ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




การแก้รัฐธรรมนูญ 1

การแก้รัฐธรรมนูญ ....เป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างมาก....หลังจากที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแล้ว...และ..

"นี่ละ.....คือสิ่งที่ผมวิงวอนให้ท่านออกไปเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้ละ....ที่สำคัญ เพราะต้อง การแก้ใขรัฐธรรมญูญ .... แก้ให้การใช้สิทธิ เสรีภาพของคนบาง กลุ่มที่ เรียกร้องในสิ่งต่าง ๆ  ให้อยู่ในกรอบมากกว่าที่ผ่านมา ...การที่พวก Mob ออกมาเดินกันเต็มถนนไปหมด เป็นการกระทำที่ทำให้ผู้อื่น "เสียประโยชน์" ในการที่ จะเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ในราชอาณาจักรไทยได้ ด้วยความ สดวกและปลอดภัย.....การกระทำการส่งเสียงของ Mob เป็นการลบกวนความสงบสุขของบุคคลอื่นที่ไม่ต้องการรับรู้เรื่องด้วย...คือก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียง ...ทั้งหมดเป็นการริดรอนสิทธิขั้นพื้อนฐามของประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ฯลฯ..... การออกกฎหมายเพื่อป้องกัน  "การยกกำลังออกมาจากกรม-กองของทหารเพื่อรบกับประชาชน และ/หรือ คนของประชาชน... ขับไล่คนของประชาชน".....ทหารนั้นมีไว้..สำหรับรบกับข้าศึกสัตรู ผู้รุกล้ำอธิปไตยของชาติ ....ไม่ไช่มีไว้เพื่อรบกับประชาชน หรือคนของประชาชนที่ ประชาชนเลือกเข้าไปทำงานให้ประชาชน..ครับท่าน.....,ที่สำคัญทหารต้องมีความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด และต้องรักษาไว้ด้วยชีวิตและเลือดเนื้อของตนเองตลอดไป.....ทหารต้องจงรักภักดีต่อองค์พระประมุขของชาติ ในฐาณะที่พระองค์ท่านเป็น..."จอมทัพไทย".. แม่ทัพ นายกอง ...เสนาธิการ ...หรือใครก็ตาม...ฯลฯ ที่จะสั่งให้มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารออกจากกรมกอง เพื่อไปรบกับใคร..หรือ..ด้วยภาระกิจใดก็ตาม...จะต้อง.ได้รับ.."พระบรมราชานุญาติจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ก่อนเสมอ.....มิฉะนั้นจะเป็นการ "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (เพราะ เป็นการทำงานข้ามขั้นตอน)".....  ยกเลิกกฎหมายที่ออกมาแล้ว....ที่มัน "ไม่ชอบด้วยเหตุผล" ทั้งหมด ....เช่นกฎหมาย "นิระโทษกรรม เมื่อทหารกระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"  ....ต้องกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า..."จะกระทำมิได้"   (ข้อนี้สำคํญมากนะครับ...เพราะว่า เมื่อไรที่  เจ้าพระยาจักรี (ตัวนี้ก็แสบ..นะตรับ)...ไม่พอใจในผลประโยชน์ของตนเองและกลุ่ม ก็จะแอบไปสั่งให้ ทหารออกไปกระทำการกบฎ และรบกับประชาชน) 

เพื่อจะได้มีการตรวจสอบทางการศาลกันใหม่ทั้งหมด .... เพราะมันเกิดมีข้อสงสัยว่า  "การไม่ลงรับเลือกตั้งของนักการเมืองที่ได้เงินสนับสนุนพรรคจากประชาชนไปแล้ว แต่ไม่ลงสนามเพื่อรับการเลือกตั้งจากประชาชนนั้น มันชอบด้วยเหตุผลหรือไม่ ?..มันเป็นการระเว้นการปฎิบัติหน้าที่ หรือไม่ ?".....  มีหลายท่านคิดว่า นั่นมัน  ..."น่าจะต้องถูกยุบพรรค และเว้นวรรคทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคที่ไม่ลงรับเลือกตั้งจึงจะถูกต้องมากกว่า เพระต้นเรื่องทั้งหมดอยู่ตรงนั้น ประชาชนคนไทยอันเป็นที่รักทั้งหลายช่วยกันคิดหน่อยนะครับ ..ช่วยกันสร้างความเป็นธรรม...ช่วยกันสร้างความชอบธรรม ช่วยกันสร้างความเสมอภาคในทางกฎหมาย ให้เกิดให้ได้ในบ้านเมืองของเรา

ท่าน ว่า... ที่ว่าข้างบนนั้นถูกหรือไม่ ประการใด.... ท่านครับ...ผม ขอถามท่านนิดเคียว..ครับท่าน  ว่า..."คนกระโดดน้ำตาย เพราะถูก "กลุ่มอิทธิพล(โจร)" บังคับ ...ให้กระโดดน้ำ จนถึงแก่ความตาย เพื่อจะยึดครองทรัพย์สมบัติของผู้ตาย....ใครเป็นผู้มีความผิด ตามกฎหมาย กันแน่ ? ..ครับท่าน ..คนกระโดดน้ำที่ตายไปแล้ว..." ผิด"  หรือว่า กลุ่มโจร..ที่บังคับให้คนตายกระโดดน้ำจนถึงแก่ความตายผิด ?...ใคร.... ๆ....ใครมัน.ผิดกันแน่ ?" ....  ท่าน..ครับ...ขอได้โปรดพิจารณาด้วย...!...!...!    

ถ้าท่าน นักกฏหมายทั้งหลายในประเทศไทย ... ต่างก็ ตอบว่า คนกระโดดน้ำตาย "ผิด".....ผิดตามกฏหมาย (สุดแท้แต่จะอ้าง ตามช่องทาง ทางกฏหมาย ที่เปิดช่องไว้สำหรับอ้างเพื่อผลประโยชน์ ของพรรค หรือ กลุ่ม) เพราะโง่ไปกระโดดเอง...ถ้าเป็นอย่างนี้ .....ผมว่า...บ้านเมืองนี้...มันไม่ปรกติแล้ว....มันจะยุ่งกันใหญ่ ..นะท่านครับ.......

ถ้าท่าน นักกฏหมายทั้งหลาย ตอบว่า กลุ่มโจร ที่บีบบังคับให้ ผู้ตาย กระโดดน้ำ จนจมน้ำตายเพราะว่ายน้ำไม่เป็น..เป็นฝ่าย "ผิด"...ถ้าเป็นอย่างนั้น....ฝ่ายกฏหมายก็ต้องไปจับกลุ่มโจรนั้น  มาลงโทษซิครับ...ไปเลย....ไปจัดการได้เลย...ยังจะนิ่งเฉยอยู่ทำไม...(อย่าเล่นพวกนะ ...จะบอกให้).ท่านนักวิชาการทั้งหลาย....ท่าน แนวร่วมทั้งหลาย ที่ผมเห็นออกมาตีฝีปาก กันฉอด ๆ ...ท่านว่าอย่างไร ?....ครับท่าน...มันก็แปลกดีนะ....มันหน้าด้านดีนะ.....ความจริงต้องเป็นอย่างนั้น....แต่ถ้าผู้รักษากฏหมาย กลับไม่ทำตามหน้าที่เสียแล้ว...ทำเป็นเอาหูไปนา...เอาตาไปไร่ (เหมือนสนัยอัศวินผยอง)เสียเช่นนี้แล้ว....บ้านเมืองจะอยู่เย็นเป็นสุขได้อย่างไร ? ....และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ไม่เท่ากับตำรวจ และ/หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำตัวเป็นโจรเสียเองดอกหรือ ? .....เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข่มเหงรังแกประชาชน จนประชาชนผลเมืองไม่อาจจะทนได้ต่อไปอีก นั่นคือ ที่มาของการเกิด "สงครามกลางเมือง"  ละครับท่าน.....ซึ่ง เรา ๆ ...ท่าน ๆ ...ทุกคนไม่ต้องการให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในประเทศไทย (ใช้ ข้อคิดนี้ ...หาเหตุผล และข้อเท็จจริงกับเหตุที่เกิดในภาคใต้ได้)...ใช่ใหมครับท่าน....เจ้าหน้าที่ของรัฐ..และ..ประชาชน หรือ นักการเมือง ที่อยากเป็น "รัฐบาล" (พรรคการเมืองที่กระเฮี่ยน กระหือลืออยากเป็นรัฐบาล เป็นต้นเรื่องของเหตุการในสามจังหวัดภาคใต้หรือเปล่า ?...หาข้อเท็จจริงด้วย) เมื่อยังไม่ถึงเวลาก็ต้องคอยไปก่อน...ทำหน้าที่ให้ดี...ให้เป็นไปตามกฏหมาย ตรงไปตรงมากันหน่อย...อดทน รอคอยเวลาให้การเลือกตั้งที่จะมีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามาถึงเสียก่อน แล้ว ประชาชนเขาจะพิจารณาเลือกให้ท่านเข้าไปเป็น "รัฐบาล" เองละครับท่าน..ถ้าไม่ได้เป็นก็ไม่เป็นไร ....เราก็ทำหน้าที่ เป็น "ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล" ส่งกำลังบำรุง(หาข้อมูล)ให้รัฐบาลทำงาน ..ให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ถ้าเห็นอะไรไม่ดี ไม่ถูกต้อง ก็ตักเตือนกัน การเกิดข้อผิดพลาด ในการทำงานเป็นเรื่องธรรมดา ต้องมี เมื่อมีก็แก้เสีย ก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นจะยากเลย .....แต่ถ้ารัฐบาลชุดนี้...หรือชุดใหนก็ตามทำงานผิดพลาดบ่อย ๆ คราวหน้า....การเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนเขาก็จะไม่เลือกให้เข้ามาเป็นรัฐบาลเอง  ..... ถ้านักการเมือง หรือ สส. ของพรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล...ทำได้อย่างนี้ นักการเมืองของพรรคนั้นก็จะได้ชื่อว่าเป็น "นักการเมืองผู้ทรงเกียรติ" ...มันก็จะมีความเหมาะ สมกับเหรียญตรา และสายสะพายที่ติดอยู่ที่หน้าอกกันหน่อย..และ แล้วทุก ๆ อย่างก็จะดีเอง....ต่อไปประชาชนเขาก็จะเลือกเข้ามาเป็นรัฐบาลบ้าง ....จำไว้นะ..."อย่าทำตัวให้เป็นผู้ไร้เกียรติ".....ประชาชนคนไทยเขาจะไม่เชื่อถือ เมือไม่เชื่อถือ เขาก็จะไม่ไว้วางใจเลือกให้เข้ามาเป็นรัฐบาล....คุณก็จะหมดโอกาศแสดงความสามารถที่มีอยู่ ให้ประชาชนคนไทยและคนทั้งโลกเห็น...จำใส่สมองไว้ด้วย......!!!

คุณ...รู้หรือเปล่าว่า ...ความคิดของคนรุ่นเก่า (อย่างผม) อาจจะดูไม่ทันสมัย เหมือนความคิดของคนรุ่นใหม่ ที่หนักไปในเรื่อง ที่จะลงต่ำ ไปอยู่ไต้สดือเสียเป็นส่วนมากนั้น...เมื่อพิจารณากันให้ดี ๆ จะเห็นว่า ความคิดนั้น ๆ ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร....มีแต่จะเป็นผลดีกับสังคม และ บ้านเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผลเสียก็จะไม่เกิดกับส่วนรวม...และสังคมของคนในชาติ ....รองพิจารณาดูนะ ...และ

จากสอง-สามวรรคสุดท้ายนี้....เมื่อเราพิจารณากันให้ดี ๆ แล้วเราจะเห็นว่า...บ้านเมืองเรา....คนของเรายังมีอะไรที่จะต้องแก้ใขกันอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของ ..."เกียรติยศชื่อเสียง และ ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน ของตนเอง และวงศ์สกุล"  

"ผู้ดีเดินตรอก ขี้คอกเดินถนน"

