ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
bulletกระดาน คำถาม-คำตอบ
bulletAdisai's Facebook
dot
Twitter To:-
dot
bulletกัปตันอดิศัย พะลายานนท์
bulletบารัค โอบาม่า
bulletทักษิณ ชินวัตร
bulletอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
bulletจาตุรนต์ ฉายแสง
bulletกรณ์ จาติกวนิช
bulletสุระนันท์ เวชชาชีวะ
bulletสาทิตย์ วงค์หนองเตย
bulletจุรินทร์ ลักษณวิสิทธิ์
bulletกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
bulletคุณปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
dot
ข่าวประจำวัน
dot
bulletกระแสหุ้น
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletไทยโพสต์
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletThe Nation
bulletBangkok Post
bulletกรุงเทพธุระกิจ
bulletข่าวไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bullet Thai Red News
bulletVoice Of Taksin
dot
โทรทัศน์
dot
bulletสถานีโทรทัศน์ ITV
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 9
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 5
bulletสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
bulletSub Menu 3
bulletSub Menu 4
dot
LES & INMARSAT INFO
dot
bulletNERA Satcom
bulletSTCW
bulletGMDSS 2
bulletGMDSS
bulletเพลงสุนทราภรณ์
dot
หน่วยงานราชการกองทัพเรือ
dot
bulletกองทัพเรือ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletเพลงราชนาวี - ไทยสากลเก่า ๆ.. ฯลฯ
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0001-0296
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0297-0580
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0581-0862
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 0863-1162
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1163-1464
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1465-1766
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 1767-2062
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2063-2352
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2353-2639
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2640-2931
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 2932-3225
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3226-3522
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3523-3824
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 3825-4125
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4126-4426
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4427-4732
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 4733-5030
bulletรายชื่อนักเรียนนายเรือ เลขประจำตัว 5031-5334
dot
บทความใน Website ; Adisai.com
dot
bulletความจริงก็คือความจริง 1
bulletความจริงก็คือความจริง 2
bulletความจริงก็คือความจริง 3
bulletตอนที่ 1 ความจริงวันนี้
bulletตอนที่ 2 เอกราชของชาติ
bulletตอนที่ 3 มโนธรรม
bulletตอนที่ 4 ระบอบประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 5 ที่มาของประชาธิปไตย
bulletตอนที่ 6 อารยธรรมและวัฒนธรรม
bulletตอนที่ 7 การก่อกบฏในอังกฤษ
bulletตอนที่ 8 กฏหมายโมเสส
bulletตอนที่ 9 ราชวงค์บูร์บองของฝรั่งเศส
bulletตอนที่ 11 กฏหมายต่างตอบแทน
bulletตอนที่ 10 ดูตรงนี้เป็นตัวอย่าง
bulletตอนที่ 12 เก่งกับ เก่ง
bulletตอนที่ 13 โจราธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550
bulletตอนที่ 14 เรื่องที่เราไม่รู้
bulletตอนที่ 15 หาไม่ได้อีกแล้ว
bulletตอนที่ 16 แม่กับลูก
bulletตอนที่ 17 คนดีก็คือคนดี
bulletตอนที่ 18 รัฐสภาน่าคิด
bulletตอนที่ 19 เพื่อชาติ และ ราชนาวี
bulletตอนที่ 20 คนดีที่ต้องเสียเปลียบคนชั่ว
bulletตอนที่ 21 เมื่อต้องตายเพราะทำดี
bulletตอนที่ 22 เหตุที่ต้องเดินทางไปในทะเล
bulletตอนที่ 23 ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร ?
bulletตอนที่ 24 ผิดเป็นครู
bulletตอนที่ 25 แม่สอนลูกให้ฆ่าพ่อ
bulletตอนที่ 26 กบฏ 2475
bulletตอนที่ 27 ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
bulletตอนที่ 28 ไม่เหี้ยมไม่ได้เป็นฮ่องเต้
bulletตอนที่ 29 กบเลือกนาย
bulletPage1 จดหมาย พล.ต.มนูญกฤต
bulletมังกรดำ
bulletความจริงก็คือความจริง 1-1
bulletความจริงก็คือความจริง 2-1
bulletความจริงก็คือความจริง3-1
bulletความจริงก็คือความจริง 4
bulletชอบสุรยุทธ จุทานนท์
bulletเรื่องที่เพื่อนอยากรู้
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletเรื่องเก่ามาเล่าใหม่
bulletจากเพื่อนถึงเพื่อน
bulletPage1 3-2
bulletPage1 5-2
bulletPage1 6-2
bulletยกย่องนายพลในกองทัพบก
bulletสดุดี "กองทัพเรือ"
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ
bulletยกเลิกผบ.เหล่าทัพ ตอน 2
bulletยกเลิกกฏหมายความมั่นคง
bulletสุภาพบุรุษ "กองทัพเรือ"
bulletพล.ร.อ.สงัด และ พล.อ. กฤต
bulletมันชั่ว หรือ ขายชาติ กันแน่ ?
bulletการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletผังประกอบการหาพื้นที่บ้านคุณอ๋อง
bulletโจรครองเมือง 1
bulletโจรครองเมือง 2
bulletโจรครองเมือง 3
bulletโจรครองเมือง 4
bulletโจรครองเมือง 5
bulletหน้าแรก ย้ายมาเมื่อ 5/07/54
bulletตอนที่ 1 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 2 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 3 หวามหวังใหม่
bulletตอนที่ 4 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 5 ความหวังใหม่
bulletตอนที่ 6 ความหวังใหม่




แด่ รร.นร. article

ประวัติและความเป็นมาของโรงเรียนนายเรือ 

การจัดการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ

 

การจัดการศึกษาของโรงเรียนนายเรือได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมๆ กับพัฒนาการทางการศึกษาของชาติ ที่มีขึ้น  (ปฏิรูปการศึกษาปี พ.. ๒๔๔๑) ในเวลานั้นมีผู้รู้หนังสือจำนวนน้อยและอยู่ในแวดวงที่จำกัด โรงเรียนนายเรือเริ่มต้นรับนักเรียนที่พอจะเรียนรู้ได้ มาสอนอ่านเขียนตั้งแต่ ก ข ก กา จนสำเร็จเป็นนายทหารที่มีความรู้ความสามารถในการเดินเรือเข้าทดแทนนายทหารชาวยุโรปได้ จนกระทั่งพัฒนามารับนักเรียนที่มีความรู้ระดับมัธยมศึกษา และจัดการหลักสูตรการศึกษาได้ถึงระดับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่ยังคงคุณลักษณะวิชาชีพทหารเรือไว้ได้ดังเช่นในปัจจุบัน

