ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




จากเพื่อน ถึง เพื่อน

จากเพื่อน ถึง เพื่อน....

       - สวัสดีเพื่อน ๆ ที่รัก ทุกท่าน ผมกลับมาจากทะเลเมื่อวันที่ 24/08/07  กลับมาก็มา เปิด Comp. ดู Email แล้วก็เลยเข้าไปดู Doccuments  ด้วย...ไม่ทราบว่าใครส่ง เอกสาร 100 ปี โรงเรียนนายเรือไปให้...ไม่ทราบว่าเพื่อนคนใหน?... แต่ก็ดีใจมากครับ...และก็ขอขอบคุณเพื่อนที่ส่งไปให้เป็นอย่างมากครับ ....ขอบคุณจริ งๆ ..ผมจะได้นำมาเป็นข้อมูลในการทำ Web นี้ให้ดีที่สุด เพื่อ "โรงเรียน นายเรือ" ของเรา.....ท่านคงเคยได้ยินนะเพื่อน ว่า "มีบุญคุณต้องตอบแทน มีแค้นต้องชำระ" .... เป็นไง ๆ  จริงหรือเปล่า...เพื่อน.. 

        - เมื่อผมออกไปจากอ้อมกอดของโรงเรียนนายเรือ และ กองทัพเรือแล้ว ได้ใช้ความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐานจากโรงเรียนนายเรือไปทำประโยชน์ให้กับสังคมชาวเรือไทย และ และประเทศชาติไว้มากมาย เช่น.-

        1. การใช้แนวคิดจาก ครูของผม ท่านคือ "ครู พล.ร.อ. ศิริ กระจ่างเนตร ร.น." ที่ท่านกล่าวว่า "โรงเรียนนายเรือ คือ รากแล้วแห่งราชนาวี" ตอนนั้น เมื่อผมฟังแล้วทำให้ผมมีความรู้สึกภาคภูมิใจในโรงเรียนของผมมากตอนนั้น มันช่างซาบซึ้ง และฝังลึกลงไปในหัวสอมงของผม จนไม่สามารถที่จะลืมเลือนมันได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อผมไปทำงานอยู่กับ บริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด ของกระทรวงคมนาคม ระหว่าง ปี พ.ศ. 2510 ถึง 2523 เมื่อมีปัญหาเรื่องคน ผมได้ใช้แนวคิดนั้น ทำเรื่องให้บริษัทฯ เสนอ กระทรวงคนนาคม ขออนุมัติตั้ง "โรงเรียนนายเรือพานิชย์" ขึ้น ซึ่งตอนนั้นมี พล.อ.พงษ์ ปุณหกรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ และมี น.ต. อารี สัตตยมาณะ ร.น.เป็นปลัดกระทรวงฯ...เรื่องการจัดตั้งโรงเรียนนายเรือพานิชย์ที่เสนอขึ้นไปได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงฯ ให้ดำเนินการจัดตั้งได้ และ เมื่อต่อมาทางบริษัทฯ ไมที่จะให้นักเรียนเรียน จึงได้นำไปฝากกรมเจ้าท่าไว้ และให้ พ.จ.อ.วุฒิชัย เกิดทะเล ไปเป็นครูผู้ควบคุม ดูแลนักเรือน อยู่ที่กรมเจ้าท่า ๆ สมัยนั้น โดยมี น.อ.บัญชา บุญญพุกณะ เลขาธิการกรมฯ ท่านได้รับเป็นผู้ฝึกสอนนักเรียนที่ทางบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด มาฝากไว้กับกรมเจ้าท่าฯให้ ....ต่อมาโรงนี้ได้ถูกพัณฒนาขึ้นเลื่อย ๆ จนกลายมาเป็น "ศูณฝึกพานิชย์นาวี" มาจนถึงทุกวันนี้.

(นี่คือสิ่งหนึ่งที่สามสมอสร้างไว้ให้แผ่นดิน และจะคงอยู่คู่ประเทศไทยตลอดไปนานเท่านาน)

         2. ผมเป็นผู้นำเอาพื้นฐานความรู้ทางดาราศาสตร์ที่เรียนจากโรงเรียนนายเรือ ไปดัดแปลงแก้ใขสูตร Haversine's Law ไปเป็น Cosine's Law เพื่อใช้ในการเดินเรือวงใหญ่ และการหาตำบลที่เรือด้วยวัตถุท้องฟ้า เมื่อ ปี พ.ศ.2517 แทน H.O.214... ซึ่งทำให้ง่าย...ถูกต้อง.. และ.. สดวกขึ้น เพราะเมื่อประมาณ สามสิบปีที่แล้วยังไม่มี GPS ใช้          

          3. จากข้อ 2. ต่อมาประมาณ ปีพ.ศ.2519 ผมได้สร้างสูตรขึ้นมาใช้กันอย่างกว้างขวางในระยะนั้น (30กว่าปีมาแล้ว) เป็นสูตรหา Meridional Parts ของ Terrestrial Spheroid ซึ่งยังไม่มีของใครในโลกนี้ เพราะสูตรนั้น ผมเป็นคนคิดขึ้นมาเอง ใช้สดวก...ง่าย ...ถูกต้องแม่นยำ ในทศนิยม 5 หรือ 6 ตำแหน่ง สูตรนั้น ต่างก็เรียกกันว่า "Capt.Adisai's Formular" ซึ่ง มีความว่า :-

 M.P. of T.Spheroid    =    7915.704log(tan(45+1/2(lat-    0.19295613sin2lat)))

หมายเหตุ

เพื่อให้ง่ายและสดวกขึ้นจึงตัด (lat-0.19295613sin2lat) ออกเปลี่ยนเป็น "Lat" (คือเอา 0.19295613sin2lat ออก ) ทำให้ง่ายและสดวกขึ้น แต่ค่าก็ไม่เปลี่ยนแปลงมาก....ครับ.

เพราะฉะนั้นสูตรใหม่จึงกลายเป็น .-

Meridian Part of terrestial sphere          =       7915.704log( tan(45+ 1/2*lat))

(ทดลองดูนะครับ ท่าน ว่าจะำได้ค่าใกล้เคียงมากขึ้นหรือน้องลงนะครับ.....ผมยังไม่ได้ทดลองเหมือนกัน)

6 มกราคม 2553.

(นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามสมอสร้างไว้ ถึงแม้ว่าจะดูเล็กน้อยแต่ก็ไม่ง่ายที่ทุกคนจะสร้างได้ และนำมันขึ้นมาใช้งานให้ได้ผลสมความมุ่งหมายในระยะนั้น)

หมายเหตุ

     (1) ที่ว่าง่ายและสดวกขึ้นนั้นเพราะ เมื่อไปใหนมาใหน ไม่ต้องหอบเอา Norie'sTable และ H.O.214 ไปด้วย

      (2) สูตรนี้ผมทำขึ้นจากสมมติฐานของโลกที่เป็นทรงกลม เมื่อความจริงโลกกลมคล้ายผลส้มจึงอาจจะต้องแก้ค่าคงที่ 0.19295631 เมื่อเรืออยู่ใน Lat สูง ๆ เล็กน้อย

      (3) รายละเอียดและการพิสูตรใว้ว่ากันในหน้าถัดไป...นะครับ ๆ ...หรือถ้าใครคิดว่าง่ายก็ลองทำดูก็ได้นะครับ เพื่อให้เกิดความหลากหลายในการดำเนินงาน ไม่แคบเหมือนกบอยู่ในกะลาอย่างไรละครับ...ท่าน

  *******************

  ***** นักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 11 และ 12 *****

    ดูตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ.....ดูแล้วพิจารณาด้วยนะครับว่า ...มันเป็นไปได้อย่างไร ? ...และจะแก้ใขอย่างไร ?...ฝากไว้ด้วย..นะครับ...!  !  !  ?  ?  ?

สวัสดีครับ...เพื่อน ๆ .. ที่รัก .. 

ผมกลับจากทะเล มาถึงกรุงเทพฯ  เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2550 เวลา 1100 ...พอเรือเข้าสู่น่านน้ำไทยก็ได้รับข่าวที่น่าเศร้า และน่าสมเพทเวทนามาทางโทรศัพท์ .... ผมฟังแล้วรู้สึกตกใจมาก ... เสียใจมาก...เพราะคิดไม่ถึงว่ามันจะเกิดกับพวกเราได้ ..ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอผ่านข่าวนั้นมายังเพื่อนร่วมรุ่น นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 11 และ 12  และนักเรียนนายเรือ (สามสมอ) รุ่น 68 และ 69 ว่าขณะนี้เพื่อนที่รักของท่านสองนายได้จากท่านไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ..เมื่อต้นเดือน ตุลาคม 2550 นี้เองครับ...

   คนแรกคือ ร.ต.ต.ไชยยศ จันทร์กระจ่าง ไปเสียชีวิตในทะเลจีน หรือระหว่างที่เรือเดินอยู่ในทะเลเปิด....หายตัวไปอย่างไม่มีร่องรอยในทะเล...ไม่อาจจะหาศพได้...น่าเศร้ามากนะครับ..ท่าน

   ร.ต.ต.ไชยยศ จันทร์กระจ่าง เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 11 เป็นนักเรียนนายเรือรุ่น 68 เลขประจำตัว นนร. ที่ 2713.

  

   คนที่สองต่อมาอีกไม่กี่วัน คือ กัปตันชัยวัฒน์ เมฆพัฒน์ M.Mnr.ทำงานอยู่บริษัทฯ เดียวกับผมนี่ละครับ ไปเสียชีวิตที่ เมืองท่าสุราบายา ประเทศอินโดนิเชีย 

   กัปตันชัยวัฒน์ เมฆพัฒน์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12  เป็นนักเรียนนายเรือรุ่น 69 เลขประจำตัว นนร. 2803

   สาเหตุยังไม่ทราบแน่ ต้องรอจนกว่า ทางเจ้าท่า หรือ กรมการขนส่งทางน้ำ และพานิชย์นาวี และทางตำรวจสอบสวนก่อนครับ. 

   ผม...และเพื่อน ๆ ของผมคือ นักเรียนเตรึยมนายเรือรุ่น 20-21 นักเรียนนายเรือรุ่น 55-56 และนายทหารเรือที่จบการศึกษาจาก รร.นร. เมื่อปี 2505 -2506ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเพื่อนรุ่นน้องที่ร่วมสถาบันเดียวกันมาทั้งสองคนไว้ ณ ที่นี้ด้วย นะ ครับ.....

สวัสดี..สวัสดี..จบ..(พล.ร.ท.บวร มิ่งเมือง ร.น) 

มาถึงตอนนี้เพื่อนคงพอจะมองเห็นรูปร่าง เค้าโตรง ประวัติความเป็นมาของเพื่อน ทางฝ่านมารดาได้พอสังเขปแล้วนะ...ครับ ...พฤติกรรมและการกระทำของบรรพบุรุษของผมทั้งทางฝ่ายมารดาและบิดานั้น สามารถตรวจสอบ ย้อนหลังขึ้นไปได้หลายร้อยปี อาจจะถึง หรือเลย สมัยพระนารายณ์มหาราช ในแผ่นดินกรุงศริอยุธยาเลยที่เดียว  ส่วนทางของบิดา นั้น ก็เช่นกัน สามารถตรวจสอบได้ไกล พอ ๆ กัน ...ผมจะเริ่มจากคุณ พ่อ...คุณปู่ ...ขึ้นไปนะ..ครับ.

   - คุณปู่พระอนุรักษ์ฯ(ชื่น)  เป็นบุตรชายคนที่สอง (คนแรกชื่อแช่ม)ของ "นายช้าง"  เกิดเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2424

    - นายช้าง เป็น มหาดเล็กรัษาพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ..รัชกาลที่ 5 เกิดเมื่อประมาณ ปัพ.ศ.2403...นายช้าง เป็นบุตร ของนาย "พลาย" 

   - นายพลาย เกิดประมาณปี พ.ศ.2384 นายพลาย รับราชการเป็นตำรวจวัง อยู่ในสมัย รัชกาลที่ 3..คือ..พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ....บรรพบุรุษของ นายพลาย เป็น "มอญ" ได้เข้ามารับราชการ  รับใช้ประเทศชาติมาตั้งแต่รัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  สู้รบและขับเคี่ยวกับพม่ามาตั้งแต่ ประเทศไทยยังตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า มาตั้งแต่เสียกรุงให้กับพม่าเมื่อ ปี พ.ศ.2310  ความซื่อสัตย์สุจริต ความจริงใจที่บรรพบุรุษทางด้านบิดาของผมมีต่อประเทศชาติไทย  และผู้ปกครองประเทศ มีมาช้านานและสืบสายเลือดกันมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ... จนถึงปัจจุบันนี้ ก็หลายร้อยปีมาแล้ว จึงทำในกระแสเลือดมีความเข็มข้นและร้อนแรง...ซื่อสัตย์สุจริตต่อ ชาติ  ศาสนา  และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่กหัวอย่างหนักแน่น มั่นคงมาก ....จนมี นร.(นำร่อง) บางคนเคยแซวผมมาทาง VHF ว่า "เลือดยังเข็มอยู่นะ" ที่เขาแซวอย่างนั้นเพราะเขาไม่รู้จักผม เหมือน ๆ กับที่เพื่อนของผม (พล.ร.ท.บวร มิ่งเมือง ร.น.)ไม่รู้จักผมนั่นละครับ....เพราะความที่หลาย ๆ ท่านยังไม่รู้จักผมดี ผมจึงต้องเล่า....ให้ฟัง....ขออภัยด้วยนะครับ...ที่ต้องทำให้เค้าเรื่องเดิมใน Web นี้ต้องเปลี่ยนไป.

    พอมาถึงตรงนี้.... คือเดียวนี้ ..ผม รู้สึกว่า การออกจากโรงเรียนนายเรือของผมในครั้งนั้น..."ผมได้ทำถูกแล้ว" ....ถูกแล้วที่เรียนไม่จบจาก รร.นร. ..ถ้าจบ...และรับราชการในกองทัพเรือมาจนบัดนี้....ผมบอกให้ก็ได้ว่า ...."เจ้าพระยาจักกรี"....โดนแน่...และถ้าเป็นผมนะครับ...ต้องตายกันไปข้างหนึ่งละ....แต่นั่นละ...ไม่ทราบว่าใคร สกดดวงเมืองไว้ให้เป็นอย่างนี้...และด้วยเหตุนี้..จึงเป็นอย่างนี้..อย่าง ที่พระพรหมท่านกำหนดให้เป็นเช่นนั้น... ผมจึงรู้และทราบมาก่อน ๆ ที่ผมจะเข้ามาเรียนในโรงเรียนนายเรือเสียอีก .....เรื่องก็มีอยู่ว่า ...พล.ร.อ.วีระ จงเจริญ ร.น. (คนนี้เป็นเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่งของผม และ เป็นตนเรียนเก่งมากด้วย ทร. จึงส่งไปเรียน รร.นร.ฝร้งเศส) เป็นเพื่อนสนิดกับผมมากคนหนึ่ง ก่อนที่เราจะเข้ามาเรียนในโรงเรียนนายเรือเสียอีก เพราะบ้านเราอยู่ใกล ๆ กัน เล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ  วีระ (ชื่อเล่น ๆ เรียกกันว่า "แกะ") เป็นคนชวนผมมาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมนายเรือ แกะ เป็นนักเรียนอำนวยศิลป์  .... เข้าไปเรียนใน โรงเรียนเตนียมนายเรือได้ก่อนผม ( วีระ เป็น นักเรียนเตรียมนายเรือรุ่น 19..ผมรุ่น 20 หมายเลขประจำตัว นตร.ของผม คือ  1618)....   แทบทุกครั้งที่เราออกไปเล่นสเกตด้วยกันที่บริเวณหน้ากรมชลประทาน บางกระบือ....แกะ(วีระ)จะพูดว่า..."ไปเข้าเตรียมนายเรือนะ".....ผมตอบว่า..."เข้าได้แน่นอน...แต่เรียนไม่จบหลอก".....มันก็แปลกนะ...ไม่ทราบว่า "ทำไมผมจึงตอบไปเช่นนั้น...ทำไมผมจึงรู้ว่าผมจะเรียนไม่จบ...ใครเป็นผู้ที่มากระซิบ...บอกให้ผมรู้...มันเเปลกดีนะ" ..และทุกอย่างมันก็เป็นไปตามที่ผมพูดทุกอย่าง....เช่นเดียวกับเรื่องของ..."คุณทักษิณ" ผมก็รู้มาก่อนว่ามันจะต้องเป็นอย่างนี้....มีเพื่อน ๆ ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องหลายคน ค่างก็ทราบว่า ผมชอบคุณทักษิณ  .... มีครั้งหนึ่ง....ขณะที่เรือกำลังวิ่งอยู่ในทะเลเปิด มีเสียงเรียกเข้ามาทาง VHF ผมตอบกลับไป...แนะนำตัวกันแล้ว ผมจึงรู้ว่าผู้ที่เรียกมา คือ เพื่อนรุ่นพี่ของผม คือ กัปตันอิ่มใจ เจริญใจ (ชื่อเล่น ๆ ว่า "ข่อย") ...พี่ข่อยได้บอกผมมาทาง VHF ว่า..."สัย...รีบกลับไปกรุงเทพฯ เร็วหน่อย ทักษิณ ถูกทหารรุมกันใหญ่แล้ว...กลับไปช่วยทักษิณหน่อย (ตอนทักษิณ 1 )"......ตอนนั้นผมไม่ตอบเรื่องนี้ เราคุยกันเรื่องอื่น แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า เฮียข่อยเขารู้ได้อย่างไรว่า "ผมชอบคุณทักษิณ" ....เดียวนี้ก็มี ....มีหลายคนถามถึงเหตุที่เกิดกับคุณทักษิณ ...ผมก็ได้แต่ตอบไปสั้น ๆ ว่า

    "ผลประโยชน์ขัดกัน จึงบรรลัย"

ผลประโยชน์ที่ว่าข้างบน คือ รายได้ส่วนตัว ไม่ใช่ของส่วนรวม คือ ประเทศชาติ และ ประชาชน.....สิ่งที่เกิดขึ้น จึงเกิดขึ้นเพื่อทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง และกลุ่ม ทั้งข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมือง คือนักการเมืองบางพรรค นักธุระกิจ สื่อมวลชน บางคนบางกลุ่ม ทั้งนั้น ไม่ได้มีผลดีที่จะตกมาถึงประเทศชาติ และ ประชาชนเลย ในทางตรงกันข้าม กลับทำให้ ประเทศชาติเสียหายมากมายอย่างจะประเมินค่ามิได้....ส่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้ยินกันทั่ว ๆ ไป อย่างกว้างขวางว่า...เพื่อกำจัด คนไม่ดี  คนเลว คนโกงกินชาติ ฯลฯ นั้นก็ คือ คือข้อข้างของผู้ชนะ  ผู้ชนะก็ต้องอ้างอย่างนั้น การอ้างอย่างนั้น จะดูเป็นจริงเป็นจัง ก็ต้องมีผู้ให้การสนับสนุน ผู้ให้การสนับสนุนมีหลายรูปแบบ ...เจ็บใจที่ขัดผลประโยขน์ของตนเองบ้าง เพื่อความสะใจบ้าง ฯล และ มีอีกพวกหนึ่งที่ เรา ๆ ท่าน ๆ เรียกพวกนี้ว่า "พวกนายว่า ขี้ข้าพลอย" ก็มีไม่น้อย จนทำไห้  การสร้างความชอบธรรม       ในพฤติกรรมต่าง ๆ ที่กระทำไปนั้นดูดีเท่านั้น...ไม่ได้มีอะไรที่ดีต่อประเทศชาติและประชาชนเลย....แล้วมันก็จะต้องเป็นเช่นนี้ไปอีกกี่ปี...กี่ชาติกันนี่ ....ประเทศไทย...ผู้หน้าสงสาร ....เมื่อไรที่พอจะลืมหน้าอ้าปากได้ ..ก็จะมีกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริสยาอาฆาต อย่างรุนแรงในเรื่องส่วนตัว ....เข้าไปพัวพันกับบ้านเมือง จนบ้านเมืองยุ่งเหยิง วุ่นวายไปหมด หาความสงบสุขไม่ได้   ทุกวันทุกคืนจะได้ยินแต่เสียงตำหนิติเตียนกัน....มันดีหรือชั่วกันแน่ ....ทั้งสองฝ่าย ทั้งคนที่ถูกตำหนิ ..ทั้งคนที่ตำหนิติเตียนเขานั่นนะ .... คนบางคน จึงรู้สึกเบื่อหน่าย เอือมละอา กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่รู้จักจบจักสิ้นนี้...เมื่อไรจะเลิกกันเสียที....นานนักหนาแล้วนะ ....กี่ปี...กี่ชาติละ....คิดกันเอาเองก็แล้วกัน ...ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2475 จนบัดนี้ ยังไม่จบไม่สิ้น ....อยากถามว่า "ใครคือคนที่จะแก้ใขสี่งที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ให้มันเกิดขึ้นได้อีก?" .....ถ้าไม่ใช่ประชาชน .....เพื่อประชาชน ...เพื่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...อันเป็นที่รัก..เคารพ...และ เทิดทูลใว้เหนือเกล้า....อย่างสูงสุด....ประชาชนเท่านั้นที่จะ...ทำได้...สั่งได้ว่า ..."ถ้าจะทำอะไรกันละก็...สิ่งที่จะทำนั้น...ต้องทูลเกล้าถวายก่อน...ก่อนที่จะลงมือทำ  นั่นคือ  ต้องได้รับพระบรมราชานุญาติก่อนเสมอ  จึงจะทำได้"...อย่าทำอะไรข้ามขั้นตอน  นะ....อย่าได้คิดว่า...ทุกคนเขาโง่  ...ทั้งหมด ทั้งชาติ แล้ว ก็...หลอกเอา...หลอกเอา....มันดูแล้วไม่ดี อย่าคิดว่า...มีอำนาจที่เกินขอบเขต  กำลังอยู่ในมือ  แล้วจะทำอะไรได้ทุก ๆ อย่าง... อย่างที่โบราณท่านว่าไว้ว่า ..."ทำอะไรกันยังกับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป"...อย่างนั่น...นั่นละ....อย่าลืมนะ เหนือฟ้ายังมี ฟ้า เหนือคนยังมี คน...

ยังมีอีก..เรื่องแปลก ๆ อย่างนี้... เช่นเรื่องเรือ " แสงไทยไดอมอนล์"..จมกลางอ่าวไทย....และจากวันนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ ผมจึงรู้และทราบว่า ..."สิ่งศักดิ์สิทธิ์"...มีจริง ...และเตือน เพื่อน ๆ และผู้ที่ใกล้ชิดกับผมเสอมว่า อย่าลบหลู่ดูถูกนะ ถ้าไม่เชื่อ ไม่นับถือก็อยู่เฉยๆ.....ก่อนที่เรือแสงไทย ไดอมอนล์ จะจม...ผมรู้มาก่อน ...ที่รู้เพราะแม่ย่านางเรือมาเข้าฝันผม...บอกกับผมว่า "เรือลำนี้หมดอายุแล้ว...จะไปแล้ว...และสั่งให้ผมดูแลเรือให้ดี".....ดีที่สุดสำหรับตอนนั้น  คือ...บอกกับ  คุณสิน วิสิทธิ์กิจการ (กก.ผจก.บรืษัษ เดินเรือแสงไทย จำกัด) ที่ เมืองท่า "Inchon" เกาหลีใต้ ...คุณสิน ท่าน บอกกับผมที่เกาหลีว่า กลับไปกรุงเทพฯ แล้ว จะทำบุญให้ ...แต่ท่าน คงงานมาก ลืมไป และไม่ได้ทำบุญต่ออายุให้เรือ ...เรือจึงจม..มีคนประจำเรือตายไป 12 คน ..รอดมา 9 คน หนึ่งในจำนวนนั้นมีผมคนหนึ่งครับ......ครับท่าน.......

.หันเข้าเรื่องที่.."จบ"..เพื่อนผมของอยากรู้ดีกว่า..นะครับ

   - มารดาของคุณปู่พระอนุรักษ์ฯ เป็น หญิงที่เกิดในวังหลวง เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2405 ในสมัยรัชกาลสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ชื่อ นง หรือ นวล หรือ นวม  ไม่ยืนยัน ......เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต เมื่อ ปี พุทธศักราช 2411 แล้วประมาณ พ.ศ. 2417 หลังจากที่คุณย่าทวดโกนจุกแล้ว ..มารดาของคุณทวด นง จึงนำคุณทวด  "นงหรือนวล"  ออกจากวังมาตั้งร้านตัดเสื้อผ้าผู้ชายอยู่ที่เสาชิงช้า  

   -  คุณทวด"ช้าง" เสียชีวิต เมื่อปี พ.ศ. 2427 โดยประมาณ ตอนนั้น คุณปู่ พระอนุรักษ์ (ชื่น) มีอายุ 3-4ขวบ คุณทวดนวล จึงต้องเลี้ยงลูกชายสองคน มาด้วยตัวคนเดียว ... ด้วยความยากลำบาก .... ต่อมาเมื่อคุณปู่ พระอนุรักมีอายุได้ประมาณ 7-8 ขวบ คุณทวดนวลจึงแต่งงานใหม่กับ คหบดีจีน ซึ่งร่ำรวยมากคนหนึ่ง ชื่อ"ฮวด"...นายฮวดมีชื่อไทยว่า "เสงี่ยม" นามสกุล "แผ่ฤทธิเสียม" และมีบุตร - ธิดา กับนายฮวด 4 คน ดังนี้

1. คุณย่า องุ่น  เกิดประมาณปี พ.ศ. 2431

2. คุณย่าลิ้นจี่ เกิดประมาณปี พ.ศ. 2433

3. คุณย่าลำใย เกิดประมาณปี พ.ศ.2435

4. คุณปู่สงัด เกิดประมาณปี พ.ศ.2437

   -   คุณย่าองุ่นนั้นเป็นคนสวยมาก รัชกาลที่.6 ได้ขอไป ฝึกหัดลครในวัง เเละเสียชีวิตในวัง.(ในวังเขาบอกคุณทวดนวลว่าอย่างนั้น  แต่ก็ยังสงสัยกันอยู่...จนบัดนี้ว่า อาจจะไม่ตายจริงก็ได้..เพราะคุณทวดนวลได้ถามถึงสพ ทางข้างในตอบว่า "จัดการให้แล้ว" จึงเป็นที่สงสัยกันมาก "จัดการอย่างไรทำไมจึงไม่บอกคุณทวดก่อนที่จะจัดการสพ)....

    -คุณย่าลิ้นจิ่นั้น คุณทวดนวล ได้ส่งเข้าวังเช่นกัน ... เพื่อให้ไปฝึกการทำอาหาร..แกะสลักผลไม้ ในวัง..... และ เพราะว่าคุณย่าลิ้นจื่ ก็เป็นคนสวยเช่นกัน จึงมี "เจ้า" มาขอ คุณย่าลิ้นจี่ กับคุณทวดนวล ....คุณทวดนวลไม่ให้ .....โดยบอกว่า "ไม่ชอบเจ้า" แต่กลับไปยกให้ กับ นายร้อยตรีปลอดฯ นายทหารราชองค์รักษ์ประจำพระองค์ ในรัชกาลที่ 6.......คุณย่าลิ้นจี่ ...ตอนนั้น อายุได้ประณ 16 ปี  ......คุณย่าลิ้นจี่ อยู่กับคุณปู่หลวงพลขันธ์ฯ มีบุตรและธิดาด้วยกันทั้งหมด 12 คน ...จนถึง วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2459 พระบามสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  จึงพระราชทานนามสกุล ให้คุณปู่หลวงพลขันธ์ฯ ว่า "อุตตมะโยธิน" (Uttamayodhin) เป็นลำดับที่ 2962 ในสมุดทะเบียนนามสกุลพระราชทาน.....ลูกของคุณย่าลิ้นจี่ และคุณปู่หลวงพลขันธ์ฯ มีคนหนึ่งเป็นนายทหารเรือ คือ พล.ร.ต. ปัญญา อุตตมะโยธิน ร.น......

   - คุณย่าลำไย คุณทวดนวลให้แต่งงานกับ "ขุนกิจศุลการักษ์" นามสกุล "โหตกิจ"  คุณย่าลำไยมีบุตรสองตน คือ  พี่จำเนียน และพี่สมพงษ์....พี่สมพงษ์ ..ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "สมภพ"...รับราชการจนได้เป็นถึง "รองนายกรัฐมนตรี"....คุณย่าลิ้นจี่เคยเล่าให้ฟังว่า...."คุณย่าลำใย เป็นคนโมโหร้าย และรุนแรง มาก...คุนทวดเคยเอาเครื่องเพชร ออกมาแบ่งให้ มีทั้งแหวน... กำไล... และ สร้อยเพชร ....ในจำนวนนวนนี้มีแหวน ต่าง ๆ อยู่ 32 วง แบ่งให้ทั้งสองคน ๆ ละ 16 วง ....ในจำนวนนี้มีอยู่สองวง ...วงหนึ่ง 3 กระหรัดกว่า คุณทวดให้กับคุณย่าลิ้นจี่ ...อีกวงหนึ่ง 2 กระหรัดกว่า คุณทวดให้กับคุณย่าลำไย ...คุณย่าลำใย ไม่พอใจแล้วก็ ...โกรธ ..โกรธแล้วก็เอาแหวนเพชรนั้น ใส่ครก "ตำ" เสียเลย ....

  - คุณปู่สงัดรับราชการเป็นปลัดอำเภออยู่ที่บางเขน....คุณปู่สงัด จริง ๆ แล้วนามสกุล "แผ่ฤทธิ์เสียม" แต่ได้ไปขออนุญาติคุณปู่พระอนุรักษ์ ซึ่งเป็นพี่ชายใข้นามสกุล "พะลายานนท์"

  -  เมื่อคุณทวดนวลเสียชีวิตเมื่อประมาณปี พ.ศ.2471 ได้มีเจ้าหน้าที่มาตีทองปิดหน้า  จัดงานสพให้ และเมื่อเผาสพเรียบร้อยแล้ว ที่วัดจันทรสโมสร ..."ทอง" นั้นได้ให้กับทางวัดไป ส่วน พวก "เงิน" .... คุณย่าลิ้นจี่ได้นำมาหุ้มพระใว้ ใต้พระองค์ที่หุ้มเงินนั้น มีกระดูกคุณทวดและดอกมะลิบรรจุอยู่ด้วย ส่วน "นาค" หลอมเป็นขันล้างหน้า ขณะนี้เข้าใจว่า น้องกรอง (กรองกาญน์ ปัตตพงษ์ ...น้องสาวของพี่ ประเทือง ปัตตพงษ์...พี่ประเทืองมีพี่ชายอีกคนหนึง ชื่อ "พินิช" ขณะนี้ไม่ทราบไปอยู่ที่ใหน) ลูกพี่ลูกน้อง ของผมเป็นคนเก็บไว้......

    คุณย่าลิ้นจี่บอกว่า คุณทวดนงค์สอนไว้ว่า เครื่องแต่งตัวของลูก ๆ หลาน ๆ นั้น อย่าให้ใช้ทอง แต่ให้ใช้เพชร ในทำนองเดียวกัน การชื้อเครื่องประดับนั้นอย่าชื้อทองให้ชื้อเพชร นอกจากนี้ยังสั่งว่า "อย่าเจาะหู การเจาะหู นั้นพวกทาสเขาเจาะกันเป็น" (หมายความว่า การเจาะหู คือ สัญญาลักษณ์ของความเป็นทาส) 

    - คุณปู่พระอนุรัษณ์ฯ แต่งงานกับคุณย่า "เอม" เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2442 คุณย่าเอมเป็นลูกสาวจีนอนู่แถวสี่พระยา มีบุตร 2 คน คนโต ชื่อ "ละออ" เกิดประมาณปี พ.ศ. 2443 ต่อมาคือ นายพันตรี หลวงละออพจมาน บิดาของกัปตันอดิศัย พะลายานนท์ เกิดปี พ.ศ. 2479 คนเล็ก คือ ละออง เสียชีวิต ตั้งแต่เล็ก   

   ตอนนี้เอาคล่าว ๆ ก่อนนะเพื่อน... เรื่องมันมาก  ....นะครับ ...นะครับ...ก่อนที่จะเล่าให้เพื่อนฟัง ...ว่า ..คุณพ่อ คุณแม่ ของผม ท่านสอนผมอย่าไร ..ทำไมผมถึงเรียนไม่จบจาก โรงเรียนนายเรือ ...ตามที่...เพื่อน...(พล.ร.ท.บวร มิ่งเมือง ร.น.) สงสัย....ถาม....ถามเพราะอยากรู้ (อยากรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ ...คือ ...สอดรู้สอดเห็น.../..สอดรู้สอดเห็น   ถ้าเป็นเด็กจะดี  แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่  จะไม่ค่อยหน้าดูนัก)..! !.?..? 

สมัยก่อน....ที่บ้านผม(บ้านพ่อ บ้านแม่ในซอยองต์รักษ์..บางกระบือ) ถ้าจะทาน (รับประทาน หรือ กิน)ทุเรียน ต้อง รับประทานทุเรียน "ก้านยาว" ที่สวนเมืองนนท์ หรือไปซื้อที่เมืองนนท์ วันหนึ่งคุณอาว์ของผม...พาผมขับรถ " Hill Man" (Hill Manเป็นยี่ฮ้อรถในสมัยก่อน ไม่ทราบว่ามีใครรู้จักบ้างหรือไม่)ไปซื้อทุเรียนที่ ท่าน้ำเมืองนนท์ อีก แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับเมื่อหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะทุเรียนรสชาติจะสู้เมื่อก่อนไม่ได้ ... ชาวสวนที่นั้นเขาบอกว่า "น้ำทะเลเข้ามาในสวน กันไม่ได้ทำให้ ทุเรียนรสชาติเปลี่ยนไป"ในขณะที่เราคุยกันนั้น ...ก็มีแม่ค้าทุเรียนจ้าวที่อยู่ข้าง ๆ  กัน..ส่งเสียงเอะอะโวยวาย ด่า..ว่าลูก หยาย ๆ คาย ๆ ...มากมาย..(โบราณเขาเรียกว่าด่า แบบ"ไพร่"...ไพร่ คือ ขี้คอก..ขี้คอกคือคนไม่ดี ...คนไม่ดีเป็นอย่างไร อ่านไปคงรู้เอง).สาเหตุคือไม่เอาทุเรียนที่สุกมากกว่าขายให้ลูกค้าไปก่อน.(หลอกลูกค้า ขายของไม่ดีก่อน)...ผมจำเป็นต้องยืนฟังแม่เขาด่าลูก...สอนให้ลูก โกงลูกค้า...เอาลัดเอาเปรียบลูกค้า...อย่างไม่ยินยอมอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินตามคุณอาว์ออกมา....จากออกมาแล้ว .... แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า "ทำไมเขาสอนลูกเขาอย่างนั้น" ....ผมไม่เข้าใจจริง ๆ เพราะ ผมไม่เคยได้รู้ได้ฟัง อย่างนั้นมีแต่ เราสอนกันให้ ซื่อสัตย์ สุจริต ซื่อตรง จริงใจ ต่อ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์...และเพื่อนร่วมงาน....มันแปลกมากสำหรับผม...มันแปลก จริง ๆ นะครับ..

    - มีอีกนิดหนึ่งที่จะต้องเรียนให้ทราบ เพื่อประกอบการพิจารณา คือ ในหนังสือ "ปูม 50 ปี เตรียมนายเรือ รุ่นที่ 20  พ.ศ.2498 ผมได้เขียนเป็นประวัติของผมลงไว้ในหนังสือเล่มนี้ หน้า 264 - 265 ..ถอดความตอนหนึ่งได้ว่า.. "สาเหตุสำคัญที่เรียนไม่จบจากโรงเรียนนายเรือนั้น เพราะขาดวิจารณาญที่ดี ในการปฎิบัติตน(เลือกคบคน)ในขณะที่เป็นนักเรียน".....ตรงนี้สำคัญมากนะครับ.....เพราะเหตุว่า....ท่านว่าไว้...ว่า

   "คบคนดีเป็นศรีแก่ตัว คบคนชั่วอัปราชัย"

คนชั่ว...คนชั่วคือคนไม่ดี คือมีความประพฤติไม่ดี หมกมุ่นในอบายมุข คือ สุรา นารี ภาชี และกิฬาบัตร (พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าอย่างนั้น).....คนไม่ดีบางครั้ง เราก็เรียกว่า "พวกไพร่ หรือ พวกขี้คอก" ....เหตุผลที่คนโบราณ เรียกคนพวกนั้นว่า "ไพร่ หรือ ขี้คอก"  เพราะคนพวกนี้ พ่อ-แม่ ไม่อบรมสั่งสอนมาให้อยู่ในศิล ในธรรม เป็นกลุ่มคนที่มักจะสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมเสมอ ๆ .....

ย้อนกลับไปเมื่อตอนเด็ก ๆ ผมเรียนหนักสืออยู่ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ..เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่อยู่ใกล้บ้านมากที่สุด และเป็นโรงเรียนที่ไม่มีผู้หญิงเรียนร่วมอยู่ด้วย ผมจึงไม่รู้จักผู้หญิง ...ไม่เคยคิด...ไม่เคยนึกถึงเรื่องผู้หญิง ....เรื่องอื่นไม่ต้องผูดถึง... คือ เรื่องการดื่มสุรา....การเล่นไพ่..เล่นการพนันต่าง ๆ ....ตอนนั้นผมจึงจัดว่าเป็นนักเรียนที่เรียนดีมากคนหนึ่งของโรงเรียนโยธินบูรณะ....(เพื่อนนักเรียนสามัญ รุ่นเดียวกับผมที่ไปเข้า จปร. ก็มีหลายคนที่เคยชวนผมไปเข้า จปร. ด้วยกัน ...บางคนยังโฆษณาชวนเชื่อ (แต่จริง) ด้วยว่า "ถ้าอยากเป็นนายกฯต้องไปเข้าเรียน จปร." ผมก็ตอบไปว่า "พ่อ อั้วก็บอกว่าอย่างนั้น แต่ ไม่เข้า ...เพราะ รับปากกับเพื่อนที่บ้าน(แกะ)ไว้แล้วว่า จะไปเข้า โรงเรียนเตรียมนายเรือด้วยกัน."..(ผมคิดผิดหรือเปล่า ? )   ..เพื่อน ๆ โยธินฯ ที่ว่า มีหลายคน เช่น พล.อ.กุศล พันธุ์อุบล, พล.ท.วัฒน์ เกิสว่าง, พล.ต,วิจิตร จันทรางศุ (โง้ง...ที่เรียกว่า "โง้ง" เพาะตอนเป็นนักเรียน เสื้อ-ผ้าที่ใส่ไปโรงเรียน ลงแป็งจนแข็ง รีดกลีบโง้ง ตอลดวัน ตลอดเวลา เพื่อน จึงเรียกว่า "อ้ายโง้ง"..โง้ง เป็นนักกิฬาด้วยนะ) ฯล เป็นต้น)     .....  จริง ๆ นะ ....ถ้าเรียนไม่ดี....ไม่มีทางที่จะสอบเข้าโรงเรียนเตรียมนายเรือได้ แน่ ๆ ....เพื่อน ๆ หรือ คนรุ่นเดียวกับผมคงทราบดี..

  "ผู้ดีเดินตรอก ขี้คอกเดินถนน"

ผู้ดี (สัตตบุรุษ) คือ  ผู้ที่อยู่ในศิลในธรรม ไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน หรือ ผิดไปจาก กฎระเบียบ ข้อบังคับ ขนบธรรมเนียม และ ประเพณีอันดีงาน ทั้ง กาย วาจา และใจ สรุปว่าจะต้องมีความเรียบร้อยด้วยประการทั้งปวง ฯล.....คนที่มี พฤติกรรม และการกระทำ ใคๆ ...ที่ตรงข้ามกับที่กล่าวไว้ข้างบนนั้น จึงถือว่า..ไม่ใช่ผู้ดี...ไม่ใช่ สัตตบุรุษ...หรือที่เราเรีบกว่า "ไพร่ หรือ ขี้คอก" นั้นเอง  พวกไพร่ หรือ ขี้คอกนี้จึงเป็นบุคคลที่ไม่พึงเตารพนับถือ ...ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม ..จะมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงขนานใหน...มีเหรียญตรา...หรือสายสพายชั้นใหน ..กี่เหรียญ ..กี่สาย  ก็ตาม... ถ้าเขาผู้นั้น เป็นผู้ประพฤติชั่ว (การกินตามน้ำก็ถือว่าชั่ว เช่นกัน) เสียแล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็น "สัตตบุรุษ" ...แต่คนชั่วเหล่านี้ ได้มาเสนอหน้าอยู่ในกิจกรรมต่าง ๆ ในสังคม (ทั้งนี้เพราะ ต่อมาในระยะหลังการรับคนเข้ารับราชการไม่มีการตรวจสอบ เรื่อง ชาติกำเหนิดมากเท่ากับสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง) มากมาย(นั่นคือ..ขี้คอก..ออกมาเดินถนน) ทำให้ประชาชน พลเมือง(ผู้โง่เขลาเบาปัญญา) ยกย่องสรรญเสริญ สร้างความหยิ่งผยอง...ลำพองใจให้กับคนเหล่านั้น จน "ไม่รู้จักที่ต่ำ ที่สูง.... สี่งไรควร  สิ่งไรไม่ควร" ..... ด้วยเกตุนี้ผมจึงได้ตั้งคำถาม..ถามท่านว่า ..."จำเป็นหรือไม่ ว่า คนดีจะต้องเรียนจบจากโรงเรียนนายเรือ...และ..จำเป็นหรือไม่ว่า คนดี (สัตตบุรุษ)จะเรียนไม่จบจากโรงเรียนนายเรือบ้างไม่ได้หรือ ?"..ใช้ความคิด กัน หน่อย...ใช้หัวสมองที่ เจ้าตัวคิดว่าปราดเปลื่องกันหน่อยนะ ...เพื่อน...เมื่อคิดแล้ว...ก็ให้ความเป็นธรรมกับต้วเองด้วย...แล้วถามตัวเองบ้าง...ก่อนที่จะไปถามผู้อื่นในสิ่งที่ไม่สมควร จะถาม ว่า "เราได้ทำอะไรไว้ ให้เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง....ที่เป็นชี้นเป็นอันบ้าง ...การเดินไปบนพรมที่เขาปูใว้ให้แล้วนะมันง่าย....ง่ายเกินไปที่จะพูดว่านั่นละ คือ ความดี"....แล้วก็ตรวจตัวเองในทางลบบ้าง...ตรวจดูซิว่า ได้กระทำอะไรที่ไม่ดีไว้บ้างหรือไม่...เช่น..."กินตามน้ำ"...(กินตามน้ำ ก็ถือว่าเลวนะ)เป็นต้น...นั่นนะ...ชั่วทั้งนั้นละ....... การกินตามน้ำของข้าราชการประจำ...อาจแก้ได้ แก้ได้ "ด้วยการตรวจสอบทรัพย์สิน...หรือ... แจ้งทรัพย์สินของข้าราชการประจำ รวมทั้งองค์กรอิสระด้วย... ควรให้แจ้งก่อนเข้ารับหน้าที่ และ ทุก ๆ 2 หรือ 4 ปี บ้าง...เช่นเดียวกับ.... การแจ้งทรัพย์สินของข้าราชการ การเมืองที่ต้องแจ้งก่อน และหลังเข้ารับหน้าที่.....นอกจากนี้ก็ยังมี...นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ๆ ที่ยังคงรอดพ้นมือกฎหมายมาได้ด้วยอำนาจเงิน....คนพวกนี้ก็จะต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน....เพราะคนพวกนี้ นี่ละที่เป็นกลุ่มที่เป็นพิศ เป็นภัยกับชาติบ้านเมืองมากกลุ่มหนึ่งที่พอ ๆ กับ "กลุ่มมาเฟียรการเมือง" ทีเดีนวนะครับ...ท่าน....แล้วท่านทำกันบ้างหรือเปล่า ? ....คิดกันบ้างหรือ เปล่า ?....ยังจะมีหน้ามาพูดว่า..."เพื่อชาติ และ ประชาชนอีกหรือ"...

   - ผมจะเรียนให้ท่านทราบนะว่า...ผมไม่พอใจเป็นอย่างมากที่คณะราษฎร์ โดยการนำของ นายพันเอก พยาพหลพลพยุเสนา .... กระทำการกักขระสามหาวกับ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบรมวงค์สานุวงค์ เมื่อ พ.ศ.2475 ...และจากนั้นเป็นต้นมา จนบัดนี้ ความไม่รู้จักพอของนักการประชาธิปไตย คือ นักการเมือง และ นักวิชาการบางคน ได้กระทำการแย่งชิงอำนาจกันมา อย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น จนเงินในท้องพระคลัง ต้องศูนย์หายไปไม่รู้ว่า กี่ล้าน-ล้าน บาท แล้ว ....ทุกกลุ่ม ทุกวงการ ลืม ....ลืมนึกถึง .."เกียรติยศชื่อเสียงของตัวจนหมดสิ้น "  ....คิดกันอยู่อย่างเดียว....คือ " อำนาจ " เพื่อเอาอำนาจ ไปเปลี่ยนเป็นเงิน .... เพราะสังคนปัจจุบัน "ถิอเงินเป็นพระเจ้า"  ..... น่าเป็นห่วงมากนะ...ท่านครับ ....แล้วเราแระชาชน ยังจะไปยกย่องนับถือคนเลว ๆ หรือ "พวกขีคอก" เหล่านี้ จนออกมาเดินกันเต็มถนนไปหมด อีกเล่าครับ...ท่าน ...ท่านครับ ..เรื่องของคณะราชที่ผมว่า "กักขระ-สามหาว" กับพระปกเกล้าฯ และพระบรมวงสานุวงค์นั้น ..ท่านจะหาดูได้จาก ประกาศฉบับแรก ๆ หลังจากที่ที่พวกกบฎเป็นฝ่ายชนะในครั้งนั้น....มีผู้ไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนไม่น้อย ในเหตุกาณ์ ครั้งนั้น จึงร่วมกับเพื่อกอบกู้ชาติบ้านเมือง ให้พ้นจากความเสื่อมในครั้งนั้น  เพราะยังไม่ "ถึงเวลา" ที่จะต้องทำอย่างนั้นขณะนั้น ..... จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า .."แล้วจะถึงเวลาเมื่อไรละ ?".....คำตอบ คือ " เมื่อได้ตรวจสอบแล้วว่า ประชาชน รู้จักรักเกียรติ และ รู้จักรักษาหน้าที่ของตนเองมากยิ่งกว่านี้..ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้ .....อยากเป็นประชาธิปไตย ...ต้องรู้จักรักษาสิทธิของผู้อื่นก่อน...รู้แล้ว..จึงจะเป็นได้...รู้แค่นั้นยังไม่พอ..ต้องรู้จักรักษาเกียรติ ของคัวเองด้วย....เมื่อรู้จักรักษาเกียรติขิงตัวเองแล้ว ก็จะเกิดความระอาย ไม่โกงกินชาติบ้านเมือง แลเงินของปรัชาขน..ไม่กระทำในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ฯล" .....ใครที่เคยเป็นนักเรียน "ทหาร" คงเคยได้ยินคำปฎิญาณก่อนที่จะเลิกแถวเข้าห้องเรียน...หรือ ไปรับประทานอาหาร...หรือ เช้านอน....มาแล้วว่า :-

" ชาติ....เกียรติ....วินัย....กล้าหาญ"   ......หรือ

"ตายเสียดีกว่า ที่จะละทิ้งหน้าที่"

(ทั้งสอง วลี นี้สำคํญ มากนะครับ สำหรับ ....น้อง ๆ ที่รัก ของพี่ คุกคน ทำหน้าที่ ปฎิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ด้วยเดิมพันธ์ชีวิตที่เราเคยปฎิญาณไว้ ....เพื่อให้เราทั้งหลายได้ชื่อว่าเป็น "ทหารหาญ ของชาติ... เป็นทหารรักษาพระองค์ฯ ที่จงรักษ์ภักดีต่อองค์พระประมุขของชาติเสมอด้วยชีวิต"........ไม่ทราบ ว่า น้อง ๆ ลืมกันหมดหรือยัง....อย่าลืมนะ..ครับ...ด้วยความรัก และปรารถนาดี อย่างจริงใจกับ น้อง ๆ ทุกคนครับ...พี่จะคอยดูแล และเป็นหู เป็นตาให้ ไม่ให้น้อง ๆ เดินไปในทางที่ผิด เหมือนที่พี่ เคยทำมาแล้ว .... ต่อไป ต้องไม่ผิดอีก...สัญญา...ศัญญา...ถ้าชาติหน้ามีจริง คงได้รับใช้ ชาติ และราชนาวี  ร่วมกันใหม่ ...ชาตินี้ ..มันสายเสียแล้ว...หมดโอกาสแล้ว...แต่ก็ยังภูมิใจที่ไม่เคย ทำอะไรผิด..(กินตามน้ำ) .ให้เป็นที่เสื่อมเสีย เกียรติยศ..ชื่อเสียงของวงค์สกุล ที่เป็นเลือดนักรบ มาตั้งแต่โบราณกาล ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา..และหมู่คณะ (กองทัพเรือ) และ ประเทศชาติ)

จึงเกิดการสู้รบกันขึ้น ระหว่างฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย กับ ฝ่าย "กบฎต่อราชบันลังค์ ฝ่ายไม่เห็นดัวยกับพวก "กบฎ" เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จึงถูกฝ่านชนะ คือฝ่าย กบฎในการรบในครั้งนั้นเรียก การกระทำการรบของฝ่ายพ่ายแพ้ในครั้งนั้นว่า ..."กบฎบวรเดช"

               คำว่า "บวรเดช" นั้นมาจากพระมานของ "พระวรวงค์เธอพระองค์เจ้าบวรเดช"

    - เมื่อ 09/12/50 โทรไปคุยกับเพื่อน(นต.สุพร เจริญสุข ร.น. หรือ "ข่าง"...คนนี้ เมื่อออกจากกองทัพเรือมาแล้ว ได้ไปรับราชการต่อที่กรมเจ้าท่า....เป็น ผู้อำนวยการกองทะเบียน และ ผู้อำนวยการกองตรวจท่า) คุยกันแล้วมันไม่จบเพราะเรื่องมันมาก เลยต้องขับรถไปหากัน พากันออกไปนอก กทม. ไปนั่งริมน้ำตกคุยกัน ตอนหนึ่งข่างเหมือกับเกิfข้อลงสัยว่า...ผมออกจากโรงเรียนนายเรือมาได้อย่างไร ?...แต่ไม่ถามตรง ๆ...ผมจึงบอกว่า

"ข่าง....ที่นายสงสัยนั้น มันก็เหมือนกับที่ จบ สงสัย...และหลาย ๆ คนก็สงสัย  แม้แต่คนนอก ทร....มีอยู่ท่านหนึ่ง ...สวย และรวยมากด้วย..เป็นเจ้าของโรงงานทำ เฟอร์นิเจอรส่งไปขายทั่วโลก....มีซุปเปอรมาร์คเก็ต ร้านอาหารไทย อยู่ต่างประเทศหลายแห่ง...ก็ส่งสัยเหมือนกัน...แต่อั้วก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง...ขอผลัดกันเลื่อยมา"

ข่างไม่ตอบ...ผมจึงเล่าให้ ข่าง ฟังต่อไปว่า

"นายจำได้หรือไม่ว่า...เมื่อตอนที่เราเป็นเด็ก ๆ ....ตั้งใจมาเข้า โรงเรียนนายเรือ เพื่อออกไปเป็นนายทหารเรือ รับใช้ กองทัพเรือ และประเทศชาติ ต่อไปในอนาคต อย่างจริงใจ...จึงตั้งใจ..เเละพร้อมที่จะรับวิชาความรู้ต่าง ๆ ด้วยความตั้งใจเต็มร้อย ...แต่พอเข้ามาวันแรก ๆ ก็เริ่มเซ็งแล้วที่มันให้เราไปยืนข้างรั่ง...ตะโกน..รายงานตัว....ตะโกนจนคอแทบแตก...มันกลับบอกว่าไม่ได้ยิน ....นายคงจำได้นะข่าง...นอกจากนั้น...ที่มันเลวร้าย เเละเป็นต้นเหตุสำคัญจนถึงกับออกจากโรงเรียน คือ มันบอกอีกว่า...ไปดูรักบี้ฟุตบอล  ใครไม่พาผู้หญิงไปด้วยกลับมาจะถูกทำโทษอย่างหนัก ...."

ข่างยิ้มชอบใจ ผมจึงเล่าให้ฟังต่อไปอีกว่า

"ไม่รู้คนอื่นกลัวถูกทำโทษหรือเปล่า แต่อั้วกลัวมาก ..... จึงต้องไปเสาะแสวงหาเพื่อนผู้หญิง เพื่อพาไปดูรักบี้.....ข่างนายเห็นหรือเปล่าว่ามันไร้สาระสิ้นดี...ที่เขาทำอย่างนั้น...ตอนนั้นถ้าอั้วเป็นคนมีวิจารณญาณที่ดีอั้ว อั้วต้องลาออกไปแล้ว....เมื่อคนกลุ่มนั้นสอนในสิ่งที่จะนำไปสู่ความเสื่อม....และยัดเยียดสิ่งที่ขัดกับหลักศาสนาที่พระพุทธเจ้าท่านสั่งสอนใว้...ที่สำคัญ..คือ"

ข่างไม่ตอบ ผมจึงเล่าต่อไป....

"..คือ มันไม่ตรงกัน กับสิ่งที่อั้วได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากพ่อจากแม่อั้วนะข่าง....พ่อ และแม่ มีแต่สอนให้ออกห่างจาก สุรา นารี ภาชี และกิฬาบัตร....มีแต่สอนให้...ซื่อตรง....ตรงไป ตรงมา ซื่อสัตย์......จงรักภักดี ต่อ ชาคิ ศาสนา พระมหากษัคริย์...ซึ่ตรงและจริงใจกับเพื่อนร่วมงาน นั่นจึงจะถือว่าเป็นคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นสุภาพบุรุษ ฯล....คุณพ่อ ...เป็นนักเรียนอังกฤษ .... เมื่อจบ 8 จากสวนกุหลาบแล้ว ....คุณปู่พระอนุรักษ์ก้ส่งคุณพ่อไป "ปีนัง" ไปลงเรือโดยสารที่นั่นต่อไปอังกฤษ...เมื่อเรียนจบจากอังกฤษก็กลับมารับราชการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่โรงเรียนนายร้อย จปร. พักหนึ่งจึงย้ายเข้ากระทรวงกลาโหมเป็นนายทหารติดต่อต่างประเทศ....ก่อนที่จะไปเป็นรองเจ้ากรมเชื้อเพลิงทหารบก....เมื่อตอนที่สอนอยู่ที่ จปร.....จึงไปพบกับแม่...ซึ่งตอนนั้นแม่เป็น ราชเลขาของ ร.7-8 อยู่ และก็มาสอนหนังสืออยู่ใน จปร.ด้วย จึงพบกับคุณพ่อ....เมื่อเป็นเช่นนี้...ข่าง นายจะเห็น ว่าการอบรมสั่งสอนที่คุณพ่อ..แม่ สอนนั้น จะหนักไปในเรือมารยาท...ในโต๊ะอาหาร การจับ การใช้..มีด ช้อน ซ่อม ....ตะเกียบ .. การเดิน...การนั่ง...แม้กระทั้งการขัดรองเท้า....ที่บ้านซอยองค์รักษ์นั้นเราอยู่ในผืนที่ บริเวณเดียวกัน....แต่ปลูกบ้านอยู่คนละหลัง ๆ ....บางครั้งอั้วก็ไปอยู่บ้านคุณย่าลิ้นจิ่....คุณปู่หลวงพลขันฯ ยังเรียกไปหัดเดินแบบทหารเดินสวนสนามมาตั้งแต่อั้ว ตัวเล็ก ๆ อยู่เลย....ส่วยคุณย่าลิ้นจี่ ก็หัดไก้อั้วเดินเข่าบ้าง...หมอบ...กราบผู้ใหญ่  บางครั้งก็ได้ยินคุณย่าสอน น้องสาว...ไม่ให้ใส่ต่างหู และว่าการใส่ต่างหู คือ สัญญาลักษณ์ของความเป็นทาส...บางครั้งก็บอกว่าอย่าอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในที่ลับตา....อั๊วเคยถามถึงเรื่องอย่างนี้...คุณย่าลิ้นจี่บอกว่าถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยคุณทวดแล้ว...ให้รักษาให้ดี อย่าให้ผิดไปจากที่คุณทวดสอนไว้ นะ..." ข่างได้แต่ฟังไม่ออกความเห็น...ผมจึงเท้าความให้ฟังต่อไป.

"ข่าง...เมื่อสมัยที่เราเป็นนักเรียน...นายจะเห็นว่า..สองสามชั่วโมง..เราจะได้ยินเสียงนกหวีดเรือดังขึ้น เพื่อให่นักเรียนต้วเล็ก ๆ อย่างเรา ที่ไม่รู้อะไรเลยพักสูบบุหรี่...อั๊วไม่สูบบุหรื่  ก็ไปเล่นกับเพื่อน ๆ เพื่อนที่ชอบกัน เล่นกันประจำก็มี ...ชิด....คม...เราไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน.....และส่วนมากเพื่อน ๆ ทุกคนก็เป็นอย่างนั้นแทบทั้งนั้น เราใช้เวลานี้กระเซ้าเย้าแหย่กัน...ความเคยชินในหมู่เพื่อนผู้ชายก็มีมากขึ้น...ด้วยเคยชิน.....แต่พอมีผู้หญิงมาใกล้ชิดเข้า ...หลาย ๆ อย่างมันก็เปลี่ยนไป ...เปลี่ยนไปตามท่วงทำนอง กริยามารยาท...ลักษณะท่าทาง...น้ำเสียง..ทำให้เกิดความคิดถึง...อยากอยู่ใกล้ชิดด้วย....เมื่อนานเช้า...นานเข้า...หนังสิอหนังหาไม่เรียนแล้ว...คอยแต่รอเวลาโรงเรียนเลิก...จะได้ไปหาคนรัก....การเรียนเริ่มเสีย...และเสียมากขึ้น....การสอบไล่ชั้นปีที่ 1 ขึ้นเป็นเตรียมนายเรือปีที่สองผ่านไป....พอชั้นปีที่สองขึ้นไป โรงเรียน นายเรือสอบไม่ผ่าน...คือสอบตก....ข่าง...ลื้อไม่เคยสอบตก ..ลื้อจึงไม่รู้ว่า...มันเป็นความรู้สึกที่ขมขื่นขนาดใหน....อั้วเสียใจมาก...กลับถึงบ้าน...คว้าเชือกวิ่งเข้าไปในสวนจะพุกคอตายแล้ว(ตอนนั้นถ้าตายเสียคงหมดเรื่องไปแล้ว)...แต่ไม่ทัยจะได้ผูก..น้อง ๆ คุณพ่อ คือคุณอาว์ของอั้ว ได้มาช่วยกันห้ามใว้....และปลอบอยุ่นาน...."

"ข่าง ลื้อรู้ใหม....คม..(พล.ร.อ.อธิคม ฮุนตระกูล) กับ ชิด (พล.ร.อ.อนุชิต เภกะนันท์)...ทั้งสองคนนี้ ดีกับอั้วมาก และรักกันมาก...ไม่เคยลืมกันเลย....ตั้งแต่อั้วออกจากโรงเรียนมาจนถึงทุกวันนี้...คม..ยังส่ง ส.ค.ส.ให้อั้วทุกปี ไม่เคยขาดเลย....แม้กระทั้งตอนที่ไปเป็นทูตทหารเรืออยู่อังกฤษ คมยังส่งมาให้อั้วเลย....อั้วไม่รู้จะตอบแทนความดีของเพื่อนคนนี้ได้อย่างไร..."  น.ต.สุพร เจริญสุข (ข่าง) เสริมขึ้นว่า

"อั้ว..มันก็ส่งมาให้ เหมือนกัน ... ที่สำคํญ คือมันเขียนจ่าหน้าซองด้วยมือของมันเองด้วยนะ..."

" ใช่ "  ผมสนับสนุน..."อีกคนหนึ่งที่จะลืมเสียไม่ได้คือ "กาญจณ์" (น.ท.กาญจณ์ ตันติเวชกุล ร.น.)....กาญจณ์ (คนนี้เป็นนักบิน ทร. และ เป็นผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบังคนแรก) ก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของผม มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมาก เอาใจใส่ และ จริงใจกับเพื่อน ๆ ...ถ้าไม่ได้กาญจณ์ ไม่รู้ว่า...ที่เราไปพบกันที่บางนาจะเกิดขึ้นได้หรือเปล่า"

"คนอื่นคงทำยาก ทำไม่ใหว แต่กาญจณ์ทำได้ เพราะกาญจณ์มีเด็กช่วยมาก.." ข่างว่า......

" กาญจน์เป็นคนดี ...คนดีตกน้ำไม่ใหล ตกไฟไม่ใหม้....ตกเตรื่องบินยังไม่ตายเลย..นะข่างนะ...ในกองทัพเรือนั้น..คนดีก็มาก...คนไม่ดีก็มี...คือมีทั้งคนดีและคนชั่ว คนชั่วหรือคนไม่ดีเราก็ไม่พูดถึง คนพวกหลังนี้ออกไปจากกองทัพเรือแล้ว..ทำให้ชื่อเสียงของกองทัพเรือเสียหายก็มี ..... ข่าง..เราเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร กับคนพวกนี้...ได้แต่ทำตัวเอง ....คอยควบคุมตัวเองไม่เสียหาย...เเล้วส่งผลเสียไปสู่กองทัพเรือ....ไม่ให้ใครพูดได้ว่า ทหารเรือคนนี้แย่จริง ๆ นะ...." กินไม่เลือก" ...เท่านี้ก็พอใจแล้วนะ..ข่าง"

 " แค่นี้พอแล้วที่จะตอบแทนกองทัพเรือ..ขณะนี้."...ข่างว่า

 "นั่นนะซิข่าง อั้ว จึงตั้งคำถามถามไปว่า จำเป็นหรือว่า คนที่จบจากโรงเรียนนายเรือต้องดีทุกคน...คนไม่ดีจะจบ...ไปทำงานอยู่ในกองทัพเรือบ้างไม่ได้หรือ ....เมื่ออั้วสอบตก ตอนเตรียม 2 จึงขึ้นไปอยู่โรงเรียนนายเรือช้ากว่าลื้อไปหนึ่งรุ่น คือ แทนที่จะเป็น นักเรียนนายเรือรุ่น 55 กลับกลายเป็น นักเรียนนายเรือรุ่น 56 รุ่นธีระ (พล.ร.อ.ธีระ  ห้าวเจริญ ร.น.)นั่นละ...ปัญหามันยังไม่จบแค่นั้นนะ..ข่าง...เมื่อขึ้นไปอยู่โรงเรียน นายเรือแล้ว มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาพัวพันธ์มากมาย...ทำให้เกิดความยุ่งยาก รุกราม...รุนแรง กันไปใหญ่โตถึงที่บ้านซอยองค์รักษ์ด้วย...."

"คนเดิมหรือเปล่า.."

"คนเดิมนั้นละ.....ผู้กญิงกับผู้ชาย..ข่าง..ลื้อก็รู้อยู่แล้ว...เมื่อใกล้ชิดกัน..อะไรมันจะเกิดขึ้น...ตอนนั้นเมื่อมันเกิดขึ้น...อั้ว...เสียใจ และ ตกใจมากเลย...นึกอยู่เสมอว่าเราทำไม่ถูกแล้ว...น่าอับอายขายหน้ามาก ...มิเสียแรงที่พ่อ-แม่อบรมสั่ง สอนมา..อบรมมา...คุณย่าก็บอก...บอกว่า...อย่าอยู่ใกล้สองต่อสองกับผู้หญิง...เสียหายหมด.....ข่าง...พออั้วกลับจากฝึกภาคทะเล ...ตอนนั้นสามเม็ด(ปี 3)แล้ว โรงเรือน หยุด เจ็ด วัน .....อั้วแต่งเครื่องแบบ..ห้อยมีดเห็บด้วยนะ...ขึ้นรถไฟไปหาพ่อแม่ของผู้หญิงคนนั้น ไปคนเดียว..ที่ต่างจังหวัด ทางภาคใต้....พอไปถึง..ไม่ต้องพูดพล่ำทำเพลงกันละ เพราะเวลาไม่มี....อั้วบอกกับพ่อ-แม่เขาเลยว่า อั้วได้-เสียกับลูกสาวของเขาแล้ว...แต่ตอนนี้ยังแต่งงานให้ไม่ได้....เพราะยังเป็นนักเรียนอยู่...เมื่อไรจบแล้ว..จะแต่งงานให้ทันที....แต่นับ...ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป เมื่อลูกสาวเขาไปเรียนในกรุงเพฯ อั้วจะออกค่าใช่จ่ายให้ทั้งหมด...ไม่ต้องเป็นห่วง.....ข่าง...ลื้อรู้ใหม...พ่อของเขาชอบอั้วมากเลย...ชมอั้วต่อหน้าด้วยว่า...นี่ละคือชายชาติทหาร..."  ผม..ผม..หยุดเล็กน้อยแล้วจึงเล่าต่อ....

