ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




มนุษย์ที่หน้ารังเกียจ article


 

ที่ทำการของสำนักงานนอกเมืองไทย                                                         29 กรกฎาคม  2543

เรื่อง  แนวทางการทำงานของบริษัทฯคู่แข่ง
เรียน  คุณยามวิกาล
อ้างถึง  จดหมายลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2543
สิ่งที่ส่งมาด้วย   ---

 ข้าพเจ้าได้รับจดหมายของท่านและทราบความเป็นไปที่เกิดขึ้นในประเทไทยในขณะนี้ไว้แล้วด้วยความขอบคุณที่ท่านได้ส่งข่าวอันสำคัญนี้มาให้เรา ซึงเรากำลังต้องการทราบข่าวนี้อยู่พอดีว่า สี่งที่เราลงทุนลงแรงไปมาก เป็นเวลานานนั้นได้ผลเป็นที่น่าพอใจ หรือไม่ จะต้องแก้ใข ปรับปรุง และเพิ่มเติมอะไรตรงใหนบ้าง
 ตามรายงานของท่านที่ให้มา ทราบแล้ว  นับว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างล่าช้าไปบ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราลงทุน ลงแรงไปแล้วด้วยเงินทุนมหาศาล ใช้เวลาค่อนข้างยาวนานในการที่จะเข้ายึดครองประเทศไทย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ-สังคม การคลัง-การธนาคาร การประกอบการทางธุระกิจ การเกษตร การเพราะปลูก พืชสวนและพืชไร่ ข้าราชการ ทั้งทหาร และ พลเรือน การก่อสร้าง การคมนาคม งานทางด้านอุสากรรมหนักทุกประเภท ฯลฯ สรุป เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ-สังคม และ การเมืองในประเทศไทย ที่เราต้องการจะเข้าไปควบคุม ยึดครอง เพื่อผลประโยชน์ของเราชาวต่างชาติ เราทำงานในรูปบริษัท บริษัทของเราเป็นบริษัทข้ามชาติ มีคนหลายชาติ หลายภาษา จึงไม่ได้เฉพาะเจาะจงลงไปว่าเป็น พฤติกรรมของชนชาติหนึ่ง ชาติใดโดยตรงคุณคงทราบแล้ว  ทุกคนมุ่งหวังอย่างเดียวกันหมดว่า จะต้องทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ถึงแม้ว่าบางครั้ง บางตอนจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จนทำให้งานของเราต้องชะงักงันไปบ้าง บางครั้งถึงกับต้องเบี่ยงแบนความสนใจไปในทางอื่นเสียบ้าง 
 ตามที่ท่านรายงานมา ทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งที่เราได้ลงทุน ลงแรงไปไม่น่าจะเสียเปล่า เพราะเมื่อกล่าวโดยรวม ๆ แล้ว ประเทศไทยกำลังเดินไปตามทางที่เราชาวต่างชาติวางไว้อย่างต่อเนื่องและคงจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกนาน  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงสิ่งที่เราคิดไว้ก็ไม่น่าจะผิด ว่าการที่เราจะส่งกองทัพเข้ายึดครองประเทศไทย ดังเช่นที่เราเคยทำกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาแล้วในต้นศตวรรตที่ 18 - 19 คือราวปี ค.ศ. 1826 ถึงปี ค.ศ.1939 โดยประมาณ ระยะนั้นเราต้องเสียทั้งกำลังทหาร และเงินเป็นจำนวนมากไม่คุ้มกับการที่เราได้จากการเก็บภาษีที่เป็นเบี้ยหัวแตก ด้วยเหตุนี้เราชาวต่างชาติจึงได้มีการประชุมลับร่วมกันถึงแผนการที่จะนำเนินการเพื่อเข้ายึดครองประเทศไทยให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คือ "ลงทุนน้อยที่สุด แต่ให้ได้กำไรมากที่สุด" วิธีการที่เราชาวต่างชาติคิดว่าน่าจะทำได้คือการ สร้างความไม่เป็นระเบียบ ความวุ่นวาน ความแตกแยก ความเสื่อมทางศิลธรรมและจรรยาบรรณ ละลายหรือทำลายวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่ดีทีมีมาแต่โบราณกาลของชนชาติไทยให้หมดไป