 

การจัดการศึกษาของโรงเรียนนายเรือนั้นมีรากฐานขึ้นมา หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตราพระราชบัญญัติจัดการกรมยุทธนาธิการขึ้นในวันที่ ๘ เมษายน พ.. ๒๔๓๓ / .. ๑๐๙ จัดตั้ง “กระทรวงยุทธนาธิการ” กำหนดให้มีหน่วยขึ้นตรงของกรมทหารเรือ ๕ หน่วย คือ โรงเรียนสอนวิชาทหารเรือ โรงพยาบาลทหารเรือ กรมคุกทหารเรือ กรมอู่เรือ และกรมคลังพัสดุทหารเรือ

กรมทหารเรือได้จัดตั้งโรงเรียน (ไม่ปรากฏชัดเจนว่าตั้งขึ้นเมื่อใดและใช้ชื่อว่าอะไร) สอนวิชาทหารเรือขึ้น เพื่อฝึกหัดศึกษาและให้ความรู้แก่บุคคลที่เข้ามาเป็นทหารเรือในเบื้องต้น โดยมีแผนกทหารราบ มีหน้าที่ฝึกหัดวิชาทหารราบทั้งท่ามือเปล่า ท่าอาวุธ และวิชาการเรือเบื้องต้นให้ก่อน แล้วจึงส่งทหารส่วนหนึ่งไปประจำในเรือหลวงขนาดใหญ่ ทางเรือหลวงขนาดใหญ่ก็ฝึกหัดศึกษาเพิ่มเติมความรู้ให้กับพวกทหารเหล่านี้อีก วิชาที่สอนได้แก่ วิชาเชือกรอก เรือโบต เชือกเสาเพลาใบ และการปืน เป็นต้น  

เอกสารงานวิจัยของมะลิวัลย์ คงเจริญ กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ว่า มีโรงเรียนตั้งอยู่บริเวณอู่หลวงใต้วัดระฆัง ตรงข้ามท่าราชวรดิษฐ์ สำหรับอบรมนายทหารชั้นประทวนทั้งฝ่ายช่างกลและฝ่ายปากเรือ และต่อมา พ.. ๒๔๓๔ / .. ๑๑๐ ก็ตั้งโรงเรียนนายสิบขึ้นสำหรับทหารฝ่ายมะริน

 

อีก ๔ ปี คือ ในพ.. ๒๔๓๘ / .. ๑๑๔ พบว่ามีการขออัตราโรงเรียนนายเรือและโรงเรียนนายร้อยทหารเรือเป็นครั้งแรก ซึ่งมีบันทึกชี้แจงไว้ข้างอัตรานี้ว่า ‘เป็นแต่ขอไว้ก่อน ถ้าเรียกมาแล้วจะยื่นชื่อมาในฎีกาต่อภายหลัง’อันแสดงให้เห็นว่ามีความประสงค์จัดตั้งโรงเรียนนายเรือขึ้นแล้ว

 

.. ๒๔๔๐ / .. ๑๑๖ มีการตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารเรือขึ้นอีกโรงเรียนหนึ่ง โดยทั้งโรงเรียนนายสิบและโรงเรียนนายร้อยทหารเรือ มี พันตรี โอ บุช (Major O. Busch) เป็นผู้บังคับบัญชาโรงเรียนทั้งสองนี้ และมีร้อยเอก ลังเก (Captain Lange) เป็นผู้ช่วย ทั้งสองท่านนี้เป็นนายทหารพรรคนาวิกโยธินซึ่งในสมัยนั้นเรียกยศเช่นเดียวกับทหารบก การฝึกหัดสั่งสอนก็มุ่งถึงการรบบนบกเป็นสำคัญ

 

ในปีต่อมา พ.. ๒๔๔๑ / .. ๑๑๗ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ มีหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รายงานความขัดข้องและวิธีการเล่าเรียนโรงเรียนนายสิบ โรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายช่างกล แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการศึกษาของผู้เข้ามาเป็นทหารเรือ คือ เริ่มตั้งแต่ให้ความรู้ทหารชั้นประทวนแล้วเพิ่มขึ้นเป็นนายสิบ และนายร้อยตามลำดับ ส่วนผู้ที่จะเข้าเรียนโรงเรียนนายเรือได้ต้องรู้ ‘หนังสืออังกฤษ’เสียก่อน แสดงให้เห็นว่าการจัดหลักสูตรของโรงเรียนนายเรือนั้นจำเป็นต้องผสมผสานองค์ความรู้ของชาวตะวันตกมาตั้งแต่เริ่มต้น

 

จากการศึกษาภาพรวมทั้งหมดจะเห็นว่า ตั้งแต่โรงเรียนนายเรือเริ่มเปิดทำการสอนเป็นครั้งแรก ( .. ๒๔๔๒ / .. ๑๑๘ เอกสารบางชิ้นระบุเป็นพ.. ๒๔๔๑ / .. ๑๑๗ ) จนกระทั่งถึงปัจจุบันนั้น การจัดหลักสูตรการศึกษามีพัฒนาการ เปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของกองทัพ ซึ่งสอดคล้องกับลำดับการพัฒนาเทคโนโลยีทางเรือ อาทิ การเปลี่ยนผ่านจากยุคเรือใบมาเป็นยุคเรือกลไฟในช่วงเริ่มตั้งโรงเรียน การเปลี่ยนแปลงด้านกลจักรจากเครื่องไอน้ำมาเป็นเครื่องยนต์ดีเซล หรือเครื่องยนต์กังหันก๊าซการเปลี่ยนแปลงด้านการอาวุธจากปืนใหญ่บรรจุท้ายมาเป็นจรวดและขีปนาวุธ รวมถึงเทคโนโลยีการเดินเรือด้วยการวัดแดดวัดดาวมาเป็นการหาที่เรือด้วยระบบ GPS (Global Positioning System : ระบบหาตำบลที่ด้วยดาวเทียม)

 

ลักษณะของการจัดการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ สามารถแบ่งได้ตามช่วงเวลา ดังนี้

. การจัดการศึกษาเมื่อเริ่มมีโรงเรียนนายเรือ

(.. ๒๔๔๒ / .. ๑๑๘  - .. ๒๔๔๘ / .. ๑๒๔)

. การจัดการศึกษาโดยนายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ ในช่วงโรงเรียนนายเรือ พระราชวังเดิม  (..๒๔๔๘ - .. ๒๔๘๗)

. การจัดการศึกษาในช่วงโรงเรียนนายเรือ สัตหีบ และ เกร็ดแก้ว (..๒๔๘๗ - ๒๔๙๕)