"เมื่ออั้วกลับจากปักษ์ใต้แล้วก็ไปเล่าให้..เข้..(พล.ร.ต.ประมวล ธรรมสุวรรณ)ฟังทั้งหมด...เข้..จึงรู้เรื่องระหว่างอั้วกับผู้หญิงคนนั้นเป็อย่างดี...และ บอกว่าไม่เป็นไร จะช่วยหาบ้านเช่าให้ .... นายก็รู้นี่ ข่าง...ตอนนั้นเราเป็นนักเรียน ยังไม่มีเงินเดือน..เมื่อเป็นอย่างนี้ จึงต้องเอาเงินจากทางบ้าน...คุณ พ่อให้มาเดือนละ 500 บาท พอบาง ไม่พอบ้าง...  เดือนใหนไม่พอก็ต้องขอเพิ่ม จากคุณพ่อ...เป็นอยู่อย่างนี้ จนกลางปีการศึกษา พ.ศ.2505...เขามากรุงเทพฯ มาเรียนต่อได้ระยะหนึ่ง ...อั้วก็ทำตามที่สัญญาไว้ทุกประการ....เวลาผ่านไป..จากต้นปี  เป็นกลางปี...วันหนึ่ง..เพิ่อนของ..เข้...ก็มาบอกว่า เห็นผู้ชายอยู่บนบ้าน กับผู้หญิงคนนั้น....วันนั้นพอแถวสองทุ่มแล้ว...อั้วก็ปีนกำแพง...โบกรถโบก กลับเข้ากรุงเทพ ตรงไปที่บ้าน.....เห็นผู้หญิงคนนั้นนุ่งผ้ากระโจมอกคุยกับผู้ชายอยู่จรงตรงตามที่เพื่อนของ เข้ มาบอก.....อั้วก็ไม่ว่าอะไร....เฉย ๆ แต่หันไปพูดกับ ผู้ชายคนนั้นว่า คุณมาคุยกับน้องสาวของผมกลางคืน ค่ำมืดอย่างนี้บนบ้านผม ไม้ถูกแล้ว....เรียนอยู่ที่ใหนละ ....พอเขาบอกให้แล้ว....ผมก็บอกว่า..ออกมาได้อย่างไรละ กลับโรงเรียนไปได้แล้ว....เมื่อผู้ชายคนนั้นออกจากบ้านไปแล้ว อั้วก็กลับโรงเรียน....ไม่ได้พูดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแม้แต่คำเดียว....พอกลับมาถึงโรงเรียน ...อั้วก็เขียนจดหมายไปบอกพ่อแม่เขา..เหมือนกับที่เล่าให้ลื้อฟังนี่ละ ...แล้วต่อท้ายด้วย...ผมขอเลิกสัญญาที่ให้กับท่านทั้งสองทั้งหมดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ....เพราะผู้หญิงอย่างนี้...เป็นภรรยาของนายทหารแห่งราชนาวีไม่ได้..  .จึงเรียนมาเพื่อขอบอดเลิกสัญญาทั้งหมด..."..ผม หยุดเว้นระยะ นิดหน่อย แล้วจึงเล่าต่อ..

"ข่าง...ลื้อคงจำได่นะ  ตอนนั้นนักเรียนสามัญเขาสอบก่อน...พอสอบเสร็จเขาก็กลับบ้าน ...พ่อแม่เขาก็เอาจดหมายของอั้วให้ดู....เท้านี้นเอง...เขาก็มาที่โรงเรียน ร้องห่มร้องให้  อาระวาดใหญ่ อั้วต้องหนีเข้าไปข้างในโรงเรียน...ข่างเอยมันไม่จบแค่นั้น นะซิ....รุ่งขึ้นผู้หญิงคนนั้นมาอีก ตอนนี้เอาปืนมาด้วน.....อั้วไม่ออกไป แต่หนีออกจากโรงเรียนทางโรงน้ำแขง..กลับบ้าน...หลับไปถึงบ้านคุณพ่อถามว่า แกมาทำไม....อั้วโกหกว่า...โรงเรียนหยุดให้ดูหนังสือ....แต่รุ่งขึ้น นายทหารจากโรงเรียนก็ไปที่บ้าน...มี ครูสุบิน  ยิ้มเนียม..ครูหยวก  ญาดี..ครูเสริม  หัตถโกศล  ไปเล่าเรื่องทั้ดให้คุณพ่อฟัง ..คุณพ่อจึงให้กลับโรงเรรียน....เมื่อกลับมาถึงโรงเรียน เข้ารายงานตัวกับครูยงสุข สุนทรนาค...อีกสองสามวันต่อมาจึงมีการประกาศโทษต่อหน้าแถว ที่หน้าเสาธงหลังจากเคารพธงชาติแล้ว....และวันนั้นเองเมื่อกลับถึงตอน...อั้วจึงบอกกับเข้...ให้เอาหนังสือไปคืนคลังตำราให้ที่  แล้วก็เก็บเสื้อผ้าใส่ถุงทะเล แบบออกจากโรงเรียนนายเรือมาตั้งแต่วันนั้น...จนวันนี้..." ผมหยุดเว้นระยะเล็กน้อย

"แล้วจะโทษใครกันละ....ข่าง ...ใคร  คือ ต้นเรื่อง หรือต้นตอของความผิดผลาดในการกระทำ กับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้....เช่นเดียวกันกับ ...น้ำป่าใหลบ่ามาแรงเหตุ ..เพราะตัดไม้ทำลายป่ากันมาก จึงไม่มีอะไรกั้น และกันน้ำ ทำให้บ้านเรือนของราชฎรเสียหาย พังทลายไปหลายนสิบหลัง ข่าง...ลื้อกล้าโทษราชฎรได้ลงคอหรือว่า... "ราชฎร สร้างบ้าน ไม่ดี... ไม่เข็งแรง" ... บ้านจึงพังเพราะทนกระแสน้ำไม่ได้ "....ข่าง ไม่ตอบ แต่บอกว่า เย็นมากแล้ว ...สี่โมงกว่า...กลับกันดีกว่า เพราะต้องเดินทางอีกไกล จากสระบุรี ถึงกรุงเทพฯ ต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงเพราะ รถอาจติด"

"ไป กลับ"

*******************

 

 สวัสดีครับ....สวัสดี....เพื่อน (ร่วมชาติ)....

จริง ๆ ที่ว่างตรงนี้ เก็บไว้เล่าเรื่องที่คุยกับเพื่อนที่ชื่อว่า น.ต.สูพร เจริญสุข ร.น. หรือมีชื่อเล่นที่เพื่อนหรือใครตั้งให้ก็ไม่ทราบว่า "ข่าง" ...ไม่รู้เหมือนกันว่า ข่างนั้นมีความหมายว่าอย่างไร หรือว่ามาจากคำว่า "ลูกข่าง" ....น่าจะใช่...เพราะคนนี้เป็นคนตรงไปตรงมาพอสมควรจึงชอบกัน ....ยังมีเรื่องอีกมากที่เราคุยกันในระหว่างที่เราเดินทางกลับจากสระบุรี มีเรื่องที่สำคัญที่เราได้ปรึกษาหารือกันว่า  ในระหว่างนี้....ในยามสงบ...สมัยก่อนเมื่อตอนสงครามเย็นยังไม่สงบ ...เราก็อาจจะพูดได้ว่า ..."ต้องเตรียมรบให้พร้อมสรรพ"...แต่ตอนนี้สงครามเย็นไม่มีแล้ว...จึงต้องคิดกันใหม่....คิดกันว่า...จะทำอย่างไรดีที่จะให้ ..ประชาชนพลเมืองไทย ...ทั้งชั้นสูง ..ชั้นต่ำ ..ทั้งชาวไร่-ชาวนา...รู้จัก..และ..มองกองทัพเรือให้มีความหมายมากกว่านี้ (จำใว้นะ "วันนี้ยอ พรุ่งนี้ด่า ไม่ใช่ขี้ข้าปากของใคร )....เราคุยกันมาตลอดทางเดินทางจนถึงกรุงเทพฯ .....

  **แต่ตอนนี้  ผมขอตัดตอน และเว้นวรรคไว้ก่อน นะครับ สำหรับเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีที่สำคัญหลายเรื่องทีกองทัพเรือควรทำในยามสงบ...ควรทำ แต่ยังไม่ได้ทำ ....แล้วก็ยังไม่ได้คิดด้วย..จริง ๆ แล้ว ..คิดแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำเพราะ  "คิดไม่ออก" เมื่อคิดไม่ออกจึงไม่ได้ทำ ..ไม่ทำเพราะยังมองไม่เห็นประโยชน์ ที่มองไม่เห็นประโยชน์น่าจะมาจาก วิสัยทัษณ์..ว่ายาวหรือสั้น..ว่าแคบหรือกว้าง...จริง ๆ แล้วคนเรานั้นอย่าทะนงตัวให้มากนักก็จะดี....ดีเพราะจะรู้เรื่อง ต่าง ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนได้มากขึ้น แล้วก็จะได้นำมาดัดแปลงแก้ใขให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับหมู่คณะและชาติบ้านเมืองที่ตนรับผิชอบอยู่ส่วนหนึ่ง .....จำใว้นะน้อง...."คนที่ฉลาดที่สุด ก็อาจจะทำอะไรที่โง่ที่สุดได้เหมือนกัน".....นะครับ...นะครับ...แต่ผมจะร่วมกับ เพื่อน ๆ ช่วยกันคิดให้ (พล.ร.อ.สำราญ ผลเจริญสุข ร.น. เมื่อพบกับผมครั้งสุดท้ายที่ โรงแรมแถวสะพานซังฮี้ ฝั่งธนบุนี เมื่อหลายปีมาแล้ว ได้บอกว่า "สัย...อั้วเสียดายลื้อมากเลย ใจร้อนไปหน่อย...ถ้าอยู่ในกองทัพเรือ กองทัพเรือจะได้อะไรจากลื้ออีกมากเลย"....ผมไม่ตอบ...เพียงแต่ยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น... "ผี" (พล.ร.อ.สำราญ ผลเจริญสุข ร.น. )....พูดเหมือนกับที่ ครู พล.ร.อ.จิตร สังขดุลย์ ร.น. พูด .....แต่..ท่านพูดอย่าง ผู้ใหญ่สอนเด็ก ...พูดอย่างครูสอนลูกศิษย์....หรือเด็กตัวเล็ก ๆ ที่หลงเข้าไปในอยู่ในวังวนของความไม่เป็นธรรมดา ....จนต้องกระเด็นหลุดออกมา .....ออกมาก็เกือบจะช้าเกินไป เพราะประสาทสำผัสที่เร็วเกินไป และขาด วิจารญาณ ที่ดี...ที่ได้เข้าไปอยู่ในวังวนนั้น...ด้วยความรัก ความตั้งใจดี... แน่วแน่ ...และมั่นคง...อย่างจริงจัง และจริงใจ (ความจริงจัง และ จริงใจกับผู้อยู่รอบข้างมากเกินไป อาจเป็นอันตราย ถึงชีวิตได้ เช่นเดียวกับ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว บรรพบุรุษท่านหนึ่งของผมก็ได้) อย่างมาก....โดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ....แต่ก็นับว่าดีนะ...ที่ออกมาได้อย่างปลอดภัย...เพื่อน ๆ ในกองทัพเรือไม่มีใครรู้....ไม่มีใครทราบ ว่า ผมถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ญาติโดยสายเลือด กับ "พล.ร.อ.จิตร สังขดุลย์ ร.น."  แต่ก็เหมือนกับญาติกันครับ....ทั้งนี้เพราะพี่สาวของ ครูจิตร ..คือ "ป้าจบ". ..ของผม...เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของครูจิตรฯ...ครูจิตร ฯ เป็นน้องชาย แท้ ๆ ของ "ป้าจบ" (พ่อ แม่เดียวกัน) ..ป้าจบมาแต่งงามกับคุณลุงแท้ ๆ ของผม...... คือ ม.ร.ว. นิมิตรมงคล นวรัตน์...ป้าจบ และ ครูจิตร จึงกลายมาเป็นญาติกับผมด้วยประการละฉะนี้..ครับท่าน...)

..................

 " เป็นอย่างไร "จบ"(พล.ร.ท.บวร มิ่งเมือง ร.น.)...เพื่อนรัก .....ตอนนี้ พอจะรู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนมากขึ้นหรือยัง....อีกนิดนะ "จบ"....เพื่อนรู้แล้วนะว่า เรา(ผม) มีเลือด "มอญ" ผสมอยู่ภายในเล็ก ๆ น้อย ๆ  ส่วนหนึ่ง ...ครู จิตร หรือ พล.ร.อ.จิตร สังขดุลย์ ร.น. ก็เหมือนกัน ท่านก็มีเช่นกัน....ยังมีอีกคนหนึ่งที่สืบเชื้อสายมาจาก "มอญ" และเป็นญาติกันผม เหมือน ๆ กับ ครูจิตร คือ พล.ร.อ. จุมพล บัวทรัพย์ ร.น. จุมพล มาแต่งงานกับน้องสาวของเพื่อน...หรือ /คือ น้องเขยของเพื่อนเอง  ....จุมพล(จุ๋ม) จึงเข้ามาเป็น ญาติกับเพื่อนด้วย จุ๋มเคยมาเป็นต้นเรือของเพื่อนอยู่ระยะหนึ่งเมื่อประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว ตอนนั้น จุ้มยังเป็น "เรือเอก" อยู่เลย ...ทางบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด ได้ขอยืมตัวจุ้มมาจากกองทัพเรือ...แล้วทางบริษัท ไทยเดินเรือทะเล  ก็ส่งจุ้มมาเป็นต้นเรือ เรือสมุทรปราการ ซึ่งตอนนั้นเพื่อน เป็นผู้บังคับการเรือสมุทรปราการอยู่..นะเพื่อนนะ....เอาแค่นี้ก่อน..พอก่อน ...ตอนนี้ ปีใหม่แล้ว...นะ ..ขออำนวยพรให้เพื่อนมีความสุขในปี 2551 มาก ๆ นะ...เพื่อน"

   - มีเด็ก ๆ ถามมาว่า พรรคการเมืองที่ชื่อว่า "เสรีมนังคศิลา"นั้นมีด้วยหรือ ? ผมตอบไปว่า "มี...แล้วจะเล่าให้ฟัง"

 ************************

   ครับท่าน ...อีรุงตุงนังไปหมดแล้ว...ผมเป็นหนี้ท่าน ๆ ไว้หลายเรื่อง  ผลัดวันประกันพรุ่งมาเลื่อย ยังไม่ได้ตอบสักเรื่อง ....คือ

  1. เรื่อง Capt.Adisai's Formular  :-

MP  =  7915.704Log(Tan(45 + 1/2(Lat - 0.19295613Sin2Lat)))

นั้นผมทำขึ้นได้อย่างไร ?... ตอบ (ง่าย ๆ นะครับ) มันมาจาก การ Integrated Sec Lat dLat....และ ถ้าเป็น Meridian Parts ของ Lat ใด ๆ คือ ตั้งแต่ Lat 0 องศา ถึง Lat ใด ....เราก็ Integrated Sec Lat dLat...ตั้งแต่ 0 ถึง Lat นั้น ๆ .....ก็เท่านั้นเอง....ไม่ยาก ....แต่ก็ไม่ง่านนะเพื่อน....ลองซิ..ลองทำดู...จะได้รู้ว่าเพื่อนทำได้หรือไม่...เพราะมันยังมีอะไรอยู่อีกมากมาย ที่จะนำไปสู่ การเกิดเป็นสูตรนั้น  แต่ผมจะยังไม่บอก ...ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะเพื่อนนะ....เพื่อให้เพื่อนลองทำดู....คิดและทำด้วยตัวเอง แล้วเพื่อนจะรู้ว่ามันไม่ง่ายนัก...ลองซิครับ

ตามที่ได้เรียนให้ทราบไปแล้วว่า ผมทำสูตรนี้ขึ้นมาจากสมมติฐานของโลกที่เป็นทรงกลม....แต่จริง ๆ แล้วโลกของเรากลมคล้ายผลส้ม...เพราะฉะนั้นใน LAT สูง ๆ ผลของการใช้สูตรนี้คำนวนหาค่าของ Meridian Part จึงไม่ถูกต้อง....ต้องตัดแต่งค่าของตัว K เล็กน้อย .....เมื่อแก้แล้วจะใด้สูตรใหม่เป็น :-

M.P.     =      7915.15Log(Tan(45 + 1/2(Lat - 0.1929166Sin2Lat)))

สูตรข้างบนนี้นำไปใช้งานได้เลยนะครับท่าน..

ใน Mercator Sailing ครับท่าน

***********  

2. การวัดระยะจากดวงอาทิตย์มายังโลก และ-หรือ ดาวพระเคราะห์ต่าง ๆ

นั้นเขาทำได้จากการใช้  Polar and Cylindical Coordinate.....ใน Canculus   "ตำนวน" ออกมา ประกอบกับ หลักการของ Kepler's Law และ Newton's Law .... โดยยึดหลักการเบื้องต้นว่า ... ถ้าให้วัตถุใด ๆ  หมุนไปบนระนาบโค้ง (Plan Curve) สมการที่เกิดขึ้นจะเป็นสมการเชิงมุม (Polar Coordinate) ซึ่งมีความเร็ว , ความเร่ง และ ระยะทาง เป็นหน่วยความยาว (Vactor) หรือ Unit Vector  นั่น คือ จุดเริ่มต้น.....แล้วก็ว่าไปเลื่อย ๆ จนในที่สุดจะได้ เป็นระยะทางระหว่าง ดวงอาทิตย์กับ ดาวพระเคราะห์ ต่าง ๆ...ค่าของ " e " (Eccentricity)  มวลสาร (M) และระยะเวลา(T)ที่ดาวพระเคราะห์แต่ละดวงหมุนรอบดวงอาทิศย์ เป็นต้น....เพื่อนลองคำนวนดูเล่น ๆ บ้างก็ได้นะครับ เราไม่ว่ากัน นะครับ...จะได้หรือไม่ได้...เพราะเรื่องนี้ยากและยาวมากนะครับ

***************

  3. เรื่องของพรรคเสรีมนังคศิลา นั้นก็สนุกนะครับ...ท่าน...ผมจะเล่าให้ฟัง...แล้วท่านก็เปรียบเทียบเอาเองก็แล้วกันว่า..."สมัยนั้นกับสมัยนี้(คือสมัยตุ้งแช่ ๆ ๆ ๆ...")  นั้น ต่างกันตรงใหน อย่างไร ?

 

*********************

  - ผมมีน้าเขยคนหนึ่ง...ท่านเคยเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มาก่อน เมื่อหลายปีมาแล้ว ...เคยพูดกับผมว่า

 " นายแอ๊ด(ชื่อเล่น ๆ ของผม) ...แกเรียนในโรงเรียนนายเรือก็ไม่จบ .... แล้วจะไปทำมาหากินอะไร...ดู อาว์นี่ซิ..ปริญญาเอกจาก อเมริกา อาว์โว้ย ดอกเตอร์ โว้ย...ตอนนี้ C11 แล้ว..โว้ย" 

 อาว์ดม เป็นคน ชอบคุยโวโอ้อวด (พูดง่าย ๆ คือปากเสีย) ...แต่ใจดี...รักลูกรักหลาน...รักพี่รักน้อง...รักลูกน้องด้วย...แต่ปากเสีย...จึงไม่ต่อยมีใครชอบ...แต่ผมชอบ...เพราะแกเป็นคนจริงใจ...ปากกับใจตรงกัน...ผมคิดว่า "คนอย่างนี้ต่างหากที่คบง่ายกว่า"...ท่านคือใคร ?... ท่าน รู้ใหมครับ ... ท่านคือ... ใครไม่บอกดีกว่า....ผมฟังท่านพูดอย่างนี้ หรือ ทำนองนี้มาไม่รู้ว่า กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว....ผมเป็นคนที่ไม่ ชอบต่อล้อต่อเถียงกันในเรื่องที่ไม่เข้าเรื่องมานานแล้ว......แต่การไม่ชี้แจง จัดการโต้ตอบบ้าง...ตนที่รังแกคนอื่นก็ได้ใจ...สนุกปาก...ภาคภูมิใจในความไม่รู้จักอะไรควร อะไรไม่ควร ของคน ๆ นั้นเอง หรือพูดง่าย คือ "ยิ่งยอมยิ่งเหยียบ"........อาว์คม..เป็นคนหนึ่งที่...ไม่รู้จักพอเหมือนกัน...คือไม่รู้จักความพอดี...ไม่รู้จักจบ...ไม่ทราบว่า แกมีความประสงค์อะไร...หรือต้องการกระตุ้นให้ผมมีมานะอดทนสร้างเนื้อสร้างตัวให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ขณะนั้น หรืออย่างไรอย่างหนึ่งผมก็ไม่อาจจะทราบได้....มีครั้งหนึ่งท่าน...พูดไปพูดมาท่านก็เอาโฉนดที่ดินมาให้ผมปึกหนึ่งประมาณ 5 - 6 ใบเห็นจะได้... แล้วบอกว่า ..."เอาไปขายให้อาว์ที"...ผมถามว่าของใคร ?...อาว์ดมก็บอกว่า..."ของ ชช"...ผมก็บอกว่า ผมขายไม่เป็น...ไม่รู้จะไปขายให้ใคร....บางครั้งท่านก็มาบอกกับผมว่า .."อาว์นี่โว้ย...นายแอ๊ด..ขณะนี้อาว์ได้สายสะพายสองเส้นแล้ว...โว้ย"....แกเป็นคนที่ไม่รู้จักจบ จักสิ้นจริง ๆ ...วันนี้..ผมคิดในใจว่า ต้องเบลกให้อยู่ มิเช่นนั้นจะไปกันใหญ่ เมื่อคิดได้เช่นนี้ ผมจึงบอกกับอาดมว่า ..

."อาว์ดม..เป็น ดอร์คเตอร์ ได้ C11 ได้สายสะพายสองสามเส้น...หรือได้เหริญอะไร ต่อมิอะไรมากมาย จะกี่อันมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผม...แต่ที่สำคัญ.... อาว์ดมรู้ใหมครับ...อย่างอาว์คมนั้นนะ...ถ้าไปทำงานเรือกับผม เป็น ลูกเรือของผม... ผมยังไม่เอาเลย...เพราะอาว์ดมไม่รู้เรื่องเรือเลย การเป็นดอร์คเตอร์ของอาว์ดมไม่ได้หมายความว่า อาว์ดมจะมีความรู้ไปในทุกเรื่อวราวก็หาไม่ เพราะฉะนั้นการเป็นดอร์เคอรของอาดมจึงไม่มีความหมายสำหรับผม..นอกจากนี้การลงไปอยู่ในเรือกับผม...นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว...ยังทำให้หนักเรือ เสียข้าวสุขเปล่า ๆ ด้วย"

และ..ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา... จนกระทั่ง ตายจากกัน อาว์ดม แกไม่เคยพูดอะไร เป็นทำนองยกตนข่มท่าน กับผมอีกเลย....มันก็แปลกดีนะ...ครับท่าน...

ต้องขออภัยเป็นอย่างมากที่ต้องยกเรื่อง อาว์ดมมาเล่าให้ฟัง...เพราะยังมีเพื่อน ๆ ผมอีกมากมายหลายท่าน...ที่ชอบยกตนข่มท่าน แม้แต่ นายพลก็เช่นกัน...ท่านเหล่านั้น มีความรู้มากมายในเรื่อง ต่าง ๆ แต่ในบางเรื่องก็ไม่รู้เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่น่าจะรู้ เช่น นายพล ในกองทัพเรือ ท่านก็น่าจะรู้เรื่องเรือให้กว้างขวาง แตกฉานทั้ง เรือรบ และ เรือสินค้า  ..เรือรบ กับเรือสินค้าไม่เหมือนกัน...ไม่เหมือนกัน เพราะภาระกิจมันไม่เหมือนกัน...ในเมื่อภาระกิจมันต่างกัน  กิจกรรมต่าง ๆ มันก็ต่างกัน...เรือรบมีไว้ต่อสู้ รบราฆ่าฟันกับสัตรูผู้รุกล้ำน่านน้ำไทย...หรือ พูดง่าย ๆ คือไว้ใช้ในยามสงความ...(สงครามที่มีแต่ความหมดเปลือง)...การทำ "ยุทธนาวีกัน"...ในรูปแบบต่าง ๆ เรือรบจึงมีหลายรูปแบบ แตกต่างกันออกไปตามภาระหน้าที่...ที่จะใช้ในการสงคราม  เรือ  สินค้า มีหน้าที่ในการขนสินค้า..มีหน้าที่หาเงินเข้าประเทศในยามสงบ...สร้างสรรค์ความอยู่เย็นเป็นสุขให้ประชาชนในยามสงบ....เมื่อเป็นเช่นนี้ การต่อเรือรบ  การฝึกคนลงไปทำงานในเรือจึงไม่เหนือกับเรือสินค้า....ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง....ทั้งรูปแบบของเรือ และการฝึกอบรมคนประจำเรือเพื่อลงไปปฏิบัติงานในเรือ    นอกจากนี้ยังมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ความรู้สึกนึกคิด มันยังไม่ตรงกัน....จึงยังไม่อาจจะนำความรู้ที่ได้จากกองทัพเรือออกมาทำงานข้างนอกใน "กองเรือพานิช" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ....นี่ละคือสิ่งที่เรา "ชาวสามสมอ" ต้องปรับใหม่เพื่อให้ใช้งานได้ทันกับเหตุการภายนอก...อย่าทำอย่างเต่านะน้อง....เต่าทำอย่างไรหรือ ?...เต่าส่วนมาก ถ้าไม่หิวก็จะอยู่เฉย ๆ นอน... ๆ....ๆ แล้วก็นอน...ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมใด ๆ ทั้งนั้น....ไม่ต้องการรู้เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น...บางทีเราก็เรียกว่า "เต่าจำศิล"...เมื่อเต่าจะนอน..หรือจำศิล....เต่าก็จะเอาหัวหดเข้าไปอยู่ในกระดอง...เพื่อความปลอดภัย....นั่นคือความเข้าใจของเต่า...แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ปลอดภัยอะไรเลย....แต่ในทางตรงกันข้าม...มันกลับจะมีอันตรายมากขึ้นเสียอีก เพราะเมื่อเอาหดเข้าไปอยู่ในกระดองแล้วก็จะไม่เห็นสัตรูที่ย่องมาด้านหลังได้ ......ท่านครับ ........เมื่อวันงานสังสรรค์ที่โรงเรียนนายเรือ จัดขึ้นเนื่องจากโรงเรียนนายเรือมีอายุครบ 100 ปี วันนั้นผมก็ไปด้วย....เจอเพื่อนเก่ารุ้นเดียวกันมากมาย ทั้งรุ่นพื่รุ่นน้อง ด้วย ....เจอหลาย ๆ คนที่ไม่ได้เจอกันนาน จึงทำให้รู้สึกว่ามีอะไร ต่อมิอะไร ที่เปลี่ยนไปมาก ...ผมไปเจอพี่กำจัด .... พี่กำจัดบอกว่า "ศัยมาเจอพี่วันนี้ ดีมาก ต่อไปจะมีอายุยืน"...ผมก็ตอยกลับไปว่า "ขอบคุณครับ พี่".....แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า เจอพื่กำจัดแล้วจะอายุยืนได้อย่างไร ...จึงคิดอยุ่เสมอ ว่า อยากจะเจอพี่กำจัดอีกสักครั้ง เพื่อจะได้ถามว่า "ทำไมพี่จึงบอกว่าเมื่อผมเจอกับพี่แล้ว ผมจะอายุยืน...ผมสงสัยมากครับ".

  ในวันเดียวกันนั้น...ผมไปนั่งอยู่ในโต๊ะของ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ ร.น. อยู่ตรู่หนึ่ง ในโต๊ะนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายคน...เช่น พล.ร.ท.วิสิทธิ์ เผ่าทองสุข ร.น....ครั้งสุดท้ายที่พบกันนั้นเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรืออยู่ อีกคนหนึ่งคือ พล.ร.อ.ประภัทรเผ่า ปัญญาชีวะ ร.น. รองสมุหราชองค์รักษ์...ประภัทรเผ่า เป็นนักเรียนนายเรือ "ตำรวจ" ฝากเรียน เมื่อเรียนจบจาก รร.นร. แล้วจึงกลับไปรับราชการในกรมตำรวจ กรมตำรวจส่งไปเป็น ตำรวจราชองค์รักษ์ จนได้ยศเป็น พล.ต.อ.แล้วจึงขอย้ายกลับมากองทัพเรือ....ระหว่างที่เรานั่งคุยกันนั้น วิสิทธิ์ ได้เล่าให้เพื่อน ๆ ในโต๊ะนั้นฟังว่า ;-

"เมื่อปีที่แล้วสัยไปหาที่กรมยุทธฯ...เอานามบัตรส่งให้ทหารนำมาให้...ในนายบัตรเขียนว่า กัปตัน อดิศัย....จึงให้ ทหารไปค้นธรรมเนียบดูประวัติการศึกษาของ นายนาวาเอกอดิศัยดูตามที่สัยมาขอ...ทหารกลับมาบอกว่า ไม่มีนายนาวาเอกอดิศัย พะลายานนท์ อยู่ในธรรมเนียบ...."

ตอนนั้น...ขณะนั้น...ผมฟังแล้วก็ไม่ได้โต้ตอยอะไร...ไม่อธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะมันไม่ถูกกาละเทสะ...เพียงแต่นึกในใจว่า "ทั้งนายและลูกน้องพอกัน"...คือไม่รู้อะไรข้างนอกเลย

เช้าวันรุ่งขึ้นผมรีบต่อโทรศัพท์ไปหาประธานนายทหารเรือรุ่น 06 หรือนักเรียนนายเรือรุ่น 56 คือ พล.ร.อ.สุขชาตื เลืศล้ำ ร.น. อธิบาบให้ฟังว่าที่ วิสิทธิ์พูดเมื่อคืนไม่มีอะไรผิด ถูกหมด...เพียงแต่ไม่เข้าใจเรื่องข้างนอกกองทัพเรือเท่านั้น...น่าจะเปิดหูเปิดตาออกสู่โลกภายนอกบ้าง กล่าวคือ ในกองเรือสินค้าซึ่งเป็นกำลังสำรองของกองทัพเรือในยามสงบควรจะรู้ไว้บ้าง ก็ยังไม่รู้...เมื่อไม่รู้...จึงไม่เข้าใจความหมายของคำว่า กัปตัน (Captain)....รู้อยู่อย่างเดียวว่า ถ้าเขียนคำนำหน้านามว่า Captian) แล้วนั่นหมายความว่าคน ๆ นั้น จะต้องเป็น "นายนาวาเอก" เท่านั้นหรือ....ทำไม..อะไร...ๆ...มันจึงเป็นอย่างนั้น...ถ้าไม่ใช่เพราะความเข้าใจในแก่นแท้ของภาษาอังกฤษที่ผิด ๆ ผมได้อธิบายให้สุขชาติฟังจนเป็นที่เข้าใจแล้ว ....สุขชาติจึงรับว่าจะไปชี้แจงให้วิสิทธิ์ฟังต่อไป ....และ...นี่ก็เป็นเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ใน Web นี้ ...ผมมักจะเขียนชื่อตัวเองว่า กัปตัน อดิศัย พะลายานนท์ M.Mnr.(Master Mariner) หรือ Capt.Adisai Balayananda M.Mnr.  ไว้ในหลายที่หลายแห่ง..ทั้งนี้เพื่อให้..."ท่านที่สำคัญตัวเองผิด ..คิดว่ารู้ ... แต่ไม่รู้ ... ได้รู้ไว้บ้าง" 

 

******** 

 

****ฝากไว้กับรัฐบาลชุดเลือกตั้งโดยประชาชน****

 เพื่อเป็นแนวทางแก้ใขปัญหาของชาติ 

  ชาติของเราบอบช้ำมามาก ถึงเวลาแล้วที่เราคนไทย (คนไทยในที่นี้ผมหมายความว่า ผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินนี้ที่ยอมรับ ด้วยความเต็มใจว่า เขาคือคนไทย ที่ดี ที่ตั้งมั้นอยู่ในศิลในธรรม มีจริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ฯล)ผู้เป็นเจ้าของประเทศทุกคนจะต้องรวมพลังกันต่อต้าน การแอบแฝงเข้ามาหาผลประโยชน์ ในบ้านเมืองของเรา...จนออกลูกออกหลานเต็มเมืองไปหมด...จำเป็นเหลือเกินที่เราจะต้อง รวมพลังกัน.... เพื่อให้เกิดเป็น..."พลังประชาชน" ... ต่อต้าน กำจัด ..ขับไล่..ขุดรากถอนโคน... ผีห่าซาตานที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยออกลูกออกหลาน..โกงบ้าน ..กินเมือง...จนเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด จึงจำเป็นเหลือเกินที่เราจะต้องร่วมมือ ร่วมใจกันกำจัดคนเลวเหล่านั้นให้หมดไป ... ต้องทำกันอย่างจริง ๆ ได้แล้ว ...ถ้าทำไม่ได้ ...หรือไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ...ให้ไปอ่านหนังสือ ที่นายจอห์น คันเทอร์ เขียนไว้เรื่อง..."อินไซด์เอเชีย" เป็นต้นแบบ..นะ.. ครับท่าน ... ขอท่านได้โปรดพิจารณาดูให้ดี ๆ แล้วจะเห็นว่า .... ในบ้านเมืองของเราขณะนี้ มันเต็มไปด้วยบุคคลช่อฉน...ช่อราชบังหลวง...คดโกงกันเองในกลุ่ม..หรือในหมู่เดียวกัน....ในหมู่บ้านเดียวกัน...ในจังหวัด หรือ ชาติ และประเทศเดียวกัน...คิดร้าย...ใส่ร้ายป้ายสีกัน ...จนคนดี ๆ ที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะมาช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียม ...เท่าทัน .. นานาอารยะประเทศ..ทำไม่ได้...อยู่ไม่ได้...ต้องระหกระเหน เร่ร่อน ไปอยู่ในต่างแดน....แล้วขนเงินจำนวนหมาศาลเข้าไปใช้จ่ายในประเทศนั้น ๆ ทำให้ประเทศเหล่านั้นมีฐานะทางเศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น...บางคนถึงกับต้องล้มหายตายจากไป ...เมื่อล้มหายตายจากไปแล้ว อ้ายพวกอุบาทชาติชั่ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวหน้ากบฎ คือ "เจ้าพระยาจักรี" ) เหล่านั้นจะได้อะไรขึ้นมา ....ไม่ได้อะไรเลย...นอกจาก....ความสะใจ....หรือแค่ออกมายิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ ... เหมือนจะประกาศให้โลกรู้ว่า "ข้านี่ละใหญ่ที่สุดในประเทศไทย"...ผมขอเตื่อนท่าน..ผู้ยิ่งใหญ่ใว้สักนิดหนึ่งนะว่า...."ระวังนะจะเจอกับมนุษย์ระเบืด หรือ คาร์บอม"....บ้าง...อย่างที่ทำกับคนอื่นเขาไว้ ที่นี้ถ้าเจอกับตัวเองบ้างจะทำอย่างไร ....ระวังนะ...จะบอกให้.....อะไร ๆ มันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น .... แม้กระทั้ง .."สงครามกลางเมือง" ...สงครามกลางเมืองนั้น มีสาเหตุสำคัญมาจาก ราษฏร มองเห็นความไม่เป็นธรรมที่เกิดในสังคม ที่รัฐบาลทำกับประชาชน ... กลั่นแกล้งประชาชน.ฯล..ประชาชนจึงต้องรุกขึ้น..จับอาวุธ เข้าต่อสู้กับ รัฐบาล...เมื่อถึงตรงนั้น...มั่นหมายความว่า.."ประเทศไทยกำกังแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้ว"อย่างที่เกิดในประเทศบางประเทศในอาฟริกา ...เมื่อเป็นอย่านี้แล้ว "อ้ายโจรห้าร้อย" นั้นจะรับไหวหรือ ครับท่าน....น่าเสียดายจริง ๆ  .... คนที่เดินอยู่บนถนน (พวกขี้คอก) ทั้งหลาย...บางคน  บางส่วน  ไม่เคยคิด...ไม่เคยนึกถึง...นึกถึงอยู่อย่างเดียวว่า ..ทำอย่างไรกูจึงจะได้ครอบครองบ้านเมืองนี้อย่างเบร็จเสร็จ...สมบูรณ์ 100 %  เหมือนกับที่เคยรุกไล่ รุกล้ำเข้าย่ำยีอาณาจักรน่านเจ้าของ..."ชนชาติไท"... มาแล้วในอดีต .. จนเจ้าของประเทศอดรนทนไม่ได้ต้องทิ้งถื่นฐานเดินออกมา...ขณะนี้ เราบอกได้เลยว่า ..."เราถอยไม่ได้อีกแล้ว"....จำไส่หัวสมองกันไว้บ้างนะ...อย่ามัวแต่หลงระเริงกันนัก... ตลกเสียจนเกินความจำเป็น ...นึกดูให้ดี ๆ แล้วจึงจะรู้ว่าไม่มีอะไรเป็นแก่น เป็นสารเลย ... ทำกันจนลืมนึกถึง อนุชนรุ่นหลังที่จะปกครองบ้าน ปกครองเมือง ต่อไปในภายภาคหน้า จะมีความรู้สึกนึกคิด อ่อนด้อยไป หรือน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น เพราะ ขาดสมาธิที่จะขนขวายหาความรู้ใส่ตัว...มัวแต่ถูกเกณไปร้องกริด ๆ กันอยู่ในหน้า TV เสียหมด ...ชึ่งไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้วยังทำให้เสียการเรียนด้วย....เพราะเท่าที่ดูมันมากเกินไปแล้ว...มากเกินไปจริง ๆ ...มันเกินความจำเป็น จนทำไห้ลืมนึกถึงบ้านเมืองกันหมด...ถ้านั่น มันไม่ใช่การมอมเมาเยาว์ชนกันแล้ว ? ...มันคืออะไรกันนะ....ตัวแสบ...ตอบที.

"คนไทย"...โดยกำเหนิด จริง ๆ แล้ว เป็นคนที่ มีเชื้อสาย เชื้อขาติ เผ่าพันธ์ดี..เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริตด่อเผ่าพันธ์และเคลือญาติ...รักพี่ รักน้อง...อุดหนุนเกื้อกูลกัน เหมือนญาติสนิดกัน...  ฉลาด...มีความรู้ ตวามสามารถมาก...ดังจะเห็นได้จากเรื่องของ..."สงครามเก้าทัพ"...หรือ แม้แต่การ..รบเพื่อชิงเมืองพิษณุโลกของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ก็ได้..แล้วท่านจะทราบดีว่า...ที่ผมเรียนให้ทราบข้างบนนั้นไม่ผิด...แต่เมื่อหันกลับมาดู..ปัจจุบันนี้บ้าง..ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้...ทำไมมันถึงไม่รักกัน...ไม่ร่วมมือกัน ต่อสู้กับสัตรูภายนอกประเทศ...มีแต่อิจฉาริษยากัน.. ปัดแข็ง ปัดขากัน...ทำรายร้างซึ่งกันและกัน...ท่าน ..ครับ...ผมตอบเองก็ได้...ถ้าไม่มีใครตอบ..."สาเหตุที่มันเป็นอย่างนั้น เพราะมันมีเลือด ชั่ว ๆ เข้าไปผสมอยู่มากมั่นซิครับ...เลือดชั่ว ๆ เหล่านั้น มันก็ได้จากพ่อแม่ของมันนั่นเอง...ดังตัวอย่างที่ คนสวนมทุเรียนเมืองนนท์สอนลูก ...ให้ลูกคดโกงลูกค้า เอาลัดเอาเปลียบลูกค้า...และประชาชน พ่อมันแม่มัน สอนลูกมันอย่างนั้นตั้งแต่เล็ก ๆ  เมื่อเติบใหญ่ขึ้น เลือดของความคดโกงก็จะทวีความรุนแรงขึ้น ยิ่งถ้าได้เป็นใหญ่เป็นโตในวงราชการ เลือดชั่ว ๆ นี้ก็จะไปกระตุ้นเตือน จิตตใต้สำนึก..ให้กระทำชั่วมากขึ้น ถึงขั้นโกงบ้าน กินเมืองเลยทีเดียว...แต่..ตนเองไม่รู้...ที่ไม่รู้ เพราะใคร ๆ เขาก็กินตามน้ำกันทั้งนั้น...แล้วจะบอกว่า...การกินตามน้ำนั้นเป็น...พฤติกรรมชั่ว ๆ ได้อย่าไร....อะไรก็ตามถ้ามันทำตามกันมาก ๆ เข้า ...จนชาชิน...จนเคยชินมากขึ้นในคนหมู่มากแล้ว...มันจะดูเหมือนว่า..ไม่ใช่ของผิด และ เสีบหายตรงใหน....นั่นละครับท่าน เดิยวนี้มันอย่างนี้จริง ๆ นะครับท่าน...แล้วท่านคิดว่าอย่างไร...เล่าครับ ?  ...พระพุทธเจ้าพระองค์ท่านทราบดี ท่านจึงตรัสว่า "กึ่งพุทธกาล ผู้ดีจะเดินตรอก ขี้คอกจะเดินถนน"....นะครับ...ท่านครับ การที่เราจะสร้างคนดี ที่มีความรู้ความสามารถ มาช่วยกันกู้บ้าน กู้เมืองนั้นไม่ใช่ว่าจะสร้างได้ง่าย ๆ ถายในวันสองวันนะครับท่าน...อีก 100 ปี หรือ 200 ปี จะสร้างได้สักคนหนึ่ง หรือเปล่า ยังไม่อาจจะทราบได้....แต่การที่เราปล่อยให้ คนชั่ว มาตะโกน ด่าคนดี ๆ ปาว ๆ อยู่ที่ท้องสนามหลวงจึงไม่ใช่วิธีการที่ถูก ถ้าทุกอย่างถูกต้อง ต้องนำเรื่องเข้าไปว่ากันในสภา หรือ ขึ้นศาล ว่ากัน สด ๆ ชัด ๆ ขณะนี้นซิจึงจะถูกต้อง ...แต่นี่ เพราะมันไม่จริงจึงไม่กล้าทำ แต่กลับไปใช้ช่องว่างทางระบบประชาธิปไตย หรือ ช่องว่างทางกฏหมาย ที่ "นาย" เหนือหัวของพวกมันในต่างประเทศวางไว้ ยุยงส่งเสริมให้ประชาชนที่ไม่รู้เรืองอะไร รุกขึ้น ก่อกบฏภายในราชอาณาจักร เช่นนี้มันไช้ไม่ได้ มันเป็นความผิดขั้นร้ายแรงมาก แต่ แต่ทุกคนกลับแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น ทุกคนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการทำดี เป็นการถูกต้องแล้วที่ทำเช่นนั้น   นี่ละคือกระแส ของความชั่วช้าสารเลว ที่นายในต่างประเทศของ อ้ายพวกขายชาติ เหล่านั้น วางไว้ให้ เพื่อไม่ให้ ประเทศไทย เจริญรุดหน้า ทัดเทียมประเทศของมัน แล้วไป แย้งมันค้าขายทำมาหากิน ในสังคนโลก....เข้าใจหรือยัง...อ้ายชาติชั่ว....ถ้ายังไม่เข้าใจ...ก็อ่านซ้ำ หลาย ๆ รอบ ๆ ก็ได้....สักวันหนึ่ง...ระวังไว้นะ ...อ้ายชาติชั่ว...วันหนึ่ง U จะต้องถูก "ปอบุ้นจิ้นเมืองไทย" (ถ้ามี) จับตัดหัวบ้าง ในข้อหากบฏภายในราชอาณาจักรบ้าง....(แต่น่าจะสบาบใจได้นะ อ้ายชาติชั่ว  ว่าอีกนานจึงจะถึงเวลานั้น)  ที่เห็นอยู่มากมายเต็มบ้านเต็มเมืองอยู่ในขณะนี้นั้น ..คือพวกประจบสอพลอ ... พวกนายว่าขี้ข้าพลอย ทั้งนั้น...ที่เห็นเป็นคนดี ๆ มีเหมือนกัน แต่มีน้อย ....ถึงจะมีน้อย แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลยนะท่าน...นะครับ ...แต่พวกหลังนี้ส่วนใหญ่ "เดินอยู่ในตรอก" (พวกผู้ดี)...อย่างนั้นจริงหรือเปล่า ..นะครับท่าน

   - การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม  2550 ก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย .... บุคคลที่เราประชาชนคนไทย จะต้องขอขอบคุณอย่างมาก ๆ กับผลสำเร็จในครั้งนี้ คือท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ....ทั้งที่มีหลายโฉดชั่ว ต้องการจะล้มการเลือกตั้งในครั้งนี้ ...เมื่อต้องการให้เลิก.. ยกเลิกการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธค. 50 ที่ผ่านมา...เมื่อท่านนายก ฯ ไม่ยอมเลิกและ./หรือไม่เลื่อนการเลือกตั้งออกไป...มนุษย์ต่างดาว(ไม่ใช่คนสัญชาติไทย และเชื้อชาติไทย..คนพวกนี้ควร หรือสมควร จะถูกกำจัดให้หมดไปจากแผ่นดินไทย เพราะเกิดมาเสียชาติเกิด จริง ๆ แล้วควรฆ่าทิ้งเสียตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ แล้ว... เหมือน ๆ กับพวก "สปาต้า" ตัดเลือก เด็กไปฝึกให้เป็นนักรบ(อยากรู้หรือเปล่าว่า สปาต้าฝึกนักรบอย่างไร...ที่สำคัญคือ ..สปาต้าจะไม่สอนให้..นักรบของเขา...ควงผู้หญิงไปดูรักบี้ฟุตบอลแน่นอน)...นั่นละครับ...ที่ต้องกำจัดให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย มันเหล่านั้น....ทั้งฟันขาว ฟันดำ จึงออกมาแสองอิทธิฤทธิกันใหญ่....ที่ว่าฟันดำ...ฟันดำเพราะไม่ค่อยจะได้สีฟัน ....เมื่อไม่สีฟัน...ฟันจึงผุ...ผุแล้วก็ดำ....ไม่ใช้ว่าดำเพราะกินหมากนะครับท่าน...มันดำเอง....ผมหมายความถึงคนพม่านั่นนะครับ....คนพม่าเดียวนี้เขายังไม่เลิกกินหมากกันเลย...กินกันมาก...กินกันทั้งเมือง...บ้วนน้ำหมากกันสกปรกไปหมด....ยี่งบางคนฟันมันดำ...ปากมันจึงเหม็นมาก.....เข้ามาพูดใกล้ ๆ เรายังน้องเปือนหน้าหนี ....ซ้ำร้ายเข้าไปอีก....ถ้าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่เลย...แต่คนเลวเหล่านี้มาทดี...ท่าทางดี...ดูดี...แต่ใจชั่ว...จริงใหมละครับท่าน ? ...

   - เมื่อคิดให้ดี โลกนี้ประหลาด.....คนมีชื่อเสียงในเมืองไทย (ที่เขาเหล่านั้นคิดว่าเป็นคนชั้นสูง..แต่มีพฤติกรรมที่ต่ำ หรือ เลว ...คือ/ที่เดินอยู่บนถนน)....เมืองไทยใหญ่อุดมดินดีสมเป็นนาสวน ....เพื่อนรักของเรา แทนที่ จะชักชวนกันให้ช่วยสร้างชาติ สร้างประเทศ...มุ่งหมั่นทำ ...ทำความดี เพื่อชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ......รักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ....ทั้งที่อ้างกันนักกันหนาว่า ฉันนี่ละเป็นนักการเมืองมา คนละ หลายสิบปี เหมือนกับจะเอา..."ความเก่ากระลา"... (มันไม่มีประโยชน์) ขึ้นมาอวดอ้างกัน....อวดอ้างก็ดี...คนไม่รู้จะได้รู้ ....รู้แล้วก็จะได้จำเอาไว้นะ ว่า วันนี้คน ๆ นี้พูดว่าอย่างไร....พูดแล้วทำได้ตามที่พูดหรือไม่..คนที่เห็นประโยชน์ส่วนตน เหนือประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ตั้ง Condition เพื่อเอาใจมนุษย์นอกระบบ...มนุษย์นอกระบบ คือ ผู้ไม่ทำตามหน้าที่ ที่กฏหมายกำหนด ...ทำเพื่อตามใจอ้ายโม่งที่อยู่เบื้องหลัง ..อ้ายโม้ง...อ้ายโจรชั่ว อ้ายผีป่าซาตานตนนี้ มันร้ายนัก (แต่ข้างนอกดูดี ตามแบบฉบับของคนชั่ว ทั่ว ๆ ไปนั่นละครับ) ที่ว่าร้าย เพราะมันทำอะไร ไม่เคยคิดถึงความเสียหายที่จะเกิดกับบ้านเมือง คิดอยู่อย่างเดียวคือ คือ ความ "สะใจ" ที่มันจะได้รับ ขอให้กูได้แก้แค้น ที่มึงไม่ยอมก้มหัวเป็นข้ารับใช้กู....มึงจะได้เห็นอิทธิฤทธิของกู ว่ากูนี่แหละสามารถที่จะให้มึงเป็นอะไรก็ได้ ...โดยที่มันไม่ต้องคิดถึงว่าบ้านนี้ เมืองนี้จะ มีขื่อ มีแบ หรือไม่ ...อ้ายผีห่าซาตานตนนี้ มันไม่รู้จักบุญคุณแผ่นดินที่ให้มันเติบโตขึ้นมา...สิงสถิตย์มาจนทุกวันนี้ได้ ...อ้ายผีห่าซาตานตนนีมันทีอิทธิฤทธิ์มาก...เมื่อไรที่มันจวนตัวมันจะทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งจับ..."พระ..."  สมภารที่ดูแลวัด ...ให้ข้าวแดง แกงร้อนมันกินทุกวัน ..เลี้ยงดูอุ้มชูมันมา ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ มันยังกล้าจับท่านไว้เป็นตัวประกันได้ลงคอ ... โดยที่มันไม่เคยนึกถึงบุญคุณของ "พระ....สมภารรูปนั้นเลย...   มันเลวอย่างนี้เอง เราจึงเรียกมันว่า "อ้ายโจรชั่ว"....อ้ายโจรชั่วตนนี้มันร้ายกนัก มันจับพระไว้เป็นตัวประกัน ...เพื่อความปลอดภัยของมัน...แต่มันกลับบอกกับลูกศิษย์ลูกหาที่นับถือพระสมภารรูปนั้นเป็นจำนวนมากมายว่า ...." ด้วยความรักและความเป็นห่วงความปลอดภัยของ พระสมภารองค์นั้น จึงต้องเอาพระสมภารรูปนั้นมาให้ความคุ้มครองไว้ก่อน" ....เป็นอย่างไร..ท่านครับ...ท่าน...มันแน่ใหมครับ ? ..ผม...ผมนึกถึงตอนนั้นแล้ว...ผมอยากร้องให้...ร้องให้...ให้สมกับที่มีความสงสาน..ที่มีคนไทยผู้โง่เขลาเบาปัญญาบางคนในที่บางแห่ง...กับคนไทยผู้โง่เชลาเบาปัญญาส่วนมากในที่บางแห่ง....ที่เห็นเป็นจริงเป็นจังกับคำโกหก พกลมของอ้ายผีห่าซาตานตนนี้ ที่มันอ้างอิง....เคยตัว ๆ ....มาจนเดียวนี้ มันทำอะไรในวัด ก็มักจะอ้างสมภารวัด จึงทำให้พวกลูกน้องมัน หรือ พวกนายว่าขี้ข้าพลอย มันนำไปอ้างเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าบ้าง....พวกนายว่าขี้พลอยฝูงนี้ก็ไม่เลวนะครับท่าน....ถ้านายว่าใคร ดีมันจะดีด้วย....ถ้านายว่าใครไม่ดี..มันจะไม่ดีด้วย....ถ้านายว่าใครถูกมันจะถูกด้วย....ถ้านายสั่งให้.."ใครผิด"...มันจะผิดด้วย...ท่านครับ เมื่อมันเป็นอย่างนี้ บ้านเมืองไม่ยุ่งเหยิงวุ่นวายตอนนี้แล้วจะไปยุ่งเหบิงวุ่นวายเมื่อไรเล่าครับ...ท่าน..?  ?  ?............ครั้งสุดท้ายนี้ผมได้ดูความเลวร้ายของมันอีก ....จนขณะนี้ "ปอปุ้นจิ้น" ได้ตัดสินประหารชีวิต "อ้ายราชครู" ชาติชั่วคนนั้นไปแล้วนะครับท่าน....ไม่ทราบว่าท่านดูหรือเปล่า.. ...ถ้าไม่ได้ดู...ผมขอแนะนำให้ดูบ้างก็จะดี ...จะได้เป็นอุทาหรณ์กันไว้บ้าง...มิฉะนั้นจะไม่รู้จักกับ "ความยุติธรรม" กัน..นะครับท่าน ...

ท่านนึกดูนะ...ที่ผมพูดถึงเรื่องเปาปุ้นจิ้นให้ฟังข้างบน นั่นละครับท่าน แล้วท่าน จะเห็นได้จาก เมื่อไรที่อ้ายราชครูมันจวนตัว..จะถูกจับเอาลิ่มตอกอก...มันจะอ้างพระสมภาร...(จับพระสมภารองค์นั้นไว้เป็นตัวประกัน) ทันที  ดูให้ดี ..แล้วท่านจะต้องร้อง "อ๋อ" ....  ลูกน้องของมัน ..ก็ทำตัวเป็นคนสอพลอ....กระร่อน ...ลื่นเหมือนปลาไหล......ปลาไหลนั้นมันลื่นอยู่แล้ว ยิ่งใส่เสกตเข้าไปด้วย...ยิ่งลื่นกันใหญ่เลย .... โกหกพกลมกับประชาชนมาตลอดระยะเวลา .... ตั้งแต่ร่วมมือกันไม่ลงรับเลือกตั้ง (การไม่ลงรับเลือกตั้ง เป็นพฤติกรรมที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล..)  แล้ว....ตอนนี้ เลือกตั้งแล้ว ...ยังจะร่วมมือกันเกาะกลุ่ม เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ให้กับต้วเอง โดยใม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง.... สิ่งที่นักการเมืองกลุ่มนี้ ทำให้ชาติบ้านเมืองเสื่อมเสีย และ ประเทศชาติเสียหายไปคิดเป็นมูลค่าเท่าไร....ทั้งรายรับที่ควรจะได้แต่ไม่ได้..บวกหรือรวมกับ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายนี้ ..เสียหายไปเท่าไร.....สมสิริ บอกว่า .."วันแรกวันเดียว..รัฐบาลชุดนี้ บริหารงานวันเดียว พินาจไป 800,000 ล้านบาท (แปดแสนล้านบาท)"  ยังไม่มีจิตติสำนึกกันอีกว่า ที่ทำไปทั้งหมดมันผิด ....ผิดแล้วก็แก้ใขได้ ไม่มีใครว่า... ทุกอย่างที่ทำ...ทำไปแล้วมันก็จะต้องเกิดปฏิกริยาโต้ตอบ....ตอบกลับทั้งทาง บวก และ ลบ .....นายพลแมคอาเทอร์....รบแพ้ญื่ปุ่นในตอนต้นที่สหรัฐฯ ประกาศสงตรามกับญี่ปุ่น...หลังจากญี่ปุ่นโจมตีเพิลฮาเบอร์แล้ว ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฟิลลิปปิน....ยังต้องถอนทัพออกจากฟิลลิปปิน....แต่ด้วยความที่เป็น แม่ทัพที่มีความเข้มแข็ง รักชาติ ยึดมั่นในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อผลของสงคราม และผลที่จะตามมาแก่ชาติบ้านเมือง ..แมคอาเทอรยังประกาศว่า "แล้วจะกลับมาใหม่" ... กลับไปเพื่อศักดิ์ศรืของกองทัพ เพื่อชัยชนะของประเทศชาติ ในการประกาศสงครามในครั้งนั้น ...แล้ว แมคอาเทอร์ก็กลับ ไปจริง ๆ ที่นี้ตีญี่ปุ่นตกทะเลหมดเลย .... ของเราหรือครับ ....อย่าว่าแต่เรื่องยากขนานนั้นเลยตรับ ...ท่าน ...เรื่องง่าย...เรื่องเล็กนิดเดียวยังทำไม่ได้ ...ปองกันไม่ได้....รักษาไม่ได้...แล้วจะไปสู้รบกับใคร แม้แต่โจรกระจอกยังสู้ไม่ได้เลย คลังอาวุธเล็กนิดเดียวยังป้องกันรักษาไม่ได้....แล้วจะไปป้องกันรักษาประเทศชาติที่ใหญ่มโหราญได้อย่างไร ...แล้วจะไปรบทัพจับศึกกับใครในเมื่อโจรกระจอกยังสู้ไม่ได้เลย...เก่งอยู่กับประชาชนที่มีแต่มือเปล่า ๆ อย่างนั้นหรือ ? ...ที่ว่านี้มันคือความผิดพลาดในอดีต....และเพราะว่า.."ความผิดพลาดในอดีต คือ หนทางสู่อนาตค" ....จึงมีความจำเป็น ๆ อย่างมากที่เรา จะต้องเปิดใจพูดกัน...เราพี่น้องกัน อยู่ในครอบครัวเดียวกันพูดกันได้ ..ดีกว่าให้คนอื่นพูด...เพราะความหมายลึก ๆ ของการพูดไม่เหมิอนกัน ...เราเพราะหวังดี...พูดเพื่อก่อให้เกิการแก้ใข...ในเรื่องการผึก ต้องเข้มกว่านี้...การจัดการเพื่อความปลอดภัยต้องมั่นคงและดีกว่านี้ ฯล แต่ถ้าคนอื่นพูดก็จะเป็นในรูปแบบที่ตรงกันข้าม คือติเพื่อทำลาย....ทำลายเพื่อไม่ให้มีการแก้ใข...เมื่อไม่มีการแก้ใข...ความอ่อนแอ ความบกพร่องก็จะเป็นอยู่อย่านี้ ...การที่เป็นอย่างนี้ ก็จะเป็นประโยชน์กับเขา...กล่าวคือ ...สักวันหนึ่งเมื่อเขาบุดรุกล้ำอธิปไตยของเราเข้ามาเราจะได้สู้เขาไม่ได้ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเราจะต้องเสียอะไร ต่อมิอะไรอีกหลายอย่างติดตามมา เนเดียวกับที่เรา เสีย มณทลฐูรพาให้ฝรั่งเศส...เสียมะริต ตะนาวศรีให้อังกฤษ...และอะไรต่อมิอะไรในทางศาลอีกมากมาย ...ด้วยเหตุนี้...เสร็จเตี่ยจึงสั่งสอนไว้ว่า....เจ็บ แล้ง ต้องจำ ถ้าไม่จำเลย..ก็จะไม่ทำ..เมื่อไม่ทำแล้วจะไปทำงานใหญ่ได้อย่างไร....น่าเป็นห่วงมากนะครับที่ ประเทศไทยผู้น่าสงสาร...ต้องมีถูกปกครอง และครอบงำ ด้วยคนที่ขาดความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และ ประชาชน ....ต้องการแต่สิ่งที่ไม่เป็นสาระ คือเรื่อง "สะใจ" แล้วมันได้ดิบได้ดีอะไรขึ้นมาบ้างสำหรับ ประเทศชาติ และประชาชนละครับท่าน....ขอถามหน่อย.? ? ? ...และ..ไม่ใช่เพราะความสะใจนี่หรือ ? ที่ทำให้ เมืองไทยแทบแตกสลาย เพระการแตกความสามัคคีกัน .... ยังจะมาตั้งแง่เพื่อหาผลประโยชน์ของตัวองอีก....เลวสิ้นดีเลย....จริงหรือเปล่าครับท่าน ?

    -  คนเรานะท่าน...ท่านครับ...ชื่อเสียงวงค์สกุลยังรักษาไม่ได้..แล้วจะไปรักษาชาติบ้านเมืองได้อย่างไร....คิดดูกับให้ดี ๆ ...ดังที่เราจะเห็นว่า หลาย ต่อหลายครั้งในสภา นอกจากจะเอาเรื่องของงานมาว่ากันแล้ว...มีบางครั้ง..ถึงกับ "ค้นโคตร"  มาด่ากันกลางสภาก็มี...ทั้งคนด่า และ คนถูกด่า เลวทั้งคู่ ถ้าเป็นคนถูกด่าเป็นคนที่อกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณของพ่อแม่ผู้ให้กำเหนิด อ่มท้องมาตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิในครรมารดา...คลอด ออกมาด้วยความยากลำบาก ...ด้วยความเจ็บปวดแสนจะทรมาน...คุณผู้หญิงที่เคยคลอดบุตรมาแล้วคงทราบนะครับ....แล้วพ่อแม่ก็เลี้องดูอุ้มชูมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย...แต่เมื่อพ่อแม่ตายไปหมดแล้วแทนที่คน ๆ นั้นจะรักษาใว้ซึ่งคุณงามความดีของพ่อแม่ที่เลื้ยงดูมา ...แตกลับเอาคุณความดีของพ่อแม่ไปต่อรองเพท่อให้ได้มาซึ่งผลประโยงของตนเอง ...เช่นนี้ ..ท่านว่าคน ๆ คนนี้ จะรักษาชาติบ้านเมืองได้หรือ....คิดกับหน่อย..นะครับ..นี่ละครับ คือประโยชน์ที่ได้จากการศึกษาประวัติศาสตร์ ....นักประวัติศาสตร์การเมืองสมัยนี้จึงควรเขียนเรื่องที่เป็นจรงเท่านี้น...อย่าให้ใครมาเสี่ยมสอนให้เขี่ยนนะครับ...มิฉะนั้นการนำข้อมูลต่าง ๆ มาวินิจฉัยสั่งการต่อไปในอนาคตจะผิดหมด ....ขอบคุณครับ

  - ตอนนี้ต้องขอย้อนกลับไปถามท่านนักวิชาการ (ตัวแสบ)หน่อยครับว่า การเมืองของไทย สมัยนี้....ขณะนี้....เหมือนกับเมื่อสมัย จอมพล ป. ที่มีพรรคการเมืองชื่อ "เสรีมนังคศิลา" เป็นรัฐบาลหรือเปล่า ? ถ้าไม่เป็น แล้วจะมีโอกาศเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ?....ถ้าเป็น...แล้วคาดว่าจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไร ?....แล้วเมื่อไรจะเลิกกันเสียที....ใครจะเป็นผู้แก้ใขไม่ให้เหตุการอย่างนี้เกิดขึ้นอีก....คุณสมสิริ...บอกว่า " รัฐประหารครั้งนี้เหมือนกับพวกตุ้งแซ่ ๆ ๆ ๆ อะไรก็ไม่รู้ หากจะรัฐประหารอีก หัวหน้าคณะรัฐประหาร ควรหาครีมไว้เทนนิ่งพอกไว้บ้าง..จะได้ดูอ่อนวัย และอัจฉริยะขึ้น" (คริกดูได้ที่ชอบ สุรยุทธ์ จุลานนท์)

  - ดีนะ...ประเทศไทยที่ยังมีคนดี ๆ อย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ ถ้าเป็นคนอื่นไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น.....น่าเป็นห่วงนะครับ...ท่าน

 ****************

 อบ..ตอบ..เลยก็แล้วกันนะครับ ท่าน  ... เรื่อง "พรรคเสรีมนังคศิลา" ที่มี จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม เป็นหัวหน้าพรรค และเป็นพรรครัฐลบาล ที่มี จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี...เรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนนั้น น่ากลัวมากนะครับ....น่ากลัวจริง ๆ บางครั้งยุคนั้น เราก็เรียกว่า "ยุคอันธพานผยอง" เพระรัฐบาลเลี้งโจรไว้หาเงิน ค้าของต้องห้าน ทั้งกันชา และฝิ่น คุมบ่อนคุมซ่องผู้หญิงโสเภณี หรือ "ยุคอัสวินแหวนเพชร" ....อัสวินแหวนเพชร คือ ตำรวจ ที่ใจถึง สามารถค่าคนได้ตามใบสั่งตั้งแต่สามคนขึ้นไปจะได้แหวนเพชร จากเจ้านายหนึ่งวงต์ เมื่อเป็รเช่นนี้ จึงทำให้เกิดเรื่องที่ทำให้เขย่าขวัญ และ เป็นที่หวาดผวาของประชาชนทั่วไปมากมายหลายสิบเรื่อง แต่ที่ดังที่สุดขณะนั้น ไม่มีเรื่องใดเกิน  "คดีสี่รัฐมนตรี"....และคดียิงทิ้งผู้กำกับสันติบาล คดีเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดี ที่จะทำให้ประชาชนคนไทยทั้งชาติรู้ว่า ผู้ที่ถือกฎหมายอยู่ในมือ หรือ ฝ่ายตุลากาล ตั้งแต่ ตำรวจ อัยยการ ขึ้นไปจนถึงศาล  ถ้าถูกอำนาจรัฐเข้าควบคุม หรือบงการโดยรัฐบาลแล้ว บ้านเมืองก็แทบจะรุกเป็นไฟ ...ในสังคมนั้นจะหาความยุติรรมไม่ได้ ทำเหมือนกับว่าความยุติธรรมไม่มีในโลก...และ ถือว่าความยุติธรรม คือ ความพอใจ   แม้กระทั่ง ฆ่าคน..ค่าประชาชน...สื่อมวลชน ...ก็สามารถทำได้ ...ใครเป็นสัตรูทางการเมืองกับรัฐบาล มันผู้นั้นต้องตาย เช่น "สี่รัฐมนตรี" เป็นต้น  ....ยุคนั้นจึงเป็น "ยุคทมิฬอัสวินผยอง"....เป็นยุคทมิฬ ที่คนไทย ฆ่า คนไทยด้วยกันเอง ตายอย่างเหี้อมโหด ทารุน และสยดสยองอย่างที่สุด .... ในจำนวนนี้มีอดีตนายทหารเรือท่านหนึ่ง ที่โอนไปรับราชการในกรมตำรวจ และ ถูกยิงทิ้ง อย่างทารุนโหดร้ายเช่นกัน ท่านผู้นั้น คือ พ.ต.อ.บรรจงศักดิ์ ชีพเป็นสุข ผู้กำกับตำรวจสันติบาล บิดาของ พล.ร.อ. ทวีศักดิ์ ชีพเป็นสุข ร.น.(นตร.รุ่น 19 นนร.รุ่น 54)  และ พล.ร.ต.บรรเจิดศักดิ์ ชีพเป็นสุข ร.น. ....