ผู้ดี (สัตตบุรุษ) คือ  ผู้ที่อยู่ในศิลในธรรม ไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน หรือ ผิดไปจาก กฎระเบียบ ข้อบังคับ ขนบธรรมเนียม และ ประเพณีอันดีงาน ทั้ง กาย วาจา และใจ สรุปว่าจะต้องมีความเรียบร้อยด้วยประการทั้งปวง ฯล.....คนที่มี พฤติกรรม และการกระทำ ใคๆ ...ที่ตรงข้ามกับที่กล่าวไว้ข้างบนนั้น จึงถือว่า..ไม่ใช่ผู้ดี...ไม่ใช่ สัตตบุรุษ...หรือที่เราเรีบกว่า "ขี้ข้า ...ไพร่ หรือ ขี้คอก" นั้นเอง  พวกไพร่ หรือ ขี้คอกนี้จึงเป็นบุคคลที่ไม่พึงเตารพนับถือ ...ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม ..จะมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงขนานใหน...มีเหรียญตรา...หรือสายสพายชั้นใหน ..กี่เหรียญ ..กี่สาย  ก็ตาม... ถ้าเขาผู้นั้น เป็นผู้ประพฤติชั่ว (การกินตามน้ำก็ถือว่าชั่ว เช่นกัน) เสียแล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็น "สัตตบุรุษ" ...แต่คนชั่วเหล่านี้ ได้มาเสนอหน้า..ชูคอ ..อยู่ในกิจกรรมต่าง ๆ ในสังคม (ทั้งนี้เพราะ ต่อมาในระยะหลังการรับคนเข้ารับราชการไม่มีการตรวจสอบ เรื่อง ชาติกำเหนิดมากเท่ากับสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง...เรื่องของชาติตระกูล เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ....ผมว่าท่านคงเคยได้ยิน...คนโบราญสอนว่า  "ถ้าจะดูนาง ให้ดูที่แม่  แต่ถ้าจะดูกันให้แน่ ๆ ต้องให้ดูไปถึงยายด้วย"...ท่านครับ...นั้นละคือเหตุผล...คนรุ่นใหม่...ไม่รู้....คนรุ่นเก่าก็เเกล้งทำเป็นลืม เพราะกลัวไม่ทันสมัย....น่าเอิอมละอานะครับท่าน) มากมาย......(นั่นคือ..ขี้คอก..ออกมาเดินถนน) ทำให้ประชาชน พลเมือง(ผู้โง่เขลาเบาปัญญา) ยกย่องสรรญเสริญ สร้างความหยิ่งผยอง...ลำพองใจให้กับคนเหล่านั้น จน "ไม่รู้จักที่ต่ำ ที่สูง.... สี่งไรควร  สิ่งไรไม่ควร" ..... ด้วยเกตุนี้ผมจึงได้ตั้งคำถาม..ถามท่านว่า ..."จำเป็นหรือไม่ ว่า คนดีจะต้องเรียนจบจากโรงเรียนนายเรือ,นายเรืออากาศ โรงเรียนนายร้อย , นายร้อยตำรวจ  และ/หรือ มหาวิทยาลัย...และ..จำเป็นหรือไม่ว่า คนดี (สัตตบุรุษ)จะเรียนไม่จบจากโรงเรียนนายเรือ นายเรืออากาศ โรงเรียนนายร้อย . นายร้อยตำรวจ และ/หรือ มหาวิทยาลัย บ้างไม่ได้หรือ ?"..

นั่นคือ......"การเรียนจบหรือไม่จบจากโรงเรียนทหาร สี่เหล่า และ/หรือมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เครื่องมือที่จะใช้วัดว่าคน ๆ นั้นเป็นคนดีหรือเลวได้".....

เพราะฉนั้น ...เด็ก ๆ ที่มีโอกาศ เข้าไปเป็นนักเรียนทหาร และเรียนจบ ออกมารับราชการในกองทัพต่าง ๆ ก็ต้องหมั่นฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ที่ให้ชื่อว่า "สัตตบุรุษ"....ยี่งเป็นระดับนายพลด้วยแล้วยิ่งสำคัญมาก...อย่าลืมตัว...หลงตน...หลงผิดคิดว่าตนเองคือผู้วิเศษ...จมไม่ลง ..โดยลืมคิดว่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน".ทำตัวเป็นเทวดาอยู่เหนือหัวคนอื่น....แต่...จริง ๆ แล้วบางคนก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกับ พวก...."ขี้คอก"...ที่เดินดินกินข้าวแกง เหมือนกันนี่ละ...ซึ่งมีมากมาย  (ติดคุกก็ยังมี)....แล้วคนพวกนี้ หรือ นายพลเหล่านี้ นี่เองที่ทำให้ "เสื่อมเสีย และ เสียหายแก่สถาบันอันสูงส่งของชาตื"....เด็ก ๆ ทั้งหลาย...ก่อนที่จะเข้าไปเรียนในสถาบันต่าง ๆ ตามที่กล่าว...คุณลุงขอเตือนให้ หนู ๆ ทั้งหลายจงตัดสินใจ ตั้งใจและช่างใจตัวเองให้ดีเสียก่อน นะครับแล้ว จึงเข้าไปเรียน.....ในสมัยที่คุณลุงยังเด็ก ๆ อยู่มีเพลง ๆ หนึ่งเพราะมาก...คุณลุงชอบมาก  ไม่ทราบว่าคุณหนูเคยได้ยินหรือเปล่า...คุณลุงจะร้องให้ฟังนะครับ....

   "หนูเอย หนูจงฟัง พี่จะสอนพี่จะสั่ง หนูจงฟังเอาไว้ให้ดี  หนูเอยสมัยนี้ เป็นสมัยที่เอาดีกันด้วยปัญญา 

หนูอย่ชุกชน จงอด จงทนหนูจงบ่นท่องวิชา ไปภายภาคหน้า จะได้พึ่งวิชาปัญญาจะเฟื่องฟู......

หนูเอย หนูจงเพียร หนูจงเล่า หนูจงเรียน หนูจงเพียร หาความรู้ หนูเอยจงติดดู หากมีใครลบหลู่ แล้วหนูจะโทษใคร....

เอาแค่นี้ ๆ นะครับ....ไม่รู้ว่าถูก หรือผิดอย่างไร ...เพราะมันนานมากแล้ว ตั้งแต่คุณลุงยังเด็ก ๆ อยู่เลย...ถ้าหนูต้องการของแท้ ที่ถูกต้อง ร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้หนูโทรไปขอจาก พี่ ๆ DJ ของคุณหนูนะครับ...พี่ ๆ  DJ เขาจะจัดให้เองครับ.....แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน พี่ ๆ DJ ของหนูในสยัยนี้อาจจะไม่มีก็ได้ .... คุณลุงเลยถือโอกาศแนะนำให้คุณหนูรู้จักกับ DJ รุ่นใหญ่ท่านหนึ่ง ...ท่านนั้นคือ "กุลชาติ เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา"..ท่านเป็นเพื่อนรุนเดียวกับคูณลุงใน "โรงเรียนโยธินบูรณะ" ที่เกียกกายด้วยกัน...ท่านรู้จักคุณลุงดี ท่านชอบเพลงสุนทราภรณ์และเพลงเก่า ๆ มาก ท่านอาจจะมีก็ได้

ถ้าคุณหนู...โทรฯไปขอเพลงเก่า ๆ จากคุณลุงกุลชาติ ละก็อย่าลืมขอเพลง เก่า ๆ ของหลวงวิจิตวาทการมาฟังด้วยนะ เพลงเก่า ๆ ของคุณหลวงวิจิตตฯ เป็นเพลงดี ๆ ทั้งนั้น เช่นเพลงในลครเรื่อง "พ่อขุนรามกำแหง" และเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย เดียวนี้ไม่ค่อยจะได้ยิน สถานีใหนเปิดกันเลย ทั้ง  TV  และวิทยุ คนไทยในประเทศไทยเลยทะเราะกันใหญ่ ไม่รู้ว่าใครเป็นใครแล้ว...มัยเลยยุ่งกันใหญ่...งานการไม่ต้องทำ ...ชาติบ้านเมืองจะล่มจมอยู่แล้ว ...อ้ายพวกอัปปรีย์เหล่านั้นยังไม่เลิกใส่ร้ายป้ายสีกันอีก เลวจริง ๆ หนูรู้ใหน เพลงนั้นเพลงอะไร...คุณลุงก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพียงแต่จำเนื้อร้องตอนหนึ่งได้ว่า...ว่าอย่างนี้ ครับ

"พราหมผู้เดียว รับใช้ไปยุแหย่ สาระแนยุญาติให้แตกฉาน ถึงเวลาสัครูจู่ไปราน มัวเกี่ยงกัน เสียการเสียนคร 

ฉะนั้นไซ้ขอไทยจงร่วมรัก จงร่วมสมัครสโมสร เอาไว้เพื่อเมื่อมีไพรีรอน จะได้สู้ดัสกรด้วยเต็มแรง....

คุณลุงเองก็จำไม่ได้แล้ว ....อยากจะร้องให้จบเหมือนกัน...แต่จำไม่ได้...ทำไมคุณลุงถึงบอกว่าอยากจะร้องให้จบละคุณหนูรู้ใหม .... คุณลุงตอบให้เอง

" เมื่องสองสามหลายเดือนมาแล้ว ...คุณลุงไปที่สนามหลวง...คุณลุงเห็นฝ่นตลบไปหมด นึกในใจว่า มันอะไรกันนะ ก็เข้าไปดูจึงรู้แน่ว่า หมามันกัดกัน มันฟัดกันอุตตลุดไปหมด มันแบ่งพวก เข้ากัดกัน...ทั้งตัวเล็กกัดตัวใหญ่...ตัวผู้กัด ตัวเมีย...บางที่ ตัวใหญากัดตัวเล็ก ...ตัวเล็กกัดตัวใหญ่ ตัวผู้กัด...ตัวเมีย ตัวเมียกัดตัวผู้ ...มันสู้กันกลุ่มใหญ่มาก ...ใครห้ามก็ไม่ฟัง...ที่ไม่ฟัง...อ้ายจ่าฝูงตัว เล็ก ๆ ขี้แพ้ ..แต่ใจมันสู้แบบหมาจนตลอกนั่นละ ...มันไม่ยอมเลิก ยังเที่ยวแยกเคียวใส่เขาเลื่อย ๆ ....หน้ารำคาญมาก...หน้ารำรานมาก  ที่มันยังไม่ยอมเลิก ทั้ง ๆ ที่คนที่มุงดูอยู่ก็ช่วยกันห้ามแล้ว อ้ายตัวเล็ก หัวหน้าขี้แพ้ยังไม่ยอมเลิกแล้วจะให้ยังแยกเคี่ยวใล่เขาอีก ...อีกฝ่ายจะไปเลิกได้อย่างไร....คุณลุงดูแล้วก็อดปรงอนิจจังไม่ได้...และเลยนึกไปถึง..."คน"...คิดว่าหมากับคนมันเหมือนกัน...โบราณจึงเรียกว่าหมาจนตรอก ....มันทำท่าจะวิ่งหนีเหมือนกัน แต่ไม่มีทางไป เพราะตรอกมันตัน จึงหันมา  เอาหางจุกตูดไว้ ด้วยความกลัว แล้วแยกเคี่ยวใส่..ตั้งใจจะสู้ยีบตา ...เพื่อให้คนดูเห็นใจ...หรือให้คนดู...คิดว่า "ข้านี่ละเก่งกว่าฝ่ายตรงข้าม"....ถ้าคิดอย่างอย่างนั้น....คุณลุงว่า อ้ายหมาน่าด้านขี้แพ้ "มันคิดผิด" แล้ว...เพราะคนจะรู้ว่าว่า มึงนะไม่แน่จริงจึงเอาหางจุกตูดไว้อย่างไรละครับคุณหนู....ในทำนองเดียวกันจะเห็นว่าคน...หรือมนุษย์ที่ไม่มีนำใจเป็นนักกิฬา แพ้ไม่รู้จักแพ้ ครับไปต่อยไปตี ฝ่ายที่ชนะ ไปทำร้ายคณะกรรมการอิสระอีก ....จริง ๆ แล้ว  คุณลุงก็เห็นใจ เด็ก ๆ เหล่านั้นอยู่บ้างเพราะ เขาอยู่ในสิ่งแวดร้อมที่ไม่ดี ...ที่ไม่ดีเพราะมีผู้ใหญ่ที่เลว ๆ อยู่ด้วย ...ผู้ใหญ่มันทำตัวอย่างเลว ๆ ให้เด็กเห็น...ผู้ใหญ่มันเห็นว่ามันจะแพ้มันก็ไม่ลงสนามเล่นเสียอย่างนั้นละ ไม่เล่นอย่างหน้าด้าน ๆ เด็กมันก็เลยเอาเป็นตัวอย่าง....แล้วจะโทษเด็กได้อย่างไร.....