. การจัดการศึกษาในช่วงโรงเรียนนายเรือ ปากน้ำ (..๒๔๙๕ - ปัจจุบัน)

 

การจัดการศึกษาเมื่อเริ่มมีโรงเรียนนายเรือ

(.. ๒๔๔๒ / .. ๑๑๘  - .. ๒๔๔๘ / .. ๑๒๔)

 

.. ๒๔๔๒ / .. ๑๑๘ หลักสูตรการศึกษาเมื่อเริ่มมีโรงเรียนนายเรือ

การจัดหลักสูตรการศึกษาเมื่อเริ่มมีโรงเรียนนายเรือขึ้นนั้น ปรากฎเป็นหลักฐานในเอกสารรายงานประจำเดือนของนายพลตรี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้รั้งตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือขณะนั้น  ท่านทรงริเริ่มทำรายงานประจำเดือนของกรมทหารเรือขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.. ๒๔๔๓ / .. ๑๑๙ เป็นครั้งแรก

ในรายงานระบุว่า มีวิชาเรียนได้แก่ หัดอ่านภาษาอังกฤษ, หัดแปลไทยเปนอังกฤษ, เขียนตามคำบอก, หัดเขียนลายมือ, หัดคำนวนเลขตั้งแต่บวกถึงหาร, หัดอ่านภาษาไทย, หัดเขียนลายมือไทย, เขียนตามคำบอกไทย, ไวยากรณ์ภาษาไทย, เรียนภูมิศาสาตร์, เวชสาตร, คณนาสาตร, เพทางค์ศาสตร์, โจทย์เลขต่ำ, หัดเขียนรูปภาพไม่ใช้บันทัด และหัดกายกรรมวันละ ๑ ชั่วโมง

ดู Report of Class Work ภาพประกอบ

‘รายงานการเล่าเรียน’ ฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า นักเรียนนายเรือสมัยแรกตั้งโรงเรียนนายเรือ เรียนวิชาอะไรบ้างและถ้าเทียบกับวิชาการสมัยปัจจุบัน ก็น่าจะอยู่ในระดับประถมศึกษาตอนปลายเท่านั้น แต่จะสอนให้สูงกว่านี้ก็คงไม่ได้เพราะผู้เข้าเรียนมีพื้นฐานการศึกษาต่ำมาก

มีนักเรียนนายเรือผ่านการเรียนสมัยแรกตั้งโรงเรียนและจบการศึกษาใน พ.. ๒๔๔๗ / .. ๑๒๓ เป็นรุ่นแรกจำนวน ๔ นาย คือ นายแอ, นายเป้า, นายเผื่อน และนายเนตร

 

.. ๒๔๔๗ จัดระเบียบใหม่โรงเรียนนายเรือ

            เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.. ๒๔๔๗ นายพลเรือโท สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ กราบบังคมทูลถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และขอพระบรมราชานุญาตปรับปรุงการเรียนโรงเรียนนายเรือ เนื่องจากเห็นว่านักเรียนสอบไล่วิชาได้พอที่จะรับราชการเป็นนายเรือชั้นต่ำ ๔ นายนั้น มีความรู้เท่ากับต้นหนเรือธรรมดา เพียงอ่านและใช้แผนที่ได้เท่านั้น ยังไม่พอที่จะใช้เดินเรือกลางทะเลได้  

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นพระองค์เห็นว่า

“ ถ้าว่าด้วยสถานที่เล่าเรียนก็เจริญอยู่ สิ่งสำคัญซึ่งยังขาดอยู่ในเวลานี้ก็คือ วิชาแลหลักสูตรของการเล่าเรียน ขาดครูที่จะสอนวิชาการทหารเรือ มีสอนแต่วิชาสามัญเป็นพื้น ซึ่งเปนวิชาที่จะเรียนในโรงเรียนพลเรือนได้” ดังนั้นจึงเชิญพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ ปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ มาหารือพร้อมด้วยนายเรือเอกหม่อมไพชยนต์เทพ เจ้ากรมยุทธศึกษา ซึ่งได้ข้อสรุปสำคัญ ดังนี้

          . ต่อไปจะรับแต่นักเรียนที่มีความรู้ในวิชาสามัญแล้วจากกรมศึกษาธิการ เข้ามาเป็นนักเรียนนายเรือเพื่อเรียนวิชาการทหารเรือเท่านั้น โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.. ๒๔๔๘ เป็นต้นไป

          . นักเรียนที่มีอยู่เดิม ๕ ชั้นจำนวน ๑๒๒ คนจะแบ่งเป็น ๒ โรงเรียน คือ

‘โรงเรียนอิลิเมนตรี’ หรือโรงเรียนสามัญศึกษา สอนวิชาอย่างประถมศึกษาของกรมศึกษาธิการ และสอนเพิ่มเติมที่โรงเรียนพลเรือนไม่สอนคือ ภาษาอังกฤษ,วิทยาศาสตร์,วาดรูปและข้อบังคับแบบธรรมเนียมการทหาร เป็นต้น

‘โรงเรียนเท๊กนิกล’ หรือโรงเรียนนายเรือ แบ่งเป็น ๒ ตอน ชั้น ๑ เรียกว่าประโยคเบื้องต้น เรียน ๑ ปี  ชั้น ๒, , ๔ เรียกว่า ประโยคนายเรือ เรียน ๓ ปี รวมทั้งสิ้น ๔ ปี

วิชาที่จะสอนนักเรียนประโยคเบื้องต้นได้แก่

() วิชาเลขสอนเพิ่มเติมให้สูงกว่าประโยค ๑ ของสามัญศึกษา

() ภาษาอังกฤษ

() ภูมิศาสตร์

() วาดรูปและเขียนแผนที่

() วิทยาศาสตร์ในตำราฟิสิกส์

() ข้อบังคับและแบบธรรมเนียมกรมทหารเรือ

 

วิชาที่จะสอนนักเรียน “ประโยคนายเรือ” มี ๓ ประเภท คือ

() วิชาที่เรียนด้วยตำรา ได้แก่ วิชาเดินเรือ, วิชาอาวุธดินปืน, วิชาทุ่นระเบิด, วิชาช่างกล, วิชาช่างต่อเรือ, วิชาเลขชั้นสูง, วิชาเขียนแผนที่ และวิชาภาษาอังกฤษ

() วิชาที่เรียนด้วยตำราและการฝึกหัดด้วย ได้แก่ วิชาเดินเรือ, วิชาช่าง, วิชาเขียนแผนที่, วิชาอาวุธดินปืน 

() วิชาที่สอนด้วยการฝึกหัด ได้แก่ วิชาฝึกหัดการเชือกรอก, วิชาเพลงอาวุธ และวิชากายกรรม