ครับ...ท่าน เรื่องมันยาวเห็นท่าจะต้องไปว่ากันที่ช่องว่างในเมนูหลักจะ Work กว่านะครับท่าน แล้วเราจะไห้หัวเรื่องว่าอะไรดีเหล่าครับ....ท่าน ...เอาเป็นเรื่อง...เรื่องอะไรดีนะ....เรื่อง.."ไม่แน่ใจอย่ากลับ ...ดูเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง"......เรื่องอะไร...ทำใมชื่อมันยาวจัง...ครับท่าน ..

***************

วันนี้.... วันที่ 3 พฤษภาคม 2551 เวลาประมาณ 2400 จะออกทะเลอีก ...และ ประมาณ หนึ่งเดือนจะกลับมา คงได้คุยกัยอีกนะครับ..ท่าน แต่จะอย่างไรก็ตาม ผม ก็จะยังคงเป็นผมเช่นเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง "ไม่มีการหักหลังเพื่อนแน่นอน"... ไม่เหมือน ๆ กับหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคที่ ที่ท่าอยู่ขณะนี้ ...ท่านละครับท่าน....ท่านจำได้ใหม..ครับที่ผู้ใหญ่ของเรา หรือบรรบบุรษของเราท่าน เรียกว่า  ..."เชื้อไม่ทิ้งแถว " นั่นละครับ...

วันนี้....เวลาประมาณ 0630 ดูข่าว TV ...แล้วทำให้ผมมีความสุขมากครับเมื่อเห็น ท่าน ผบ.ทบ ออกมาแสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าห้ว พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาศึกษาเรื่องราวที่ผ่านมาในอดิต เพื่อเป็นต้นเบบในการที่จะทำงานให้กองทัพบกเดินไปข้างหน้าอย่างมีทิศทาง....ขอบคุณ...ขอบคุณท่าน ผบ.ทบ.มากครับที่ท่านทำให้ผมมีความสุขมากขึ้น ....ฟังท่านแล้ว  อาจจะทำให้อายุของผมยืนขึ้น อีก หนึ่ง หรือ สองปีก็ได้นะครับ ..ก็ยังดีครับ ...ขอบคุณมากครับ...อีก หนึ่งเดือนกลับมาคุยกันใหม่... สวัสดี..ครับ

อดิศัย พ.

03/05/51 @ 0936

************

เมื่อผมกลับจากทะเลในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เราจะมาคุบกันถึงสงครามในยุโรปต่อจากที่คุยกันค้างไว้ จนถึงวันที่ฮิตเลอร์ ประกาสบุกโปแลนด์..... ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนทางด้าน เอเซีย เมื่อญี่ปุ่นวางแผน ส่งกองเรือไปโจมตี เพอร์ฮาเบอร์....จนกระทั้งสงครามในเอเชียแปซิฟิกเริ่มเปลี่ยนโฉมหน้า จากที่ญี่ปุ่นเคยรบชนะในทุกพื้นที่....ในทุกแนวรบ... จนกลับกลายไปเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างยับเยิน จนพระจักร์พรรดิ์ต้องประกาศให้ทหารทุกคนวางอาวุธ...ทั้งนี้เพราะทหารญี่ปุ่น "จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ทหารญี่ปุ่นจะขอรบจนตัวตายทุกคน จนหมดเกาะญี่ปุ่น ทั้งผู้หญิง และ ผู้ชาย"  ด้วยเหตุนี้พระจักรพรรดิ์ พระองค์ท่านจึงต้องสั่งให้ทหารวางอาวุธเพื่อรักษาชีวิตของประชาชนพลเมืองไว้...////.....คอยนิดนะครับ...ไม่นานเราจะกลัยมาคุยกันต่ออีก...นะครับ..สวัสดีครับ

******

7 มิถุนายน 2551

สวัสดี ...เพื่อน....สวัสดีครับ

วันที่ 7 มิถุนายน 2551 เวลาประมาณ 0645 เรื่อบางปะแก้ววิ่งผ่าน "ทุ่นนำ" เข้าสู่ร่องน้ำเจ้าพระยา ไปถึงกลางน้ำราษฏร์บูรณะเมื่อ เวลา ประมาณ 1115

กลับมาถึงกรุงเทพฯเที่ยวนี้ ในกรุงเทพฯวุ่ยวายมากนะครับ วุ่นวายเพราะพวกมาเฟียรการเมือง(ส่วนหนึ่ง)ที่ ไปริดไถหาเงินเพื่อเป็น "ค่าคุ้มครอง" ในการเข้าบริหารประเทศ (ดูนะท่าน การเมืองไทย มันเป็นธุระกิจของพวกมาเฟีย เช่นพวก ยากูซ่า ไปแล้ว...หรือเปล่า?...ครับ....เป็นธุระกิจของคนชั่ว หรือเปล่า)  ไปทำประโยชน์ส่วนตัว จาก (คุณทักษิณ หรือเปล่าไม่ทราบ) ใครไม่ทราบไปถามได้จากท่านเฉลิม มท.1 เองก็แล้วกันนะครับท่าน.

  ผมดูแล้วรู้สึกเป็นห่วงมาก...เกรงไปว่าถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไร ให้เด็ดขาดลงไป เรื่องราวอาจจะรุกรามไปกันใหญ่โตเหมือน ๆ กับที่ผมเคยเรียนให้เพื่อน ๆ และท่านทั้งหลาย ได้ทราบไปแล้วว่า :-

1. คนที่ฉลาดที่สุด อาจจะทำอะไร..."ที่โง่ที่สุด"...ได้เหมือนกัน

2. อะไร ๆ มันก็เกิดขึ้นได้ เเม้แต่..."สงครามกลางเมืองในประเทศไทย"

3. ผมเคยถามว่า ..."ระบอบประชาธิปไตย เป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดแล้วหรือ ?"

4. ผมเคยบอกว่า "ถ้าไม่เฮี่ยม จะไม่ได้เป็นฮ่องแต้"

   หลาย ๆ อย่างที่เรียนให้ทราบ  มันกำลังจะเห็นเป็นรูปธรรม เหมือน ๆ กับที่เรามองเห็นท้องฟ้า ก่อนที่ฝนจะตก จะมีฝน.....เราก็จะ เห็นว่าท้องฟ้ามืดคลื้ม ... เมื่อฝนกำลังจะตก ...เมื่อฟ้ากำลังจะร้อง ...เมื่อน้ำกำลังจะท่วม ข้าวในนากำลังล่มสลาย ปลาในบ่อที่เลี้ยงไว้กำลังละหลุดลอยไปหมด สรุปว่า ในบ่อกำลังจะไม่มีปลา....ในนากำลังจะไม่มีข้าว...เพราะเมฆฝนมันดำถมึนทึนมาโน่นแล้ว....ยังนั่งเฉยกันอยู่ได้ ...ผม...ผม..ช่วยไม่ได้ครับ..ผมไม่รู้จะทำอย่างอย่างไร...เพราะกำลังไม่พอ ...บารมีไม่มี ไม่เหมือน "เจ้าพระยาจักรี".. มีทั้งอำนาจเงิน และ อำนาจบารมี แต่ท่านได้ใช้อำนาจบารมีของท่านไปในทางทำให้บ้านเมืองล่มจม ดังที่ เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่....ส่วนผมมีแต่ความหวังดี เท่านั้นมันไม่เพียงพอ ...มันช่วยไม่ได้...มันต้องมีกำลังคน...กำลังเงิน ..อำนาจบารมีประกอบกันจึงจะแก้ใขได้....ครับท่าน..มิฉะนั้นมันจะไปกันใหญ่...นะครับท่าน

ที่ว่าใหญ่นั้นมันใหญ่ขนาดใหน...คำตอบคือ.."ใหญ่เท่าฟ้า"... หรือรักมาก...รักใหญ่รักโต...เหมือนกับที่เอื้องหลวงเขารักผู้โดยสารของเขามาก..คือ."รักคุณเท่าฟ้า"...นั่นแหละครับ...ท่านไม่ต้องถามนะว่า...

"ถึงอย่านั้นเชียวหรือ?"...คำตอบคือ

"ถึงอย่างนั้นแน่นอน..ครับท่าน....ท่านต้องเข้าใจนะว่า...คนนั้นเป็นสัตว์อันประเสริฐ....ดีก็ดีเหลือเกิน ดีใจหายเลย...แตถ้าเลวละก็...เลวสุด ๆ เลย....ยิ่งเวลาคนตกใจด้วยแล้ว..."แม้แต่สัตว์ยังแพ้เลย"...สัตว์นั้นเมื่อมันตื่นตกใจ เรายังสามารถลั้งมันไว้ได้...ยังเอามันอยู่ได้....แต่ถ้าคนตกใจ..."เอาไม่อยู่นะครับท่าน"....เพราะฉะนั้นเราจะให้คนตกใจไม่ได้.....ได้เคยมีคำถาม ๆ ว่า  "จากการที่ได้ส่งคนเข้าไปหาข่าวในแนวหน้า ก่อนที่จะยกกองทัพไปทำการยุทธ....ในการยกทัพไปรบกับข้าศึกในครั้งนี้ ....ฝ่ายเรากับกับฝ่ายเขาเขา

"ใครควรจะมีกำลังพลในกองทัพที่เข็มแข็กและยิ่งใหญ่กว่ากัน ?"

ตำตอบก็มีอยู่ที่ว่า

"เขาหรือเรา...ใครจะหลอกรวงประชาชนให้ไปตายได้เก่งกว่ากัน"...(คือใครกระร่อนกว่ากัน)

ก็เท่านั้นละครับ...ถ้าเขาไม่แน่จริง....เขาไม่กล้าออกมาถ้ารบหลอกครับ...เขาต้องแน่จริง เขาจึงกล้า...กล้าจนสามารถพูดออกมาได้ว่า "จะเป่าหู...ยุยงส่งเสริมใหประชาชนคนไทยทั้งชาติ... กระทำการกระด้างกระเดื่องต่อรัฐบาล...จะยุยงส่งเสริมให้ประชาชนไม่ให้กระทำการต่าง ๆ ตามกฎหมายกำหมด...เช่นการเสียภาษี....(นี่เป็นการดึงเอานักธุระกิจมาเข้าเป็นแนวร่วม...เพราะนักธุระกิจไม่ชอบเสียภาษีให้รัฐอยู่แล้ว เห็นหรือยังว่า ช่องว่างในการบริหาร ที่ชาติตะวันตกวางใว้ให้ให้ชาติตะออกปฏิบัติเพื่อหยุดยั้งความเจริญรุ่งเรืองของชาติตะวันออก เท่าเทียมกัย ชาติตะวันตกนั้นมันได้ผลดีขนานใหน....ที่เห็น ๆ ตอนนี้ ช่องว่างนั้นกำลังจะใหญ่ขึ้นจนอาจจะอุดไม่อยู่แล้ว    โลกทั้งโลกกำลัง  วุ่นวายปั่นป่วนเพราะ  "ประชาธิปไตย" ...ที่เกินขอบเขตนี่ละ ..."อ้ายควาย"..ยังพูดอยู่ว่า   "มีสิทธิทำได้".....ท่านคิดดูซิ ทำได้อย่าง"รในเมื่อมันไปปล้นสิทธิของคนอื่นเขามาสร้างความวุ่นวายให้ชาติบ้านเมืองเช่นนี้  จะถูกต้องอย่างไร  แต่รัฐบาลคุณสมัครไม่มีปัญแก้ใข...เพราะความอ่อนปวกเปียกเหมือนมะเขือเผา....ท่านคงรู้นะนะว่ามะเขือยางเผามันอ่อนอย่างไร?...   มีการกล่าวกันให้ได้ยินอยู่เสมอ ๆ ว่า นักธุระกิจมักจะมีบัญชีสองเล่ม )  ...ท่านครับ...ท่านลองคิดดูซิว่ามันเลวขนานใหน....ถึงระดับนี้แล้วรัฐบาลยังไม่มีปัญญาจับมันเข้าคุกเลย....ถ้าจับมันเข้าคุกไม่ได้...ผมก็ขอถามท่านว่า ...

"ทำไมจึงจับมันมาเข้าคุกไม่ได้ เพราะพฤติกรรมของพวกมันทั้งหมดเห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่า เป็นการยุยงส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยเป็นกบฎต่อแผ่นดิน ?" 

"สาเหตุที่จับพวกมันมาเข้าคุกไม่ได้ .... เพราะกฎหมาย เขียนไว้ว่า "สามารถทำได้".....ๆ.....ดังเช่นที่เรานักจะได้ยิน คนดัง ๆ แต่ภายในใจอาจจะไม่ดีคือ "ชั่ว" เพราะ แอบแฝงไว้ เพื่อเป็นการยุยงส่งเสริมให้ ฝ่ายก่อกวนบ้านเมืองกำได้ใจมากขึ้นก็ได้   ถ้ากฎหมายเขียนว่า "สามารถทำได้"..จริง ๆ แล้ว นั่น...แสดงว่า กฎหมายนั้นผิดแล้ว...ท่านรองคิดดูซิว่า มีกฏหมายที่ใหนบ้างตั้งแต่ ครั้ง น่านเจ้า ..สุโขทัย กรุงศรีอยุยา...รัตนโกสินทร์ตอนต้น จนบัดนี้ มีที่ใหนที่เขียนออกมาเพื่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในชาติบ้านเมือง....มีใหม ?....ถ้ามี....เมืองไทย...คงไม่ใช่ประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้แล้ว คงแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปนานแล้ว (ชาติตะวันตกชอบ...ยิ่งอ่อนแอเท่าไรยิ่งชอบเท่านั้น เพราะจะได้เข้ามาหาผลประโยชน์ได้ง่ายขึ้น....ยิ่งทำให้ขนบธรรมเมียมของไทยที่รักษากันมาครั้งแต่ บรรพบุรุษของเราเสื่อมสลายลงมากเท่าไร ...ชาติตะวันตก จะยิ่งชอบมาเท่านั้น เพราะจะจะได้ เข้ามาแสวงหาความสุขทางเพษในประเทศไทยได้ง่ายมากขึ้น).....หรือ ว่าตอนนั้น..."ไอ้ห้าโฉดชั่ว"... มันยังไม่เกิด ก็ไม่รู้ .....

เมื่อกฏหมายผิด  ก็ต้องแก้ที่กฎหมายก่อน...ก่อนที่จะไปทำงานอย่างอื่น   ทั้งนี้เพราะ  "กฏหมายคือเครื่องมือในการบริหาร"....ดังนั้น....ผมจึงได้ให้การสนับสนุน ให้มีการแก้ใขรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2550 นั้นเสียใหม่ในโอกาศแรก".....นั่นหนึ่ง อีก ประการพนึ่ง....มันเป็นการแสดงให้เห็นเจตนาของผู้เขียน...ได้เขียนรัฐธรรมนูญ แบบนี้ขึ้นมาด้วยเจตนาร้ายกับชาติบ้านเมืองชัด ๆ ...กล่าวคือ ....ไม่ต้องการให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข ต้องการสร้างความวุ่นวายให้กับชาติบ้านเมือง เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่ม คือการ กำจัดคู้แข่งทางการเมือง เช่น กลุ่มของคุณทักษิณ  เพื่อกำจัดนักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วไม่ให้...."ค่าคุ้มครอง"...กับกลุ่มมาเฟียร์การเมือง(ยากูซ่าไทย)....ดังนั้นเราจะเห็นว่า กลุ่มคนที่ไปร่วมให้การสนับสนุนกันอยู่นั้น คือ "ท่านกำลังส่งเสริมให้โจรครองเมืองแล้ว"....รู้ตัวกันบ้างหรือเปล่า?....นี่ละจึงจะชัดเจนครับ

ผลร้ายในการที่ท่านให้โจรครองเมือง ที่เกิดกับประชาชนคนไทยผู้น่าสงสารทั้งหลาย....ทำไมท่าน ฯ ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องยังนิ่งเฉยกันอยู่ได้...ผมหมายความถึง...ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมด".....ทั้งนี้เพราะ ผมเห็นว่า "พฤติกรรมต่างเหล่านี้เข้าข่าย เป็นพิษเป็นภัยกับประเทศชาติ.เป็นกบฎภายในราชอาณาจักรทั้งนั้น"....แต่เป็นที่น่าสงสงสัยว่าทำไมจึงไม่มีใครคิดถึง...ทำไมจึงไม่มีใครห้ามปราม....ทำไมจึงไม่มีใครแจ้งจับบ้าง เอาเข้าคุกเสีบบ้าง บ้านเมืองจะได้สงบเรียบร้อยเสียที....มีเพื่อน ๆ บางคนเคยถามผมว่า....ถ้าผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติด้วย...ผมมีแนวคิดอย่างไร และจะทำอย่างไร...จึงจะทำให้บ้านเมืองเรียบร้อย...ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขมากกว่าที่เห็นกันอยู่....ได้ ฯล"......ผมไม่ทราบว่าจะตอบว่าอย่างไรได้แต่ย้อนถามกลับไปว่า :-

   "ถ้าเพื่อนเป็นนายแพทย์ หรือ หมอ รักษาโรค...ก่อนที่จะรักษาเพื่อนก็ต้องรู้สมติฐานของโรคนั้น ๆ เสียก่อนถ้าไม่รู้ แล้วเพื่อนจะวางยาให้คนใข้ได้ถูกต้องอย่างไร ?....เช่นเดียวกันการที่บ้านเมืองวุ่นวายมาสอง-สามปีนี้...จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่ เพราะคุณทักษิณ โกงกินบ้านเมืองจนร่ำรวยอย่างที่คนของพวกมาเฟียรกล่าวหากันนั้น....จริง ๆ แล้วคุณทักษิณเขารวยมาก่อน ๆ ที่จะมาเล่นการเมืองเสียอีก ...ทุกคนรู้....ทุกคนทราบดี...แต่ทุกคนไม่กล้าพูดความจริง...เพราะต่างก็คิดว่า...ถ้าล้นคุณทักษิณได้ตามเป๋าหมาย เงินสินบล "นำจับ" จากการดำเนินการสร้างหลักฐานพยานเท็จเพื่อยึดทรัพย์คุณทักษิณ...จำนวนมหาศาลเหล่านั้น...อาจจะมีส่วนได้รับบ้าง....ก็เท่านั้น...โดยที่กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันสร้างพยานหลักฐานเท็จเหล่านั้น ลืมนึกไปว่า...."ให้ทุกข์แก่ท่าน..ทุกข์นั้นจะถึงตัว"...สักวันหนึ่ง"

เพื่อนรัก....เพื่อนคิดดูให้ดีนะถ้าสมมติว่า...คุณทักษิณ ซึ่งท่านมีเงินมากมาย หลายหมื่มล้านบาท...ถ้าท่านจะยอมฟักกระเป๋า ...เสียเงินก้อนใหญ่สักก้อนหนึ่งเพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ สัก หนึ่ง หรือ สองหมื่นล้านบาท แล้วเอาเงินนั้นมาสร้างกองทัพประชาชน หาอาวุธดี ๆ ที่มีคุณภาพสูง เช่น จรวดประทับบ่า ...ระเบิดดาวกระจาย ฯลฯ .... พร้อมทั้งส่งตัวแทนไปกว้านซื้อที่ สร้างสนามฝึกนักรบประชาชนขึ้นมาจับอาวุธคุณภาพสูงเข้าล้างแค้นคนที่กลั่นแกล้งท่านบ้าง เราจะทำอย่างไรกัน....นั้นมันหมายความว่าอย่างไร..."หมายความว่า "สงครามกลางเมืองในประเทศไทย" ได้เกิดขึ้นแล้วนะซิครับ....แล้วท่านจะไปตำหนิคุณทักษิณท่านได้หรือไม่ ?....ท่านไปโทษท่านทักษิณได้อย่างไร....ท่านไปว่าท่านทักษิณไม่ได้แล้ว....ท่านต้องยอมรับสภาพ ที่พื้นถนนในกรุงเทพจะเต็มไปด้วย "ทะเลเลือด" ...ผสมผสานกับกลี่นควาวเลือดเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ฯลฯ...ท่านต้องยอม...เพราะอะไร?....เพราะพวกท่าน...."ไปบิบคุณทักษิณ ท่านมากเกินไป "....มากจนท่านทนไม่ได้...ไม่มีใครในโลกนี้ดอกครับที่จะทนได้ และ ยอมให้ผู้คนเหยียบย่ำได้จนตัวตาย....ตัวท่านเองต่างหากที่ควรจะต้องถูกตำหนิ เพราะพวกท่าน....ถึงแม้วว่าจะเป็นนักรบ...คือทหารมาแล้ว แต่ไม่รู้และไม่เข้าใจในตำหรับพิชัยสงครามเลย....ท่านไม่รู้หรือว่า "ถ้าข้าศึก พ่ายแพ้แล้วอย่างยับเยินเช่นนั้นแล้ว ท่านจะต้องเปิดช่องให้ข้าศึกหนีได้บ้าง เพื่อไม่ให้ข้าศึกหันกลับมาต่อสู้   "แบบหมาจนตรอก"   แต่ท่านกลับ พยายยามที่จะต้อนข้าศึกให้เข้ามุม แล้ว จะฆ่าให้ตายให้หมดทั้งกองทัพนั้น.....ผมว่าท่านคิดผิดแล้ว....รู้ไว้ด้วยนะ ..."ไอ้ห้าโอดชั่ว"....ตัวมึงเองนั่นละอาจจะต้องตายเอง....จำไว้นะ....จำไว้นะว่า ที่ท่านกล่าวว่า ..."สู้จนตัวตายเหมือนหมาจนตรอก"..นั่นแหละครับ ...ดังนั้นถ้าคุณทักษิณท่านจะลุกขึ้นมาส่งคนถืออาวุธเข้าตลุมบอนกับ "อ้ายห้าโฉดชั่ว" บ้าง หรือทำอย่างที่ผมเรียนให้ท่านทราบบ้าง...."มันก็ไม่ใช่ความผิดของท่าน"....และมันก็อาจจะเป็นไปได้จริง ๆ ด้วย ใช่ใหมครับ ?....ๆ....ๆ...เหมือน ๆ กับการที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่จนทุกวันนึ้   มันจะไม่เกิดขึ้น ...ถ้าพรรคประชาธิปัตไปลงรับเลือกตั้งเสียตั้งแต่ครั้งนั้น ทุกอย่างก็อาจจะไม่เกิดขึ้น.... การทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปัตด้วยการไม่ลงรับเลือกตั้งในครั้งนั้น.... จนเกิดเป็นรัฐธรรมนูญระบบเผด็จการที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้...มันจึงทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย....วุ่นวายจนข้าราชการบางคนขาดความยั้งคิด ...อ้างตัวเป็น...ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่...เลย..."ไม่ทำตามกฏหมาย" ...(นั่นคือผลงานของรัฐธรรมนูญฉะบับปี 2550) .ผมเลยเลยต้องบอกว่า..".เฮ้ย.อ้ายบ้ามันไม่ถูกแล้ว".....พูดออกมาได้..." นายพานทองแท้ยังไม่ไปเลย...ไม่เห็นไปจัดการกับเขาเหล่านั้นเลย".....ผมเลยต้องร้อง.."เฮ้ย"...อีกทีแล้วบอกว่า กาล เทสะมันต่างกัน...ลองดูกันให้ดีซิ....ตอนนั้น...เด็กน้อยคนนั้นอยู่ในประเทศไทย หรือ นอกประเทศไทย.....ส่วนคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าใหญ่นายโต...แล้วจะไม่ยอมทำตามกฎหมาย...ทั้งที่ตัวเองก็อยู่กับกฏหมาย....เคยชี้ถูกชี้ผิดมาแล้วมากมาย....แต่กลับมาทำผิดกฏหมายเสียเองเช่นนี้..มันน่าขายหน้ามากนะครับ...ท่าน ....หรือว่า "หน้าของท่านมันด้านเสียแล้ว"...ก็ไม่รู้

ผมได้เคยเปลียบเทียบให้ฟังมาหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า เหตุที่เกิดกับคุณทักษิณ นั้น เหมือน ๆ กับเหตุที่เกิดกับ พระเจ้ากรุงธนบุรี ไม่มีผิด ....เมื่อเหตุเกิดแล้วไม่ระงับเหตุที่เกิด ผลที่สุดระงับไม่ไหวทุกอย่างจึงพังพินาจลงอย่างรวดเร็ว...และเมื่อถึงตอนนั้นจะทำอะไรก็ไม่ได้แล้วนะเพื่อน...ทุกอย่างจึงล่มสลายลงเพราะความประมาท .....เพราะไม่ยอมตัดไฟเสียแต่ต้นลม รัฐบาลคุณทักษิณเลยพังเลย.....เหมือน ๆ ครับ ...เรื่องราวที่เกิดกับ  "ราชวงค์บลูบองแห่งฝรั่งเศส"...เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ผมจะยกมาให้เป็นตัวอย่างของรัฐบาล ซึ่งมี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี อยุ่เรื่องหนึ่งครับ  เครื่องนั้นก็คือเรืองของ..."การกบฎในผรั่งเศส" เพื่อปีพ.ศ.2332ในรัฐบาลของพระเจ้าหลุยที่ 16 แห่งราชวงค์ "บลูบอง"....เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดี ของเราชาวไทยในปัจจุบัน คือปี พ.ศ.2551 นี้...เพื่อเป็นตัวอย่าง ให้ระลึกอยู่เสมอว่า ที่ MOB มากล้าวโจมตีรัฐบาลอยู่ฝ่ายเดียวนั้น "เชื่อถือได้น้อยมาก หรือ เกือบเชื่อถือไม่ได้เลย.....แต่ผลที่ที่จะตามมาโดยการกระทำของ MOB นั้น ใหญ่หลวงนัก ดังเช่นที่ทำกับ ราชวงค์ "บลูบอง" ...

และราชวงค์บลูบองต้องพินาจล่มจนลงก็เพราะความอ่อนแอของผู้บริหารประเทศ โดยปล่อยให้ "คนชั่ว"  แต่งเรื่องที่ไม่เป็นความจริงขึ้นใส่ร้าย "พระเจ้าหลุยที่ 16 ..พระนางมารีอังตัวเนตต์ ....พระราชโอรส ..พระราชธิดา...พระบรมวงค์ศานุวงต์ต่าง ๆ ...ว่าใช้จ่ายเงินในท้องพระคลังกันอย่างฟุ่มเฟือย ...ที่โดนหนักคือ พระนางแมร่อังตัวเนตต์ คือ ถูกกล่าวหาว่า เอาเงินในท้องพระครังจำนวนหมาศาลไปซื้อ "สร้อยเพชร" ...เป็นชู้กับ พ่อค้าสร้อยเพชร จนเงินหมดคลังประเทศชาติยากจน ประชาชนอดอยาก แต่ผู้อยู่ภายในวัง ใช้จ่ายกันอย่างฟุ่มเฟือย...(ตอนนี้เหมือน ๆ กับเมืองไทยในปัจจุบันที่ MOB แต่งเรื่องใส่ร้ายคุณทักษิณ ว่าโกงกินบ้านเมือง...ส่วนคุณทักษิณก็ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงที่ไม่กำจัด MOB ..และตอบโต้เสียตั้งแต่แรก ๆ อย่างที่เรียนว่า ปาก ต่อปาก ฟัน ต่อฟันเลยทีเดียว....ไม่ใช่ปล่อยจนลุกลามใหญ่โต จนทำให้ทหารที่ให้การสนับสนุน MOB จึงถือเป็นต้นเหตุทำการกบฎยึดอำนาจ แล้วขับไล่รัฐบาลของประชาชน...ที่ลือกตั้งขึ้นมาโดยประชาชนออกไป...แล้วตั้ง...รัฐบาลเผด็จการขึ้นมาแทนที่ (ขอถามหน่อยว่า "มันถูก แล้วหรือ ที่ทำอย่างนั้น")...แล้วร่างรัฐธรรมมูญภายไต้ปากกระบอกปืนขึ้นมา ให้มีแนวทางไว้เพื่อการกำจัดและกีจกัน ประชาชนที่เข้าใจ ชอบใจในวิธีการทำงานของคุณทักษิณ เพื่อไม่ให้คุณทักษิณกลับเข้ามาบริหารงานให้ประเทศชาติ....บ้านเมือง ให้เจริญทัดเทียบและเท่าเทียม  นานาอารยะประเทศทั่วโลกใหม่... เพื่อเป็นการแก้แค้นในเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น โดยฉะเพราะอย่างยิ่งการ เปิด สนามบินสุวรรณภูมินั้นทำให้หลาย ๆ ฝ่ายเสียผลประโยชน์ ดังจะเห็นว่า ๆ โครงการณ์สนามบินสุวรรณภูมืนั้นมีมานมนานแล้ว ไม่รู้ว่ากี่รัฐบาลต่อรัฐบาลมาแล้วแต่ก็ทำไม่สำเร็จสักที เพราะการแบ่งผลประโยชน์กันมันไม่ลงตัว แต่เมื่อคุณทักษิณเข้ามาเป็นรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมีจึงสำเร็จลงได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาแก่ชาติบ้านเมืองจึงทำให้เป็นที่ไม่พอใจของพวกมาเฟียรการเมืองเป็นอย่างมาก...จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้มีการก่อ MOB ขึ้น (MOB นั้นส่วนใหญ่เกิดจากผู้เสียผลประโยชน์จากการทำงานของคุณทักษิณทั้งนั้น เช่น พวกรีดไถ คุณทักษิณ หรือพวกมาเฟียร ....พวกทำงานในทางทุจริต ต่าง ๆ ฯลฯ)แล้วตามมาด้วยการกบฎภายในราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เหินห่างกันไปนาน....ทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างมหาศาล ประชาชนพลเมืองแตกแยก และแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่าย รัฐบาลต้องแก้ใขในโอกาศแรก...เหมือนกับการที่ผมบอกว่า ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2550 ก่อนเป็อันดับแรก ก่อนที่จะเข้าบริหารประเทศ หรือ ก่อนที่ จะเริ่มงานที่สำคัญของประเทศ แต่พอจะเริ่มลงมือแก้ ฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 หรือ ฉบับจากการกบฎนั้นก็ ออกไปปลุกปั่น ประชาชน ให้ออกมาต่อต้านการแก้รัฐฐรรมนูญ โดยอ้างว่า รัฐบาลชุดนี้ จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยคุณทักษิณ และ บ้านเลขที่ 11 ....จริง ๆ แล้ว....ทั้งคุณทักษิณ....ทั้งคนในบ้านเลขที่ 11 และพรรคไทยรักไทย ....ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย....แต่ต้องถูก "ปืนจี้ออก"  ให้พ้นจากการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ (จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากนะครับ) ผมได้พูด และ ให้เหตุผลใว้แล้ว ตลอดเวลาว่า....บุคคลที่น่าจะให้ "กิโลติน" เป็นรางวัลในการทำลายบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถระดับโลก อย่างคุณทักษิณ และกรรมการบริหารพรรค"ไทยรักไทย คือ พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มที่เรียกตัวเอง ...ตั้งชื่อชึ้นมาเอง เพื่อให้ประชาชนผู้ไม่รู้เรื่อง ผู้ที่ต้องการประชาธิปไตยว่า " พันธ์มิตร เพื่อประชาธิปไตย" ซึ่งมี สือมวลชนช่วยกระพือต่อให้....มีข้าราชการระดับสูงในเมืองไทยให้การสนับสนุนกำลังเงิน...(ยังมีหน้ามาพูดอีกว่า "ผิดอย่างไร ที่ให้เงินสนับการก่อความไม่สงบในประเทศ และ/หรือ ก่อกบฎภายในราชอาณาจัก....นี่หรือคือ ผู้ที่เดยเรียกตัวเองว่า "ข้าราชการการชั้นผู้ใหญ่ "...ที่เคยทำงานอยู่กับ การชี้ผิดชี้ถูก ที่ สำคัญ ๆ ของชาติ....ใด้คนอย่างนี้....ทำงานอย่างนั้น.....มันจะหาความเป็นธรรมในสังคมไทยได้อย่างไร)

ผมบอกว่า "ผู้ที่น่าจะได้รับรางวัล กิโลตินเป็นรางวัลนั้นคือ พรรคประชาธิปัต และ กลุ่นพันธิ์มิตร" ...มีเหตุผลอยู่มากมายใน Web ส่วนตัวของผมนี้....เปิดดู และค้นหาได้ครับ...เชิญครับ...แต่ที่เห็น...เมื่อ ไม่กี่วันนี้ก็มี...ก่อนที่จะทราบเรื่องต่อไป...

ผมขอถามท่านก่อนนะครับว่า ....คนไทยในประเทศไทย....หรือคือคนไทยที่มีบัตรประชาชน "ไทย".อยู่บนแผ่นดินไทยแห่งนี้มีบรรพบุรุษเป็นไทย....บรรพบุรุษของเราท่าน...ใช้ภาษาอะไรเป็นหลัก....ท่านรองตอบในใจซิครับ....ผมทราบว่า...ท่านจะต้องตอบว่า "ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ที่เป็นภาษาพ่อ-ภาษาแม่ของเราเป็นหลัก" ....นั่นคือ "ภาษาอังกฤษไม่ใช่ ภาษาพ่อภาษาแม่ของเรา"....เพราะฉะนั้นการตีความในภาษาอังกฤษต้องมีการบิดเบือนกันไปบ้าง เป็นของธรรมดา ...การบิดเบือนไปในทาง ต่าง ๆ กัน ตามแต่ว่าใครจะเป็น ผู้แปลแล้ว หรือ ตีความออกมาแล้ว "ใครจะได้ประโยชน์"....เมื่อเป็นเช่น นี้ การดีความใด ๆ จากข้อเขียน หรือคำพูดที่เป็น ภาษาต่างประเทศต้องใช้ของผู้บรรยายเป็นผู้ถอดความ และถือตามนั้นเป็นที่ยืนยันความถูก ต้อง....เช่นกรณีของคุณจักรภพ ต้องใช้ "ฉบับที่คุณจักรภพ เป็นผู้ถอกความ เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาความจึงจะถูกต้อง ไม่ใช่ใปใช้ฉบับที่....ที่ ตำรวจ หรือ พรรค ประชาธิปัตย์ แปลหรือถอดความ".....ท่านครับ...เพื่อน ๆ ร่วมชาติ อันเป็นที่รักยิ่งของผมทุกท่าน ...ครับ....ท่าน...ดูนะ...ผม...ผม "กัปตันอดิศัย พะลายานนท์" นักเดินเรือ หากินอยู่กับทะเลมา ตั้งแต่ อายุ 25-26 มาจนบัดนี้ อายุ 72 ปีเข้าไปแล้ว...อีกไม่กี่วันก็จะจากพวกท่านไปแล้ว...ไปเสียที่ก็ดี...จะได้กลับมาเกิดใหม่ถึง....ตอนนั้น..."เราจะได้มาสู้กันใหม่ ระหว่าง ธรรมะ กับ อธรรม...ใคร จะเป็นผู้ชนะ...เมื่อโลกแตก....คือฝ่ายใหนจะเป็นฝ่ายชนะ ....ต้อง "ส่งยาม" (สำนวนทหาร)....กันต่อ ๆ ไปด้วย...นะครับ..นะครับ

ที่ผมให้ท่านดู...ให้ดูตรงนี้ครับ....ครงที่ตำรวจแปล คำให้สัมพาดของคุณจักรภพ เป็น ภาษาอังกฤษ นั้น ผู้แปลทั้งตำรวจ และพรรคประชาติปัตย์ แปลแล้ว  ก็เอาออกประกาศ-เป่าร้องทางสื่อมวลชน....โฆษณาเผยแพร่ออกไปตามสื่อต่าง ๆ ทั้วทั้งเมืองไทย และทั่วทั้งโลก ว่าคุณจักรภพ "หมื่นพระบรมเดชานุภาพ"  .....ผมก็ไม่ทราบเหมือนกับว่าหมิ่นจริงหรือเปล่า ยังสงสัยอยู่ เพราะยังไม่ได้อ่านเอกสารที่คุณจักภพแปล.....แต่สิ่งที่ "น่าสังเกตุ" คือ ถ้าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจริง พรรคประชาธิปัตย์ และตำรวจท่านนั้น ต้องดำเนินคดีกับคุณจักรภพให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย....ไม่ใช่กระทำการพิจารณาพิภาตษาโทยคุณจักรภพด้วยสังคมที่มีความหลากหลายในเรื่องของกฏหมาย คือ วิภาควิจารณ์ กันไปต่าง ๆ นา ๆ จนทำให้ชื่อเสียงของคุณจักรภพ เสียหายยับเยิน อย่างประเมินค่ามิได้ เพราะการทำให้คุณจักรภพต้องลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี อันเป็นตำแหน่งที่ทรงคุณค่า และมีเกียรติยิ่ง.....สิ่งที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ควรทำคือ ถ้าเห็นว่าคุณจักรภพหนี่นพระบรมเดชานุภาพ จริงพรรคประชาธิปัตย์ต้องดำเนินคดีกับคุณจักรภพ......"ด้วยการไปแจ้งความกับตำรวจ ดำเนินคดีกับคุณจักรภพตามกฏหมาย" ก่อน.....ไม่ใช่เอาคำพูดของคุณจักรภพ..ที่แปลออกมาโดยคนในพรรคประชาติปัตย์ และตำรวจ ไปออกข่าวทางสื่อมวลชน..ว่าคุณจักรภพ "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ".... สื่อต่าง ๆ เลย ออกโฆษณาโจมตีคุณจักรภพ...จนคุณจักรภพ สับสนวุ่นวายทำอะไรไม่ถูก...เหมือน ๆ กับ คณะรัฐบาลของคุณสมัคร สุนทรเวช ในช่วง 3 หรือ 4 เดือนที่ฝ่านมานี้ ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาเลย....เพราะสับสน ยุ่งยาก วุ่นวาย อยู่กับ พวก ที่สร้าง MOB ขึ้นมาเพื่อขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู๋ว่า มันเป็นการ "บ่อนทำลายประเทศชาติ" อย่างชัด ๆ ....ส่วนความผิดของ MOB  นั้น ผม กัปตัน อดิศัย ขอเสนอแนะให้ฝ่ายความมั่นคงของชาติ ใช้กฏหมายความมั่นคง และบทลงโทษขั้นสูงสุดกับ MOB ทุกคน ....ฝ่ายความนั่นคง และ "พวกนิตินิยม" ....ทั้งค่าราชการพลเรือน ทหาร-ตำรวจใน "กองทัพ" ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ "Car Bomb" (พูดถึง Cars Bomb ระยะนี้เงียบหายไปจากการเสมอข่าวของสื่อ ที่หายไปน่าจะเกิดจากการทำ การแบนความสนใจ ของกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนในการวางระเบิดก็ได้ พวกนี้อาจะเป็นกลุ่มเดียวกันก็ได้ ช่วยดูกันให้ดี ๆ หน่อยก็แล้วกัน...อย่าลืมเรื่องนี้เสียนะครับ...อย่าให้คนกลุ่นั้นคิดว่าคุณ "โง่" เสียก่อน ...เดี๋ยวจะได้ใจ ...เที่ยว ก่อกวนความสงบสุของประชาชนไปทั่วทั้งเมือง นะครับ นะครับ )......ช่วยกันออกมาป้องกันเหตุที่จะบานปลายรุกรามไปใหญ่โตจนอาจจะนำความล่มสลายมาสู่สถาบันต่าง ๆ ของชาติ เช่น การกบฎในฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2332 ด้วยนะครับ...นิ่ละคือเหตุผลที่ผมเคยบอกว่าผมดีใจมากที่เห็นท่านแม่ทัพบก ออกมาแสดงความจงรักภักดีกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมวบงค์สานุวงค์.....

ในประเทศไทยการโฆษณาทางสื่อต่าง ๆ  ...ตามที่กล่าว.....เรื่องนี้ ผมว่าคุณจักรภพนั้นยังไม่ได้ผิดอะไรเลย เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน(จริงหรือไม่) ว่าคุณจักรภพผิด.....คนที่ผิดชัด ๆ และผิด 100 % เลย คือพรรคประชาธิปัตย์...อัยยการแผ่นดินท่าน อยู่ที่ใหนครับ....ท่านมาจักการเรื่องนี้ได้เลย....ความอาญาแผ่นดิน เมื่อไม่มีใครแจ้งความดำเนินคดี มันเป็นหน้าที่ของท่านไม่ใช่หรือครับที่ท่านจะต้องดำเนินคดีกับบุคคล หรือ นิติบุคคลพวกนั้น    ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะผมเรียนกฏหมายมาจากโรงเรียนนายเรือ น้อยมาก จึงไม่รู้ว่าจะถูกหรือผิดครับ....ถ้าถูกท่านก็ต้องออกไปดำเนินคดีกับพรรคประชาธปัตด้วย ถ้าท่านไม่ไปท่าน.....ท่านอาจจะมีความผิด  "ฐานเป็นเจ้าพนักงานแล้วละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" ก็ได้นะ....จริงใหม ?....จริงใหมครับท่าน.....แต่ถ้าสิ่งที่ผมเรียนให้ทราบทั้งหมด อัยยการแผ่นดินไม่อาจจะจัดการกับพรรคประชาธิปัตย์ได้เพราะไม่มีกฏหมายรองรับ....ผมก็ต้องขออภัยไว้ ณ โอกาศนี้ด้วนครับ...ท่าน....

   ข้อหาสำคัญที่อัยยการแผ่นดินต้องทำเรื่องฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ คือ ในข้อหา "เอาสถาบัญพระมหากษัตริย์มา...แอบอ้างให้เป็นประโยชน์กับพรรค ในการทำลายคณะรัฐนมตรีในคณะรัฐบาล แห่งพระบาทสมเด๋จพระเจ้าอยู่ ที่มี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี  ...ที่เลือกตั้งขึ้นมาจากประชาชน คนไทยทั้งชาติตามระบอบประชาติปไตย"....พูดง่าย ๆ คือ

"ดึงฟ้าลงมาเป็นเครื่องมือโฆษณาทำประโยชน์ให้พรรค"

....(สื่อมวลชน ต่างๆ ก็เช่นกันกันให้รัฐบาลของคุณสมัคร ทำหลักฐานไว้ เมืองเหตุการณ์เปลี่ยนไป ต้อง "ดำเนินคดีกับสือสื่อมวลชนเหล่านั้นทุกสำนักงานที่เป็นนิติบุคคล และบุคคลด้วย ทุกสื่อฯโดยไม่มีการยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น....ในข้อหา ..."โฆษณาให้การสนับสนุนกับผู้ก่อการร้ายในการกระทำการบ่อนทำลายประเทศชาติ"...(ทางด้านอัยยการแผ่นควรเตรียมตัวดำเนินการด้วยนะครับ...ขอบคุณครับ) รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และองค์การของรัฐด้วย ที่ให้การสนับสนุทางด้านการเงิน...มีในหลายหน่วยงานด้วยกัน....หมายความว่า...เรื่องนี้จะต้องครอบคลุมไปถึงผู้ให้เงินทุน ทุกคน...ทุกนิติบุคค...ทุกสถาบัน ด้วย....ในข้อหา "ให้การสนับสนุนด้านการเงินกับผู้ก่อการร้าย...ที่กระทำการบ่อนทำลายประเทศชาติ")

พรรคประชาธิปัตย์...เป็นพรรคการเมืองที่เก่งมากพรรคหนึ่งของประเทศไทยที่เก่งในทางทำลายล้าง ..."ผู้มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่เก่งทำงานให้ประชาชน และประเทศชาติ" การทำลายล้างผู้มีความรู้ความสามารถ ผู้มีความรู้ความสามารถ ที่มีในประเทศไทย และ/หรือ ทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย ซึ่งถือว่า เป็นปัจจัยการผลิดที่สำคัญที่สุดของชาติ....สำคัญยิ่งกว่า ทรัพย์พยากรที่ได้จากธรรมชาติทั้งหมด ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง และแร่ธาตุ ต่าง ๆ ที่จะนำมาผลิดเป็น .....สินค้า และ...บริการเสียอีก....ทั้งนี้เพราะ บุคคล   เป็นผู้ใช้เทคนิคในการบริหารการผลิต แต่พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มผู้ไม่หวังดีกับประเทศชาติตามที่กล่าวมาแล้วได้ ทำลายเสียจนยับเยิน หมดสิ้น...หมดอย่างสิ้นเชิง  เช่น   คุณทักษิณ และ กลุ่มคนของคุณทักษิณ และ/หรือ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งคนในกลุ่มนี้ทั้งหมดเป็นทรัพย์พยากรบุคคลอันทรงคุณค่า ของประเทศชาติอย่งสูงสุด ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากมูลด้วยมูลค่ามหาศาลทั้งกำลังเงิน และ เวลา ที่เสียไป แต่ต้องมาถูกกักตัวไว้ ไม่ให้ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติเช่นนี้นับว่า เป็น "พฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด" ของกลุ่มผู้สร้างรัฐธรรมนูญ2550 ทั้งหมด ...เพราะ "เป็นผู้ทำรายชัยชนะของประเทศชาติในสงครามทางฌศษรฐกิจ" ฯล เป็นต้น...พรรคประชาธิปัตย์ทำลายหมดเพื่อไม่ให้ผู้มีความรู้ความสามารถ นักวิชาการ ข้าราชการที่ดี ที่จงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริต ต่อชาติบ้านเมือง ฯลฯ....ไม่ให้ทำงานให้ชาติบ้านเมืองมานานนักหนาแล้ว ตั้งแต่ยุค "จอมพล ป."นั้นแล้ว แต่พอเขาให้เป็นรัฐบาลบ้างก็ทำไม่ได้ตามที่พูด ตามที่ได้โฆษณาตัวเองไว้....ตั้งแต่ยุคนายควง อภัยวงค์ เป็นหัวหน้าพรรคมาแล้ว ...พรรคประประชาธิปัตไม่ได้สร้างผลงานอะไรไว้ให้เป็นชิ้นเป็นอันกับชาติบ้านเมืองเลย....นับตั้งแต่ยุคนายควง จนบัดนี้ ...แต่พอคนอื่น เขาได้เป็นรัฐบาล ต่างก็ร่วมหัวกันก่อกวนรัฐบาล...จนการงานไม่เป็นอันทำ ...ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่า ได้ร่วมกันก่อหวด สร้างความวุ่นวาย ...บ่อนทำลายชาติบ้านเมือง.... ไม่ให้รัฐบาลทำงานได้ต่อไป รัฐบาลคุณสมัคร ก็จะพังเอง เมื่อ คนในที่ทำการสภาที่เป็นแนวร่วมทวงถามถึงผลงานของรัฐบาลด้วย....ผมจึงต้อง ร้อง " เฮ้ย" ....อีกครั้ง แล้วบวกว่า "คิดกันผิดแล้ว ...อ้ายควาย"   ความฉิบหายล่มจมไม่ได้อยู่ที่คุณสมัครนะครับ ....แต่อยู่กับประเทศชาติ....และพี่น้องประชาชนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่รู้เรื่องทั้งนั้น .....ข้าวของแพงขึ้นทุก ๆ วันอันเมื่องมาจาก การปั้นราคาของอเมริกัน เพื่อถอนทุนในสงครามอีรัก แทนที่อ้ายควาย จะช่วยกันแก้ใข กลับมาก่อกวน และร่วมหัวกับสร้างความวุ่นวายต่อในสภาอีกด้วย....เช่นนี้แล้ว.....ใครมันเลวกันแน่...โว้ย...อ้ายควาย.

   รู้ตัวกันบ้างหรือเปล่าว่า การที่พรรคการเมือง และแนวร่วม ทั้งในสภา และนอกสภา ที่ทำกันอยู่ทุกว้นนี้เป็นการทำลายชาติบ้านเมืองของตัวเอง...การบ่อนทำลายประเทศชาติ มันเป็นกลยุทธอย่างหนึ่งก่อนทำสงความ ในการส่งคนเข้าไปในบ้านเมืองของสัตรู สอนแนม ส่งข่าวไปประเทศแม่ ยุยงส่งเสริมให้สัตรูแตกแยกความสามมัคิกัน....อ้ายควาย...รู้หรือเปล่า....ทำใมอ้ายควายจะไม่รู้ ...เห็นว่าเรียนเก่งนี่...เป็นหัวหน้านักเรียนเสียด้วยซิ....หรือว่ารู้ แล้ว แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋า...แบบ วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง...หรือ ..."อ้ายควาย".

(ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เรียนเก่งมาก ตั้งแต่ ชั้นหนึ่งถึงสี่เลย...เป็น  "หัวหน้านักเรียน"  ด้วย ตอนสอบออกเป็นนายหทาร...สอบได้  "ชั้นเอก"  ....ทั้งกองทัพเรือ ตั้งแต่ตั้งกองทัพเรือมา คนแรกที่สอบออกเป็นนายทหารเรือ ที่ได้ชั้นเอก มีหลวงสินฯเป็นคนแรก คนที่สองคือเพื่อนของผมนี่ละ....คนที่ 3 ที่ทราบ คือ พล.ร.อ.ประเสริฐ บุญทรง ร.น. อดีตแม่ทัพเรือ...ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องของผม ที่เห็นกันในโรงเรียนนายเรือ...คน ๆ นี้ ความจำ และ หัวสมองดีมาก จำอะไรได้แม่นยำยาก....ขนานกับผมเอง...ไม่ได้พบกัน 40 กว่าปี ยังจำผมได้ ..คือตอนนั้นผมไปเผาศพคุณแม่ของเพื่อน คือ พล.ร.ท. พิศิษฐ พันธ์ไชยศรี ร.น.(ยุ่ง) ..... ประสริฐเห็นผมเข้า ยังได้เข้ามาทักผมที่วัดเคลือวัลย์นั่นละ...

"สวัสดีครับ...พี่ศัย สบายดีหรือครับ ?"

"สบาบดีครับ...ขอบคุณครับ"...ผมตอบ

หลังจากนั้นมาจนเวลานี้ก็เป็นเวลา สี่สิบกว่าปีแล้ว ก็ไม่ทราบว่าจะมีนักเรียนนายเรือที่สอบออกเป็นนายทหารที่ได้ชั้นเอกอีกกี่คนแล้ว ครับ

   เพื่อนของผม...คนที่ว่านั้น คือ นนร.ชูศักดิ์ พาชัยยุทธ หรือ ร.ท.ชูศักดิ์ พาชัยยุทธ ร.น.  หรือที่เพื่อน ๆ เรียกกันว่า...."อ้าย (พี่)ควาย"....ภรรยาของเพื่อน ๆ เรียกว่า ..."คุณควาย"....ครั้งสุดท้ายได้ข่าวว่าไปเป็น   นายช่างใหญ่การบินไทย หรือ เอี้ยงหลวง ครับ.

   คุยกับพี่ควายต่อดีกว่า ....พี่ควาย...ไม่รู้หรือว่า...ที่ทำ ๆ กันอยู่นั้นมันเป็นการบ่อนทำลาย "ความมั่นคงของประเทศชาติ"....ไม่รู้แล้ว U เป็นนักเรียนทหาร จบออกมาเป็นนายทหารได้อย่างไรวะ.....อั๋วโว้ย....อ้ายควาย...เรียนไม่จบด้วย...อั้วยังรู้เลย.....แล้วลื้อจบออกมาได้อย่างไร ...มิหนำซำยังเป็น..."หัวหน้านักเรียน"...อีกด้วย....แล้วลื้อจะไปอบรมสั่งสอน นักเรียนรุ่นน้องที่จะจบออกมาเป็นกำลังหลักของกองทัพได้อย่างไรวะ....ฮือ ...อ้ายควายเอ๋ย.....ลิ้อไม่รู้หรือว่า ข้าศึกมันรุกเข้ามาประชิดอยู่รอบด้านแล้ว....ยังจะ.."ขวิด"..กันอยู่ได้  (ถ้าเป็นควายต่อสู้กัน  เราเรียกว่า "มันขวิดกัน....แต่ถ้าเป็นหมาต่อสู้กัน เราเรียกว่า  "หมามันกัดกัน" )...อั้วจะบอกให้นะ...."อ้ายควาย" ....ลื้อทำอย่างนี้ เสียหายกับสถาบันอันสูงส่งของเราหมด" ....อัวจะบอกให้นะ....อั้วไม่ได้เป็นทหาร....แต่ที่แน่ ๆ คือ สืบเชื้อสายมาจากทหาร ตั้งแต่บรรพบุรุษแล้วลงมาจนถึง "พ่อ และแม่"ของอั้ว ทั้งสองท่าน เคยเป็นครูสอนหนังอยู่ในโรงเรียนนายร้อย "จปร" มาทั้งสองท่าน ตั้งแต่อั้วยังไม่เกิดเลย พ่อกับแม่ ไปพบกันในโรงเรียนนายร้อยจปร.  แล้วก็รักกัน ชอบกัน แต่งงานกัน แล้วก็เกิดเป็นอั้วขึ้นมานี่ละ....อั้วเกิดปี พ.ศ.2479...ลื้อคิดเอาเองนะ ....ทำอะไรกัน....ก็ไม่รู้เสียหายหมด..ขายหน้า.....ที่สำคัญ ..."อ้ายควาย" ...อั้วว่า  U  ต้องนึกถึง และระลึกถึงเกียรติยศชื่อเสียงของสถาบันให้มากกว่านี้นะ...."พูดอะไรออกไปให้ระวังปากบ้าง เมื่อสองสามวันนี้...พูดไม่คิด....สักแต่มีปากก็พูดออกไป....ทีหลังก่อนพูดอะไรออกไปคิดเสียก่อนนะ....อ้ายควาย...เสียหายหมด.."

   ตัวอั้วเองนะควาย...อั้วไม่เคยคิดสกปรกกับใคร ....ไม่เคยมีเจตนาร้ายกับใคร ทั้ง "ขาว และ ดำ".....ไม่เคยมีอคติกับใคร...ทุกอย่าง...พูดกันตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย และ ชัดเจน....ส่วนใครจะทำหรือไม่ทำก็สุดแท้ แต่ความคิดของ แต่ละคน ......."ทำดี ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"....กรรมไดใครก่อคนนั้นก็รับเอาไปก็แล้วกันนะควาย .......ทำไมละเพื่อน....ทำไมละ...ลื้อไม่รู้จริง ๆ หรือว่าที่ ทำกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นการ "บ่อนทำลาย ชาติบ้านเมืองของตัวเอง"....อย่างนี้...แค่นี้....ยังไม่รู้  แล้วลื้อจะไปรบกับใครวะ..."อ้ายควาย"....เอา...ฟังเพลงดีกว่า...เดียว ๆ...อั้วจะร้องเพลงให้ ฟังดีกว่า บางทีอาจจะทำให้ พี่ นึกอะไร ออกบ้าง....ฟังนะจะร้องให้ฟัง......ฟังนะ  เอานิดหน่อยพอ..นะเพื่อน...

  พราหมผู้เดียว รับใช้ไปยุแหย่  สารแน ยุญาติให้แหกฉาน

ถึงเวลา สัตรูจู่มาราน                 มัวเกี่ยงกันเสียการ เสียนคร.

ฉะนั้นไซ้ขอไทยจงร่วมรัก          จงร่วมสมัครสโมสร

ถึงเวลาสัตรูจู่มารอน                   จะได้สู้ดัสกรด้วยเต็มแรง

.......ฯล  ..

   จบ...ๆ...ๆ...แล้วนะ...เพื่อน ...จำไม่ได้ ร้องไม่ถูกด้วย...ถ้าผิด..ก็แก้กันเองก็แล้วกันนะ...แต่ก็ยัง..อาจจะเป็นเครื่องเตือนใจกันได้บ้างนะ

เราเคยเป็นนักเรียนกันมาทุกคน...(รวมทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตด้วย)ท่านเคยนึกกันบ้างหรือเปล่าว่า ....เวลาท่านทำการบ้านที่ครูหรืออาจารย์ให้มาอยู่จะทำอะไร หรือวิชาใหนก็ตาม ถ้าเพื่อนมานั่งกระเซ้าเย้าแหย่ อยู่ข้าง ๆ ท่าน...จะทำการบ้านไม่ได้ จะไม่มีสมาธิที่จะทำ.....เหมือนกัน...รัฐบาลก็เหมือนกัน จะทำงานไม่ได้ถ้า ถ้ามีฝ่ายตรงข้ามสร้างช่วยสถานะการณืขึ้นมาเพื่อเบี่ยงแบนการทำงานของรัฐบาลอยู่...วิธีการนี้เราเรียกว่า "การบ่อนทำลาย" ....รัฐบาลทำงานไม่ได้ นั่นคือ ประเทศชาติได้รับความเสียหายโดยตรงไม่ใช่รัฐบาล...หรือรัฐมนตรีคนใดตนหนึ่งนะครับ....เข้าใจไว้ด้วยนะ...."อ้ายควาย"

การกระทำบ่อนทำลายเมื่อกระทำจนประเทศคู่สงครามอ่อนแอลงแล้ว จึงยกกองทัพเข้าโจมตีข้าศึกได้เลย...นั่นคือกรณีใหญ่ คือการรบทัพจับศึก ....แต่ถ้าเป็นกรณีเล็ก ๆ อย่างที่กำลังเกิดในบ้านเราขณะนี้ด้วยการบ่อนทำลายของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอยุ่ขณะนี้ คือ ราว กลางปี พ.ศ.2551 เมื่อแนวร่วมกับฝ่ายสัตรูของประเทศในต่างประเทศ ในสภา เห็นว่าได้เวลาอันสมควรก็จะ "เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล".....แล้วคุณว่า...ใตรตือผู้ทำลาย ชนชาติไทยกันแน่...."เขา หรือ เรา"...กันแน่...ครับท่าน....

พระเจ้ากรุงธนบุรี อุสาห์ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจกู้ชาติบ้านเมืองให้เป็นอิสระจากการยึดครองของพม่าไปได้ ไม่กี่ปี คนไทยกลุ่มหนึ่งก็ออกข่าวโจมตีพระองค์ท่านว่า   "เป็นบ้า"...เป็นกบฏต่อพระองค์ท่าน...จับพระองค์ที่ไปตัดศรีษะเสีย....เช่นนี้แล้วท่านว่า..."ความกตัญญูรู้คุณคนของชนชาติไทยในส่วนรวม มันอยู่ตรงใหนแน่....ครับ...."

ตอนนี้ขณะนี้ เอาอีกแล้ว....แผ่นดินเกิดของตัวเองแท้ ๆ ยังทำได้ ทำได้เพราะจะแก้แค้นคุณทักษิณ หรือคนไดคนหนึ่งที่ไปขอเงินท่าน แล้วท่าน ๆ ไม่ไห้...จึงร่วมกันสร้างสถานการณ์ขึ้นมา เพื่อไม่ให้คุณทักษิณกลับเข้ามาสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ชาติบ้านเมืองเช่นการสร้างสนามบินสุวรรญภูมิอีก...โครงการ "เมกกโปรเจก" ต้องหยุดชงักไปหลายปี ประเทศชาติเสียหายมากมายนะ ไม่รู้ว่าเท่าไรต่อเท่าไรที่ต้องไปซื้อน้ำมัน มาใช้กับรถยนต์....แทนที่จะด้ใช้รถไฟฟ้าในระบบขนส่งมวลชน ....ท่านครับ...คิดดูซิครับว่า ใครมันเลวกันแน่....ครับท่าน...แต่ เมื่อเวลายิ่งผ่านไป "คนอยากดัง".. โดยขาดจิตตสำนึกที่ดีจะเข้าร่วมกับพวกทำลายชาติมากขึ้น....ตอนนั้น ฝ่ายความมั่นคงจะเอาไม่อยู่นะครับ...ต้องระวังให้ดี .....พวกนี้ละคือ สัตรูตัวจริงของชาติ...ละครับท่าน

ท่านครับ...ถ้ารัฐบาลคุณสมัคร ไม่สามารถเอา "ห้าโฉดชั่ว"   เข้าคุกได้ เหตุการอาจจะรุกรามไปกันใหญ่โต จนถึงขนาด "การกบฏในฝรั่งเศส"  เมื่อปี พ.ศ.2332 ก็ได้นะครับ......ทั้งนี้ เพราะคนกลุ่มนี้...เป็นคนชั้นต่ำ(เพราะเล่นการเมืองนอกสภาอยู่ข้างถนน) ที่ชอบเล่นการเมืองปนน้ำคลำอยู่ข้างถนน...ไม่ยอมเข้าไปเล่นในสภา   จึงเห็นว่าเป็นคนไร้เกียรติ ขาดจุดยืนที่แม่นอน ฯล ไม่ได้ทำเพื่อชาติบ้านเมือง จริง ๆ แต่ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น ....ดังจะเห็นได้จาก การที่ออกมาชุมนุมกันในครั้งแรก ต้องการให้รัฐบาลคุณสมัคร ยกเลิกการแก้รัฐธรรมนูญ ...ครั้นพอคุณสมัครบอกว่า OK  เลิกก็เลิก คือไม่แก้แล้ว คนกลุ่มนี้ก็ เรียกร้องต่อไปอีกว่าจะให้ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยลาออก ต่อไปอีก   ซึ่งเป็นความผิดขั้นร้ายแรงในข้อหา "กระทำการล้มร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย" ...........อย่างนี้เราก็รู้ได้ทันทีว่า คนกลุ่มนี้ต้องการอะไร.....เหมือน กับการปฏวัติในฝรั่งเศสไม่มีผิด....ทีแรกก็ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ใขเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ...ต่อ ๆ มาก็รุงรามเข้าไปในพระบรมมหาราชวังของพระเจ้าหลุยที่ 16 ว่า ในวังใช้จ่ายเงืนกันอย่างฟุ่มเฟือย จนทำให้เงินไนคลังหมด ประชาชน อดอยาก ข้าวของแพง ฯลฯ...เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ MOB โจมตีรัฐบาล ของพระเจ้าหยุยที่ 16 ผลสรุปสุดท้ายคือ การจับราชวงค์ทั้งหมดทั้ง พระเจ้าหลุยที่ 16 พระนางแมรี่อังตัวเนนต์ ราชบุตร ราชธิดาทั้งหมด ฆ่าเสีย ด้วยเครื่องประหาร "กิโลติน"...เป็นการ  ปิดฉากของ   "ราชวงค์บลูบอง แห่งฝรั่งเศส"...เห็นหรือยังครับท่าน...ๆ....การที่ปล่อยให้คนถ่อยขึ้น "วอ" ผลสุดท้าย คือ ความฉิบหายล่มจมของชาติ และราชวงค์บลูบลอง....เพราะเมื่อคนถ่อยเหล่านี้ได้ครองเมืองแล้วก็ไม่มีความรู้ ความสามารถที่จะแก้สถานการณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้นได้...ทุกอย่างคงเหมือนเดิม จน ตกมาถึง รัชสมัยของ  พระเจ้านโปเรียน มหาราช ทุกอย่างจึงดีขึ้น...หัวหน้า MOB ในตอนนั้นวัน ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากการฆ่าคนด้วย "กิโลติน" วันละหลาย ๆ สิบคน เป็นเวลายาวนาม ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีคนตายไปเพราะพวกชั่วชาติเหล้านี้ไปเท่าไร

    ถ้ารัฐบาลคุณสมัครยังไม่อาจจัดการกับพวกกวนเมืองเหล่านี้ได้....ตอนนี้ก็เป็นความชอบธรรมของ..."กองทัพทั้งสามเหล่าทัพ"... คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และ กองทัพอากาศ...ที่จะต้องร่วมกันรวบรวมเรื่องราวค่าง ๆ นำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวินิจฉัย สั่งการเสียก่อน แล้วจึงให้กองทัพดำเนินการตามพระประสงค์ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งการลงมาในฐานะที่พระองค์ท่านเป็น "จอมทัพไทย มีความรับผิดชอบสูงสุด โดยตรงกับ ความมั่นคง และเอกราชของชาติไทย"   ดังนั้น กองทัพไทย ก่อนที่จะกระทำอะไรลงไปจะต้องได้รับพระบรมราชานุญาติจากพระองค์ท่านเสียก่อนเสมอ และถ้ากองทัพทำได้ตามนี้ ก็จะมีความสง่างามสมเป็นชายชาติทหาร เมื่อกระทำสำเร็จแล้ว เหตุการสงบลงแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกกฎหมานนิรโทษกรรมให้เสียเวลาอีก

นั่นหนึ่ง ...หรือ อีกประการหนึ่ง คือ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครฯ ควรยุบสภาเสียเลย.....แล้วให้มีการเลือกตั้งกันใหม่....เพื่อจะได้ดูซิว่า "ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ จะเลือกใครเข้ามาเป็นรัฐบาลอีก.....ที่สำคัญ...คือต้องให้พวกที่เรียกตนเองว่า "แนวร่วมเพื่อประชาธิปไตย" เสียสวยหรู...ไพเราะเพราะพริ้งนั้น...ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาบ้าง ...โดยมี พล.ต.จำรอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้าพรรค หรือ เป็นผู้นำพรรคบ้าง รองดูซิว่าจะไปรอดหรือไม่ ...แต่ผมคิดว่าว่า นกกระจอกไม่ทันจะกินน้ำ ก็จะล่มปากอ่าว เหมือนพรรคพลังธรรมเสียเท่านั้นละ ...จริงใหม?...ๆ...รองดูซิ....ให้ พล.ต.จำรอง ศรีเมือง   ทดลองเป็นหัวหน้าพรรคดูบ้าง ...ให้แกนนำทั้งหมดทั้งนายสนธิ นายสุริยศัย...นายเคลา.ฯล ทดรองลงรับเลือกตั้งดูบ้าง...รองลงเล่นการเมืองในสภาดูบ้าง ซึ่งผมคิดว่าคงจะดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ที่เล่นอยู่ข้างถนน..อย่างไม่ชอบด้วยเหตุ และไม่ถูกต้องตามกฏหมายกฎหมาย  เพราะไปริดรอนสิทธิในการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ ได้โดยเสรีของบุคคลอื่นเขา......ทดลองลงสนามรับเลือกตั้งดูบ้างว่า ประชาชน 60 ล้านคน(รวมทั้งนักค้ยาบ้า หรือยาเสพติด นักค้าของต้องห้าม นกหลบหรือการงาน...นักหลบหลีกภาษี...นักรีดนักไถ...พวกมาเฟียร์การเมือง..ทั้งใหญ่ และเล็ก ...พร้อมทั้งครอบครัว)...จะเลือกใครเข้ามาเป็นรัฐบาล  ถ้าไม่มีเงินก็ไปหากระลามะพร้าวที่ดูดีหน่อย   ขูดขนที่รุงลังออกเสียก่อน ข้ดให้มัม แล้วไปยืน ที่หน้า สำนักงาน DSI บางที่อาจะมีข้าราชการชั้น ในนั้นที่ใจดี บริจากเงินให้บ้าง....จริง ๆ นะ...บางทีท่านที่อ้างว่าเป็นชั้นผู้ใหญ่ ช่วยเอาเงินมาลงกระลา ตั้งพรรคการเมืองบ้าง...ผมว่าได้เงินใช้แน่ ๆ จักการดำเนินการได้เลย ค่าใช้จ่ายก็ตามธรรมเนียมนั่นละ คือ "กรรมการครึ่ง วัดครึ่ง"....ดีใหม ?..ๆ ...จะได้ทดลองลงรับเลือกตั้งดูบ้างซิว่า ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประะเทศ จะเลือกใคร ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ประชาชนจะเลือก ท่านจำรองเข้ามาเป็นรัฐบาลหรือไม่ ...ทางคุณจำรองจะได้ไม่ไปเล่นการเมืองอยู่ข้างถนนอีก ...ซึ่งจะทำให้ดูดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นทั้งบ้านทั้งเมือง ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่....ก็จะไม่มี .....อย่างนี้ซิ จึงจะถูกต้อง...นะครับนะครับ..

