำเนินการที่อาจจะเรียกกันว่า.... “เป็นการบ่อนทำลายคนเสื้อแดงโดยคนของรัฐบาลก็ได้”...โดยอาจจะใช้คนเสื้อเหลือง หรือ คนเสื้อสีน้ำเงิน หรือ ใครก็ได้ ใส่เสื้อแดง ออกอาวาท ก่อกวน จุดไฟเผาไปทั้งเมือง โดยรัฐเป็นฝ่ายจัดหาอุปกรณ์ไปให้ หรือจอดไว้ให้ในที่ ใกล้ จะเผา....จัดให้เสร็จเรียบร้อย ...เสร็จแล้วความเสียหายที่เกิดกับหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานใด เช่น ขสมก.ก็ไห้...ขสมก. ตั้งทนาย ฟ้องหรือ เรียกร้องค่าเสียหาย กับแกนนำคนเสื้อแดง...ดีใหมละ ....แกนนำคนเสื้อแดง เสียทั้งขึ้น ทั้งร่อง.....ฝ่ายรัฐบาลได้ทั้งขึ้น ทั้งร่อง...ดีใหมละ

“ เก่งนะ”

“ ไม่แน่จริง...ไม่หน้าด้านจริง...จะได้เป็นรัฐบาลหรือ

“ อย่างนี้เขาเรียกว่า อะไร ได้อีกนะ ...นอกจากการบ่อนทำลายแล้ว”

“ เรียกว่า ...ด้านได้  อายอด...นะซิ”

“ ไม่ใช่ ๆ การบ่อนทำลายตามที่เสธ ฝ่ายรัฐบาล วางไว้ให้นั่นนะ”

“ เขาเรียกว่า....สร้างภาพ...อย่างไรละ”

“ ถ้าเป็นอย่างนี้...รัฐบาลจะทำอย่างไรละ”

“ บอกแล้วว่า รัฐบาลชุนนี้ ...เป็นรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัติเป็นแกนนำ ...เก่งจะตายไป...แต่เก่งในทางเลว...นะ ...อะไร ก็ทำได้ แม้แต่หน้าด้านไม่ลงรับเลือกตั้งยังทำได้ เลย...แล้วไม่มีความผิดเสียด้วย...เก่งใหมละ ?”

“ รัฐบาลจะทำอย่างไร

“ เพื่อนรัก....เพื่อนทราบหรือเปล่าว่า...?”

“ ทราบอะไร

“เวลา หมามันวิ่งมา จะมากัดเพื่อน จะต้องทำอะไร ...มันมากันทั้งฝูงเลย...จะไปสู้รบตบมือกับมัน.....ก็เห็นจะไม่เอาด้วย เพราะมันมากันเป็นฝูงเลย...หัวใหญ่บ้างตัวเล็กบ้าง....บางตัว หัวหงอก คือขน ขาวแล้วก็มี ...ไอ้หมาหัวหงอกขนขาวบางตัว....ไม่เห็นหรือว่า ...เคี่ยวมันลากดินเลย...ไม่เห็นหรือ ? ...แล้วเพื่อนจะให้ไปยืนเผชิญหน้า กัดกับมันได้อย่างไร”

“ แล้วทำอย่างไรละ

“เพื่อน ก็ต้องหยิบ เนื้อต้น ที่อยู่ในถุงที่ถือมาด้วยออกมาก้อนหนึ่ง....หรือสองสามก้อนก็ได้ ...แล้วก็โยนให้มันกิน....ที่นี้หมา...เพื่อนก็รู้ว่า...หมาก็คือหมา...หมาจะเป็น หงษ์ไปไม่ได้..”

“ แล้วอย่างไร

“ มันก็จะหันไปแย้งเนื้อที่เพื่อนโยนไปให้มัน....มันก็จะแย้งกันกิน...กินไม่พอ...ไอ้ตัวที่ไม่ได้กิน ก็จะอาระวาท กัดพวกมันเองนั้น....ทีนี้พอกัดกันเองคู่หนึ่ง ....คู่ที่สอง...คู่ที่สาม ก็จะติดตามมา ...การตลุมบอนก็จะเกิดขึ้น ...หมาหมู่ กลุ่มใหญ่ รุมฟัดกันใหญ่เลย ...เหมือน กับคน...คนก็เหมือนกัน ...ถ้านายว่าละก็... ขี้ข้า จะต้องต้องพลอยทันที....ไม่มีค้าน ...แน่นอน ... อย่างไรอย่างนั้น เหมือน กับที่คุณทักษิณ โดนอยู่ขณะนี้...อย่างไรละ...เขียนสำนวนกันเป็นลัง ๆ เลย”.

“ต่อซิ”

“เพื่อนรัก...ไม่เห็นจะมีอะไรยุ่งยาก ....หมามันไม่กัดเราแล้ว...ไม่สนแล้ว..สมเนื้อก้อนโต ดีกว่า ...นั่นคือ ไม่ต้องการให้หมากัดเรา....แต่ถ้าเราต้องการให้หมากัดคนอื่นละ...เราจะทำอย่างไร

“ ทำอย่างไรละ

“เหมือนกัน...แต่ต้องเลี้ยงมันให้เชื่อง...จนสั่งได้....หมามันก็คือหมา...เมื่อมันเชื่องจนสั่งได้แล้ว...ก็เริ่มสั่งให้กัดคน...กัดให้ตายเลยนะ ...กัดให้คนนั้นตาย คือ ฆ่าคนคนนั้นให้ตายจะได้มีที่ว่าง ....ว่างแล้วจะได้หาพรรคพวกไปนั่งแทน ....กัดแล้วกลับมา ก็ให้เนื้อเป็นรางวัล...ทำอย่างนี้หลาย ครั้ง  ทีนี้ จะให้กัดใครละ...สั่งได้เลย”

“หมาบางพันธ์ ใจไม่ถึงมันก็ไม่กัด .....แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า พันธ์ใหนดุ และ สั่งได้”