เรื่องของของเพลงนั้นคุณลุงเคยรู้เรื่องมาก่อนว่า ต้นไม้นั้นพูดกับคนรู้เรื่อง ฟังเพลงได้ ...ฟังพลงรู้เรื่อง...ถ้าเราพูดกับต้นไม้ดี ๆ ให้ต้นไม้ได้ฟังเพลงเพราะ ๆ ต้นไม้ต้นนั้นจะ ..เจริญงอกงานออกดอกออกผลดก....ไม่ทราบว่าจริงเท็จอย่างไร....เพราะยังไม่ได้ทดลองดู....บางครั้งท่านก็บอกว่า "จะนับประสาอะไรกับคนที่ถูกด่า ถูกว่า ทุกวัน ๆ จะไม่หงอยเหงา แม้แต่ต้นไม้ ด่ามันทุกวัน ๆ มันยังเฉาตายเลย."....ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง "หมามันต้องฟังเพลงแล้ว เข่าใจ รู้เรื่อง" จริงใหมครับคุณหนู ถ้าเป็นเช่นนั้น ๆ คุณลุงเลยอยากจะให้คุณหนู โทรไปบอก คุณลุงกุลชาติ เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา ให้เปิดเพลงนี้ทางวิทยุ ๆทุกระจายเสียงทุกวัน ๆ ให้ เพื่อจะให้หมาที่สนามหลวงฟัง มาก ๆ เพื่อมันจะได้ไม่กัดกันอีก...ถ้ามหามันไม่กัดกันแล้วที่สนามหลวง แต่คน ยังกัดกัดอีก ...นั่น แสดงว่า ..."คนมันเลวกว่าหมา" ...จริงหรือเปล่าละคุณหนูครับ....ในเมื่อคนมันยังกัดกันอยู่

ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกใบนี้ ที่เคยเรียนไม่จบจากมหาวิทยาลัยมาก่อน แต่ก็ประสบผลสำเร็จ ในการประกอบธุระกิจ ร่ำรวยมหาศาลก็มีมากมาย เช่น เจ้าของ "CNN" หรือ "Microsoft" เป็นต้น.....ไม่ใช่แค่นั้น คุณอย่าคิดว่า "นายพลเท่านั้นที่สามารถบริหารประเทศได้ดีกว่าพลเรือน" .....นายพลเคยบริหารประเทศพังมาแล้วมากมาย...ดูเพื่อนบ้านของเราเป็นตัวอย่าง ...ในทำนองเดียวกัน....คนที่จบจากโรงเรียนทหารสี่เหล่า และ/หรือ มหาวิทยาลัย..."ติดคุก"...อยู่ขณะนี้ก็มีมากมาย ....นายพล...ยังมีเลยครับท่าน ....ท่านหาชื่อเอาเอง...ก็แล้วกัน  นะครับ.....จริง ๆ แล้ว...ผมเบื่อกับคนพวก "กิเลสหนา..ปัญญาหยาบ"...เหล่านี้มาก...จริง ๆ นะครับท่าน....แต่ในชีวิต จริง...ๆ....แล้ว..พวกกิเลสหนา ปัญญาหยาบ เหล่านี้มีมากมายในสังคมของสัตว์โลก...โดยทั่ว ๆ ไป ...สัคว์ประเภทนี้นั้นนะ...มีมากนะครับท่าน...จริง ๆ นะ...ท่านเคยได้ยินหรือเปล่าที่ คนรุ่นเก่าท่านสอนเรา ๆ ไว้ว่า :-

" ต้นไม้ล้มข้ามได้ แต่ คนล้มอย่าข้าม " ....แต่ นั่นละ...ท่านก็ไม่ได้สอนไว้ว่า ถ้าคนล้มแล้วข้าม เมื่อคน ๆ นั้นลุกขึ้นมาได้ คนที่ข้ามอาจจะถูก "ซามูไรสั้น" เสียบพุงก็ได้ ถ้าอยู่ในญี่ปุน....ญี่ปุ่นเป็นต้นตำหรับของการ สร้างความเข้มแข็ง และยิ่งใหญ่ให้ประเทศชาติมาแล้ว....ยิ่งใหญ่ยื่งกว่าชาติหลาย ๆ ชาติทางตะวันตก ....ญี่ปุ่นเป็นต้นตำหรับของคาร์บอม....ญี่ปุ่นเป็นต้นตำหรับของมนุษย์ระเบิด....ที่ชาติในตะวันออกกลางบางประเทศนำมาใช้กันอยู่ในปัจจุบัน....ญี่ปุ่นเป็นต้นตำหรับของการปราบปราม "การช่อราชบังหลวง" ของคนญี่ปุ่น ทั้งในหน่วยงานของรัฐ และเอกชน คือ นักธุระกิจที่โกงชาติ มาแล้ว อย่างได้ผล ด้วยการแทงด้วย "ซามูไรสั้น".....ในระหว่างนั้น ญี่ปุ่นเจ้าโลกในซีกตะวันออก ได้ครอบครองดินแดน เกาหลี แมนจูเรียทั้งหมด ตอนเหนือของจีน บางส่วนของรัสเซียในปัจจุบัน ....แต่ประเทศญิ่ปุ่นก็ต้อง "ล่มลง" ...เพราะความที่เป็นคนหัวดื้อของ..."ทหารที่มียศเป็นถึง ..จอมพล ...ที่ทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี" มาแล้ว....ทั้งที่มีคนห้ามแล้ว...คัดค้านก็แล้ว...ก็ยังไม่ฟัง...เพราะคิดว่า "กูแน่" ....ชาติบ้านเมืองที่กำลังเจริญสูงสุดเลยพังเลย....."พังหมดเพราะผู้นำทางทหารที่คิดสั้น"....แต่นั่นละทุกอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กัยคนด้วย....คนญี่ปุ่นกับคนไทย ไม่เหมือนกัน...-

"ไม่เหมือนกันอย่างไร"...ท่านถาม

" ไม่เหมือนกันตรงที่ คนญี่ป่น เป็นคน มีวินัย และมีเกียรติ"...เราตอบ

" แล้วคนไทยละ "

" คนไทยส่วนมาก..ไม่ค่อยมีวินัย...ไม่ค่อยรักเกียรติของตัวเอง ปฎิญาณอย่างหนึ่ง แต่เมื่อไปปฎิบัติ ทำไปอีกอย่างหนึ่ง ไม่รักพวกพ้องเหมือนสมัยก่อน ...แต่รักเงินมากกว่า ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนของตนเอง...มันเลยทำให้ หลาย ๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางประเทศ เช่นมาเลเซียแซงเราไปแล้ว...เวียตนามกำลังจะแซงเราไรไป...นั่นละ...ตือผลของสงความเศรษฐกิจที่ประเทศไทย ประสพกับความพ่ายแพ้ อย่างยับเยิน เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่พ่ายแพ้ในสงความโลกครั้งที่สอง... Mr.Hara ..เพื่อนของผมคนหนึ่งที่ญี่ปุ่น.....เล่าให้ฟังว่า ปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่น ทุกคนในเกาะญิ่ปิ่นได้ตกลงกันอย่างลับ ๆ ว่า จะตายพร้อมกันทุกคนทั้งหมดบนเกาะญี่ปุ่นให้ศูนย์ชาติไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นโดยจะไม่ยอมวางอาวุธเป็นเด็ดขาด" 

"แล้วอย่างไรละ...ทำไม ญี่ปุ่นจึงอยู่ได้ถึงวันนี้ แล้วเป็นเสือตัวหนึ่งของโลกจริง ๆ ด้วย"

" นั่นเพราะ บารมี ของสมเด็จพระจักรพรรดิ์"

" ทำใม ? "

" เพราะทหาร จงรักภักดีต่อองค์พระจักรพรรดิ์มาก ไม่เคยทำอะไรให้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทเลย...ดังจะเห็นได้จากประวัติศาสตรว่า ทหารญี่ปุ่นไม่เคยคิดก่อการ  "กบฎภายในราชอาณาจักร์"  เลย

"จริงหรือ ?"

"ไม่ทราบแน่เหมือนกัน เพราะไม่เคยได้ข่าว ....ถ้าใครคิด หรือ ทราบว่า ทหารญี่ปุ่น เคยกระทำการข้ามขั้นตอนต่อพระจักรพรรดิ์ ...ทำการลบร้างอำนาจ หรือ เคยกระทำการ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขององค์พระจักรพรรดิ์ก็ช่วนชี้แนะให้ด้วยก็แล้วกันะครับ"

"แล้ว...อย่างไร ต่อ"

"เมื่อพระจักรพรรดิ์ทรงประกาศให้ทหารวางอาวุธยอมแพ้ ทหารทุกคนทั้งภายนอกภายในประเทศ จึงยอมวางอาวุธยอมแพ้...เมื่อยอมแพ้ อเมริกัน ...เข้ามาเต็มเมืองเลย...Hara...บอก....ตอนนั้นญี่ปุ่นจนมาก...เสื้อผ้าแทบจะไม่มีนุ่ง...ตัว  Hara .เองเห็นเด็กอเมริกัน กิน ซอกโกเลต อยากกินมาก แต่ไม่มีเงินชื้อกิน...อย่าว่าแต่เงินจะซื้อชอกโกเลต เลย Hara   เล่าต่อ บ้านจะอยู่ยังไม่มีเลย ต้องอยู่ใต้สพานกัน"

" น่าคิดนะ"

" ครับ น่าคิดมาก เพียงไม่กี่ปีหลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ญี่ปุ่นได้พัฒนาตนเองให้ประเทศที่จนมาก กลับมาเป็นประเทศที่รวยมาก ด้วยการพัฒนาการขนส่งทางทะเล และ กองเรือค้าต่างประเทศ ออกค้าขายได้เงินมากนาย จนกลายเป็นเสือ ตัวหนึ่งของโลกไปแล้ว....ได้นั่งอย่างสง่าผ่าเผยใน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติ....แล้วเรา...คนไทยละ...เป็นอย่างไร....ที่สำคํญอีกอย่าหนึ่ง...คือคนไทยไม่มีน้ำใจเป็นนักกิฬา แพ้ไม่รู้จักแพ้ ยังดันทุรังจะทำให้เป็นผู้ชนะอีก....ในระดับโลก ...จึงไม่มีคนอยากคบ....ฟุตบอลแพ้คนไม่แพ้...กลับไป ต่อยไปตีกรรมการอีก...เป็นไง ๆ ...พูดแล้วจะหาว่าไม่จริง ...ต้องยอมรับความจริงกันหน่อย แล้วจะเกิด พลังร่วม เพื่อสร้างชาติไทยไม่ให้น้อยหน้าเพื่อนบ้านไปมากกว่านี้อีกเลย....ผมอายุมากแล้ว...อยากตายอย่างตาหลับ  ครับท่าน..จริง ๆ แล้ว ใคร ๆ เขาต่างก็ว่า ต่างก็แซวผมว่า ผมยังเลือดเข็มอยู่ ...ยังงมงายอยู่ได้ เขาเลิกคิดถึงชาติบ้านเมืองกันแล้ว....ไม่รู้หรือว่า...นักวิชาการ...ตัวแสบ บอกว่าต่อไป จะไม่มีชาติแล้ว...จะไม่มีเส้นกั้นพรมแดนแล้ว  ...."

เหมือน ๆ กัน หรือในทำนองเดียวกัน "คุณทักษิณล้ม" คนใหมเคยข้าม เคยเหยียบท่านจนแทบจมธรณีก็จำใว้ก็แล้วกัน อาจจะโดน "ซามูไรสั้น" บ้างก็ได้ ใครจะไปรู้.......เรื่อง "ซามูไรสั้น" ของญี่ปู่น ศักดิ์สิทธมาก ทำให้ชาติบ้าเมืองเจริญและยิ่งใหญ่ ได้อย่างรวดเร็ว และก็พังได้รวดเร็วเช่นกัน......  อยากฟังใหมละ...มีเวลา...แล้วจะเล่าให้ฟัง 

ใช้ความคิด กัน หน่อย...ใช้หัวสมองที่ เจ้าตัวคิดว่าปราดเปลื่องกันหน่อยนะ ...เพื่อน...เมื่อคิดแล้ว...ก็อย่าไปเที่ยวถามอะไรใครในสิ่งที่ไม่ควรจะถาม....อย่าพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด ...และก็ให้ความเป็นธรรมกับต้วเองด้วย...แล้วถามตัวเองดีกว่า...ก่อนที่จะไปถามผู้อื่นในสิ่งที่ไม่สมควร จะถาม ว่า "เราได้ทำอะไรไว้ ให้เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง....ที่เป็นชี้นเป็นอันบ้าง ...การเดินไปบนพรมที่เขาปูใว้ให้แล้วนะมันง่าย....ง่ายเกินไปที่จะพูดว่านั่นละ คือ ผลงาน และ ความดี  ที่ทำไว้"....แล้วก็ตรวจตัวเองในทางลบบ้าง...ตรวจดูซิว่า ได้กระทำอะไรที่ไม่ดีไว้บ้างหรือไม่...เช่น..."กินตามน้ำ"...(กินตามน้ำ ก็ถือว่าเลวนะ) เคยกินตามน้ำหรือเปล่า ?... เหล่านี้เป็นต้น...คนที่กินตามน้ำ นั่นละ..."ชั่ว"... ทั้งนั้นละ.......

 การกินตามน้ำของข้าราชการประจำ...อาจแก้ได้ แก้ได้ "ด้วยการตรวจสอบให้การใช้จ่ายเงินของรัฐ ทุกบาททุกสตางค์ ต้องมีรายละเอียดของที่มาที่ไป (ใบเสร็จ)  ในทุกกรณี ในทุกเรื่องราว โดยจะอ้างความจำเป็นอย่างหนึ่งอย่าใดมิได้  การตรวจสอบทรัพย์สิน...หรือ... แจ้งทรัพย์สินของข้าราชการประจำ รวมทั้งองค์กรอิสระด้วย... ควรให้แจ้งก่อนเข้ารับหน้าที่ และ ทุก ๆ  4 ปี บ้าง...เช่นเดียวกันกับ.... การแจ้งทรัพย์สินของข้าราชการ การเมืองที่ต้องแจ้งก่อน และหลังเข้ารับหน้าที่.....นอกจากนี้ก็ยังมี...นักค้ายาเสพติด..นักค้าของต้องห้ามรายใหญ่ ๆ ที่ยังคงรอดพ้นมือกฎหมายมาได้ด้วยอำนาจเงิน แล้วมาฟอกเงินด้วยการปลูกบ้านใหญ่โต ชื้อรถราคาแพงมาขับ ขับแล้วก็ขาย ขายแล้วก็ชื้อ ชื้อแล้วก็ไม่จ่ายภาษี ไม่ยอมเสียภาษี หลบภาษี เมื่อขายจะได้ ๆ กำไรมาก ๆ อยู่บ้านราคาหลายสิบล้าน อยู่แล้วก็ขาย ...ขายแล้วก็ปลูกใหม่...ปลูกไหม่แล้วก็ขายอีก...น่าปวดหัวนะครับ...กับคนพวกนี้ ๆ...รัฐต้องออกกฎหมายให้เจ้าหน้าที่สามารถ และมีอำนาจตรวจสอบได้ ว่าเอาเงินมาจากใหนชื้อรถ และปลูกบ้าน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอน ถูกต้อง ว่า คน ๆนี้ทำธุระกิจอะไร หรือเปล่าอย่างไร ทำไมถึงมีเงินมาปลูกบ้าน และ ซื้อรถราคาแพงขับ...ขับแล้วขาย...ดังกล่าว....คนพวกนี้ก็จะต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน....เพราะคนพวกนี้ นี่ละที่เป็นกลุ่มที่เป็นพิษ เป็นภัยกับชาติบ้านเมืองมากกลุ่มหนึ่งที่พอ ๆ กับ "กลุ่มมาเฟียการเมือง" ทีเดีนวนะครับ...ท่าน....แล้วท่านทำกันบ้างหรือเปล่า ? ....คิดกันบ้างหรือ เปล่า ?....เมื่อไม่คิด เมื่อไม่ทำ ยังจะมีหน้ามาพูดว่า..."เพื่อชาติ และ ประชาชนอีกหรือ ?"..ไม่กระดากปากบ้างหรือ ?....ไม่รู้...ไม่รู้ว่า  "ทำไมหน้าจึงด้านอย่างนี้ ?".