สร้างความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ให้ทุกคน ๆ ทั้งข้าราชการทหารและพลเรือน ทั้งข้าราชการ การเมือง และ ข้าราชการประจำ  ทั้งพ่อค้าประชาชน ฯล ให้ฟุ้งเฟื้อทะเยอทะยาน ในวัตถุนิยม ในทุกทาง ทุกเรื่องราว ถึงแม้ว่าจะผิดกฎหมายก็ตาม ทำให้คนไทย หรือ สังคมไทยเห็นว่า "การช่อราชในวงราชการ การโกงกันไนหมุ่พ่อค้าประชาชนเป็นเรื่องปรกติวิสัย เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าผู้ที่โกงชาติจนร่ำรวยนั้น เป็นคนเก่ง เป็นคนฉลาด มีความสามารถ เป็นผู้ที่น่าเคารพนับถือ น่าเลื่อมไส ฯลฯ  พยายามส่งเสริม  " ให้พ่อสอนลูก ให้เห็นว่า การโกงกันในวงการธุระกิจ จะทำให้รวยเร็ว  ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดช่องว่างในวงการธุระกิจ ไม่มีประเทศชาติใหน คบหา ค้าขายด้วย ไม่มีใครมาลงทุนเพราะกลัวถูกโกง ทำให้เห็นว่า "การโกงหุ้นส่วนกันเอง" เป็นเรื่องดีเพื่อตัดการเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย เพราะกลัวถูกโกง แล้วหันกลับมาลงทุนในประเทศของเราแทน เราจะต้องช่วยกันทำให้เกิดช่องว่างในทางการเมือง การบริหาร การศาล และสังคนเพื่อเราชาวต่างชาติจะได้ลอดเข้าไปทำท่าจะช่วยเหลือ แต่กลับกอบโกยเอาผลประโยชน์กลับมา... ซึ่งทางรัฐบาลและประชาชนของประเทศทางแถบเอเชียนี้แทบทุกประเทศต้องชอบอยู่แล้วด้วยสัญชาติญาณของ  "ความเป็นทาส" ของเรา ชาวต่างชาติ ผู้มีอำนาจเงินที่เหนือกว่า
 งานทางด้านศาลสถิตย์ยุติธรรม เราก็มีจุดมุ่งหมายที่จะต้องทำให้เป็น "ศาลสถิตย์ไม่ยุติธรรม"ให้ได้ และจะต้องได้ด้วยเพราะเงินของเราถึง
 ความล่าช้าในแผนที่เกิดขึ้น ทุกแผนนั้นได้มีเรื่องเล่ากันต่อ ๆ มาว่าส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากประเทศไทยหันหรือเปลี่ยนเข็มและแนวความคิดไปเข้ากับแนวความคิดของบริษัทต่างชาติอื่นที่ไม่ใช่บริษัทของเรา ท่านเองก็ทราบดีว่า ในระหว่างสี่หรือห้าสิบปีที่ผ่านมา มันมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงมากในประเทศไทยระหว่างตะวันตก กับ ตะวันออก มีการโฆษณาชวนเชื่อ ใส่ร้ายป้ายสีกันระหว่างตะวันตกกับตะวันออก จนไม่รู้ว่าอะไรจริงหรืออะไรไม่จริง ไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ระยะนั้นมันยุ่งเหยิงวุนวายไปหมดมีคนไทยเป็นจำนวนมากไปเป็นขี้ข้ารับใช้ รับทำงานให้กับคนต่างชาติ ทั้งตะวันตกแและตะวันออก แล้วก็นำเรื่องราวและวิทีการของฝ่ายตรงข้ามมาเปิดเผย เล่าสู่กันฟังมากมาย....จนจำไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไรต่อมิอะไรม้าง มันมากมายเสียเหลือเกิน
 ต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าที่ได้รับฟังมา เรื่องหนึ่งในหลาย ๆ เรื่อง  ไม่รับประกันว่ามันจะจริงหรือเท็จ ถูกหรือผิด แต่คุณ(ยามวิกาล)ก็น่าจะรับทราบไว้ ก่อน เพื่อประกอบการทำงานของเรา เเละนี่ก็นับว่าเป็นสุดยอดของแผนข้อหนึ่งที่ว่าด้วยการ "ทำตัวเป็นมาเฟีย" เข้ารีดไถเงินภาษีอากรของประชาชนคนไทยมาให้กับคนของเรา เป็นการลดค่าใช้จ่ายของเราผู้เป็นนายได้ทางหนี่ง แต่ต้องไม่เปิดเผยเรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้ให้ประชาชนคนไทยทราบเป็นเด็ดขาด เพราะถ้าทราบแล้วคนของเราที่ทำเรื่องนี้อาจจะอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ก็ได้....ฟังนะครับคุณยามวิกาล .-

 เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อจะได้เข้ายึกครองประเทศไทย  ดังนั้นในราวปี ค.ศ. 1927 เป็นต้นมา เรา (นายของอีกบริษัทหนึ่ง และต่อไปนี้ถ้าพูดถึงนาย ก็จะหมายความว่า "นายของอีกบริษัทหนึ่งแต่เป็นคนต่างชาติเหมือนกับเรา ๆ ท่าน ๆ นี่ละ)จึงเริ่มมองหานักเรียนไทย ที่ทางรัฐบาลไทยคิดว่าหัวสมองดีที่สุดที่จะมาศึกษาหาความรู้กับเราชาวต่างชาติ แล้วนำกลับไปทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย ดังเช่น นักเรียนญี่ปุ่นที่มาเรียนกับเรา แล้วกลับไปสร้างชาติญี่ปุ่น จนญี่ปุ่นเกือบจะได้เป็นเจ้าโลกมาแล้ว หลังจากญี่ปุ่นสร้างชาติของเขาได้สำเร็จ ญี่ปุ่นทำสงความกับเรา เป็นสงครามครั้งแรกที่ คนเอเชียในยุคนั้น เปิดการรบกับเราแล้ว "เราสู้ไม่ได้" ต้องพ่ายแพ้ต่อกองทัพอาทิตย์อุทัย ในเวลาต่อมา.....การรบในครั้งนั้น มันช่างเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับเรา  เมื่อมาถึง เรื่องของเมืองไทย นักเรียนไทย... เราจึงต้องเปลี่ยนวิธีการให้ความรู้กับนักเรียนไทยใหม่ คือนอกจะไม่ไห้รักชาติแล้ว "เรายังสอนให้ทำลายชาติ" ของตนเองด้วย ๆ การ สร้างความไว้วางใจให้นักเรียนไทยเหล่านั้น ยอมรับ และเชื่อถือเรา เราทำได้ด้วยการให้รางวัลในการเรียนดี (การเรียนดี คือ การได้คะแนนสอบที่สูง ๆ กว่านักเรียนชาติอื่นในชั้นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การจะเพิ่มคะแนนให้นักเรียนไทยได้คะแนนสูงกว่านักเรียนชาติอื่น จึงไม่ใช่เรืองแปลก)  หรือให้ในรูปของความเสน่ห์หาเป็นการส่วนตัว แต่เงินของบริษัทเรา... จากนั้นเป็นต้นมา นักเรียนไทยที่ไปเรียนในประเทศของเราจึงยอมรับเรา เชื่อฟังเรา ทำตามที่เราสั่งสอนให้กลับไปทำลายความร่มเย็นเป็นสุขของคนในชาติตนเอง ... สี่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นคิด ทำลายล้างประเทศไทยของตนเอง ในแง่มุมต่าง ๆ เช่น
 ทางด้านความมั่นคง  สอนวิธีการให้กับนักเรียนทหารที่จะกลับไปเป็นใหญ่ในกองทัพให้รู้จักวิธีการที่จะทำให้เกิดความแตกแยกในกองทัพ ทำให้กองทัพอ่อนแอ ด้วยการอบรมภ์สั่งสอนให้นักเรียนทหารที่จะเติบโตขึ้นไปปกครองบังคับบันชากองทัพหมกมุ่นอยู่กับ "สุรา นารี ภาชี กิฬาบัตร"     ให้มีการแก่งแย้งชิงดีชิงเด่นกัน ดัวยการแข่งขัน ในทุกครั้งที่มีการเล่นกิฬา การฝึกหัดต่าง ๆ เพื่อให้โตขึ้น เป็นใหญ่ในกองทัพจะได้มีการ "วิ่งเต้นปัดเข็งปัดขากัน"  ความไม่สามัคคีกันก็จะเกิขึ้นในกองทัพ ฯลฯ  สอนให้รู้จักวิธีการทำให้เกิดการแตกความสามัคคีกัน เคียดแค้นกันในระหว่างกองทัพ กับกองทัพ ด้วยการเยาะเย้ยถากถางกันในผลของการแข่งขันต่าง ๆ ระหว่างกองทัพ ฯลฯ...ภายในกองทัพ ให้หาทางกำจัดคนดี ที่มีนันสมองดี โดดเด่นกว่าคนอื่น ออกไปจากกองทัพเสียตั้งแต่ต้น ๆ ด้วยการสร้างระบบ "การรับน้องใหม่" อย่างทารุนโหดร้าย จนเด็กบางคน บางกลุ่มทนไม่ได้ อยู่ไม่ได้ ที่ทนได้ก็จะเคียดแค้น โกรธแค้นรุ่นพี่ ผูกพยาบาทรุ่นพี่ จนเมื่อออกไปรับราชการในกองทัพ ก็จะเต็มไปด้วยความวุ่นวายด้วยการตามแก้แค้นกัน ฯล แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราต้องการ ที่ต้องการมากกว่านั้น คือต้องการให้นักเรียนสามัญเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ตีกัน ชกต่องกัน จนถึงขั้นฆ่าฟันกัน วุ่นวายไปทั้งเมือง  ซึ่งเราชาวต่างชาติจะชอบมาก  การที่จะทำให้คนดีหมดไปเพื่อไม่ให้คนพวกนี้เป็นประโยชน์กับกองทัพอาจทำได้ด้วยการไม่ให้เข้าพวกบ้าง แสดงความรังเกียจบ้าง