นอกจากนี้จัดให้นักเรียนลงฝึกหัดในเรือและออกทะเล โดยแบ่งนักเรียนทั้งโรงเรียนเป็น ๔ หมวด มีกำหนดให้ลงเรือเดือนละ ๘ วัน ผลัดกันลงเดือนละหมวด ที่เหลือคงเรียนอยู่ที่โรงเรียน

“เมื่อลงเรือแล้วจะได้จัดให้มีครูกำกับไปให้สอนในการเดินเรือ นักเรียนที่ยังอ่อนความรู้อยู่ก็ให้ฝึกหัดสิ่งอื่นไป คือการทำหน้าที่ลูกเรือแลช่างไฟช่างกลเป็นต้น การออกไปเช่นนี้ก็ย่อมเปลืองแต่ค่าถ่านเท่านั้น แต่ก็ไม่สู้มากนัก เพราะใช้เรือขนาดเรือนฤเบนทรแลแล่นช้า ๆ เท่านั้น”

         

. รับนักเรียนใหม่ที่สอบไล่ได้ประโยค ๑ และมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๒ ปี ไม่เกิน ๑๗ ปี กำหนดรับนักเรียนเข้าใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.. ๒๔๔๘ / .. ๑๒๔ ให้มาลงชื่อได้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.. ๒๔๔๘ เป็นต้นไป

         

หลังจากการหารือในครั้งนั้นก็มีการนำมาประกาศใช้จริง ดังปรากฎหลักฐานในรายงานจัดการศึกษาที่ นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ กราบทูล นายพลเรือโท สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.. ๒๔๔๘ / .. ๑๒๔  ซึ่งมีรายละเอียดการจัดการศึกษาโดยสรุป ดังนี้

          . จัดการศึกษาเป็น ๕ ชั้น ประกอบด้วย ชั้นเล็ก (มี ๒ ห้อง คือ ชั้นเล็ก ๑ และชั้นเล็ก ๒), ชั้น ๑, ชั้น ๒, ชั้น ๓ และชั้น ๔ สอบไล่ปีละ ๑ ครั้ง

          . วิชาที่เรียน คือ หนังสือไทย, เลขสามัญ, ไวยากรณ์, ภูมิศาสตร์, พระราชพงษาวดาร, หนังสืออังกฤษ, ฝึกหัดเพลงอาวุธ, วิธีฝึกหัดทหารราบ, วิธีเชือกใบต่าง ๆ, เล็งปืน ธงสัญญา,กายกรรม, เดินเรือ, วิทยาศาสตร์, สรรพาวุธ, ทุ่นระเบิดและตอร์ปิโด, พระราชบัญญัติต่างๆ, ข้อบังคับสนาม, เลขาวิธี, เลขโคมาศ, เลขพิชคณิต, วิชาแผนที่, วิชาเขียนแผนที่, รายงานตรวจราชการ

          . เวลาเรียนตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ เต็มวัน และวันเสาร์ ครึ่งวันเช้า ช่วงบ่ายและวันอาทิตย์ปล่อยนักเรียนกลับบ้าน

          . ครูผู้สอนมี ๑๒ คน ได้แก่ () นายเรือเอก หม่อมไพชยนต์เทพ สอนวิชาสรรพาวุธ วิชาเดินเรือ วิชาทุ่นระเบิด และตอร์ปิโด () นายเรือเอกผู้ช่วย พระบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษี ทรงสอนวิชาพระราชบัญญัติต่าง ๆ () นายเรือเอกผู้ช่วย มิศเตอร์ บุช สอนวิชาเลขาวิธี ฝึกหัดเพลงอาวุธ วิธีฝึกหัดทหารราบ และข้อบังคับสนาม () นายเรือโท หลวงพินิจจักรภัณฑ์ สอนวิชาเลขาวิธี พิชคณิต และโคมาตร () นายเรือโทผู้ช่วย นายโมน สอนวิชาภาษาอังกฤษ () นายเรือตรี นายเจ็ก สอนวิชาแผนที่ () นายแพ เปรียญ สอนวิชาหนังสือไทย และรายงานตรวจราชการ () นายบุญ เปรียญ สอนวิชาไวยากรณ์ (๑๐) นายเกลี้ยง สอนวิชาภูมิศาสตร์ (๑๑) นายสุด สอนวิชาพระราชพงษาวดาร (๑๒) นายปุ่น สอนวิชาเลขสามัญ

ดู ตารางวิชาจัดระเบียบใหม่โรงเรียนนายเรือ หมายเลข๑ ในภาคผนวก

            การจัดระเบียบใหม่โรงเรียนนายเรือดังที่กล่าวมานี้ได้ดำเนินต่อมาประมาณ ๘ เดือน จนถึงเดือน มกราคม พ.. ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ เห็นว่าการศึกษายังไม่ค่อยก้าวหน้าจึงได้มีพระบัญชาให้ตั้งคณะกรรมการจัดการศึกษาโรงเรียนนายเรืออีกครั้งหนึ่ง โดยแต่งตั้งให้ นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ เป็นประธานจัดการศึกษาในโรงเรียนนายเรือ มีนายเรือเอก หม่อมไพชยนต์เทพ นายเรือเอกผู้ช่วย พระบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษี  เป็นกรรมการ และนายเรือตรี นายคอน เป็นเลขานุการ ตามคำสั่งที่ ๒๘๕/๘๙๖๕ ลงวันที่ ๒ เดือนมกราคม พ.. ๒๔๔๘

 

การจัดการศึกษาโดยกรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์

ในช่วงโรงเรียนนายเรือ พระราชวังเดิม (..๒๔๔๘ - .. ๒๔๘๗)

 

.. ๒๔๔๘ “รุศักราช” และการจัดหลักสูตรการศึกษาใหม่

 

เมื่อนายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานจัดการศึกษาในโรงเรียนนายเรือเมื่อวันที่ ๒ เดือนมกราคม พ.. ๒๔๔๘ แล้ว พระองค์เห็นว่า