จริง ๆ แล้ว ...ประชาชนเขารู้ดีว่า  ที่นักการเมืองไม่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นไปตามที่กล่าวข้างบนนั้น...ก็เพื่อเก็บช่องว่าง ..ตรงนั้น....ๆ....ๆ ไว้ ...ไว้เพื่อออกกฎหมายยึก ทรับสินของคนอี่มมาให้พวกพ้องของตนหรือเปล่า? (ปล้นเขาหรือเปล่า)...หรือ เพื่อจะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองเมื่อมีโอกาศได้เข้าไปอยู่ใน " Position  นั้น ๆ จะได้มีโอกาสโกงกินชาติบ้านเมือง และ ประชาชนบ้าง"....ก็เท่านั้นเอง..."จริงหรือเปล่า ไม่ทราบ..ผมไม่รู้จึงเรียนถามมา..ครับท่าน ?"

ท่านครับ ผมมีคนที่รู้จักกันมานานอยู่ท่านหนึ่ง ตั้งแต่สมัยที่ผมยังทำงานอยู่กับ บริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด...ถ้าผมเอ่ยชื่อ เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนในกองทัพเรือต้องรู้จักบ้าง...ท่านผู้นั้นประกอบธุระกิจทางทะเลอยู่ ......ครั้งหนึ่งได้มาพูดกับผมว่า

"กัปตัน มาทำงานกับผมดีกว่า" ท่านนักธุระกิจนั้นชักชวน

"ทำอย่างไร ?...การทำงาน มีสองอย่าง ...คือ ทำด้วยความซื่อสัตย์สุจจริต ต่อลูกค้า เพื่อให้ได้ผลผลิด และความเจริญรุ่งเรืองของบริษัท อย่างยั่งยืนและมั่นคง....หรือว่า โกงเขา ?"  ผมถาม

" โกงเขามันรวยเร็วกว่า" ท่านนักธุระกิจคนนั้นตอบ

" ถ้าอย่างนั้น คุณต้อง. ....คุณทำเอง..ผมไม่ทำ" ผมตอบกลับ

ผลสุดท้าย และ เรื่องราวต่อมาเป็นอย่างไร สำหรับนักธุระกิจท่านนั้น เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันของผมในกองทัพเรือบางคนคงทราบดี...นะครับ

สรุป..ว่า...ขอร้องให้รัฐบาลใหม่ที่เลือกตั้งโดยประชาชน กรุณาแก้รัฐธรรมนูณ (ผมเรียกร้องมาตามสิทธิของประชาชนที่เลือกท่านเข้าไปนั่งในสภา)ตามหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย คือ .-

1.  การยกกำลังของทหารทุกเหล่า ทุกกรม ทุกกองทัพ ออกจากกรมกองเพื่อการรบ หรือ การหนึ่งการใดที่มีเหตุจำเป็น (สามจังหวัดภาคใต้ด้วย) เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ จะต้องนำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูลก่อนเสมอ และ เมื่อได้รับ พระบรมราชานุญาติแล้วจึงจะกระทำได้ (ข้อนี้สำคัญมาก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ บุคคลหนึ่งบุคคลใดนำกำลังทหารของชาติไป ทำร้าย ประชาชน หรือ คนของประชาชน เพื่อผลประโยชน์ ของตัวเอง และกลุ่มอีกต่อไป...และ/หรือ คือเป็นการนำเรื่อง ขึ้นกราบบังคมทูล การศึก ให้ทรงทราบ เพื่อให้พระองค์ท่านทรง แต่งตั้งกองทัพ และมอบดาบอาญาสิทธิให้กับแม่ทัพ เพื่อการบังคับบัญชากองทัพ....ถ้าทำได้ อย่างนี้ จะทำให้ ทหาร และ/หรือ กองทัพ มีความจงรักภักดีกับองค์พระประมุของชาติมากขึ้น....ทำให้ทหาร เป็นทหาร ของชาติ และประชาชน ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองจริง ๆ ....แล้วทหารก็จะไม่เข้าไปชี้แนะ ...แนะนำ...การแต่งตั้งรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของทหาร อย่างที่เป็นอยู่ ทำให้มองดูแล้วไม่ "สง่างาม" สมศักดิ์ศรีของความเป็นทหาร หาญของชาติ .... ทำให้เสียภาพพจน์ของทหารหาญของชาติที่น่าภาคภูมิไป).. 

2.  ข้าราชการประจำ ทั้งข้าราชการพลเรือน ข้าราชการหทาร ตำรวจ ตั้งแต่ C7 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ต้องแจ้งรายการทรัพย์สินที่ทุกคนมี พร้อมทั้งที่มา และที่ไป ของทรัพย์สินที่มีอยู่นั้น ๆ  ให้ทางราชการทราบใว้ก่อนที่เข้ารับราชการ และจะต้องแจ้ง ทุก ๆ 4 ปี จนกระทั่งครั้งสุดท้าย  ก่อนออกจากราชการ ฯล...ให้ทุกคนต้องร่วมมือ..ร่วมใจกัน...ให้ข้อมูล...ตรวจสอบการโกงกินชาติบ้านเมืองซึ่งกัน และ กัน บ้าง (เคยบอกว่า คนอื่นเขาโกงชาติบ้านเมือง ....ตอนนี้รองตรวจสอบตัวเองบ้าง...) ...ผมก็ว่า ดีเหมือนกันนะ ยุติธรรมดีนะ...ข้าราชการประจำนั้นก็มีสิทธิ ที่จะทำอะไร ให้เป็นตัวอย่างที่ดีได้เหมือนกันนะ

3.  การแสดงความคิดเห็นของประชาชน เป็นสิทธิที่จะกระทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบ ของความเป็นระเบียบ และต้องรักษาใว้ซึ่งสิทธิของผู้อื่นด้วย  โดยจะต้องไม่ทำให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเสียสิทธิ ฯ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น โดย

3.1  การแสดงความคิดเห็นของประชาชน ต้องทำเป็นรายลักษณ์อักษร เสนอขึ้นไปตามขั้นตอน  ผ่านทางผู้แทนในเขตของบุคคลนั้น ๆ เพื่อให้ผู้แทนของบุคคลนั้น นำเรื่องเสนอเข้าสู่สภา....เพื่อเปิดประชุมสภาพิจารณา หรืออย่างหนึ่งอย่างใด เท่าที่เห็นสมควร เพื่อไม่ให้รบกวนบุคคลอื่น 

3.2  ผู้ร้องเรียนจะต้องรับผิดชอบโดยตรงอย่างที่จะหลีกเลี่ยงเสียมิได้ในผลที่จะเกิดในทางลบ กับคำร้องเรียน นั้น ๆ กับบุคคลที่ 3 (คุณเที่ยว กล่าว โจมตี คนอื่นเขาเสีย ๆ หาย ๆ เพราะฉะนั้นคุณต้องรับผิดชอบกับผลที่จะติดตามมากับ ชาติบ้านเมือง และ บุตตลที่ 3 ด้วย...เช่น เมื่อคุณบอกว่า คุณทักษิษ โกงกินชาติบ้านเมือง ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ ที่คุณแต่งขึ้นมา....ครั้นต่อมาภายหลัง ถ้าพิสูตรได้ว่า เรื่องราว คุณแต่งขึ้นมา ไม่ได้เป็นไปตามนั้น...ไม่เป็นไปตามที่คุณกล่าว คือไม่เป็นความจริงเลย.... คุณจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายให้กับคุณทักษิณ ทุกบาท ทุกสตางค์ ...ตั้งแต่ค่าเครื่องบิน ต่าเช่าบ้านในต่างประเทศ ขึ้นไป....  ขึ้นไปจนถึงค่าเสียโอกาศในการประกอบธุระกิจต่าง ๆ ของคุณทักษิณทั้งหมด ที่มีอยู่ ....ฯลฯ..โดยจะหลีกเลี่ยงเสียมิได้)

3.3   การตัดสินความใด  ๆ ถ้าพิสูตรได้ต่อมาภายหลังว่า ไม่ตรงตามความเป็นจริง ในทางหนึ่งทางใดแล้ว กล่าวคือ ทั้งทาง พฤตินัย หรือ นิตินัย (โดยยึดถือ กฏหมายประเพณีเป็นหลัก กล่าวคือ สิ่งใดที่ไม่มีกล่าวใว้ในกฏหมายหนึ่งกฏหมายใด ให้ใช้ กฏหมายประเพณี (Commons Law) เป็นหลักในการพิจารณาความ )แล้ว ผู้ตัดสิน และหรือ ผู้วินิจฉัยสั่งการนั้น ๆ ต้องรับผิดขอบชดให้ค่าเสียหายให้กับบุคคลนั้น ๆ ด้วยทรัพย์สินส่วยตัวของผู้ตัดสิน และหรือ ผู้วินิจฉัยสั่งการ นั้น ๆ เท่านั้น โดยที่จะอ้างไม่ได้ว่า "กระทำตามหน้ที่ในนามของรัฐบาล และ/หรือ ราชการ" ...โดยไม่มีการยกเว้นใด ๆ ทั้งสิน (เมื่อตัดสินผิด ต้องรับผิดชอบ) ใม่ว่าใครทั้งนั้น

4.  การนำเรื่อง ขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อขออภัยโทษ และ/หรือ นิรโทษกรรม จะกระทำมิได้ ถ้าการกระทำนั้น สามารถพิสูตรได้ว่า เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิด ความเสื่อมเสีย เสียหายกับประเทศชาติ ประชาชน และ/หรือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

.......................

ทำ...ให้ได้นะ ...แก้ให้ได้นะ .... ถ้าทำไม่ได้....แก้ไม่ได้...เรา คือ ประเทศไทย ประประชาชนคนไทยทั้งประเทศ.... จะเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ...ทั้งนี้ เพราะ ...เรา(นักการเมืองด้วย) ต้องทำตามสิ่งที่บรรพบุรุษของเราสั่งสอนไว้ ...และได้ผลดี จนสามารถ รักษาชาติบ้านเมืองมาได้จนถึง ทุกวันนี้  ก็เพราะท่านสอนเราไว้ว่า ..."รักวัวให้ผูก รักลูกใหเฆี่ยน" ....เห็นหรือไม่ว่า การไม่เฆี่ยนลูก เมื่อลูก โตขึ้นจะกลายเป็น ตนที่เกิดขึ้นมาแล้ว "เสียชาติเกิด".....พ่อแม่เลี้ยงมาเสียข้าวสุก เปล่า ๆ ข้าวสุกที่เลี้ยงเด็กพวกนี้แล้ว เมื่อเติบใหญ่ขึ้น แทนที่จะเป็นคนดี ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง แต่กลับกลายเป็นคนที่ทำตัวเลว...ก่อกวนความสงบสุขของบ้านเมือง...ทำเป็น.."อ้ายมหาโจร".. จนได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่ที่เสียชาติเกิดเสียแล้วเช่นนั้น ข้าวสุกที่เลี้ยงคนพวกมี้มา "นำไปเลี้ยงหมาจะดีกว่า"......เทให้หมากินดีกว่า...จริง หรือไม่จริง ?.... "ตัวแสบ" ....ว่าอย่างไร ?...วิจารณ์หน่อย ..หายหัวไปใหนกันหมด...