จนคนพวกนี้อยู่ในกองทัพไม่ได้ ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่มาศึกษาวิชาการปกครอง กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การคลัง ฯลฯ เพื่อกลับไปเป็นฝ่ายการเมือง บริหาร-ปกครองประเทศ หรือ ที่เขาเรียกว่า "ข้าราชการ"   สำหรับคนพวกนี้เราก็จะสอนให้เขา "เห็นแก่ตัว มากกว่าการเห็นแก่ประเทศชาติ เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง" คนพวกนี้เมื่อกลับไปเมืองไทย ถ้าไปตั้งพรรคการเมือง ก็จะเป็นพรรคการเมืองที่จะถ่วงความเจริญของประเทศไทย คือ พรรคการเมืองของคนพวกนี้ ถ้าได้เป็นรัฐบาล ก็จะเป็นรัฐบาลที่อ่อนแอ จะต้องฟังคำสั่งจากเราผู้เป็นนายแต่อย่างเดียว เช่น เดียวกัน พรรคการเมืองกลุ่มนี้จะไม่ทำหน้าที่ของนักการเมืองที่ดี ที่จะช่วยรัฐบาลกลั่นกลองงาน ของรัฐบาล แนะนำรัฐบาลในการที่ดีเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดกับประเทศไทย ประชาชนคนไทย ผู้เสียภาษี ให้นักการเมืองมารับ "เงินอุดหนุนพรรค" ไปใช้จ่าย เพื่อทำงานให้ประชาชนคนไทยอยู่ดีกินดีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่เท่าที่เห็นมา นักการเมืองไทย ไม่เคยทำงานให้คุ้นกับเงินเดือนที่ประชาชนให้เลย บางก็ไม่ทำหน้าที่ ที่นักการเมืองควรจะทำ "เพราะกลัวแพ้" แล้วร่วมหัวกันไม่ทำ จนบ้านเมืองแทบจะพังพินาจหมด เพราะปล่อยให้ "กลุ่มมาเฟียระดับชาติเข้ารีดไถรัฐบาล"  บ้านเมืองแทบจะรุกเป็นไฟ อย่างนี้เรา "ผู้เป็นนายเหนือหัวท่าน" ชอบมาก... ขอให้ทำต่อไป และพยามหาทางขัดขวางนักกฎหมายที่ไม่ใช่พวกของเรา ออกกฎหมายมาป้องกันการกระทำที่จะเป็นประโยชน์กับเรา ตามที่กล่าวข้างบนเสียก็แล้วกัน หรือ และพยายามเตือนให้นักการเมืองที่เป็นฝ่ายเรา ออกกฎหมายที่เปิด ช่องว่างไว้สำหรับตัวเอง และ พรรคของเขา ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักการเมือง  การเขียนกฎหมายไว้สำหรับประหักประหารนักการเมืองไทย ข้าราชการไทย ประชาชนคนไทย ฯล ด้วยกันเอง เป็นเรื่องที่เราชาวต่างชาติต้องการ เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมไทย ยี่งวุ่นมากยิ่งดี ทะเลาะกันจนเป็นฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้ หรือจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองยิ่งดี  เพื่อการแทรกตัวของเราเข้าแสวงหาผลประโยชน์จากความแตกแยกนั้น ๆ เช่น การขายอาวุธให้ทั้งสองฝ่ายไป รบกัน ทำสงครามกลางเมืองยิ่งดี และถ้าเรามีโอกาส เราอาจจะต้องแบ่งประเทศไทยออกเป็น เหนือ และ ใต้ เช่นเดียวกับที่เราชาวต่างชาติเคยทำกับเกาหลี และ เวียตนามมาแล้ว..ยิ่งดี ให้จำไว้ว่า "ความอ่อนแอของรัฐบาล เพราะเกรงอิทธิพลภายนอก คือ โอกาศที่ดีของเรา" 
 ทางด้านวัฒนธรรม จาริดประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน จำเป็นต้องให้เด็กรุ่นใหม่ เห็นว่าเป็นของคล่ำคลึ ล้าสมัย การกราบไหว้ พ่อ-แม่ ครู อาจารย์ การเคารพนับถือผู้อาวุโสสูงกว่า เพื่อตัดสารการบังคับบัชชาให้อ่อนแอลง โดยให้เริ่มจากการสอนให้ ไม่นับถือพี่ โดยให้น้องเห็นว่าการที่น้องต้องเชื่อฟังพี่เป็นเรื่องของการบีบบังคับกันเกินไป  ขากความเป็นอิสสละ เป็นการบั่นทอดความเจริญของมันสมองของเยาว์ชน ... เราต้องการให้เด็กรุ่นใหม่ "ลืมเชื้อชาติ เผ่าพันธ์" ของตนเอง ไม่ต้องการให้เด็กไทยรู้ว่า "ตนเอง เป็นใคร ? มาจากใหน ?" วิธีการที่จะให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเราไนข้อนี้คือการให้ งด หรือ ยกเลิกการเรียนศิลปวัฒนธรรม-ประวัติศาสตร์ หรือ ถ้ามีความจำเป็นจะต้องให้เรียน ก็ให้เรียนแต่น้อย หรือ บิดเบือน  เสริม แต่ง ให้เป็นประวัติศาสตร์ที่เราต้องการ....