เพื่อน ๆ ที่รัก ครับ....พอจะได้เต้าโครงบ้างหรือยังว่า ..." ถ้าผมมีส่วนในเรื่องความมั่นคงของชาติแล้วผมจะทำอย่างไร"

       ตอนนี้ขอพักไว้เท่านี้ก่อนสำหรับเรื่องไม่เป็นเรื่อง.....เรื่องไร้สาระทั้งนั้น ...ทำแล้วไม่ได้เงิน จะทำ ทำไม? ...ทำให้โง่หรือ? ...ถ้าจะให้ทำเรื่องอะไรก็ตามต้องได้เงิน เพื่อไปสร้างบ้านสวย ๆ อยู่ ซื้อรถราคาแพงขับ....ไม่ทำดีกว่า ...เพราะ...เพระทำเรื่องที่ "อดิศัย"  ว่ามันไม่ได้เงิน..."บ้านเมืองไม่ใช่ของเราคนเดียว"....

เฮ้ย...ๆ...."ชอบคิดแต่สิ่งชั่ว ๆ อีกแล้ว...ผมว่า

เรากลับไปคุยกันถึงเรื่อง มังกรดำต่อดีกว่า เพราะเรื่องนี้ ....ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่าให้ท่านฟัง ก็เพราะเรื่องนี้ ละที่ ชาติตะวันตก ต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลชื้อตัวคนเอเชียให้ร่วมกัน ทำลายวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพนีอันดีงามของชนชาติเอเชียให้สลายลง...เพิ่อไม่ให้ คนเอเชียมีความเจริญรุ่งเรือง และมีกำลังทหารที่เข้มแข็งกว่าคนตะวันตกอีกต่อไป.

อดิศัย พ.

14 มิถุนายน 2551  @  1846

..................

 สวัสดึ ครับ...เพื่อน ๆ ที่รัก ทุกท่าน

เช้าวันที่ 24 เมษายน 2551 ผมนำเรือผ่าน Bangkok Bar เข้ามาข้างใน กทม.เวลาประมาณ 0415 ถึงกลางน้ำราษฎรบูรณะ เวลาประมาณ 0730  แต่จริง ๆ แล้วผม มาถึงสันดอนปากน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ 2310 ของวันที่ 23 เม.ย.51 แล้วครับ...นั่นหมายความว่าอย่างไร ...หมายความว่า ถ้าเรานับเวลาย้อมหลังกลับไป 4 วัน กับ 5 ชม โดยประมาณ จะเป็นวลาที่เรือบางประแก้วของผมกำลังจะผ่าน " ภูเก็ต " บริเวณแหลมแท่นครับ ..บังเอิญแท้ ๆ คืนนั้นผมเปิด TV ดูข่าวประจำวัน เห็นคุณชวน หลีกภัย ท่าน กำลังออกมาพูดเรื่องของท่าน "รัฐบุรุษ พล.อ.เปรม"  เรื่องมีคนโจมตีท่านเปรม พิมพ์หลังสืออกมาแจกจ่ายกันมากมาย ทำให้ดูภาพพจน์ไม่ดีกับท่านเปรม ....ผมดูแล้ว ก็เห็นว่า  " ดี " นะ เรื่องราวต่าง ๆ จะได้ค่อยหมดไป ในทางที่จะทำให้ทุกอย่าดีขึ้น ...ขอบคุณ คุณชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์มาก นะครับ ที่ท่านออกมาแสองความป็น " ตัวแทน " ให้ท่านเปรม....เป็นปากเป็นเสียงให้ท่านเปรม ขอบคุณครับ...ขอบคุณ..

มีหลายท่าน ที่ทำตัวเป็นตัวแทนของคุณทักษิณ ....ที่กำลังเดือดร้อนด้วยการโจมตีของสื่อ (เลว ๆ) ต่าง ๆ ....จะหันกลับไปเป็นตัวแทนของคุณเปรม เช่นคุณชวนบ้าง จะดีใหมครับ ?...ท่าน... จะได้ไม่ถูกด่า จะได้ไม่ถูกโจมตีอย่างไร้เหตุผลจากสื่อ ฯ เลว ๆ อีกครับท่าน

ผมจับเอาความจริงสองเรื่องนี้มาไว้ใกล้ ๆ กันเพื่อให้ท่านเห็นขอแตกต่าง และเข้าถึงความไม่ถูกต้องที่มีในบ้านเมืองเรา ...เพื่อท่านจะได้รู้ว่าใครบ้างอยู่ใต้กฏหมาย....ใครบ้างอยู่เหนือกฏหมาย ....ท่านที่ทำงานปฏิบีติหน้าที่อยู่ขณะนี้ ที่เกี่ยวข้องใน ทุก ๆ ประเภท และชอบทำแบบ   "นายว่าขึ้ข้าพลอย"...จะได้เลือกข้างได้ถูกต้องนะครับท่าน (ฟังรายการ  คุณวีระ ม.   จาก NBT TV เวลา 2215-2300 ทกวันเว้นวันเสา...จะได้ความรู้ในเรื่องเหล่านี้มากครับ) ว่าท่านจะอยู่ข้างใหน ?...ท่านถามตัวเองก่อนว่า ท่านต้องการอะไร จะอยู่ในสังคนนี้ด้วยศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน หรือ ความเป็นสัตว์นรก....เลือกได้นะครับท่าน....เลือกเอา ๆ ...ขอบคุณครับ

เรื่องการที่ผม สนับสนุนให้เรา ๆ ท่าน ๆ ช่วยกันไปเลือกตั้งกันให้มาก ๆ นั้น ก็เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาของชาติให้หมดไป...แล้วมาตั้งต้นกันใหม่....ซึ่งหลาย ๆ เรื่องมันมีเหตุผลของมันอยู่ในอยู่แล้วเมื่อท่าน Click ที่ More ...ซึ่งจะดูได้จากเรื่อง " มังกรดำ " (Black September) นะครับ 

                ********

"มังกรดำ" (Black September) 

                ตอนที่ 2 

 "สงครามภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิค"

14 มิถุนายน 2551

   สงครามเอเชียแปซิฟิค เป็นสงครามที่เกิดต่อเนื่องจากสงครามในยุโรป และก่อนที่การเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่2 จะเกิดขึ้น ก็ได้เกิดความยุ่งยากทางการเมืองขึ้นอย่างที่เรียกว่ายุ่งยากมากเพราะการขยายอิทธิพลของเยอรมัน โดยการนำของ "ฮิตเลอร์" ที่ต่อมาจาก ตอนท้ายของ เรื่องมังกรดำตอนที่ 1 กล่าวคือ เมื่อ วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2482 สหพันธ์รัฐ "เชคโก-สโลวัค" ได้เกิดการขัดแย้งกันเองภายในประเทศ เหมือน ๆ กับประเทศไทยในปีพ.ศ.2551 ....จึงได้ประกาศแยกตัวออก ไม่ขึ้นกับสหพันธรัฐ คำร้องเรียนถูกส่งไปยังฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์ได้ส่กองทัพเข้ายึดครอง "โบฮีเวีย"-โมราเวียไว้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2482 ในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 16มีนาคม เยอรมันประกาศอารักขาโบฮีเวีย-โมราเวีย ทางรูเธเนีย เลือกรวมตัวกับฮังการี่ โดยได้รับการยินยอมจากฮิตเลอร์ ทำลายประเทศเชกโกสโลวาเกียไปจนหมดสิ้น

เดือนเมษายน พ.ศ.2482 ประเทศอีตาลี่ประสพความสำเร็จในการผนวกอัลยาเนีย

วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2482 เวลา 1240 ฮิตเลอร์ ประกศบุกโปแลนด์ โดยให้เครื่อนทัพในเวลา 0445 ของวันรุ่งขึ้น พอถึงวันที่ 3 กันยายน 2482 อังกฤษ และ ฝรั่งเศส ประกาศสงครามกับเยอร์มัน เมื่อเวลา 1100 และ 1700 ตามลำดับ

การบุกโปแลนด์จึงถือเป็นการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่ได้เว้นว่างจากภัยสงคราม จากสงครามโลกครั้งที่ 1 มา 20 ปี

Sun Jun 29,2008  

สวัสดีครับท่าน .....ในขณะนี้ผมต้องขอพักเรื่องมังกรดำไว้ก่อนนะครับท่าน เพราะได้มีเรื่องที่สำคัญกว่าที่จะต้องคุยกัน นั่นคือเรื่อง "การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล" ...นะครับ.....ท่าน

   พรรคประชาธิปัต ได้ตั้งประเด็นการไม่ไว้วางใจในคณะรัฐบาลของคุณสมัครเป็นรายบุคคลเสร็จเรียบร้อบไปแล้ว โดยทั้งหมดได้รับความไว้วางใจจากสภาให้คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ทุกท่าน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2551 แล้ว ....ทำให้หลาย ๆ อย่างในทางการเมืองอาจจะเดินหน้าไปได้ด้วยดีในระยะนี้ก็ได้นะครับ .....แต่มันก็ไม่แน่ นะครับ ...ในเมื่อยังมีกลุ่มกวนเมือง สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอยู่.

  จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนั้นของพรรคประชาธิปัต ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่า พรรคประชาธิปัตไม่ได้ทำไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน อย่างจริงใจ และจริงจัง (คือไม่จริงใจต่อชาติบ้านเมือง และประชาชน) แต่กลับทำไปเพื่อผลประโยชน์ของ "กลุ่มกบฏ"  ที่ร่วมกันล้มร้างการปกครองในระบอบ "ประชาธิปไตย" เมื่อปี พ.ศ. 2550 ทั้งนั้น ....ทำไมผมจึงมีความรู้สึกอย่างนั้น ?...ผมอคติกับพรรคประชาธิปัตหรือเปล่า ?.....คำตอบคือ..."เปล่าเลยเลยครับ." .....แล้วทำไมผมจึงกล่าวอย่างนั้น....แน่นอน ๆ ครับ ว่าผมก็ต้องมีเหตุผลของผม....ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลของผมคนเดียว....ที่มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร  ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับท่าน.. ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมผมจึงรู้สึกอย่างนั้น ....แต่ยิ่งฟังไป ๆ ยิ่งรู้สึกว่า เหตุผลในการไม่ไว้วางใจในคณะรัฐบาลของคุณสมัครนั้น....มันไม่ค่อยสมเหตุสมผล.....คือ...เหตุผลมันอ่อนไป ...ไม่ถูกกาละ เทสะ ในปัจจุบัน ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล  แต่มันกลับไปเสริมสร้าง...ส่งเสริม...สนับสนุนกับการออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกของ "กลุ่มกวนเมือง" ข้างถนน ที่ให้รัฐบาลลาออก ....การให้รัฐบาลลาออกของ "กลุ่มการเมืองข้างถนน" นั้นเริ่มต้นมาจาก "การเรียกร้องให้รัฐบาล ระงับการแก้รัฐธรรมนูญ" เมื่อรัฐบาลระงับแล้ว แทนที่กลุ่มการเมืองข้างถนนจะสลายตัวไป ...แต่กลับเรียกร้องให้  "รัฐบาลลาออก"  ต่อไปอีก... ท่านเห็นหรือยังครับว่านั่นคือความไม่จริงใจในการเรียกร้อง....เมื่อเป็นเช่นนี้คงจะมีอะไร ต่อมิอะไร ต่อไปอีก อย่างไม่มีที่จบสิ้น จนกว่า   "คนกลุ่มนี้จะได้ครองเมือง" (ผมขอให้...เพื่อน ๆ ร่วมชาติอันเป็นที่รักของผม ทุกท่านได้โปรดระลึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใว้ และช่วยกันป้องกันอย่าให้คนไม่ดีได้ปกครองบ้านเมือง..อยู่ตลอดเวลาด้วยนะครับ).....ซึ่งไม่ใช่พระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะให้ "คนไม่ดีได้ปกครองบ้านเมือง" ...(คนดีเขาต้องเล่นการเมืองในสภา....ไม่ใช่เล่นการเมืองอยู่ข้างถนน....ดังนั้น คนเล่นการเมืองข้างถนนจึงเป็นคนไม่ดี...อย่างไรละครับ).....เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงหวังเป็นอย่างมากว่าท่านนายกฯคงจะไม่เส้นตื้นลาออกเสียก่อนนะครับท่าน....ท่านต้องอดทนเพื่อชาติบ้านเมือง  ครับท่าน....ผมเข้าใจว่าท่านทราบดีและรู้ดีว่าอะไรถูก  อะไรผิด....กลุ่มนักการเมืองข้างถนน กับ พรรคประชาธิปัตย์ คือ กลุ่มที่สร้างปัญหาให้ชาติบ้านเมือง เพื่อการล้มร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ของประเทศไทยหรือเปล่าไม่ทราบ...ท่าน..ช่วยพิจารณาดูซิครับว่า...ถูกต้องอย่างนั้นหรือเปล่า...ดู ๆ คนสองกลุ่มนี้น่าจะทำงานร่วมกัน และมีความสำพันธ์ที่ลึก ๆ อยู่เบื้องหลัง...กับกลุ่ม..."มาเฟียการเมือง"..ที่ไปรีดไถเงินคุณทักษิณเพื่อเป็น .."ค่าคุ้มครอง" ...ในการอยู่อบริหารบ้าน.. แล้วท่านไม่ให้ จึงเกิดเรื่องไม่จะเป็นไปได้อย่างมากมาย จากอธิพลของหัวหน้ามาเฟียการเมือง...มันน่าจะมีความสัมพันธ์กัน และทำงานร่วมกันอยู่.....เสริมกัน เหมือน ๆ กับการทำงานของ...."พรรคคอมมูนิสย์ล้อมเมือง จากภายนอก...ก่อกวนและบ่อนทำลายภายใน ด้วยการแทรกซึมเข้าสู่รัฐสภา"

  ท่านครับผมเห็นว่า....น่าจะต้องรวบลัดให้มากกว่านี้เสียเเล้วครับท่าน ....เพราะขณะนี้...ขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้อยู่...ผมอยู่ในทะเลครับ....ใช้ โทรศัพท์มือถือ เป็นโมเดมต่ออินเตอรเนท สัญญาญไม่ค่อยดีครับ  จึงต้องขอตัดตอนไปบ้าง และว่ากันย่อ ๆ ว่า ที่ผมเห็นผิดปรกติเป็นอย่างมาก คือ ทางผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายแพทย์สุรพล ...คือคุณกร แห่งพรรคประชาธิปัต  อภิปรายไป ๆ... ๆ....นาน ๆ เข้า ...คงคิดว่าประชาชนคนฟังกำลังเคลิบเคลิ้มแล้ว  จึงได้ดึงเอาบุคคลที่สามที่ไม่ได้นั่งอยู่ในสภา ...ไม่มีโอกาศโต้ตอบได้ เข้ามาพูดเป็นทำนองให้ร้ายท่าน....เช่นนี้ ผมเห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองที่สกปรก(การเล่นการเมืองน้ำเน่าเดียวนี้มันหมดสมัยแล้ว) และไม่ได้ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน แต่ทำเพื่อ "กลุ่มกบฏ" อย่างไรละครับท่าน เหตุผลที่มากกว่านี้ไว้ว่ากันที่หลังนะครับ...แต่อะไรก็ยังไม่สำคัญเท่ากับ ท่านประธานสภา...ยังอนุญาติให้คุณกรพูดอยู่ได้...และ ดึงเอาคุณทักษิณ และลูกชายของคุณทักษิณ เข้าไปพูดในสภาด้วย....ดูแล้วรู้สึกน่าเกรียดมาก..ทั้งนี้ก็ เพื่อเป็นการตอกย้ำให้ประชาชนที่ไม่เข้าใจในขบวนการศาลยุติธรรม มีความเกียจชังคุณทักษิณมากขึ้น ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการไม่ยุติธรรมกับคุณทักษิน และครอบครัวด้วย...ครับท่าน....อะไรไม่สำคัญเท่ากับข้อกล่าวหาที่ว่าคุณทักษิณโกงกินชาติ บ้านเมืองนั้น มันไม่จริง ตามที่มีคนเขียนข้อกล่าวหากันมากมายเป็นรถ ๆ (รถเข็นฝัก)เลย... นั่นนะมันไม่สำคัญดอกครับ...มันสำคัญอยู่ตรงที่ว่า ....เรื่องเหล่านั้น...ศาลยังไม่ได้ตัดสิน...ใครจะไปกล่าวหาว่าคุณทักษิณโกงกินชาติบ้านเมืองไม่ได้ ....จำเอาไว้นะ....ผู้ที่กล่าวว่า คุณทักษิณและครอบทั้งหมดว่า ท่านโกงกินชาติบ้านเมืองนั้น...อาจจะถูกข้อหา..."ละเมิด"...บ้างก็ได เมื่อถึงตอนนั้น...ผมเชื่อแน่เหลือเกินว่า คนที่เขียนข้อกว่าหาขึ้นมาลอย ๆ หรือ แต่งเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายคุณทักษิณ และ จะเข้าไปยึดทรัพย์ของเขาเป็นหนื่น ๆ ล้านบาทนั้น เป็นเงินที่เขาต้องใช้หมุนเวียนทำธุระกิจอยู่ จะทำให้คุณทักษิณไม่มีเงินไปหมุนทำให้...คุณทักษิณ ได้รับความเสียหายเป็น หมื่น ๆ ล้าน เช่นนี้ ถ้าคุณทักษิณฟ้องกลับบ้าง เรียกค่าเสียหายเป็น หมื่น ๆ ล้านบาทบ้าง....ท่านมีปัญญาไปหาเงินมาใช้คุณทักษิณหรือ .....ผมจึงอยากถาม ท่านผู้ที่ร่วมหัวกันกล่าวหาคุณทักษิณว่าโกงกินชาติบ้านเมืองนั้นมีปัญญาไปหาเงินมาใช้คุณทักษิณหรือไม่ครับ....และผมก็คิดว่า คงจะถึงเวลาแล้ว ที่คุณทักษิณก็น่าจะให้ กลุ่มของทนายความตามที่ท่านได้ว่าจ้างไว้... เริ่มเก็บข้อมูลในการที่จะฟ้องกลับ กับบุคคลเหล่านี้ได้แล้วนะครับ....ถึงเวลแล้ว....ท่านต้องฟ้องทุกคน รวมทั้งหน่วยราชการด้วย...ทั้นี้ก็เพราะว่า หน่วยราชการนั้นคือ ..."นิติบุคคล" ...ต้องฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 อธิบดี เป็นจำเลยที่ 2 ผู้ให้การร่วมมือต่าง ๆ เป็นจำเลยที่ 3 -4 - 5 ... ต่อ ๆ กันไป....ท่านทักษิณ ต้องดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ ทุกคนโดยไม่มีการยกเว้น...เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกันนักการเมืองที่มีฐานะดี...คือมีเงินร่ำรวย เข้าขั้น เศรษฐีที่จะเข้ามาเล่นการเมือง...บริหารประเทศ จากใจจริงไม่ต้องมาเดือดร้อนเพราะ   ...."พวกมาเฟียรการเมือง"...ที่คอยรีดไถได้อีกต่อไป....นะครับท่าน...ท่านเริ่มได้แล้ว...ครับท่านทักษิณครับ..ท่านต้องฟ้องกลับทั้งหมด ทั้งผู้อยู่เบื้องการและเบื้องหน้าพวกนักกาเมืองข้างถนนทุกคน......นักการเมืองในสภาทุกคนที่นำท่านไป..."ประจานในสภา"...ให้ได้รับความเสียหายด้วยนะครับท่าน....

   มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องเขาพระวิหาร....เรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า เมื่อ วันที่ 6 ตุลาคม 2502 ทางประเทศกัมพูชา หรือ เขมร ได้ยื่นคำร้องต่อศาลโลก หรือ ศาลสถิตยุติธรรมระหว่างประเทศ ให้มีคำสั่งให้ไทยถอนทหารออกจากบริเวณ ปราสาทเขาพระวิหาร ....ทางประเทศไทยได้ส่ง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ไปเป็นทนายฝ่ายไทยว่าความให้ประเทศไทย ว่าไป...ว่ามา...จนถึงปี 2505 คือ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505  ศาลโลกได้วินิจฉัยว่า "อธิปไตยเหนือเขาพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา"....นั่นหมายความว่าอย่างไร....ก็หมายความว่า หม่อมราชวงค์เสนีย์ไปว่าความให้ไทยอย่างไรไม่ทราบ...ไทยเลยแพ้เขา...คือแพ้กัมพูชา  และอธิปไตยของชาติไทยเหนือปราสาทเขาพระวิหารนั้น ได้ศูนย์เสียไปแล้ว...ตั้งแต่ วันที่ 15 มิถุนายน 2505 แล้วครับท่าน...แล้วตอนนี้มันก็ผ่านมาตั้งสี่สิบกว่าปีแล้ว แล้วยังจะมาเรียกร้องอะไรกับอีก....ถ้าจะเรียกร้อง....หรือทวงถามอย่างหนึ่งอย่าใด...ทำไมจึงไม่ดำเนินการเสียตอนนั้น ....นิ่งเฉยอยู่ทำไม....รู้หรือไม่ว่า..."การนี่งเฉย คือ การยอมรับ".....ขณะนี้หมดอายุความแล้ว...จะไปเรียกร้องเอากับใคร.....เก่ง ๆ กันทั้งนั้น...เก่งแต่ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษนั้น   คนเขาไม่คบหลอกครับท่าน....ทำไมจึงไม่เรียกร้องเสียตั้งแต่ตอนนั้น ...ทำไมถึงได้ปล่อยให้เนิ่นนานมาจนป่านนี้ ...อย่างที่ว่านั่นละ  น่าจะหมดอายุความแล้ว... แต่ก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงตอนนั้น ....หดหัวเข้ากระดองไปตาม ๆ กัน ....พอมาถึงตอยนี้ คุณนพดล ปัตถมะ รัฐมนตรี กระทรวงต่างประเทศไปจัดการให้จนได้ดินแดนบางส่วนกลับคืนมาแล้วท่านยังจะไปเรียกร้องร้องเอาอะไรอีก ....ตามที่ผมดูแผนที่ แวบ ๆ จากที่คุณนภดล ยกให้ดู ผมไม่เห็นว่าไทยจะเสีย อธิปไตย หรือ ดินแดนอะไร ตรงใหนเลย...มีแต่ได้ดินแดนเพิ่มขึ้นมา ในเขตพื้นที่ซับซ้อนกัน ที่ได้สร้างความยุ่งยากมาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วไม่เห็นมีรัฐบาลชุดใหนแก้ได้สักรัฐบาลเดียว....รองนับนิ้วมือดูซิ ....พี่ควาย....ว่ากี่รัฐบาล....น่าขายหน้า...ยังจะมาเสนอหน้า คัดค้านอีก ...หน้าไม่มียางอาย...เป็นนักกฏหามยได้อย่างไร....... มีแต่รัฐบาลชุดคุณสมัคร โดยคุณนภดล นี่ละที่แก้ได้ แล้วยังจะโวยวายกันอีก.....ระวังนะคนที่โวยวายนั้นละ ...ระวังตัวให้ดี....จะโดนข้อหา "กระทำการขัดขวางไม่ให้ประเทศไทยได้ หรือมีซึ่งดินแดนที่เคยเป็นของไทยมาก่อน กลับคืนมา"....ระวังนะท่านหัว.......หัว.......หัวหน้าทั้งหลายจำไว้ด้วย......ที่ว่านี้...ผมหมายความว่า "คณนภดล ปัทมะ ...รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศทำถูกต้องแล้ว และทำดีมาก ดีมาก ๆ สำหรับ ประเทศไทยแล้ว...ผม กัปตันอดิศัย พะลายานน์ ขอตบมือให้ท่านครับ...

  ท่านนายกสมัครครับ....ด้วยความรักและความปราถนาดีกับทุก ๆ คน ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่ผมเรียนมาให้ทราบนั้น....ท่านสมัคร และ หน.ฝ่ายค้าน ที่อาจจะต้องเป็นรัฐบาลบ้างในวันหนึ่งข้างหน้าว่า ...."ท่านอย่าเล่นการเมืองตามกระแส ที่สกปรก" นะครับ.... ท่านอย่าได้ทำตัวเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่....ได้ไปนั่งอยู่ในที่ ๆ จะต้องเป็นผู้ "ชี้ถูก ชี้ผิด" แล้ว .....แล้วท่าน ตัดสินคดีความตามกระแส เช่นนี้...."มันใช้ไม่ได้" ต้องตัดสินความ  "ตามกฏหมาย" ...และนอกจากจะต้องถูกต้องตามกฏหมายแล้ว จะต้อง "ชอบด้วยเหตุผล" ด้วยนะครับ...นั่นตือ หรือ ผมหมายความว่า "การตัดสินความนั้นจะไม่เกิดความเป็นธรรมกับจำเลย ถ้าการตัดสินความนั้น ถูกต้องตามกฏหมายแต่ไม่ชอบด้วยเหตุผล" ถ้าทำได้ เช่นนี้แล้ว จึงจะทำให้บ้านเมืองล่มเย็นเป็นสุขได้  .... ถ้าตัดสินตาม กระแส โอนไป แล้วโอนมา ตามกระแสเช่นนี้แล้ว ผมว่าท่าน ...."ถอดหมวกใบที่อยู่บนหัวของท่านออกดีกว่าครับท่าน...แล้วให้คนอื่นเขาใส่แทน เพื่อจะใด้ทำให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้นบ้าง ...."จริงหรือเปล่าครับ"  ท่าน อย่าทำอะไรเหมือนไม้หลักปักขี้ความนะครับ ท่าน...ครับ...

 เมื่อผม...พูดถึง "ขี้ควาย" ก็เลย อดพูดถึง..."ขี้หมู"..ไม่ได้ คือ สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ชาติบ้านเมืองยุ่งเหยิงอยู้จนทุกวันนี้...ทั้งเด็กและผู้ใหญ่อยู่กันอย่างไม่เป็นสุข...หาความสุขไม่ได้ในบ้านเมืองนี้ ....ผมหมายความถึงในประเทศไทย ขณะนี้ ...แม้เด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ ก็ยังเดีอดร้อน ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย...เดือดร้อนเพราะ พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ที่เลว ๆ ได้เอาลูกของตัวเอง หรือ ไปเอาเด็กมาทำ   "รั้วมนุษย์" ป้องกันตำรวจ...ผมเองก็ไม่ทราบ และ ไม่รู้เหมือนกันว่า  พ่อ-แม่ของเด็กเหล่านั้น ไปเอาอะไรมายัดเยียดให้กับ ลูก ๆ ตัวเองเลวยังไม่พอ ยังเอาความเลวไปยัดไห้เด็ก ๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอีกด้วย.... ผมจึงเห็นเด็กตัว ๆ เล็ก ก็ไปยืนเป็น รั้ว กันตำรวจให้กับ นักการเมืองข้างถนนที่เป็นผู้ใหญ่ที่ในอดิต เป็นทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็มี เป็นนักะนระกิจที่ดัง ๆ ก็มี มีทั้งสื่อมวลชนระดับแนวหน้า ที่ทำตัวเป็นมาเฟียการเมืองก็มีในแถวหน้า...ในกลุ่มนักการเมืองข้างถนน เพื่อป้องกัน ตำรวจ....ผม...ไม่รู้เหมือนกันว่า มันคิดกัน อย่างไร ทำไมจึงเลวอย่างนี้ ....เด็ก ๆ ไม่ได้ไปโรงเรียน ก็เพราะผู้ใหญ่ทำ และ ผู้ใหญ่ ก็...."ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ที่จะรักษาผลประโยชน์ของ ประชาชนผู้บริสุทธิ  หรือ/คือ ผู้ใหญ่นั้นได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ที่จะเป็นผู้พิทักษ์ สันติราษฏร์ ผู้บริสุทธิ์เสียแล้วหรือ ? ...ขอวิงวอนมายังท่านผู้เกี่ยวข้องด้วย...นะครับ เพื่อให้ท่านช่วยกันรักษา และ ปกป้อง เด็กตัวเล็ก ๆ ด้วย นะครับท่าน เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรกิน.....ไปกระโดดน้ำตายดีกว่า .."

   เมื่อผมพูดว่า ท่านผู้ใหญ่ที่สามารถจะ "ชี้ถูก * ชี้ผิด * ชี้เป็น * ชี้ตาย " ได้ แต่ทำตัวเป็น ไม้หลักปักขี้ควายแล้ว ทำให้อดนึกถึง "ขี้หมู" ไม่ได้ เพราะผมสงสารบ้านเมืองมากที่ยุ่งยากวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะ ความโชคไม่ดีของประเทศไทยในระยะนี้ ทั้งนี้ก็เพราะ เป็นหน้าฝนพอดี เมื่อ...."ฝนตกขี้หมูไหล....คนจังไรมันมาเจอกัน"... บ้านเมืองเลยวุ่นวายไปหมด...นะครับท่าน....

   ท่านนายกฯ สมัคร ครับ ขณะนี้ ท่านได้เสียคนเก่งและคนหนุ่มที่ตั้งใจทำงานให้ชาติบ้านเมืองไปหนึ่งคนแล้วนะครับ ท่านผู้นั้นก็คือ คุณจักรภพ เพ็ญแข ท่าน อย่ายอมเสีย คุณนภดล ปัทมะ อีกเป็นเด็ดขาด ...นะครับท่านเพราะตามกระแสนะครับ....ผมกล้ายืนยันได้เลยว่า คุณนภดล ทำถูกทุกอย่าง ..."รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรีด้วยว่าด้วยเรื่องเขาพระวิหาร" ก็เช่นกัน....ผมว่าเมืองไทยตอนนี้ อะไร ๆ มันก็ผิดไปหมดในสายตาของผม....ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านเห็นชัด ๆ ชักอย่างหนึ่งว่าที่คุณนภดลทำนั้น...."ท่านทำถูกแล้ว"ครับ....

   ตัวอย่างของผมก็มีอยู่ว่า .....สมมติว่า เมื่อหลายปีมาแล้ว ประเทศไทย ส่งทีมฟุตบอลทีมชาติ ไปแข่งขันในต่างประเทศ.....พอไปถึงสนามเข่ง ทีมชาติของไทย...เห็นคู่แข่งขันของเขาเก่งกว่า เลยเบี้ยว ไม่ลงแข่งขันเสียอย่างนั้นละ ...ไม่ลงอย่างหน้าด้าน ๆ เสียอย่างนั้นละ... ท่านจะทำอย่างไร .....กับทีมของท่าน.....นั่นหนึ่ง.....อีกประกาหนึ่ง ถ้าทีมชาติของท่านลงแข่งแล้ว...แต่แพ้เขา.....สู้เขาไม่ได้ แพ้เขา...1/0 ..... แต่พออีกหลายปีต่อมา ท่านกลับไปโวยวายกับกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอบรอบนั้น...ว่าท่านไม่แพ้.....ต้องเสมอกันจึงจะถูก.....เพราะลูกที่ฝ่ายตรงข้ามยิงเข้าประตูนั้นเป็น ..."ลูกล้ำหน้า".... เพราะฉะนั้น ต้องเสมอกันจึงจะถูก.....ท่านลองคิดดูซิว่า ถ้าท่านจะทำอย่างนี้...ท่านทำได้หรือไม่ ?....ในเมื่อกรรมการได้ตัดสินไปแล้ว ให้ท่านเป็นฝ่าย พ่ายแพ้ไปเมื่อ 45 ปีก่อน ...ตอนนั้นทำไม ท่านไม่เรียกร้องขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมการเขาเสียตอนนั่นละปล่อยให้เวลามันร่วงเลยมาถึง 45 ปีแล้ว แล้วจะมาเรียกร้องอะไรกันอีกละ ....อ้าย(พี่)ความ....มันหมดอายุความไปนานแล้ว...นะอ้าย(พี่)ควาย....

  ท่านนายกฯสมัคร ครับ ....ถ้าสมมติว่า ..ท่านเป็นผู้ชี้ผิด-ชี้ถูกได้...ท่านมีอำนาจอยู่ในมือ แต่ท่านทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้ความ.... แล้ว มันจะหาความเป็นธรรมได้อย่างไรในบ้านเมืองนี้ได้อย่างไร...ยิ่งเกียวกับการบริหารประเทศ-ชาติบ้านเมืองด้วยแล้ว....ยิ่งสำคัญมากนะครับ....พอคณะรัฐบาล จะทำอะไรหน่อย ถ้าไม่เป็นที่พอใจคนใดคนหนึ่งอย่างไร้เหตุผล.....คือ "ไม่ชอบด้วยเหตุผล และ ไม่ถูกต้องตามกฏหมายแล้ว".....ก็มา ฟ้องท่าน ...ก็ใช้ ความกระร่อย...ทำตัวเป็นผู้ชี้ขาดที่ไม่มีจุดยืนของตัวเอง คือ เหมือนไม้หลักปักขี้ควายอย่างที่ว่านั่นละ โดยท่านยังทำตามคนเหล่านั้น....ผมถามท่านนิดเดียวนะครับว่า แล้วท่านจะ บริหารบ้านเมืองได้อย่างไร ....แม้กระทั่งมติคณะรัฐมนตรีท่านยังยับยั้งได้เช่นนี้แล้ว....ใครบ้างที่จะบริหารราชการแผ่นดินได้ ...ท่าน มีหัวสมองหรือเปล่า ....คิดบ้างหรือเปล่าว่า....กรณีย์เขาพระวิหารนี้น ประเทศไทยนะหมดสิทธ?ไปตั้งแต่ ปีพุทธศักราช 2505 เมื่อวันที่ 15 เดือน มิถุนายน แล้วครับ....แล้วไปยับยังอะไรกันอีก...กับมติของของคณะรัฐมนตรี.......คิดดูแล้วน่าเวทนากับการทำงานของข้าราชชั้นผู้ใหญ่ของประเทศไทยบางคน มากนะครับ   ดังจะเห็นได้จาก  ทีเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของ DSI สองคน ผู้หญิงหนึ่ง  กับผู้ชาย "หัวล้าน ๆ " อีกหนึ่งคน ซื่ออะไรผมก็ไม่ทราบได้ ....ออกไปแสดงความสนับสนุก "นักการเมืองข้างถนน"...อย่างเปิดเผย จนออกนอกหน้า เป็นข่าวเผยแพร่ไปเช่นนั้น  ท่าน....นายกฯครับ....ท่านคิดอย่างไร กับพฤติกรรมของผู้หญิงและคนหัวล้านดังกล่าว ...ครับท่าน....เป็นข้าราชการทำอย่างนั้นได้ หรือ?.....ผมคิดว่า  "บ้านเมืองเราวิปริตไปหรือเปล่า ?" ทำไมคนระดับนั้นจึงทำอย่างนี้ได้ ....มันอะไรกันนักกันหนา   ครับท่าน....ถ้าเป็นข้าราชการประจำต่อไป...ท่านต้องสอบสวนเอาเรื่องนี้ให้ได้นะครับ ท่านนายกครับ..... นอกจากนี้ทั้งสองยังประกาศอีกว่า ......"ได้มีส่วนสนับสนุน นักการเมืองข้างถนนด้วยเงินอีกด้วย....เธอยังถามอีกว่า ผิด ด้วยหรือ ...ผิดอย่างไร" .....ท่านนายกสมัคร ครับท่านต้องสอบนะ ...แล้วจับมาดำเนืนคดีในข้อหา...."ให้การสนับสนุนด้านการเงินกับกลุ่ม คนที่ยุยงส่งเสรืมให้ประชาชน ก่อกบฏ ภายในราชอาณาจักร"    

พูดถึงเรื่องหลักฐาน ผมก็อยากฝากมาถึงคุณทักษิณด้วยนะครับว่า(อีกที).....ขอให้ท่าน จัดเจ้าหน้าที่ หรือทนายของท่าน โดยแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อเก็บ ข่าว  ...เก็บพยายหลักฐานของทุกตนที่ ..."ละเมิด" ...ต่อท่านโดยไม่ละเว้น ..เพื่อฟ้อง หรือทำเนินคดีกับคนที่ เข้าข่าย  "ละเมิด" ต่อท่าน และเรียกร้องค่าเสียหายให้เต็มที่ อย่าได้เมตตาใครทั้งนั้นครับ....ถ้าท่านไม่ทำ...คนเหล่านั้น ...."จะทำท่าน"... ผมหวังดีกับท่านนะครับ...ถ้าท่านยอมคนพวกนี้ คนพวกนี้ยี่งจะเหยียบท่านมากขึ้น นะครับ...ต้องระวังให้มากไว้ ซึ่งเขาเรียกว่า...."ยิ่งยอม  ยี่งเหยีบ"...อย่างนี้ละครับท่านทักษิณครับ.....ที่ผมว่าอย่างนี้ก็เพราะคน...คนพวกนี้ ไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ก็ไม่ทราบได้ ว่า.... ท่าน ...ท่านได้สร้างคุณงามความดีใว้ให้กับประเทศไทยอย่างมากมายมหาศาล แต่คนพวกนี้ไม่รู้ และไม่เข้าใจ โกรธและเกียจท่าน...เมื่อเขาเหล่านั้น... "ไปขอเงินท่านใช้แล้วท่านไม่ให้ " ...  เลยต้องผูกเรื่อง (แต่งลคร) ให้ท่านเป็นผู้ร้ายที่โกงกินชาติบ้านเมืองจึงจนล่ำรวย....โดยไม่ได้คิดถึงคุณงามความดีของท่าน....เพราะ...ท่านค้าขายมั่งมีศรีสุขขี้นมาได้ (เป็นแม่ทัพ นำทัพไทยไปทำสงครามเศรษฐกิจจนได้ชัยชนะอย่างงดงาม) ....นั่นละคือคุณงามความดีของท่านที่มีต่อประเทศไทย.....เมื่อท่านนำเงินเข้ามาเก็บในประเทศไทย....ทำให้มีเม็ดเงินไหลเวียนมากขึ้นในประเทศ ไทย เงินบาทจะเเข็งขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่า เงินไทยจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาของชาวโลก  แต่ถ้าท่าน นำเงินกำไรจากการลงทุนของท่านไปเก็บไนต่างประเทศ....เหมือนกับ "นักก่อกบฏ" ตั้งแต่ ปี 2475 เป็นต้นมา ...อย่างนั่นต่างหากที่จะเป็น..."ความเลวของท่าน"...นะครับ....ท่านทักษินครับ...ผมว่าการที่ท่านจะไปเช่าเกาะกงของเขมร เพื่อประกอบธุระกิจนั้น...."ท่านทำถูกต้อง ท่านคิดดีมากนะครับ"  ......ผมไม่อยากจะอธิบายมากเดียวทางฝ่ายโน้นรู้เข้า  เลยไม่ให้เช่าเลย....อ้าย(พี่)ความทั้งหลาย....ทั้งฝูงของมึงนั้นละ ....รู้จักฮ่องกงใหม ?  อังกฤษ เช่า ฮ่องกง จากจีน ประกอบธุระกิจแล้ว นำเงินผลกำไรกลับอังกฤษไปเท่าไร ในฮ่องกงสร้างงานให้คนอังกฤษเท่าไร ....ฯลฯ....คิดเป็นหรือเปล่าละ อ้าย(พี่)ควาย...พี่ทุยเอย...ว่าอย่างไร...รู้หรือยัง....หรือต้องให้แม่รวงมาสอนใหม่อีก....ตื่นได้แล้วนะพี่ทุย....อย่ามัวแต่นอนจมโคลนอยู่นั่นละ แล้วก็เที่ยว อิจฉาริสยา เขาไปหมด....เพราะมึงมัน ขี้เกียจ แล้วก็โง่ด้วย แล้วยังจะทำให้เสียหายกับส่วนรวมอีกด้วย....อ้าย(พี่)ความนะ อ้ายควาย....ระรังนะมึงจะถูกจับไปถลกหนังทั้งเป็นเหมือน ๆ กับ...." นางไฮปาเซีย" ...เมื่อปี พ.ศ. 913... โดยฝูงชนผู้กระหายเลือนในสมัยนั้น..ทั้ง ๆ ที่เธอก็เป็นคนดี...มีความรู้ ..เป็นผู้หญิงทีสวยมาก..แต่ต้องถูกฝูงคนในคราบสัตว์นรกจับตัวไป...."ถลกหนังทั้งเป็น ด้วยเปลือกหอย"...คิดดูเอาเองก็แล้วกันว่ามันเจ็บปวดขนาดใหนสำหรับเธอ....มันป่านเถื่อน สุด ๆ ขนาดใหน สำหรับ..ฝูงชนที่บ้าครั่งด้วยการนำของ...." เจ้าไม่มีศาล  สมภาณไม่มีวัด.(อ้านนี่เลวนะ ออกมาทีไรบ้านเมืองวุ่นวายทุกที)....อย่างบิชอฟ แห่งอเล็กซานเดียร"

********

สวัสดี...เพื่อน...สวัสดีครับ

เช้าวันที่ 21 กรกฎาคม  2551 เวลา 0400 ผมนำเรือ ผ่านสันดอนปากน้ำเจ้าพระยาเข้ามาข้างในเมืองท่ากรุงเทพ...วิ่งตาม นร.171 ....เข้ามา พอถึงท่า 16 F ก็สวนกับ นร.170 ที่นำเรือออกไปทะเล ทั้งสองท่านให้การแนะนำในการนำเรือเข้าข้างในของผมด้วยความสุภาพเรียบร้อยดีมากครับ จึงขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ครับ.....ผมมาถึง กลางน้ำราษฎร์บูรณะ เวลา 0745 ...ทิ้งสมอเสร็จเรียบร้อย กลับบ้านไปตรวจเอกสารทางจดหมายที่มีหลายเรื่องที่มีผู้เข้าชมบางท่าน บอกมาว่าอยากทราบรายละเอียดในหลาย ๆ เรื่องที่ค้างไว้ต่อ เช่นเรื่อง "มังกรดำ" ....เรื่องของ "นางไฮปาเซีย"...และมีอีกหลายเรื่องที่เขียนไม่จบและว่างเว็นไว้ เช่น "เรื่องเรือ ๆ แพ ๆ"  ...ฯล เป็นต้น

ท่านครับ ...นี่ละครับ ที่เป็นตัวอย่างที่ดี ที่จะเเสดงให้เห็นว่า "ความไม่มีสมาธิในการทำงานนั้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ ทำให้การงานไม่ดำเนินไปตามทิศทางของมันเท่าที่จะเป็น ในเมื่อมันมีเรื่องที่สำคัญกว่าเข้ามาเกี่ยวข้องเสียกลางคัน จึงทำให้เรื่องหลัก ๆ ที่กำลังทำอยู่ต้องหยุดชงักไป ....เรื่องนั้นคือ เรื่องความมั่นคงของชาติบ้านเมือง ความวุ่นวายของบ้านเมือง  และด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง จึงหันไปแสดงความคิดเห็น ตามพระเสาวณีย์ของพระนางเจ้า ฯ ท่านก่อน และเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ด้วย...จึงทำให้งานอื่น ๆ ล่าช้าไป ....เช่นเดียวกันกับ คณะรัฐมนตรีของคุณสมัครเหมือนกัน ที่ในระยะต้น ๆ ไม่ค่อยจะมีผลงาน (คือมีเหมือนกัน แต่มีน้อยในสายตาของนักการเมือง) เพราะถูกก่อกวนจากกลุ่มนักการเมืองข้างถนน และพรรคประชาธิปัตย์ที่กระทำกับรัฐบาลของคุณสมัตร ด้วยความเห็นแก่ตัว เพราะเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น แต่ แอบอ้าง เอาประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และกฏหมายขึ้นบังหน้าอย่างผิด ๆ ....เช่น นักการเมืองข้างถนนมักจะพูดอยู่เสมอ ๆ ว่า "สามารถชุมนุมได้ ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ"  แค่นี้ ใคร ๆ ฟังแล้วก็เชื่อว่า การที่กลุ่มคนที่ไม่หลังดีกับชาติบ้านเมืองไปเดินอยู่กลางถนนนั้นเป็นสิทธิที่จะทำได้.....แต่ผมขอเรียนให้ท่านทราบว่า ..."ไม่จริง...ทำไม่ได้"..ครับ....ที่ทำกันอย่างนั้นมันผิดกฏหมายทั้งนั้น ...เพราะอะไร...ดูทางนี้ครับ....

ในรัฐธรรมนูญเจ้าปัญหาที่ใช้กันอยู่ขณะนี้ ...

มาตรา 63  วรรคหนึ่ง ความว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุม โดยสงบ และ ปราสจากอาวุธ"   

 วรรคสอง ความว่า "การกำจัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฏหมายเฉพาะในกรณีย์การขุมนุมสาธารณะ และ เพื่อคุ้มครองความสดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ  หรือ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่าที่ประเทศอยู่ในสภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฏอัยการศึก"

ท่านครับ...ขอให้พิจารณาจาก กฏหมายรัฐธรรมนูญที่กล่าวข้างบน จะเห็นว่า เพื่อแค่ วรรคแรก เท่านั้นก็จะเห็นว่า "นักการเมืองข้างถนนเหล่านั้นก็ทำผิดแล้ว" คือ ...

1.การชุมนุมนั้นไม่อยู่ในความสงบ คือส่งเสียง เปิดเครื่องขยายเสียง จนเป็นที่ลบกวนคนอื่น...

2. เอาเสาธง หรือคันธงที่อาจจะเปลี่ยนเป็นอาวุธมาใช้ตีกันได้ มาถือกันมากมาย เป็นการไม่ถูกต้อง...ทั้งสองข้อนี้ ตำรวจจับได้แล้วครับ.....สำหรับวรรคสองนั้นเห็นชัด ๆ ว่ามันไม่ถูกต้องที่ไปกีจขวางการจราจรที่มีกฏหมายเฉพาะอยู่...มันมีเรื่องที่น่าคิดว่า " แล้ว ทำไม..ตำรวจจึงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่จับ ? "  .....

ท่านครับก่อนที่ผมจะเรียนให้ทราบถึงเรื่องราวของนักปราชญ์สตรี คือนางไฮปาเชีย ผมต้องขอกล่าวถึงตุณนภดล ปัถมะ เล็กน้อยว่า ผมเสียดายท่านมาก ที่ท่านลาออกไป ....ผมขอเรียนให้ท่าน "นภดล" ทราบว่า..."ผมเสียใจ" ครับ.....เสียใจที่ประเทศชาติต้องเสียคนที่มีฝีมืออย่างท่านที่จะทำงานให้กับชาติบ้านเมืองไปอีกท่านหนึ่ง ต่อจากคุณจักรภพ ...ด้วยฝีมือของกลุ่มนักการเมืองข้างถนน (ที่ผิดกฏหายทั้งนั้นละ) และพรรคประชาธิปัตย์....ผมขอชมเชยพรรคประชาธิปัตย์มาว่า ท่านเก่งมากนะครับ ที่ท่านสามารถ "ทำลายทรัพยากรมนุษย์ของชาติได้อย่างแน่นอน และต่อเนื่อง"  ....เก่งมากครับ...ท่าน......ท่าน (พรรคประชาธิปัตย์) ...ท่านเก่งมากนะครับ เก่งเท่า ๆ หรือ มากกว่า "พรรคการคอมมูนิสเขมร" เสียอีก กล่าวคือ  เมื่อคอมมูนิสเขมรเข้ายึดกรุงพนมเป็ญได้....ได้กำจัดทรัพยากรมนุษย์ของเขมรไปเป็นล้านคน ซึ่งมีทั้งนักกฏหมาย นักการธนาคาร แพทย์ พย้าบาล นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ รวมแล้ว "ล้านกว่า" การกระทำของพรรคคมอมูนิสย์เขมร คนทั่วโลกรู้ และเรียนว่า "ฆาตรกร" จนต้องถูกส่งตัวขึ้นศาล ....แต๋พรรคประประชาธิปัตย์ของไทย เก่งกว่า ๆ ตรงที่ ไม่ถูกเรียกว่า "ฆาตกร" เพราะพรรคประชาธิปัติไม่ได้ทำให้  "พวกบ้านเลขที่ 11 เสียชีวิต หรือตายไปจากโลกใบนี้" .....แต่ตายไปจากการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เสียมายมายจนไม่อาจจะประเมินค่าได้....คนไม่รู้ก็ไม่ทราบว่ามันมากมายเท่าไร ที่พรรคประชาธิปตย์ และกลุ่มนักการเมืองข้างถนน ทำกับ บ้านเลขที่ 11....คนที่รู้เรื่องนี้ (มูลค่าของความเสียหาย) ดี คือ 

เรื่องนี้ผมเคยฝากท่านนายกฯสมัคร ไว้แล้ว แต่ท่านก็ยังช่วยไม่ได้.....แล้วผมจะช่วยท่านได้อย่างไรครับ ? ....มีบุคคลที่ช่วยท่านได้คือ "นักประวัติศาสตร์" ....นักประวัติศาสตร์จะบันทึกผลงานของท่านไว้ เพื่อเป็นเกียรติแก่วงค์สกุล และลูกหลานของท่าน ต่อไปในอนาคต ...โดยท่านนักนักประวัติศาสร์ที่เป็นกลาง ที่มีใจเป็นธรรม....ที่เห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมืองมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวของกลุ่ม ....ขอให้ท่าน...นักประวัติศาสตร์ที่ว่านั้น ...เขียน และ หรือ บันทึกประวัติศาสตร์ของชาติภายหลังปี 2539 มา....ขอให้เขียนด้วยความเป็นธรรม เป็นกลาง อย่าเขียนประวัติศาตร์ เหมือนกับนักประวัติศาสตร์ยุคต้น ๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์บางท่าน ที่บิดเบือนประวัติศาสต์เพื่อประโยชน์ของตัวเองจนตนรุ่นหลังเข้าใจผิดกันหมด ....เหมือน ๆ กับที่ท่าน ศาสตราจารย์ นิธิ เอี้ยวศรีวงค์ ท่านเรียก ประวัติศาตร์ไทยในสมัยกรุงแตก บางตอนว่า "ฉบับสกปรก" (คือที่ยังไม่ได้แก้ ที่เป็นเหตุการณ์ จริง ๆ ) กับ"ฉบับสอาด" (คือฉะบับที่แก้ใขใหม่แล้ว) อย่างนี้เป็นต้น.....ผมชอบท่านมาก และ นิยนท่านมาก ที่ท่านศาสตราจารย์ ดร. นิธิ ท่านเป็นนักวิชาการทางประวัติศาสตร์ ที่เขียนหนังสือเพื่อประวัติศาสตร์ที่จริง ๆ ....ที่ไม่มีการแก้ใขเพื่อประโยชน์ทางการเมือง....ประวัติศาตร์อย่างนี้ต่างหากที่เป็นประโยชน์กับอนุชนรุ่นหลัง....เรื่องราวทางประวัติศาสร์ดังกล่าวตั้งแต่ ยุค IMF เป็นต้นมาจนถึง ปีนี้ ...วันนี้...และวันต่อ ๆ ไปจึงน่าจะได้รับความเป็นธรรมจากผู้เกี่ยวข้องในทุก ๆ เรื่อง ที่ควรจะมีซื่ออยู่ในประวัติศาสร์ ....ทั้งผู้ทำความดี และความชั่ว (พูดกันตรง ๆ เลย ไม่ต้องอ้อมค้อม)....เพื่อให้ลูกหลาน ของคนดี (เลือดดี) ไม่คบกับลูกของคนที่ทำความชั่ว(เลือดชั่ว)....ไม่คบหาสมาคมด้วย....ไม่ให้เข้าทำงาน...ไม่ให้เข้ารับราชการ..ฯล ...ที่สำคัญคือให้คนดีมีความรู้สึก รังเกียจ คนทำความชั่วบ้าง ต่อไปในอนาคต...เราต้องช่วยกันกำจัดเลือดชั่ว ๆ ให้หมดไปจากแผ่นดินไทย ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ ประเทศไทย เป็นอย่างประเทศบางประเทศในอเมริกากลางที่เต็มไปด้วย นักค้ายาเสพติดผู้ทรงอิทธิพลเต็มบ้านเต้มเมืองไปหมด ที่หากินกันในทางทุจจริตผิดกฏหมาย ฯล จนไม่อาจจะปราบปรามได้ ...ใหญ่โต...และยี่งใหญ่ขึ้นจนถึงขั้นต่อเรือดำน้ำเพื่อขนยาเสพติดออกไปจำหน่ายในต่างประเทศโดยเฉพาะ.....ขออย่าให้ประเทศไทยเป็นถึงขนาดนั้นเลยนะครับ...ท่าน

แล้วจะเอาอะไรมาเป็นเครื่องวัดละ ว่า อะไรดี... อะไรชั่ว...มีหรือไม่ ?....คำตอบคือมีครับ...แต่ก่อนที่จะบอกว่ามันคืออะไร ผม ขอเรียนให้ท่านทราบถึงความเป็นมาของ "นางไฮปาเชีย" ก่อนนะครับ ....ที่ต้องว่าเรื่องนี้ก่อน เพื่อให้ท่านเห็นว่า ...ผู้ที่ทำตัวเป็นนักบุญที่มักจะนำคำสอนทางศาสนามาอ้าง... มาเป็น ข้ออ้างเพื่อปกปิดความชั่วที่มีอยู่ภายใน เพื่อให้ผู้คนนับถือ เชื่อถือ และคล้อยตาม  ซึ่งก็มีบางคน....บางคนเท่านั้นนะครับท่าน....ก็เลวสุด ๆ  เช่น " เจ้าไม่มีศาล สมภานไม่มีวัด"...อย่าง บิสชอฟแห่งอเล็กซานเดียรนั้นละครับ.....นอกจาก บิชอฟแห่งอเล็กซานเดียร แล้วก็ยังมีอีกหลายคนคนที่ได้นำความฉิบหายล่มจมมาสู่ประเทศชาติอีกก็มีเช่น เรื่องของความหายนะของประเทศฝรั่งเศสเมื่อ ปี พ.ศ. 2250-2272.....นายอังลี โรแบร์ต ราชบัณฑิตของฝรั่งเศส เป็นทนายความ และเป็นปราชย์คนหนึ่งของฝรั่งเศสได้เขียนไว้ว่า "สมภารดูบัวส์ (พระ) เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศล่มสลาย สมภารดูบัส์ ทำการเรื่องนี้เพราะต่างประเทศยุยงส่งเสริมให้ทำ ทั้งนี้เพราะ การแก้ใขฐานะทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ สุด ๆ ของประเทศในขณะนั้นให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วของรัฐมนตรีการคลังในสมัยนั้น เป็นผลร้ายกับการแผ่อำนาจของประเทศทางอเมริกา และประเทศอื่น ๆ โดยฉะเพาะอย่างยิ่งการ "สร้างกองเรือค้าต่างประเทศ" ของรัฐมนตรีการคลังท่านนั้นออกไปค้าขายกับต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จนทำให้ฝรั่งเศสร่ำรวยขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งทำให้เป็นการแข่งขันอำนาจทางทะเลของประเทศอื่น .....นายอังรี โรแบร์ต ได้เขียนต่อไปอีกว่า เมื่อสมภารดูบัวถึงแก่กรรมแล้ว จึงได้พบหลักฐานขึ้นว่า ได้รับเงินสินบลจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากมาย.....ท่านตรับ...ท่านเห็นหรือยังครับว่า ....เจ้าไม่มีศาล สมภารไม่มีวัด(พระจอมปลอม) นั้นเลวขนาดใหน...ครับท่าน...ตรงนี้ขอหยุดไว้เท่านี้ก่อนนะครับ...ท่านครับ..หยุดเว้นวรรคเพื่อโฆษณาก่อนนะครับ...คือ

  สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ท่าน รู้เท่าทันนักการเมืองข้างถนน (MOB) ตือ การดู NBT TV ใน วันอาทิตย์ ถึง วันศุกร์ เว้นวันเสาว์ ตั้งแต่เวลา 2215 -2300  ครับ รายการนี้ดีมากนะครับ ท่าน ...(แล้วอย่าเส้นตื้น ..เลิกเสียก่อนละ) ทั้งนี้เพราะ รายการนี้จะทำให้ ประชาชนคนธรรมดา ๆ หรือชาวบ้าน เช่น เรา ที่เข้าไม่ถึงการเมือง ในส่วนลึก ๆ ลงไป  จะได้รู้ และเข้าถึงความจริงมากขึ้น แล้วต่อไปท่านจะเห็นว่ายังมีคนไทยที่รักชาติบ้านเมือง อีกมาก ที่จะไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายที่กำลังคิดกบฏต่อ สถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของชนชาติไทยทั้งชาติมาเป็นเวลานับร้อย ๆ ปี ทั้ง สามสถาบัน  คือ  "สถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ " อีกต่อไป  และขอให้คนไทยที่หลงผิด ที่เอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับฝ่ายกบฏ ที่กำลังบ่อนทำลายประเทศไทยอยู่ขณะนี้ โดยมีกองบัญชาการใหญ่อยู่ที่สพานมัครวาฬขณะนี้ ขอให้ถอนตัวออกมาเสีย นะครับ...ท่าน  ขอบคุณมากครับ....ขอบคุณครับ

ฝากมายัง...คุณวีระ ม. ด้วยนะครับว่า การที่ท่านจัดรายการนี้ขึ้นมานั้น ..."ดีมาก ๆ "  เลยครับ...ทำให้ประชาชนได้รู้อะไร ๆ ขึ้นอีกมากมายครับท่าน....แล้วช่วยกรุณา จัดเก็บ ทำเป็นรูปเล่ม ....เอาตั้งแต่ต้นเลยนะครับ ท่าน  ...ออกจำหน่ายให้ประชาชนเก็บไว้ศึกษาด้วยนะครับ....ขอบคุณ  ครับ  

รายของคุณวีระ ม. ใน NBT TV  ตั้งแต่วันอาทิตย์ ถึง วันศุกข์ เวลา 2215 ถึง เวล2300 นั้น ผมว่าท่านทำได้ (สำนวนถ่อย ๆ ) ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญฉบับอัปรีย์ (ไม่ดี) มาตรา 45 วรรคแรก ครับ วรรคสองกล่าวว่า  "การกำจัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมีได้" ..."เว้นแต่" และก็ตรงเว้นแต่นี่ละครับ ผมว่าสำครับมาก...สำคัญมากตรงที่รัฐบาลน่าจะทำกฏหมายลูกออกมาควบคุม "นัการเมืองข้างถนน" ได้แล้วนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็นก็ได้เช่น "การชุมของประชาชนในเขตเกาะกรุงเทพ ฯ และบริเวณถนนราชดำเนินทั้งนบทางเดินรถ และทางเดินเท้า ทั้งชั้นนอกและชั้นใน จะกระทำมิได้ เมื่องจากเป็นบริเวณที่เชิดกน้าชูตาแก่แขกบ้าน แขกเมือง เป็นที่ตั้งของหน่วนราชการทั่วไป และราชพิธีต่าง ๆ ผู้ฝ่าฝืน ต้องถูกทงโทษปรับ หนึ่งล้านบาท หรือ จำคุก สิบปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ โดยไม่มีการรอลงอาญา และนิรโทษกรรม"

*****

ต่อไปก็เป็นเรื่องของ...

*** นางไฮปาเซีย***

 ก่อนที่ผมจะเล่าเรื่องของนางไฮปาเซีย นักปราชญ์สตรีที่เกิดขึ้นเมือ่ปี ค.ศ. 415 ให้ท่านฝังนั้น ผมต้องขอย้อนกลับไปเมื่อ 332 -323 ก่อนคริสต์กาล ซึ่งอียิปต์ได้ตกอยู่ภายการปกครองของกรีกในสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช แห่งจักวรรดิ์มาซิโดเนีย ซึ่งได้สถาปนาพระองค์เองขึ้นเป็นกษัตริย์อียิปต์ และได้โปรดให้สร้างเมืองอเล็กซานเดียรขึ้นที่ปากแม่น้ำไนส์ เมื่อสิ้นพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช แล้ว แม่ทัพของพระองค์ที่มีนามว่า "ทอเลมี" (Ptolemy) ได้ปกครองอียิปต์ต่อมา สถาปนาราชวงค์ ทอเลมี ขึ้น และตั้งราชวงค์ที่ 30 ขึ้นเมื่อ 305 ปีก่อนครีสต์กาล ฟาร์โรองค์แรกแห่งราชวงค์นี้ได้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ในการสร้างเมืองอเล็กซานเดรีย ขึ้นเป็นศูนย์กลางการศึกษา และศิลปวิทยาการต่าง ๆ ในขณะนั้นเมืองอเล็กซานเดรีย เป็นแหล่งดึงดูดนักวิชาการสาขาต่าง ๆ ให้มาแสวงหาความรู้ในเมืองนี้มากมาย....ทอเลมีที่ 2 "ฟิลาเดลฟุส" (Ptolemy 2 Pheladephus 285 -246 ปีก่อนครีสต์กาล) ได้โปรดให้สร้าง พิพิธถัณฑ์ และ หอสมุดที่ใหญ่ที่มีชื่อเสีงขึ้น...  ราชินีองค์สุดท้ายของราชวงมอเลมี คือ พระนางคลีโอพัสตราที่หก (Cleopatra 6 51 -31 ปีก่อนครีสต์กาล) พระนางได้ปรงพระชนม์ทอเลมีที่ 13 ซึ่งเป็นทั้งพระอนุชา และพระสวามีของพระนาง ต่อมาก็ยอมเป็นสนมของ "จูเรียส ซีซ่าร์"ประมุขแห่งกรุงโรม จนกระทั่งจูเลียส ซีซ่าร์ถูกรอบฆ่าใน 44 ปีก่อรครีสต์กาล ต่อจากนั้นพระนางก็ได้ "มาคแอนโทนี" นักรบคนสำคัญของโรมันเป็นพระสวามีใหม่ โดยที่พระนางคิดว่าคงจะได้ครองอำนาจต่อจาก จูเลียด ซีซ่าร์ แต่มาร์ค แอนโทนี ก็รบแพ้ "ออกุสคุส" ซึ่งเป็นนายทหารอีกผู้หนึ่งของจูเรียส ซีซ่าร์ ในการรบที่เมือง "แอนตุม"....ทั้งมากร์คแอนโทนี และ พระนางครีโอพัตรา ได้ฆ่าตัวตายหนีการถูกออกุสตุสจับไปเป็นเชลย   

หอสมุดใหญ่ที่อยู่ในเมืองอเล็กซานเดรีย ตามที่กล่าวข้างต้น เป็นคลังตำราที่ใหญ่มากในสมัยนั้น มีหนังสือและตำราต่าง ๆ มากมาย ซึ่งได้ถูกรวบรวมไว้ในสมัยมราราชวงค์ทอเลมีปกครองอียิปต์อยู่ มาตั้งแต่ ฟาโร องค์ต้น ๆ จนกระทั้งก่อนจะตกมาถึงมือของ พระนางครีโอพัตรา คือเมื่อจูเลียส ซีซ่า นำทัพเข้าตีอียิปต์ทำให้เกิดเพลงใหม้หอสมุดแห่งนี้ เอกสาร และตำราที่สำคัญ ๆ ได้ถูกเพลิงใหม้ไปเป็นจำนวนมาก 

มีเรื่องหนึ่งที่น่าจดจำสำหรับหอสมุดอเล็กซานเดรีย คือเรื่องของ นักปราชญ์คนสุดท้ายที่ทำงานอยู่ในหอสมุดแห่งนั้น เธอมีนามว่า "ไฮปาเซีย"  เกิดเมื่อปี ค.ศ.370 และเป็นลูกสาวของ "ธีออน" นักคณิตศาสตร์แห่งเมืองอเล็กซานเดรีย เธอเป็นผู้บรรยายปรัชญาของ "พลาโต" ..."อรีสโตเติล"....."ไพธากอรัส" ....รวมทั้งเรี่องราวต่าง ๆ ของนักคิดในสมัยนั้น จนทำให้เธอเป็นจุดเพ่งเล็งของของชาวครีสต์เตียนในสมัยนั้นว่าจะเอา "ลัทธินิโอพลาโต" มาเผยแพร่ ทั้ง ๆ ที่ลูกศิษย์ของเธอคนหนึ่ง คือ ""ซเนซีอุส" ภายหลังได้เป็นถึง "บิชอฟแห่งปโตเลมี"

ข้อสำคัญตือ เธอเป็นเพื่อนสนิดของ "โอเรสเตส"  เจ้าหน้าที่อาวุโสที่ไม่ได้นับถือครีสต์อีกด้วย ดังนั้นทั้งเรื่องที่เธอสอน และเรื่องที่เธอไปเป็นเพื่อนสนิดกับ โอเรสเตส จึงไปกระตุ้นความไม่พอใจแก่สัตรูคนหนึ่งในซีรีส คือ บิชอฟ แห่ง อเล็กซามเดรีย ซึ่งเป็นคนดันทุรัง (เหมือนไทย) ชอบปราบปรามคนนอกศาสนาทุกรูปแบบ ...ในปี 415 นั้นเองได้เกิดความไม่สงบจากฝูงชนชาวครีสต์ (เป็นครั้งหนึ่งในหลายครั้งที่เกิดในอเล็กซานเดรีย) พวกนี้รวมตัวกัน นำหมู่โดยพระ ที่รับคำสั่งมาจาก บิชอฟแห่งอเล็กซานเดรีย ลากตัวนางไฮปาเวียลงมาจากรถม้าที่เธอขับผ่านมา ลงจากรถ จับเธอเปลื้องผ้าออกจนเหลือแต่ตัวร่อนจ่อน แล้วถลกหนังเธอด้วยเปลือกหอยกาบ ทั้ง ๆ ที่เธอยังมีชีวิตอยู่...