“เห็นด้วยเกล้าฯ ว่า การศึกษาที่จัดดังนี้ มีวิชาสามัญ คือหนังสือไทย ไวยากรณ์ ภูมิศาสตร์ แลพระราชพงษาวดารอันไม่จำเป็นต้องสอนในโรงเรียนของทหารเรือ มาระคนเป็นเนื้ออยู่มากกว่าวิชาทหารอันเป็นของจำเป็น แลวิชาที่จำเป็นสำหรับทหารเรือ ก็ยังแยกย้ายกันอยู่เป็นหลายประเภท เช่น การฝึกเพลงอาวุธ แลวิธีฝึกหัดทหารราบเป็นต้น แลอื่นๆ เป็นอันมาก ควรจะรวมเป็นแผนกเดียวกันได้ ทั้งไม่มีกำหนดว่าชั้นไหนจะมีความรู้เพียงไร ปีหนึ่งสอบไล่คราวหนึ่ง เมื่อออกจากโรงเรียนแล้วจะเดินเรือได้หรือไม่ ก็ไม่เป็นประมาณ ครูคนหนึ่งๆ ที่ต้องสอนวิชาหลายอย่างก็ไม่สามารถที่จะให้นักเรียนรู้วิชาจำเป็นเหล่านี้ พอที่จะเดินเรือได้”

พระองค์จึงทรงแก้ไขระเบียบของโรงเรียนนายเรือทุกอย่าง โดยเฉพาะการจัดหลักสูตรการศึกษาใหม่นั้นมีสาระสำคัญคือ

๑.      จัดสอบไล่ ลำดับชั้นเรียนใหม่  ใน ‘รายงานจัดการโรงเรียนนายเรือ’ (ดูภาคผนวก๓)

พระองค์เขียนรายละเอียดในเรื่องนี้ว่า

“ ในชั้นต้นจัดว่านักเรียนทุกๆคนไม่ได้อยู่ในชั้นใดชั้นหนึ่ง ให้เข้าสอบไล่วิชาชั้นต้น....ได้เปิด

การสอบไล่ ในวันที่ ๕-๖ มกราคม มีนักเรียนเข้าสอบ ๙๑ คน ได้ ๔๙ คน ตก ๔๒ คน นักเรียนที่ไล่ได้แล้วนี้ นับว่าเป็นนักเรียนห้องชั้น๑  ส่วนผู้ที่ตกให้เรียนวิชาเบื้องต้นอีกแผนกหนึ่งต่างหาก นอกจากชั้นของโรงเรียน จัดเป็นห้อง ก, แลห้อง ข   การสอนชั้นนี้เพียงแต่จะให้นักเรียนซึ่งมีอยู่แล้วได้เข้าสอบไล่เป็นชั้นหนึ่งเท่านั้น ภายหลังจะเลิก คงรับแต่ผู้ที่มีวิชาเบื้องต้นมาแล้วสมควรจะเข้าห้องหนึ่งได้ทีเดียว”

 

ในรายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุว่ามีการสอบไล่กี่ครั้ง ระบุเพียงว่าสอบถึงวันที่ ๙ เป็นเวลา ๔ วันขณะที่พระยาหาญกลางสมุทร์ ผู้เขียน ‘ประวัติโรงเรียนนายเรือ’ ซึ่งเวลานั้นท่านเป็นนักเรียนนายเรือผู้หนึ่งที่เข้าร่วมสอบด้วย ได้เขียนถึงความในตอนนี้โดยใช้คำว่า รุศักราช และอธิบายเพิ่มว่า

“จึงได้ทรงให้นักเรียนชั้น๔ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในสมัยนั้นสอบไล่ออกเป็นนายทหาร เป็นการ รุศักราช เสียชั้นหนึ่ง....ส่วนนักเรียนที่เหลือคือนักเรียนชั้นเล็ก ชั้น ๑ ชั้น๒ ชั้น ๓ ทรงยุบชั้นลงมาเป็นชั้นเล็กหรือชั้นเตรียมทั้งหมด เพื่อเตรียมสอบผ่านเข้าชั้นกันใหม่ต่อไป นับเป็นการยุบชั้นครั้งที่ ๒

“กับทรงพระอนุญาตว่า “ผู้ที่สอบไล่ชั้น ๔ ได้แล้วนั้น จะออกเป็นนายทหารก็ได้ หรือจะสมัครกลับเข้าเป็นนักเรียนชั้นเตรียม เพื่อเรียนวิชาใหม่ก็ได้ โดยจะได้ทรงสอนวิชาเพิ่มเติมให้

ในครั้งนั้น นนร.ศรี กมลนาวิน เป็นผู้ที่สอบไล่ได้จะออกเป็นนายทหารด้วยผู้หนึ่ง ยังไม่ยอมออกได้สมัครเข้าเป็นนักเรียนชั้นเตรียมเพื่อเรียนวิชาใหม่เพิ่มเติมผู้เดียว

เมื่อทรงยุบชั้นนักเรียนทุกชั้นมาเป็นนักเรียนชั้นเตรียมหมดแล้ว ก็ทรงให้นักเรียนเข้าสอบไล่ความรู้เพื่อเลื่อนชั้นใหม่ตามหลักสูตรของพระองค์”

รายละเอียดที่พระยาหาญกลางสมุทรเขียนเพิ่มเติมไว้ เห็นจุดต่างว่า มีการสอบออกเป็นนายทหารก่อนยุบชั้น ขณะที่ในรายงานระบุว่า ให้นักเรียนทุกคนเข้าสอบไล่วิชาชั้นต้น จากการค้นคว้าต่อขณะนี้ยังไม่พบรายงานว่า นายทหารที่สอบออกในชั้น ๔ นั้นเป็นใครบ้าง

ส่วนคำว่า ‘รุศักราช’ พระยาหาญกลางสมุทร์เขียนอธิบายไว้เป็นลายมือด้านล่างหน้ากระดาษว่า “รุศักราช  แปลว่า ล้ม ,เลิก ล้าง ในสมัยนั้น”

 

. ขยายการศึกษาจากประโยคเบื้องต้นและประโยคนายเรือที่เพิ่งได้ปรับปรุงมา จาก ๔ ชั้น เป็น ๕ ชั้น ระยะเวลาเรียนชั้นละ ๓ เดือน รวมตลอดหลักสูตร ๑ ปี ๓ เดือน ในกรณีที่สอบไล่ตก ให้เรียนและสอบซ้ำได้ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๔ ถ้ายังสอบไม่ได้ให้ออก รวมทุกครั้งต้องอยู่ภายใน ๕ ปีเป็นอย่างช้า แต่อย่างไรก็ตามในปี พ.. ๒๔๕๐ / .. ๑๒๖ ได้ขยายเวลาเรียน ชั้น ๒ - ชั้น ๕ เป็นสอบเลื่อนชั้นทุก ๖ เดือน ๑๐

. จัดวิชาเรียนใหม่ ได้แก่ เลข, แอลยิบรา, ยีโอเมตรี, เปลนตริกโกนอมเมตรี, สเฟอริแกล ตริกโกนอมเมตรี, ภาษาอังกฤษ, วาดเขียน, การเรือ, การเดินเรือชั้นต่ำ, การช่างกล, กฏหมายท้องน้ำ, ข้อบังคับกรมทหารเรือ, ฝึกหัดทหารราบ, ฝึกหัดปืนใหญ่ และป้อมค่าย