นั่นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง อย่าให้คนที่อยู่ในประเทศไทย "แต่งกาย หรือ พูดภาษาไทย" เหมือนคนไทยในกรุงเทพฯ ...พยายาม และ ชี้ให้เห็นว่า พวกเขาเป็นคนละเผ่าพันธ์ เป็นคนละกลุ่มกับคนกรุงเทพ ... อย่าเอาตัวอย่างญี่ปุ่น ที่เขาพยายามให้คนญี่ปุ่นในต่างประเทศ ในต่างแดนรักและหวงแหนวัฒนธรรมประจำชาติของญี่ปุ่น โดยการไปเปิดโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น พูดภาษาญี่ปุ่น ประพฤติ ปฎิบัติตนทุกอย่างเมื่ออยู่ในเขตโรงเรียนให้เหมือนกับคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ในทุกประเทศในโลก
 เรื่องของญี่ปุ่น  มีเรืองที่ต้องหยุดยั้ง ไม่ให้ผู้มีอำนาจของไทยเอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกคือ
 1. การเขียนชื่อ ญี่ปุ่นจะเขียน "นามสกุล" ไว้ข้างหน้า และ ต่อท้ายด้วย "ตัวย่อของชื่อตัว"  เช่น ถ้าเห็นในนามบัตรของใครเขียนว่า  " Honda A."  นั่นหมายความว่า คน ๆ นั้น นามสกุลว่า "Honda" ชื่อ "A" อาจจะหมายความหรือเป็นชื่อเต็ม ๆ ว่า "Accord" ก็ได้ แต่เวลาเรียกขานกันเขาจะเรียกว่า "นายฮอนด้า" เหตุผลที่ "นาย" ต้องห้ามเรื่องนี้เพราะถ้าขึนปล่อยให้มีการแก้กฎหมายการเขียนชื่อตามญี่ปุ่น นายเห็นว่า ต่อไปจะไม่มีคนทำชั่ว เมื่อไม่มีคนทำชั่ว เมืองไทยก็จะไม่วุ่นวาย ในวงการต่าง ๆ จะไม่เกิดช่องว่าง เราคนต่างชาติก็จะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ไม่ได้ เพราะ เกรงจะเสียหายกับวงสกุลของตนเองนั้นหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งญาติพี่น้องที่ใช้สกุล "Honda" ก็จะช่วยห้ามปรามไม่ให้นายฮอนด้าทำชั่วเพราะเขาจะเสียด้วย.
 2. พระจักรพรรดิญี่ปุ่น ทรงเป็นจอมทัพญี่ปุ่น  พระองค์มีอำนาจเต็มในการประกาศสงครามแต่พระองค์เดียว ซึ่งก็เหมือนกับรัฐธรรมนูญของประเทศต่าง ๆ ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่น ๆ หลาย ๆ ประเทศคือ กองทัพญี่ปุ่นจะไม่เคลื่อนย้ายออกจากที่ตั้งเพื่อ"การสู้รบ" ถ้าไม่ได้รับพระบรมราชโองการจากพระจักรพรรดิ ถึงแม้ว่าจะเป็นความเห็นชอบของฝ่ายเสนาธิการ และเป็นคำสั่งของประธานเสนาธิการทหาร ก็ตาม ... นั่นหมายความว่า      
 " พระจักรพรรดิแต่พระองค์เดียวเท่านั้นที่จะสั่งเคลื่อนกำลังออกนอกกรมกองได้ ถึงแม้ว่าการเคลื่อนกำลังนั้นจะเกิดจากความเห็นชอบของฝ่ายเสนาธิการแล้วก็ตาม จะต้องได้รับพระบรมราชานุญาติจากสมเด็จพระจักรพรรดิก่อนเสมอ "
 ที่ "นาย" ต้องกำชับเรื่องนี้เพราะ ถ้าขืนปล่อยให้มีข้อความดังกล่าวข้างบนอยู่ในกฎหมาย หรือ รัฐธรรมนูญของไทยต่อไปในอนาคตเสียแล้ว การ "กบฎ"  การ "ปฎิวัติ"  การ"ปฎิรูป"  จะทำได้ยากขึ้น หรืออาจทำไม่ได้เลย โดยฉะเพาะอย่างยิ่งการ เคลื่อนกำลังทหารออกมานอกกรมกองเพื่อทำการ "รบกับประชาชน" หรือคนของประชาชน "ทำร้ายคนของประชาชน " ที่เลือกตั้งขึ้นมาด้วยเงินภาษี-อากรณ์ของประชาชนเป็นจำนวนมาก ในทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง  ถ้าเป็นเช่นนี้เสียแล้ว การกบฎต่อแผ่นดินเกิดก็จะไม่มี  ในเมื่อไม่เกิดการกบฎ การปฎิวัติ ปฎิรูป เพื่อประโยชน์ของกลุ่มอยู่เบื้องหลังเสียแล้ว ประเทศไทยก็จะไม่ถอยหลังเข้าคลอง ประชาธิปไตยในประเทศไทย ก็จะเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วขึ้น  ซึ่ง เรา "ผู้เป็นนาย" ไม่ต้องการ