ท่านครับ เรื่องนี้ มันเกิดจาก..."MOB"...ข้างถนน ....ที่ไม่อาจจะควบคุมได้....คนตะวันตกรู้ดี...รู้ว่า มันได้นำความเสียหาย และสร้างความวุ่นวายมาสู่บ้านเมืองอย่างมากมายมหาศาล...ทำให้ชาติบ้านเมืองตกต่ำอย่างไร รู้ว่ามันเป็นการริดรอนความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองอย่างไร....ชาวตะวันตกทราบดี ...ว่านั่นมันเกิดจาก..ประชาธิปไตยที่ไร้ขอบเขต ....ดังนั้นเพื่อเป็นการหยุดยั้งความเจริญของคนชาติตะวันออก จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ประชาธิปไตยในชาติตะวันออกทุกประเทศ ไม่มีขอบเขต...ดังเช่นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น คือประเทศไทย ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเราขณะนี้ ....ทั้งนี้เพราะ...

"เพราะช่องว่างในรัฐธรรมนูญ และการหมกเม็ดไว้ในการเขียนกฏหมายเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มมาเฟียร์การเมืองเป็นที่ตั้ง"

...ท่านครับ....ท่านเห็นหรือยังว่า พวก  "เจ้าไม่มีศาล สมภารไม่มีวัด " มันป่าเถื่อนขนาดใหน....ท่านครับ....ท่านพอจะเข้าใจแล้วนะครับว่าทำไมผมจึงเป็นห่วงบ้านเมืองในขณะนี้มาก .....ท่านนายกฯสมัครครับ ...ท่านต้องหยุดยั้ง "นักการเมืองข้างถนนที่ชุมนุมกันอยู่ที่ขสพานมัตรวาลย์ ให้ได้นะครับ ก่อนที่จะเอาไม่อยู่ แล้วจะไปทำเรื่อง ชั่ว ๆ ที่เราไม่อาจจะคาดเดาได้ในบ้านเมือง แล้วตอนนั้น "เรา ..คนรักบ้าน รักเมือง" ทุกคน จะต้องเสียใจกันไปจนวันตายเลยนะครับ...ท่าน   

วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ ดึกมากแล้ว จึงต้องขอหยุดไว้ก่อนนะครับ...Good Night ...ตรับ

อดิศัย พ.

24 กรกฏาคม 2551   @   0342

**********

ในระหว่าง วันสองวันนี้มีเรื่องที่ "ห้าโฉดชั่ว" ก่อขึ้นอีกมากมาย แต่ตำรวจไม่มีปัญญาหยุดยั้งได้... การที่ MOB/นักการเมืองข้างถนน ออกไปก่อกวนตามหัวเมืองต่าง เพื่อขยายแนวร่วมในการจะก่อการกบฏภายในราชอาณาจักร เพื่อเข้ายึด..."หน่วยราชการต่าง ๆ " ต่อไปในว้นข้างหน้า (ผมบอกแล้วว่า มันเหมือน ๆ กับการกบฏในฝรั่งเศสไม่มีผิด)

ประชาชนผลเมืองในหัวเมืองต่าง ๆ เขาก็ไม่พอใจ..เพราะไปสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองที่เขาอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขกันมาก่อน ของเขา.....เมื่อตำรวจหรือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่อาจจัดการกับ "พวกมารสังคม"  และคนเหล่านี้ได้ ....มันก็เป็นสิทธิของประชาชนผลเมืองของเมืองต่าง ๆ ที่เขาเหล่านั้น ต้องรุกขึ้นมาขับไล่พรรคพวกของ " ห้าโฉดชั่ว หรือ มารสังคม" เหล่านั้น ไห้ออกไปจากบ้านเมืองของเขาเสียเอง.....ผม (กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ M.Mnr.) ก็เห็นว่ามันเป็นการ ...."ชอบด้วยเหตุผล"....ดีอยู่แล้วนี่ครับ ไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงใหนเลย....เมื่อมัน  "ชอบด้วยเหตุผล"  แล้วก็น่าจะทำต่อไป "อย่าหยุด และอย่าเปิดโอกาศให้  "นักการเมืองข้างถนน" ออกปุกปั่นประชาชให้ก่อการกบฏขึ้นในราชอาณาจักรได้ตามประสงค์อีกต่อไป (ไม่รู้ว่า กฏหมายความมั่นคงของชาติว่าอย่างไร....เอาไปเก็บกันไว้ที่ใหน ? หรือ ผู้รักษากฎหมาย ความมั่นคงของชาติ เป็นพวกเดียวกับ "นักการเมืองข้างถนน" และให่การสนับสนุนด้านการเงินอยู่ลับ จึงนิ่งเฉย และละเว้นการออกมาปฏิบัติหน้าที่เสีย อย่างที่ ๆ กันอยู่นี้ ) .....จริงหรือเปล่าครับท่าน....มีเหตุผลหรือเปล่าที่ ประชาชน "ผู้รักสงบ"  เขาร่วมกันทำเช่นนั้น ในเมื่อ "ทางราชการ" ไม่อาจจะให้ความคุ้มครองกับเขาได้ ....ท่านครับ ประชาชนชนตาดำ ๆ ไม่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ....จะไปสู้รบตบมือกับ MOB ข้างถนนซึ่งมีจำนวนมากได้อย่างไร ....ถ้าไม่ใช้ความรุนแรง...ถ้าไม่ใช้กำลัง .....แน่นอนครับ...เมื่อใช้กำลังแล้ว  มันก็ต้องมีการบาดเจ็บล้มตายกันบ้างเป็นของธรรมดาครับ .....ที่สำคัญคือ .....ต้นเรื่องมันอยู่ ตรงที่ นักการเมืองข้างถนนทำผิดกฎหมายขึ้นมาก่อน ในข้อหาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ตามที่กล่าว....ท่านครับ ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านฟังนะครับถ้าสมมติว่า เมื่อท่านเดินไปตลาด แล้ว......." มืหมาข้างถนนจะเข้ามากัดท่าน ท่านก็ต้องเตะหมาตัวนั้นออกไป"....หมามันถูกท่านเตะ...มันก็เจ็บ...มันร้องเอ๋ง ๆ ๆ ไปฟ้องผู้มีอำนาจเหนือท่านว่า  ท่านเตะมัน.....เช่นนี้แล้วเพื่อน ๆ ทั้งหลายลองคิดดูซิว่า...."คนที่เตะหมาผิด...หรือหมาจะไปกัดคนมันผิดกันแน่ ? " ....เพื่อนรัก....เพื่อนเป็นคน...ชี้ถูกชี้ผิด- ชี้เป็นชี้ตาย..ได้ เพื่อนจะเข้าข้างสัตว์หน้าขน คือ หมา หรือเข้าข้างคนเดินถนนที่มีสิทธตามกฏหมายรัฐธรรมนูญที่จะเดินทางไปในทุกแห่งหน ภายในราชอาณาจักรได้.....เพื่อน ก็คิดกันเอาเองก็แล้วกันนะครับ...เพื่อน....

ตำรวจ...ก็เหมือนกัน.....ผมไม่เห็นว่าท่านจะทำผิดอะไร ตรงใหนเลย  จะมาร้อง และโวยวายว่าท่านไม่ห้ามปราม เป็นการ "ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่"...ผมว่า...ตำรวจท่านไม่ได้ละเว้นการปฏบัติหน้าที่สักนิดเดียวนะครับ ...เพราะท่านก็ส่งเจ้ากนักงานตำรวจไปควบคุมแล้ว ....แต่มีน้อยจึงสู้กับฝูงชนจำวนมากไม่ได้ .... และการที่ นักการเมืองข้างถนน ไปปลูกเต้นต์ เกาะกะขวางทางอยู่ในที่ สาธารณะเช่นนั้น นะขออยุญาติใครหรือเปล้า....ถ้าขอ แล้วไป...ขอใคร....คนอนุญาติให้อนุญาติได้อย่างไร ...ในเมื่ออนุญาติแล้วมันไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน ...คนอนุญาติให้ นักการเมืองข้างถนน ไปปลูกเต้น สร้างที่พัก ...ต่อเครื่องขยายเสียงทั้งที่ ในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ...นั่น ต่างหากที่ผิด...ตำรวจเขาไม่ได้ผิดอะไรนะครับ  ท่าน ในกรณีย์นี้ ...การติดตั้งเครื่องขยายเสียง ลบกวนความสงบสุขของประชาชน....ตำรวจก็จับได้แล้ว....เพราะผิดกฎหมาย ตามที่กล่าว นั่นละคือต้นเรื่องที่สำคัญ....ตำวจต้องเอา นักการเมืองข้างถนน คนสกปรกที่เล่นการเมืองปนน้ำเน่า และเที่ยวสาดใส่คนอื่นเขามั่วไปหมดอย่างนี้ ตำรวจท่านปล่อยไว้ได้อย่างไรครับท่าน  ...นี่ต่างหารที่ตำรวจต้องจัดการ จับมันมาเข้าคุกได้แล้ว และ....ต้องไม่ให้ประกันตัวด้วย....เพราะเป็นความผิดต่อความมั่นคงของชาติในข้อหา "ยุยงส่งเสริม ปลุกปั่นให้ ประชาชน ก่อกบฏ ภายในราชอาณาจักร ล้นล้างระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข".......และห้ามไม่ให้ประกันตัวด้วย เพราะเป็นคดีเกี่ยวกับมั่นคงของชาติ และความสงบสุข ความเรียบร้อยของประชาชน ถ้าปล่อยให้ออกมา คนพวกนี้ก็จะไปสร้างความวุ่นวายคนอื่นอีก ไม่จบไม่สิ้น ....อน่างที่ ใครก็ไม่ทราบให้ประกันตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล...ออกมา แล้วก็ออกมาแสองอิทธิฤทธิ  อีก....โดยออกมาไม่นาน ..นายสนธิ ก็ได้ประกาศ ในที่สาธารณะอีกว่า ....."ถ้าอยากจะให้บ้านเมืองรุกเป็นไฟ ก็มาจับสนธิได้เลย"...อย่างเป็นต้น....ใคร ๆ ก็รู้.....ใคร ๆ ก็ได้ยิน.... ตอนนี้...ตาม "พฤติกรรมของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เท่านี้ก็เป็นการเพียงพอที่จะใช้เป็นข้อหาตามกฎหมายความมั่นคงของชาติได้แล้วครับท่าน....คน ๆ นี้ เป็นพิษเป็นภัยกับชาติบ้านเมืองมากนะครับ ถ้าพูดอย่างนี้....เสียดาย  ที่ท่านจอมพลสฤทธิ์ท่านไม่อยู่ ....ถ้าท่านฯอยู่เราคงได้เห็นการยิงเป้าที่สนามหลวงอีก...นะครับท่าน....เสียดาย....เสียดาบ...และต้องปล่อยให้บ้านเมืองเป็นอย่างไปอีก ....ตอบให้ประชาชนเขาได้รู้บ้างซิว่า ....จะต้องเป็นอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไร ?....ครับท่าน.... 

สวัสดีครับ

อดิศัย พ.

28 กรกฎาคม 2551 @  0650

***************

การกบฎในฝร้งเศส  ที่ ผมได้เรียนให้ท่านทราบไปแล้วพอสังเขปว่า ในระยะต้น ๆ ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย กลายเป็นการ ล้นล้างราชวงค์ "บลูบอง" นั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราขณะนี้เท่าไรนัก ผมจะจะเล่าให้ท่านฟังนะครับ....เพื่อให้เราได้เห็นภาพพจน์เเละเพื่อจะได้ประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น เพือ่การป้องกัน ...."สถาบันชาติ...ศาสนา....และ พระมหากษัตริย์" ...ครับ...(พูดมาถึงตรงนี้ก็ทำให้อดคิดถึงความจงรักภักดีกับสามสถาบรรณของท่าน ผบ.ทบ.คนนี้ไม่ได้.....นึกถึงท่านแล้วสบายใจขึ้นมากครับ...อุ่นใจขึ้นมาก ถึงแม้ว่าจะยังคงมีอำนาจเก่าเข้าครอบงำกองทัพอยู่บ้าง มีทหารนอกแถว...ที่เห็นผิดเป็นชอบ เห็นประโยชน์ส่วนตน มากกว่า เกียรติยศ ชื่อเสียง เกียรติภูมี ศักคิ์ศรีของกองทัพอยู่บ้างเป็นของธรรมดา แต่เมื่อมี ผบ.ทบ.ท่านนี้เป็นเครื่องยืนยัน...และค้ำปะกันอยู่ก็เป็นสุขใจมากขึ้นครับ ขอบคุณครับ )เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า .......

**การกบฏในฝรั่งเสศ**

เมื่อวันที่  14  กรกฎาคม  2332

***************

เมื่อ "หมากลางถนนมันกัดกัน" เราจะไปพูดกับมันอย่างที่มนุษย์ที่เจริญแล้วเขาพูดกัน...เพื่อให้มันเลิกกัดกันนั้น..มันเป็นไปไม่ได้ ...มันเป็นเรื่องยาก หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลย เหตุผลหรือครับ....ก็เพราะว่ามันเป็น "หมากลางถนน" ซิครับ...ท่าน...มันย่อมไม่รู้จักสิทธิของผู้อื่น..ไม่รู้จักอะไรถูก...อะไรผิด ...อะไรดี..อะไรชั่ว" ...จะมีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นที่ทำได้คือ "เอาน้ำสาด" มัน ...เพราะธรรมชาติของหมามันจะกลัวน้ำ เมื่อเราเอาน้ำสาด  มันจะเลิกกัดกัน และ แยกออกจากกัน...ถ้าหมามันยกพวกมากัดกันเป็นฝูง ๆ เอาน้ำสาดคงไม่ได้ผล...เห็นถ้าจะต้องใช้   "รถดับเพลิง...ใช้ตำรวจดับเพลิง ดับไฟชั่ว ๆ ที่เกิดจากไอ้หมากลางถนนชั่ว ๆ ที่สร้างแต่ความเดือดร้อยให้ผู้อื่น"  ....จริง ๆ นะครับ ท่าน...เห็นถ้า จะต้องใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำใส่..ให้มันเลิกกัดกันกระมัง.....ครับท่าน

************

การก่อการกบฏในปี พ.ศ. 2551    

    เหตุที่เกิด :-

    1.  เกิดจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่มี "กลุ่มมาเฟียร์การเมือง" ที่คอยรีดไถ นักการเมือง ที่มีเงินระดับเศรษฐี หรือมหาเศรษฐี เป็นกลุ่มหลัก....ใครยอมจ่ายเงินค่าคุ้มครองให้....คน ๆ นั้น หรือ พรรคการเมืองพรรคนั้นก็จะทำงานทางการเมืองได้ อย่างปลอดภัยไร้กังวล....ใครไม่ให้ หรือ ไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครองให้....บุคคล คน นั้นจะทำงานทางการเมืองไม่ได้และอาจจะรุนแรงถึงขั้นอยู่ในเมืองไทยไม่ได้ มี...มีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว...ดูให้ดี ๆ ก็แล้วกัน...ครับท่าน...ครับ

    2.  อิทธิพลของกลุ่มมาเฟียร์การเมืองนั้น มากถึงขั้นสามารถ "ชี้ผิดให้เป็นถูกได้....และในทำนองเดียวกันก็สามารถชี้ ถูกให้เป็นผิดได้เข่นกัน"

    3.  ในขบวนการยุติธรรม ...ใครต้องการมีความสามารถที่จะชี้ถูกให้เป็นผิด ชี้ผิดให้เป็นถูกได้....บุคคล คนนั้น ต้องสามารถปรับเปลี่ยน องค์กรอิสสระที่ มีหน้าที่สอบสวน ทำพยานหลักฐานทางเอกสาร...ให้คนผิด กลายเป็นคนถูกได้...และทำหลักฐานให้คนดีที่ไม่ให้ค่าคุ้มครองกับพวกมาเฟียร์การเมือง จากที่ คน ๆ นั้น เป็น ดี ๆ แท้ ๆ  ให้กลายเป็นคนที่ผิดไปได้ในสังคม ไทย ไทย ...

    4.  ในขบวนการมาเฟียร์การเมืองที่เป็นขบวนการ ที่ทรงอิทธิพลสูงสุดดังกล่าว ...สามารถสั่งเครือข่ายระดับต่ำลงไปให้ สร้าง MOB โจมตีใครก็ได้ ที่ไม่ให้ ค่าคุ้มครอง ...โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และความเสียหายที่จะเกิดกับชาติบ้านเมือง....เคลือข่ายที่ว่า...มีทั้ง ข้าราชการทหาร ตำรวจ และ พลเรือน  อาจารย์ นักวิชาการในมหาวิทยาลัย สื่อมวลชน นักค้าขายของค้องห้าม  นักธุรกิจ ที่เสียประโยชน์...ฯลฯ

    5.  การใช้ช่องว่างในการบริหารราชการแผ่นดินที่มีในกฏหมาย ทำให้ กลุ่มคนที่ไม่จริงใจกับการแสดงข้อตคิดเห็นทางการเมือง นำช่องว่างนั้นไปสร้างความกดดันให้กับรัฐบาลที่ไม่ให้ค่าคุ้มครองเพื่อให้ออกจากการบริหารราชการแผ่นดิน

    6.  การดำเนินการ รีดไถ นักการเมืองตามข้อ 1. ถึง 5.  กระทำแล้วได้ผมดีมากมาแล้ว...จึงได้ใจ ....เกิดความคิดที่จะเข้ายึดครองการบริหารบ้านเมือง ...เพื่อเปลี่ยนแปลงการบริหารประเทศจากระบอบประชาธิปไตย....ให้ไปเป็น....ระบอบเผด็จการ...เพื่อให้การรีดไถประชาชน และประเทศชาติ ทำได้อย่างแน่นอน และมั่นคงขึ้น....จึงเกิด...การกบฏขึ้นในปี 2551  จากเคลือข่ายการรีดไถของพวกมาเฟียร์การเมือง.

   7.  สื่อสารมวลชนใด ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อเปิดเผยให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงข้อเท็จจริงในทุกเรื่องราว เพื่อให้ ประชาชนหูตาสว่างขึ้น...สื่อนั้น จะต้องถูกสั่งให้หยุดออกอากาศเป็นราย ๆ ไป ด้วยอิทธิพลของมาเฟียร์การเมือง...ในทางตรงกันข้าม เรื่องใดที่ผิดกฏหมาย แต่ทำโดยเคลือข่ายของมาเฟียร์การเมืองจะทำได้ เพราะมีอำนาจ และอิทธิพลของมาเฟียร์การเมืองคุ้มครอง....

    8.  การที่เงินหายไปในระหว่างการบริหารงานของพรรคประชาธิปัต ที่มี นายชวน หลีกภัย เป็ยนายกรัฐมนตรี เป็นจำนวนเงินถึง 400,000 ล้านบาท (ขอมูลจากรายการความจริงวันนี้) ที่ DSI ส่งเรื่องไปให้ ปปช. ที่มาเฟียร์การเมืองส่งเข้ามาทำหลังฐาน เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มอย่างไม่ถูกต้องตามกฏหมาย และยังดื้อดึงทำงานอยู่จนถึงบัดนี้ (08/09/2551) ทั้ง ๆ ไม่เป็นไปตามกฏหมายรัฐธรรมนูญที่ ทำขึ้นในสมัย คมช. ควบคุมประเทศไว้ใน ปี พ.ศ.2550 เพราะไม่ใด้รับการโปรดเกล้า แต่งตั้ง...นำไปเก็บไว้โดยไม่ดำเนินการ จนอายุความใกล้จะหมด

    9.  เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ถูกลื้อฟื้นขึ้นมาทำต่อในสมัยพรรคไทยรักไทยบริหารประเทศ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันทั้งผู้ได้รัผลประโยชน์จากเงินยอดนี้ และพรรคประชาธิปติร่วมกัน การสร้างสถานการณ์ เพื่อการ "ปฏิวัติล้มล้างรัฐบาล คุณทักษิณ"  จึงเกิดขึ้น....โดยพรรคประชาธิปัติไม่ลงรับเลือกตั้ง เลือกแล้วก็ใช้กฏหมายที่ ..."ม่ชอบด้วยเหตุผล"... ยุบพรรคไทยรักไทยเสีย...ไม่ยุบ ...พรรคประชาธิปัตที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการลงรับเลือกตั้ง" (โดยได้รับความคุมครองจากอิทธิพลของกลุมมาเฟียร์การเมือง และ/หรือ มือที่มองไม่เห็น)

   10.  การล้นกระดานการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปัต ด้วยการไม่ลงรับเลือกตั้ง ที่กฏหมายไม่อาจจะเอาผิดได้ ด้วยความเกรงใจมาเฟียร์การเมือง และ/หรือ มือที่มองไม่เห็น อย่างไรก็ไม่อาจจะทราบได้ ..เป็นต้นเรื่องที่สำคัญในการส่งผลต่อ ๆ มาทำให้เกิด....."กบฏ 2551" ขึ้น.(ให้สังเกตุการให้ความร่วมมือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองของกลุ่มกบฏ และพรรคประชาธิปัต)

   11.  ความสัมพันธ์เชื่อมโยงของกลุ่มต่าง ๆ ที่ร่วมมือกัยฝ่ายกบฏที่เข้ายึดทำเนียบไว้....ทั้งที่อยู่ในสภาฯ และนอกสภา ดูได้จากเอกสารการเปิดอภิปรายในสภาฯ... การให้สัมภาษกับสื่อมวลชน ที่.....ของสื่อมวลชนที่..."ไม่ชอบด้วยเหตุผล และ ถูกต้องตามกฏหมาย"... ซึ่งเป็นการทำให้การปราบปรามผู้ก่อการร้าย หรือ พวกกบฏ 2551 ยุ่งยาก และสลับซับซ้อนมากขึ้น ฝ่ายกบฏจึงยังสามารถยึดทำเนีบฯอยู่ใด้จนถึงบัดนี้ (วันที่ 8 กันยายน2551)  

**สิ่งที่ต้องแก้ใขหลังปราบกบฏแล้ว** 

    12.  จากเหตุการณ์ที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อม ตั้งแต่ข้อ 1. ถึง 11. จึงมีประชาชนที่รักประชาธิปไตย สนับสนุนให้รัฐบาลคุณสมัครทำงานต่อไป เพื่อให้ท่าน อยู่ต่อไป เมื่อ ทุกอย่างเรียบร้องลงแล้ว จะได้สอบสวน เอาความผิดกับ ..."กลุ่มกบฏ 2551"..ทั้งหมดตามขบวนการยุติธรรม...มาลงโทษให้ได้ ตั้งแต่ หัวหน้าใหญ่มาเฟียร์การเมือง  เลยลงไปถึงระดับล่าง ๆ ของผู้ให้เงินทุนสนับสนุนกลุ่มก่อการกบฏ ตลอดจนค่าใช่ยต่าง ๆ ...พฤติกรรมที่แสดงว่า สนับสนุนกลุ่มกบฏ .....ช่วยโฆษณาชักชวน.....ชวนเชื่อ หรือออกข่าวเป็นการชักน้าให้ประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการ เข้าร่วมขบวนการ...การก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร...ทั้งหมดให้ได้.....แล้วจึงแก้ใขรัฐธรรมนูญ ...อุดช่องว่าในการบริหารประเทศต่อไป....ต้องไม่ลือนนะครับว่า...ในกฏหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ แก้ใหม่ ..."ต้องมี มาตราหนึ่ง ที่ มี ความว่า....."สิ่งใดที่ไม่มีว่าใว้ในรัฐธรรมนูญ ให้ใช้กฏหมายประเพณีแทน"...กับต้องระบุใว้ด้วยว่า...การตัดสินคดีความ ใด ๆ ...."ต้องชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมาย"...ในทุกกรณีที่ ที่มีการชี้ขาด  จะต้องมีความพร้อมอยู่ในพยานหลักฐานว่า โจมย์หรือจะเลย มีความผิด หรือ ไม่มีความผิด  อย่างที่เรียกว่า....ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมาย....จึงจะถือได้ว่า การชี้ขาดนั้น ๆ เป็นธรรมกับทุกฝ่ายพร้อมกันในการพิจารณาความ จึงจะถือได้ว่า เป็นการตัดสินความที่เป็นกลาง และ ยุติธรรมต่อ สำหรับโจทย์ และจำเลยผู้ถูกกล่าวหา. 

   12.   เหตุผลที่ต้องมีข้อความดังกล่าวในข้อ 11. เพราะ ผู้ชี้ถูก ชี้ผิด เป็นมนุษย์ที่เดินดินกินข้าวแกงเหนือนเรา ๆ ท่าน ๆ นี่ละ...จึงยังคงมี  "กิเลส"   ยังอาจจะเห็นกับอามิตสินจ้าง ลาภยศ สรรญเสริญอยู่  จึงอาจจะทำให้การชี้ถูก ชี้ผิด   "ขาดความเป็นกลาง และขาดความเป็นธรรมได้" ....การมีข้อความ ตามความใน ข้อ 11. อาจจะทำให้ ความไม่ยุติธรรมต่าง ๆ ในในสังคมลดน้อยถอยลงได้.

      จากการเรียกร้องอย่างไม่มีเหตุผลให้นายกฯสมัครลาออก (อย่าออกนะครับ...ถึงแม้ว่าท่านจะอ่อนปวกเปียก ก็ยังดีกว่าไม่มีท่านนะครับ...ถ้าขาดท่าน..หรือถ้าท่านออกไป...พังแน่เมืองไทย.)...ผมจึงเห็นว่า ถ้าต้องการให้นายกฯสมัคร พ้นจากหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องไปว่ากันในสภา ....ถ้าเสียงส่วนใหญ่ในสภาไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ก็สมควรจะลาออกไปตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือ ระบอบรัฐสภา ...ไม่ใช่ใช้เสียงตาม Mob ข้างถนนเพียงไม่กี่คน...มาเป็นเครื่องตัดสิน อย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้ใช้ไม่ได้ การทำตาม MOB เป็นการนำประเทศ กลับไปสู่  "ระบอบเผด็จการ" อีก ซึ่งผม หมายความว่า การปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น เราใช้เสียงส่วนใหญ่ในสภาเป็นเครื่องชี้ขาดในทุกกรณีย์ของข้อขัดแย้งที่เกิด เมื่อมีปัญหาที่เกี่ยวกับการบริหารประเทศ...ความเห็นไม่ตรงกันระหว่างฝ่าย รัฐบาลและ.."ฝ่ายสนับสนุนการบริหาร" (ฝ่ายค้านนั่นละ...แต่ผมเปลี่ยนใหม่....เรียกเสียใหม่ว่า  "ฝ่ายสนับสนุนการบริหาร" เหตุผลเพราะนักการเมืองไทยไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง เมื่อถูกเรียกว่าเป็น "ฝ่านค้าน"  เลยค้าน ๆ  ๆ ....และก็...ค้านลูกเดียว  ค้าน เพื่อจะได้เป็นรัฐบาลบ้าง....คือเรียกว่า "ค้านตะบันลาด" เพื่อให้รัฐบาลล้ม...เพื่อตัวเองจะได้เป็นรัฐบาลบ้างดังที่เรา ๆ เห็น ๆ กันอยู่...ดังที่พรรคประธิปัตทำอยู่ในทุกวันนี้ ....บ้านเมืองเลยปั่นป่วนวุ่นวายกันไปหมด)...ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ที่ประชาชนเลือกเข้าไปเป็นผู้แทนนั่งอยู่ในสภา เมื่อประชาชนเป็นคนเลือกผู้แทนให้เข้าไปนั่งในสถาให้ทำงานทางการเมือง แทนตนเองแล้ว ถ้าประชาชน ต้องการอะไร ก็ต้องทำเรื่องผ่านเข้าไปสู้สภาทางผู้แทนของตน...เพื่อให้เข้าไปว่ากันในสภาจึงจะถูกต้อง...ไม่ใช่ว่ากันข้างถนน ถ้าอยากจะเล่นการเมืองนอกสภา  หรือวิภาควิจารย์การเมืองนอกสภา ก้สามารถทำได้ แต่ต้องปราสจากอาวุธ และไม่ขัดกัยสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น...โดยต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้จัดหาสถานที่ให้ ขออนุญาติว่าจะใช้สถานที่ส่วนกลางของรัฐ เป็นเวลากกี่วัน....ไม่ใช่ไปปลูกบ้านสร้างเรือนอยู่กลางถนน โดยไม่ได้รับอนุนญาติ ....ทางกทม.ก็ไม่สนใจ เพราะ ผู้ว่าการกทม.เป็นสมาชิกพรรคประชาธปัตที่สนับสนุนให้ท้ายฝ่าย "กบฏ" อยู่ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย...เช่นนี้ได้ส่งผลเสียหายกับชาติบ้านเมืองไปกันใหญ่โต่ รุกรามออกไปทั้วประเทศทั่วทั้งโลก ....คำถามคือ ...."ใคร จะเป็นผู้รับผิดชอบ ? "..คำตอบคือ คุณอภิรักษ์ ผู้ว่าการ กทม. ที่ปล่อยให้ "พันธ์มิตร เพื่อเผด็ขการ 30-70" ใปสร้างเวทีกันที่ สะพานมัฆวาฬ เป็นเวลา สอง สามเดือนได้อย่างไร ที้งที่ไปกีจขวางการจราจรทำให้ผู้อื่นไม่สดวกในการเดินทาง นั่นคือ เป็นการริดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้อื่น

  การเมืองในภาคประชาชน หรือ คือ หน้าที่ของประชาชนที่มีต่อการบริหารบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย คือ การเลือกผู้แทนที่ตนเองเห็นว่าดีที่สุดเข้าไปนั่งในสภา ....นั่นหนึ่ง... อีกประการหนึ่งถ้าประชาชน เห็นว่าผู้แทนที่เลือกเข้าไปไม่ดีก็น่าจะใช้วิธีการทางรัฐสภา เป็นเครื่องตัดสิน ....การชุมนุม แสดงความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ... แต่...ต้องไม่ไปริดรอนสิทธิของผู้อื่น ...และจำนวนคนที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ(ที่ทางรัฐจัดให้) ต้องไม่เกิน 10 คน ...ในที่เปิดเผย ....ถ้าผิดไปจากนี้ถือว่าผิดทั้งนั้น....แต่ที่มันเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น คือ การที่ คุณสนธิและพวกประกาศว่า จะเป็นกบฎ ต่อรัฐบาลคุณสมัคร และได้นำกำลังติดอาวุธ เข้า ยึดสถานที่ราชการ นั่นต่างหากที่สำคัญ และถือว่า เป็นการก่อกบฏในราชอาณาจักรของฝ่ายคุณสนธิกับพวกจริง ๆ ตามหลักฐานที่ตำรวจมีไปแสดงต่อศาล และ ที่ทุกคนเห็นกันอยู่แล้ว ....ดังนั้นการที่ศาลอนุมัติหมายจับแกนนำของฝ่ายกบฏในข้อหา"กบฏ" จึงไม่เป็นการเกินกว่าเหตุแน่นอน (มี สส.  สว. (ทั้งผู้หญิงผู้ชาย). นักวิชาการ สือมวลชน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน ฯล หรือใครก็ตาม ที่ออกมาแก้ต่างให้ฝ่ายกบฎ เพื่อเพิ่มความวุ่นวายให้ชาติบ้านเมืองมากขึ้น ขอให้ตำรวจเก็บหลักฐานไว้ดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ด้วย...หนักเบาอย่างไร  ไว้ว่ากันทีหลัง ...แต่ต้องเป็นโทษสูงสุดที่กำหนดไว้ในกฏหมาย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลอื่นอีกต่อไป ....ณ ที่นี้ผมหมายความว่า ถ้าประหารชิวิตได้ให้ประหารชีวิตเลย เช่นเดียวกับ...คุณ "ฉลาด"มั่นละ)..... จึงเป็นการสมควรแล้ว ส่วนโทษฐานกบฏจะหนักหรือเบา เป็รเรื่องของศาลท่านจะพิจารณาต่อไป...ศาลจะตัดสิน....ให้เป็นไปตามพยานหลักฐาน แต่ท่านต้องไม่ลืมนะว่า การสร้างหลักฐานฟ้องต้องตรงตามความเป็นจริง และใช้ฝ่านสอบสวนที่เป็นกลาง และ มีอำนาจตามกฏหมาที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ มิ ฉะนั้น เอกสารที่จะนำขึ้นฟ้องสารจะเป็น "โมฆียะ" เพราะถูกสร้างขึ้นโดยบุตตล หรือกลุ่มองค์กรอิสระที่ถูกแต่งตั้งขึ้นโดยไม่ชอบด้วยเหตุผล และ ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย เช่น ไม่ได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดแระหม่อมแต่งตั้งตามกกฏหมาย เป็นต้น...อย่างไรผมไม่ทราบ...ไม่ทราบว่า ..."จะตัดสินให้ตัดหัวเจ็ดชั่วโฆต" หรือเปล่า ? ....โบราณท่านทำอย่างนั้น..จริง ๆ  บ้านเมืองจึงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ....และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมก็เห็นว่า "แรงไป" ...แรงไปนิดเดียวเท่านั้น...ลูกเมีย พ่อแม่ ปู่ย่า  ตายาย..ของกบฏ ต้องพลอยได้รับเคราะตัดหัวไปด้วย.....เช่นนี้ผมเห็นว่ามันแรงไป เพราะปู้ย่า ตา ทวด ท่านไม่รู้เรื่องด้วย จะไปเอาท่านมาตัดหัวได้อย่างไร.....หรือว่าณจำรอง...คุณสนธิ...และพวกเป็นว่ายุติธรรมแล้ว...ผมก็จะยอมทำตามท่านสนธิ  และจะไม่พูดว่า "แรงไป" อีก ....จะเอาอย่างนั้นหรือ....คิดกันให้ดี ๆ ...ท่านกำลังทำลายตัวเองและวงค์สกุลของท่านนะครับ....จะบอกให้นะคุณจำรอง...จะอบให้นะครับตุณสนธ และพวกของท่านทุกคน.....ถ้าท่านสนธิเห็นว่าดีและสมเหตุสมผล...สักวันหนึ่งต่อไปในอนาคต เมื่อท่านขึ้นศาล ศาลตัดสินจำคุกท่านตลอดชีวิต หรือตัดสินประหารชีวิต....ท่านต้องร้องกับศาลนะว่าไม่ได้...ไม่ยุติธรรม....ต้องจัดสินประหารชีวิตผมเจ็ดชั่วโฆต จึงจะถูกต้อง.....จำไว้นะ..."อ้ายกบฏทั้งหลาย" ช่วยจำใว้ด้วย.....นี่ละที่เขาเรียกว่า ..."ให้ทุกข์แก่ท่าน ...ทุกข์นั้นถึงตัว"  ....นั่นผม...กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ หมายความว่า ..."กรรมการพรรค ที่ลงรับเลือกตั้งแล้วไปกระทำความผิด ท่านได้เหมาเอาว่า พรรคที่เป็นนิติบุคคลนั้นผิดด้วย ต้องยุบพรรค กรรมการพรรคทุกคนผิดด้วย ต้องเว้นวรรคการเมืองห้าปี".... หมายความว่าต้องผิด ทั้งหมด  "ผิดทั้งโฆต" เลย...เช่นนี้มันยุติธรรมแล้วหรือ ....ถ้าเห็นว่า ยุติธรรมแล้ว เมื่อใดที่ศาลตัดสินคุณจำรองและพวก ในข้อหากบฏ ให้ลงโทษ จำคุณตอลดชีวิต ท่านอย่าลืมนะครับ...ที่จะต้องอุธรณ์ว่าไม่ได้ ไม่ยุติธรรม ต้องตัดสินประหารชีวิตเจ็ดชั่วโฆตจึงจะยูตืธรรม......ถ้าท่านจำรอง-ท่านสนธิ ทำได้อย่างนี้....น่าจะมีคน "สร้างอนุสาวรีย์"...ให้.....นะครับ

     โทษประหารชีวิตกับกบฏทั้งในกรุงเทพฯและผู้ให้การร่วมมือในต่างจังหวัด จึงไม่ใช่ของแปลก และรุนแรงไป สมควรแล้ว ที่เขาเหล่านั้นไปปิดสนามบิน ....หยุดการเดินรถไฟ ...ปิดถนน ..ฯล ทำให้ประเทศชาติเสียหายยับเยิน (ตอนนี้มีลูกน้องคุณจำรอง ออกมาประกาศว่า จะปิดสนามบิน ทางภาคใต้ทั้งหมด ยกเว้น ที่เกาะสมุยเพราะเป็นของเอกชน....เก็บเทปที่ออกอากศนะนะครับตำรวจ ถ้ามีอะไรเสียได้กับชาติบ้านเมือง...คนนี้ต้องเอาให้หนัก)....ข้าราชการทั้งพลเรือน-ทหาร-ตำรวจที่ให้การสนับสนุอยู่เบื้องหลัง...ขอให้ตำรวจ...."ทำหลังฐานไว้"..คนพวกนี้ต้องได้รับโทษอย่างหนักทุกคนโดยไม่มีการยกเว้น หรือไม่ใว้หน้าใครทั้งนั้น ...ทุกคนในประเทศไทย ...."ต้องอยู่ภายไต้กฏหมาย"...ต้องได้รับโทษทุกคนเช่นเดียวกัน ....ต้องงดเบี้ยหวัด เบี้ยบำนาน ถอกยศออกทั้งหมด ...ในที่นี้ผมก็รวมทั้ง..พ่อค้า ประชาชน...นักวิชาการ ....อาจารญ์ผู้สอนตามสถานศึกษาต่าง ๆ..ที่อยู่เบื้องหลัง... พรรคการเมือง(เป็นนิติบุคคล) สส. และ..สว. ที่นั่งอยู่ในสภาด้วย....คนเหล่านี้ ต้องได้รับโทษในการก่อกบฏในครั้งนี้เช่นกัน ตามที่ได้ก่อกันไว้ที่ต่างกรรม ต่างวาระ ....สุดแท้แต่ศาลท่านจะตัดสินสั่งการลงโทษว่าสถานได ....ซึ่งในแต่ละคน แต่ละพรรค แต่ละพวกย่อมต่างกันไป....."ในข้อหากบฏ"......เป็นข้อหาที่สมควรที่คุณจำรองและพวก รวมทั้งผู้ที่ให้การสนับเงินทุน หรือ คือนายทุนที่ให้การเงินในการก่อการกบฏเพื่อเปลี่ยน แปลงการปกครองจากระบบ  "ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุก"....ไปเป็น...."ระบอบเผด็จการ 30-70" ..ในครั้งนี้ด้วย   สมควรจะได้รับอย่างสมเหตุ สมผล

   มี นักวิชาการ บางคน อาจารณ์ในมหาวิทลาลัยธรรมศาสตร์บางคน สว. ที่ให้การสนับสนุนฝ่ายกบฏ...ได้ออกมาให้กำลังใจฝ่ายกบฏ และแก้ต่างให้ตามที่กล่าว โดยอ้างว่า " การตั้งข้อหาว่าเป็นกบฏนั้นมันรุนแรงไป" เหตุผลง่าย ๆ ของอาจารย์และนักวิชาการบางท่าน สว.บางท่านอ้างเพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจฝ่ายกบฏ...ข้อคิดของอาจารย์ และ นักวิชาการ สส.,สว. ก็คือ " ฝ่ายกบฎไม่มีอาวุธหนักอยู่ในมือ" เข่น รถถัง  รถหุ้มเกราะ  ปืนใหญ่ ปืนกล ....ฯลฯ...ดังนั้นจะเรียกฝ่ายกบฏ...ว่าเป็น "กบฏ" ไม่ได้......ผม...ครับ...ผม กัปตันอดิศัย พะลายานนท์...มีความเห็นว่า  "ท่านผิดแล้ว" ผิดอย่างมาก อย่างที่ไม่น่าจะให้อภัยเสียด้วย...ในฐานะที่ท่านได้เรียกตัวเองว่า ..."นักวิชาการ" ....เสียแรงที่ร่ำเรียนมา มีปริญญายาวเป็นหางว่าว ....เสียแรงที่ไปเรียนมาจากเมืองนอกเมืองนา ....แต่ "ไม่รู้อะไรเลย" มีปัญญาเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าทำไมมันจึงเป็นอย่างนี้ไปได้...เพราะอะไร ทำไมปริญญาโท.... ปริญญาเอกที่ไปเรียนกันมาจากเมืองนอกเมืองนา... มันจึงทำให้ มันมันสมองและแนวความคิดของท่านมันสั้นลง.... แทนที่จะยาวขึ้น...มองดูแล้วคนอย่างพวกท่านไม่น่าจะมีปัญญา...."เท่าหางอึ่ง"..เท่านั้น....ไม่รู้พวกท่านที่เรียกตัวเองว่านักวิชาการ...ไม่ทราบว่า..."ท่านโง่จริง ๆ  หรือ แกล้งโง่" กันแน่ ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ...พูดออกมาได้....."ไม่มีรถถังไม่ถือว่าเป็นกบฏ" ....น่ามันด้านมากนะครับท่าน...แต่ก็นั่นละ...ผู้ใหญ่ท่านก็สอนไว้แล้วว่า ..."ด้านได้ อายอด"...อย่างไรละครับท่าน........ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้นำเรื่องการกบฏในฝรั่งเสศมาเล่าให้ท่านฝัง...ซึ่งมันเหมือน ๆ กับเหตุการที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเมื่อ ปีพ.ศ.2551 นี่ละครับเกือบจะเรียกได้ว่าเหมือนกันแทบทุกอย่าง  ....แต่การกบฏ ในฝรั่งเศส มันเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1789 หรือ คือ เมื่อ 219 ปีมาแล้ว...และในที่สุด เพราะความมีพระทัยอ่อนแอของพระเจ้าหลุยที่ 16 จึง โอนอ่อนผ่อนตาม เพื่อให้เกิด สันติ ไม่ต้องการเป็นปากเป็นเสียกับฝ่ายกบฏ ไม่ต้องการปราบปราม ทำให้เสียบรรยากาศ...เพื่อเอาใจฝ่ายกบฏ ให้เกิดเห็นอกเห็นใจ จะได้ยุตติ การชุมนุม บ้านเมืองจะได้อยู่เย็นเป็นสุขไน่คือความคิดของพระหลุยที่ 16 แต่ แทนที่ฝ่ายกบฏจะมีจิตรสำนึก มองเห็นความดีของพระองค์ท่าน  "ไอ้พวกนายว่าขี้ข้าพลอย" ยี่งมาสมทบมากขี้น และมากขึ้นจากต่างจังหวัด เดินร้องเพลงเข้ามในกรุงฯ จนใท่สุด รัฐบาลเอาไม่อยุ๋ ฝ่ายกบฏ ได้ตอยแทนความเมตตากรุณาพระเจ้าหลุยที่16 ด้วยการจับพระองค์ท่าน พระนางเมรี่อังตัวเนต และพระราชวงค์ทั้งหมดตัดตัวเสียด้อยเครื่อง กิโลติน  ...ที่เล่าให้ฟังอย่างนี้เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ไว้...ให้รู้ว่า "อสรพิษเช่นงูเห่า...ให้ความเมตตาไม่ได้...ไม่ตีให้ตายไม่ได้...เพื่อความเมตตา...ต่อย ๆ ละมูลละม่อม อะรุ้มอร่วย ไม่ได้...จะไม่ใช้ความรุนแรงืย่างไม่มีเหตุผล และไม่มีขั้นตอนก็ไม่ได้...เช่นต้องประกาศให้รู้ก่อนว่าให้ออกจากสถานที่ราชการภายกำหนด กี่วันก็ว่าไป ถ้าไม่เชื่อฟัง อาจจะเกิดความเสียหายกับทุกฝ่ายซึ่งเป็นที่ไม่ต้องการของราชการ (อย่าลืมนะครับว่าคนพวกนี้ที่อยู่ในทำเนียบไม่ใช่ประชาชนคนไทยธรรมดา ๆ แต่เป็น...."ผู้ก่อการร้าย"...ทุกคน...จึงเป็นความชอบธรรมของตำรวจที่จะใช้แกสน้ำตาขับไล่ ใช้กระสุนควัน ใช้น้ำดับเพลิง ใช้กระสุนยาง..ในการขับไล่ได้ และทั่วโลกเขาก็ยอมรับว่าที้งหมดนั้นคือเครื่องมือที่ใว้ใช้ปราบการก่อการร้าย)  ถ้าจำเป็น การใช้แกสน้ำตา ปราบกบฏ...การใช้กระสุนยางปราบกบฏ...การถือปืนของตำรวจที่จะใช้ยิงระเบิดควัน การถือปืนของตำรวจที่จะใช้ยิงแก้สน้ำตา ไม่ใช่ของเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้....ทั่วทั้งโลกเขาใช้กันทั้งนั้น...เครื่องยิงแกสน้ำตา การใช้ระเบิดควัน...กระสุนยางทั่วทั้งโลกใบนี่เขายอมรับว่าทำได้กับฝูงชนที่บ้าครั่ง ....ทั่วโลกยอนรับครับว่า ไม่ใช่ความรุนแรง นะท่านครับ....ผมเห็นด้วยกับ ตำรวจที่จะใช้แกสน้ำตา กระสุรควัน กระสุนยาง รถฉีดน้ำดับเพลิง....ทั้งหมดนี้ ทั่วโลกเขาถือว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการปราบจราจลได้..และ..."ไม่ใช่การใช้ความรุนแรง"....ถ้าท่านไม่ทำให้เด็ดขาดลงไปภายในระยะเวลาอันสั้น และยังขืนปล่อยให้เนินนานไป...ท่านนั้นละจะลำบาก...จำใว้นะครับท่าน....สักวันหนึ่ง..."งูเห่ามันจะกัดท่านถึงตายนะครับ(จริงแล้ว ท่านตายไปคนหนึ่งจริง ๆ มันก็ไม่สำคัญเท่ากัยความล่มจมของชาติบ้านเมือง)....ท่าน....มันจะตอบแทนท่านด้วยความตาย....ท่านจะอ้างเอาความเมตตาลม ๆ แร้ง ตามขี้ปากแนวร่วม ท่านจะต้องถูกงูเห่ากันตายแน่นอน ...ท่านตายแล้ว...ไม่มีใครจะช่วยท่านให้ฟื้นคือนชีพขึ้นมา กอบกู้ชาติบ้านเมืองได้อีกแน่น....จำเรื่อง..."ชาวนากับงูเห่า"...ไม่ได้ หรือครับ...ทำไมท่าน...จึงลืมง่ายนักละ ...หรือว่า แก่ แล้ว 

.ที่..ที่ คุณสมัครน่าจะได้รับการตำหนิมีอยู่นิดเดียวคือ "ท่านปราบกบฏช้าไป"....จนทำให้ พวกที่...."ชนะใหนเข้าด้วย ช่วยกระพือ"....เพิ่มจำนวนมากขึ้นเลื่อย ๆ จนไม่รู้ว่าจะเอาอยู่หรือไม่.....แต่นั่นละ....ถ้ารัฐบาลคุณสมัครเอาไม่อยู่....."โอกาศที่สงครามกลางเมืองอาจจะเกิดขึ้นมีมากขึ้น"  เพราะประชาชน 60 ล้านคนที่รักประชาธิปไตย ที่เป็นพลังเงียบอยู่ขณะนี้...จะต้องจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับฝ่ายกบฏ ..ที่ต้องการล้นระบอบประชาธิปไตย แล้วเปลี่ยนไปเป็นระบบ..."เผด็จการณ์ 30 - 70 "....เมื่อถึงตอนนั้นมันก็จะเป็นดังที่ผมเคยพูดไว้ว่า ....."คนที่ฉลาดที่สุด...ก็อาจจะทำอะไร ๆ ที่โง่ ๆ ได้เหมือนกัน" ...และ อะไร ๆ มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แม้แต่ ....."สงครามกลางเมือง".....ถึงตอนนั้นเมืองไทยจะถูกแบ่งเป็น..."ไทยเหนือ และไทยใต้"...ทำสงความกัน เป็นสงครามกลางเมือง ระหว่าง..."ไทยเหนือกับไทยได้"....เมืองไทยจะนองเลือด...ท่านคิดว่าอย่างไร ....คิดไปคิดมา...ไม่รู้ว่าท่าน และเพื่อน ๆ ที่รัก ของผมทุกท่าน ..คิดอย่างไร....แต่ผมคิดของผมคนเดียว ว่า "มันก็ดีเหมือนกัน" ...จะได้ล้างเลือด ชั่วๆ ที่มีในเมืองไทยให้น้อยลงไปบ้างถึงแม้ว่า ฝ่ายกบฏจะมีบางส่วนของทหารสนับสนุนอยู่ก็ตาม ....ตอนนั้น....มันคงสนุกดีนะ ...ผมขอร่วมด้วยคนนะ ....สมัครไว้ก่อน...อย่าลืมผมเสียละ ..ท่านหัวหน้าผู้รักประชาธิปไตย"....ท่านที่เป็นพลังเงียบอยู่ขณะนี้....อย่าลืมผมนะครับ...ท่าน...ผมไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว....นอกจาก....นอกจาก...."ราชวงค์จักรี"...เท่านั้น

       ผม ....กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ ....พร้อมแล้วครับ...ท่าน.. ที่จะสละทั้งเลือดเนื้อ และชีวิต "เพื่อชาติ - ราชนาวี และ ราชวงค์จักรี"...อันเป็นที่รักยิ่งของผม....ใครไม่รักช่างมัน....แต่ผมรักของผม ตอนนี้ที่จะต้องนำคำพูดที่ผมเคยพูดอยู่เสมอมาใช้แล้วว่า...."ถ้าไม่เหี้ยม จะไม่ได้เป็นฮ่องแต้"....ต้องเหี้ยม ...ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องฆ่าทุกคนที่เป็นพิษเป็นภัยกับชาติ-บ้านเมือง....ทั้งนี้เพราะผมไม่ต้องให้เรื่องที่เกิดในฝรั่งเศส หรือที่เราเรียกว่า "กบฏในฝรั่งเทศ".....มาเกิดในประเทศไทย ...ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ แล้วรุกรามไปใหญ่โต เพราะ "การรักสงบที่ไม่ถูกกาละ เทสะ"ในประเทศไทย ....ผมขอให้ท่านคิดดูนะครับว่า

 "แล้วผมจะไปพบกับบรรพบุรุษของผม คือ ท่านลุงทวด -ทวด , ท่านตาทวด-ทวด ลงมาจนถึงพ่อ-แม่ของผม ได้อย่างไร "... เมื่อผมตายไปแล้ว...ครับท่าน...(แทรกนิดนะครับท่าน...คุณปู่พระอนุรักษ์ ปู่ของผม ท่านลาออกจากราชการตำรวจ...เพราะ จอมพลป.พิบูลย์สงคราม...จะให้ท่านไปจับเสด็จในกรมฯ ในพระราชวังบางขุนพรหม...ท่านไม่ไปเเละได้ลาออกจากราชการเลย) ...ท่านครับ  ผมขอให้ท่านได้โปรดคิดดูและให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย.....ถึงตรงนี้....ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแบ่งข้างกันให้ชักเจนว่า "จะอยู่ข้างรัฐบาลอันมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี หรืออยู่ข้าง กบฏ อันมีคุณจำลอง และ คุณสนธิเป็นแกนนำ".....สำหรับผม ๆ ขอย้ำอีกทีว่า ผมจะขออยู่ต่อสู้กับฝ่ายกบฏร่วมกับ ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยอีก 60 กว่าล้านคนอย่างแน่นอนและมั่นคง ....ผมขอสัญญาครับ.....สัญญาของผมจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง  อย่างแน่นอน จนกว่าแผ่นดินจะกรบหน้า....นั่นคือ ผมขออยู่ข้างนายกฯสมัคร..ครับท่าน

      ผม...ขอฝากมายังท่านที่ชุมนุมสนับสนุนท่านนายกสมัครอยู่ที่สนามหลวง....ผมขอความกรุณามายังท่าน...ขอให้ทำนที่เป็นคนเหนือ...คนอิสาน...คนภาคกลาง ที่มีญาติพี่น้องที่เชี่ยวชาญชำนาญในเรื่องการขับรถไฟ ...คนที่เคยทำงานในการปะปา และ..การไฟฟ้านครหลวง ฯล เข้ามากรุงเทพฯ เพื่อช่วยรัฐบาล...ที่จะเข้าทดแทนการทำงานของพนักงานรัฐวิสาหกิจดังกล่าว ที่ไม่ไปทำงาน และ ทำงาน ต้องการออกจากงาน ก็ต้องให้ออกไป แล้วเอาคนทางเหนือ และคน อีสานที่อยู่ฝ่ายรัฐบาลเข้าทดแทนทั้งหมด....ถึงเวลาแล้วที่เราประชาชนผู้รักประชาธิปไตย จะต้องช่วยกันปกป้องประชาธิปไตย...สำหรับผม...ผมเต็ม 100 อยู่แล้ว...ที่จะทำให้ดีที่สุด เพื่อรักษาไว้ ซึ่งสถาบัน..."ชาติ-ราชนาวี และราชวงค์จักรี"....ครับท่าน

   นักวิชาการที่กำลังจะคิดคดทรยศต่อชาติบ้านเมือง....ผมขอถามท่าน ๆ อีกอย่างนะว่า ที่ท่านเป็นปากเป็นเสียให้คุณจำลอง และพวกนั้น "ท่านต้องการแบ่งประเทศไทยให้เป็น ไทยภาคเหนือ+ไทยภาคอีสาน กับ ไทยภาคใต้ ....แล้วทำสงครามกลางเมืองกันจริง ๆ หรือ....ท่านต้องการให้เกิด สงความกลางเมืองระหว่างไทยเหนือ+ไทยอีสาน รบกันกับ ไทยไต้ จริง ๆ หรือ ? " ......ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า ..."การที่ราชวงค์บูลบลอง แห่งฝรั่งเศสต้องล่มสลายลง โดยฝ่ายกบฏนั้น....ทางฝ่ายกบฏมีรถถัง หรือ ปืนใหญ่...หรือปืนกล...ฯลฯ ตามที่ท่านคิดหรือ...แล้ว ทำไมท่านจึงแสดงความขี้เท่อออกมา เพื่อปกป้องคุณจำลองและพวก "กบฏ" อย่างนั้นจนออกนอกน่า....จริง ๆ แล้วผมคิดว่าที่ที่เรียกตัวเองที่เป็นอาจารย์สอนใหนมหาวิทยาลัยท่านนั้น ท่านดูถูกคนไทย มากไปหน่อย คือท่านคิดว่า ทุกคนโง่กว่าท่านใช่หรือไม่ ท่านจึงกล้าหลอกคนไทยทั้งชาติได้อย่างนั้น ....ขอให้ท่านทำไปเถิด ถ้าท่านคิดว่าฝ่าย  "กบฏ" คือ ฝ่ายของคุณจำรองและพวก จะเป็นฝ่ายชนะในสงครามกำลางเมืองในที่สุด ....ผมจะบอกให้ก็ได้ คุณจำลองถึงแม้ว่าจะดื้อ-ด้านเพียงไรก็ตาม....ถ้ายังไม่เลิก....ไม่เข้ามอบตัวกับตำรวจ ...เพื่อขอความเห็นอกเห็นใจจากศาล....คุณจำลอง....ท่านจะประสพกับ "ความฉิบหายล่มจมทั้งครอบครัว...ด้วยอานุภาพ ของพระสยามเทวาธิราช..." .คุณจำลองท่าน...จำคำพูดของผมไว้นะ....สักวันหนึ่งท่านจะรู้ว่า ที่ผมเตือนท่านด้วยความเป็นห่วง และหวังดีกับท่านในฐานะที่เราเป็นนักเรียนทหารด้วยกัน....ท่านเป็นนักเรียนทหาร (จปร.รุ่น 7 )รุ่นก่อนผมสองรุ่น(ผมเป้นนักเรียนนายเรือรุ่น55-56 เมื่อเทียบกับ จปร. คือรุ่น9)....ผมจึงเตือนมาด้วยความหวังดีจริง ๆ ....ต่อไปจะไม่เตือนท่านอีกแล้ว....จำไว้นะ พี่จำรอง...ผมขอให้พี่เห็นใจผมด้วย....เพราะผมต้องรักษา "ชาติ-ราชนวี และราชวงค์จักรี"...ครับ...พี่....ผมถามพี่จริง ๆ อีกทีนะครับว่า....การที่พี่เข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลนั้น...พี่เอากฏหมายอะไร มารองรับ....พี่...บ้า...ไปแล้วหรือ ?....เมื่อถึงขั้นนี้แล้วยังจะดื้อด้านไม่เข้ามอบตัวอีก ...อยากถูก "ตัดหัว" หรืออย่างไร.....ตนอย่างพี่มิเสียแรงที่จบออกมาจาก "จปร" รับราชการจนมียศเป็นถึงถึง ..."พลตรี"....ทำไมถึงคิดสั้นอย่างนี้....นึกดูบ้างนะพี่...นึกถึงตอนที่..."ในหลวงพระองค์ท่าน เอากระฑาแตะบ่าให้พี"...บ้างนะครับ....นึกแล้ว อดสท้อนใจไม่ได้...จริง ๆ นะครับ......คนเราสามารถทำผิดกันได้ทั้งนั้น....แต่เมื่อผิดแล้ว ต้องแก้ใขในโอกาศ แรก....พี่จำรองครับ....คนของพี่ดู ๆ ก็คล้ายกับว่า "จงรักภักดีกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอนู่หัว ....เห็นใส่เสื้อเหลืองอันเป็นสีวันเกิด ประจำพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันเต็มถนนไปหมด....แต่จริง ๆ แล้วคนของท่านเหล่านั้นไม่ได้มีความจงรักภักดีกับพระบาทสมเด็จพระอยู่เลย แม้แต่น้อย...ที่ผมว่าอย่างนี้ เพราะคนที่จงรักภักดีกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจริง เขาจะไม่ทำให้ ..."ถนนทนทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมวงค์สานุวงค์เสด็จฝ่านต้องสกปรก เลาะเทาะอย่างนั้น ถนนที่คนของพี่ไปอยู่กันจนเต็นสำสกปรกไว้นั้น เป็น "ถนนราชดำเนิน" นะครับ...เมื่อเป็นเช่นนี้จะให้ผมเชื่อได้อย่างไรว่า ท่าจงรักภักดี ในเมื่อท่านไปใช้ และทำ..."ถนนราชดำเนิน"...สกปรก.....ถนนนั้นเป็นถนนราชดำเนิน คือ เป็นถนนที่พระมหากษัตริจะต้องใช้พระดำเนินไปประกอบพิธีต่างทางศาสนในวัดพระแก้ว......ท่างไม่มีความคิดกันเลยนะครับ....ถนนนั้นไม่ใช่ถนนที่พี่ หรือใคร ๆ จะไปทำสกปรก ได้....ทำไมถึงไม่มีความคิดกันบ้าง....กินอะไรเข้าไปมันถึงทำให้คิดกันไม่ออก...หรือว่าต่างก็เป็น...บ้า...กันไปหมดแล้ว...น่าหนักใจมากนะพี่ครับ....ผมว่าเลิกได้แล้ว ถ้าพี่ไม่เลิก ตำรวจต้องเข้าเคลียพื้นที่ เมื่อเกิดบาดเจ็บล้มตายจะไปโทษตำรวจไม่ได้นะ...ครับ...ผมจะเรียนให้ทราบ...และขอฝากต่อมายัง ประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินด้วยว่า ....ท่านจะไปกล่าวหาว่า...ตำรวจ หรือรัฐบาลให้ความรุนแรงกับประชาชนไม่ได้นะครับ...ประประชาชนที่ท่านผูดถึงนั้นนะ ขณะนี้ ขณะที่ออกมาก่อความวุ่นวายอยู่นั้นเขาไม่ใช่ประชาชนธรรมดาแล้ว เขาได้เปลี่ยนสภาพไปเป็นผู้ก่อการร้ายกับชาติบ้านเมืองไปแล้ว ขอให้ท่านโปรดเข้าใจด้วยนะครับ...เพราะการที่พี่กับพวกเช้าไปยึดธรรมเนียบนั้น...มันไม่มีกฏหมายรองรับ...ผิดชัด ๆ ยังจะดื้อดึงอยู่ให้....รอให้โทษมันหนักขึ้นเป็น...."ตัดตัวเจ็ดชั่วโฆต" ...ก่อนหรือครับ...พี่..ผมสงสารพี่มากนะครับ แต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร...ครับ

    ฝากมายังท่านพี่น้องที่กำลังชุมนุมกันอยู่ที่สนามหลวงเพื่อสนับสนุนให้คุณสมัครทำงานให้ชาติบ้านเมืองต่อไป(ท่านทำถูกแล้วครับ)...คือ ถ้าใครมี ญาติพี่น้องที่ขับรถไฟเป็น ...เคยทำงานในการไฟฟ้าฝ่ายผลิด....เคยทำงานในการประปา ที่ใหนก็ได้ ที่ออกไปแล้วขอให้กลับไปในที่ทำงานในครั้งสุดท้าน (กลับต้นสังกัดเดิม) เข้าเขียนใบสมัคร เพื่อเข้าทดแทนคนที่ไม่มาทำงาน....ส่วนคนที่ไม่มาทำงานให้ปลดออกไปทุกคนฐานระเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลเกิดกว่าสามวัน

  สิ่งที่น่าสังเกตุให้มากในขณะนี้คือ ...อำนาจบริหาร...ก็ใช้ไม่ได้  เพราะรัฐบาลคุญสมัคร โดยเฉพาะตัวคุณสมัครเอง อ่อนมากเกินไป จนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายด้วยเหมือนกันก็อาจจะได้ ...อำนาจนิติบัญญัติ ก็ใช้ไม่ได้ ที่ว่าใช้ไม่ได้เพราะเมื่อเปิดสภาเพื่อแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองที่เป็นอยู่ขณะนี้ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาของชาติที่เป็นอยู่ขณะนี้ ก็ทำไม่ได้ เพราะมีพรรคประชาธิปัต และสว.ส่วนหนึ่งคอยก่อกวน โดยไม่ออกความเห็นอะไรมากไปกว่า วัตถุประสงค์ของ..." พันธ์มิตร เพื่อ สร้างอำนาจเผด็จการ 30-70"  คือ ให้คุณสมัคร ยุบสภาหรือลาออกโดยไล้เหตุผล เช่นเดียวกับ.."พันธมิดตร เพื่ออำนาจเผด็จการ 30-70" อย่างเดียว .....อำนาจตุลาการ...ก็ใช้ไม่ได้ เพราะ ไม่อาจจะใช้กฏหมายบังคับให้ ...."ผู้ก่อการร้าย"...คือ.."พันธ์มิตรเพื่ออำนาจเผด็จการ30-70" ออกจากทำเนียบรัฐบาลได้

  อำนาจที่สำคัญที่ใช้ปกครองประเทศ....ไม่อาจจะใช้ได้...มันก็เหมือนกับ "บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป" เสีบแล้วเมืองไทยอันเป็นที่รักของเรา....มันจะถึงจุดจบกัน แค่นี้หรือ ?...ด้วยเหตุนี้...ผมจึงเห็นว่า ...ถึงเวลาแล้วสำหรับผู้รักประธิปไตยที่เป็นพลังเงียบอยู่ขณะนี้....ถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกมาเพื่อกำจัด..."พันธ์มิคร เพื่ออำนาจเผด็จการ 30-70"...ให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย....โดยให้ทุกคน ร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน "เพื่อไม่ให้คนไม่ดี ได้ปกครองประเทศ" ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว....ช่วยกันไปที่สนามหลวงหน่อยนะครับ ไปเพื่อทำให้ให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่านทรงสบายพระทัยขึ้นนะครับ...ขอได้ช่วยกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อ...."ความสบาบใจของพระองค์ท่าน"...ย้ำอีกครั้งครับ....ขอบคุณครับ...