“ไม่รู้เหมือนกันว่า พันธ์ใหนมันดุและ สั่งได้....มันมีอยู่พันธ์หนึ่งนะ .....เป็นหมาของน้องสาว เข้าใจว่า เป็นหมาไทยนะ ....มันมีลูกหลายตัวแล้ว ....ตอนนี้ไม่รู้ว่าแม่มันไปใหน...เหลือ แต่ พ่อมัน....พ่อมันก็แก่มากแล้วนะ ....ไม่รู้ว่า เขาเรียกว่าพันธ์อะไร...ดุ และ กัด ไม่เลือก ขอให้ได้เนื้อกินเท่านนั้น มัน  จะกัดทันที..ปากมัน ห้อย ๆ ...ถ้ามันกัด บางที พ่อมันช่วยด้วยนะ....ไอ้อัปรีย์คลอกนี้กัดไม่เลือก เพื่อน ของมันมันยังกัดเลย”

“บางแก้ว หรือเปล่า....หมาพันธ์บางแก้ว เป็นหมาลูกผสม พ่อมันเป็หมาป่า เข้ามาหากินในเมือง...พบกับหมาตัวเมียในกรุง เลยผสมพันธ์กัน ออกมาเป็นหมา   “บางแก้ว”...เขาว่าอย่างนั้นนะ “

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาว่าไอ้ระยำตัวนี้ ร้ายมากนะ ถ้ามันพอใจในเนื้อก้อนโต  ๆ ที่เจ้าของให้ มันก็จะทำตามเจ้าของสั่ง....แต่ถ้า เมื่อไร ไม่ได้เนื้อก้อนโต ๆ จากเจ้าของ ....มันจะกัดเจ้าของทันที “

“มีข่าว ๆ เคยได้ข่าว หนังสือพิมพ์ลง...หมา บางแก้วหรือเปล่าก็จำไม่ได้ กัดเจ้าของตาย”

“แล้วมันไปเกียวอะไรกับรัฐบาลชุดนี้ด้วยละ”

“ไม่เกียวกันนี่”

“ แล้วพูดทำไม

“พูดเพราะต้องการให้รู้ว่า ....จริง แล้ว...หมากับคนมันก็เหมือนกันนั้นละ....เพราะเป็นสัตว์โลกเหมือนกัน...มันจะผิดกัน..ก็ตรง...คน...มีคุณธรรมมากกว่าหมา ...คือ คนรู้จักพัฒนาตัวเอง....แต่ถ้าเป็นคนที่ยังไม่พัฒนา จิตตใจยังเต็มไปด้วยความอิจฉาริสยา จะเอาของคนอื่นอย่างไม่มีเหตุผล...คนประเถทนี้ ถึงแม้จะอยู่ในสังคนที่ สูงขนานใหนก็ตาม....มันก็ไม่ต่างกับหมาเท่าไรนัก ....จริงหรือไม่ละ เพื่อน....คนก็คือคน...จะอยู่ที่ใหน ...ชาติใด...ภาษาใด ...เหมือนกันทั้งนั้น”

“แต่คนยุโรป หรือ ชาติตะวันตก เขาบอกว่า คนของเขา มีจิตตใจดีงามกว่าคนเอเชียนี่”

“ ไม่...จริง...มันเหมือนกันทั้งนั้นละ....แต่เขารู้จัก พัฒนาตัวเอง จนเหตุการเถื่อน อย่างที่ชาติในเอเชียบางชาติทำอยู่ขณะนี้ เหมือนกับคน ที่ไม่มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนหลงเหลืออยู่ในจิตตใจไม่มี...เพราะของเขามันผ่านพ้นตรงนั้นไปแล้ว”

“ ของเราละ เป็นอย่างไร

“ ของเรายังไม่ผ่านพ้นจุดนี้ไปได้ ...และคิดว่ายังอีกนาน”

“ ตัวอย่างมีใหม

“ มี ...เคยเล่าให้ฟังไปบ้างแล้วนี่...ลองย้อนกลับไปดูซิ....เรื่องของ นางไฮปาเซีย นักปราชญ์สตรี ที่มีลูกศิษย์มากมายสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยอยู่หลายแห่ง ... สอนไปสอนมาไปขัดใจ บิชอบ แห่งอาเล็กซานเดรียเข้า บิชอบ เลยสั่งให้ผู้ช่วย....จับนางมา แก้ผ้ากลางถนน แล้ว....ถลกหนังเธอทั้งเป็น....ด้วยเปลือกหอย...นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง...ที่แสดงให้เห็นถึงความป่าเถื่อนของคนในยุโรปในสมัยโบราญ”

“ มีอีกใหม

“ มี ....อยากฟังใหม ?...จะเล่าให้ฟัง...”

“ เล่าไป “

“ เรื่องนี้ จะดูคล้าย กับเรื่องของคุณทักษิณ ที่เกิดในประเทศไทย เมื่อ ปี .. 2549 -2552”

“ลองเล่าไปซิ “

“ฟังนะ...เพื่อน...จะเล่าให้ฟัง..........เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า .-

 

……………………….

 

ตอนที่ 21

เมื่อต้องตายเพราะทำดี

ทำดีหรือชั่ว (เลว) เอาอะไรมา เป็นเครื่องวัด ? .....คำตอบคือ.... เอา ทฤษฏี ของ ค้านท์ ซึ่งดูได้จาก เรื่องความจริงก็ต้องเป็นความจริง 1 หัวข้อ 5.9 หน้า 42

.....................