   ที่ท่านรายงานไปว่า กฎหมายไทยนั้นมีความซ้ำซ้อนกันมาก จนขาดผู้รับผิดชอบโดยตรงในระดับสูงนั้นมันก็ตรงกับเรื่องราวที่เขาเล่ามา  ... .แต่ "เราชอบ" เพราะช่องว่างตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับคนของเราที่ที่อยู่ในวงราชการ...ที่เราซื้อตัวไว้เป็นข้ารับใช้เราให้เขาเหล่านั้นได้มีรายได้หรือผลประโยชน์จากตรงนี้บ้าง... ช่องว่างตรงนี้ เรายังจะเก็บไว้เพื่อ การขับไล่ หรือ กำจัดรัฐบาลไทยที่ดี ที่มีความเข็มแข็ง มีความรู้ความสามารถในการบริหารประเทศ จนประเทศไทยร่ำรวย มั่งมีศริสุข ประเทศไทยไม่มีหนี้สิน อีรุงตุงนังกับต่างประเทศ ...การที่ประเทศไทยไม่มีหนี้สินรุงรังกับเราชาวต่างชาติ..จะทำให้เราไม่อาจจะเข้าไปสร้างเงื่อนใขเพื่อเรียกร้องหาประโยชน์กับประเทศไทยได้ ถ้าเรียกร้องหาผลประโยชน์ไม่ได้ สิ่งที่เราลงทุนลงแรงไปตั้งแต่ต้นก็ถือว่าใช้ไม่ได้       คุณยามวิกาล...เราทราบดีว่า ... คนดี..ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่รัฐมนตรี หรือ นายกรัฐมนตรี....เมื่อเข้าไปบริหารประเทศ ต่อไปในอนาคตนั้นจะต้องเข้ามาปราบปราม การช่อราชในวงราชการ... คนที่ถูกปราบพร้อมทั้งครอบครัวก็จะต้องไม่พอใจ... การปฎิบัติงานของราชการที่ไม่เกิดประสิทธิภาพตามที่ท่านว่านั้นจะต้องถูกแก้ใข คนที่ถูกตำหนิ ถูกเร่งให้ปฎิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งครอบครัวก็จะต้องไม่พอใจ.....เช่นเดียวกัน พ่อค้าแม่ค้าที่ถูกจัดระเบียบใหม่ก็ต้องไม่พอใจ ..... นักธุระกิจอุตสาหกรรมที่ถูกติดตามเรื่องการเก็บภาษีเข้ารัฐ พร้อมทั้งครอบครัวก็ต้องไม่พอใจ .... ผู้ค้ายาเสพติดต้องถูกปราบปรามแน่นอน คนเหล่านี้พร้อมทั้งครอบครัวก็ต้องไม่พอใจ ....ผู้ที่จะเสียผลประโชชน์จากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่ดี เช่น "ระบบขนส่งมวลทั่วทั้งประเทศ" ของรัฐบาลก็ต้องไม่พอใจเพราะ "ขายของ" ไม่ออก คนพวกนี้พร้อมทั้งครอบครัวก็ต้องไม่พอใจ...คนบางกลุ่มงามไม่ทำ  แต่มีเงินที่สะสมไว้ด้วยวิธีการที่ต่างกันกล่าวคือถูกกฎหมายบ้าง ไม่ถูกกฎหมายบ้าง เมื่อครั้งยังหาได้ คนพวกนี้มีเงินมากไม่ลงทุอย่างอื่น แต่จะเอาไปซี้อเงินตราต่างประเทศไว้ เช่น เงิน "USD"  โดยคาดว่าเมื่อเงินไทยอ่อนลงจะได้นำเงิน USD ที่ซื้อไว้ออกมาขายได้กำไรโดยไม่ต้องลงทุนลงแรง ในเมื่อเงินไทยแข็งขึ้น เพราะรัฐบาลมีความรู้ความสามารถ หาเงินเข้าประเทศได้มากเข้ามามากเพราะการขายของหรือขายสินค้าไทย และนำเงินเข้าประเทศไทย ผู้ที่กักตุนเงินต่างประเทศเอาไว้เพื่อขายเอากำไร แต่เมื่อขายแล้วขาดทุน คนพวกนี้พร้อมทั้งครอบครัวก็ไม่พอใจ....ผู้มีอิทธิพลกลุ่มใหญ่ ๆ  ที่ขายหวยใต้ดินมอมเมาประชาชน กอบโกยกำไรเอามาแบ่งกัน เป็นประโยชน์กับตนเแองและพรรคฯ ก็ไม่พอใจ เมื่อรัฐบาลที่ดีที่ซื่อสัตย์ต่อประชาชนเข้ามาบริหารประเทศ ก็ต้องจัดระบบใหม่เพื่อ "เอากำไรคืนประชาชน" คนพวกนี้ ซึ่งมีทุกระดับ ในหลาย ๆ วงการ พร้อมทั้งครอบครัว ก็ไม่พอใจ.....ฯลฯ ถึงแม้ว่าคนพวกนี้ที่กล่าวข้างบนเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วจะมีไม่กี่เปอร์เซ้นต์เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรทั้งชาติ จะเห็นตามตัวเลขว่า น้อย ไม่น่าจะมีเสียงดังไปทั้วประเทศไทยพอที่จะขับไล่รัฐบาลที่ดีได้ .... แต่นั่นละ คุณยามวิกาล ...