    เรียน ...มายังท่าน....หัวหน้าพรรคประชาธิปัต และสส. ของพรรคที่นั่งอยู่ในสภาขณะนี้ทุกท่าน ผมได้เห็นธาตุแท้ของท่านแล้วจากการอภิปรายของท่านเมื่อบ่าบวันที่ 31/สิงหาคน/2551......ผมฟังพวกท่านและสว. แต่งตั้งบางคนที่ได้ อภิปรายในคืนวันนั้น.....ผมขอเสนอแนะ หรือ ให้ความเห็นกับท่านว่า...ทั้งหมด...ควรลาออกจากการเป็นสมาชิกรัฐสภาดีกว่าครับท่าน....เพราะผมพิจารณาการอภิปรายของท่านทุกคนแล้ว ผมรู้สึกว่า ท่านไม่ได้ทำงานเพื่อชาติ และประชาชนเลย...ในทางตรงกับข้ามท่านที่ผมกล่าวข้างบนทุกท่าน ๆ กลับทำงานให้ ...."พันธมิตร เพื่อ เผด็จการ 30-70 "....ท่านลาออกดีกว่าครับ...ท่าน...ท่านนั่งอยู่ในสภาก็ไปแย้งอากาศคนอื่นเขาหายใจหมด ....ลาออกดีกว่าครับ....ขอบคุณครับ...ขอบคุณ...เมื่อท่านลาออกขากสภาไปแล้ว  บางทีอาจจะมีคนสร้างอนุสาวรีย์ให้พวกท่านบ้างนะครับท่าน....ว่าท่านเป็นผู้เสียให้คนอื่นได้มีอากาศหายใจมากขึ้นขอบคุณครับ...ขอบตุณ.

สรุปไว้ก่อน

    เมื่อเช้าวันที่ 2 กันยายน 2551 เวลาประมาณ 0030 กลุ่ม ผู้พิทักษ์ประชาธิปไตย (นปช) ซึ่งมีจำนวนประมาณ สี่ หรือห้าพันคนเห็นจะได้ได้เดินทางจากสนามหลวง เพื่อไปกดดันให้ ."ฝ่ายกบฏ หรือ โจรห้าร้อยจำพวก"...ที่ยึดทำเนียบรัฐบาลออกมาจากทำเนียบฯ  ซึ่งเป็นสถานที่ ๆ จะต้องใช้ทำงานของฝ่ายบริหารเสีย ซึ่งในนั้นมีทั้งเอกสารของทางราชการมากมาย ทั้ง "ลับ และ ไม่ลับ"  ...ซึ่งทางฝ่ายผู้พิทักษ์ ประชาธิปไตย เกรงไปว่า "ฝ่ายกบฏ" จะทำให้เอกสารดังกล่าวเสียหาย จึงได้เดินทางออกจากสนามหลวง ไปยังทำเนียบฯ เพื่อกดดันให้ ฝ่าย "ที่เป็นกบฏต่อบ้านเมือง" ออกจากทำเนียบฯ ....แต่พอขบวนการของฝ่าย นปช.เดินทางมาถึงบริเวณ "สี่แยก จปร." ทางฝ่าย กบฏ ก็ส่งกำลังที่ฝึก "การทำสงครามชุมชน" ไว้แล้ว  ออกจากกลุ่มที่บริเวนสะพานมัฆวาลเป็นทัพหน้ไป ต่อต้าน การเคลื่อนตัวมาจากสนามหลวงของ กปช. ที่บริเวณ สี่แยก จปร  ..... ด้วยอาวุธที่ครบมือของฝ่าย "กบฏ" ซึ่งมีทั้ง ไม้ พลอง กระบองสั้น  ครบมือ รวมไปถึง หนังสติก ที่ใช้ยิงด้วยหัวน๊อต และ  "ปืนพก"  ดว้ย. การต่อสู้ ป้องกันตัวของ นปช. ด้วยมือเปล่าเป็นส่วนใหญ่ หนังสติก และ ไม้ที่พอจะหาได้ในบริเวณนั้นจึงเกิดขึ้น....ผลสรุปของการต่อสู้... ที่บริเวณเกิดเหตุ ปะทะกันสรุปผลได้ว่าฝ่าย นปช. พ่ายแพ้อย่างยับเยิน มีการศูนย์เสียมากมาย คือ "มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก  คือประมาณสี่สิบกว่าคน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 3 คน มีศพ สองศพหายไป  ผมว่าน่าจะเป็น ศพ ที่ถูกฝ่ายกบฏกุ้มรุมทำร้าย  ทั้งกระทืบ ทั้งตี และทั้งแทงด้วยไม้พลองของ "นักรบฝ่ายกบฏ" ผมดูภาพนั้นแล้ว รู้สึกว่า "ฝ่ายกบฏ ทำคล้าย ๆ กับพวกนักบูญ (แต่ใจบาป) ..ทำทารุนกับคนไทยด้วยกันเองมากเกินไปแล้ว  ทหารในสนามรบที่ว่าทารุน....ยังไม่เท่ากับความมารุนโหดร้ายของฝ่ายกบฏ (จำลอง-สนธิ และพวก) ในครั้งนี้   กล้าวคือ....ทหารเรือ   ที่ทำยุทธนาวีกับข้าศึก สัตรูนั้น เรารบกัน เพื่อทำลายเรือรบของฝ่ายตรงข้านเท่านั้น เราไม่ทำร้ายคู่สงครามไม่ต้องการฆ่าฝ่ายตรงข้าม....เราจะต้องช่วยข้าศึกที่เรือถูกยิงจมไปแล้ว...ไม่ให้จมน้ำตาย.....เช่น ญี่ปุ่นช่วยแม่ทัพเรือรัสเซียที่รอยคออยู่ในน้ำไม่ให้จมน้ำตาย ในสงครามญี่ปุ่นรัสเซีย เป็นต้น ..... ผมจึงขอวิงวอนให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนของทางราชการ เอาภาพจาก VDO ดังกล่าวมาขยายภาพ เอา ใบหน้าของคนเหล่านั้น เข้า COM. แล้วขยายออกมาให้ชัดเจน...นำไปค้นหา เปรียบเทียบกับภาพในทะเบียนรูปภาพ จากบัตรประชาชน จากสำเนาต้นฉบับที่เป็นข้อมูลเก็บใว้ที่ กระทรวงมหาดไทยได้โดยไม่ยาก ฝ่าย  "กบฏทำทารุนกับ นปช.มากไปแล้ว" ....ท่านต้องนำคนเหล่านี้มาขึ้นศาลให้ได้ นะครับ และ ขอร้องมาว่า ให้ฝ่ายจัดการ ระวังให้ดี อย่าให้คดีนี้...ถูกดองใว้ จนหมดอายุความ หรือ ใกล้จะหมดอายุความ อย่างเช่น คดี ที่พรรคประชาธิปัตในสมัย....คุณชวน หลีกภัย  เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดการขายสินทรัพย์ของขาติ แล้วทำให้เงินขากบัญชี หรือหายไป ประมาณ 400,000 ล้านบาท ผยังสง

สัยอยู่ว่า พรรคประชาธิปัติอาเอาเงินของชาติ จำนวนหมาศาลนี้ไปใช้อะไร เอไปใช้สนับสนุนผู้ก่อการร้ายหรือเปล่า...หรือให้ใครบ้าง (ให้มือที่มองไม่เห็น หรึอ พวกมาเฟียการเมืองหรือเปล่า ?.... ซึ่งทาง DSI ได้ส่งให้ ปปช. ชุดนี้ ...ชุดที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว....ซึ่งผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฏหทายสูงสุดของบ้านเมือง   ...แต่ ปปช.ชุดนี้ไม่ยอมทำตาม จึงแสดงว่า ปปช.ชุดนี้เป็นองค์กรอีสระที่อยู่เหนือกฏหมาย...สูงสุดของประเทศ...เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะหาความยุติธรรมในบ้านเมืองนี้ได้อย่างไร.....ผมจึงเป็น  หรือเพื่อน ของ ปปช. ในขบวนการชุติธรรมที่ตั้งขึ้นมา เพื่อ ช่วยกัน หรือร่วมกันสร้างหลักฐานที่เกียวกับ คุณทักษิณ ....จะร่วมกันดองเอกสารไว้ จนหมดอายุความแล้ว (สงสัย สอบถามข้อมูลได้จาก ผู้จัดรายการ...."ความจริงวันนี้")

ดูภาพจาก VDO ที่ถ่ายไว้ ซึ่งทางสถานี TV เอามาออกทุกช่อง แล้วทำให้นึกถึงเรื่องของ "บิชอฟ แห่ง อเล็กซานเดีย" ที่สั่งให้พระ ไปดักจับ...นางไฮปาเซีย แล้วเอาเธอมา "ถลกหนังทั้งเป็นด้วยเปลือกหอย"....กลางถนน (แต่ไม่ใช่ถนนราชดำเนิน) 

   ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตใว้ในที่นี้ด้วยความนะครับ

   -  ท่านนายกฯสมัคร .....ครับผมเห็นด้วยกับการที่ท่านและท่าน ผบ.ทบ พล.อ.อนุพงษ์ นะครับว่า การใช้ความรุนแรงกับประชาชนพลเมือง(ที่ดี)ของชาตินั้นมันเป็นการไม่ถูกต้อง....แต่กับผู้ที่เป็นพิษเป็นภับกับชาติบ้านเมือง  หรือ  พวกโจรห้าร้อย...รวมทั้งผู้ให้การสับสนุน เพื่อก่อให้เกิดการกบฏ......"ไม่ใช่"....ในระยะนี้ได้มีผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย ทั้งนักบริหาร นักธุระกิจ...แม้กระทั่ง "นายแพทย์" หรือที่เราเรียกกันว่า "หมอ"...ต่างก็ออกมาพูดกันเป็นเชิงขอร้องด้วยว่า "อย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน" กันโดยไม่ขาดระยะ....ครับท่าน...ผมเห็นด้วยกับท่าน..."อย่างจริงใจ" และ "จริงจัง"ครับว่า การทำเช่นนั้นรัฐบาล และ/หรือ กองทัพ ...ไม่ควรทำเป็นอย่างมาก....พูดกันใหญ่...พูดกันมาก...พูดกันทั้งในสภา(สส....สว)  นอกสภา...คล้าย ๆ กับว่า เป็นการ..."ข่มขู่"...นายยกสมัคร และกองทัพ .....ผมเรียนให้ทราบไปแล้วว่า..."ผมเห็นด้วย"...กับท่านเหล่านั้นครับ.....แต่ประชาชนคนนั้นต้องเป็นประชาชนคนดี...."ไม่ใช่เป็นโจร"...นะครับท่าน...ท่านนายกฯสมัครครับ....ท่าน ผบ.ทบ....ท่านอย่าเส้นตื้นกับ..."อ้ายคนพวกนี้นะครับ"....อ้านคนพวกนี้ต้องการให้ท่านลาออกแล้วเข้าครองเมือง....วิงวอนท่านนายกสมัคร และท่าน พล.อ.อนุพงษ์ ว่า "ท่านอย่าลาออก และ ถ้อถอยกับคำพูดของคนเหล่านั้นนะครับ ......

   นายแพทย์ คือ หมอ ที่ประชาชนทั่ว ๆ ไปได้ยกย่องว่า เป็นกลุ่มมนุษย์ กลุ่มหนึ่งที่มีมันสมองที่สุกมากที่ในประเทศไทย... แต่ทำไม่ก็ไม่ทราบที่มีส่วนหนึ่งที่ทำตัวเหมือนกันคนปัญญาอ่อน....ที่ออกมาสนับสนุน "กลุมกบฏ"  หรือ "พันธมิตรเพื่อระบอบเผด็จการณ์ 30-70"...โดยออกมาเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีลาออก....กลุ่มคนตั้งแต่ ข้อ 1 ถึง5 และนายแพทย์ต่างจังหวัดบางคน เหล่านั้น ท่านจดชื่อทำประวัดไว้ให้หมดนะครับ.....ถึงเวล้แล้วที่จะได้กำจัดเสี้ยนหนามแยดินให้หมดไปทีเดียวพร้อม ๆ กันทั้งหมดเลย นะครับ

    ผมคอยท่าน ผบ.ทบ. ว่าท่านจะทำหรื่อดำเนินการกับกลุ่มกบฏตรงกัยใหน.....พอมาถึงว้นนี้ ขณะนี้ วันที่ 4/09/51 เวลา 0230 โดยประมาณ ผมไดข่าวว่า ฝ่านกบฏ ไม่ยอมเจรจากับท่านอย่างที่ประชาชนคนธรรมดาพึงกระทำ ...ทั้ง ๆ ที่ท่านก็ได้ให้เกียรติลดตัวลงไปขอพูดด้วยก็ไม่ยอมเช่นนี้ ผมจึงเห็นว่า สมควรที่จะทำการปราบปรามขั้นเด็จขาดแล้วครับท่าน...ผบงทบ.....ท่านพล.อ.อนุพงษ์  ครับ...ถึงเวลาแล้ว...

     เรื่องรางที่เกิดขึ้น....เราฝ่ายคนดี ที่จะรักษาประชาธิปไตยไว้ เพื่อให้รอดพ้นจากกลุ่มโจรที่เข้าครองเมือง หรือ/คือ กลุ่มกบฏ หรือ พวกนี้ คือ ..."มหาโจร"...ที่เข้าที่เข้ายึดสถานที่ของราชการที่ใช้เป็นสถานที่ไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและทำลายเสียเกือบจะเรียกได้ย่อยยับก็ว่าได้ ขณะนี้ นั่นเอง....ผมื่อไม่ให้เสียเวลา....ผมขอเสนอท่านถึงการดำเนินการก้บโจรห้าร้อยเหล่านี้เลยนะครับทั้งนพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า ;-

    "ไม่มีใครสามารถทำให้คนไม่ดีเป็นคนดีได้ทั้งหมด....แต่ต้องไม่ให้คนไม่ดีได้ปกครองบ้านเมือง"

    (ทหารของชาติ และทหารรักษาพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกคนควรท่องจำให้ขึ้นใจ...เมื่อออกไปทำการปราบ..."ไอ้โจร 500 ที่เข้าไปยึด ทำเนียบไว้" ...ให้สำเร็จสมความมุ่งหมาย....ทั้งนี้เพื่อ ความสบายพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว...ด้วยการ .-

    1. ให้ทหารเข้าไปล้อมทำเนียบไว้ทุกด้าน...คนนอกห้านเข้า คนในออกได้ โดยการประกาศ(ใช้เครื่องขยายเสียงที่มีกำลังหรือ ความดังที่พอจะได้ยินจากภายนอเข้าไปภานในธรรมเนียบอย่างถั่วถึง โดยบอกว่า...ทาง ผบ.ทบ...."จะไม่เอาโทษกับทุกท่าน ยกเว็นผู้มีหมายจับ จะต้องถูกนำตัวขึ้นพิจาณาโทษในศาล แต่ให้ออกมาภายในสองวันนี้ สำหรับ...9 กบฏ หรือ 9 มหาโจร จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย ส่วนคนอื่นที่อยู่ภายในเพราะหลงผิด (กำหนดวัน-เวลา) แล้วว่า จะถือว่าไม่มีความผิดจะปล่อยกลับบ้าน .....เช่นนี้เป็นต้น

     2. เมื่อได้เวลาตามกำหนด หรือหมดเวลาที่ได้วางไว้ตามข้อ1 แล้วให้ใช้ทหาร ที่ใช้ในการปราบการจราจน (อาจจะต้องให้จำนวนมากหน่อย)  โดยนำด้วย  ...."ตำรวจดับเพลิง"....ใช้บรรไดพาดกำแพงปีนขึ้นไป แล้ว "ฉีดน้ำลงเข้าใส่กลุ่มโจรนั้น" โดยฉีดบรืเวณที่ใกล้กำแพงเสียก่อน เมื่อกลุ่มกบฏหนีไปรวมกันภายใน แล้วจึงใช้กรรไกรตัดเหล็กตัดกุญแจที่ฝ่ายโจร500 ใส่ใว้ เพื่อ เปิดประตูให้ทหารปราบกบฏส่วนใหญ่ เข้าไปร้อม กลุ่มกบฏไว้....ตนพวกนี้ มีอาวุธอยู่ด้วย ตือ ท่อนเหล็ก  ต้องบอกให้วางอาวุธ ก่อน ให้หทารหรือ ตำรวจ ใช้แกสน้ำตาได้เมื่อจำเป็น พอหลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายยุทธการ หรือ เสนาธิการแล้วว่าจะบุกเข้าไปจับ....โจรห้าร้องเมื่อใด... (ผมว่าใกล้รุ่งจะดีที่สุด แต่ต้องให้เสร็จเรียบร้อยก่อนฟ้าสาง)

    3. ก่อนปฏิบัติการตามข้อหนึ่ง และสอง ต้องชี้แจงให้ประชาชนทั่วไปทราบว่า คนพวกนี้ไม่ใช่ประชาชนคนดี แต่ เป็กบฏที่สร้างความเสื่อมให้ประเทศชาติจำเป็นที่ทางรัฐบาลต้องกำจัดให้สิ้นซาก และมีทั้ง กบฏจริง ๆ และผู้รู้เท่าไม่ถึงการรวมอยูด้วย ...ทางฝ่ายรัฐบาลจะเบิดโอกาศไห้ กลับตัวกลับใจออกมาก่อน เมื่อไม่ออดหา แล้วในการเข้าไปจับโจรห้าร้อยเหล่านี้อาจต้องใช้ความรุนแรงบ้าง....เพราะ...."ผู้ก่อการร้าย".....เหล่านี้ขัดขีนไม่ยอมให้จับแต่โดยดี...และทางการต้องใช้แกสน้ำตา...กระสุนยาง เสปรพริกไท ระเบิดควัน และ/หรือ น้ำดับเพลิง กับฝ่ายกบฏ.....ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทั่วโลกเขาถือว่าเป็นเครื่องมือปราบจราจนอย่างหนึ่งที่เขายอมรับได้.

    แต่ สส. พรรคประชาธิปัต และ สว.บางคนในสภา พยายามบิดเบือนความจริงให้เกิดการจราจนมากขึ้นโดยอ้างว่า การใช้แกสน้ำตา หรือ เสปรพริกไทเป็นการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรก จนนิสิต และนักศึกษาที่รู้เท่าไม่ถึงการออกมาซ้ำเติมกล่าวหารัฐบาลว่า ..."รัฐบาลปรามปรามประชาชนรุน แรง ขาดความชอบธรรมในการเป็นรัฐบาล ขอให้ลาออก"....ซึ่งเป็นการสร้างความยุ่งยากให้รัฐบาลมากขึ้น....แต่....ขอเตือนคุณสมัคร...ไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งว่า "อย่าลาออก."...นะครับ

    ที่ผมไม่เห็นด้วยกับการลาออกของนายกฯสมัคร ก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่นั่นละครับ...ถ้านายกฯสมัครลาออกประเทศจะตกอยู่ภานใต้การปกครองในระบอบ ...เผด็จการ....ของคนไม่กี่คน...กลุ่มคนพวกนี้จะเข้ามากุ้มรุม ข่มขู่ พ่อค้าประชาชน ชาวไร่ชาวนา ฯลฯ เหมือนในอดีตอีก ...ประชาชนพลเมืองจะเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ...เมื่อถึงตอนนั้น ...นิสิต-นักศึกษา จะรู้สึกเสียใจ แต่ก็สายเกินไปแล้ว.....ความรู้เท่าไม่ถึงการ...หรือคบเด็กสร้างบ้าน ....เด็กไปเอาโจรมาช่วยสร้างบ้าน เด็กกำลังสร้างบ้านให้โจรอยู่ ....เพราะรู้เท่าไม่ถึงการ....เพราะทำตามกระแส ...ตามคำยุยงส่งเสริมของของ..."โจรป่าห้าร้อย"...ประเทศชาติที่เจริญรุ่งเรือง....เป็นอันต้องแตกสลาย ฉิบหาย ล่มจมไป....เพราะคบเด็กสร้างบ้าน ....นั่นเป็นการสิ้นสุด ความยี่งใหญ่ของมหาอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลกในขณะนั้น..."กรุงโรม" ให้กับ...."โจรป่า"...อย่างน่าเอน็จอนาจใจ   น่าเสียดาย...บ้านเมืองที่สวยงาน...นี่หรือคือ กรุงโรมมหาอณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่  บัดนี้ได้กลายสถาพเป็นประวัติศาสตรอันน่าหวาดกลัวสยดสยองไปแล้วด้วยความทารุนโหดร้ายของอ้ายพวกโจรป่าห้าร้องจำพวก......

   ความล่มสลายของกรุงโรม...การกบฏในฝร่งเศส....มีเค้าโครงความเป็นมาคล้ายกับ เหตุที่เกิดในประเทศไทยใน ปี พ.ศ.2551 นี้ เกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีผิดก็ว่าได้....นั่นคือความไม่มีวินัยและความอ่อนแอของฝ่ายบริหาร.(น่าจะเกิดจาก ความกลัวอิทธิพลของพวกมาเฟียร์การเมืองก็ได้)..ในการบริหารราชการแผ่นดิน....ถ้ารัฐบาลสมัคร เข็มแข็งกว่านี้ ..."นิสิต-นักศึกษา"...จะไม่ถูกเป่าหูให้ออกมาสร้างความเดือดร้องให้บ้านเมืองเพิ่มมากขึ้น.....(ความอ่อนแอของนายกฯสมัคร เหมือน ๆ กับความอ่อนแอ ของพระเจ้าหลุยที่ 16...ที่อ่อนตามข้อเรียกร้องของกบฏมากเกินไปจนนำมาซึ่งความล่มสลายของราชวงค์บูร์บอง)...

    การแก้สถานะการณ์เพื่อปกป้องประชาธิปไตย ณ วันที่ 8 กันยายน 2551 ....วันนี้ ขณะนี้ ...ยังพอมีทางช่องทางทำได้....จะทำได้อย่างไร....

     กล่าวคือ ...ในขณะนี้ ถ้าสมมติว่ามีใคร คนไดคนหนึ่งคิดนำเอาคน  "หนุ่น ลูกหลานย่าโม" คือ...เขาผู้นั้นคิดว่า ต้องใช้ "ฟันต่อฟัน"...แรงมาให้แรงไป เป็นสองเท่าทวีคูณ.. และ ขอกำลังการสนับสนุนทางการเงินจากคุณทักษิณ เพื่อหาเครื่องมือที่ทันสมัยมาจัดการอย่างเด็ดขาดกับฝ่ายที่จะคิดทำลายประชาธิปไตย.....และเปลี่ยน ระบบการปกครองจากระบอบประชาธิไตยไปเป็นระบอบเผด็จการ ....และหาผู้ที่น่าจะดำเนิดการในเรื่องนี้ได้ ....ถ้าสมมติว่า คน ๆ นั้นคือ "เสธแดง"...แล้วก็เริ่มดำเนินการ....ขอสมมติต่อไปอีก ...ต่อไปนี้เป็นเรื่อง สมมติ ที่อาจจะเป็นไปได้ดังนี้คือ :-

    วิธีการคือ ...ตอนนี้   ขอให้ เสธแดงสั่งคนของ เสธทั้งหมด กลับภูมิลำเนาเดิมทั้งหมด ...หยุดการเคลื่อนใหวทั้งหมด พูดง่าย ๆ คือ ให้ หลบลงใต้ดินทั้งหมด.....แล้วนำเหตุการณ์ การประทะกันของ นปช. และ ฝ่ายกบฏ ที่ทำให้ฝ่าย นปช.พ่ายแพ้อย่างยับเยิน เมื่อต้นเดือน กย. "เป็นต้นแบบ".... ในการคัดคน คนหนุ่มลูกหลานย่าโม ...มาฝึก....ฝึกนักรบจากภาคอีสาน....สร้างคนที่จะออกสู่สนามปฏิบัติการให้เข็มแช็งอดทน...ต้องฝึกให้หนัก ...หนัก กว่า "หน่วยรบป่าหวาย หรือ มนุษย์กบ"...สร้างขวัญ และกำลังใจ เพื่อให้เข้ามาทำงานในกรุงเทพ ทำงานแบบไต้ดิน ในด้านทำรายร้างกลุ่มกวนเมืองทุกรูปแบบ...โดยไม่เปิดเผยตัวจริง.....แต่  ..."ลูกย่าโม.แต่ละคนต้องหนักแน่น มั่นคง ทำงานเพื่อชาติ เท่านนั้น โดยไม่ทำให้ผู้บริสุทธิเดือดร้อน"......

    พูดง่าย ๆ คือ ให้ คนที่เสธแดง ที่ฝึกมาเพื่อทำงานให้ประเทศชาติ ...."กำจัดทุกคนที่เป็นพิษเป็นภัยกับชาติบ้านเมือง โดยไม่มีการเว้นวรรคใด ๆ ทั้งสิ้น...ทุกคนทีสามารถจะกำจัดได้ให้กำจัดทันที....อาจจะต้องใช้ระเบิดคนด้วย ถ้าจำเป็น....ผู้ทำหน้าที่เป็นระเบิดคน เมื่อตายไป ครอบครัวจะได้รับเงินช่วยเหลือ อย่างมายมาย พอที่จะทำให้ครอบครัวของวีระบุรุษนั้นอยู่เย็นเป็นสุขตลอดชาติ"....นั่นละจึงจะหยุดยั้ง ฝ่ายกบฏ และนิสิตนักศึกษาได้.....แต่ต้องทำเป็นลับ.....ต้องหลบอยู่ใต้ดิน... ต้องอยู่ในที่มืด ...จึงจะมองเห็นภานนอกได้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร ....เสธแดงคงรู้ดี ....สิ่งที่สำคัญที่สุด ...ต้องให้นักรบ ลูก-หลานย่าโม เหล่านี้ มีกลุ่มใหญ่ที่สุดระดับกรม....แต่ต้องให้รู้จักกันน้อยที่สุด ...... นะครับ....อย่าให้มีการประชุมพบปะ..กันเป็นจำนวนไม่เกินสี่คน ในแค่ละครั้งของการประชุม....การหาสมาชิก ในกลุ่ม ให่รู้จักกันได้ไม่เกิน สี่คน และต่อละคน ให้ไปหาสมาชิดได้อีกสี่คน ทำเช่นนี้เลื่อย ๆ ไป นะครับ .....นี่คือเรื่องสมมติ.....นะครับ

    ที่ว่าอย่างนี้ เพราะตอนนี้..ไม่มีอำนาจอะไรในประเทศไทย...จะไปปกครองบังคับบัญชาบ้านเมืองได้อีกแล้ว เห็นแต่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้น.....ขอให้ท่านได้นำเรื่องสมมติข้างบน ไปไตร่ตรองดูนะครับว่า...จะทำได้หรือไม่...นะครับ ....แต่ผมคิดว่า...ถ้าได้เงินจากคุณทักษินจริง มาสักหนึ่ง หรือ สองหมื่นล้านบาท... เพื่อดำเนินการจักหาเครื่องมือที่ทันสมัย...."น่าจะทำได้"...นะครับท่าน...   

ผมขอ ...ฝากมายัง   นปช....ที่รักด้วยว่า ....

     1.  เหนือฟ้ายังมีฟ้า....เหนือคนยังมีคน....ก่อนดำเนินการอะไรให้ดูหน้าดูหลังให้ดี ...คนที่ท่านคิดว่าดีที่สุด อาจจะเป็นคนที่เลวที่สุด...ก็ได้...ต้องระวังให้ดี...นะครับ

    2.  "มีบุญคุณต้องตอบแทน มีแค้นต้องชำระ".....ต้องเข้มแข็งและอดทน ต้องมั่นใจ และมีจุดมุ่งหมาย เพื่อชาติ - ศาสนา - และพระมหากษตริย์....แน่นอนและมั่นคง

    3.  "คนชั่วฆ่าคนดีได้...แล้วทำไมคนดีจะฆ่าคนชั่วไม่ได้"...การฆ่าประชาชนที่ กลับกลายจากประชาชนพลเมืองที่ดี ไปเป็นคนที่ไม่มีประโยชน์กับประเทศชาติ และสังคม...กลับกลายไปเป็นโจรห้าร้อย ...กลายเป็นกบฏต่อแผ่นดินที่...ที่ได้นำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติ...ย่อมทำได้ ....และถือว่าชอบธรรมตามกฏหมายว่าด้วย "การกระทำที่เป็พิษเป็นภัยกับประเทศชาติ"......ซึ่งเป็นที่ยอมรับของคนที่ ดี ๆ ทั้งหลาย ยกเว็น ไอ้ และอี พวกโจรห้าร้อย ทั้งที่อยู่ในสภา และนอกสภาด้วยกันเท่านั้น

     4.  ถ้าไม่เฮี่ยม จะไม่ได้เป็นฮ่องเต้....และ...ถ้าไม่เฮี่ยมแม้แต่ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่อาจจะแก้ใขได้....เพราะฉนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นที่จะต้องตัด ...."เนื้อร้ายทิ้ง....ก็จำเป็นที่จะต้องตัก"...อย่างปล่อยทิ้งใว้เนิ่นนาน เนื้อร้ายนั้น จะกำเริบทุกรามใหญ่โตจนอาจทำให้เราเสียชีวิตได้

        ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ผมสมมติขึ้น เพื่อให้ท่านนำไปแก้ใข ปราบปรามฝ่ายกบฏไม่ให้ก่อการกำเริบเติบสาร...ขัดขืนกฏหมายกันทั่วไป...จนกลายเป็นตัวอย่าง ที่เลว ๆ...เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้ ..."นิสิต-นักศึกษา" เอาเป็นตัวอย่าง...เพื่อบีบรัฐบาลประชาธิไตยให้ลาออกไป แล้วนำระบอบ "เผด็จการ" เข้ามาใช้แทนเพื่อสดวกในการ รีดไถประชาชนคนไทย และ ประเทศชาติ ได้สดวก แน่นอนขึ้น

    การที่มีนิสิตนักศึกษาออกมาร่วมมือกับฝ่ายกบฏ หรือ คือ ทำตัวเป็น...."ฝ่ายกบฏ"...ร่วมกับหัวหน้ากบฏทั้ง 9 ...ไม่ใช่เหตุผลที่นายกจะต้องลาออก ....ท่านนายกฯสมัคร ต้องอยู่ต่อไปนะครับ....อย่าลาออกเป็นเด็ดขาดนะครับ .....และไม่ต้องนึก และเป็นห่วงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมืองนะครับ....เพราะความเสียหายที่ว่านั้น..มันไม่ได้เกิดจากท่าน....แต่มันเกิดจากหัวหน้ามาเฟียร์การเมืองที่ชักใยการก่อกบฏอยู่ข้างหลัง ซึ่งใคร ๆทั่วทั้งโลกเขารู้กันทั้งนั้นว่าเป็นใคร (น่าขายหน้ามากนะครับ) ยกเว้นผมคนเดียวเท่านั้นที่ไม่รู้ ไม่ทราบว่า เป็นคน ๆ เดียวกับที่คุณสมัครเรียกว่า "มือที่มองไม่เห็น หรือเปล่าไม่ทราบ"....เรื่องสมมติที่ผมสร้างขึ้นนั้น  มันมีความเป็นไปได้สูง และเมื่อมันเป็นไปแล้ว ก็ไม่ใช่ความผิดขอใครทั้งนั้น แม้กระทั่งคุณทักษิณ ....คุณทักษิณเสียอีกที่ควรได้รับการเห็นอกเห็นใจ ควรได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการกระทำ ของกลุ่มมาเหียร์การเมือง ที่ไปรีดไถเงินของคุณทักษิณ แล้วคุณทักษิณ ...ไม่ให้...เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าบุคคลที่ควรได้รับโทษอย่างหนัก ถึงขั้น ..."ยิงเป้า"...จริง ๆ คือ..."หัวหน้ามาเฟียร์ ที่ชักใยการก่อการกบฏอยู่เบื้องหลังในครั้งนี้ เท่านั้น"

        วันนี้เอาเท่านี้ก่อน...สวัสดีครับ

        อดิศัย  พ.    05/09/51  @   0115

       ***********

บันทึกข้อความ

ถึง พื่จำลอง....เรื่อง  ให้เข้ามอบตัวสู้คดี....

วันที่  8/09/51

    เรียน   พี่จำลอง ผมขอเรียนมายังพี่อีกครั้งหนึ่งว่า ขอให้พี่ และคนของพี่ออกมาเสียจากทำเนียบรัฐบาล เสียให้หมด เพื่อให้ทางรัฐบาล เข้าจัดการซ่อมบำรุงสิ่งที่เสียหายเพราะการกระทำอย่างไร้ความคิดของพี่ และคนของพี่ เพื่อให้ทั้งหมด กลับคืนสู่สภาพเดิม เพื่อจะได้ใช้ในการรับรองแขกบ้านแขกเมืองอีกต่อไป    ส่วนตัวพี่เองก็ควรเข้ามอบตัวกับตำรวจ เพื่อต่อสู้คดีต่อไป   ส่วนรูปของคดีจะออกมาอย่างไร ก็สุดแท้แต่ผู้พิพากษาจะวินิจฉัย....ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่มี

    จริง ๆ แล้ว ผม (กัปตันอดิศัย พะลายานนท์) ได้พิจารณาพฤติกรรมและการกระทำของพี่แล้ว เห็นว่า มันไม่ถูกต้องตาม  "หลักพิชัยสงคราม"  มาตั้งแต่ต้นแล้ว  กล่าวคือ การนำทัพของพี่ออกสุ่สมรภูมิในครั้งนี้ พี่จะนำกองทัพไปสู่ความฉิบหายล่มจม อย่างเดียว  กองทัพในการนำของพี่จำลอง จะประสพกับความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน  ไพร่พลจะบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก หรือ คือ พากันไปตายทั้งกองทัพก็ว่าได้...ทั้งนี้เพราะยุทธภูมิที่พี่ใช้ในการตั้งรับนั้นเป็นสถานที่ปิด ไม่มีทางออก  ไม่มีทางหนี เพื่อเพี่ยงพร้ำในการรบ  เป็นที่ ที่อยู่ต่ำ และล้อมรอบด้วยภูเขาที่แน่นหนาร้อมรอบอยู่ทุกด้านไม่มีทางหนี เมื่อพ่ายแพ้ในการยุทธ   ในสถานที่ที่พี่ตั้งรับนั้นมันง่ายที่ทางฝ่ายตรงข้าม จะทำลายกองทัพของพี่ให้พินาจย่อยยับ ได้ง่าย เพียงแต่ยิงด้วยอาวุธหลัก-เบาเข้าสู่แหล่งรวมผลของพี่ ที่เป็นทำเลปิด  หนีไม่ได้  อย่าว่า แต่อาวุธหนัก เลย แม้แต่ อาวุธเบา ธรรมดา ก็สามรถเอาชนะพี่ได้แล้ว ....รวมทั้งอาวุธ "เคมี และ อาวุธเชื้อโรกด้วย" ...เท่านี้กองทัพของพี่ ก็จะต้องพินาจ พ่ายแพ้อย่างยับเยิน....    ออกไปมอบตัวเสียดีกว่า อย่าดื้อ-ด้านนักนะครับ... จะต้องการให้เป็นอย่าง  "คุณฉลาด" หรือ ... ขอให้ออกมามอบตัวเสีย แล้วในที่สุด  สุดท้าย ค่อยเจรจากับทางรัฐบาลอีกที  หลาย ๆ อย่างก็อาจจะพอพูดกันได้    พี่ จำลอง  จำเมื่อตอนที่พี่สุจินดา ส่งทหารไปคหาตัวพี่ในหมู่นักศึกษาได้หรือ ไม่ ในที่สุด เมื่อทหารของพี่สุจินดาจับพี่รากคอขึ้นรถจิ๊บไป ได้หรือไม่ ? ....ตอนนั้น พี่ก็ดื้อ-ด้านเหมือนตอนนี้ละ....แต่ที่ไม่เป็น "ปุ๊ย"ไปในตอนนั้น เพระพระบารมีปกเกล้าพี่อยู่  มิฉะนั้น พี่เป็นปุ๊ยไปนานแล้ว....จำได้ใหม ?

    ออกไปมอบตัวเสีย ...หนักจะได้เป็นเบา....เป็นชายชาติทหาร ต้องรู้จักแพ้ รู้จักชนะ เมื่อแพ้ ต้องแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี....เมื่อชนะ ต้องชนะอย่างภาคภูมิ....เป็น "ลูกผู้ชาย  ต้องยืดได้หดได้"...ออกไปมอบตัวเสีย...แล้วสังคมจะยกย่องพี่.

อดิศัย พ.

08/09/51  @  1049     

***********

PORT OF BANGKOK  / TUE,OCT  07,2008 @ 0137

         เพื่อนพ้อง น้องพี่ .....ที่รักทั้งหลาย  ครับ  ผมได้ฟังคนส่วนใหญ่ทั้ง เด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ไส่เสื้อนอกนั่งปั้นหน้า วางท่า วางทางเป็นผู้ทรงคุณวุฒิกันหลายต่อหลายคน ออกมาวิภาควิจารน์เรื่องที่เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เวลาประมาณ 0600  ที่บริเวณหน้ารัฐสภา แล้วรู้สึกว่ามันขัด ๆ กับความรู้สึกของผมเป็นอย่างมาก ในฐานะที่ผมเป็น..."นักเดินเรือ"... ไม่ใช่ นักกฏหมาย ไม่ใช่หมอ ฯล ที่ต่างก็ออกมา พูดเป็นทำนองติติงตำรวจว่า..."ตำรวจกระทำต่อประชาชนรุนแรงเกินไป จนทำให้มีผู้ บากเจ็บล้มตายเกิดขึ้น" ....

     ผม ๆ ว่า...."ท่านผิดแล้ว...ท่านลงโทษตำรวจอย่างไร้เหตุผล...ตำรวจไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านว่า แม้แต่น้อย"   นะครับ ....กล่าวคือ....ตำรวจไม่ได้รังแกประชาชน นะครับท่าน....แต่ตำรวจไปปราบ.."โจร 500"... ต่างหาก ครับท่าน....บุคคลพวกนี้ ...หมดความชอบธรรมในการเป็นประชาชนมานานแล้ว....ตั้งแต่เข้ายึดธรรมเนียบรัฐบาล ....และ กระทรวงทะบวงกรมต่าง ๆ ....เข้าขัดขวางการปฏิบัฏหน้าที่ของทางราชการมานานแล้ว"....ครับท่าน...หรือท่านว่าไม่ จริง ?.....ถ้าท่านร้อนนัก จนคิดอะไรไม่ออก ....ก็ถอดเสี้อนอกออกเสียก่อน...จะได้เย็ดลง....แล้วค่อย ๆ คิด กันใหม่ ...แล้วท่านจะเห็นว่า ......"ตำรวจทำถูกแล้วครับ....เพราะตำรวจทำตามหน้าที่ ๆ มีกฏหมายรองรับ"......แต่โจร 500 เข้ายึกธรรมเนียบรัฐบาล...."ไม่มีกฏหมายรองรับ"....มีแต่เส้นที่อยู่เบื้องหลัง รับรอง ....นอกจากจะกระทำการเยี่ยงโจรสลัดเข้ายึดบ้านยึดเมืองแล้ว ..."ยังได้พยายามกระทำการเพื่อก่อการกบฏภานในราชอาณจักรเพื่อล้นร้างรัฐบาลอีกด้วย"

      ด้วยเหตุผลง่าย ๆ สั้น ๆ ไม่ต้องวางก้าม ทำตัวเป็นนักวิชาการจอมปลอมบ้าง.....ทำเป็นหมาบ้า ทำเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ....ตำแหน่งใหญ่ ๆ กันทั้งนั้น แต่ เห็นแต่ละคนพูดออกมา เหมือนกับคนไม่มีมันสมอง....คนสิ้นคิด ...คุณพูดออกทาได้อย่างไรว่า ...ตำรวจรังแกประชาชน.....ผมถามท่านว่า..."ใครคือประชาชน"....ใหนลองตอบ มาให้ชื่นใจหน่อยซิว่า...."ใคร คือประชาชน.ในที่นั้น".....ไม่มี....ไม่มีคนที่ เป็นประชาชนไปอยู่หน้า...รัฐสภาในวันนั้น เวลานั้น....ไม่มี.....มีแต่..."โจร 500 ที่จะเข้าไปยึดรัฐสภาทั้งนั้น".....ดีแล้วที่ตำรวจ....ยิงด้วยแกสน้ำตา....นั่นก็ถือว่าเบาหนักหนาแล้ว....จริง ๆ แล้ว ..."ต้องยิงด้วยปืนกลมือ".(เหมือนอย่างที่ พล.อ.สุจินดา  เคยใช้)....นั่นละจึงจะเหมาะสมสำหรับโจร 500 ที่เข้ามาปล้นเมืองหลวงของไทย คือ กรุงเทพมหานคร ฯ ของประเทศไทย.....จนประชาชนผลเมืองเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน หาความสงบสุขไม่ได้ .....

        ท่านเห็นหรือยังว่ามันไม่ใช่ความผิดของตำรวจ.....ตำรวจเขาทำถูกต้องตามกฏหมาย ว่าด้วยการปราบปราม ผู้ก่อการร้าย ข้างถนนแล้ว....ถ้าวันนั้น.....ไม่ยิงด้วยแกสน้ำตา...ป่านนี้ รัฐสภาถูกโจร 500 ยึดไปแล้ว ....ทีนี้ ...ท่านผู้แทนทั้งหลาย  ....คณะรัฐมนตรี ผู้แทนพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดอาจจะตายไปหมดแล้วก็ได้ .....ทำไมถึงตาย ดูต่อไป....อ่านต่อไป จะเข้าใจเอง......หรืออย่างน้อย .สส. ทั้งหมดก็ต้องวิ่งกัน หัวซุก หัวซุน หาที่ประชุมกันอีก  .....เหมือน...."รัฐบาลจ้าวไม่มีศาล" อีก ......ผมว่า ต้องให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลย จะได้ รู้แล้ว รู้รอดกันไปข้างหนึ่ง.....คนเรา...."เกิดหนเดียว...ตายหนเดียว  จะไปกล้วอะไรกับ...ไอ้สัคว์หน้าขน พวกนั้น.....มันหน้าด้านอยู่ได้...เพระคิดว่า มี..."เส้นใหญ่"....ขอเตือนให้ระวังไว้นะ...."ไอ้เส้นใหญ่"....นั่นนะ...."คนเสื้อแดงจะเอาไปทำลาดหน้า"......เสียวันหนึ่งละจะบอกให้.....ถ้ายังไม่เลิกคิดชั่ว ๆ อีก ละก็โดนเอาไปทำเป็น...."ก้วยเตียวลาดหน้า"...แน่ ๆ

        เพื่อน ๆ ที่รัก .....ต่อไปนี้ เป็นคำถามคำตอบ ที่ผมสมมติว่า ผมเป็นนักข่าว ถามท่านนายก ฯ....แล้ว...ผม ก็สมมุติว่า ผมเป็นท่านนายกฯ   ตอบคำถาม นักข่าว...นะครับ ...เรื่องของเรื่องก็มีอย่างนี้....ครับ...ช่วยกันพิจารฯด้วนนะครับ....เอานักข่าวเริ่มถามก่อน....ถามเลย...ว่า

        " เรียนถามท่าน นายกฯ ว่า ....ถ้าตำรวจเป็นฝ่ายถูก ในการสลาย MOB ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 นั้น ...แต่ตำรวจทำให้คนตาย ไปละ ...จะว่าอย่างไร ? ...ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบละ...ครับ ?.."

        " ถาม ออกมาได้ ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ?......คนที่รับผิดชอบคือ ...ไอ้คนที่ไปชวนเขามาร่วมปล้นทำเนียบนั้นละ....ทีนี้ ก็กำเริบ...เลยคิดจะไปยึดรัฐสภา เลยตายเลย....ความจริงแล้ว....มัน ตาย น้อยไปเสียอีก ....ควรตาย มาก ๆ กว่านี้ ...ไอ้เลือดชั่ว ๆ จะได้หมดไปจากประเทศไทยเสียที...."

         "หมายความว่าอย่างไร ครับ?"

         " หมายความว่า.....

        (1) ถ้า..."มาเฟียร์การเมือง"ไม่ไปรีด-ใถ  คุณทักษิณ แล้ว....เรื่องมันก็จะไม่เกิดตั้งแต่ก่อน 19 กย 49 แล้ว...

         (2) ถ้า..."มาเฟียร์การเมือง" ไปใถเงินคุณทักษิณ เมื่อตอนที่คุณทักษิณขายดาวเทียมให้สิงคโปรได้เงินมา........แล้วคุณทักษิณแบ่งเงินให้ หรือสิ่งที่พวกมาเฟียร์การเมือง ต้องการให้ไปบ้าง .... เรื่องมันก็จะไม่เกิด..... กฏหมายรัฐธรรมนูญ ปี 2550 .....ก็จะไม่เกิด ....ชาติบ้านเมืองจะเจริญรุดหน้ามากกว่านี้ เงินบาทจะนั่นคงขึ้น รัฐบาลก็จะทำงานง่ายกว่านี้ .... ทำเนียบรัฐบาล และ กระทรวงต่าง ๆ ก็จะไม่ถูกโจร 500 ยึด ......เหตุการณ์ที่หน้ารัฐสภาก็จะไม่เกิด ......  ตำรวจก็จะไม่ต้องใช้แกสน้ำตา.....ประเทศชาติก็จะไม่เสียหาย ฯลฯ และ สุดท้าย ..คือ

           (3)  เด็กผู้หญิงคนนั้นก็จะไม่ตาย  ........ตำรวจก็จะไม่ถูกยิงด้วยหนังสติกลูกเหล็ก ...ถูกตี ด้วยไม้พลอง .....ถูกยิงด้วยปืน .....ถูกกระทำอย่างทารุนโหดร้ายเยี่ยงสัตว์ป่า  ด้วยการใช้รถทับให้ตาย ฯล ....โดยคนของ "พันธ์มิตร์เพื่อระบบเผด็จการ 30 - 70.....เขมรก็อาจจะไม่ส่งกองกำลังเข้ามายึดแนวชายแดนของไทย...

แล้ว ทีนี้ ....."ไอ้ควาย"   ... มึงเห็นหรือยังละว่า...ใครคือผู้ที่ทำให้...."เด็กผู้หญิงคนนั้นตาย......คนที่ทำให้คนตาย และบ้านเมืองย่อยยับในครั้งนี้  คือ...."ไอ้พวกมาเฟียรการเมืองทั้งคณะของมัน  ตั้งแต่ หัวหน้าใหญ่ที่คอยบงการสั่งงานอยู่เบื้องหลัง (ถ้ามี)ลงไปจนถึงไอ้พวกที่อยู่ในธรรมเนียบนั่นละ ที่จะต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์...ชีวิต และทรัพย์สินทั้งของราชการและเอกชนที่เกิดขึ้นทั้งหมด ".....อีกอย่างหนึ่ง...ที่จะต้องนำมา  พิจารณาร่วมด้วยคือ เวลา และสถานที่ ที่ มีคนเสียชีวิตว่า เป็นเวลาเดียวกันกับที่ตำรวจนั้น ๆ ยิงแกสน้ำตาหรือไม่ ....กล่าวคือ ตำรวจยิงแกสน้ำตา เวลาเท่าไร ? ที่ใหน ?......เด็กผู้หญิงคนนั้น ตายเวลาเท่าไร ? ตรงใหน ? .....ของพวกนี้ไม่ยาก สามารถพิสูตรได้เพราะกล้องถ่ายรูปในปัจจุบันสามารถบันทึกเวลาได้ .....ขออย่างเดียวว่าตอนนี้อย่า ถามนำ และชี้นำกันมากนักจะทำให้เสียรูปคดีได้....จนไม่อาจจะเอาผิดกับผู้กระทำผิดตัวจริงได้ เพราะผู้ตรวจสอบอาจจะเกรงกลัวอิทธิพลของ...."มาเฟียร์การเมือง หรือ ผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมในครั้งนี้ก็ได้"

          "แล้ว นายตำรวจ นอกราชการการนั่นละ...ครับ"

          "ใคร ๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่า  รถคันนั้นมันบรรทุกระเบิดมา ....อาจจะนำมาสร้างสถานการณ์ให้มันดูรุนแรงมากขึ้นก็ได้.... เพื่อโยนความผิดให้รัฐบาล ....และตำรวจก็ได้  ...เพราะเรา ๆ ก็รู้กันอยู่ว่า นายตำรวจนอกราชการ นั้นเป็นฝ่ายเดียวกับ... "โจร 500"นั้น.... และอาจจะไปทำกระทบกระเทือนเข้า จึงเกิดระเบิดขึ้นทำให้ตนเองเสียชีวิต"

          " มันจะเป็นไปได้หรือครับ ....นายตำรวจนั้นเขาจะเอาละเบิดมาทำไม ?"

          " มันจะเป็นไปได้  หรือ....เป็นไปไม่ได้ นั้นมันขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน....เรื่องอย่างนี้ถ้า มองไม่เห็นด้วยตา.....แล้วจะบอกว่า ...มันเป็นอย่างนั้น อย่างนี้.....มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะเชื่อว่า ลูกระเบิดนั้นถูกนำมาใช้ในการปิดล้อมสภา ....เหมือน ๆ กับ ที่พวกโจรห้าร้อยได้เตรียม มีดไม้ ปืน หรือ พูดง่าย ๆ ว่า ได้เตรียมอาวุธไว้ ก่อนหน้าที่จะเข้าไปบุกยึด สถานี โทรทัศน NBT ก็ได้....มันไม่แน่...อาจจะเอามาร่วม สร้างสถานะการณ์ ให้มันดูว่า...ตำรวจกระทำการรุนแรงเกิดขอบเขตก็ได้...ซึ่งเราจะเห็นว่า ฝ่ายพันธมิตรเพื่อเผด็จการ 30-70 มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการเตรียมอาวุธมาก่อนแล้ว ....ด้วเหตุนี้ ในหลาย ๆ ครั้งที่เกิดความรุนแรง ฝ่ายตรงข้ามกับพันธ์มิตร เพื่อระบอบเผด็จการ 30 - 70 จึงได้รับบาดเจ็บล้ทตายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครเคยผูดถึง....ถึงแม้ว่า สื่อ ที่อ้างตัวเป็นกลาง ก็ไม่พูดถึง .....คงจะเกรงกลัว ...กลุ่มผู้อยู่เบิ้องหลังในการยึดทำเนียบในครั้งนี้...มาก...มากจนขี้ขึ้นไปอยู่บนหัวสมองเหมือนกุ้งไปตาม ๆ กัน"

          " เขาทำได้หรือ ครับ ?"

          " ทำไมจะทำไม่ได้ .....ทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่ง แกสน้ำตา ที่ยีงออกไปนั้น...บางลูก...ที่ผสมดินระเบิดอยู่ข้างในอาจจะยิงมาจาก พวก "โจร 500" นั้นก็ได้...ใครจะไปรู้ ?"

         " ทำได้หรือ ครับ ?"

         "ทำไมจะทำไม่ได้ ไม่เห็นจะยากเลย....แต่คนทำ.....ทำไม่ดี เมื่อบรรทุกมาจึงเกิดระเบิดขึ้นบริเวณ หน้า พรรคชาติไทย...ใครจะไปรู้....ตรงนี้ และเรื่องเหล่านี้ต่างหากที่ ควรตรวขสอบอย่างหนักเพื่อให้รู้แจ้งเห็นจริงว่า เหตุไรจึงมีการระเบิดเกิดขึ้น บริเวณหน้าพรรคชาติไทย....ตรวจสอบได้แน่นอน ถ้า ตำรวจ และ/หรือ คณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นไม่คำนึงถึง อิทธิพลของหัวหน้ากลุ่มมาเฟียร์การเมือง "

        " รัฐบาล...ต้องรับผิดชอบกับเหตุที่เกิด...ที่รุนแรงเกิดขอบเขต จนมีคนตายจึงจะถูก"

        " ผมว่า ไม่ถูก ในทางตรงกันข้าม ผมว่ารัฐบาลททำอย่างนั้น สั่งอย่างนั้น ถูกแล้ว....เพราะพวก อนารยชน (คนป่า) เหล่านั้น กำลังจะไปขัดขวางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐสภา .....พวก นักวิชาการเหล่านั้น ทั้งชาย และ หญิง หลาย ๆ คน วิสัยทัศน์แคบ และสั้น...สั้นมากเสียด้วย ที่ มองอะไร ๆ ที่ ใกล้เกิดไป และมองข้างเดียว....ทำใมไม่มองว่า ที่ตำรวจถูกยิง....ถูกแทง   ถูกไล่ตีบ้างละ ....คนพวกนั้นทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนได้รับบาดเจ็ย.....ผู้เป็นหัวหน้าโจรต้องรับผิดชอบ.....ทำไมนักวิชาการทั้งหญิงและชาย ทั้งหนุ่ม และ แก่ ทั้งสาว และไม่สาว ทำไมไม่ออกมา เป็นปาก ..เป็นเสียง เรียกร้องความเป็นธรรมให้ตำรวจบ้าง ...หายหน้าไปใหนกันหมด ....ทำไม ?...คุณ ๆ ท่าน ๆ เล่านั้น จึงเห็น ผิดเป็นชอบ....เห็นผิดเป็นถูกกันไปหมด ...หรือ ว่า...."บ้านเมืองมันกำลังจะล่มจมจริง ๆ เพราะพวกอนารยชน(คนป่า) เหล่านั้น....จริง ๆ แล้ว...ท่านต้องเข้ากับคนที่ รักษากฏหมายจึงจะถูก แต่นี่ "ดันไปเข้ากับคนผิด" แล้วบ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร ใครจะเป็นผู้ดูแล คอยปกป้องคุ้มครองภัยให้ชาติบ้านเมืองอยู่ได้ตลอดไป ....ท่าน นักวิชาการ ท่าน ทำกันอย่างนี้ เท่ากับท่านร่วมหัว กันกับโจร 500 ทำลายชาติไทย...ทำลายชาติบ้านเมืองของท่านเองด้วย นะครับ....รู้ตัวกันบ้างหรือเปล่า ?....ท่านไม่มีความละอายเลยหรือครับที่ได้ชื่อว่า..."นักวิชาการ สส-สว  หมอหมา ข้าราชการประจำทหาร-ตำรวจ บางคน....ที่เป็นมันสมองของประเทศไทย"....ท่านไม่รู้สึกขายหน้าบ้าง หรือ  ครับ.....ที่คนทั่งทั้งโลกเขามองท่านที่ได้ชื่อว่า.....นักวิชาการ ...อาจารย์ไทย...และมันสมองของประเทศไทย"....ท่านทำอย่างนี้แล้วท่านจะไปสอนใครเขา ใครเขาจะเชื่อถึอท่าน....."หน้าท่านด้านกันมาก นะครับ"....ท่านหน้าหนายิ่งกว่า ถนนลาดยางมะตอยอีก จึงไม่มีความรู้สึกกับคนทั่วโลกที่เขามองอยู่.

        มีเสียงที่ไม่เข้าท่า จาก ..."แม่โฉมงาน" ....ร้องออกมาอีกว่า ...รัฐบาลเอาคนไปช่วยฝ่าย ..."นปช"...ไม่ค่อยถูก....ไม่ค่อยจะเป็นธรรม......แม่โฉมงานพูดออกมาได้.......แต่ไม่เคยพูดว่า "ไอ้โจร 500 มันเปิดสถานี ด่ารัฐบาลมาเป็นปี โดยไม่ถูกปิดกลับไม่พูดถึง ...เหมือน ๆ กับ แม่โฉมงาม เท็จทูลขุนหลงขี้เลื้อน ก่อนกรุงแตกครั้งที่ 2 ว่า

        "ทูลกระหม่อม เจ้าขา....ไอ้พวกไพร่มันยิงปืนอีกแล้ว...หูจะแตกแล้ว".

เมื่อพระเจ้าตากสินยิงปืนขับไล่พม่าเมื่อมันเข้ามาชิดกำแพงเมือง

        แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไรละ ...."แม่โฉมงานทรามสวาท ...หูแตก กับกรุงแตกอะไรมันจะเลวร้ายกว่ากัน....ในที่สุดก็ได้ลิ้มรสแล้ว โดยทั่วกันนะว่า ....กรุงแตกนั้นมันสากัด สากัน กว่าหูแตกมากมายนัก ....ตอนที่พม่ามันจับแม่โฉมงามที่กำลังตั้งท้องอ่อน ๆ  ไปข่มขืน กระทำชำเล่า .....เมื่อเสร็จสมอารมหมายแล้วก็ทายกันว่า เด็กในท้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย  พนันกัน ...เมื่อทายกันแล้วก็ผ่าท้องแม่โฉมงามนั้นดูลูกในท้อง ใครทายผิด ต้องไปหาผู้หญิงท้องมาใหม่.... แล้วก็เริ่ม ต้นกันใหม่......เป็นอย่างไรบ้างละครับท่าน....หูแตกกับกรุงแตก...ตรงใหนมันจะเลวร้ายกว่ากัน.....ไม่แน่นะ...ไม่แน่เหมือนกัน......แม่โฉมงานที่ออกมาตีฝีปากฉอด ๆ บางคนอาจจะชอบตอนกรุงแตกก็ได้....เพราะสนุกดี....สบายดี....อย่างนั้นก็มีด้วยหรือเปล่า...ไม่ทราบครับ..?  ...?"

        ในระยะนี้เมื่อมีการ ถกกันทีไร .....เห็นพูดกันแต่ว่า.....หรือถามกันแต่ว่า...."แล้วจะแก้ปัญหากันอย่างไร ?"....ออกความเห็นกันใหญ่ คนนั้นก็ว่า อย่างนั้น....คนนี้ก็ว่าอย่างนี้....ว่ากับไปว่ากันมา สามกระบุงโกย ยังโกยไม่หมด แต่ก็สรุปลงได้ สองประเด็นว่า "ให้ท่านนายกฯสมชายลาออก หรือ ยุบสภา" ....ก็เท่านั้นเอง...ไม่เห็นมีอะไรเป็นอย่างอื่นไปได้มากกว่านี้....ทั้งนี้คงจะต้องการให้ พรรคประชาธิปัตได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลบ้าง....จัดได้ ....แต่เป็นรัฐบาลไม่ได้ ....เพราะเสียงไม่พอ...นั่นหนึ่ง อีกประการหนึ่ง พรรคประชาธิปัติยังเป็นรัฐบาลไม่ได้ เพราะตอนที่พรรคประชาธิปัตอเป็นรัฐบาล โดยมีนายชวน หลีกภัย เป็นนายรัฐมนตรี นั้นได้ทำเงินของชาติขาดบัญชีไป 400,000 กว่าล้านบาท ....ยังไม่ได้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ..หายข้อข้องใจได้.....เมื่อเป็นอย่างนี้ จึงถือว่า ยังคงขาดความชอบธรรมในการที่จะเป็นรัฐบาลอีกต่อไป....

         เป็นเรื่องที่น่าสังเกตุว่า ...พรรคประชาธิปัตทำเงินขาดบัญชีไป 400,000กว่าล้านบาทซึ่งเป็นเงินไม่น้อยนั้น เอาไปทำอะไรนอกระบบ และ ....เอาไปให้ "หัวหน้ามาเฟียร์การเมือง หรือเปล่า ?"....จึงสามารถอยู่ในตำแหน่งการเมืองได้อย่างมีความสุข......หรือ ให้ใครบ้าง ... จึงไม่มีใครออกมาโวย....ตั้ง  Mob เดินขบวน ขับไล่ อย่างคุณทักษิณบ้าง....ทั้ง ๆ ที่คุณทักษิน......ได้ทำคุณประโยชน์กับชาติบ้านเมืองมากมาย...แต่ไม่ให้เงินกับ"หัวหน้ามาเฟียร์การเมือง  เลยต้องมีชตากรรมอย่างที่เห็นกันนี้หรือเปล่า ?".......แล้วทำไมนักวิชาการ...ครูอาจารย์....ข้าราชการประจำ ทั้งทหาร-ตำรวจบางคน ...จึงต้องไปสนับสนุน ได้พวกมาเฟียร์การเมืองกันด้วย....มันเรื่องอะไรกัน....ตรงกันข้ามกับคุณทักษินที่ได้สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ชาติบ้านเมืองไว้มากมาย....และก็ไม่ได้โกงกินชาติบ้านเมืองอย่างที่ว่ากัน....เรื่องที่เกินขึ้นว่าคุณทักษิณโกงกินชติบ้านเมืองนั้นป็นเรื่องที่เสกสรรค์ปั้นแต่งกันขึ้นมาภายหลัง เหมือน ๆ กับการเขียน นวนิยายนั่นละ จะให้ยาว และสมจริงขนาดใหนก็ย่อมทำได้ ... 

         เพิ่งรู้เดียวนี้ นี่เองว่า....เรื่องเงิน 400,000 กว่าล้านบาทนี่เองทำให้หลาย ๆ ฝ่าย สนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตเป็นรัฐบาลให้ได้ ....เพื่อตอบแทนพรรคประชาธิปัต หรือเปล่า ที่หาเงินให้ (ขอใช้สำนวนคุณอนุสรนิดหน่อนนะว่า "มึงจะเอาเงินไปทำอะไรกันวะมากมายอย่างนั้น")....เพื่อต้องการ  Clear เรื่องเงิน 400,00กว่า ล้านบาทนี่เอง ....เรื่องนี้ DSI ได้ส่งเรื่องไปให้ ปปช. ที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แล้ว แต่ ปปช. ฯ ได้เก็บเรื่องไว้เพื่อให้หมดอายุความ....มานานแล้ว และตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่เท่าไรแล้วที่จะหมดอายุความ ...ถ้าหมดอายุความจริง ปปช. ที่ไม่ถูกต้องตามฏฏหมาย  คงรับไม่ไหวแน่....เพราะต้องถูกข้อหา...."ระเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้รัฐได้รับความเสียหาย"...แน่นอน.....และเมื่อถึงตอนนั้น....ตอนที่คนเสื้อแงได้ขจัดความชั่วร้ายในบ้านเมืองหมดแล้ว....ที่นี้ละ ....ปปชใ และพวก ศาลพระภูมิโดนยับละ....จะบอกให้.....

        ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหาทางให้พรรคประชาธิปัตเป็นรัฐบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้...ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องให้แนวร่วมของพรรคนอกสภาก่อกวน   และทำลายการงานของรัฐบาลให้หนักขึ้น....เพื่อให้รัฐบาลพังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ....แต่รัฐบาลก็ไม่พัง....แต่ "ประเทศไทย" นั่นละจะพังอยู่แล้ว...."ยังไม่รู้ตัวกันอีกหรือ แม่โฉมงามทั้งหลาย ทั้งนอก และในสภา.....นังตัวดี....ตัวเอง ก่อกวนสภาจนวุ่นวายไปหมด คนเดียวยังไม่พอ...ยังดันเอาผัว เข้าไปร่วมก่อกวนในสภาด้วย....ใครวะ...เป็นคนเลือกอีนังคนนี้ อีผู้หญิงอัปรีอย่างนี้เข้าไปนั่งในสภา ช่างไม่มีตากันเสียเลย.......น่า หนักใจมากนะครับ....กับบ้านเมืองในขณะนี้....ดู ๆ กันให้ดีแล้วจะรู้ว่า....."นี่ละคือ ฝีมือแท้ ๆ ของหัวหน้ามาเฟียร์การเมืองละ"....บ้านเมืองพังพินาจไปแล้วอย่างประเมินค่ามิได้ เพื่อขอให้เกิดความ...".สะใจ"....ที่ได้แก้แค้นที่คุณทักษิน ไม่ยอมจ่ายเงินค่าคุ้มครองให้เท่านั้นหรือ ?...."มึงคิดกันผิดแล้ว....รู้ใหนวะ... ไอ้ตัวแสบ ?"

       "ผมเรียนถามท่านจริง ๆ นะครับท่าน นายกฯสมชาย....ครับ....ท่านอย่าโกรธผมนะครับ....ผมอยากจะเรียนถามท่านตรงตรงว่า ....ในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ในการสั่งสลายการชุมชุมในครั้งนี้ ท่านจะไม่รับผิดชอบจริง ๆ หรือครับ"....นักข่าว-สื่อฯถามต่อ

        "แน่นอน.... ผมต้องรับแน่นอน .....ถ้าคำสั่งที่ผมสั่ง  หรือ คณะรัฐบาล คนใดคนหนึ่งสั่งออกไป....... ผม และรัฐมนตรีท่านนั้นก็ ต้องรับผิดชอยต่อ  คำสั่งนั้น ๆ อยู่แล้ว ....ถ้าการสั่งนั้น  หรือ คำสั่งนั้น ไม่มีกฏกหมายรองรับ ....หรือ / คือ ผิดกฏหมาย "

       " ถ้าถูกกฏหมาย แต่มีความเสียหายเกิดขึ้นละ ท่านจะรับผิดชอบหรือไม่ ? เช่นกรณีการสลาย MOB ที่น่ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 นี้"  นักข่าวถาม

       "  ถ้าความเสียหายนั้นเกิดจาก ฝ่ายรัฐบาลจริง รัฐบาลทั้งคณะต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว"

       "  ท่านหมายความว่า ในครั้งนี้ ท่านจะต้องรับผิดชอบและลาออกใช่ หรือไม่ ...ครับ ?"