          . แบ่งครูผู้สอนออกเป็น ๑๐ แผนก ประกอบด้วยครูผู้สอนดังนี้คือ () นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ สอนวิชาตริกโกนอมเมตรี () นายพลเรือจัตวา พระประดิยัตินาวายุทธ สอนวิชาการเรือ () นายเรือเอก หม่อมไพชยนตเทพ สอนวิชาการเดินเรือชั้นต่ำ () นายเรือเอกผู้ช่วย หลวงวิจารณ์จักรกิจ สอนวิชาช่างกล () นายเรือเอกผู้ช่วย มิศเตอร์ บุช สอนวิชาฝึกหัดทหารราบ () นายเรือโท หลวงพินิจจักรภัณฑ์ สอนวิชาแอลยิบรา () นายเรือโทผู้ช่วย พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ ทรงสอนวิชายีโอเมตรี () นายเรือโทผู้ช่วย นายโมน สอนวิชาภาษาอังกฤษ () นายเรือตรี นายคอน สอนวิชาเลขสามัญ (๑๐) นายเรือตรี นายเจ็ก สอนวิชาวาดเขียน

          นอกจากนี้ยังปรับปรุงการปกครองโดยแบ่งนักเรียนออกเป็น ๘ ตอน เรียกว่า () ตอนหัวเรือแคมขวา () ตอนหัวเรือแคมซ้าย () ตอนเสาหน้าแคมขวา () ตอนเสาน้าแคมซ้าย () ตอนเสาท้ายแคมขวา () ตอนเสาท้ายแคมซ้าย () ตอนท้ายแคมขวา () ตอนท้ายแคมซ้าย แบ่งนักเรียนเป็นตอนละ ๑๑ คนบ้าง ๑๒ คนบ้างพอสมควร โดยคัดนักเรียนที่มีความสามารถจะปกครองได้รับหน้าที่เป็นกับตัน ตอนละ ๑ คน

ดูภาพ ตารางวิชาหลักสูตรกรมหมื่นชุมพรฯ (หมายเลข๒) ในภาคผนวก

 

          ต่อมาใน พ.. ๒๔๔๙ นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ยังทรงจัดตั้งโรงเรียนช่างกลขึ้นอีกโรงเรียนหนึ่ง แยกศึกษาคนละสาขากับนักเรียนนายเรือ โดยคัดนักเรียนนายเรือที่มีอยู่มาเข้าศึกษาเว้นบางวิชาที่เหมือนกันก็เรียนรวมกัน

ตามทำเนียบข้าราชการในกรมทหารเรือ โรงเรียนนี้ใช้ชื่อว่า “กองโรงเรียนช่างกล” ถือตามคำสั่งกรมทหารเรือที่ ๗๖/๑๙๐๐ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน  .. ๑๒๕ อันเป็นการแบ่งส่วนราชการในกรมยุทธศึกษาซึ่งมี ‘กองโรงเรียนนายเรือ โรงเรียนช่างกล’ รวมอยู่แล้ว ก็นับได้ว่า ‘โรงเรียนช่างกล’ หรือต่อมาเรียกว่า ‘โรงเรียนนายช่างกล’ นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ ๑ มิถุนายน พ.. ๒๔๔๙ / .. ๑๒๕ ๑๑

 

          การจัดหลักสูตรของนายพลเรือตรีกรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ ใน พ.. ๒๔๔๘ นี้นับว่าเป็นการวางรากฐานวิชาโรงเรียนนายเรือครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นการยกเลิกการสอนวิชาชั้นพื้นฐานอย่างที่เคยเป็นมา ยกระดับวิชาการมาเป็นการสอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง, วิชาเกี่ยวกับการเรือ และการช่างกล, วิชากฎหมายการเดินเรือและข้อบังคับทหาร และวิชาการทหารต่างๆ

ผลผลิตที่ได้รับในเวลาต่อมา นอกจากนักเรียนนายเรือที่จบการศึกษามีความสามารถในการนำเรือออกทะเลลึกได้จริงแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตนายทหารเรือชาวไทยเข้าทำการแทนนายทหารชาวยุโรปได้ตามวัตถุประสงค์ของกรมทหารเรือ รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนารากฐานวิชาการของโรงเรียนนายเรือในเวลาต่อมา

 

.. ๒๕๕๐ การกำหนดระเบียบวิชาการศึกษาในกรมทหารเรือ

          เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.. ๒๔๕๐ / .. ๑๒๖ กรมทหารเรือได้ออกข้อบังคับ ข...บทที่ ๑๐๐ ว่าด้วยระเบียบวิชาให้กรมยุทธศึกษาดำเนินการสอนได้ โดยให้จัดการศึกษาในกรมทหารเรือแบ่งเป็น ๗ โรงเรียน คือ () โรงเรียนปถมนายเรือ () โรงเรียนนายเรือ () โรงเรียนช่างกล () โรงเรียนอาวุธ () โรงเรียนชั้นสูงนายเรือ () โรงเรียนชั้นสูงช่างกล () โรงเรียนเสนาธิการ

 

ผู้ที่จะเข้าเรียนเป็นนายทหาร ในชั้นต้นต้องเข้าโรงเรียนปถมนายเรือ ที่รับนักเรียนไป-กลับ อายุระหว่าง ๑๒ - ๑๘ ปี มีชั้นเรียน ห้อง ๑ และห้อง ๒ ระยะเวลาเรียนไม่เกิน ๒ ปี วิชาที่เรียนมี วิชาเลขสามัญ ภาษาไทย ภูมิศาสตร์ พงษาวดาร ที่มีเนื้อหายากขึ้น และเพิ่มวิชา ภาษาอังกฤษ แอลยิบรา และยิโอเมตรี จัดสอบไล่ทุก ๓ เดือน เมื่อสอบไล่ห้อง ๒ ได้แล้วจึงจะยอมให้เข้าโรงเรียนนายเรือและช่างกลต่อไป