 

        ในช่วงระหว่าง ปี .. 1338 – 1453   ได้เกิดสงความสู้รบกันยาวนานมากระหว่างอังกฤษ กับ ฝรั่งเศส จากผลของสงครามนี้ มีผลทำให้กษัตริย์ฝรั่งเศสเข้มแข็งขึ้น ...สาเหตุของสงครามเนื่องจากกษัตริย์อังกฤษได้ครอบครองมณฑล “อกีแตน” (Aguitaine) ซึ่งเป็นมณฑลหนึ่งของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ตอนต้นของศตวรรษที่สิบสาม   กษัตริย์ฝรั่งเศสต้องการได้ดินแดนที่เสียไปกลับคืน ทั้งสองประเทศได้ทำสงครามกันเพื่อแย่งชิงดินแดนกันตลอดมา   เหตุการได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากใน ..1328 พระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 4 (Charles IV) โอรสของพระเจ้าพิลิป(Philip the Fair )  สิ้นพระชนม์โดยไม่มีโอรสที่จะสืบราชสมบัติต่อจากพระองค์....พระธิดาของพระเจ้าพิลิป คือ เจ้าญิง “อิสาเบล” (Isabelle) ได้ทรงอภิเษกกับพระเจ้า “เอดเวิร์ดที่ 2(Edward II, ..1307 – 11327)  ซึ่งเป็นกษัตริย์อังกฤษ ...ทำให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 (Edward III, .. 1327 -1377 ) ซึ่งเป็นพระนัดดาโดยตรงของพระเจ้าฟิลิป ทรงอ้างสิทธในราชบังลังฝรั่งเศส    แต่พวกขุนนางฝั่งเศสไม่ต้องการที่จะให้กษัตริย์อังกฤษมาเป็นใหญ่เหนือดินแดนฝรั่งเศส

เมื่อเป็นเช่นนี้ทั้งสองประเทศจึงต้องประกาศสงครามกับ โดยมีเหตุผลอันชอบธรรมทั้งสองประเทศ คือ ฝั่งเศสต้องการดินแดนคืน   อังกฤษต้องการราชบัลลังส์ ของฝรั่งเศส

ทั้งอังกฤษและฝั่งเศสรบกันยาวนานมาก เป็นร้อยปี ...เพราะฉะนั้นสงครามครั้งนี้จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า    “สงราม 100 ปี”    ผลของการสงครามในระยะหลัง ๆ  ฝรั่งเศสมักจะเป็นฝ่ายเพริ่งพร้ำ ทำให้กองทัพอังกฤษบุกเข้ายึดดินแดนฝรั่งเศสได้กว้างขวางมากขึ้น   ในช่วงระยะเวลานั้น จึงได้เกิด   “วีระสตรี”   ฝรั่งเศสผู้หนึ่งขึ้น

วีระสตรีฝรั่งเศสท่านนี้ เป็นชาวนารุ่นสาว แห่งเมือง “ดอร์มเรนี”  ในแคว้น “ลอร์แรน” (Dormreny – Lorraine)…ในระหว่างที่เธอกำลังเลี้ยงแกะอยู่นั้น   ได้ยินคำบงการจากสวรรค ให้เป็นผู้ดำเนินการขับไล่กองทัพอังกฤษให้ออกไปจากดินแดนฝรั่งเศส ...เธอได้เดินทางไปขอเข้าเฝ้าพระเจ้า ชาร์ลส์ที่ 7  ทูลขอกำลังทัพ จากพระองค์ เพื่อไปสู้กับกองทัพอังกฤษ   เธอสามารถขับไล่กองทัพอังกฤษออกไปจาก มณฑล “ออเรยอง” ได้   และได้นำเสร็จ พระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 7 ไปทำพิธีราชาพิเษกที่เมือง “เรม” (Rheims)   ในเดือนมิถุนายน ..1429 (..1972)   เป็นการแสดงว่า พระเจ้าชาร์ลส์ ที่7 เป็นพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสที่ถูกต้องตามพระราชประเพณี (บุญคุณมหาศาล ทั้งต่อประเทศชาติ และราชวงค์)....แต่ชาวฝั่งเศสมีโอกาสได้แสดงความชื่นชมต่อเธอไม่เท่าไร....เธอได้ถูกคนฝรั่งเศสชาติเดียวกันนั่นละ จับตัวส่งไปขายให้กองทัพอังกฤษ  ในเดือน พฤษภาคม .. 1430 คนฝรั่งเศส ที่จับเธอไปขายให้กองทัพอังกฤษนั้น คือ คนฝรั่งเศส เชื้อสาย อนารยะชนเยอรมัน(คนป่า) สาขา “เบอร์กันเดียน” (Burgundians)

พวก “เบอร์กันเดียน”นี้เป็นอนารยชน(คนป่า)เยอรมัน พวกหนึ่งในสองพวกที่เข้าปกครองโรมัน และต่อมาได้เข้ามาตั้งรกรากอยู่ตามลุ่มแม่น้ำโรน และ โซน (Rhone และ Saone) ในฝรั่งเศส เมื่อปีค.ศ. 440 เป็นต้นมา ส่วนอีกพวกหนึ่งเรียกว่า พวก “ แฟรงค์”  (Franks) ซึ่งฝรั่งเศส ได้รับเอาซื่อมาตั้งเป็นชื่อ ประเทศ มาจนถึงทุกวันนี้ พวกอนารยชนคนเยอรมัน ทั้งสองสาขานี้ ละที่ได้ชื่อว่าเป็นอนารยชนเยอรมันที่ได้วางรากฐานความเจริญให้กับยุโรปในเวลาต่อมา

......นี่คือ คนฝรั่งเศส สาขา “เบอร์กันเดียน”..เชื้อสายอนารยชนคนเยอรมัน...เหมือน ๆ กับที่เราเคยได้ยินกันเป็นประจำว่า “คนไทยเชื้อสายจีน” นั่นละ...ที่เป็นผู้จับ “วีระสตรี”ฝรั่งเศส ไปขายให้กองทัพสัตรู ละครับ...ท่าน

วีระสตรี ฝรั่งเศส ท่านนี้    เมื่อตกไปอยู่ในมือของฝ่ายสัตรู เธอได้ถูกกระทำการทารุนโหดร้ายต่าง จากกองทัพอังกฤษ จนโทรม แล้วในที่สุด ก็ได้ส่งตัวกลับไปให้ฝรั่งเศสอีก หลังจากที่เธอ...”โทรมแล้ว”....ทางการศาสนาของฝรั่งเศส (French Inquisition) สอบสวน และ กล่าวหาว่าเธอ เป็นแม่มด ....”เธอได้ถูกนำตัวมาเผาทั้งเป็น”.....ที่เมือง “รูออง” (Rouen) ในวันที่ 31  พฤษภาคม ..1431 (..1974)

วีระสตรีของฝรั่งเศสท่านนี้ คือ ....”จอห์น ออฟ อาร์ค” (John of Arc)   หรือ ...”ยัง  ดาร์ค” (Jeanne d’arc)   