ท่านครับ...ท่าน.....ถ้าเราไม่สามมารถ แก้ใขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามหัวข้อต่าง ๆ ที่กว่าไว้ข้างบนเป็นอย่างน้อยได้....ก็ให้เอาอำนาจต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในประเทศไทยทั้งหมด...(คือกฏหมายรัฐธรรมนูญ)..ใส่พาน นำขึ้นกราบบังคนทูล....ถวายคืนให้กับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสีย แล้วขอให้พระองค์ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม กลับไปใช้ ระบอบการปกครองแบบ "สมบูรณาญาสิทธิราช" ..ตามเดิม....และ โดยกราบบังคมทูลเหตุผลให้พระองค์ท่านทรงทราบ สั้น ๆ ว่า

" เมืองไทยยังเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ เพราะ  ประชาชน และ นักการเมืองไทยยังเป็น..."ผู้ไร้เกียรติ" คือ...ไม่มีเกียติรพอที่เป็นประชาธิปไตย เพราะไม่รู้จักรักษาสิทธิของผู้อื่น .... ไม่ทำตาม..คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ...ไม่ทำตามคำสัตย์ปฎิญาณที่กล่าวใว้ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลาย... ยังมีการ กินตามน้ำกันอยู่....ทางฝ่ายบริหารได้ให้ โอกาศ แก้ตัว...และจะแก้ กฏหมาย... ก็ไม่ยอมให้แก้กัน นั้นแสดงว่า ยังคิดที่จะให้มีการ..."หมกเม็ด"...เพื่อผลประโยชน์เข้าตัวเอง และ กลุ่มอยู่ .....ขืนให้เป็นประชาธิปไตยต่อไป ในภายภาคหน้า ก็มีแต่ จะนำความเสื่อมเสีย เสื่อมทราม มาสู่ประเทศชาติ และประชาชน ...จะทำให้เราต้องถอยหลังเข้าคลอง  ถอยไป ๆ ...ๆ....ๆ  ...จนในที่สุดประเทศชาติ และประชาชนคนไทย อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราก็จะจมอยู่ในคลองไม่ได้ผุดได้เกิด...จนสุดท้ายก็จะ...ศูนย์หายไปจากโลกนี้ เป็นแน่แท้".(ท่าน...จำได้ใหน...บางครั้ง...บางคราว.จะมีนักวิชาการตัวแสบ...ออกมาหลั่งเสียง..ตรวจสอบความรู้สึกของประชาชนคนไทย ว่า...ยังคิดถึงชาติบ้านเมืองกันอยู่หรือเปล่า...ยังโง่อยู่หรือเปล่า...ด้วยการบอกว่า .."ต่อไปจะไม่มีเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศในโลกนี้อีก...โลกจะเปิดกว้าง...เป็นหนึ่งเดียว ฯล" ...

ท่านครับ...ขอให้ท่าน...ได้โปรดพิจาณาด้วย...ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ.......ทั้งหมด...ด้วยความรัก และปรารถณาดี กับประเทศชาติ และ ประชาชนคนไทย ...ด้วยความซื่อสัตย์...สุจริต...และจริงใจ ต่อ ชาติ...ศาสนา...และ พระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน...

***********  ###  **********

   ท่าน ..... ครับ  ข้างบนเป็นเรี่องหรือแนวคิดของผมคนเดียว ไม่มีใครให้การสนับสนุน ...ไม่มีใครช่วยคิด...ผมคิดเอง...คิดคนเดียว ...และคิดว่าถ้าทำได้ตามข้างบนนั้นแล้ว...การจะดึงประเทศชาติให้ถอยหลัง กลับลงไปในคลองคงทำได้ยาก..หรือ คงทำไม่ได้...ที่ทำไม่ได้...เพราะไม่มีใครอยากทำ ...ที่ไม่อยากทำ ...เพราะ ไม่มีผลประโยชน์เป็น  "มูลเหตุ" ....มูลเหตุที่สำคัญนั้น เก้าสิบเปอรเซ้นต์ขึ้นไปมาจากพวก "มาเฟียร์การเมือง และ/หรือ เจ้าพ่อต่าง ๆ "....ในเมื่อไม่มีผลประโยชน์เป็นมูลเหตุ และไม่ทำ...ความเสื่อมเสียที่จะเกิด ก็ไม่เกิด....นะครับท่าน....ถึงตรงนี้น่าจะผ่านไปได้ช่วงหนึ่ง....ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องขอส่งความคิดเห็นมายังท่านผู้แทนทั้งหลายที่กำลังจะเปิดสภาประชุมกันในเร็ว ๆ วันนี้ ....

มันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมขอฝากมายังท่านทั้งหลาย (คือท่าน สส ) ซึ่งผมขอมาตามสิทธิของการแสดงความคิดเห็นตามกฏหมายรัฐธรรมนูญของผม  (ข้อเท่าไรก็ไม่ทราบ...ท่านทราบ แล้วนี่).....ของผม...!  !  ! (ท่านครับ...ผมทดลอง...ไม่ไปส่งเสียงในที่สาธารณะ ให้เป็นที่ละคายเคือง บาดหู บาดตา ...กับ..เรา ๆ  ท่าน ๆ ที่ท้องสนามหลวง เหมือน ๆ กับคนบางคน คนเรา..ดีก็มี...ชั่วก็มาก...เหมือน ๆ กับที่ท่านว่าไว้ว่า  ..."คนรักเท่าผืนหนัง  คนชังเท่าผืนเสื่อ"...(ยกเว้น คุณทักษิณ  คนชอบคุณทักษิณมากกว่าคนไม่ชอบ เมื่อคิดเป็นปอร์เซ็นของคนทั้งชาติ....(ดูผลการเลือกตั้ง)แต่ทำไมคุณทักษิณจึง "พัง"...เป็นเรื่องที่น่าคิด....ตัวแสบ  ช่วยคิดหน่อย) คนดีที่มี ใจบุญศุลทานก็มี เช่น ที่ สร้างวัด กันนิกาผล ขึ้นมา.... เพราะหากินตามชายผ้าถุง(กระโปรง)ผู้หญิงมานาน...จนรำรวย...มั่งมีศรีสุข...เมื่อเหลือกินเหลือใช้แล้วจึงเอามาสร้างวัด...ทำบุญทำทานให้กับหญิงโสเภณืที่เป็นผู้ลงทุน ลงแรงโดยตรงในเรือง ของ  "ธุระกิจ..ขายนก.."ดังกล่าว แต่ก็ยังดี..ที่ยังมีความคิดนี้ ...นะครับท่าน)

   ท่าน...(สส ) ครับ...ผมไม่อ้อมค้อมแล้ว...เรื่องมันมาก เดี๋ยวไม่จบ....ท่านฟังผมนิดหนึ่งนะครับ...นิดเดียวเท่านั้น....คือ ...ผมว่า..."คุณสมัคร"...มั่นนะเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี....เหตุผลหรือครับ...ง่ายนิดเดียว...คือ

   "คุณสมัคร ...เป็นคนทันคน ...จึงเหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ไปเจรจาความเมืองกับต่างประเทศในสังคมโลก...

จะได้ไม่เสียเปรียบเขา.....(ผมขอ..ตัดตอนตรงนี้ข้ามไปก่อน เพื่อให้ท่านได้ดูตัวอย่างที่....บรรพบุรุษของผม .... ก่อนที่จะไป เจรจาความเมืองกับต่างประเทศเมื่อ หลายร้อยปีมาแล้วนั้น บรรพบุรุษของผม ท่านถูกพิจารณาอย่างไร จากพระเจ้าแผ่นดิน...คือ พระมหากษัตริย์ไทย ในยุคนั้น...ในแง่มุนใหน บ้าง ?...)

ท่าน ที่รัก...ท่าน...รู้จัก ..โกษาเหล็ก..และ โกษาปาน หรือเปล่าละ....ถ้าไม่รู้จัก.....ผมจะบอกให้ (แต่เอาคร่าว ๆ ก่อนนะ) .....

โกษาเหล็ก เป็นพี่ชาย ของโกษาปาน....ทั้งโกษาเหล็กและโกษาปาน เป็นโอรสของ "เจ้าแม่วัดดุสิต" ...เจ้าแม่วัดดุสิต หรือ/คือ "หม่อมเจ้าหญิงบัว" ในราชวงค์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย ที่เกิดกับ ลูก-หลานท่านหนึ่งของพระยาเกียรติ ซึ่งเป็น "มอญ" ...ในความหมายของมอญ คำว่า "พระยา" นั้นเป็นความหมายในการเรียกขาน "เจ้า" เทียบเท่า เจ้านายของไทย ชั้น "พระองค์เจ้า"  เหมือนกัน....ทั้งนี้เพื่อปกปิดฐานะ ของเจ้าผู้ปกครอง มอญ ไม่ให้พม่ารู้ ว่าใครเป็นใคร ...พระยาเกียรตฺติดตาม พระนเรศวร มหาราช มาจากพม่า และ ได้ช่วยพระนเรศวรกู้ชาติในครั้งนั้นจนเป็นผลสำเร็จ...(และนี่ก็เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ "พม่า" โกรธแค้น และชิงชังคนมอญมาก(มอญ ก็เกลียจ พม่ามากเหมือนกัน) สืบเนื่องมาจนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ...ว่าง ๆ จะเล่าให้ฟังต่อ) แต่ไม่ทราบว่า ลูก-หลานพระยาเกียรติ ที่แต่งงานกับหม่อมเจ้าหญิงบัวนั้นชื่ออะไร....

ทั้งโกษาเหล็ก และ โกษาปาน รับราชการใน "พระบาทสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช จนได้ บรรดาศักดิ์ เป็น "เจ้าพระยา" ทั้งสองคน คือ เจ้าพระยาโกษาเหล็ก และ เจ้าพระยาโกษาปาน ทั้งสองคนพี่-น้อง กิน "นม" ร่วมเต้าเดียวกันกับ พระบาทสมเด็จ พระนารายณ์ มหาราช เพราะ เจ้าแม่วัดดุสิต หรือ "แม่นมผู้เฒ่า" พระมารดาของ เจ้าพระยาทั้งสอง "เป็นพระนมเอก" ของพระนารายณ์ ราชกุมาร ....ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จ พระนารายณ์ มหาราช....มีรับสั่งให้ เจ้าพระยาโกษาปานเข้าเฝ้า...เมื่อ เจ้าพระยาโกษาปานมาเข้าเฝ้า พระนารายณ์ จึงทรงตรัสกับเจ้าพระยาโกษาปานว่า...

   " อ้ายปาน มึงมีสติปัญญาอยู่ กูจะให้เป็นนายกำปั่นไป  ณ  เมืองฝรั่งเศส สืบดูสมบัติพระเจ้าฝรั่งเศส "

  เป็นอย่างไร ?  ท่าน สส.  ที่เคารพ รัก ทั้งหลาย ท่านเข้าใจความหมาย และเหตุผล ของผมหรือยังครับ...ท่าน....ผมขอต่ออีกนิดนะครับ...จบ (พล.ร.ท.บวร มิ่งเมือง ร.น.) เพื่อนรัก ฟังใว้ด้วยนะ. ...แล้วจะได้เข้าใจอะไร ๆ ดีขึ้น และ ลึกซึ้งมากขึ้น ...จะได้ไม่ต้องเที่ยวถามซอกแทรกอีก.....ที่สำคํญจะได้รู้ว่า บรรพบุรุษของเพื่อน....มีความเป็นมาอย่างไร ตั้งต้นตรงใหน และ สอนกันอย่างไร ?....เลื่อยลงมาจนถึง พ่อแม่ของเพื่อน....สอนเพื่อนอย่างไร....เพื่อนจึงตัดสินใจ.."ไม่เรียนในโรงเรียนนายเรือ"..ถ้ารวมรวมข้อมูลทั้งหมดที่เล่าให้ฟังแล้วจะเข้าใจ...และรู้เหตุผลได้ในตัวของมันเอง..ไงละ..."จบ" เพื่อนรัก

บุครชายคนโต ของเจ้าพระยาโกษาปาน ชื่อ "ขุนทอง" หรือ นายทอง ได้เป็น "เจ้าพระยาวรวงศาธิราช"  และบุตรนายทองคนโต คือ "นายทองดี"เป็น " หลวงพินิจอักษร" หรือ  "พระอักษรสุนทรศาสตร์" ....คือ "บิดาของนายทองด้วง" หรือ/คือ "สมเด็จพระปฐมบรมราชชนก ใน พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช" ....รัชกาลที่ ๑ แห่ง "ราชวงค์จักรี" หรือเป็น "ปู่" ของรัชการที่ 2 ....และ/หรือ เป็น "ทวดของ "พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว"......เป็น.."ปู่ทวด...ๆ...ๆ...ไล่กันลงมาจนถึง..."แม่ของผม"... คือ "หม่อมราชวงค์หญิง กมลพิสมัย นวรัตน์  นั่นก็คือ.... ท่านเจ้าพระยาโกษาปาน ...ท่านก็คือ "ท่านตาทวด"..ของผม  เมื่อไล่กันลงมา และท่าน ก็คือ บรรพบุรุษของผมนั่นเอง...ครับ...เพื่อนรัก...รับทราบ..นะ 