ถ้าเราใช้สื่อที่เราซื้อไว้ช่วยประโคมข่าว ใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลด้วยวิธีการต่าง ๆ  น่าจะได้ผล ที่ "นาย" บอกว่าน่าจะได้ผลนั้น เพราะเราจะให้หัวหน้าสื่อที่เราวื้อไว้ ออก รายการ ปลุกประชาชนเพื่อ ชักชวน เชื้อเชิญ ประชาชนที่โง่เขลาให้เชื่อฟังเรา ชนรัฐบาลบ้าง ด่ารัฐบาลบ้าง ต้น ๆ รายการเราแนะนำให้ชมรับบาลให้มากไว้ เพื่อเรียกร้องประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลแต่ "โง่" ให้มาเป็นแนวร่วม.. เชื่อฟัง และสนับสนุนเรา ก่อน .... การดำเนินการออกรายการเมื่อนานเข้า นานเข้า ให้ "ด่า" รัฐบาลให้หนักขึ้น แล้ว ทำให้วุ่นวายในต้นฤดกาล แล้วให้ทำตัวลักษณะเดียวกันกับที่พวก "มาเฟีย" ทำ คือเข้าไปรีด ไถ รัฐบาล คล้าย ๆ การ "เรียกค่าคุ้มครอง" ให้ทำในขณะที่กำลังจะจัดตั้งงบประมาณแผ่นดิน ทำให้วุ่นวายจนรับบาลไม่อาจจะจัดตั้งงบประมาได้ ถ้าไปรีด-ไถรัฐบาล แล้วรัฐบาลไม่ยอมให้ค่าคุ้มครองตามที่เราต้องการ ให้คนของเราที่ซื้อไว้ทำ เช่นเดียวกับที่เราเรียกว่า "ยุยงส่งเสริมให้ก่อกบฎต่อแผ่นดิน" ถ้ารัฐบาลจะเข้าปราบปราม ให้สื่อที่เราซื้อไว้อ้าง "เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น" เท่านี้รัฐบาลก็จะต้องไป เพราะ "งบประมาณ" ออกไม่ได้.....เราผู้เป็นนายคิดว่า "ทำได้" เพราะยังมี"พลังเงียบ"ที่แฝงตัวอยู่ มีอยู่อีกมากที่พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือเรา ตามนิสัยประจำชาติไทยที่นอกจากจะไม่มี ความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่รักเกียรติยศชื่อเสียง ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนของตัวเองและวงค์สกุลแล้ว ยังเต็มไปด้วย  "ความอิจฉาริสยาคนชาติเดียวกัน" ด้วย....ซึ่งตรงนี้ นายชอบ และกำลังจะใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์แก่เราชาวต่างชาติ ซึ่งน่าจะทำได้เพราะรัฐบาลไทยที่ฝ่านมาส่วนมาก "วิสัยทัษณ์แคบ และ สั้น" จึงมองไม่ออกตรงจุดนี้ เมื่อมองไม่ออก ก็ไม่รู้ว่าจะออกเป็นกฎหมายมา ป้องกันการ "การก่อกบฎต่อแผ่นดิน" ตรงจุดนี้ได้อย่างไร?  ขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ ตามที่กล่าว...นายคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหากับเรา ... คุณยามวิกาลไม่ต้องเป็นห่วง....ขอบคุณมากที่เตือนมา... แต่จะอย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาเราจะได้ร่วมกันหลาย ๆ ฝ่ายเพื่อก่อกวน เพื่อขับไร่รัฐบาลที่มีความรู้ความสามารถ ของไทย ตามที่ท่านว่า ให้ออกไปให้พ้นเส้นทางของเรา.
 เราชาวต่างชาติรู้อยู่แล้วว่า คนไทยนั้นมีนิสัยที่เป็น "ไทย ไทย" อยู่อีกอย่างหนึ่งคือ ถ้า "นายว่า" ละก็ "ขี้ข้า" จะต้องพลอยทันที  เป็นเช่นนี้เสมอ นิสัยนี้ แก้ไม่ได้ รักษาก็ไม่หาย เช่นเดียวกับนักการเมืองไทยนั้นขาดความเป็นผู้มีน้ำใจเป็นนักกิฬา "แพ้ ไม่รู้จักแพ้" จะเอาแต่ชนะ คือ จะเป็นรัฐบาลอย่างเดียว มันเป็นเช่นนี้มานามแล้ว บางครั้งถึงขั้น ไม่ทำหน้าที่ ที่ดีของตนทางพฤตินัย เช่นเป็นนักการเมืองก็ต้องทำหน้าที่นักการเมืองที่ดี ในทางพฤตินัย ถึงแม้ว่าการกระทำนั้นจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม เช่น เมื่อเราเป็นนักกิฬา จะลงแข่งขันกับคู่ต่อสู้ แต่พอเห็นว่าคู่ต่อสู้เก่งกว่า ก็ไม่ลงแข่งเสียอย่างนั้นละ เช่นนี้มันก็ใช้ไม่ได้ เพราะทำให้เสียหาย ผู้เสียหาย คือประชาชน เพราะซื้อตั๋ว เสียเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้ดูการแข่งขันเช่นนี้ คนที่เลว หรือทีมที่เลวไม่ใช่ ทีมที่จะแข่งแล้วไม่ได้แข่ง แต่เป็นทีมที่ไม่ยอมลงแข่งต่างหาก ที่เลว ทีนี้ก็อยู่ที่สื่อว่าใครจะดังกว่ากัน ... สื่อนั้นสำคัญมากในกรณีอย่างนี้ ถ้าสื่อขาดความเป็นธรรมเสียแล้ว แล้วพยายามสร้างเรื่อง แต่งเรื่อง เหมือนแต่นิยายน้ำเน่าให้ประชาชนหลงเชื่ออีกเป็นการซ้ำสองให้ประชาชนที่เสียหายเดินไปในทิศทางที่ผิด ๆ เช่นนี้จะพูดว่า "สื่อเป็นกระบอกเสียงของประชาชนได้อย่างไร ? " .... เมื่อมันเป็นเช่นนี้ เราผู้เป็น "นาย" ก็จะใช้สื่อมวลชนที่เราชื้อไว้ .... ให้โจมตีรัฐบาลที่เราไม่ต้องการเหล่านั้น ว่าโกงกิน หรือช่อราช เงินแผ่นดิน ต่าง ๆ นา ๆ โดยใช้ผู้ที่ไม่ชอบรัฐบาลดังกล่าวข้างบนเป็นแนวร่วม ให้ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง คือ เมืองไทยของคนไทยเอง ...รัฐบาลนั้น ๆ อยู่ไม่ได้ เพราะช่องว่างของกฎหมาย....ถ้าเป็นได้ตามที่เราผู้เป็นนายคิด เมืองไทยไทยจะต้องตกเป็น "ทาส" ของเราตลอดกาล.... แต่ถ้าเมื่อไรคนไทยฉลาดขึ้นเข้าใจอะไร ต่อมิอะไรมากขึ้น จะรู้ว่า ผู้ที่ทำร้ายโกงและทำลายชาติไทยตัวจริงคือ.."หัวหน้า ม๊อบ" ที่ยุยงส่งเสริมให้คนไทยแตกแยกความสามัคคีกัน จนทำให้ประเทศชาติไทยเสียหายอย่างมหาศาล ... ถ้าเรื่องนี้เกิดมีขึ้นจริงในอนาคต เราผู้เป็นนายเหนือหัวท่าน ต้องขอขอบใจ "หัวหน้าม๊อบ นักการเมือง สื่อมวลชนฯล"  ที่ให้การสนับสนุนการดึงให้ประเทศไทย ถอยหลังกลับไปสิบปี และกว่าจะเดินกลับเข้าที่เดิมอีกสิบปี รวมเป็นยี่สิบปี ไว้ร่วงหน้า ณ ที่นี้ด้วย.
 ที่ต้องเล่าเรื่องนี้ให้คุณยามวิกาลฟัง เพราะต้องการให้คุณยามวิกาลหาทางกีจกันอย่าให้ทางรัฐสภาไทยเขียนกฎหมายเพื่อรักษามารยาทของสื่อมวลชนจนเป็นอุปสรรค์ขัดขวางการทำงานของเรา ขณะนี้เราค่อย ๆ เข้าไปซื้อหุ่นของบริษัทสื่อมวลชนในตลาด สื่อไม่พูด ไม่กระโตกกระตาก ไม่โวยวาย "เงียบเหมือนเป่าสาก" เราจึงรู้ว่าสื่อให้การสนับสนุนเรา แต่ประชาชนไม่ทราบ แสดงให้เห้นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังโง่อยู่...ดีมาก..เราชอบ และเราก็ชอบมากเมื่อมีคนไทยที่ร่ำรวยมีเงินมีทองมากถึงขั้นติดอันดับโลกเขาต้องการช่วยเหลือคนไทย เปิดการค้า ทำสงครามเศรษฐกิจ ต่อต้านเรา ซึ่งเป็นนายเหนือหัวท่าน เราผู้เป็นายชอบมาก เพราะท่านสีความสำนึกในบุญคูณของข้าวแดงแกงร้อนที่เราเลี้ยงท่านมา ท่านช่างเหมือกับหมาไทยพันธ์ "บางแก้ว" ที่มีความจงรักษ์ภักดีกับเจ้าของ ไม่ทราบว่ามีสายพันธ์เดียวกันหรือเปล่านะครับ...คุณยามวิกาล.......  เราผู้เป็นนายของท่าน..ทราบหากท่านเศรษฐีผู้นั้นนำเงินเข้ามาซื้อหุ้นของสื่อในตลาดบ้าง...ท่านผู้มีเชื้ยสายเผ่าพันธ์จาก..บางแก้ว...จะต้องช่สยเรากีจกันไว้ และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ  ที่ท่านบรรดา "สื่อ" ทั้งหลาย ต่างก็ร่วมก็รวมหัวกันออกข่าวว่า..ท่านฯ จะ "เข้ามาคุมสื่อ" เราชอบ เราขอขอบใจที่ท่านรักเราซึ่งเป็นคนต่างชาติ มากกว่ารักคนไทยที่มี เชื้อชาติ และสัญชาติเดียวกับท่าน... ท่านทำดี...ท่านทำถูกในสายตาของเรา เพื่อผลประโยชน์ชองเรา.... เราชาวต่างชาติขอบใจท่าน...เราขอสัญญากับท่านว่า เมื่อไรที่เราได้เข้าปกครองประเทศไทยโดยสมบูลย์แล้ว เราจะตอบแทนท่านให้สาสม ที่เดียว จำใว้นะ...อ.ช.ช...(ตือ ..อ้ายชาติชั้ว..ใช่หรือเปล่า นะ ? )

 สำหรับวันนี้ขอยุติเท่านี้ก่อน แล้วจะเขียนมาใหม่
 จาก
  นาย

 

 

 

 


 




อดิตถึงปัจจุบัน

ชอบสุรยุทร จุลานนท์
เห็นมาอย่างไร เขียนไปอย่างนั้น article
ความจริงก็ต้องเป็นความจริง 1
ความจริงก็ต้องเป็นความจริง 2
ความจริงก็ต้องเป็นความจริง 3



Copyright © 2010 All Rights Reserved.