หลังจากที่เธอได้เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยความอิจฉาริสยา อย่างป่าเถื่อน ของมนุษย์ในองค์กรทางศาสนาของฝรั่งเศส (French Inquisition) ที่มีอิทธิพลสูงสุดขณะนั้น แล้ว     

ต่อมา  ...“วงการสันตะปาปา ได้แก้คำตัดสินของเธอใหม่ ว่า เธอไม่มีความผิดใด เลย จึงสถาปนาให้เป็น...นักบุญ....ในปี ..1919 (..2462 )”....(ถึงตอนนั้น   มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว)

ท่านครับ...ท่านเห็นหรือยังว่า ยัง ดาร์ค ถูกไส่ร้าย จากมนุญษ์ ที่มีจิตรใจเป็นสัตว์   จนต้องถูกเผาทั้งเป็น ….ตายอย่างน่าสยดสยอง.....เช่นเดียวกับคุณทักษิณ ที่ทำงานเพื่อชาติ หาเงินมาใช้หนี้ IMF จนหมด มีเงินเหลือคงคลังมากมาย  มีเงินให้ต่างชาติกู้ ...ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ แม่ทัพไทย ที่ออกรบทัพจับศึก จนได้ชัยชนะต่อสัตรูของแผ่นดิน แล้วนำทรัพย์สมบัติที่หามาได้ กลับมาให้....กลับมาสร้างความสุขความเจริญให้คนส่วนใหญ่ของประเทศได้อยู่ดีกินดี จนคนรักทั้งประเทศ แต่ต้องมาถูกไอ้พวกมาเฟียรการเมืองไม่กี่คน..... ทำเสียจนแผ่นดินไม่มีจะอยู่ ....เหมือน ๆ กับ....”ตายทั้งเป็น” ....เช่นนี้...มันยุติธรรมแล้วหรือ ต่อชาติบ้านเมือง ...ต่อคนไทยทั้งชาติ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ต้องมาได้รับความเดือดร้อน แทนที่จะได้มีความสุขกับการกินดีอยู่ดี จากการกระทำของคุณทักษิณ ...แต่กลับ ต้องมาได้รับเคราะห์กรรม.....จนลง...แล้วก็....จนลง....จนจะต้องไปกู้เงินจากต่างชาติมาให้รัฐบาลโจรใช้แล้ว และก็เป็นเรื่องที่ลูกหลานของเราต้องรับชดใช้ กันทั้งประเทศ ...รัฐบาลโจร ...สร้างหนี้ให้เรา...เราต้องรับใช้กันทั้งชาติ...แต่คุณทักษิณอยู่ เรามีเงินให้คนอื่นกู้มีเงินใช้สอยคล่องมือ ...แต่คุณทักษิณ ไม่อาจจะกลับมาทำงานให้เรา ช่วยเหลือพวกเราได้อีกแล้ว เพราะการทำลายคุณทักษิณ จาก ฝีมือของไอ้พวกมาเฟียรการเมืองเหล่านี้ ....ท่านครับ....ท่านรองคิดดูซิครับว่า ไอ้คนกลุ่มนี้มันเลวชาติขนาดใหน ....รู้แล้วทำไมท่าน ไม่ช่วยกันกำจัดไอ้คนพวกนี้ให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทยเสียทีเล่าครับ ...ท่าน.....ท่านคอยอะไรกันอยู่ คอยให้พวกเราตายให้หมดก่อนหรืออย่างไรกันแน่.....สงสัย...ๆ

 

“เป็นอย่าไรเพื่อน ...หลับหรือยัง...?

“ เกือบ....เกือบหลับเหมือนกัน นะ ศัย......ที่ว่า เหมือนกับเรื่องคุณทักษิณ ...เหมือนตรงใหน ? “

“ เหมือนตรงที่ ยัง ดาร์ค ช่วยชาติให้อยู่รอดปลอดภัยจากการเข้ายึดครองของกองทัพอังกฤษ ....กอบโกยเงินทองกลับอังกฤษ....แต่ต้องถูกคนฝรั่งเศสด้วยกัน จับตัวส่งไปให้ข้าศึก แก้แค้น ...และส่งกลับมา พิภากษาโทษให้เผาจนตายทั้งเป็น “

“ ยัง ดาร์ค ...น่าสงสานมากนะ ศัย นะ .....ไม่นึกจริง ๆ ว่าจะมีมนุษย์อย่างนี้ อยู่ในโลกนี้ “

“ เพื่อนลองคิดดูซิว่า ...เมื่อเธอถูกเผา ก่อนตาย...เธอจะต้องร้อนขนานใหน ...เธอต้องร้องส่งเสียงโอดโอยโหยหวนขนานใหน เพื่อขอชีวิต ...เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับเธอ ...? ”

“ นี่ละที่ท่านบอกว่า ...ความยุติธรรมไม่มีในโลก..ความยุติธรรมคือความพอใจ ..อย่างไรละ“

“ ไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง นะ ศัย นะ “

“เรื่องจริง ทั้งนั้นละ ...แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องของนางไฮปาเซีย แล้ว   พระที่ทำกับนางไฮปาเซีย น่าจะโหดกว่านะ...เพราะเธอถูกจับแก้ผ้า กลางถนน กลางวันแสก ๆ คนเต็มไปหมด...... แล้วคนเหล่านั้นก็ช่วยกันถลกหนังเธอทั้งเป็น .....โดยใช้เปลือกหอยกรีดเข้าไปในเนื้อใต้ผิวหนัง แล้วถลกหนังออกมา ..........เพื่อน ลองคิดดูซิว่า เธอจะเจ็บปวดขนาดใหน...เธอคงเจ็บ-ปวดจนขาดใจตายอยู่ตรงนั้นละนะ ..คิดแล้วน่าสลดใจ ในความที่มนุษย์ยังไม่ยอม สลัดทิ้งร่องรอยของความเป็นสัตว์ป่าให้หมดไปได้นะ.... “

 “ ที่  ศัย  ว่า เรื่องของคุณทักษิณ กับเรื่องของ ยัง ดาร์ค เหมือนกันนั้น เหมือนกันอย่างไร”