    หันกลับมาเรื่องของการเลือกนายกดีกว่านะครับ  ท่าน   ท่าน..ครับ...ท่านอย่าตามนักข่าว ที่ไม่รู้จ้กกาละเทหะ ...ไม่รู้จักที่ต่ำ ที่สูง...ไม่รู้จักใครเป็นใคร....ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ...ไม่รู้จักให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน ....โดยฉะเพาะคนไทยด้วยกันเอง....เมื่อคนไทยด้วยกัน ไม่รู้จักให้เกียรติกันเองเช่นนี้แล้ว ใครที่ใหน ในโลกนี้จะให้เกียรติ คนที่จะเป็นนายก และ-หรือ นายกของประเทศไทยเราเล่า  .... (คิดกันบ้างนะ...คนรุ่นใหม่ทั้งนั้น ...เก่ง ๆ ทั้งนั้น...ต้องเก่ง...และฉลาดกว่า " คุณพ่อ ...คุณแม่...คุณปู่...คุณย่า..คุณตา...คุณยาย..ของคุณหนูทั้งนั้น"...แต่..คุณหนู..ไม่ค่อยมีมารยาท...ไม่ค่อยมีคุณสมบัติของลูกผู้หญิง...ผู้หญิงสมัยนี้ส่วนมาก ..ก็จะเหมือน ๆ กับที่ ดนรุ่นเก่าท่านเรียกว่า "เหมือนกับอีม้าดีดกระโหลก"...อย่างไรอย่างนั้นละ)....  แล้วตั้งคำถามที่ไม่เข้าท่า...ไม่ถูกกาละเทสะ ถามคุณสมัคร...คุณสมัคร ท่านก็ตะเพิดเอา...ก็สมควรดีนิ ....คุณสมัครนั้น...ท่านเป็นนักการเมืองอาวุโสแล้ว...จริง ๆ แล้วท่านเป็นคนดี...เป็นคนจริงใจ.. ตรงไปตรงมา ...ฯล...ท่านก็ว่าเอา...ผมก็เห็นว่าดีแล้ว...และถูกต้องแล้วกับคนพวกนั้น ...แล้วคนพวกนั้นก็ไปตั้งกลุ่มโจมตีท่าน... ว่าท่านปากเสียไม่เหมาะจะเป็นนายนกฯ....จริง ๆ แล้ว...คุณสมัคร ท่านผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ...(ไม่เหมือนกับนักข่าวสาว ๆ ที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแม่...ยังเพิ่งจะเงิยหน้าออกมาจากอกแม่ไม่กี่วันนี้เอง จึงไม่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องของสุภาษิตสอนหญิงเท่าไรนัก ...คือ คุณแม่คงจะสอนยังไม่จบ ก็ต้องออกมาทำงานเสียก่อน...จริง ๆ นะ ...เราไม่ว่ากัน...เราให้อภัย..ในความผิดพลาด ของกัยและกันนะครับ...เราต้องรักกัน เข้าไว้ ก่อนที่จะไปสู้กับคนอื่น เขา...จริง ๆ นะ...ไม่เชื่อท่านพิสูตรดูกันเองก็แล้วกัน...ผมไม่เห็นมีแก่ ๆ เลย)  เป็นหรือไม่เป็น นายกฯ นั่นนะไม่สำคัญอะไรเลย สำหรับท่าน....แต่ที่ผมว่าสำตัญนั้นก็ เพื่อเราจะได้มีคนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ๆ จะไปทำงานให้ชาติบ้านเมือง....ตรงนี้ต่างหากครับท่านที่สำคัญ...ครับท่าน...ผมฝากท่าน สส. ทั้งหลายไว้...ช่วยกรุณาพิจารณาอย่างรอบคอบ ด้วย...ด้วยวิสัยทัสอันกว้างไกลของท่าน...ครับ....ขอบคุนท่านมาก ครับ...ท่าน.

   ท่าน...ครับ...ตอนนี้ จำเป็น...เป็นอย่างมากที่เราจะต้องใช้คนให้ถูก ให้เหมือนกับที่ท่านว่าไว้ว่า  "Put the man in the like job" นั่นละครับท่าน...และคนที่เก่ง...คนที่มีความรู้ ความสามารถ ...มีความสัตย์ซื่อ ถึอคุณธรรม มักจะเป็นอย่างนั้นละครับ ในเมื่อ "ฉันถูก"....ฉันจึงพูด...ฉันจึงทำ...ค้วยความกล้าหาญองอาจ ไม่กลัวร้อน กลัวหนาว (ตอนนี้มีหิมะตกมากในต่างประเทศนะครับ)เมื่อเรารู้อย่างนี้.... เมื่อจะไปเจรจาความกับต่างประเทศ เราก็ต้องเตือนกันหน่อย...ต้องเตือนกันเพื่อไม่ให้ไปแล้ว ไม่ทำอะไรเลย...นอกจาก ..Yes....แล้วก็   Yes ..เท่านั้นเอง เหมือน ๆ กับนายกฯไทย บางคน ปากเก่งแต่ในเมืองไทย พอไปเข้าสังคมระดับโลกเข้า ก็คอยตามติดนายเหนือหัวอยู่นั่ละ เพื่อให้นักข่าวถ่ายรูปติดไปด้วย...เมื่อถ่ายผู้นำโลก จะได้ออกเป็นข่าวไปทั้วโลกด้วย...ว่าฉันนี่ละใกล้ชิดกับผู้ยิ่งใหญ่ในของโลกใบนี้...."ไม่เข้าท่าเลย...ไม่เข้าท่า...ไม่เข้าท่าจริง ๆ "...เบื่อมากกับคนอย่างนี้...หรือท่านว่าอย่างไร ?

ท่าน...ครับ..ท่านว่า...อย่างน้อยก็ขอให้คิดว่า เราเป็นคนชาติเดียวกัน...เป็นตนไทยด้วยกัน ....ขอให้ "ติเพื่อก่อ"...ตัดค้าน ..เมื่อเห็นว่า "การทำงาน นั้นย ๆ จะเสียหายกับประเทศชาติ และประชาชน ...อย่าคิดอยู่อย่างเดียวว่า ให้ รัฐบาทที่เป็นอยู่ไป แล้ว ฉันจะได้ "เป็นเอง" การทอย่านี้ เรียก ว่า เป็นคน "ไร้เกียรติ ไม่มีศักศรี แห่งความเป็นคนในต้ว ของ ตัวเอง...ต้องเตือนกันก่อน.ว่า...ให้ระวังเรื่องการตอยโต้ทางวาจา...ก่อนตอบ...ควรนับหนึ่งถึงสิบในใจ เสียก่อนแล้วจึงตอบ....อย่าตอบอย่างคุณทักษิณนะครับ.....คุณทักษิณ...กับ..คุณสมัคร มีอะไรที่เหมือน ๆ กันมากมาย คือ เป็นคนดี ที่มีความรู้ความสามารถ ... เป็นคนที่ จริงใจ ซื่อสัตย์สุจจริตต่อหน้าที่การงาน รักชาติบ้านเมือง ปากกับใจตรงกัน แต่เนื่องจาก...ไม่มีใครเตือนคุณทักษิณ...ให้ระวังปาก....ที่รวดเร็วเท่ากับความคิด ..เมื่อนักข่าวที่ได้รับการชี้แนะ..เสี่ยมสอนมาให้ถามนำ จากผู้ไม่หวังดี....เมื่อคุณทักษิณตอยไปว่า "UN ไม่ใช่พ่อ"...คุณทักษิณ ...เลยพังเลย....คุณทักษิณ...พังแล้ว...ไปแล้ว... ๆ  .. เป็นอย่างไร....บ้านเมืองตอนนี้...จะเรียกว่า ..."ข้าวยาก หมากแพง " ..ได้หรือยัง...?...แนวร่วม สนามหลวง...หดหัวเข้ากระดองไปใหนกันหมด...ไม่เห็นมีใครมา..โพกผ้า ที่เขียนว่า "กู้ชาติ" ทำตัวให้เหมือนกับพวก "กามิกาเช่" ของญี่ป่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ...(วันหลังจะเล่าเรื่องกามิกาเซ่ให้ฟัง) เพื่อหลอกรวงประชาชน ว่า "ฉันนี่ละ เสียสละ ได้แม้กระทั่งชีวิดต เช่นเดียวกับ พวก กามิกาเช่ ของญี่ปุ่น " (ไม่รู้จะด่าอย่างไรให้สมกับความหน้าด้านของคนพวกนี้) ออกมา โวยกันที่สนามหลวงสักคน...."ตัวแสบ" ก็เหมือนกัน "อ้ายหน้าหนู" ด้วย...มาเลย...มา...ตอนนี้ได้กู้ แน่  ๆ ไม่รู้ว้าหายหน้ากันไปใหนกันหมด....เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะให้ประชาชนเขาคิดอย่างไร....ระวังไว้นะ ๆ ...ถ้ามีประชาชนคนไทยคิดก่อตั้ง "สมาคมมังกรดำ แห่ง ประเทศไทย" ....ขึ้นมาบ้าง..."อ้ายเต่า" ตั้งหลาย จะเดือดร้อน...เป็นพวกแรก ๆ ..จริงหรือไม่ครับท่าน...แต่บ้านเมืองตอนนี้...ถึงแม้ว่าจะฝืดเคืองอยู่บ้าง แต่ก็เรียบร้อยดี....จึงต้องขอบคุณ ท่านนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นอย่างมากครับท่าน....ขอขอบคุณมาด้วยความเต็มใจ และจริงใจ..เป็นอย่ามากครับ.....ขอบคุณครับ

 **************

วันนี้ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2551 เวลา 0555 ผมออกจากห้องนอนชั้นบนลงไปข้างล่างด้วยความรู้สึกตื่นเต็น ดีใจ กระตือลือล้น และมีความสุขอย่างประหลาด....มันแปลกมากนะครับ...แปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก ผมลงไปถึงข้างล่างรีบเปิด Computer แล้วรีบ เขียน ข้อความนี้ มาขอบคุณท่านผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ THAI PBS ...สถานี้ดีมากนะครับ.เท่าที่ดูมาแล้ว ระหว่างทดลองออกอากาศ เพราะมีสารคดีที่ดี ๆ มากมาย ขอให้จัดหามาออกมาก ๆ ...เพื่อเป็นความรู้ ...ต่อยอด ทางปัญญาความรู้สึกนึกคิดใหเด็ก ๆ ที่จะเป็นผู้บริหารประเทศต่อไปในอนาคต... ต่อไปจะได้ไม่มีคนดู TV น้ำเน่าอีก ....ลคร น้ำเน่า ที่เข้าไป ออกอากาศ นานเข้า ๆ เลยทำให้ สถานีนั้นกลายเป็นสถานีน้ำเน่าไปด้วย...ที่ต้องขอบคุณนั้นเพราะวันนี้ ผมได้ดู "การจัดการท่าเรือใหญ่ ๆ ในอเมริกา และ ยุโรป การจัดการนำเรือใหญ่เข้าเทียบท่าของ..."นำร่อง" (Pilot) ซึ่งผมไม่เคยเห็นสถานีของประเทศไทย สถานีใหลเลยที่เอาเรื่องของเรือค้ามาออกอากาศ ....ผม...ผมรู้สึกเป็นสุขมากครับ...ขอบคุณครับ....ขอบคุณจริง ๆ ครับ

เรื่องการท่าเรือ..การจักการท่าเรือ...(เรื่องนี้ เพื่อนของผมคนหนึ่งทราบดี คือ น.ท. กาญจน์ ตันติเวชกุล ร.น. ทราบดี เพราะเคยเป็น ผอ.การท่าเรือแหลมฉบังมาก่อน...ท่านเรียกมาสอบถามได้ครับ) ซึ่งผมหมายความถึงการจัดการขนถ่ายสินค้า จากเรือขึ้นบนท่า และจากท่าลงไปในเรือ..การจัดการเพื่อความปลดภัย ของท่าเรือ...นั่นก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก..ขั้นตอนหนึ่งของ ขบวนการ "ขนส่งสินค้าทางทะเล".....ยังมีอีกมากมายหลายขั้นตอน....ที่เราจะต้องเริ่มต้นเรียนรู้กันอย่าง จริง ๆ จังได้แล้วนะครับท่าน.....ขั้นตอนนั้นก็คือ "ขั้นตอนการต่อเรือสินค้าขนาดยาว ประมาณ 150 ถึง 300 เมตร และขนสินค้าได้ 1000 ถึง7000 กว่าตู้ Container".....ขั้นตอนการ ปฎิบัติงานในเรือ ตือการทำงานในทะเลทางด้านการเดินเรือ...

เรื่องที่จะให้ กองทัพเรือ ฝึกสอน คือผลิด บุคคลากรที่จะไปใช้งานทางเรือในทะเลนั้น....ผมเคยคุยกับ น.ท.กาญจน์ มาแล้ว  เมื่อไม่นานมานี้เอง....