       "  การสั่งสลาย MOB นั้นมีกฏหมายรองรับอยู่แล้วจึงไม่ถือว่า รัฐบาลหรือ คนของรัฐบาล คือ ตำรวจผิด นั่นหนึ่ง .....การที่ใช้แกสน้ำตา ที่ยิงออกไปนั้นก็มี กฏหมาย รองรับ(คำสั่งคณะรับมนตรี กรณีการสลาย MOB พล.อ.สุจินดา คราประยูร)  และ เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ว่าสามารถใช้สลายการก่อการจราจนได้ นั่นสองละ.......การที่แกสน้ำตา ที่ยิงออกไป แล้วเกิดการระเบิด (ยังไม่แน่ ต้องรอผลการพิสูตรก่อน) จนทำให้ มีคนเสียชีวิตเกิดขึ้น....ผู้ ผลิดหรือโรงงานที่ผลิดแกสน้ำตานั้น ๆ ต้องรับผิดชอบ....อีกที.....โรงงานผู้ผลิดแกสน้ำตานั้น ๆ ต้องรับผิดชอบ นั่น สามละ......ถ้าสมมติว่า แกสน้ตานั้น ไม่ดี หรือ เสื่อมคุณภาพแล้วเมื่อซื้อมา การสั่งชื้อแกสน้ำตามนั้น ได้ชื้อมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล คุณชวน หลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าแกสน้ำตานี้ด้อยคุณภาพ ต้องเป็นความบกพร่องของรัฐบาล ชุดคุณชวนหลีกภัย...ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้  นั่น 4 ละ.....เหตุที่เกิดทั้งหมด บัฐบาลชุดนี้ ได้ตั้งกรรมการกลางขึ้นตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลสรุป รอให้ได้ผลสรุปของกรรมการกลางการตรวจสอบก่อน ...ค่อยพิจารณากันใหม่...ว่าจะดำเนินการการกันอย่างไรต่อไป"

         "เมื่อสอง - สามวันก่อน ปปช.ได้ทำเรื่อง ขึ้นมาเพื่อสอบสวนท่าน เรื่องท่านระเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในสมัยที่ท่าน เป็นปลัด กระทรวงยุติธรรม...ท่านจะอธิบายว่าอย่างไร ครับ..."...นักข่าวถาม

         " ผมก็ต้องชี้แจงให้ทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร แนนอน?..... แต่ต้องรอให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้ง ปปช. ให้เป็นไปตามกฏหมายรัฐธรรมนูญเสียก่อน.....คือ ผมจะไม่บ้าจี้...ทำตาม กลุ่มบุคคลที่เข้ารับหน้าที่กันเอง และไม่เป็นไปตามกฏหมายสูงสุดของบ้านเมือง....หรือ /คือ ไม่ชอบด้วยฏกหมาย....เป็นกลุ่มคนนอกกฏหมายได้.....ทุกอย่างต้อง....."ชอบด้วยเหตุผล และ ถูกต้องตามกฏหมาย"

         "อย่างนี้ท่าน นายกฯหมายความว่าอย่างไร ?"...นักข่าวถามต่อ

         "เพื่อให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า ...."เมืองไทย ยังเป็นประเทศที่คนกลุ่มใหญ่หรือส่วนมากมี..."วัฒนธรรม และอารยธรรม"

         "ผมไม่เข้าใจ...ครับ ".....นักข่าวว่า

         "ผมหมายความว่า.....ยังมีคนไทยส่วนหนึ่งที่ได้หลุดพ้นจากจากความป่า เถื่อน หรือ เรื่องของ ป่า ๆ ไปแล้ว....หรือ/คือ ความเป็นสัตว์ป่า หรือสัตว์หน้าขนไปแล้ว....ท่านเคยได้ยินเรื่อง..." หมาป่ากับลูกแกะ"...หรือเปล่าละ....หมาป่าซึ่งมันเป็นสัตว์หน้าขน มันใจปาบหยาบช้า ...มันจะกินลูกแกะ ...มันก็บอกกับลูกแกะว่า...

         "ไอ้ลูกแกะ...มึงทำน้ำขุ่นมาทางกู....เพราะฉะนั้น..กูจะต้องกินมึง ..ไอ้ลูกแกะ......."

          ลูกแกะได้ยินดังนั้น ...จึงโต้ตอบว่า " ไม่ได้...ๆ จะมากินฉันไม่ได้...เพราะน้ำไหลจากท่านมาหาฉัน...ท่านทำน้ำขุ่นเอง"......"

           ไอ้สัตว์หน้าขนตัวนั้นมันก็ ตัดสิน ความว่า เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมัน.....ว่า แล้วมันก็เริ่มอ่านคำพิภาคษา..........สรุปความได้ว่า ...

           "มึงไม่ได้ทำ  แต่พ่อมึงทำ...เพราะฉะนั้น....กูต้องกินมึง"......

          ว่าแล้วเจ้าสัตว์หน้าขนตัวนั้นก็จัดการกับแกะน้อยผู้น่าสงสารตัวนั้นเรียบร้อย ตามกฏหมายเถื่อน  ๆ ของมัน.......เข้าใจใหมละ ?.... นี่ละคือ ความหมายของ วัฒนะธรรมและอารยะธรรม ละ ....ใครผู้ได....ผมหมายถึงคน หรือ มนุษย์ นั้น.....ถ้าไม่ทำตาม หรือไม่ยึดตัวบทกฏหมายเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติตามธรรมชาติแล้ว ....คน ๆ นั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจาก ...."ไอ้สัตว์ป่าหน้าขน"...เท่าไรนัก......ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะอยู่ใน...."ฐานะใหนก็ตาม"

       " ที่ท่านว่า มีคนไทยส่วนหนึ่งที่หลุดพ้นจากสภาพความเป็นคนป่าไปแล้ว....นั่นก็หมายความว่า ยังมีคนไทยอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่หลุดพ้นจากความเป็นคนป่าเลย...ใช่หรือหรือไม่ครับ ?"...นักข่าวถามต่อ

       "ท่านเป็นนักข่าว ท่านทำข่าวเอง   ท่านย่อมต้องเห็น ....คนของ ไอ้พวกมาเฟียร์การเมืองเอาไม้ไล่ตีคน ของ นปช. แล้ว ทั้งที่คน ๆ นั้นล้มลงไปแล้วยังไม่หยุดตี......ท่านเคยเห็นคนของ ไอ้มาเฟียรการเมืองมันเอารถวิ่งไล่ทับตำรวจ เมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม 2551 หรือไม่......นั่นละคือ ส่วนที่จะแสดงให้เห็นว่า ยังมีคนไทยบางกลุ่ม....บางพวก ....ที่เห็นได้ชัด ๆ คือ กลุ่มไอ้มาเฟียร์การเมืองนี่ละ ที่ยังไม่อาจจะลืมความเป็นสัตว์ป่า หรือ สัตว์ หน้าขนของมันได้......นั่นคือความด้อยพัฒนา ของคนไทยบางกลุ่มที่ส่งผลสะท้อนทำให้ภาพพจน์ของคนไทยส่วนใหญ่เสียหายในสายตาของคนทั่วทั้งโลก.....

         ยังมีเรื่องเก่ายังตอบไม่หมด หรือไม่จบเลย เปลี่ยนมาถามเรื่องใหม่อีกแล้ว....ทิ้งไว้ก่อนเรื่องนี้ ....ย้อนกลับไปเรื่อง...ใครควรจะรับผิดชอบกับการเสียชีวิต ของคนที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 7 ตุลาคน 2551 ใหม่เพราะยังไม่จบ ....เพียงตอบไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น คือ กลุ่มที่จะต้องรับผิดชอบกับสมุนโจร 500 บาดเจ็บล้ทตาย  ก็คือ  "กลุ่มมาเฟียรการเมือง ที่อยู่เบี้องหลังเหตุการณ์นี้"......กับอีกส่วนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมด้วยคือ กลุ่ม สส.-สว. ...กลุ่มนักวิชาการ.....กลุ่มนายแพทย์ หรือ หมอ กลุ่ม TOT  กลุ่มทหาร-ตำรวจ.....ที่ให้การสนับสนุนพวก..."โจร 500"...ที่อยู่ในทำเนียบด้วย"

       "ทำไมถึงต้องไปถึงนั่นด้วยละครับ ?"......นักข่าวถามต่อด้วยความสงสัย

       " ท่านฟังนะ...ผมจะขอเล่า ย้อนหลังให้ฟังเล็กน้อยว่า .....การที่ฝ่ายกบฏออกมามาก่อกวย..ปลุกปั่น...ให้แข็งข้อ และขัดขีน การปฏิบัติราชการของรัฐบาลนั้น คนเหล่านั้นทราบดี .....รู้ดี.....และก็คิดว่า ...ข้อมูลที่ได้จาก TV ก็ดี ...หรือจากหนังสือพิมพ์ และวิทยุก็ดี.....และพวกที่ออกมาแสดงความคิดเห็น...ส่อไปในทางที่รัฐบาล "โกงกินชาติบ้านเมือง"...ทั้งนั้น....ตั้งแต่สมัยรัฐบาลคุณทักษิณมาแล้ว เมื่อมีการปลุกระดม จากผู้ทรงคุณวุฒิ ในสาขสวิชาการต่าง ๆ มากขึ้น ๆ ...ๆ....จากที่ไม่ค่อยสนใจ....จะเริ่มสนใจในการเมืองผิด ๆมากขึ้น ๆ ๆ ....โดยมักจะพูดกันจนชินหูว่า "คุณทักษิณ ได้ใช้อำนาจหน้าที่ ค้าขาย ทำมาหากินจนร่ำรวยผิดปรกติ......ซึ่งจริง ๆ แล้ว คุณทักษินท่านรวยมาก่อนที่จะเข้ามาเล่นการเมืองเสียอีก ....แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครพูดถึง ....เพราะยังไม่มีข้อขัดแย้งกับกลุ่มอิทธิพลในบ้านเมือง  แต่พอเข้ามาเป็น นายยกรัฐมนตรี....ก็เริ่มมีข้อขัดแย้งกับกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ เช่น เจ้ามือหวยใต้ดิน....นักค้าของต้องห้าม...เช่นยาบ้า...หรือ ยาม้า...ยาอี ฯลฯ ...พวกนักธุระกิจที่ขัดพลประโยชน์กับการพัฒนาประเทศของคุณทักษิณ เช่น โครงการระบบขนส่งมวลชน  หรือ รถไฟรางคู่....การต่อโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ...การย้ายสนามบินต่างประเทศออกจาก ดอนเมืองไปอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ การปรับขนาดกองทัพ(ตรงนี้สำคัญ)....การกวดขันการเรียกเก็บภาษี...การกวดขันการปฏิบัติราชการของข้าราชการประจำ ฯลฯ...คนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มใหญ่มาก ....เมื่อยังไม่มีโอกาศที่จะออกมาสำแดงเดชก้คงสงบนิ่งอยู่ ......สามสี่ปีผ่านไปความขัดแย้งนี้ค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ จาก นักวิชาการ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไปเช้าหูเด็ก ทั้งที่เรื่องต่างเหล่านั้นไม่เป็นความจริง แต่ก็ได้ถูกปั้นแต่จนเห็นเป็นจริง เป็นจังกันหมดว่า ...."นัการเมืองชั่วสุด ๆ"....ที่ชอบกินบ้านกินเมือง...โกงกินทุกอย่างที่ขวางหน้า.....ว่ากันว่ามีการซื้อขายเสียงกัน เพื่อเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในการเป็นรัฐบาล...."ด่ากันใหญ่"...ระหว่างพรรคที่เป็รรัฐบาล กับ พรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ....เด็ก ๆ เหล่านั้นก็ฟังมาตลอดเวลาหลายปีจน เห็นจริงเห็นจักกับนักวิชาการ และสื่อมวลชนนั้น ๆ ไปด้วย .....โดยไม่ได้รับสิ่งดี ๆ ที่คุณทักษินทำให้ใว้กับชาติบ้านเมือง เช่นการวางรากฐานทางเศรษกิจใหม่ เช่น โตครงการโอทอปโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค.... โครงการเงินทุนเพื่อการศึกษาของเยาวชน ฯลฯ ....ที่สำคัญ ในช่วงระสองปี ที่คุณทักษิณเข้ามาบริหารประเทศ ได้หาเงินมาใช้หนี้ ต่งประเทศจน ประเทศไทยปลอดจากหนี้ และมีเงินทุนสำรอง หรือเงินคงครังมากว่าหลาย ๆ รัฐบาลที่ฝ่านมา ......การที่กลุ่ม ประชาชน และเยาวชน เหล่านั้นถูกมอมเมาจนตกเป็นเครื่องมือของ โจร 500 แล้ก็พากันไปบิดล้อมรัฐสภา  จนในที่สุดต้องมาเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เพราะฉะนั้นคนที่จะต้องรับผิชอบเต็ม ๆ คือ กลุ่มบุคคลที่มอมเมาประชาชน และเยาวชน....ไม่ใช่ตำรวจที่ทำตามหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง"

        "คนสมัยนี้...มีอย่างนี้ด้วยหรือครับ ?

         "มีเยาะแยะไป .....แต่มักหลบอยู่ในคราบของผู้ทรงคุณวุฒเสียเป็นส่วนใหญ่ ...จึงไม่มีใครค่อยจับได้ และนำมาวิภาควิจารณ์กัน....ดังจะเคยได้ยินที่เขาพูดกันว่า " คน ๆ นี้เลวกว่าหมาเสียอีก".....หรือ ...."ไอ้หมาจะเกิด ...มึงกลับชิงหมามาเกิด...เลวสิ้นดีเลย"....อะไรทำนองนั้น" 

       "ผมสงสัยเรื่องที่ท่านว่ารถ ที่ระเบิด จนนายตำรวจนอกราชการเสียชีวิต...นั่นละครับ"

        "สงสัยอย่างไร ?"

         "สงสัยว่า เขาจะเอาระเบิดใส่รถมา   ทำไมมากมายอย่างนั้น ?"

         " เรื่องนี้ ต้อง ค่อย ๆ คิด ....คิดว่า ....ทำไมคนของพรรคประชาธิปัตจึงไม่เข้าประชุม........คิดว่า....ทำไม สว. ส่วนที่สนับสนุน "พันธ์มารเพื่อระบอบเผด็จการ 30- 70" ...จึงไม่เข้าประชุม....ที่ไม่เข้าประชุมนั้น เพราะทั้พรรคประชาธปัติ และ สว.  ดังกล่าวรู้กันกับเรื่องที่จะเล่าให้ฟังนี่หรือเปล่า ? ......

        "เรื่องอะไรครับ ?"

       "หันมาดู เหตุและผลที่มีการระเบิดรถที่หน้าพรรคชาติไทย ก่อนว่า "

        "ท่านว่าเป็นอย่างไร ครับ...ผมไม่เข้าใจ"

        " ดินระเบิดที่มีอยู่ในรถ มีจำนวนมาก และค่อนข้างรุนแรง เมื่อเกิดการระเบิก ทำให้ร่าง ของนายตำรวจกระเด็นไปไกลมาก .....คำถามจึงมีว่า ผ่ายพันธ์มิตร (คือนายตำรวจนั้น) เอามาทำไม ?"

        "เอามาทำไม...ครับ"

         "ที่เอามาจอดรถไว้ที่หน้า พรรคชาติไทย นั้น   จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ....มันยังไม่ถึงเวลาที่จะใช้....จึงเอาไปจอดคอยเวลาไว้ก่อน"

         "คอยเวลาทำไม ? ครับ"

          " ตรงนี้น่าคิด .....คิดว่า ....ถ้าสมมติว่า....สมมตินะครับ....อย่าคิดว่เป็นเรื่องจริงนะ "

         "สมสมติว่าอะไรครับ ?"

         "สมมติว่า พันธมิตร เพื่อ ระบบเผด็จการ 30 - 70  ....เข้ายึด รัฐสภาได้แล้ว...ก็จะจับ สส.พรรครัฐบาลทั้งหมด ...คณะรัฐนมตรี ทั้งหมด...ไปรวมกันไว้ในที่ใดที่หนึ่ง....แล้วก็ขับรถคันที่บรรทุกระเบิดเข้าไป.....ในหมุ่คนของพรรคพลังประชาชน แล้วตั้งเวลาระเบิด ไว้ เมื่อได้เวลา .....ก็กดระเบิด.... ฆ่า สส. พรรคพลังประชาชนทั้งหมด พร้อมทั้ง คณะรัฐบาลทั้งหมด...ละใครจะไปรู้".....

        "ถึงขั้นนั้นเชียวหรือครับ..."

        "กัปตันอดิศัย ....เคยบอกไว้แล้วอย่างไรว่า .....อะไร  ๆ  มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ .....แม้แต่สงความกลางเมือง....จำได้ใหม ?"

         " ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง.......คือฝ่าย โจรห้าร้อย ทำสำเร็จ....อะไรจะเกิดขึ้นในบ้านเมือง....คิดกันเอาเองนะครับ...แล้วท่านจะมองเห็นภาพของความสยด สยอง จากการกระทำของฝ่ายกบฏ ...... ชิ้นเนื้อที่กระจายเต็มบริเวณนั้น ...เลือดจะแดงสาดกระจายเต็มไปทั่บริเวณทั้งหมด ....ท่านจะได้ยินเสียงร้องโอดโอยขอคามช่วยเหลือ ด้วยความเจ็บปวด .....ฯลฯ.....คิดกันเอง...นะ.....คิดดูก็วกันครับ"

          " ขอให้พระสยามเทวาธิราช จงคุ้มครองป้องกันภัยให้ชาติบ้านเมืองและ ผู้จงรักภักดีต่อแผ่นดินทุกคน...ด้วยเทอน"

              

เพื่อนพ้อง น้องพี่ ....ทั้งหลาย.....คนเสื้อแดงทั้งหลาย เราอาจจะต้องทำหน้าที่พลเมืองดีกันอีกแล้ว....นะครับท่าน.....เตรียมตัวกันไว้ก็แล้วกัน.....จำไว้ว่า ...."เราจะถอยไม่ได้อีกแล้ว"........เราจะยอมไม่ได้อีกแล้ว....เพราะ ..."ยิ่งยอม ก็จะยิ่งถูกเหยียบ"....นะครับท่าน

สวัสดี.....ครับ

อดิศัย พ.

20 ตุลาคม 2551 @ 2205

****************

การแก้วิกฤตทางการเมือง

      กาแก้วิกฤตทางการเมืองที่พูดกันนักกันหนา พูดกันมามากมายว่า วิกฤตทางการเมืองของไทยขณะนี้เดินมาถึงทางตันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร.......เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็มีการเชิญนักวิชาการมาพูด สัมภาษณ์ว่าจะทำอย่างไรกันดี.....ตอนนี้แย่แล้วเพราะ เพราะการเมืองของเมืองไทยเดินมาถึงจุดตัน......นักวิชาการนั้น ๆ ต่างก็ให้ความเห็นกันไป ต่าง ๆ นา ๆ ....และความที่นักวิชาการเหล่านั้นไม่มีมาตราฐานความจริงใจต่อบ้านเมือง จึงพูดออกมาแตกต่างกัน อย่างฟ้ากับดิน.....กล่าวคือนักการเมืองที่....รู้ว่า ใครคือผู้ให้การสนับสนุน พวกโจร 500 อยู่ในธรรมเนีบขณะนี้ ...นักวิชาการนั้น ๆ ....แม้แต่ ....คนที่เคยเป็นใหญ่เป็นโตในแผ่นดินมาแล้ว ก็ยังหันไปเข้าข้างโจร กลุมนี้ ....ทั้งนี้เพราะคิดว่า อย่างไรเสียอ้ายมหาโจรนั้นต้องชนะ ตนเองจะได้ตำแหน่ง สำคัญ ๆ ในคณะโจร ระหว่างที่ได้ครองเมืองบ้าง.....ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่า มีนักวิชา การ  สส  สว  ข้าราชการทหาร-ตำรวจ ฯลฯ ละที้งหน้าที่ไปเข้ากับโจร 500 เป็นจำนวนมาก ...เพราะต้องการการ เอาใจ หมาโจรที่ให้การสนับสนุนโจรเล็กโจรน้อยอยู่ในทำเนียบ.

          ท่าน.....เพื่อน ๆ ในกองทัพเรือ ....เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย....ท่านรู้หรือไม่ว่า นั

สวัสดีเพื่อน...

กลับมาตอนนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากในบ้านเมืองที่เห็นได้ชัด ๆ และสำคัญมากคือฝ่าย"อนารยชน คนเสื้อเหลือง" ได้เป็นรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ....ไม่รู้เหมือนกันว่า จะไปได้สักกี่น้ำ ...เพราะความสามารถในการทำงานมีขอบเขตจำกัดมาก ในเรื่องที่จะยืนอยู่ได้ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและทรงเกียรติ คนในขณะนี้ ในวันนี้ หาก ไร้เกียรติ ก็อยู่ร่มกับคนทั้งโลกได้ยาก  และจะไม่ได้รับความร่วมมือกับเพื่อนร่วมโลก ....ที่พูด ๆ กันว่า เขาลืมไปหมดแล้ว ....เขาให้ความร่วมมือกับเราดี....นั่นมันเป็นมารยาททางสังคมธรรมดา ๆ เท่านั้นที่เขาถือปฏิบัติกันมา .....มันไม่ใช่เรื่องของเขาที่จะทักท้วงห้ามปราม ให้เสียความรู้สึก จากความไม่ชอบธรรมต่างของผู้ที่ไม่ญาติพี่น้องของเขา ....พูดไปก็มีแต่จะทำให้คนเกรียดเท่านั้น....แล้วจะพูดไปทำไม...พูดแล้วต้องให้ได้เงิน ...ไม่ใช่พูดแล้วเสียเงิน ...พูดแล้วเสียเงิน แล้วจะพูดไปทำไม....ใคร ๆ เขาก็คิดกันอย่างนี้ทั้งนั้น...ไม่เหมือนเรา ...เรามัน ครอกเดียวกัน ถ้าจะเหม็น มันก็เหม็นไปทั้งครอกนั่นจะ ...ดังนั้นจึงต้องตักเตือนกันไว้ก่อน...ก่อนที่จะสายเกินแก้

ตอนนี้ เงินไทยตกมาก...มากจริง ๆ ทุกคนจึงเดือนร้อน ....คือตั้งแต่ตัวเล็กถึงตัวใหญ่ คือซื้อของแพง....คิดกันบ้างหรือเปล่าว่าใคร เป็นต้นเหตุ ไม่คิด...ไม่พูด ...ทำหน้าตาเฉิย ..."หน้าด้าน"

จริง ๆ แล้ว มันด้านมาตั้งนมนานแล้ว เด็ก ๆ ก็รู้.....รู้ว่า ที่ทำกันอยู่มันไม่ชอบธรรม  มันไม่ใช่พฤติกรรมและการกระทำของผู้ดีมีชาติสกุล เหมือน ๆ กับที่คนไทยหลาย ๆ คนคิด....ไม่ดูกันเองจึงเข้าใจผิดติดว่าเป็นคนดี ซึ่งผมหมายความว่าชาติสกุลดี.....คนมีชาติสกุลดี    นั่นหมายความว่า  ...พ่อ แม่   ปู่ย่า ตา ยายหรือ โคตร ดี ....คือ ดีทั้งโคตร ....ที่ว่า ดีทั้งโคตร....นั้น หมายความว่า อย่างไร ? ....ก็หมายความว่า อบรมสั่งสอนกันมาดี การที่จะสั่งสอนกันมาได้ดีนั้น  มันคือสายเลือดดี ซึ่งสายเลือดนั้น  มันเปลี่ยนแปลงกันยาก....เพราะมันจะต้องต่อย พัฒนาไปทีละน้อยละน้อย

เราน่าจะย้อนกลับไปดูเรื่องเก่า ๆ ที่เราได้คุยกันใว้เมื่อก่อน ก่อนที่ รัฐบาลของพวก  "อนารยชน คนเสื้อเหลือง" จะเข้าบริหารประเทศกันก่อน    เพื่อจะได้เห็นภาพพจน์ว่า การดำเนินการของกลุ่มมาเฟียรการเมืองที่ทำงานได้ผลสมความมุ่งหมายขนาดใหน....แต่ผมขอเรียนให้ท่านทราบอย่างหนึ่งว่า ....รัฐบาลนี้ได้ทำผิดอย่างร้ายแรง ...ผิดกฏหมาย....ผิด ๆ มาก ๆ ...ท่านต้องรีบออกไปออกไปทั้งคณะให้เร็วที่สุด ก่อนที่บ้านเมืองจะ ..."ฉิบหาย...ล่มจมไปมากกว่านี้".....รู้ตัวกันบ้านหรือเปล่า ....ท่าน  ๆ  ทำกันยับเยินหมดแล้ว....รู้ตัวกันบ้างใหม....ทั้งพรรคนั่นละ....ทั้งพรรคประชาธิปัตินั่นละ.....ยังไม่รู้ตัวกันอีก.....ถ้าไม่รู้...จะบอกให้ก็ได้ ....และเมื่อรู้แล้วห็ขอให้รีบ ยกพวกกันออกไป.......ที่ผม....กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ ...นักเดินเรือ ....ไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมว่า...ว่าท่านทำความผิดอย่างร้ายแรงนั้นคือ....ท่านยังไม่ได้ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเลยนะครับ.....แต่ท่าน เข้าบริหารประเทศแล้ว....หรือ/คือ....ท่าน....บริหารประเทศก่อนที่จะแถลงนโนบายต่อรัฐสภา....ท่านจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่ท่านทำในครั้งนี้ทั้งหมด ท่านต้องต้องนำเงินที่ท่านใช้จ่าย หรือสั่งจ่ายไปทั้งหมดที่เป็นเงินภาษีอากรของประชาชนคนทั้งชาติมาคืนคนไทยทั้งชาติ ....คนไทยทั้งชาติเขาจะไม่ยอมท่านอีกต่อไปแล้ว....คนไทยอีก ห้า-หกสิบล้านคน ...พวกเขาจะต้องรุกขึ้นมา เรียกร้องเงินภาษีอากรที่เขาส่งไปให้ เพื่อสร้างสาธารณูประโภคให้กับพวกเขาตามกฏหมาย อย่างถูกต้องตามกฏหมาย.....โดยผู้ให้เป็นผู้ที่ใด้รับการแต่งตั้งตามกฏหมาย....อย่างถูกต้องกฏหมาย....แต่รัฐบาลในการนำของ นายกฯ อภิสิทธิ์.....เป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายในการเข้าบริหารประเทศ เพราะ ยังไม่ได้แถลงนโบลายต่อรัฐสภา .....แต่ท่านก็เข้าบรีหารประเทศแล้ว....ท่านทำผิดแล้ว...ทำผิดอย่างมากทีเดียว....นะจะบอกให้ ...ที่ท่าน....ท่านไป...พูดกัน หรือ คุยกันถึงแนวทางการบริหารประเทศกันที่..."กระทรวงต่างประเทศ" พวก สส.  สว.นั้น ....มันไม่ใช่...."การแถลงนโยบายบริหารประเทศต่อรัฐสภานะครับ....เข้าใจใหม?....ถ้าไม่เข้าใจ...ก็เข้าใจไว้ด้วย   การไปโต้ เรื่องราว...และ/หรือ วิธิการบริหารประเทศกันนอกสภานั้น มันเป็นการ "ปรึกษาหาลือ"กันครับ...ท่าน...ท่านเข้าใจคำว่า ..."รัฐสภา"....หรือไม่ ? คนทั้ง "พรรคประชาธปัติทั้งพรรคนั่นละ"....อยากจะเป็นรัฐบาลกันจนหน้ามืดตามัวกันไปหมด ....นักกฏหมายก็มีมากมายไม่ตักเตือนกัน ...เห็นผิดเป็นชอบกันไปหมด.....อย่างนี้แล้วท่านจะ บริหารประเทศได้อย่างไร ?...ท่านไม่รู้หรือว่า รัฐสภาของประเทศไทยนั้นอยู่ที่ใหน ?......ไม่เคยมีกฏหมายฉบับใดเคยเขียนว่า ...."ถ้าไม่อาจจะแถลงนโบยต่อรัฐสภาได้  ก็ให้...แถลงนะโยบายต่อกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งได้เช่นกัน".....ไม่มี....ไม่มี....รู้หรือไม่ ?...รู้กันบ้างหรือเปล่า.?.......ท่านทำเสียหาย.....ท่านทำความเสียหาย...อย่างย่อยยับมาสู่ชาติบ้านเมือง...ท่านยังจะหน้าด้านอยู่บริหารประเทศต่อไปอีกหรือครับ ?....ผมขอให้ท่านลาออกไปได้แล้วครับ.....ผมเตือนท่านมาด้วยความหวังดีนะครับ ...เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน อย่าให้ขายหน้าชาวโลกไปมากกว่านี้เลยครับ.....นั่นหนึ่ง...อีกประการหนึ่ง....ที่ผมต้องเตือนท่านมานี้ ...ผมได้พิจารณาเห็นว่า ....ยังไม่มีคนไทยคนหนึ่งคนใด ...ในประเทศไทย....ทั้งนักกฏหมาย ...สส....สว....ได้นำเอาอำนาจอธิปไตยของผมไปชี้แจงและขับไล่ และ/หรือ เพื่อป้องกันความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นกับ ผม....ผมผู้เสียภาษี...หรือคือ เจ้าของเงืน...ที่รัฐบาลนำไปใช้จ่ายในครั้งนั้น ....เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผมอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ตามที่กล่าว.....ผมจึงขอ ใช้อำนาจอธิปไตยของผมที่มีอยู่เสียงเดียวนี่ละว่า....."ขอให้ท่านลาออกไป"...."ไป"...."ไปได้แล้ว....แล้วนำเงินที่ท่านสั่งจ่ายไปทั้ง ๆ ที่ไม่มีอำนาจนั้นกลับมาคือผม(ประชาชน)ด้วย....เอาเงิน...ของผม(ประชาชน)กลับคืนมา....แล้วนำกลับไปไว้ในครังตามเดิมด้วย.....รู้หรือเปล่าละ...."อ้ายควาย"......ถ้าอ้ายควายไม่เอาเงินกลับไปคืนครัง ระวังนะ ..."อ้ายควาย...จะติดคุกหัวโตแน่".....ข้อหาหรือ ? ครับ...จ่ายเงินของรัฐออกจากครังโดยไม่มีอำนาจ....พฤติกรรม และการกระทำในครั้งนี้...เท่า ๆ กับ......"ปล้นชาติ"....เลยนะ...อ้ายควาย.

   ผม...กัปตันอดิศัย พะลายานนท์  ขอฝากมายังพรรคประชาธิปัติทั้งพรรคขอให้ร่วมกันพิจราณาด้วยความปรารถนาดีต่อทุก ๆ ท่าน....ด้วยความจริงใจครับว่า....ขอให้ท่านเห็นกับชาติบ้านเมืองบ้าง....อย่าทำอะไรตามใจพวกโจร 500 จำพวก...รวมทั้ง ไอ้พวกมาร์เฟียรการเมืองที่คอยรีดไประชาชน คนทำมาหากิน และแอบ ปล้มเงินภาษีอากรของประชาชานคนทั้งชาติอยู่ข้างหลังให้มากนักนะครับ ....เพราะ ประชาชนคนไทยเดียวนี้....เขา..."ไม่โง่"...แล้วนะครับท่าน นายกฯ อภิสิทธิ...เมื่อเขาไม่โง่ ระวังนะท่านจะติดคุก...ระวังนะจะบอกให้.....

     ผม...กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ นักเดินเรือ ไม่ใช่นักการเมือง จึงไม่มีผลประโยชน์ร่วมกับนักการเมือง....ผมไม่ใช่นักกฏหมาย....จึงไม่มีผลประโยชน์ได ๆ ร่วมกับนักกฏหมาย....ทั้งที่เป็น ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ ทั้งทหาร - ตำรวจ...สส. ...สว. ..ฯลฯ ...แต่ที่ผมเห็นทำกันอยู่....ในขบวนการยุติธรรม ที่ไม่ยุติธรรมของไทยนั้น....จะทำให้ประเทศไทย ..."เสียสิทธินอกอาณาเขต"  อีก   จึงเป็นห่วง...ทั้ง ๆ ที่รู้....รู้อยู่ว่ามันไม่อาจจะเป็นไปได้....แต่ก็ไม่แน่....อะไร ๆ มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้.....ผมจึงต้องของฝาก....ชาติบ้านเมืองไว้กับ...คนเสื้อแดง......ด้วยนะครับ

คนเสื้อแดง ที่เขารุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ของเขา แต่ได้รับการปฏิบัติจาก เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่เท่าเทียมกัน ผมจึงรู้สึกว่า ...."ไม่ชอบด้วยเหตุผล"......การที่รัฐบาล หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจ ไม่ทำงานตามหน้าที่ คือ ผิดหน้าที่ กระทำการที่ผิดกฏหมาย หรือไม่ถูกต้องตามกฏหมาย ....จึงเป็นหน้าที่อันชอบธรรมของ ประชาชนคนทั้งประเทศที่จะยกเลิก และ เรียกอำนจบริหารประเทศ คืน จากรัฐบาล....นั่นหมายความว่าเป็นการชอบธรรมไนการที่ประชาชนจะเลิกสัญญาประชาคมในการที่จะยกเลิก  และเรียกคืนอำนาจบริหารที่ให้ไว้กับข้าราชการ การเมืองและข้าราชการประจำในการที่จะนำไปใช้บริหารประเทศ ....ตามหลักเกณท์แห่งประชาธิประไตยที่ว่า ...."อำนาจอธิปไตย ต้องมาจากปวกชนชาวไทย" .....เมื่อประชาชนไม่ไว้วางใจในการที่จะให้รัฐบาลคณะใดคณะหนึ่งบริหารประเทศ ....จึงเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนพลเมืองที่จะไม่เสียภาษีให้รัฐบาลชุดนั้น ๆ นำเงินของประชาชนไปใช้ในทางที่ผิดกฏหมาย หรือ โดยไม่มีกฏหมายรองรับ.....ผมจึงเป็นห่วงในเรื่องนี้อยู่มาก .....เพราะถ้าสมมติว่า ....คนเสื้อแดงที่กำลังจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทุก ๆ วัน นั้น ตอนนี้ก็ไม่ทราบว่า กี่ล้านเ ต่อ กี่ล้านคน เข้าไปแล้ว...ถ้า สมมมติว่า ...คนเสี้อแดงเขาร่วมหัวกัน....แล้วใช้.... "อาระยะขัดขืน" .(อย่างอาจารย์นิด้าว่า)..ไม่ยอมจ่าย หรือ เสียภาษีให้รัฐบาลบ้าง รัฐบาลจะเอาเงินที่ใหนไปใช้จ่าย ๆ เช่น ซื้อ ปืน...ลูกปืน ..รถถัง.หรืออาวุธยุทธโภปกรณ์ให้กองทัพ...เพื่อไว้ใช้ ในการบังคังคับ ประชาชน ....เพื่อให้มีการเขียน หรือเปลี่ยนกฏหมาย กันได้ตามอำเภอใจ เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ...ซึ่ง..."ผิด...ผิดหน้าที่ของทหารที่จะเข้ามาทำงานทางการเมือง " ...เพราะฉะนั้น....ผมจึงอยากจะขอเตือน ท่าน ๆ ไว้บ้างว่า ...ทำอะไร กัน  ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีนะครับ...เดียวนี้ ประชาชนเขาไม่โง่แล้ว .....เงินคงคลังที่คุณทักษิณ หาไว้ก็หมดแล้ว  และถ้าคนเสื้อแดงไม่ยอมเสียภาษีให้รัฐ ....รัฐบาลจะทำอย่างไร....จับคนเสื้อแดงเข้าคุก หรือ ?.....คนเป็นล้าน ๆ รัฐบาลจะเอาคุกที่ใหน ไปขังคนเสื้อแดง....คิดแล้วน่าเป็นห่วงมากนะครับ

นอกจากนี้ ก็มีคนเสื้อแดงอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่มีเสื้อสีแดงใส่....กำลังจะไปหามาใส่กันอีกมาก ผมหมายความว่า คนที่กำลังตัดสินใจอยู่ ว่าจะอยู่ เฉย ๆ หรือ เอาเสื้อแดงมาใส่ ก็ยังมีอีกมากมายเหลือคนานับ ....คนเสื้อเหลืองเอง....ก็มีเป็นจำนวนไม่น้อยที่เขารู้แล้วว่า .... "การที่ใส่เสื้อเหลือง"...นั้นผิดแล้ว เพราะเขารู้ว่า ถูกหลอก  เพื่อ ความสะใจของหัวหน้ามาเฟียรการเมืองที่ไปรีดไถเงินทุนทักษิน แล้วคุณทักษิณไม่ให้ ....จึงแก้แค้นคุณทักษิณ ....แต่มันไม่มีประโยชน์กัยชาติบ้านเมืองเลย.....ในตรงกันข้ามนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว กลับกลายเป็นทำให้บ้านเมืองเสียหายด้วย...เขากำลังจะเปลี่ยนจากเสื้อเหลือง ไปเป็นเสื้อสีแดงอีกก็มาก เพราะเขารู้แล้วว่าถูกหลอก  เช่นกรณี ...ลครที่มังคลาสถานที่นายสนธิ ล. กุเรื่องขึ้นมาเล่าให้พวกเขาฟังเขาจึงจะเปลี่ยนจากเสื้อ เหลือง  ไป  เป็นเสื้อแดง กันหมด แล้ว นั่นคือเหตุผลของเขา....รู้ใหม ....รู้ใหม 

คนเสื้อแดงเขาจะไม่ยอมเสียภาษีให้รัฐบาล ...เพราะรัฐบาล...เอาเงินของเขาไปให้ทหารไปสืบราชการลับในกลุ่มคนเสื้อแดง ....ต่อไปคนเสื้อแดงเข้าก็จะสั่งลูกหลานของเขาที่เข้าไปรับราชการในกองทัพ   ให้ไปสืบความลับในกองทัพ ให้เอาออกมาบอกให้คนเสื้อแดงทราบบ้าง ....แล้ว...ท่านจะทำอย่างไร ....   ดู ๆแล้ว มัน จะยุ่งกันใหญ่แล้ว เพราะ คนไม่กี่คนไปรีดไปคุณทักษิณ เห็นว่าเขารวยเมื่อเขาไม่ให้ก็ต้องการแก้แค้น ..ก็.เท่านั้นละ ...จนทำให้บ้านเมืองย่อยยับหมด ...เสียชื่อเสียงไปทั้งโลก ...เช่น...การยึดสนามบิน แล้วจะออกกฏหมายที่ไม่ชอยธรรมต่อประชาชนคนส่วนใหญ่ในชาติ เพื่อตอบแทนบุญคุณให้ ผู้ก่อการร้ายที่ยึดสนามบินคงไม่สำเร็จ ....เพราะทั่วโลกเขาไม่ยอม แต่ ตอนนี้ต้องปล่อย ๆ ไปก่อน

ท่านครับ.....ที่ผมออกมาสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตลาออกนั้น ก็เพราะ ยังมีเรื่องเก่าที่พรรคประชาธิปัตยังไม่ได้ตอบคำถามของประชาชนอยู่อีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่อง เงิน 600,000 กว่าล้านบาท ที่พรรคประชาธิปัติทำขาดบัญชีไป ในสมัยคุณชวนเป็นนายกฯ ....ผมได้บอกไว้ว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตไม่อาจจะชี้แจงเรื่องนี้ให้ประชาชนทราบเหตุผลได้ ...พรรคประชาธิปัติจะขาดความชอบธรรมในการเป็นรัฐบาลอีกต่อไป.....พรรคประชาธิปัติทำตัวให้ลงต่ำ ไปเข้ากับพวก "อนารยะชนคนข้างถนน หรือ กลุ่มคนเสื้อเหลือง"  จึงทำให้ขาดความสง่างามในการที่จะเป็นรัฐบาลในระดับโลก ....เมื่อขาดความสง่างามแล้ว คนเขาก็ไม่ยอมรับ เมื่อไม่ยอมรับ รัฐบาลในกลุ่ม ทั่วโลก เขาก็จะไม่ให้เข้ากลุ่มด้วย ....นั่นจะทำให้กลายเป็นรัฐบาลของประเทศอนาระยะชนคนคนเสื้อเหลือ หรืออนารยะชนคนไทไป.

   *************

รัฐบาลโจรที่รัก ครับ....ท่านทำผิดแล้ว....เป็นความผิดอย่างใหญ่หลวง ที่ท่านอาจจะก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นได้....กล่าวคือ.. เพราะ คนเสื้อแดง  เขาต้องไม่ถอยแน่ ...เพราะถ้าเขายอม เขารู้และทราบดี ว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นเผด็จการ(ทหาร?)30-70 อย่างแน่นอน   ตามความต้องการของคนไม่กี่คน  ซึ่งคนเสื้อแดงเขาก็รู้ว่า รัฐบาลโจร ท่านต้องชอบ เพราะการปกครองในระบอบ เผด็จการ (ทหาร 30 - 70) นั้นท่านสามรถ หาเงินเข้าพรรค เข้ากระเป๋า  สส ในพรรคของท่านง่านขึ้น ...ง่านกว่าที่ท่าน ต้องไปเอาคนต่างชาติมาร่วมโกงชาติ เอาเงินไป 600,000 กว่าล้านบาทของชาติไป แจกจ่ายให้มาร์เฟียรการเมือง ให้คุมครองในการเป็น รัฐบาลของท่านเป็นใหน ๆ ...คนเสื้อแดงเขารู้ว่า ถ้าเขาถอย....นั้นคือความพินาจล่มจมของพวกเสื้อแดงทั้งหมด  เขารู้ว่า เขาถอยไม่ได้แล้ว ......มีแต่จะต้องรุกไปข้างหน้าเท่านั้น   แต่วิธีรุกไปข้างหน้าจะทำอย่างไร ไม่มีใครรู้ ....

   เมื่อเขาลุกขึ้นมาอีกครั้ง....ในคราวนี้  ....เมืองไทยจะต้องลุกเป็นไฟโดยฉะเพาะอย่างยิ่ง กรุงเทพ มหานคร จะต้องกลายเป็นทะเลเพลิง แน่ ๆ ......คนเสื้อแดงอาจจะ ทำสงครามกองโจรกับทหารรัฐบาล ...เหมือน ๆ กับ ที่ผู้ก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำ ...แล้วท่านจะทำอย่างไร ? ท่านหัวหน้า รํฐบาลโจร .....เขาจะจุดไฟเผาเมืองทุกเมืองในเวลากลางคืน....คนเสื้อแดง จะถอดเสื้อแดงออกใส่เสื้อดำ ปิดหน้า ด้วยผ้าดำ ...ดำสนิด ออก ก่อวินาสกรรม พร้อม ๆ กัน ทั่วประเทศไทย ในเวลาเดียวกัน ทั้งประเทศไทย  แล้วท่านจะเอาอยู่หรือ ?......เป้าหมายแรก ที่คนเสื้อแดงเขาจะต้องสร้างความสะใจให้ตัวเอง จัดการกับท่าน และครอบครัวของท่าน เหมือน ๆ กับที่ท่าน สร้างความสะใจให้ตัวเอง   ท่าน แสดงอิทธิฤทธิ....ให้ทุกคนเห็นว่า ท่านใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยการสั่งทหารไปลุยประชาชน ....เชิญท่านได้. .....ตามสดวก นะตรับ....ผมว่าอย่างนั้น......แต่ผมว่า ต่อไปนี้ คนเสื้อแดง ...เขาจะไม่ทำอย่างนั้น แต่เขาจะหันเป้าหมายไปที่ตัวท่าน และครอบครัวของท่าน โดยทำงานแต่ฉะเพาะเวลากลางคืน(Night work)เท่านั้น ....สบายด้วย ปลอดภัยกว่า ...แต่ได้ผลแน่นอน ...และผมก็คิดว่า ท่านอยู่ไม่ได้แน่ ...ถ้าท่านจะอยู่ ..."ครอบครัวของท่านจะแหลกเป็นจุน"....ท่านจะเอาอย่างนั้นหรือ ? ไม่ใช่ท่านคนเดียวนะครับ....ท่านนายก ....ตนในขบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม....คนเสื้อแดงจะต้องเล่นท่านและคนอบตรัวของท่านยับแน่ ๆ ในเมื่อท่านสามรถ ชี้ขาวให้เป็นดำ ชี้ดำให้เป็นขาวได้ ...ท่านก็จะประสพกับชตากรรมที่เลวร้ายกับชีวิตครอบครัวของท่านเอง ...ผมก็ไม่ว่า จะว่าอย่างไร....ผมเตือนท่านไว้เท่านั้นละ....คนในพรรคประประชาธิปัต....ทุกคน จะได้รับผลทัดเทียมกันหมด ....ลูกเด็กเล็กแดงจะเดือดร้อนกันไปหมด ....ท่านต้องการอย่างนั้นหรือ ?....

   ท่านต้องการเห็นการก่อวินาศกรรม โดยกองทัพใต้ดินของคนเสื้อแดงใหมละ ?....ถ้าต้องการท่านก็ลงมือบีบ คนเสื้อแดงให้หนักขึ้นกว่านี้อีกซิ.....เอาให้หนักแล้วท่านจะรู้ว่า ความเจ็บปวดที่เกิดกับคนอื่นนั้นมันเป็นอย่างไร เมื่อมันเกิดกับท่าน  คนในตรอบครัวท่าน ...ลูกหลายท่าน  ....เหมือน ๆ กับที่ ท่าน หาเหตุเข้าสลาย MOB ของกลุ่มคนเสื้อแดง...ที่เขา ไปเรียกร้องอำนาจในการบริหารประเทศคืนจากท่าน ....ท่าน รัฐบาลโจร...ทั้งชุดของท่าน นั่นละ ท่านทำผิดแล้ว...ที่ท่าน สร้าง MOB คนเสื้อสีน้ำเงินขึ้นมา ในการนำของ คนทางฝ่ายท่านไม่รู้ว่า ใคร แต่ บางคนก็บอกว่า ....MOB...คนเสื้อสีน้ำเงิน เป็นคนที่ คุณเนวิน  ชิดชอบ .....ว่าจ้างมา คนละสามร้อยบาท ให้ ทำการต่อ ตีกับคนเสื้อแดง ....เห็นเขาว่า กันว่า คุณเนวิน ชิดชอบ ใส่เสื้อเกราะ   ด้วยนะ ....เพื่อน ๆ ก็บอกว่า...."ไม่รู้ว่า มันไปเอามาจากใหน".....คนเสื้อสีน้ำเงินเข้ายั่วยุคนเสื้อแดงก่อนที่พัทยา เพื่อเป็นการเติมเชื้อเพลิง ให้เกิดเรื่อง และจะได้ใช้เป็นข้ออ้างอิงในการ ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามประชาชน-คนเสื้อแดงได้โดยชอบธรรม  ....มันช่างเป็นความคิดที่ชาญฉลาดมากนะ....ผมขอยกนี้วให้กับรัฐบาลโจร ชุดนายอภิสิทธิ......ท่านเก่งมากนะ.... แต่ผมว่า มันจะไม่ดีกับท่านผมจึงเตือนมาด้วยความหวังดี...นะครับ....นะครับ

  การวางระเบิดในเมืองต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกวัน ...ทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วท่านจะทำอย่างไร ?...เพียงแค่สามจังหวัด ภาคใต้ ท่านยังเอาไม่อยู่เลย   แล้วถ้ามันเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศไทยละ ท่านจะเอาอยู่ได้อย่างไร ?.....คนเสื้อแดงเขาจะไม่เอากับท่าน แล้ว....ยากที่จะพูดกันแล้ว เหตุทั้งหมดเกิดเพราะท่านทั้งนั้น .....พวกท่าน ทำ ขบวนการยุติธรรมให้เป็นสองมาตราฐาน.... ใครที่เป็นพวกท่าน ถ้าทำผิดท่าน จะชี้ว่า "ถูก" .....ถ้าไม่ใช่พวกท่าน  ๆ จะชี้  "สิ่งที่ถูกให้เป็นผิด"   ถ้าไม่ผิด ท่านก็บอกว่า "อาจจะผิด".....ท่านผู้ชี้ถูก  ชี้ผิดทุกท่านครับ...ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่คนเสื้อแดงเขาจะคิดบัญชีกับท่านบ้าง    "ท่าน และตรอบตรัวของท่านจะได้รู้สึกว่า ความเจ็บปวดของคนอื่นนั้นมันเป็นอย่างไร ?"   ......อะไรทำนองนั้น ...

  เรื่องของคุณจำรอง ศรีเมือง และคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ท่านไม่ไปจับ.....แต่กับคุณอริสมัน  พงษ์เรืองรอง...เขาไปเรียกร้อง จะเอาระบอบการปกครองประเทศของเขา คืนจากท่าน เพราะเขาไม่ไว้วางใจท่าน ....ให้ท่านบริหารประเทศ ท่านกลับให้คนเสื้อน้ำเงินไปทำร้ายเขา ...เขาจะเข้าไปแถลงข่าวให้สื่อฟัง  คนมันเข้าไปมาก โกรธที่  ท่านท่านให้คนของท่านไปปลุก MOB คนเสื้อสีน้ำเงินแล้วไปทำอันตรายเขา ....ใคร ๆ มันก็ต้องโกรธ .....หมามันยังโกรธเลย ถ้าท่านไปแหย่มัน ......แล้วนี่เป็นประชาชนคนไทย เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย....แล้วทำไมเขาจะไม่โกรธได้อย่างไร......ท่านหัวหน้า รัฐบาลโจร ...คุณอภิสิทธครับ....ท่านผิดแล้ว.......ท่านไปจับเขา  ท่าน   จับ....ท่านผิดแล้ว ....ท่านต้องรู้ว่า ไม่มีอำนาจอะไรในโลกนี้ ยิ่งใหญ่ไปกว่า อำนาจของประชาชนแล้ว  ...คนเสื้อเหลืองขับรถทับตำรวจท่านทำไมไม่ไปจับ....ท่านไปจับ...คุณอริสมัน.....ท่านต้องพังแน่... คุณอภิสิทธิ ...ท่านพัง ไม่มีใครสงสารท่านหลอกครับ.... เพราะท่านเป็นคนไม่มีเหตุผล ดื้อด้าน จะเป็นรัฐบาลูกเดียว ไม่เห็นกับชาติบ้านเมืองและประชาชนคนส่วนใหญ่ ...  แต่เขาสงสาร ลูกเมียของท่านเท่านั้น ...ลูกเมียของท่านอาจจะได้รับอันตรายไปด้วย เพราะความไม่รู้จัก ผ่อนหนักผ่อนเบาของท่าน ....ท่านจะ เอาอย่างนั้น หรือ ? ......นายอภิสิทธิ ท่านทำเมืองไทยบับเยิยหมดแล้ว รู้ใหม ?  ท่านนึกหรือว่า คนที่บงการอยู่เบื้องหลังท่าน จะช่วยท่านได้ ....ผมบอกท่านได้เลยว่า ....ช่วยท่านไม่ได้ แน่ ๆ ครับ....เพราะตัว คน เหล่านั้นเอง ก็ไม่แม่ว่า จะอยู่รอดปลอดภัยได้หรือไม่ ...เมื่อเอากันเข้าจริง ๆ คนพวกนี้ พวกที่ไปประชุมวางแผนเพื่อก่อกบฏขึ้นนั้นละ  จะต้องรับผิดชอบ และชดใช้ ด้วนชีวิต ของเขาเหล่านั้น....ยังไม่รู้เลยว่า ตายไปเเล้วเกิดใหม่..... แล้วตายอีกสองชาติ จะใช้หนีให้ชาติบ้านเมืองได้หมดหรือไม่ ? ....ท่านทำกับชาติบ้านเมืองไม่ต่างอะไรกับ......" เจ้าพระยาจักรี".....ไอ้คนขายชาติ ในอดิตที่มันเคยทำกับประเทศไทยมาแล้ว.....   ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ท่านจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสมทีเดียว ..ผมว่าอย่างนั้นนะครับ...เตือนท่านมาด้วยความหวังดี จริง ๆ นะ   ยังมีอีกสองสามคนที่ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ คือ คุณสุเทพ กับคุณ สาธิต คุณทำงานอันตรายมากทั้งสองคนนั่นละ....  ท่านให้ ทุกข์ กับคนเสื้อแดง  ...ทีนี้ อาจจะถึงตัวท่านบ้างแล้ว นะครับ คุณสุเทพ ครับ คุณสาธิต ครับ  ....ตุณต้องระวังตัวให้มากไว้นะครับ ....อันคราย...อันตราย....อันตรายกับชีวิตของท่าน และครอบครัวของท่านมากนะครับ .....เพราะท่านไม่ได้ทำงานทางการเมือง เพื่อผลประของประเทศชาติ และประชาชน แต่ท่านทำเพื่อคนไม่กี่คน ....เพื่อคนที่ท่าน คิดว่า ใหญ่ยิ่งที่สุดในประเทศไทยหรือครับ....ท่านไม่รู้หรือว่า คนเขารู้กันทั้งประเทศว่า....คนนั้นมันเป็นใคร....มีแต่ผมเท่านั้นที่ไม่รู้.....นั่นละ   ผมว่า  คนเสื้อแดง เขาไม่ยอมท่านแน่

  ท่านไม่รู้หรือว่า ...คนเสื้อแดง เขาทำงานให้คุณทักษิณ .....คุณทักสษิณ นั้น เทิดทูลในหวลง และพระเทพฯ มาก ...นะครับ......จริง ๆ แล้วเป็นอย่างนั้นจริง ๆ  ....เพราะฉะนั้นคนเสื้อแดงเขาต้องปกป้องคุ้นครองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ และ พระเทพฯ ด้วยชีวิต ....แทนคุณทักษิณ ......ใครจะเตะต้องไม่ได้ ....ท่านไม่ทราบหรือ  ?

   ผมบอกท่านไปแล้ว ทุก ท่าน ......บอกไว้กับคนทั้งชาติ....ให้ไปอ่าน และ ตีความ..."โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ.2550" ให้ออก ทุก มาตรานะ ....ตั้งแต่มาตรา 1 ถึง 25 อย่าเว้นนะ....แล้วท่านจะมีความรู้สึกมากกว่าผมเสียอีก เมื่อเข้าใจแล้ว....มากยิ่งกว่าผมมากนัก.....ประชาชชน คนไทยทั้งชาติ ....และ/หรือ... ส่วนใหญ่ของชาติ เขาจะรุกขึ้นมา ทำลงครามกลางเมืองกับท่าน  เก็บ(ฆ่า)นักการเมืองที่เลว ๆ ทุกคน รวมทั้งคนเสื้อเหลือง ที่เป็นต้นเรื่องในการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ไปเป็น ระบอบเผด็จการ (ทหาร ?)30 - 70. ด้วย....เพราะคนพวกนั่นละ  คือต้นเหตุสำคัญ....นั่นละ คือต้นเรื่องที่สำคัญ .....ท่านครับ...ท่านรู้อยู่แก่ใจนี่...  "รัฐบาลโจร"....ท่านรู้นี่ว่า...ถ้าไม่มีคนเสื้อแดง ....ถ้าไม่มีคนของคุณทักษิณ....ป่านนี้ ประเทศไทยอาจจะเป็น เผด็จการ(ทหาร ?) 30 - 70  ไปนานแล้วก็ได้.....อีกที

   รัฐบาลที่รัก...ครับ ท่านเข้าใจแล้วนะว่า....คนไทบเขาไง่แล้ว....เขาไม่ยอมแล้ว....มันกำลังจะเป็นเรื่องใหญ่....คุณอภิสืทธ พรรคประชาธิปัติ ต้องรับผิดชอบ  กับการนองเลือดในครั้งนี้

   ต้นเหตุและ เหตุที่เกิดกับคนเสื้อแดง  ว่าคนเสื้อแดง    กระทำการรุนแรง ผิดกฏหมาย  ท่านรู้อยู่แล้วนี่ว่า ต้นเรื่องมันมาจากคนของรัฐบาลก่อตั้ง กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินขึ้นมาก่อน เพื่อเข้าไปทำร้านคนเสื้อแดง ....ซึ่งเท่ากับ......เป็นการลาดน้ำมัน เข้ากองไฟ ....คนของรัฐบาล และรัฐบาลต้องรับผิดชอบ ....เมื่อไรที่ทหาร ...ยิงประชาชน....เมื่อนั้น ประชาชน คนไทยทั้งชาติ จะต้องรุกขึ้นมาต่อสู้ กับกองทหาร ของ..."ทรราช"..... ผมขอเตือนคุณอภิสิทธิมาก่อน ๆ ที่จะเกิดเหตุการที่รุนแรงมากกว่านี้ .....ขอให้ท่าน ทั้งสาม คือ คุณอภิสิทธิ์ คุณสุเทพ และ คุณ สาธิต ว่า อย่าทำงานด้วยปากมากนัก ....ท่านต้องระวังปากของท่านนะ.....ระวังปากของท่านจะฉีกถึงรูหูนะ  มันจะไปกันใหญ่... 

   ในเรื่องคดีความต่าง ๆ ท่านทำเป็น สองมาตราฐาน ...ท่านทำไมไม่ไปจัดการกับคนเสื้อเหลืองก่อน ...นี่ละที่ทำให้เกิดการเปลียบเทียบ  ว่าท่านไม่ได้ทำงานเพื่อชาติ และ ประชาชน แต่ท่านทำงานให้คนไม่กิ่คน ....มันทำผิดกันมานานแล้ว และร้ายแรงด้วย แต่ท่านไม่ไปจับ...ท่านไม่ไปจัดการ ...มันเอาประจำเดือนสตรีไปป้ายที่ พระรูป ร.5 ท่านไม่ไปจับ ....มันหมี่นพระบรมเดชานุภาพ โดยไม่ให้พระบาทสมเด็จเสด็จผ่าน ถนนราชดำเนิน ท่านไม่ไปจับ ...พฤติกรรมของมันที่ทำกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างนั้น มันเป็นการแน่นอนเหลือเกินว่า มันไม่ได้มีความเคารพยำเกรงในพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแม้แต่น้อย  ....ทั้งโคตของมันนั่นละ.....นั่นจึงเป็นต้นเรื่องสำคัญที่ทำให้คนเสื้อแดง เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ที่สำคัญ  คือคนของท่าน ตั้งกลุ่มเสื้อน้ำเงินขึ้นมาแล้ว ไปทำร้ายคนเสื้อแดงก่อน นั่นละคือ ต้นเรื่องสำคัญที่ทำให้เรื่องราวมันบามปลายกลายเป็น "สงความกลางเมือง" ไม่ใช่คนเสื้แดงทำผิดกฏหมาย....ไม่ใช่คนเสื้อแดงทำรุนแรง เพราะตัวของตัวเอง แต่มันเกิดจาก การกระตุ้นเตือนของรัฐบาลโจรที่ไปรุมเล่าออกข่าว ยัดข้อหาให้กลุ่มคนเสื้อแดง จึงทำให้คนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินไม่พอใจ เพราะเขารู้ว่า คนเสื้อสีนำเงินไปทำเขาก่อน...... คนเสื้อสีน้ำเงินต่างหากที่เป็นต้นเหตุ มันเลยบานปลายไปกันใหญ่ ...ย้ำอีกทีนะ  .... ต้นเรื่องอยู่ที่ "คนเสื้อสีน้ำเงิน"    จนอาจจะกลายเป็น หรือเหมือน ๆ กับสามจังหวัดภาคใต้ แล้ว คุณอภิสิทธิ....ท่านดื้อด้าน....เข้ามาเป็นรัฐบาลอย่างไม่ค่อยสง่างาม อย่างนี้ .... คนเสื้อแดงเขาไม่ยอมก็ถูกของเขา แล้วเพราะ   "นี่คือประเทศไทยของ ประชาชนคนไทย"......ไม่ใช่ "ประเทศไทยของคนกลุ่มเล้ก ๆ ที่ไปวางแผนเพื่อก่อการกบฏ"  ตามที่ทราบกัน....ท่านทำให้สถานะการของชาติบ้านเมืองเลวร้ายลง ท่านจะว่าอย่างไร .....ทำไปทำมา ผมว่า ท่านและ พวกนั่นละ คือ ผู้ก่อการร้าย    ที่ทำลายประเทศชาติ อย่างแจ่มชัดมากขึ้น กว่าตอนที่ท่านให้การสบับสนุนกับคนเสื้อเหลือง ให้เข้าไปปล้นทำเนียบ ยึดทำเนียบ และที่สนามบินสุวรรณภูมิเสียอีก......ท่านรัฐบาลที่รักครับ ผมว่า ท่าน ...ท่านยุบสภาดีกว่า...ครับ....ก่อน ๆ ที่จะเกิดสงครามกลางเมือง...สงครามกองโจร ที่นักรบของคนเสื้อแดงจะทำงานใต้ดินในประเทศไทย....และเมื่อถึงตอนนั้น บุคคลที่จะเป็นเป้า กระสุนปืน ในทางไต้ดินคือ  คนในพรรคประชาธิปัต....และบุคคลสำคํญ ๆ ที่ทำตัวเลวอีกหลายคน คนพวกนี้ อาจจะอายุสั้นกว่าเท่าที่ควรนะครับ....ผมขอเตือนท่านไว้ด้วยความเป็นห่วง...ครับ

  การประกาศภาวะฉุกเฉินนั้น ไม่มีควรามหมายหลอกครับท่าน ....ท่าน เชื่อใหมว่า ...ถ้าทหารที่ถือปืนนั้นเขาหันปากประบอกปืนมาทางท่านบ้างท่านจะทำอย่างไร....ฯลฯ....ท่านทำผิดแล้ว...คุณอภิสิทธิ....ท่านกำลังนำความพินาจล่มจมมาสู่ประเทศชาติ ....สุดท้าย...และในที่สุด ....ท่านจะต้องอายุสั้นแน่นอน ...คนเสื้อแดง เขาทำงานเพื่อประเทศชาติ แต่ ท่าน รัฐบาลโจร ทั้งคณะของท่าน ...ท่านทำงาน เพื่อ คนไม่กี่คน .....มันไม่ถูกแล้ว

  ท่านไม่มีทางที่จะหนีรอดปลอดภัยจากคนเสื้อแดงไปได้อย่างแม่นอน ....คุณอภิสิทธิ....ผมจึงเตือนมายังท่านด้วยความหวังดี ...ดีที่สุด ...ท่านควรลาออก หรือ ยุบสภาเสีย.....ท่านไม่ต้องโกหกประชาชน...อีกต่อไป แล้ว เขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองเเล้ว ว่า ต้นเหตุจริง ๆ นั้น มันเกิดจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ก่อ กบฏเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2549 นั่นละ  ....ท่านรู้นี่...ดีที่สุกอีกอย่างหนึ่ง ถ้าท่านไม่ต้องการยุบสภา ท่านต้องไปจับ กลุ่มคนที่ไปประชุมกันเพื่อเปิดการกบฏต่อแผ่นดินไทยทั้งหมดมาเข้าคุกก่อน นั้นละ ทุกอย่างจึงจะสงบลงได้....ไม่อย่านั้น ผม...บอกได้เลยว่า โอกาศที่จะสงบ...ไม่มี

   ผมว่า เมืองไทย....จะลุกเป็นไฟ เพราะรัฐบาลโจร.....ที่ทำงานเพื่อคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียว โดยไม่คำนึงถึง ประชาชน คนไทยทั้งชาติ.....เลวมากนะครับท่าน

   ขณะนี้ วันนี้ วันที่ 13 เมษายน 2552 เวลา ประมาณ 1230 ทหารกำลังปราบปรามประชาชนอย่างหนัก (แต่ปล่อยให้สัตรูภายนอก ยิงทหารไทยตายไปสองนาย.... ทหารไทยไม่ตอบโต้.... เพราะกลัวเขา เมื่องจากกองทัพไทยใฃไม่พร้อมจะรบกับเขา ...เลยต้องขอเจรจา เหมือนกับต้องไปยกมือใหว้เขา แล้วบอกว่า ที่หลังท่านอย่ายิงผมนะ....ผมกลัวแล้วครับ...... แต่ กับประชาชน ทหารไทยสู้กับประชาชนคนไทยอบ่างเต็มที่ ด้วยอาวุธปืนที่ทันสมัย......ยิงกันอึกกระทึกโคลมไปหมด ยิ่งกว่า ที่ชายแดนเขมรเสียอีก น่าสงสารมาก นะ ประเทศไทย ....ถึงเวลาแล้วหรือ ที่จะต้องเสื่อมสลาย เพราะเจ้าหน้าที่ทหารไม่ทำหน้าที่รักษา และปกป้องดินแดน หรือ อธิปไตยของไทย... แก่งแต่รังแกประชาชน คนไทยผู้รักประชาธิปไตย ...แต่รัฐบาลโจร ทำงานให้กลุ่มโจรการเมือง เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็น เผด็จการ ....เลวใหม ?.....เลวหรือเปล่า.....เมื่อ ทหาร ยิง  .....ยิง ...ยิงประชาชน  ไม่รู้ยิงใครกันแน่ ยิงประชาชน ให้ตายไป หรือ ยิงขึ้นฟ้ากันแน่ ...ยิงปืนกันดังไปหมด ส่วนมาก ...แน่นอน ทหารเป็นฝ่ายยิง....ยิงขึ้นฟ้า หรือ ยิงประชาชน ก็ไม่อาจจะทราบได้....มีคนบาดเจ็บไป 95 คน

   ครับ ท่าน หัวหน้า รัฐบาลโจร ....ผมเตือนท่านมาด้วยความหวังดี....ท่านอย่ามองข้ามไปเสียนะครับ....ให้ทุกข์ แก่ท่าน ทุกข์นั้น จะถึงตัว ...เลือด ของประชาชน ตกลดพื้นดิน....เลือด ของท่าน และ ลูกเมียของท่าน จะต้องตกลงลดพื้นดินเหมือนกัน ....ระวังนะ ...ระวังนะ จะบอกให้....ท่านไม่รักลูกเมีย ของท่าน ....ก็ตามใจ ท่าน

   เรียนท่านหัวหน้า รัฐบาลโจร หรือ โจรารัฐบาล......ผมอยากถามท่านว่า ....ถ้า กองกำลังคนเสื้อแดง (ใต้ดิน) เขาทำอย่างนี้แล้วท่านจะทำอย่างไร ?....คือ

    คนเสื้อแดงเขาจะต้องเปลียนยุทธวิธีใหม่ .- คือ.