“ เหมือนกันตรงที่คนทั้งสองต่างก็มีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมือง ต้องการจะช่วยชาติให้พ้นอันตราย แต่กลับมาถูกคนชั่ว กลั่นแกล้งจนตายทั้งเป็น”

“ ทำไม...ไม่มีใครดิดช่วยคุณทักษิณบ้างนะ “

“ มี...มากมาย...คนเสื้อแดงอย่างไรละ”

“ เราหมายความว่า นตท.10 -11 นะ” 

“ คิดว่าคงมี แต่ยังนิ่งเฉยอยู่ รอให้สถานะการมันสุกงอมมากกว่านี้อีกหน่อย..นะ”

“ ดี “

“ ถึงตอนนั้นเราจะได้รู้กันว่า ใครจะอยู่ ข้างใหน ...?  แล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะ  ...ธรรมะหรือ อธรรม”

“ ถ้าอธรรมเป็นฝ่ายชนะเล่า ?”

“ ฆ่าตัวตายเสียเลย  ดีใหมละเพื่อน ?”

“ เฮ้ย...ศัย...อย่าพูดไร้สาระน่าเพื่อน ? “

“ ไม่พูด....ไม่พูดก็ได้ ....เรื่องนี้ขอข้ามไปก่อน ตอนนี้ให้ย้อนกลับไปดู เรื่องของ  “อนารชน คนเยอรมัน สาขา ...แฟรง....กันก่อนดีกว่า “

“ ทำไมละ”

“เพราะมีสิ่งที่น่าสังเกตุว่า เหตุการณ์ในสมัยโน้น....มันจะมาสะม้ายคล้ายคลึงกับสมัยมี้หรือเปล่า ?”

“ เป็นอย่างไร รองเล่าไปซิ อยากฟังอยู่เหมือนกัน...ว่า มันจะเหมือนกับใคร ที่ตรงใหน ...อย่างไร....ในสมัยนี้”

“เรื่อง  ของเรื่อง ก็มีอยู่ว่า .-

            นอกจากพวก “เบอร์กันเดียน” แล้ว ก็ยังมี พวกแฟรงค์  อีก ที่ได้ซื่อว่ามีการปกครองเป็นปึกแผ่น ได้นานกว่าอนารยชนเผ่าเยอรมันทั้งหลาย พวกแฟรงค์ แต่เดิมอาศัยอยู่ตามแม่น้ำไรน์ แล้วค่อย ๆ ขยายอาณาเขตจากถิ่นที่อยู่เดิม จนในที่สุดสามารถจัดสร้างจักรวรรดิของตนขึ้นได้ซึ่งรวมยุโรแตะวันตกเกือบทั้งหมด ยกเว้นคาบสมุทรไอบีเรีย (Iberian Peninsula) และเกาะอังกฤษเท่านั้น

พระเจ้าโครวิส (Clovis , ค.ศ. 481 - 511 ) แห่วราชวงค์ “เมอร์โรวินเจียน” (Merovingian)  ทรงเป็นผู้สถาปนาอำนาจของพวก “แฟรงค์” ขึ้น ทรงได้ชัยชนะต่อกองทัพ โรมัน ใน ค.ศ.486....ได้รับชัยชนะจากพวก “อลามันนี” (Alamanni) ใน ค.ศ. 496    ทำให้พวก อลามันนี ต้องถอยข้ามแม่น้ำไรน์ เข้าไปในเขตเยอรมนี และ ซื่อ ประเทศ เยอรมนี ก็มาจากชื่อนี้นี่เอง .... ซึ่งฝรั่งเศส เรียกว่า   “Allemagne”  

.

...........................

 

ตอนที่ 22

เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล

..............

สงคราม และ การนองเลือด จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์ชาติ

Capt.Adisai Balayananda. M.Mnr.

(ให้ไว้เมื่อ วันจันทรที่ 4 พฤษภาคม 2552)

.........................................................

...................................

 “ เพื่อนเชื้อหรือไม่ว่า...สงคราม และการนองเลือด จะนำมาซึ่งความเจริญของมนุษย์ชาติ”

 

 

“ อะไรของนายวะ...ศัย...”

“ จริง ๆ นะเพื่อน ....เมื่อสองสามวันก่อน เราได้ข่าวว่าคุณประสงค์ สุ่นศิริ  ออกมาพูดว่า ....ถ้ามีการแก้โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550 ...อาจจะมีการนองเลือด”

“ แล้วอย่างไร ?”

“ เราก็เลยคิดว่า...เลือดที่นองแผ่นดินตามที่คุณประสงค์ว่า นั้น น่าจะเป็นเลือดของคุณประสงค์ ด้วยนะ ...เพราะคน...คนนี้ก็ไม่เลวเลย ....โผล่หน้าออกมาทีไรบ้านเมืองวุ่นวายทุกที เหมือน ๆ กัน....ไม่ต้องดูอะไรอื่น ดูโจราธรรมนูญ ปี 2550 เป็นตัวอย่างก็แล้วกัน...เป็นอย่างไรบ้างละ มั่นละ ...ฝีมือ เขาละ”

“ เห็นเขาบอกว่า เป็น CIA ด้วยไม่ใช่หรือ ?”

“ ไม่รู้เหมือนกันว่า เป็นขี้ข้ารับใช้พวกอเมริกันด้วยหรือเปล่า ? ”

“ แล้วทำไมนายถึงเลยไปคิด ถึงสงครามด้วยเล่า”

“ คือ ถ้าไม่มีสงความ มันก็จะไม่มีการนองเลือด ....สงครามเป็นต้นเหตุของการนองเลือด ....การนองเลือดคือ การสูญเสียชิวิต....การสูญเสียชีวิต สำหรับคนกระทำความชั่ว ย่อมเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับคนที่คิดจะทำความชั่วคนต่อไป คนจะทำความชั่วคนต่อไปจะกลัวตายแล้วก็ไม่กล้าทำความผิด”

“ จำเป็นหรือไม่ ที่จะหยุดยั้งการกระทำความผิดด้วยความตาย ?”