"เรื่องการฝึกคนเรือ..เพื่อไปทำงานในเรือสินค้านั้นดีที่สุด คือ กองทัพเรือ ซึ่งกองทัพเรือเคยทำมาก่อนมากมาย ที่ได้ฝึก ทั้งชั้นสัญญาบัตร และชั้นประทวนมาแล้วเป็นเวลานายเป็นร้อยปี...คือ โรงนายเรือ และ โรงเรียนจ่าทหารเรือ.."  ผมว่า

"แล้วศูนย์ฝึกฯละ ...มีอยู่แล้วนิ ?" กาญจน์ฯ แย้ง

"กาญจน์...เรามีจุฬาฯ แล้ว ...ก็มีธรรมศาสตร์ได้....มีธรรมศาสตร์แล้วก็มีเกษตรได้ แล้วจะต้องไปห่วงอะไรอีก ที่จะมี..."มหาวิทยาลัยเพื่อการขนส่งทางทะเล" ในความควบคุมของกองทัพเรือ .... กรมการขนส่งทางน้ำ และพานิชนาวี และทบวงมหาวิทยาลับร่วมกัน...การที่ต้องร่วมมือกับทบวงมหาวิยาลัยด้วยเพราะ เราต้องการ และเสริมสร้างสื่งที่กองทัพเรือไม่มี คือ นักวิชาการ หรือ อาจารย์ที่จะมาสอนนักเรียนในเรื่องการบริหารธุระกิจ ซึ่งจำเป็นมาก และ นักวิชาการในอีกบางแขนง เช่น เรื่องของการเงินการคลังและการบัญชี การงบประมาณ และ/หรือ เรื่องเศรษฐศาสตร์ทั่วไป เศรษฐศาสตร์การคลังและการบัญชี ..การโลหะ และ การจักรกล...หรือวิศวกรรมโยธา เรื่องของกำลัง และ แรงยึดเหนี่ยว ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งทางทบวงมหาวิทยาลัยจะมีนักวิชาการในเรื่องเหล่านี้มาก...ทางกรมการขนส่งทางน้ำนั้นที่ต้องดึงเข้ามาร่วมด้วย เพราะมีบางวิชาที่ทาง  IMO กำหนดให้มี ก่อนที่ไปลงเรือ ทำงานในเรือ ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เราต้องใช้ผู้ทรงคุณวุฒิตามแขนงวิชานั้น ๆ สำคัญที่ต้องจัดการให้ดีคือ ...เรื่องของนักเรียนที่จบแล้ว สี่ปีในภาควิชาการและฝึกในเรือ หนึ่งปี กับเรือต่างประเทศที่มีมาตราฐาน ระดับโลก เช่นเรือ เมอคร์ อย่าส่งลงไปฝึกในเรือชักธงไทยในขณะนี้เป็นเด็ดขาด .....ส่งไปแล้ว นอกจากจะไม่ได้ความรู้มาแล้วอาจจะทำให้เสียคนไปเลย.....จำใว้นะ...ย้ำอีกทีว่า ....อย่าส่งลงไปฝึกในเรือไทยขณะนี้เป็นอันขาด.... ถ้าส่งลงไป นอกจากจะไม่ได้ความรู้แล้วอาจจะเสียคนไปเลยก็ได้" 

"ทำไมละ ?

"เรื่องมันมาก....ใว้ว่ากันที่หลังเมื่อถึงเวลาก็แล้วกัน...ตอนนี้มาว่ากันถึงหลักการทั่ว ๆ ไปก่อน คือ ให้กองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการฝึกสอน และอบรม  ให้กรมเจ้าท่า และทบวงมหาวิทยาลับสนับสนุน ตามที่ว่าดีกว่า" 

"ก็ดีเหนือนกันนะ ...แต่น่าจะให้เอกชนมาลงทุน และ กองทัพเรือ เป็นผู้ควบคุมการเรียน การฝึก ใช้สถานที่ของกองทัพเรือ คือ ที่โรงเรียนนายเรือ ซึ่งกว้างขวางมาก ..." กาญจน์เสริม

  การทำงานในเรือเดินทะเลนั้น มันมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันกับงานของหน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมาย....ที่เกี่ยวพันธ์และเชื่อมโยงกัน เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ที่จะ "ต่อเรือขึ้นมาใช้การเองด้วยฝีมือคนไทย อย่างครบวงจร คือชักธงชาติไทย...และใช้คนประจำเรือเป็นไทย"...เรื่องของการหาทุนจำนวนมหาศาล...เรื่องการตลาด...สรุปแล้วหน่วยงานทั้งหมดของรัฐ...ต้องให้ความร่วมมือด้วย....

ท่านมองเห็นหรือยังครับว่า  ....ถ้าทำได้ตามขั้นตอนที่กล่าวทั้งหมด มันจะทำให้ คนไทยมีงานทำมากขึ้นเท่าไร ความเจริญทางเทคโนโลยี่จะสูงขึ้นขนาดใหน...ฯลฯ....เงินทองจะใหลเข้าประเทศมากมายมหาศาลเท่าไร  ฐานะความมั่นคงทางเศรษฐกิจจะมั่นคงขนาดใหน  เมื่อมีเงินจากภายนนกอไหลเข้ามามาก ...ก็นำมาสร้างงานได้มาก ....ท่านคงเห็นแล้วนะครับว่า เงินที่ได้จากการขนส่งทางทะเล เป็นเงินที่ไหลเข้าจากต่างประเทศทั้งนั้น ...ไม่ใช่เงินที่ได้จากการตัดไม้...ทำลายป่าในเมืองไทยแล้วนำมาสร้างตึกสูง ๆ แล้วช่วยกัน ประโคมข่าว อย่างหน้าด้าน ๆ ว่า "ประเทศไทยจะเป็นเสือ" แล้ว ...อะไรทำนองนั้น....ตึกที่เป็น ถนนที่เห็น ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ได้จากทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทยเสียเป็นส่วนใหญ่....มีสินค้าที่ผลิดจากวัตถุดิบโดยธรรมชาตืในเมืองไทยบ้างแล้วส่งไปขายในต่างประเทศขายแล้วได้กำไรมา...มีบ้างแต่ไม่มาก ...เมื่อเทียบกับการขนส่งการเรือแล้ว..เทียบกันไม่ได้จริง ๆ นะครับ คิดดูง่าย ค่าขนส่งสินค้าทางเรือ ต่อ หนึ่งตัน...ขณะนี้ ประมาณ 40-50 USD และเรือบรรทุกต่อหนึ่งเที่ยวได้กี่ตัน...คิดต่อไป ..คิด ว่า หนึ่งตู้ Container  บรรจุได 20 ตัน เรือลำหนึ่ง บรรทุก ได้ 1000 ถึง 7000 ตู้ ลองคูณกันออกมาซิว่าคิดเป็นเงินเท่าไร ได้กำไรสุทธิเท่าไร เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว  ทีนี้ ต้องคูณไปอีก กับจำนวนเรือของไทยที่มี ...ท่านนักวิชาการทั้งหลาย...ช่วยหน่อย....ตอนนี้เอาจริงแล้วนะ ครับ ....ช่วยหาค่าสูตรที่จะคำนวนเป็นค่าใช้จ่ายในเรือแค่ละลำให้ที.....สูตรนี้สำคัญมานะครับ...ท่าน...สามารถนำมาวิจัยเพื่อดันแปลงแก้ใขให้ใช้ในครอบต่าง ๆ ในประเทสไทยได้ .....เพื่อให้เป็นไปตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่ผมยังสงสัยอยู่ ที่พระองค์ตรับเช่นนั้นแล้ว ....ทำไมจึงไม่มีนักวิชาการที่ว่า แน่ ๆ ที่ออกมาตีฝีปากแฉด ๆ ต่อยอดออกไปสักที่....ต่อยอดออกไปได้แล้วนะ เมื่อต่อยอดออกไปแล้ว...ทุกอย่างจะกระจ่างชัดขึ้น และจะได้ผลสมความมุ่งหมายของพระองค์มากขึ้นด้วย....!!  !!  !!..ดีแต่ไม่เข้าเรื่อง .....ยังมี...ยังมีสิ่งที่ผมเห็นว่าดี ....แต่ในส่วนลึก ๆ ก็ยังมีความระแวง แคลงใจ คาราคาซังอยู่ ทำให้อดตะขีดตะขวงใจอยู่มากในการที่จะตอบว่า "ดี" อย่างเต็มอกเต็นใจ นั่นคือ สถานีโทรทัศน์ THAI PBS ที่กำลังทกลองส่งออกอากาศอยู่ขณะนี้นั้น ผมสงสัยว่า "ได้มาอย่างไร ?".....ได้มาด้วยวิธีที่ "ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฎหมาย"  หรือเปล่า ? .....หรือไป ...."ปล้นเขามา"....สงสัย...สงสัย....ตอบที...ต้องขออภัยด้วยไม่ทราบจริง ๆ ....ถ้าเอามาอย่างชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฎหมาย  ก็ดำเนินการต่อไป "เห็นดี และยินดีด้วย"  ...แต่ถ้าไปปล้นเขามาก็เอาไปคืนเขาเสีย....ระวังนะ.. ๆ ...อ้ายพวดขันที่ตัวแสบ...มันจะยุจนเสียคนหมดละ....จากคนดี ๆ จะกลายเป็นคนไม่ดีไปได้....จากผู้มีเกียรติ...จะกลายเป็นผู้ไร้เกียรติไป....จากคนที่เคยอยู่บ้านที่ใหญ่โตหรูหลา ...อาจะเข้าไปอยู่ในคุกได้....อย่างคิดนะว่า..."ถึงจะเข้าคุก ก็ยังสบาย"...เพราะยังมีอืทธิพล...อย่างที่เห็น ๆ กันอยู่เป็นตัวอย่าง....ต่อไปอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้

หันกลับมาเรื่องการขนส่งทางทะเลของเราดีกว่า....ท่านรู้แล้วนิว่ามันมีความจำเป็นต่อประเทศชาติขนาดใหน ....

"รู้แล้วยังจะนิ่งเฉยอยู่อีก ...ยังเอาหูไปนา เอาตาไปไร่อยู่ได้....รีบทำได้แล้ว....ยังจะไม่ลงมืออีก...เริ่มได้แล้ว.....คุณลุงเชื่อเหลือเกินว่า ฝีมืออย่างพวกเราคนไทยนั้น...มีความสามารถ ตามที่เรียนไห้ทราบแล้ว ถ้าลงมือกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ อีกไม่กี่ปีจะเห็นผลทันตา....ท่านนายกฯสมัคร...ครับ...ท่านกรุณา..สนับสนุนด้วย...ครับท่าน...ปรึกษาคุณทักษิณด้วย...อย่าลืมท่านทักษิณเสียนะครับ ถ้าไม่มีทุน....เรียนให้ท่านทักษิณ ทราบด้วยว่า เงินที่ไปซื้อทีมฟุตบอลนั้นเอามาสร้างงาน และสร้างเงินให้ชาติบ้านเมือง และ/หรือ ให้คนไทยในเรื่องการขนส่งทางทะเลดีว่า...สำหรับ ทีมฟุตบอลนั้นถ้าเห็นว่าได้กำไรอันสมควรแล้วก็ขายเลยนะครับ ...ก่อนขายให้หาทางระวังป้องกัน มาเฟียร์รีดไถด้วย"

"ขอพระบารมีปกเกล้าฯ....พระสยามเทวาธิราช...และสิ่งศักดิ์ทั้งหลายบนผืนแผ่นดินไทยช่วยให้สิ่งที่คิด...สำเร็จตามวัตถุประสงค์ด้วย...ขอให้อ้ายพวกมาเฟียร์ที่คอยเรียกเก็บค่าหัวคิว...เมื่อไม่ได้ก็สร้างความเดือดร้อนให้ชาติบ้านเมือง...จนบ้านเมืองแทบจะพังพินาจก็เพราะมัน ที่มันคอยขัดขวาง... ขอให้มันจงพินาจล่มจมอย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลยถ้าชาติหน้ามีจริง...ยิ่งคนเลว ๆ อย่างนายเดื่อ....เจ้าพระยาจักรี....ด้วยแล้วก็เช่นกัน ขอให้มันตกอยู่ไต้เถรเทวทัษณ์อย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย"

ขอขอบคุณท่านผุ้จัดรายการของ THAI PBS เป็นอย่างมากครับ ขอให้ท่านกรุณาหาข่าวคราว และขั้นตอนการต่อเรือ นับตั้งแต่ การเริ่มตั้งแต่การวิจัยหาสถานที่ หรือตำบลที่ ๆ จะสร้างอู่ต่อเรือ อย่างเหมาะสม...เรื่อง ความลึกของน้ำ กระแสน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง การขนส่ง การคมนาคม ฯล ตลอดรวมไปจนถึง..มลภาวะและสิ่งแวดล้อม...ฯลฯ ที่จะสร้างอู่ต่อเรือ ขนาดใหญ่....มาเผลแพร่ให้ประชาชนทราบด้วยนะครับ เพื่อประชาชนคนไทยของเราจะได้รู้จักกับเรือมากขึ้น

ขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งที่จำเป็นมาก คือเรื่องของบุคลากรที่จะทำงานในอู่ต่อเรือ...ในเรือเดินทะเล ....ผู้บริหารทั่วไปบนบกต้องมือสอาด (ตรงนี้สำคัญมาก จะเก่งขนาดใหนต้องมีความสามารถขนาดใหน ถ้าได้ฝ่ายบริหารที่มือสกปรก ต้องพังพินาจหมด แน่ ๆ ...ร้อยเปอร์เซ้นต์) ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ระหว่างมหาวิทยาลัย ...ต่าง ๆ กับ กองทัพเรือ ที่จะฝึกคนให้ออกมาอย่างมีคุณภาพสมบูรณ์แบบในเรืองการเดินเรือ และงานทางด้านธุนระกิจทางทะเล....งานทางด้านกฎหมายทั่วไป ...กฎหมายทางทะเล กฎหมายศุลกากร....การรักษาความปลอดภัยในเรือเดินทะเล...ตลอดจนประเพณีชาวเรือ ที่จะเป็นต้องถือปฎิบัติ ฯลฯ....ครับท่าน ผมขอความกรุณา จากท่านผู้จัการทั้งกลุ่มที่เกี่ยวข้องของ THAI PBS ช่วยกรุณาหาข่าว หรือ สาระคดีของเรื่องข้างบนมาออกอากาศให้ประชาชนคนไทยโดยทั่ว ๆ ไปได้ทราบบ้างนะครับจะเป็นประโยชน์มาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ แม้แต่ในระดับผู้บริหารในชั้นสูง ๆ ขึ้นไปก็ยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องการขนส่งทางทะเลมากนัก....จึงไม่ทำ...เมื่อไม่ทำ มันก็ไม่รู้ว่ามันได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ชาติบ้านเมืองอย่าไร ...ทำตัวให้หูตากว้างไกลกันหน่อย....อย่าแคบนัก นะท่านที่รัก ...เราจะได้ช่วยกัน ร่วมมือกัน  สร้างฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศให้แข็งแกร่ง และเจริญร่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว ยั่งยืนและมั่นคง.....ถึงเวลาแล้วครับ...ที่เราจะต้องร่วมมือกัน...รักกัน..กลมเกลียวกัน ทั้งชาติ....เราต้องช่วยกันเพื่อแข่งขันกับต่างชาติ.....ต่อไป เราจะต้องทิ้ง....