โรงเรียนปถมนายเรือนี้ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีตั้งขึ้นและมีถึงเมื่อใด แต่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วยการรับสมัครบุคคลเข้าเป็นนักเรียนนายเรือและนายช่างกลใหม่เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ..๒๔๕๔ / .. ๑๓๐ (...บทที่ ๑๖๖) รับบุคคลเข้าเป็นนักเรียนนายเรือและนายช่างกลที่มีอายุระหว่าง ๑๔ ปีเต็มถึง ๑๘ ปีเต็ม ที่สอบไล่ประโยคประถมพิเศษหรือมัธยมสามัญบริบูรณ์ได้แล้วไม่ต่ำกว่า ๑ ปี หรือถ้าสอบวิชาที่โรงเรียนนายเรือและนายช่างกลได้ตามหลักสูตรประถมพิเศษของกระทรวงธรรมการ โดยมีการรับสมัครและสอบคัดเลือกปีละ ๒ ครั้งในเดือน เมษายน และกันยายน๑๒

 

.. ๒๔๕๔ เริ่มมีนักเรียนทำการนายเรือ และนักเรียนทำการนายช่างกล

วันที่ ๓๑ มกราคม พ.. ๒๔๕๔ กระทรวงทหารเรือได้ออกข้อบังคับ ข...บทที่ ๑๖๙ ให้นักเรียนนายเรือที่สอบไล่ได้ชั้น ๕ จากโรงเรียนแล้ว จะต้องเป็นนักเรียนทำการเสียก่อน๑๓ โดยแต่งตั้งยศนักเรียนนายเรือทำการขึ้นก่อนที่จะบรรจุเป็นนายเรือตรีต่อไป นักเรียนนายเรือที่สอบไล่ผ่านในปีนี้ จึงเริ่มใช้ยศนักเรียนนายเรือทำการ ตั้งแต่ต้นปี พ.. ๒๔๕๕  จนถึง พ.. ๒๔๗๔

.. ๒๔๖๑ - ๒๔๖๔ ลดเวลาเรียนและปรับชั้นเรียนเป็น ๖ ชั้น เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ ๑

หลังการประกาศสงครามต่อฝ่ายอักษะในสงครามโลกครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.. ๒๔๖๐ แล้ว กองทัพเรือต้องการกำลังพลมากขึ้นจึงปรับปรับลดเวลาเรียนลงและปรับชั้นเรียนจาก ๕ ชั้น เป็น ๖ ชั้น ดังนี้

วันที่ ๗ ตุลาคม พ.. ๒๔๖๑ ได้กำหนดให้เปลี่ยนแปลงเวลาเรียนนักเรียนนายเรือและนายช่างกล ตั้งแต่ชั้น ๑ - ๔ ให้เหลือชั้นละ ๖ เดือน ส่วนชั้น ๕ ยังมีกำหนดเวลา ๑ ปี และเปลี่ยนกำหนดการสอบไล่เลื่อนชั้นนักเรียนนายเรือและนายช่างกลเป็นเดือนกันยายนครั้งหนึ่งและเดือนมีนาคมครั้งหนึ่ง ๑๔

วันที่ ๙ เมษายน พ.. ๒๔๖๒ กระทรวงทหารเรือได้เปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับชั้นเรียนและเวลาเรียนของนักเรียนนายเรือและนายช่างกลใหม่เป็น ๖ ชั้น กำหนดเวลาเรียนชั้นละ ๖ เดือน (...บทที่ ๓๗๑) จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งอีกครั้งเป็นเรียนชั้นละ ๑ ปี เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.. ๒๔๖๔๑๕

วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.. ๒๔๖๓ กระทรวงทหารเรือได้ออกข้อบังคับ ข... บทที่ ๔๐๓ กำหนดให้นักเรียนนายเรือที่สอบได้ทางตำราชั้น ๖ แล้ว เป็นนักเรียนทำการนายเรือ ออกฝึกหัดรับราชการในหน้าที่ต่างๆมีกำหนดไม่น้อยกว่า ๑ ปี มีสถานที่ฝึกหัดราชการของนักเรียนทำการ ดังนี้

          .นักเรียนทำการนายเรือ ฝึกหัดการเดินเรือในเรือพาณิชย์ ๓ เดือน, ฝึกหัดการปืนและการต่างๆ ในเรือปืน ๓ เดือน, ฝึกหัดการตอร์ปิโดและการต่างๆ ในเรือพิฆาตตอร์ปิโดหรือเรือตอร์ปิโด ๓ เดือน และสำรองราชการกรมเสนาธิการทหารเรือ ๓ เดือน

          . นักเรียนทำการนายช่างกล ฝึกหัดการใช้จักรเดินทางไกลในเรือพาณิชย์ ๓ เดือน, ฝึกหัดการต่างๆ ในเรือพิฆาตตอร์ปิโดหรือเรือตอร์ปิโด ๓ เดือน, ฝึกหัดการช่างต่างๆ ในกรมยุทธโยธาทหารเรือ ๓ เดือน

          เมื่อรับการตรวจและได้ใบรับรองจากเจ้าหน้าที่ต่างๆ ที่ไปฝึกหัดราชการประจำอยู่ด้วยจนเป็นที่พอใจของกรมเสนาธิการทหารเรือแล้ว จึงรายงานต่อกระทรวงทหารเรือมีคำสั่งให้นักเรียนทำการนั้นเป็นนายทหารได้๑๖ การให้นักเรียนทำการนายเรือฝึกหัดราชการในลักษณะนี้ได้ยุติไปเมื่อปลายปี พ.. ๒๔๗๔  นักเรียนนายเรือชั้น ๖ ที่สอบไล่ได้ในปี พ.. ๒๔๗๔  จึงรับการแต่งตั้งเป็นว่าที่นายเรือตรี ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.. ๒๔๗๕ เป็นต้นไป๑๗

 

.. ๒๔๖๔ ขยายระยะเวลาเรียนจาก ๖  ชั้นๆ ละ ๖ เดือน เป็น ๖ ชั้น ๆ ละ ๑ ปี

          วันที่ ๘ มิถุนายน พ.. ๒๔๖๔ กระทรวงทหารเรือได้เปลี่ยนแปลงเวลาเรียนของนักเรียนนายเรือและนักเรียนนายช่างกล จากเดิมชั้นละ ๖ เดือน เป็นชั้นละ ๑ ปี เพราะนายทหารมีมากพอแล้วไม่จำเป็นต้องเร่งผลิต๑๘ และตั้งแต่ พ.. ๒๔๖๗ เนื่องจากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลังสงครามโลก จึงงดรับสมัครนักเรียนนายเรือเป็นการทั่วไปจนถึงปี พ.. ๒๔๗๐

 

.. ๒๔๗๑ จัดชั้นเรียนเป็น ๔ ชั้น ระยะเวลาเรียน ๔ ปี

.. ๒๔๗๑ เริ่มเปิดรับสมัครนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง ๑๙  โดยบุคคลที่จะเข้าเรียนต้องมีความรู้จบชั้นมัธยมปีที่ ๘ เข้าเรียนพรรคนาวิน จัดชั้นเรียนเป็น ๔ ชั้น ใช้หลักสูตรระยะเวลาเรียน ๔ ปี หลักสูตรนี้ใช้จนถึงปี พ.. ๒๔๗๗