“ จำเป็น....จำเป็น เป็นอย่างมาก ....ซึ่งชาติตะวันตกรู้ดี เพราะ เจริญมาด้วยความตายมากมาย ในหลาย ต่อ หลายประเทศด้วยกัน “

“แล้วอย่างไร ?”

 “แต่พอมาถึงประเทศในอาเชียบ้าง คนตะวันตกอ้างว่า ...การลงโทษถึงตายเป็นการป่าเถื่อน....ทั้งนี้ เพราะ คนยุโรป ไม่ต้องการให้คนเอเชียเจริญกว่าเขา....เพราะคนยิ่งเจริญมาก...ยิ่งมีความรู้มาก ...ยี่งจะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ได้น้อยลง”

“ เพราะคนเอเชีย...รู้เท่าทัน...เช่นนั้นหรือ ?”

“ ใช่....นั่นละคือ ความต้องการให้คนเอเชีย ด้อยพัฒนากว่าคนตะวันตก “

“ เพราะอะไร”

“ เพราะคนตะวันตก ทำตาม ทฤฎีของ นิโคโล มาดชิอาเวลลี (Niccolo Macchiavelli .. 1469 -1527) ที่ว่า มนุษย์มักจะคำนึงถึงพลประโยชน์ของตนเองก่อนอื่น และโลภในทรัพย์สมบัติ  คอยแก่งแย่งชิงดีผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา....ผู้ปกครองควรจะยุให้แตกกันเองจะได้ปลอดภัย และได้ประโยชน์จากการแตกร้าวของผู้อื่น”

“ เข้าใจ   ...เข้าใจแล้ว ..อย่างนี้นี่เอง ...เกาหลี จึงมี เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้.....เวียตนามจึงมี เวียตนามเหนือ เวียตนามใต้ ในประเทศด้อยพัฒนาต่าง ๆ ทั้งอาฟริกาและเอเชียจึงหาความสงบไม่ได้ “

“ ถูกต้องแล้วเพื่อน..... รวมทั้งในบ้านเราด้วย....คนตัวเป็นไทย แต่ใจเป็นเทศ ...มีมาก...คนพวกนี้จะออกมาเมื่อมีโอกาศ ที่จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายได้มากเท่าไร ประเทศแม่ ที่จ้างคนพวกนี้ทำงาน  เพื่อการบ่อนทำลายให้ จะยี่งได้ประโยชน์มากเท่านั้น.....ดังจะเห็นได้จาก นักวิชาการ ตาม หมาวิทยาลัย บางแห่ง ....จุดมุ่งหมายหลักของคนพวกนี้ คือ “การทำให้ ประเทศด้อยพัฒนานั้นเป็นสาธารณะรัฐ”

“ ถึงอย่างนั้นเชียวหรือ ?”

“ แน่นอน...เพราะจะได้เข้าครอบครองได้ง่ายเข้า...และเพื่อให้เป็นไปตามเป๋า ก็จะยุแหย่ให้ รบกัน แล้วก็ขายอาวุธให้ ...นำเงินกลับบ้าน...จนกระทั่งชาติในยุโรป – อเมริกา รวยไปตาม ๆ กัน...เข้าใจหรือยัง”

“ ศัย...เพื่อน ๆ ...พูดถูกนะ ที่บอกว่า เสียดาย  ศัย มาก ใจร้อน ออกมาก่อน...มิฉะนั้นกองทัพเรือจะได้อะไรจากนายอีกมากเลย”

“จริง ๆ แล้ว...เราว่านะ ออกมาอยู่อย่างนี้ ก็ดีไปอย่าง...ที่จะพูดอะไรได้สดวกขึ้น...ไม่ต้องติดโน่น ติดนี่ “

“ก็จริง แต่ก็ไม่รู้ว่า เมื่อ ศัย พ้นออกมาจากกองทัพ แล้ว จะเป็นอย่างไร”

“ ไม่ต้องห่วง....เพื่อนรัก ....เราจะไม่ลืมกองทัพเรือ แน่นอน...ให้สัญญา”

“ ดี ”

“ ดี  ก็ต้องทำไป....ต้องศึกษาไป ตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยนะ”

“ เพื่อน รู้ดี....ว่าสาเหตุของการเดินเรือมันเกิดขึ้น ได้อย่างไร ?....เคยเรียนจากประวัติการยุทธมาแล้วนี่...แต่ก็มีประชาชนอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบ...จริงใหม ?”

“ จริง ..ศัย ควรจจะเล่าให้ท่านเหล่านั้นฟังนะ”

“ ก็ได้ ....จะเล่าให้ฟัง.....ฟังนะท่าน ครับ... ท่าน :-

 