 (1) คนเสื้อแดงทุกคนถอดเสื้อแดงออกทั้งหมดเก็บไว้ที่บ้าน  แต่งกายสุภาพ .....ออกมาเดินใน กทม. หรือเขตประกาศภาวฉุกเฉินทุกเเห่ง .....เขาเดินไปเดินมา เหมือนประชาชนคนธรรมดา ๆ ในเวลากลางวัน .. แต่พอตกเวลากลางคืน เขาจะแต่งกายชุด...."ดำสนิด" ปิดหน้า ปิดจมูก....แต่ผูกผ้าแกงที่คอ ออกก่อวินาสกรรม  ก่อกวนไปทั้งเมือง ....แน่นอน ทหารต้องวิ่งกันวุ่นไปหมด  เพื่อจับ คนเสื้อแดง....และตอนนั้นถ้าคนเสื้อแดง เขาแต่งกายเป็นทหาร อาวุธครบมือ อีกกลุ่งหนึ่งเข้าสมทบกับทหาร .....และ ยิงทหารใหญ่เลย....แต่ยิงทหารในระยะประชิด ....แล้วเก็บเอาอาวุธ กระสุน หรือถ้าถอดเครื่องแบเอาไปใช้ในโอกาศต่อไปได้เขาก็จะถอดออกไปเพื่อเก็บไว้ใช้ในโอกาศต่อไป .....เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจะทำอย่างไร.?...อย่าลืมนะตอนนั้นเพลิงกังลังใหม้หน่วยราชการ แดงไปทั้งพระนคร แล้วท่านจะทำอย่างไร คุณอภิทิทธิ.....ท่านแน่นี่   ท่านต้องแก้ปัญหาบนโตะก่อนโดยผมเป็นผู้ตั้งโจทย์ให้

(2)  ในเวลากลางวัน คนเสื้อแดง จะเปลี่ยนเสื้อแดงออกใส่เสื้อธรรมดา ๆ ไปมาหาสู่กับทหาร อย่างธรรมดา ๆ  ...ตอนนั้น   เราเป็นเพื่อกัน...ใกล้ชิดราจะเข้าไปใกล้ชิดสนิดสนมกับทหารของ ทรราช  เพื่อหาข้อมูลในการจะเข้าโจมตีในเวลากลางคืน ...ถึงตอนนั้น...คนเสื้อแดงจะยิงทหารไทยทุกคนที่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลโจร....ยิงแล้วถอยหนี....อย่าตั้งรับนะ.... ต่อสู่แบบกองโจร ...ให้ใช้วิธิ ยิงแล้วผละหนี แต่ต้องยิงให้ได้ผลมากที่สุด เพื่อสงวนกระสุนปืน ....ยิงแล้วหนี....หนีแล้ว ไปจุดไฟเผา บ้าน หัวหน้า ผู้วางแผนจะยึด ประเทศ เพื่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นเผด็จการ(ทหาร?) 30 - 70

(3) กองกำลังคนเสื้อแดงที่ไม่ใส่เสื้อแดง ....ตอนนี้เลยไม่รู้เลย ว่า ใครแดงใครไม่แดง  เมื่อทหารไม่รู้ว่าใครคือ คนเสื้อแดง แต่ คนเสื้อแดงรู้ว่า.....ใครคือทหาร ?....อยู่กันอย่างไร ...ผลัดเปลี่ยนเวรกันอย่างไร (เมื่อเวลาเปลี่ยเวร เป็นเวลาที่ทหารอ่อนแอที่สุด ......คนเสื้อแดงอาจจะ เข้าโจมตีทหารของรัฐบาลโจรในเวลานั้นก็ได้ ....โจมตีแล้วหนีทันที .....อย่าอยู่ ประจันหน้านะ ....แต่ต้องไม่ลืมจัดกองกำลังระวังหลังด้วย .... กองกำลังระวังหลังของคนเสื้อแดง มีหน้าที่วางระเบิด ดักทหารที่ติดตามมาด้วย เมื่อคนเสื่อแดงผ่านพ้นไปแล้ว ทหาร เข้ามาอยู่ในระยะแรงระเบิด ให้กด ชนวนระเบิดทันที.....

(4) ....ฯลฯ.......

    ท่าน ครับ ....เมื่อถึงตรงนี้คุณทักษิณ จะต้องเข้ามาบัญชาการรบด้วยตนเองแล้ว......  แล้วท่านจะทำอย่างไร ?......ท่านบีบคุณทักษิณ ท่านมากเกินไปแล้ว ...รู้ใหม.....ท่านทำงานไม่มีหลัก.....ท่านรบจนคุฯคุณทักษิณแพ้ท่าน เพราะขบวนการยุติธรรมทีไม่ยุติธรรมของท่าน .....คุณทักษิณ แพ้แล้ว....ท่านไม่ยอมเปิดทางถอยให้คุณทักษิณ ท่าน ....ท่านทำผิดหลัก พิชัยสงคราม อย่างไม่หน้าให้อภัย ...ท่านบีบให้คุณทักษิณ...กลับเข้ามาในประเทศไทยเองนะ....ท่านให้คุณทักษิณ ....เข้ามาบัญชาการรบด้วยตัวเองในประเทศไทย .....ท่านอภิสืทธิ ...ท่าต้องพังพินาจล่มจมหมดทั้งครอบครัวแน่นอน... ผม....ว่าอย่านั้นนะ ....จึงเตือนมา......แล้วท่านจะติดจับคุณทักสินเมื่อตอยที่ท่านเข้ามา...นะหรือ.....ผมบอกได้เลยว่า   "ไม่มีทาง"  ....ผมเห็นการทำงานของทหาร - ตำรวจของรัฐบาลมาแล้ว บอกได้เลยว่า ไม่ได้เรื่อง ....ยกตัวอย่าง การปราบบ่อนการพนันต่าง ๆ ใน กทม. ..เห็นเต็มไปหมด ....ที่บางซื่อนั่นนะ ปราบได้หรือยังละ.......การรัษาความปลอดภัยของทหาร ที่ไร้สมรรถภาพ ดังเช่น อาวุธในครังของทหาร....ตรังที่อยู่ในกรมทหาร....มี ทหารเฝ้ายามมากมาย....แต่อาวุธถูกโจรปล้นไปหมด......ปล้นไปได้อย่างไร ?....แล้วตอนนี้ตามกลับมาได้บ้างหรือเปล่า...ได้มาเท่าไร....ไม่เห็นรู้เรื่องเลย.....ที่สำคัญ...คือ ...หาคนรับผิดชอบไม่ได้ ....เธอทำงานกันอย่างนี้ แล้วจะไปสู้รบ ตบมือกับใครเขา....จะไปรบกับใคร....ที่เห็น ๆ อยู่ ก็มี แต่ ประชาชน คนเสื้อแดงที่มี แต่ มือ เปล่า ๆ นี่ละ....ทหาร....ท่านเก่งมากนะ ....ท่านเก่งมากนะ...ครับ

  คุณทักษิณกลับเข้าประเทศในครั้งนี้ ท่านเป็นผู้บีบให้คุณทักสิษิณ ต้องเข้ามาเอง....ท่าน รังแก คนของคุณทักษิณ ท่าน จึงจำเป็น ต้องเข้ามามาปกป้องคนของท่าน....ปกป้อง...ชาติ....ศาสนา พระมหมากษัตริย์ และ   การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.....รัฐบาลโจร....ในการนำของนายอภิสิทธ  เวชชาชีวะ .....ท่าน เป็นผู้ ปลุก ผี  คอมมูนิตย์ให้ตื่นขึ้นมาอีก ท่าน ทำไมโง่อย่างนี้ ....ท่านทำไมไม่เห็นแต่ชาติบ้านเมืองบ้าง......ท่านปลุกผีคอมมูนิตย์ให้กลับเข่ามาสู่ประเทศไทยอีก....แต่คอมมูนิตย์ ปี พ.ศ.2552 นี้เขาจะสู้เพื่อ ราชวงค์จักรี นะจะบอกให้.....รัฐบาลที่มีทหาร ..... ทหารที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เมื่อไอ้คนจังไรเอาประจำเดือนสตรีไปป้ายที่อนุสาวรีย์ ร.5 ทหารไม่เดือนร้อนดำเนินการ....แค่คนเสื้อแดงเป็นเดือดเป็นแค้น....ท่าน...นะ...ท่านกลับ  ไปทำร้าย....คนเสื้อแดง....แล้ว ท่านจะไม่ให้....คนเสื้อแดงโต้ตอบท่านได้อย่างไร ? ....คนเสื้อแดงเขาไม่ผิด....คนเสิ้แดงเขาถูกรังแก จากคนเสื้อน้ำเงิน ซึ่งจัดตั้งโดยคนของรัฐบาล....จนคนเสื้อแดง ต้องพ่ายแพ้...อย่างยับเยิน เพราะไม่มี...."ตัวช่วย"......ตัวช่วยคือ ขบวนการยุติธรรม  ที่ไม่ยุติธรรม....คนชี้ถูกชี้ผิด ที่ขายอาชีพของตนเองให้....ทรราช.......คนชี้ถูกชี้ผิด ที่ขายตัวให้...."ทรราช".....ท่าน อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่นำความฉิบหายล่มจมมาสู่ประเทศไทยได้.... ถ้าไม่อาจจะหยุดยั้งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้.....คนพกเงินไปเลือกตั้ง ไม่กี่หมื่นบาท...มีความผิด ถึงกับต้องยุบพรรค....แต่ไอ้คนถือเงินไปเลือกตั้งเป็นล้าน ...กลับไม่ผิด....อย่างนี้ เราเรียกว่า ..."มันเลวสิ้นดี"....เลวมากนะครับ.....อย่างนี้ บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร จึงเป็นหน้าที่ของตนไทยที่ต้องช่วยกันปกป้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตน......ด้วยเหตุนี้ การที่คุณทักษิณ จะกลับเข้าประเทศไทย มาบัญชาการรบเองจึงไม่ใช่ความผิดปรกติ...

   ถึงตอนนั้น...ท่านอย่าบอกนะว่า..."คุณทักษิณจะเป็นประธานาธิบดีเสียเอง".....คนที่จะเป็นประธานาธิบดีไม่ใช่คุณทักษิณ .....แต่มีแล้ว ให้ไปอ่าน และ ตีความเอาเอง ใน โจราธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา  1 - 25   ตีความให้ออก แล้วท่านจะรู้ว่ามันผู้นั้นคือใคร ?......ตีความให้ออกนะ.....คนที่จะชะล้างประเทศไทยให้ขาวสะอาจมีคนเดียวคือ คุณทักษิณ ครับท่าน.....ผมว่าท่าน...อาจะกลับเข้าประเทศไทยในระยะเวลาไม่นานนี้ เพื่อจักการกับ กลุ่มคนที่คิดจะเป็นประธานาธบดีตัวจริง ....ท่าน นายกของรัฐบาลโจร...ท่านว่า อย่างไร....ผมตั้งโจทย์ให้ท่าน....ท่านแก้นะ ไม่อย่างนั้นท่านจะหาว่าผมไม่บอก......เรื่องที่คุณทักษิณ เอาท่านขึ้น  "กิโยติน" ท่าน   ท่านจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะ...ถ้าท่านไม่เลิก....ผมว่าท่าน ....ท่านตายแน่...ครับ ท่าน......ขอให้โชคดี...ในวันขึ้นปีใหม่ไทย ปี พ.ศ.2552 นี้ ขอให้ท่าย ได้ขึ้น "กิโยติน" สมความปรารถนา....ครับท่าน 

   เอาเท่านี้ก่อน....แล้วท่านจะทำอย่างไร .....คุณอภิสิทธิ.....บ้านเมืองจะพังพินาจเพราะท่าน ...รู้ใหม ?   

 

ความจริงก็ต้องเป็นความจริง

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเพื่อความสะใจของพวก "มาเฟียร์การเมือง" ที่นำความเสียหายมาให้ประเทศชาติอย่างยับเยิน และมีมูลค่ามหาศาล  เมื่อเทียบกับความ "สะใจ" เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กลุ่มมาร์เฟียร์การเมืองได้รับ นับตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมาจนบัดนี้ 24 ธันวาคม 2551....และเพื่อเป็นแนวคิดที่จะ ออกกฏหมาย ป้องกันการ "ก่อกบฏภายในราชอาณาจักร" ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก อย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ....เกิดขึ้น ทีไรบ้านเมืองยับเยินทุกที ประชาชนพลเมืองต้องเสียชีวิตทุกครั้ง  มากบ้าง น้อยบ้าง ...สรุปแล้ว การก่อการกบฏ ไม่ได้นำความดีมาใช้ชาติบ้านเมืองเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะทำให้เสื่อมลง และก็เสื่อมลง ....ผมจึงได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการแก้กฏหมาย เพื่อให้ลูก ๆ หลาน ๆ นำประเทศชาติเดินไปข้างหน้าให้ได้ ...ให้ทันเพื่อนบ้านที่ขณะนี้ เขานำหน้าเราไปหมดแล้ว แต่ เรา ๆ ท่าน ๆ ยังทะเราะกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอยู่ และก็เป็นเรื่องเดิม ๆ ทั้งนั้น ...คือแย้งกันกิน .....ที่ ดูแล้ว คล้าย ๆ กับสุนัขแย่งเศษอาหารกันกินอยู่ข้างถนนไม่มีผิด ....มันช่างขายหน้าชาวโลกมากนะครับ ที่เมืองไทยมีแต่ถอยหลังเข้าคลอง...จะพยายามไปกันให้ถึง ปี2475 กันให้ได้ ...ไม่รู้ว่า "คิดกันได้อย่างไร ?" ...หน้าเบื่อมากนะครับ...ท่านครับ.... เปิดเข้าไปดูเหตุผลและรายละเอียดได้จากเมนูหลักข้างบน ในหัวเรื่อง "ความจริงก็ต้องเป็นความจริง "...นะครับท่าน......ง่ายนิดเดียว...ครับ .....เชิญครับ

 

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ สามสมอ และ จปร......ที่รักทุกท่าน ครับ ...ใน โรงเรียนนายเรือนั้นไม่มีปัญหา เพราะ นตร. รุน 18-19-20-21-22 และ นนร.52- 53-54-55-56 -57 เราเห็นกันในโรงเรียนนายเรือ  แต่ในรร.จปร.นั้นผมไม่รู้จักมากนักเพราะไม่ได้เรียนอยู่ในสถาบันอันทรงเกียรตินั้นด้วย แต่ก็มีเพื่อน ๆ ที่สนิดกันส่วนใหญ่ทั้งหมดก็มาจาก....โรงเรียนโยธินบูรณะ...ด้วยกันตามที่เรียนให้ทราบกันไปแล้ว  เช่น พล.อ.กุศล พันธ์อุบล และเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ อีกหลายท่านเหล่านี้เป็นต้น นะครับ

     วันนี้ที่ผมต้องลื้อฟื้นกันลึกหน่อยเพราะมีเรื่อง ที่สำคัญมาก ...สำคัญมากจริง ๆ ต่อ ประเทศชาติ และราชวงค์จักรี...ผมรู้และทราบดีว่า ในโรงเรียนของเรานั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดีรวมกัน....คนไม่ดี ที่เรียนในโรงเรียนของทั้งสี่เหล่าทัพนั้น ถ้าหลุดรอดออกไปได้ และไม่อาจจะกลับเนื้อกลับตัวได้ ....ยิ่งบางคนสามารถ หลอกลวงรวงประชาชนคนส่วนใหญ่ของชาติ ได้มาก และ ยาวนานเท่าไร  ยิ่งจะเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง และราชวงค์ จักรีมากเท่านั้น ....ดังนั้นจึงขอวิงวอนมายังเพื่อนร่วมสถาบันทุกท่าน ทั้ง4 เหล่าทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายทหารชั้นผู้น้อย ยศตั้งแต่ นายนาวาโท นาวาตรี หรือ พันโท   พันตรีลงมา...ขอให้ท่านช่วนกันระวังรักษา สถาบันชาติ ศาสนา พระมหมากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษํตริย์ทรงเป็นประมุข ...และทำงานเพื่อชาติกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ เพราะ ...เรารู้แล้ว จากข่าวสาร ที่ออกมากันอย่างมากมาย และด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง...เราจึงรู้ ว่า "ไอ้โม่งตัวนั้นมันคือใคร" .....มันกำลังนำชาติบ้านเมืองให้ตกต่ำ และ นำคนดี ๆ ที่เรา เคารพ นับถือให้ตกนรก อเวจี ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ไปตาม ๆ กันเพราะคำสาปแช่งของ พระสยามเทวาธิราช

     ผมเรียนให้ทราบไปแล้วในเรื่อง...."ความจริงก็ต้องเป็นความจริง".... ขอให้ท่านเปิดดูเหตุผลใน.."ความจริงก็ต้องเป็นความจริง VG...ในเมนูหลักข้างบนนะครับท่าน....

      ผมได้เรียนให้ทราบไปแล้ว .....ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าคนที่ใช้ สถาบัน พระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องมือประหักประหาร คุณทักษิณ ที่อยู่เบื้องหลังนั้น จริง ๆ แล้วเป็นใครกันแน่....แต่ก็ได้ยินอยู่เป็นประจำจาก สส. สว. หลาย ๆ คน ในกลุ่มที่เป็นฝ่ายคนเสื้อเหลืองบ้าง  คนที่เป็นปฏิปักต์กับคุณทักษิณ ที่ไปขอเงินคุณทักษิณโดยอ้างว่า จะนำเงินไปสร้างโน่น สร้างนี่บ้าง.... ยิ่งตอนที่ขายดาวเทียมได้ใหม่ ๆ ตอนนั้น เหมือนอีแร้งลงเลย คุณทักษิณเห็นว่าไม่สมควร จึงไม่ให้ ...เลยรวมหัวที่บ้าน "นายปลี" กลุ่มใหญ่เลย วางแยการยึดอำจาจากคุณทักษิณ โดยมีแนวคิดว่า การยึดอำนาจ จากคุณทักษิณนั้น เมื่อยึดได้แล้ว ไม่เท่าไรคุณทักสินก็จะกลัยมาอีก ....ที่ประชุมที่บ้านนายปลีทั้งหมดต้องการให้คุณทักษิณตายอย่างสนิด ไม่ได้ผุดได้เกิดในทางการเมืองอีก ...จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ขบวนการยุติเข้าช่วย ด้วยการส่งคนเข้าแทรกแซงในขบวนการยุติธรรม การตั้ง กกต. ปปช. กตง.  ฯล เพื่อช่วยกันสร้างหลักฐาน เอาคุณทักษิณเข้าคุก และยุบพรรคไทยรักไทย โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะติดตามมาถึงประเทศชาติแต่อบ่างไดทั้งสิ้น (จากนายแพทย์แหวง )....ออกข่าวไปทั่วโลกว่า คุณทักษิณ..."ไม่จงรักภักดี" ...บ้าง....บางครั้งก็รุนแรงถึงขนาดที่ว่า "คุณทักษิณจะเป็นประธานาธืบดี" ..เสียเองก็มี.....ฟังดูแล้ว พิจารณาดูแล้ว ทบทวนพฤติกรรมของคุณทักษิณในระหว่าง ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ดูแล้ว ไม่มี ...ไม่มีอะไรที่พอจะยืนยันได้ว่า คุณทักษิณ ไม่จงรักภักดีจริง ..... เห็นว่า ..."มันไร้เหตุผลสิ้นดี"  ที่พูดอย่างนั้น ....เพราะไม่มีอะไรเป็นรูปร่าง หรือที่เรียกว่ารูปธรรมที่จะส่อแสดงให้เห็นว่า คุณทักษิณไม่จงรักภักดี .....เราย่อมพิจารณา และ ดรวจดู ความรู้สึกนึกคิดของคน....ที่หน้าซื่อ แต่ใจคด....ได้จาก ที่โบราณท่านสอนว่า ...."สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล" .... แต่กับคนที่มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่า ไม่จงรักภักดี และคิดจะเป็น "ประธานาบดี"  ตัวจริง ..กลับไม่เห็นมีใครพูดถึงสักคน...ไม่มีสื่อพูดถึง...!...! ...มันแปลกดีนะ ...เมื่อมันแปลก ....เมื่อมันผิดปรกติ เราก็ต้องหาเหตุผลกันต่อไปว่า ....ทำไมมันจึงผิดปรกติ ...ทั้ง ๆ ที่ คน ๆ นั้น คือคนในกลุ่ม ของ....."คนเสื้อเหลือง"..... ทุกอย่างมันชัดเจน....ชัดเจนยี่งกว่าการส่องด้วยแว่นขยายเสียอีก....

      พฤติกรรม หรือ การกระทำ ของ คนเสื้อเหลืองที่ ไม่ยอมให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จผ่านถนนราชดำเนินก็ดี พวก MOB เสื้อเหลือง เอาประจำเดือนสตรีสด ๆ ไปป้ายที่พระบรมรูป ร.5  ก็ดี นั่นเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างชัด ๆ แต่ไม่มีใครออกมาพูดกันในเรื่องนี้สักคน สื่อต่าง ๆ เงียบกันไปหมด ....ผมอยากถามว่านั่นมันหมายความว่าอย่างไร ? ...นั่นหมายความว่า คน ๆ นั้น มีอิทธิพลสามารถ บังคับให้ใครทำอะไรก็ได้ใช่หรือใม่ ?....นั่นหมายความว่า ....คน ๆ นั้น อยู่เหนือกฏหมายใช่หรือใม่ ? ......นั่นหมายความว่าคน ๆ นั้น ไม่ให้การเคารพนับถือ ต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ใช่หรือไม่ ? จึงปล่อยให้ คนเสื้อเหลืองทำกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างนั้  จนดูเหมือนว่า เรื่องเหล่านี้ จะเงียบหายไปอยู่แล้ว .... ท่านครับ...ท่านคิดอย่างไร ?....

นายทหายหนุม ๆ ทั้งหลาย ทราบดีว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5  พระองค์ท่านทรงก่อตั้ง โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายร้อย จปร. ทรงวางรากฐานให้กองทัพไทย  วางโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พูดง่าย ๆ คือ วางรากฐานให้กับกองทัพแห่งชาติด้วย ....แต่วันนี้....เดียวนี้....ได้เกิดเรื่องอัปยศอดสู่กับพระองค์ท่าน ไม่เห็นมีใคร ผู้ใดสักคน ที่ได้ซื่อว่าเป็นทหารหาญของชาติที่เกิดขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของพระองค์ท่าน ออกมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนพระองค์ท่านเลย...ทั้งผู้บังคับบัญชาชั้นสูงลงมาจนถึงนายทหารชั้นผู้น้อย ต่างก็ทำเงียบกันไปหมด.

 ไม่ทราบว่า กลัวอะไร ....รักจะเป็นทหารไม่ต้องกลัวตาย   ถ้ากลัวตายอย่ามาเป็นทหาร.....หน้าที่หลักของทหารคือป้องกันชาติบ้านเมืองจากสัตรูภายนอกประเทศ... หน้าที่รองของทหาร คือ รักษาความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร์  ทหารทุกนายต้องระลึก และเข้าใจในอำนาจหน้าที่ของตนให้ดีว่า ทหาร ทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่ง "ฆ่าคน" ที่เป็นสัตรูของชาติ เมื่อมีกฏหมายรองรับ คือ ประกาศสงคราม หรือภาวะฉุกเฉิน ...อย่าลืมนะ ว่า ทหารทำได้ทุกอย่างเมื่อมีกฏหมายรองรับเท่านั้น หรือ/คือ คำสั่งต้องชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมาย จึงจะยึดถือและปฏิบัติตามคำสั่งนั้นได้ ....แต่เมื่อไร ที่ ทหาร ทำตามคำสั่งนอกระบบ คือ ไปเชื่อฟังและ ทำตามคำสั่งของบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้บังคับบํญชาโดยตรง เช่น ในสายงานกองทัพ .....กองทัพบก ผู้บังคับบัญชาทหารทุกนายในกองทัพบก คือ ผบ.ทบ. ทหารทุกคน เมื่อกระจายย่อยออกไป แม่ทัพภาค คือผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของทหารในกองทัพ ...ทหารในกองทัพทุกนานต้องเชื่อฟัง และทำตามคำสั่งแม่ทัพโดยเคร่งครัด เช่นนี้ เลื่อย ๆ ลงไป จนถึงหน่วยรบย่อย ที่ทหารในหน่วยต้องเพื่อฟัง ผู้บังคับกองพัน   กองร้อย ..ต้องเชื่อฟังกันตามลำดับชั้น.....ในสายกองทัพเรือ หรือ กองทัพอากาศก็เช่นกัน ในขณะเดียวกัย ผบ.ทั้งสามเหล่าทัพต้องเชื่อฟัง ผบ.สูงสุด ....ผบ.สูงสุดต้องเชื่อฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม...เช่นนี้เป็นต้น....นอกจากตามสายการบังคับบัญชาดังกล่าวแล้ว....ทหารจะไปทำตามคำสั่งใครไม่ได้ทั้งนั้น ...ไม่ว่ามันผู้นั้นจะเป็นใคร ?

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ทรงเป็นจอมทัพไทย เพราะฉะนั้น ใครจะเคลื่อนย้ายกำลังออกนอกกรมกองเพื่อภาระกิจหนึ่งภารกิจใด ต้องได้รับพระบรมราชายุญาติจากพระองค์ท่านก่อนเสมอ ....ถ้า แม่ทัพคนใดไม่ได้รับพระบรมราชานุญาติ แล้วเคลื่อนกำลังออกมา ....นั่นคือ "การก่อกบฏภายในราชอาณษจักรสถานเดียว" ...เช่นการยกกำลังทหารออกมายึดอำนาจการปกครองของรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2549 โดย พล.อ. สนธิ บุญญกลิน นั้นคือ "กบฏ"......จะเรียกเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้....ในขณะเดียวกัน...ผู้ให้การสนับสนุน ฝ่ายกบฏ กระทำตัวเยี่ยงโจร ...เช่นเข้าปล้นทำเนียบรัฐบาล ...ยึกสนามบินสุวรรณภูมิ เราจึงเรียกการผู้กระทำการกบฏในครั้งนั้นว่า..."โจรกบฏ"......กฏหมาย และ หรือ ธรรมนูญที่ฝ่ายกบฏเขียนขึ้น เราจึงเรียกว่า  "โจราธรรมนูญ"...เช่น"โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550"...เป็นต้น

 ....เราต่างก็รู้และทราบดีว่า ...การเข้าไปก้าวก่ายงานในหน่วยงานอื่นก็เพื่อผลประโยชน์ของบุคคลนั้นทั้งนั้น ...ดังนั้นคำสั่งนอกระบบในทุกกรณี จึงถือว่าไม่ชอบด้วยเหตุผล และถูกต้องตามกฏหมายทั้งนั้น ผู้ปฏิบัติตาม (คือ ทหาร)จะต้องมีความผิดตามกฏหมายด้วยโดยจะหลีกเลี่ยงเสียมิได้ เมื่อการกระทำนั้นไปสร้างผลกระทบทำให้ประชาชนพลเมืองได้รับความเดือดร้อน และ/หรือ ขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชานชน....นั่นนะซิ...เมื่อเราทำถูกเสียอย่างจะต้องไปกลัวอะไร กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องที่คนเลว ๆ ทำขึ้น ไม่ต้องกลัวมัน...ทหารต้ององอาจ กล้าหาญ เปิดเผย ตรงไปตรงมา แน่นอน มั่นคงต่อคำมั่นสัญญาและหน้าที่ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

....มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองนี้กันแน่ ...ผม   ผมชักสงสัย....ทหารหาญของชาติไปใหนกันหมด ...ท่านไปอยู่ที่ใหนกัน จน...ปล่อยให้ไอ้คนสัตว์ถุนเอาประจำเดือนไปป้ายพระรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้มีบุญคุณล้นท่วมหัวท่านอยู่แล้ว  ท่านยังไม่ทำอะไรกัน....มันอย่างไรกัน ?.... ทำไม เดียวนี้ ....มนุษย์จึงไร้ความคิด ?....ไม่รู้จักบุญคุณของผู้มีพระคุณกันเสียแล้ว ...ทำไม ศิลธรรมมันจึงเสื่อมทราบ ต่ำลงจนสุด ๆ ในกลุ่มคนที่เรียกว่าเจริญแล้วอย่างนี้ ?...ทำไม ? ....หรือว่า เขาไม่รู้ว่า พระมหากษัตริย์ไทยในราชวงค์จักรีนี้ได้ทำอะไรให้ชาติบ้านเมืองไว้บ้าง ?....มันอะไรกัน ? ....หรือเขาคิดว่า...."ประจำเดือนสตรีเป็นของดี"....ถ้าคิดอย่างนั้นจริง ผมได้แนะนำไว้ใน "ความจริงก็ต้องเป็นความจริง VG" ...เชิญเปิดไปดูกันเองนะครับว่า ผมแนะนำไว้ว่าอย่างไร ?

   หรือเป็นว่าในโจราธรรมนูญ ปี พ.ศ.2550 มาตราสุดท้าย ได้ยกเลิกพฤติกรรมต่าง ที่ไอ้โจรห้าร้อยจำพวกทำกับประเทศไทยใว้จนหมดแล้ว เลยไม่กล้าพูด ไม่กล้าเคลื่อนใหว เพื่อจัดการกับไอ้พวกอัปรีย์เหล่านั้นได้.....เมื่อคิดในมุมนี้ ก็หน้าเห็นใจ ท่าน ผบ.ทบ. พล.อ.อนุพงษ์ มากนะครับ....จะให้ท่านทำอย่างไร ? น่าเห็นใจท่าน...เหตุเพราะ..."โจราธรรมนูญ"....นั่นละ ...ที่ทำให้อะไร ๆ  มันติดขัดไปหมด.

   ผมว่า ผิดแล้ว....ผิดแล้วครับ....ท่านนักกฏหมายในประเทศไทยทุกท่าน ทั้งใหญ่และเล็ก ....ท่านคิดกันผิดแล้ว ....ผมว่าคนเดียวนะ ....ผมคิดของผมคนเดียวนะว่า....ท่านนักปกครอง ที่ปกครองบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ก็ดี....ท่านนักกฏหมาย ที่อนู่ในขบวนการยุติธรรมในขณะนี้ ผมว่า  ที่ท่านไม่ยอมมาพูดเรื่องโจราธรรมนูญนั้น ก็มีอยู่สองประเด็นคือ  ท่านไม่กล้าพูดเพราะกลัวไม่ถูกใจระดับบน หรือเป็นเพราะท่านคิดไม่ถึงว่า ....."โจราธรรมนูญ"...มันได้ตกไปแล้วหลังจากที่ฝ่ายกบฏภายในราชอาณาจักร์ ได้ถอนตัวออกจาก การบริหารประเทศไปแล้ว ตั้งแต่เรามี รัฐบาลที่มาจาก อำนาจอธิปไตยของประชาชนแล้ว.

   ใช่ ...ถูกต้อง....โจราธรรมนูญ...กับ รัฐธรรมนูญ ไม่เหมือนกัน  คือ   "โจราธรรมนูญ  คือ กฏหมายสูงสุดที่ใช้บริหารประเทศ ที่ออกโดยโจรกบฏ ....แต่....รัฐธรรมนูญ คือ กฏหมายสูงสุดที่ใช้บริหารประเทศที่ตรา หรือ ออกโดยอำนาจอธิปไตยของประชาชนทั้งประเทศ ....ไม่ใช่ ออกมาแล้วให้ลงประชามติ จากประชาชนทั่งประเทศภายใต้อำนาจปืนของฝ่านกบฏ......จึงไม่เหมือนกัน.... เมื่อฝ่ายกบฏยังปกครองบ้านเมืองอยู่ ก็ใช้ โจราธรรมนูญ ปกครองบ้านเมืองได้....เราม่ว่ากัน ....  จะตั้งองค์กรอิสระขึ้นตาม โจราธรรมนูญ .....พิจารณาความตามโจราธรรมนูญ ย่อมทำได้......แต่เมื่อ ฝ่ายกบฏ ออกไปแล้ว รัฐบาลที่เข้าบริหารประเทศเป็นรัฐบาลที่มาจากอำนาจอธิปไตยของประชาชนแล้ว......"โจราธรรมนูญ"...ก็ต้องตกไป....องค์กรอิสระต่าง ๆ เช่น ปปช  กตง   กกต. อะไรเหล่านั้น ต้องตกไปทั้งหมด ด้วย...รวมทั้งคำตัดสินความต่าง ๆ ที่ เกิดจาก โจราธรรมนูญก็ต้องตกไปด้วย เช่นกัน  ......จริงใหม ?....จริงใหม ?

   ได้มีข้อโต้แย้งว่า ...ไม่ใช่ ๆ  ๆ ...เพระ ก่อนที่จะประกาศใช้ โจราธรรมนูญนั้น ทางรัฐบาลของฝ่ายกบฏ ได้ให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติแล้ว ปรากฏว่า ประชาชน ส่วนใหญ่เห็นชอบกับโจราธรรมนูญนั้นแล้งจึงถือว่าออกโดยประชาชนแล้ว....นี่คือความคิ และแนวคิดที่เหมือน ๆ กับ การที่รัฐบาลของคุณอภิสิทธิไปปรึกษาหาลือเกี่ยวกับ วิธีการบริหารประเทศที่กระทรวงการคลังแล้ว ก็บอว่า ...นี่ละคือการแถลงนโยบาลบริหารประเทศต่อรัฐสภา เหมือนกัน....แต่มันไม่ใช่ ...ไม่ใช่ทั้งสองกรณี....จึงใช้ไม่ได้ทั้งสองกรณี  เพราะการลงประชามติในครั้งนั้นที่เกียวข้องกับโจราธรรมนูญนั้น ....ประชาชนไม่ใด้อยู่ในสภาพที่เป็นอิสระกับตัวเองโดยธรรมชาติ (ตรงนี้สำคัญ) แต่อยู่ภายใต้อำนาจของปากกระบอกปืน ของฝ่ายกบฏ กระแสความคล้อยตามอำนาจมืดด้วยความหวาดกลัว ...หวาดผวาของประชาชน จึงเข้ามา บงการให้การลงประชามติในครั้งนั้นผิดไปจากความต้องการของประชาชนที่แท้จริงไปดังจะเห็นว่า ในระยะต้น ๆ สื่อต่างต่าง บางแห่งได้บอกกับประชาชน หรือ มีการแนะนำมาว่า ให้ลงให้ผ่านไปก่อน เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว และมี รัฐบาลแล้ว ค่อยแก้กันใหม่....จำกันได้ใหม ? ....จำได้ใหม ? อย่าโกหกตัวเองนะ เป็นผู้ทรงเกีรติกันทั้งนั้น อย่า ทำตัวเป็นคนลิ้นสองแฉก นะ ...นะบอกให้  มิฉะนั้นจะเสียความเป็นผู้ใหญ่หมด ....เห็นหรือยังละ เรื่องราวจะประติดประต่อกันเอง ถ้ารู้จัก วินิจฉัยข่าว ...... หรือ กรองข่าว

   อันเนื่องมาจาก .....คนเสื้อเหลือง อยู่ภายใต้การอำนวยการของคณะ กบฏดังกล่าว ข้างบน ....ประชาชน ไม่ทราบความจริง...ไม่รู้ความจริงเมื่อได้รัฐบาลมาแล้วก็จะให้แก้ โจราธรรมนูญ ให้เป็นรัฐธรรมนูญ..........MOB คนเสื้อเหลือง..ไม่ยอมให้แก้  โดยอ้างเหตุผลอย่างน่าฟังมาก ว่า ในหู่โจรห้าร้อยจำพวกว่า....."รัฐบาลจะแก้โจราธรรมนูญ เพื่อ ช่วยคุณ ทักษิณ" ....จำกันได้หรือ เปล่า ....อย่าทำเป็นความจำเสื่อมนะ .....คงจำกันได้นะ......ตรงนี้ ก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่จะแสดงให้เห็นว่า โจราธรรมนูญ และองค์อิสระต่าง ๆ นั้นถูกเขียนขึ้นและสร้าง หรือ ตั้งขึ้น เพื่อทำลายคุณทักษิณทั้งนั้น.....ที่สำคัญคือ เพื่อ ...."ปล้นทรัพย์สมบัติของคุณทักษิณ" .....เห็นหรือยัง....เข้าใจกันหรือยังละ.....ไอ้มาเฟียร์การเมืองพวกนี้สำสัญมากนะ ....อย่าลืมนะ ต้องนึกอยุ๋ เสมอ ๆ ว่า ...เหมือฟ้ายังมีฟ้า....เหนือคนยังมีคน......ถ้านึกใด้อย่างนี้แล้วผลสรุปสุดท้ายเราก็จะต้องให้อภัย ซึ่งกัน และ กันนะ.....จะบอกให้ .....

   ที่นี้ก็อยู่ที่ว่า ถ้ายกเลิกโจราธรรมนูญ  องค์กรต่าง ๆ  ตกตามโจราธรรมนูญไป แล้ว.....ทีนี้ จะเอาอะไรมาปกครองประเทศละ ครับ....กัปตัน...ครับ......

    นั่นละ.....คือสิ่งที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง ....และยังไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจเพื่อเอาใจนายก็ไม่ทราบได้ .....คือ ....ในเมื่อโจราธรรมนูญ ตกไปแล้ว ในวินาทีแรกที่ได้ รัฐบาล ที่มาจากอำนาจอธิปไตยของประชาขน และแถลงนโบบต่อรัฐสภาเสร็จ .....ในวินาทีนั้น ละ โจราธรรมนูญจะตกไปทันที่ทันได และในเสี้ยววินาทีนั้น "รัฐธรรมนูญของประชาชน" ที่เขียนขึ้นโดยอำนาจอธิปไตยของประชาชน คือรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2540 ก็จะวิ่งเข้าแทนที่โยอัตโนมัติ....โดยไม่ต้องมีประกาศ ใด ๆ ทั้งสิ้น....ทั้งนี้ เพราะขั้นตอนการดำเนินการก่อนประกาศใชรัฐธรรมนูญ ปี พงศ.2540 นั้นได้ทำไป แล้ว ชอบด้วยเหตุผลแล้ว....จึงไม่จำเป็นต้องทำซ้ำอีก ใช้ได้เลย แม้ขณะนี้ .....เดี๋ยวนี้...วันที่ 11 เมษายน 2550 เวลาประมาณ 0644 ก็ไช้ได้.....ถ้าจะใช้

นี่คือแนวคิดของผม  ของผมคนเดียวนะครับ...ผม กัปตันอดิศัย พะลายานนท์ นักเดินเรือ ไม่ใช่นักกฏหมายนะ .....ท่านจะทำหรือไม่ทำไม่ใช่เรื่องของผม  ผมเสนอมาตามพระเสาวณีของพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เท่านั้น ครับ ....แต่ถ้าท่าน เห็นกับชาติบ้านเมือง ผมว่า ท่านใช้เหตุผลของผม และทำตามแนวคิดของผมบ้านเมืองจะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติทันที......โดยไม่ต้องไปทำอย่างอื่นให้ยุ่งยาก ...ครับท่าน....แม่แนอน....แน่นอน...100 % ครับ..ท่าน

   "ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกมีได้ ....รัฐธรรมนูญ ของประเทศไทยก็เป็นหนึ่งเดียวใครจะฉีกทิ้งมิได้ "

   "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นจอมทัพไทย ใคร.....หรือ/คือ...แม่ทัพคนใดจะยกกองทัพออกไปรบ หรือ ประกาศสงความกับใคร โดยมิได้รับความเห็นชอบจากพระองค์ท่าน  ย่อมกระทำมิได้"

ข้างบนย่อหน้า หลัง ๆ คือ แนวคิดของเรื่องทั้งหมดจริง ๆ แล้ว เราจะไปโทษนายทหารชั้นผู้น้อยนั้นไม่ได้เหลือนกัน ในเมื่อนายไม่สั่ง แล้วจะให้ทำอย่างไร ?ด้วยความไม่ แน่ใจ เมื่อนายไม่สั่งจึงไม่กล้าทำอะไร....ในแนวคิดของผม ...ผมจึงเห็นว่า เมื่อไรที่ทหารได้นายที่  "เลว"  แล้ว บ้านเมืองจะตกอยู่ในอันตราย ....ผมจึงว่า ไว้ว่า..."นายทหารตั้งแต่ นาวาโท นาวาตรี หรือ พันโท พันตรีลงมา"  เท่านั้นที่จะเป็นผู้ปกป้องชาติบ้านเมืองได้โดยลำพังเช่นกัน ถ้าจำเป็น....จำไว้นะน้อง ๆ ครับ ....จำคำของพี่ไว้ นะน้องรัก ...เราเป็นผู้หนึ่งที่พร้อมที่จะเสียสระได้ทั้ง เลือดเนื้อ และชีวิต เพื่อปกป้อง ชาติ ....ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของเรา "ชายชาติทหาร"...เราต้องทำตามคำมั่นสัญญาที่เราเคยปฏิญาณไว้ต่อหน้าเสาธงว่า......"ตายเสียดีกว่า ที่จะละทิ้งหน้าที่"....หน้าที่ของเราไม่ใช่ทำตามคำสั่งนอกระบบ ของคนใดคนหนึ่ง แต่หน้าที่ของเราคือรักษาชาติบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยจากสัตรู ผู้รุกรานจากภายนอกประเทศเป็นหน้าที่หลัก หน้าที่รองคือการรักษาความสงบภายใน  และ  "ตายในสนามรบ เป็นเกียรติของทหาร"..... จำได้ใหมครับ น้องรัก ...พี่เองบอกกับน้อง ๆ และขอให้สัญญากับน้อง ๆ ทุกคนไว้ได้เลย ณ ที่นี้ ในวันนี้.... วันที่ 9 เมษายน 2552 เวลา 0625...ว่า พี่ คนนี้...คนหนึ่งละ ที่พร้อมจะตายเคียงบ่าเคียงใหล่กับน้อง ๆ ของพี่ทุกคนอย่าง แน่นอน 100%  ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ พี่ก็ 73 เข้าไปแล้ว แต่ก็ยังพอจะจับอาวุธเข้าต่อสู้เคียงบ่าเคียงใหล่กับน้อง ๆ ได้   ....นะน้องรัก คนเรา ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ ครับ .... ถ้าใจสู้เสียอย่าง.... ความตายจะไม่มีความหมาย ...น้องรักเราเป็นทหารหาญของชาติ ต้องรักษาความมั่นคงของใจไว้นะครับ  "ใจสำคัญมาก" เอาไว้สู้ศึก ที่กำลังประชิดติดชายแดนเข้ามาแล้ว ...ถอยไม่ได้นะ... .ถอยไม่ได้เด็จขาด ทำ อย่าง ที่พี่ ๆ ของน้อง เคยทำไว้....ขับรถถังรุยเข้าไปเลย ...ทหารมันต้องอย่างนั้น ....รู้หรือไม่ว่า พี่ของน้องคนนั้นคือใคร ...พี่ไม่บอก แต่ถ้าน้องอยากทราบ ให้ น้อง ไปถาม พี่มนูญกริต รูปขจร ของน้องเอาเองก็แล้วกันนะครับ ........น้องรักของพี่ทั้งสี่เหล่าทุกท่าน...ครับ ....จำไว้นะ ว่า  "อย่าเชื่อคำสั่งนอกระบบ" มิฉะนั้นจะนำความฉิบหายล่มจมสู่หมู่คณะ และประเทศชาติ ....พยายาม ศึกษา หาข้อมูลและ ถามคนรุ่นพี่ให้มาก ๆ  จำใว้นะว่า "รู้จักหน้า ไม่รู้จักใจ"  

 ที่สำคัญคือไม่รู้ว่า ใครคือ ผู้อยู่เบื้องหลังกันแน่ ...จึงไม่ได้ทำอะไร...แต่ตอนนี้ เราทราบแล้วว่า....ผู้ที่อยู่ เบื้องหลัง  MOB เสื่อเหลืองที่เข้าไปยึด ทำเนียบรัฐบาล และสนามบินสุวรรณภูมิ (คิดก่อน ว่า การเข้ายึดธรรมเนียบรัฐบาล และ สนามบินสุวรรณภูมิ นั้นเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่?)คือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่นอกราชการทหาร ที่เป็นองคมนตรีบางท่าน (ทราบจาก MOB เสื้อแดง .-อรีสมัน) ในการนำของ คุณเปรม (พล.อ.เปรม ติงสูรานนท์)

  จริงเท็จอย่างไร ไม่ทราบ  แต่ MOB เสื้อแดง ว่า คุณเปรม คือ ผู้อยู่เบื้องหลังความพินาจลย่อยยับของประเทศไทยในครั้งนี้ ถ้าไม่จริง ก็ต้องขออภัยด้วย แต่ถ้าจริง ก็ต้องว่ากันต่อไป

   เมื่อ MOB เสื้อแดง กล่าวว่า คุณเปรมและพวก อยู่เบื้องหลัง และเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุน MOB เสื้อเหลืองเป็นความจริง (จริงหรือไม่จริง สามารถตัดสินได้จากกฏหมาย "โจราธรรมนูญ ปี 2550") เพราะฉะนั้น การที่คนเสื้อเหลืองที่กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว....เช่นนั้นแล้ว ...นั่นก็หมายความว่าองคมนตรี ดังกล่าวบางคนนั่นละคือ "ผู้ไม่จงรักภักดี กับสถาบันพระมหากษัตริ" และ อยู่เบื้องหลังการก่อกบฎในครั้งนี้ด้วย  นั่นคือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ในระดับนายพลที่เป็นองคมนตรีอยู่ในขณะนี้ บางท่านนั่นละ ได้คิดกบฏต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ...ราชวงค์จักรี ...การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริทรงเป็นประมุข และประชาชนชาวประเทศไทยผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตย..... รวมสรุปว่า  องคมนตรีตามที่กล่าวข้างนบ  คือ   "หัวหน้ากบฏภายในราชอาณาจักร"  ด้วย ผมจึงขอร้องและวิงวอนมายัง นายทหาร ชั้นผู้น้อย ยศตั้งแต่ นายพันโท หรือ นายนาวาโท ลงมา ที่ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกับคุณเปรม ติงสุรานนท์ ประชาชนชาวไทยทุกท่าน ขอให้ร่วมกันกับคนเสื้อแดง กำจัด กลุ่นของ คุณเปรม ติงสูรานนท์ ออกไป จับและนำตัวเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมทั้งหมด ถ้าข้อมูลจริงตามสื่อ ต่าง ๆ ดังเช่น ในรายการ ที่นี่ MV5 เมื่อคืนวันที่ 6 เมษายน 2552 เวลา ประมาณ 2100 และเข้า วันที่ 7 เมษายน 2552 เวลประมาณ 0700 (เอาเทปมาทบทวนดูได้นะครับ)

  ถึงเวลาแล้ว ที่สามสมอ - จรป. เพื่อน ๆ 4 เหล่า และคนทั้งชาติ จะร่วมกันกำจัดคนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดิน 

กัปตันอดิศัย พะลายานนท์

07 เมษายน 2552.

 

เพื่อนพ้องน้องพี่ ...เพื่อน ๆ ร่วมชาติที่รักเคารพ...ทุกท่านครับ...........วันนี้ วันที่ 7 เมษายน 2552 เวลาประมาณ 1900 ผมได้ฟัง อริสมัน พงษ์เรืองรอง พูดคึงคุณเปรม ติงสูรานนท์ และสมัดรพรรคพวกทั้งหมด ที่ทำกับประเทศไทยแล้ว ทำให้ผม คิดถึง ทฤษฏีของ "ค้าร์ท"....และ  ถ้าสื่อต่าง ๆ ที่ MOB เสื้อแดงให้ไว้เป็นความจริงแล้ว....จึงเข้าหลักตามทฤษฏีของค้าร์ทว่า "พฤติกรรม และการกระทำของคุณเปรม ติงสูรานนท์ และสมัครพรรคพวกทั้งหมด กับ องคมนตรีบางท่าน มีพฤติกรรมที่ค้าร์ทเรียกว่า "เลว" ทั้งคณะ ...ไม่เหมาะสมที่จะดำรงค์ตำแน่งอันทรงเกียรติหลาย ๆ อย่างในประเทศ สมควรลาออกไปได้แส้วครับ เพื่อมิให้เสื่อมเสียพระเกียรติ และกระทบกระเทือนเบื้องพระยุคลธบาท"

     เพื่อน ๆ ทั้งสี่เหล่า......ที่รัก  ทุกท่านครับ เมื่อพูดถึงคุณเปรม (พล.อ.เปรม ติงสูรานนท์) เมื่อตอนที่เพื่อน ๆ ยังหนุ่น ๆ อยู่ (รวมทั้งผมด้วย) ตอนนั้นเรานิยมชมชอบคุณเปรม มาก .....มีอะไร ๆ หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับท่าน เราจะออกรับแทนท่านเสมอ ๆ แม้กระทั้งเรื่องที่เกิดโดย พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก (ท่านน่านับถือนะ)...มีหลายคนคน ต่อหลายตนโจมตี  คุณเปรม ว่า "ท่าน เชิญเสด็จ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปประทับที่โคราชนั้นก็คือ การนำเอาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปเป็นองค์ประกันนั่นเอง เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรเป็นอย่างมาก " แต่ เรา ๆ ท่าน ๆ ก็แก้ตัว เพื่อช่วยคุณเปรมว่า "เพื่อความปลอดภัยของพระองค์ท่าน" ผมเข้าใจว่า หลาย ๆ ท่านคงจำกันได้นะครับ (ทำความเข้าใจกับย่อหน้านี้ให้ดีนะ....จะบอกให้)

   ย้อมหลังให้ลึกลงไปกว่านั้น สมัยที่เรามีนายยก ชื่อ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์  ได้บอกแล้วว่า "เรา ๆ...ท่าน ๆ คือ คนหนุ่มสมัยนั้น" ...นิยมชมชอบคุณเปรมท่านมาก ....โดยเฉาะอย่างยี่ง" จปร.7 หรือ ยังเตอร์ก"...มีหลายคนที่ไปอยู่ใกล้ชิดกับท่านมาก เช่ย คุณประจักร์ สว่างจิตร ไปกินอยู่กับท่านที่บ้าน เหมือน ๆ กับ พลเรือตรี ทหารเรือคนหนึ่งขณะนี้ ชื่ออะไร ผมก็จำไม่ได้แล้ว และก็เป็นที่สงสัยกันในเพื่อน ๆ ของผมว่า เดียวนี้ กองทัพเรือได้เพิ่มอัตราตำแหน่งขึ้นมาใหม่ ให้ นายพลผู้ทรงเกียรติของกองทัพ ที่ว่าทรงเกียรตินั้นเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้พระราชทานกระฑาแตะบ่าให้ นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงของท่าน แต่เมื่อท่านได้รดตัวลงเหลือ แค่ยามรักษาความปลอดภัยเท่านั้น ทำให้ เกิดความสงสัยกันไปต่าง ๆ นานา ...สงสัย ๆ ?....ระวังนะ จะเป็นอย่าง..."ยังเตอร์"....แต่ที่สำคัญ...คือ จะนำความเสื่อมเสียมาสู่กองทัพเรือนั้นสำคัญที่สุด....นี่ซิเรื่องสำคํญกว่า....รู้เรื่องยังเตอร์ก หรือเปล่าละ ...ถ้าไม่รู้...ให้ดูทางนี้ต่อไป..จะเล่าให้ฟัง....ฟังนะ

    ได้บอกแล้วว่า เรา ๆ รักคุณเปรมท่านมาก เราไม่พอใจ และโกรธมากเมื่อมี...นักศักษารามคำแหง ...ไปต่อยหน้าท่าน....ตอนนั้น ท่านกำลังดังมาก มีกำลังทหารที่แข็งแกร่งมาก(เหมือนเจ้าพระยาจักรีเลย)ให้การสนับสนุน และอารักขาอยู่...นายทหารเหล่านั้น คือ จปร.7 หรือที่เราเรียกกันว่า....."ยังเตอร์ก".....  เพราะคุณเปรมท่านมี "ยังเตอร์ก" (คุณจำรอง ศรีเมือง ก็เป็นยังเตอร์ก คนหนึ่งในจำนวนนั้น)   ....ด้วยกำลังที่แข็งแกร่งของท่าน เพราะยังเตอร์กดังกล่าว ...ถึงกับสามารถไปขอให้ คุณเกรียงศักดิ์ ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี .....ท่านเกรียงศักก็ลาออก จริง ๆ เสียด้วย ...แล้วคุณเปรมท่านก็เป็นนายกแทน ....ที่นี้ ก็ถึงคราว....ของบรรดายังเตอร์กทั้งหลาย ผู้เป็นขุนพลคู่บันลังค์ของคุณเปรมบ้างละ   ..... เป็นอย่างไรบ้าง ?.....คงเป็นใหญ่ เป็นโตกันเป็นแถวซินะครับ ?...ท่าน....ที่ใหนได้ ....มันก็เข้าสูตรว่า ......"เมื่อสิ้นนาให้ฆ่าโคทึก....เมื่อสิ้นศึกให้ฆ่าขุนพล"........จบกัน...จบแล้วครับ...."ยังเตอร์ก"...ยังเตอร์กผู้รักชาติ ศาสน์กษัตริย์จากใจจริง.... ยังเตอร์ก นักกรบผู้เข็มแข็งของชาติ ...นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ที่ได้เสียสละชีวิตปกป้องชาติบ้านเมืองมาแล้วอย่างโชกโชน ....  ยังเตอร์กผู้ชึ่งเคยขับรถถังรุยเข้าสู่รบกับข้าศึกมาแล้ว อย่างทรนงองอาจ สมเป็นชายชาติทหาร ...สมแล้วที่ท่านเหล่านั้น...ไดรับการอบรมสั่งสอนมาจาก รร.จปร.สถาบันอันทรงเกียรติของชาติ"หน้าเห็นใจท่าน...ท่านเหล่านั้นทุกท่าน นะครับ

เมื่อเป็นอย่างนี้ ยังเตอร์ว่าอย่าง ?....คำตอบคือ " ต้องจับคนทรยศมาแขวนคอ"....แต่....แต่ทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้ว.....นึกแล้วน่าสท้อนใจมาก ใครไม่รู้ใครไม่ทราบเหตุการณ์ในตอนนั้น จะไม่เข้าใจ ผมว่า ทำไมผมจึงรู้สึกสะท้อนใจมาก ....ยังเตอร์กผู้กล้าหาญ ประวัติศาสตร์จะบันทึกการกระทำความดีของท่านไว้ ครับ...จะไม่มีใครลืมท่าน  แต่ใครจะลืมก็ช่างเขา แต่ผมไม่ลืมครับ ...ยังเตอร์ก คือ จปร.7   ผมและเพื่อน ๆ นนร. 55  เมื่อเทียบกัน จปร. คือ จปร.9 .....ก็ใกล้กันนะครับ จึงเห็นอกเห็นใจกัน...ก็เท่านี้ละครับ...ท่าน

   เพื่อน ๆ สี่เหล่า....ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องทุกท่านครับ....เพื่อน ๆ ร่วมชาติ.....ที่รักของผมทุกท่านครับ.....ผม...ไม่สบายใจเลย ...เมื่อคืน(คืนวันที่ 7 เมษายน 2552)....ผม...นอนไม่หลับทั้งคืน ขอเรียนท่านตรง ๆ ว่า เมื่อ ได้ทบทวนเรื่องเก่า ๆ ของคุณเปรม (คุณเปรม จปร.1)ดูแล้วทำให้รู้สึกว่า "ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ ไม่ค่อยจะหน้าใว้วางใจนัก"...นะครับ....เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว  เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ..ผมจึงต้องทบทวนใหม่ ....ทบทวนอีกที.  ดูอีกที..ดูแล้ว สรุปแล้ว ก็เหมือนเดิม  คือ...."ไม่ค่อยหย้าไว้วางใจ" .....ผม....ผมจึงเป็นห่วง ...ชาติ ...ศาสนา...พระมหากษัตริ์ และระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข....มากครับ....มากจนนอนไม่หลับ ...ท่าน ที่รัก 

   คำถาม คือทำไม ผมคิดอย่างนั้น ?....ผมคิดอย่างนั้นได้อย่างไร .....ตำตอบ ง่าย ๆ สั้น ๆ คือ

   "เมื่อเหตุการณ์ถูกเปิดเผยออกมาว่า ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง คนเสื้อเหลือง  คือคุณเปรม และคณะองคมนตรีบางท่าน  เพราะฉะนั้นแนวนโยบายในการดำเนินการของ MOB ของคนเสื้อเหลือง ต้องออกมาจากท่านเปรม และคณะของท่าน ด้วย ..."นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง จากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นไประมุข ให้ไปเป็น ระบอบเผด็จการ(ทหาร?) 30-70 ก็ต้องมาจาก ความดิดของคุณเปรม และคณะด้วย" .....

     มิน่าเหล่า ....MOB เสื้อเหลือง......จึงเหิมเกริมไม่ยอมเปิดถนนให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จผ่าน .....มิน่าเหล่า จึงเหิมเกริม จนถึงขั้นกล้าเอาประจำเดือนสตรีสด ๆ ไปป้ายที่พระบรมรูปที่คนไทยทั้งชาติรักและเคารพ ...กราบไหว้กันทุกปี คือ พระบรมรูป ร.5 .....รู้แล้ว  ๆ  ๆ  รู้แล้วครับ เพราะ "เส้นมันใหญ่"...นี่เอง...    อันตราย.....อันตรายมากนะครับท่าน......ท่านได้ข่าวการ "การวางแผน รอบฆ่าองตมนตรี ที่มาจากสายพลเรือนบ้างใหน ? ....เพราะเหตุใด.....ท่านคิดกันบ้างหรือเปล่า...ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ? ...ทำไมถึงมาลงมือขณะนี้ ....ทำไม ?  ท่านคิดกันเองนะครับ ....พี่น้องร่วมชาติ ทั้งหกสิบกว่าล้านคน ....คิดให้ดี ๆ บางที ท่านอาจจะนอนไม่หลับเหมือนผมก็ได้.....แต่ผมอาจจะไม่เหมือนท่านตรงที่ว่า....ถ้าหลับครั้งนี้ จะขอหลับหลับไปเลย "เพื่อชาติ  ราชนาวี และราชวงค์จักรี"...ถ้าจำเป็น

   สงสัยหรือไม่ว่า อะไรทำให้ผมคิดไม่เหมือนคนอื่น .....ไม่เหมือนคนอื่น .....ผมคิดว่า ของผมถูก ....แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ของคนอื่นผิดนะครับ...เพราะผมยังไม่เห็นมีใครพูกถึง "โจราธรรมนูญ ปี 2550"...ในมาตรา 1 ถึง 25 กันสักคน ....ตอนนี้ผม ขอให้ท่านพี่น้อง ร่วมชาติ ทั้ง 60กว่าล้านคน ช่วนกันไปเปิด "โจราธรรมนูญ ปี 2550" และดูกันให้ดี ๆ ใน มาตรา 1 ถึง 25 เมื่อพิจารณาแล้ว.... เข้าใจแล้ว .... ท่านอาจจะนอนไม่หลับ เหมือนผมก็ได้....โจราธรรมนูญปี 2550 ฉะบับนี้  "เลวมาก" ...เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง และ ราชวงค์จักรีเป็นอย่างมาก ....ผมจึงพูดอยู่ เสมอ ๆ ว่า ...ขอให้ ประชาชน คนเสื้อแดง ร่วมมือร่วมใจกัน ทำให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสบายพระทัยมาก ๆ นะครับ ...เข้าใจหรือ ยัง....ของผม...ผมจะทำอะไร...ต้องมีที่มา ที่ไป ....ซึ่งก็เหมือนท่านนั่นละ แต่เราอาจจะมองในคนละด้านของ "เหรียญ" ก็ได้...ไม่แน่นะ ถ้ากลับเหรียญ กลับไปกลับมาหลาย ๆ ครั้งอาจจะ เห็นตรงกันก็ได้

ดูให้ ดีๆ นะ....ดูดี ๆ แล้วตี ความหมายให้ออกนะ  ในทุก มาตรา 1-25  เมื่อเข้าใจแล้วท่านจะตกใจ  อาจจะมีอะไร ๆ เกิดขึ้นในตัวท่าน ...ผมหมายความว่า "พลังที่ซ่อมเร้นอยู่ในตัวท่าน" ออกมารุนแรงมากมายกว่าผมมากนัก ก็เป็นได้    ใครจะไปรู้ ?....แต่ก็สรุปว่า ....เราอยู่ เราจะอยู่ ด้วยกัน ....เมื่อเราตาย เราจะตายพร้อมกัน นะ อย่าลืมนะ ....จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน....ไม่มีวันจะพลากจากกัน..... เราชาว สามสมอ - จปร.

   ระวังนะ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เหมือน ปี พ.ศ.2475 ที่คณะราษฏร์ เป็นกบฏต่อ พระปกเกล้เจ้าอยู่หัว อีก

*************

สวัสดีครับ..... เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย...ครับ

วันนี้...ขณะนี้ วันที่ 15 เมษายน 2552 ....เวลาประมาณ 0300ได้ขึ้นไปนอน เพราะเมื่อคืนเขียน จดหมายเปิดผนึก ถึงคุณวีระ เกือบทั้งคืน ตั้งแต่ หัวคำ จน เกีอย 0300 จึงขึ้นไปนอน .... ก่อนนอน เปิด TV ดู....ตกใจนิด ๆ เพราะปรากฏว่า คนที่จะรับจดหมายของผม กำลังอยู่บนโรงพับ เข้ามอบตัวตามหมายจับกันหลายคน ....ทั้งสงสัย และ แปลกใจมาก ที่ที่แกนนำของคนเสื้อสีแดง ถูกออกหมายจับ....จึงเปิดดูข่าวต่าง ๆ ตามสถานีหลาย ๆ สถานี ...สรุปได้ความว่า ...มีคนบาดเจ็บหนี่งร้อยกว่าคน(195) เสียชีวิตสอง (2)....นอกจากนี้ก็มี ความรุนแรงเกิดขึ้นหลาย ๆ แห่งใน กทม. มีการเผ่ารถเมย์ เผายางรถยนต์ ...มีการยิงกันตายที่นางเลิ้ง...โดยกระสุนธรรมดา ๆ ไม่ใช่กระสุน M16 ....แน่นอนเมื่อไม่ใช่ กระสุน M16 ทหารก็ไม่ได้ยิง....ตนยิง เป็นคนขี่มอเตอรไซมายิง...ยิงแล้วก็ขับรถหลบหนีไป...จับตัวตนบิงไม่ได้....คนเสื้อแดง ยึด รถ ขสมก.มาหลายคัน เผา ปีดถนน หลายแห่ง ....มีการเอารถแกส ของสยามแกสมาจอดในที่ชุมชนเพื่อจุดระเบิด...มีการโจมตีมัสยิด.....ของคนอิสลาม.....มาถึงตรงนี้ ...ผม..."ผมบอกว่าไม่ใช่แล้ว".....แล้ว...ถ้าทำอย่างนี้มันเกินไป...ในความคิดของผม....จึงเกิความรู้สึกขัดแย้งกันขึ้นมาทันที และบอกว่า ต้องดูความน่าจะเป็น...ว่าเป็นไปได้หรื้อเปล่า ที่คนเสื้อแดงจะทำอย่างนั้น ......คนเสื้อแดงตั้งแต่ก่อตั้งมาไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงเลย ....มีแต่คนเสื้อเหลืองทั้งนั้น ที่ก่อแต่ความรุนแรงมาตลอด ....แต่เนื่องจาก ขบวนการยุติธรรมของเรา มันเป็นสองมาตราฐานตามที่เรียนไห้ทราบไปแล้ว คนเสื้อเหลืองจึงไม่ถูกจับ.....เมื่อคนเสื้อเหลือง ....ชอบความรุนแรง กักขละสามหาว หยาบคาย ตามที่ทราบกันอยู่แล้ว แต่คนเสื้อแดงไม่ชอบความรุนแรง.....ผมจึงอยากถามท่านผู้เกี่ยวข้องว่า "ทางรัฐบาลโจร ที่ชอบทำอะไร้ผิดกฏหมายมาตลอด และได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย รอมทั้งกลุ่ม คนเสื้อเหลียงด้วย เช่นนี้ แล้ว...มันเป็นไปได้หรือเปล่าว่า ...."ทางรัฐบาลนั่นละ เอาคนเสื้อเหลืองมา...แล้วถอดเสื้อเหลืองออก ใส่เสื้อแดงเข้าไปแทนที่ แล้วก็สร้างสถานะการไปทั่วทั้งกรุงเทพฯ เพื่อป้ายสีให้คนเสื้อแดง ....

เรื่องนี้ ดูแล้ว ผมเห็นว่า มีความเป็นไปได้มาก...ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ๆ คือ...."คนเสื้อสีน้ำเงินที่คนในคณะรัฐบาลโจรตั้งขึ้นก่อกวนที่พัทยา"....ในกรุงเทพนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่รัฐบาล หลังจาก ประชุมวางแผนกันแล้วจึงดำเนินการไปตามขั้นตอนของแผน...รายละเอียด แล้วค่อยคุยกัน...ว่ากันใหม่นะครับ

เดี๋ยวขอขึ้นไปนอนสักครู่ก่อน    เพราะขณะนี้ 0739 ไปแล้วยังไม่ได้นอนเลย เดียว หัวใจวาย...นะครับ...นะครับ ...ผักผ่อนแล้วจะลงมาว่ากันใหม่ให้เป็นไปตามเนื้อผ้า....โดยไม่เข้าข้างใครทั้งนั้....ไม่เห็นแก่หน้าใคร....เพื่อให้ทุกอย่างใช้เป็นข้อมูลในการที่จะใช้แก้...โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ.2550 ได้ด้วย.....นะครับ ๆ

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.