 "อ้ายพวกมาเฟียร์การเมือง...อ้ายพวก ทำลายชาติ....อ้ายพวกทรยศต่อชาติ ถ้าถามว่าทรยศอย่างไร หรือขายชาติอย่างไร อย่างที่อ้ายฝรั่งชั่วเคยถามจะเล่าให้ฝังทีหลัง)...อ้ายพวกเห็นแก่ประโยชขน์ส่วนตน เหนือกว่าประโยชน์ของชาติ ...นักการเมืองเลว ๆ ....ฯลฯ...เหล่านั้นไว้เบื้องหลังก่อน"....เราจะต้อง..."เดินหน้า"...(เพลงที่ท่านได้ยินเมื่อเปิด Web นี้ คือ เพลง..."เดินหน้า" ของเสด็จฯกรมหลวงชุมพรฯครับ)....ต่อไป จะไม่ถอยหลังเข้าครองกันอีกแล้ว...พูดขึงตรงนี้อดเลือดขึ้นหน้าไม่ได้... แต่พอนึกถึงท่าน พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ทำให้สบายใจขึ้น  เรื่องต่าง ๆ มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว "ด้วยความอดทด" ของท่าน ฯ...ขอบคุณท่านด้วยครับ...ผมหมายความถึงท่าน "อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์" ที่ท่านอดทนกับ อ้ายพวกมาเฟียร์การเมืองได้....ขอบคุณครับ

*************

บัญญัติ 10 ประการ 

"ในการป้องกันความเสื่อมสลายของชนชาติไทย "

โดย :-

กัปตันอดิศัย  พะลายานนท์ M.Mnr.

ให้ใว้ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2551

เวลา 0103.

**************

  (1) ประชาชนที่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง แม้แต่การเป็นกบฏต่อประเทศชาติของตัวเอง คือ ประชาชนบางส่วนที่ถืออาวุธอยู่ในมือ  และ/หรือ "ทหาร-ตำรวจ"

*************

  (2) ถ้าปล่อยให้ประชาชนผู้ถืออาวุธอยู่ในมือ และ/หรือ ทหาร-ตำรวจ กระทำการกบฏต่อแผ่นดินได้โดยเสรีแล้ว  ประชาชนผู้ถืออาวุธ และ/หรือ ทหาร -ตำรวจ เท่านั้น คือผู้ที่อยู่เหนือกฏหมาย

************

  (3) การที่มีผู้อยู่เหนือกฎหมายได้ นั่นคือ ความอ่อนแอของฝ่ายนิติบัญญัติ และ/หรือ ฝ่ายรักษากฎหมาย  และประเทศนั้นไม่ใช่ประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  ดังนั้น การจะหาความเป็นธรรมในสังคน ภายในบ้านเมืองนั้นย่อมไม่มี

*************

  (4) ประเทศประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จะเรียกการยกกำลังออกมาทำลายล้างประชาชน หรือ คนของประชาชน หรือผู้ที่ทำงานให้กับประชาชน ของกลุ่มของประชาชนผู้ถืออาวุธ และ/หรือ ทหาร-ตำรวจ ให้เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจาก จะเรียก พฤติกรรมนั้น ๆ ว่า "เป็นกบฎภายในราชอาณาจักร" เท่านั้น  ถ้าการกระทำนั้น ๆ ไม่ได้รับ พระบรมราชานุญาติจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

*************

  (5) เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐนมตรี ดังนั้น การที่มีผู้ถืออาวุธ และ/หรือ ทหาร-ตำรวจ ออกมาล้มล้างรัฐบาล มีสื่อมวลชน นักจัดรายการ วิทยุ โทรทัศน์  นักศึกษา นักวิชาการ หัวหน้ากลุ่มการประชุม/ชุมนุม ที่ออกมาตำหนิติเตียน ชักนำหรือแนะนำให้ประชาชนก่อกบฏภายในราชอาณาจักร หรือ ล้มล้างรัฐบาล ที่แต่งตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงถือว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้อย่างเดียว จะถือเป็นอย่างอื่นไปมิได้

*************

  (6) การกระทำความผิดใด ๆ ที่เข้าข่าย ข้ามขั้นตอน และ/หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จะนิรโทษกรรมมิได้....ถ้านิรโทษกรรมได้ การกระทำนั้นไม่ใช่การกระทำที่เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ ความมั่นคงของชาติ กล่าวคือ การกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงของชาติก็จะนิรโทษกรรมมิได้เช่นกัน

*************

   (7) การตรวจสอบความร่ำรวยผิดปรกติในชนชั้นบริหารของหน่วยงานของรัฐ ทุกต่ำแหน่งหน้าที่ ตั้งแต่ชั้นผู้อำนวยการกองขึ้นไป ทั้งข้าราชการประจำ ทหาร-ตำรวจ ข้าราชการ การเมือง  และองค์กรอิสสระ  ก่อนเข้ารับหน้าที่ ก่อนพ้นจากหน้าที่ และทุก ๆ 4 ปี ในระหว่างดำรงค์ตำแหน่งอยู่ หรือรับราชการอยู่ อย่างเสมอภาค และเท่าเทียมกัน เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับความเจริญ  ความมั่นคง และความอยู่รอดของประเทศชาติ 

************

   (8)  ประเทศประชาธิประไตยนั้น ความอ่อนแอของฝ่ายนิติบัญญัติ (ภัยที่เกิดขึ้นภายในประเทศ) เป็นการเปิดโอกาศให้มิตรฉาชีพ กระทำการอย่างได้ผล ตั่งแต่เรื่องเล็กจนถึงเรื่องใหญ่ เช่น ลักลอบ หลบหลีก ปิดบัง ซ่อนเล้น หมกเม็ด ใส่ร้าย บ้ายสี ...ฯลฯ ในการกระทำอันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายของบ้านเมือง การใช้ช่องว่างในทางกฎหมายสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อนำไปสู้เรื่องใหญ่ เช่น เรื่อง การก่อกบฎต่อราชอาณาจักร การกระทำอันเป็นการลบล้างอำนาจของพระมหากษัตริ์ และ/หรือ การกระทำอันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อองค์พระประมุของชาติ

************ 

  (9)  ประเทศประชาธิประไตยนั้น ความอ่อนแอทางนิติบัญญัติ (ภัยที่เกิดจากภายนอก) เป็นการเปิดโอกาศให้สัตรูของชาติ เข้ามา ยุยง ส่งเสริม สนับสนุน ฯลฯ ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อก่อให้เกิดการไร้เสถียรภาพในชาติ การหาข่าว อันเป็นความลับของทางราชการ ถูกเปิดเผยโดยง่าย โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมากนัก แต่จะใช้ช่องว่างทางกฎหมายให้ สื่อมวลชน เป็นผู้ขุดคุ้ยหาข่าวให้จากรัฐบาล แล้วนำไปวางแผนกลยุติ เพื่อหาผลประโยชน์ต่อไป  หรือ/คือ เป็นการเปิดโอกาศให้สัตรูของชาติ เข้ามาบ่อนทำลายชาติได้โดยง่าย

    เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนคนไทย ในประเทศไทย อย่างเสมอหน้ากัน และ/หรือ เพื่อความปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชน จึงควรดูแลในสิ่งต่าง ๆเหล่านี่คือ

    (9.1)  การแสดงความคิดเห็นของประชาชนคนไทยที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สามารถกระทำได้ แต่ต้องเป็นไปอย่างมีระบบเป็นขั้นเป็นตอน และต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร เสนอขึ้นมาตามลำดับชั้นผ่านขึ้นมาทาง สมาชิกสภาผู้แทนในเขตนั้น ๆ เพื่อนำเรื่องเข้าสู่สภาฯ เท่านั้น และคนรายงานต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะเกิดจากคำร้องนั้น ทุกประการโดยจะหลีกเรี่ยงเสียมีได้ 

  (9.2) การเข้ารับตำแหน่ง หรือ ออกจากตำแหน่งหน้าที่ หรือขณะที่ดำรงค์ตำแหน่งอยู่ ทุก ๆ 4 ปี ทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง ตั้งแต่ ชั้นผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่าขึ้นไป ต้องแจ้งทรัพย์สินส่วนตัวให้ทางการทราบด้วย

   (9.3) สื่อมวลชนมีอิสสระในการชักถาม สอบถามสิ่งที่ต้องการรู้ในขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับประชาชนคนไทยทั่วไปได้โดยเสรี แต่ ไม่รวมถึงการสอดรู้สอดเห็นในเรื่องความลับของทางราชการ ทั้งของข้าราชการพลเรือน และทหาร จากเรื่องที่ เข้าข่ายความลับของทางราชการ ทุชั้นกำหนด ตามกฏกระทรวงในทุกกรณีย์ 

    (9.4) สือมวลชน นักจักรายการ วิทยุ และ TV และ/หรือ บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สามารถกระทำการจักรายการเพื่อออกอากาศ หรือชุมนุมกันได้ แต่ต้องไม่เข้าข่าย ปลุกปั่น ยุยงส่งเสริม ชักนำ โน้นน้าว และหรือโน้มเอียง  เพื่อกระทำการอันเป็น "กบฎต่อราชอาณาจักร" ได้ต่อไปในอนาคต และ/หรือ มีความคิดเพื่อการ แบ่งแยก เปลี่ยนแปลงประเทศไทย ประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งบนผืนแผ่นดินไทย ให้เป็นไปอย่างอื่นตามที่กฏหมายกำหมด 

   (9.5) ข้าราชการทั้งข้าราชการพลเรือน และ ข้าราชการการเมือง มีสิทธิ์ตอบปัญหาต่าง ๆ ที่สื่อมวลชนถามได้ ตามที่กฏกระทรวงกำหนดไว้ แต่ต้องไม่เกี่ยวข้องกับความลับของทางราบการ ตามชั้นของความลับทุกชั้น ตามกฏกระทรวงที่กำหนด

   (9.6) ผู้ใดมีการกระทำตามที่กล่าวใว้ในข้อ (9.3) และข้อ (9.4) และข้ออื่น ๆ ข้างบน ให้ถือว่าผู้นั้น "เป็นกบฏต่อราชอาณาจักรไทย" แต่อย่างเดียว จะเรียกเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และ ให้แยกกันพิจรณาพิภาคษาโทษออกจากกัน(9.3) และ(9.4) ถ้าได้พิสูตรแล้ว่า บุคคลนั้น ได้กระทำความผิดจริง ให้ประหารชีวิตอย่างเดียวโดยจะขอนิรโทษกรรมมิได้

   (9.7) เป็นสิทธิและหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ ทั้ง ทหาร ตำรวจ และ/หรือ ข้าราชการพลเรือน ที่ดูแล รักษาความสงบเรียบร้อยของชาติบ้านเมือง ที่จะเข้าไปตรวจสอบพฤติกรรม และ การกระทำใด ๆตามที่กล่าวข้างบนทั้งหมดได้ ทุกที่ ทุกแห่ง ทุกเวลา โดยไม่มีขีดจำกัด ถ้าการกระทำนั้น กระทำไปเพื่อความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และความอยู่รอดของบ้านเมือง

  (10)  ความรับผิดชอบในการอยู่รอดของชาติ บ้านเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของคนหนึ่งคนใด  ทุกคนต้องลับผิดชอบร่วมกัน ต้องรักสามัคคีกันของคนในชาติ ให้เกียรติ ซึ่งกันและกันของคนในชาติ ไม่ทำ ไม่ถาม ไม่ตอบ ในคำถามในสิ่งที่ไม่ควรถาม ไม่ตอบในสิ่งที่ไม่ควรตอบ ไม่กระทำการอันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาติอื่น ในเรื่องที่อาจจะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับความมั่นคงของชาติได้

*************

Remarks :-

 บุคคลที่ละเลย ไม่ถือปฎิบัติตามที่กล่าวข้างบน ทั้งหมด ในรื่องของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ/หรือ ความมั่นคงของชาติ คือ สัตรูของชาติ โทษมีอยู่อย่างเดียว คือ ตัดหัว (ในสมัยโบราญ) ยิงเป้า (ในสมัยกลาง) หรือ ฉีดยาให้ตาย (ปัจจุบัน)เท่านั้น โดยไม่มีการนิรโทษกรรม

*************

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.