        ในระหว่างยุคกลาง คือ ตั้งแต่ ค.ศ. 476  ถึง ปี ค.ศ. 1453 ซึ่งเป็นยุกที่หาความสงบสุขในยุโรปได้ยาก มีการรบราฆ่าฟันกันตลอดเวลา   ด้วยเหตุนี้ เราจึงเรียกยุคนี้ว่า  “เป็นยุคมืด”   การสงความในยุคนี้ ส่วนใหญาเป็นการรบกันระหว่างชาติใหญ่ ๆ ที่เก่าแก่ในยุโปร เช่น โรมัน กรีก อียิปต์ อังกฤษ ฝรั่งเศส จากการุกรานของพวกอนารยชน คนทางเหนือบ้าง หรือจาก อนารยชนคนเยอรมันบ้าง พวก อนารชนชาวกอธบ้าง จนกระทั่งปี ค.ศ. 636 ชนชาติเตอร์ ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บริเวณแคว้น เตอรกิสถาน(Turkestan)  ซึ่งเป็นดินแดนทุรกันดาน พวกเตอร์ก จึงได้อพยพไปอยู่แหล่งอื่น เนื่องจากเป็นชาตินักรบ จึงสามารถเอาชนะชาติต่าง ๆ ได้ เช่น ในปี ค.ศ.641 สามรถยึดครองบริเวณ เมโสโปเตเมีย    ใน  ค.ศ.  642  สามารถยึดอียิปต์ได้ และใน ค.ศ. 651   อาณาจักเปอร์เชีย ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาหรับ   พวกเตอร์ก ต่อมายอมเข้ารีด นับถืออิสลาม  พวกเตอร์กได้โค่นอำนาจของราชวงค์ “อับบาริยะร์” (Abbasid)   ซึ่งตั้งราชธานีอยู่ที่กรุงแบกแดด ได้ ใน ค.ศ. 1055  ยุบตำแหน่ง   “กาลิป”   ต่อมาได้เข้าครองเปอร์เซีย   อัรัก  เอเชียไมเนอร  ใว้ได้ในปี ค.ศ. 1071  พร้อมกับส่งคนมาตั้งรกรากเป็นจำนวนมาก   ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 12  จักรวรรคของเตอร์ ได้แตกออกเป็นรัฐใหญ่น้อย หลายรัฐ อยู่ภายใต้การปกครองของ  “สุรต่าน” Kurd   และ สุรต่าน  Mamelukes   ซึ่งได้ปกครองอียิปต์ และตะวันออกกลางจนถึงสมัยพวก  “ออตโตมันเตอร์ก”  (Ottoman Turk ประมาณ ค.ศ. 1137 – 1193) ซึ่งมีหัวหน้าชื่อ  “ออสมาน ที่1”  (osman I ประมาณ ค.ศ. 1290 - 1326) ได้ตั้งจักวรรษ ออสมันขึ้น    พวก ออสโตมันเตอร์ก ได้เข้ามามีอำนาจเหนือ สุรต่าน ต่าง ๆ    ออสมาน ได้รวบรวม นักรบ เตอร์ก แห่ง “อานาโตเลีย ทำสงครามศาสนากับอาณาจักร “ไบแซนไตรน์” (กรีก) และ  กับพวก คริสเตียน แห่งคาบสมุดบอลข่าน   

กลางคริสต์ศตวรรษที่สิบสาม พวกออตโตมันเตอร์ก เริ่มรุ่งเรืองขึ้นหลังจากที่ได้ขยายอำนาจเหนือพวกเตอร์กสาขาอื่น ๆ แล้วก็รุกเลยข้ามช่องแคบ “ดาร์ดะแนลส์ (Dardanelles) และช่องแคบบอสพอรัส(Bosporus) ตีได้กรุง “คอนสแตนติโนเปิล” ของจักรวรรดิไบแชกไตน์ ขณะนั้นจักรวรรดิได้อ่อนกำลังลงมากแล้ว ทหารที่เป็นชาวกรีกมีเพียงหมื่นคน  อีกครึ่งหนึ่งเป็นทหารอาสาสมัครที่สันตปาปาส่มมาช่วยในรัชสมัยของจักรพรรดิ์คอนเสตนตินที่ 6 (Constantin VI)    จักวรรดิ์ไบแซนไตน์ ก็ถูกกองทัพของ พวกออสมันเตอร์ก ภายใต้การนำของสุลต่าน “โมฮัทเมด ที่ 2 (Mohammed II) ตีแตกสลายลงในวีนที่  ...29 พฤษภาคม ค.ศ.1453 (พ.ศ.1996)

สุลต่าน โมฮัมเมด ได้ตั้งจักวรรดิ์ออตโตมันเตอร์กขึ้น  แทน จักวรรดิ์ไบแซนไตน์  จากนั้นก็ได้ทำสงครามขยายอาณาเขตต่อไป  ตีได้  “คาบสมุทรบอลข่าน  ประเทศอีรัก”  สุลต่าน องค์ ต่อ ๆ มา ได้ดำเนินตามพระราชโชบายเช่นเดียวกับพระองค์  สุลต่านเซลลิม ที่ 1 (Selim I)  ตีได้ประเทศ อียิปต์ และดิยแดนภาคเหนือของอาฟริกาได้

จักร์วรรดิ์ออตโตมันเตอร์กมีอำนาจยิ่งใหญ่น่าเกรงขามในแผ่นดิน  “สุไลมานที่1”  (Suluiman I  ค.ศ.1520-1566)  จักรวรรดิมีอาณาเขตปกคลุมคาบสมุทรบอลข่าน  เอเชียไมเนอร์  ดินแดนแถบเมโสโปเตเมีย   คาบสมุทรอาหรับ   ภาคเหนือของอาฟริกา   และ  ดินแดนภาคตะวันออกของทะเลเมดิเตรเลเนียน   และในฐานะที่นับถือศาสนาอิสลาม ได้ขัดขวาง ไม่ให้ชาวยุโรปที่จะเดินทางไปเอเชียได้โดยสะดวก  เพราะถึอว่าต่างศาสนากัน และอีกประการหนึ่งก็ไม่ต้องการให้คนต่างศาสนา เดินข้ามดินแดนของตน   ทำให้ชาวยุโรปต้องแสวงหาเส้นทางที่จะติดต่อกับเอเชียทางอื่น......ทำให้เกิดการเดินเรือ เพื่อแสวงหาเส้นทางไปเอเชียเป็นครั้งแรกของโลกขึ้น

 

นี่ คือ เหตุผลที่สำคัญ ที่ผมบอกว่า  ....

 

(1)  “ชาติใด ในโลกนี้  ถ้าไม่รู้จัก และเข้าไม่ถึงการเดินเรือติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ  ชาตินั้น จะไม่มีวันเจริญถึงขีดสูงสุด......และ.....

(2)    สงคราม และ การนองเลือด จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์ชาติ”

 

โดยที่เราเห็นกันอยู่แล้วว่า  ตั้งแต่ก่อนสมัยครีสตกาลเป็นต้นมา จนถึง ปี ค.ศ. 476 ซึ่งเป็นยุคโบราณ     และ ตั้งแต่ ค.ศ. 476  จนถึง ค.ศ.1453  ซึ่งเป็นยุคกลาง  และ ค.ศ. 1453  จนถึงปัจจุบันเป็นยุคของวิชาการสมัยใหม่ นั้น คน  หรือ ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป รบกันมากเหลือเกิน จนเกือบจะเรียกได้ว่า ไม่มีความสงบสุขเลย ตลอดระยะเวลา ร้อย ๆ ปี หรือหลายศตวรรดิ......การสงครามเพื่อแย่งความเป็นใหญ่กันในโลก ได้เกิดการพัฒนา อาวุธยุทธโภปกรณ์ ออกต่อสู้เพื่อเอาชนะกัน ได้ถูกดำเนินมาอย่างต่อเนิ่งจนถึงปัจจุบัน  พัฒนาขึ้นมาแล้วขายไปให้ประเทศด้วยพัฒนา โดยเอาเงินค่า Commission เข้าล่อ ผู้มีอำนาจตัดสินใจสั่งซื้อ ให้ซื้อของที่ไม่ได้คุณภาพที่อยู่ระหว่าง ทดลองสร้างเหล่านั้น  ด้วยเหตุนี้ เราจะเห็นว่า อาวุธของบางประเทศที่ซื้อเข้ามาใช้ในประเทศ   แล้วใช้ไม่ได้มีมากมาย....ซื้อแล้ว เอามาจอดทิ้งไว้ ....นาน ๆ เข้า ก็หมดอายุการใช้งานไปเอง....เรื่องซื้อาวุธด้วยคุณภาพเข้ามาใช้ในกองทัพก็จะเงียบหายไปในที่สุด ....แล้วก็จะ ไปแสวงหาซื้ออาวุธที่ใช้ไม่ได้ดังกล่าว ราคาขายถูก ๆ แต่ราคาซื้อแพงมาก ผลย้อนกลับเป็นเงินกลับไปยังผู้มีอำนาจสั่งซื้อก็จะมาก ....และนี่เองเป็นต้นเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิด “การกบฏ” ขึ้นในดินแดน ต่าง ๆ ทั่วโลก  เมื่อมีใครผู้ใดผู้หนึ่งต้องการ ปรับปรุงพัฒนากองทัพ ให้เกิดการลัดกุมแขงแรง....แต่ผู้   “ก่อการกบฏ”...ทั่วทั้งโลกมักจะอ้างว่า “รัฐบาล Corrubtion” ...ตามเรารู้ ๆ กันอยู่.....ตอนนี้ ...”เรา ...คนไทย”... เก่งในเรื่องเหล่านี้ พอสมควรแล้ว....เราก็จะเลิกทำรายร้างซึ่งกัน และกันได้แล้ว  แล้วหันกลับไปเอาวิธีที่เรียนรู้มา ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองของเราบ้างจะดีกว่า ...ด้วยการผลิดอุปกรร์ ต่าง ๆ ออกจำหน่ายไปทั่วโลกจะดีกว่า .....ดีกว่า ...คิดที่จะเอาเงินจากญาติพี่น้องของเรา เอง...มันก็ไม่ต่างจาก เงินที่เข้า   กระเป๋าซ้าย  แล้ว   ไปออกกระเป๋าขวา ...ไม่ทำให้ชาติ บ้านเมืองดีขึ้นเลย....แต่ถ้า เรา มาช่วยกันหาเงิน เข้าประเทศ....จากต่างประเทศ จะดีกว่า มากมายนัก เงิน หรือเม็ดเงินที่ใหลเวียนอยู่ในประเทศ ก็จะมีมากขึ้น   ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจก็จะเจริญเป็นเงาตามตัว.....ดีกว่า คิดแต่จะ ฮุบเงิน  หรือ คิด แต่ที่จะอบเงินของคนชาติเดียวกันมากมายหลายสิบเท่านัก .....ที่ผมดอย่างนี้ ...ผมหมายความ  ว่า ....ถ้าใคร คนใดคนหนึ่ง  หรือ ธนาคาร ใด ธนาคารหนึ่ง...คิดจะฮุบเงินของคุณทักษิณไว้ละก็....ผม...”กัปตัน อดิศัย  พะลายานน์”  ...ผมคิดว่าเลิกเสียดีกว่า ...แล้วหันกลับมาช่วยกันทุกฝ่าย ...สร้างโรงงานอุตสาหกรรมหนัก ผลิดเรือ ...รถ...เครื่องบิน...อาวุธยุทธโภปกรณ์ และอื่น  ฯลฯ ออกจำหน่าย ดีกว่า...นะครับ ๆ ...ท่าน

เราคนไทย....เราเป็นคนที่มีความสามารถอยู่แล้ว ที่ติดตัวมาตั้งแต่ บรรพบุรุษของเรา....เราต้องทำได้....เราต้องทำได้แน่ ๆ ...ครับ....ไม่มีอะไร ในโลกนี้ ที่คนไทยเราทำไม่ได้ .... ขออย่างเดียว อย่าแตกแยกความสามัคีกัน   อย่าเห็นผิดเป็นชอบเท่านั้น.....อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ขอให้มันผ่านไป อย่างสันติ ....”ลืมเสียเถิด อย่าคิดถึง”....แต่สิ่งที่จะก่อให้เกิดความมัวหมองในชาติ บ้านเมือง .....เรากำลังต้องการคนดี ....มีความรู้ความสามารถเข้ามาพัฒนาชาติบ้านเมือง  ทุกอย่างเราจะเริ่มกันขณะนี้ ...เดียวนี้แล้ว....ขอให้ลงมือทำกันได้แล้ว และทำอย่างเสมอต้นเสมอปลายด้วยครับ....แล้วเรา...ชาติของเราจะต้องประสพกับความสำเร็จ ขั้นสุดยอด อย่างแน่นอน....ครับท่าน   

 

 “ เพื่อนรัก ต่อไป...เราจะมาดูกันว่า ชาติที่เขาเจริญแล้วในยุโรป เขามีการเดินเรือติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างไร ? จึงกอปโกยเอาเงินเอาทองเข้าประเทศยุโปร มากมายจนทำให้ประเทศมีความร่ำรวย ประชาชนอยู่ดีกินดี มีฐานะ เหนือกว่า ชนชาติเอเชีย กันอย่างไร ...ทำไม คน ยุโรปจึงดูถูกคนเอเชียว่า ด้อยพัฒนา และป่าเถื่อน ?”

“เรามันทำตัวของเราเองทั้งนั้น ...จะไปโทษใครไม่ได้ทั้งนั้น..นะ  ศัย  นะ”

 

…………………

 

 

 

 

 

       

       

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.