 

.. ๒๔๗๖

โรงเรียนนายเรือได้จัดหลักสูตรให้มีนักเรียนนายเรือพรรคนาวิกโยธิน เพิ่มขึ้นอีกพรรคหนึ่ง

 

.. ๒๔๗๗ การจัดหลักสูตรการเรียน ๕ ปี ของ หลวงสินธุสงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน)

          หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.. ๒๔๗๕ และทางราชการได้แต่งตั้ง นาวาเอก หลวงสินธุสงครามชัย เป็นเสนาธิการทหารเรือ ท่านจึงพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือให้เหมาะสมกับการศึกษาของประเทศที่เจริญขึ้น โดยจัดหลักสูตรให้ต่อเนื่องกับหลักสูตร ม.๘ ของกระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการปัจจุบัน)

          ระยะเวลาเรียนตามหลักสูตรที่เปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ มีระยะเวลาเพิ่มขึ้นเป็นเรียน ๕ ปี โดยนักเรียนนายเรือชั้น ๑, , ๓ เรียนรวมกัน เมื่อขึ้นชั้นปีที่ ๔ และปีที่ ๕ จึงแยกเป็นพรรคนาวินและพรรคกลิน ต่างพรรคต่างศึกษาหนักไปในทางอาชีพของตน และเริ่มรับนักเรียนนายช่างกลอีกครั้งหนึ่งใน พ.. ๒๔๗๙

 

.. ๒๔๘๐ เปิดรับนักเรียนพรรคนาวิกโยธิน และนักเรียนเหล่านักบิน หลักสูตร ๓ ปี

          .. ๒๔๘๐ ผลิตนายทหารนาวิกโยธิน หลักสูตร ๓ ปี โดยศึกษาที่โรงเรียนนายเรือ ๑ ปี แล้วส่งไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกอีก ๒ ปี สำเร็จออกมาเป็นนายทหารพร้อมกับนักเรียนนายร้อย (เลิกรับเมื่อ พ.. ๒๔๙๒) และในปีเดียวกันนี้ได้เปิดรับนักเรียนนักบิน (อากาศนาวิน) กำหนดให้เรียนในโรงเรียนนายเรือ ๓ ปี เมื่อเป็นนายทหารแล้วให้ไปฝึกหัดต่อที่กองทัพอากาศเพื่อมาประจำกองบินทะเลต่อไป (นักเรียนนักบินนี้เลิกรับในปี พ.. ๒๔๘๔)๒๐

ในปลายปี พ.. ๒๔๘๐ กองทัพเรือได้ตั้ง “โรงเรียนเตรียมนายเรือ” ขึ้นในบังคับบัญชาของโรงเรียนนายเรือ (ต่อมาแยกออกจากกองโรงเรียนนายเรือมาเป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารเรือ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.. ๒๔๙๐) เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศใช้แผนการศึกษาชาติ พ..๒๔๗๙ กระทรวงธรรมการกำหนดการศึกษาสามัญชั้นสูงสุดไว้เพียงชั้นมัธยม ๖ (ก่อนหน้านั้นมีถึงมัธยม ๘) รัฐบาลจึงอนุมัติให้มีการจัดตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมขึ้น ๔ แห่ง คือ โรงเรียนเตรียมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง โรงเรียนเตรียมนายร้อยทหารบก และโรงเรียนเตรียมนายเรือ เปิดทำการสอนเองอีก ๒ ปี

โรงเรียนเตรียมนายเรือรับนักเรียนที่จบชั้น ม.๖ ขึ้นไป เข้าศึกษาเป็นเวลา ๒ ปี แล้วจึงเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายเรือ นักเรียนเตรียมนายเรือรุ่นที่ ๑ เริ่มเข้าเรียนในวันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม  ๒๔๘๑๒๑ เป็นรุ่นแรกและดำเนินการต่อมาจนถึง พ.. ๒๕๐๒ (นักเรียนเตรียมนายเรือรุ่นที่ ๒๒ ปี เข้าเรียนโรงเรียนเตรียมนายเรือ พ.ศ. ๒๕๐๐ เข้าเรียนโรงเรียนนายเรือ พ.ศ. ๒๕๐๒)

.. ๒๔๘๑ เปิดรับนักเรียนเหล่าอุทกศาสตร์

          กองทัพเรือเปิดหลักสูตรใหม่สำหรับนายทหารสองเหล่า คือ เหล่าอุทกศาสตร์ และเหล่านาวิกโยธิน เหล่าอุทกศาสตร์ให้เรียน ๔ ปีเหมือนพรรคนาวิน ยกเว้นบางวิชาของชั้นปีที่ ๔ ให้แยกไปเรียนวิชาเกี่ยวกับอุทกศาสตร์ นับเป็นการเริ่มมีนักเรียนเหล่าอุทกศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรก๒๒ เมื่อมีนายทหารพอใช้ในราชการแล้วจึงเลิกรับในปี พ.. ๒๔๘๖

เหล่านาวิกโยธินยังคงเป็นหลักสูตร ๓ ปีเหมือนพรรคนาวิน แต่ยังไม่พบหลักฐานปรากฏว่าหลักสูตรใหม่เป็นอย่างไร และในปีนี้ยังมีการกล่าวถึงอีกว่า เหล่าอากาศนาวินเมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นปีที่ ๓ แล้ว ได้ส่งไปเรียนเป็นศิษย์การบินชั้นประถมและชั้นมัธยมที่กองทัพอากาศ (เหล่าอากาศนาวินที่พระยาหาญกลางสมุทร : ผู้เขียนประวัติโรงเรียนนายเรือ ระบุว่าเปิด ปีพ.. ๒๔๘๐ นั้นเท่ากับว่าเพิ่งเปิดเพียง ๑ ปี จึงอาจเป็นได้ว่า ปีพ..ที่ระบุผิด หรือ ที่กล่าวว่า สำเร็จการศึกษาชั้นปีที่ ๓ แล้ว  เป็นเพียงการกำหนดแนวทางไว้ล่วงหน้า)

 

.. ๒๔๘๔ เปิดพรรคนาวินเหล่าอุตุนิยมวิทยา พรรคนาวินเหล่าเดินเรือและพรรค

กลินเหล่าเดินเรือ

โรงเรียนนายเรือเปิดการศึกษาเพิ่มพรรคนาวินเหล่าอุตุนิยมวิทยา หลักสูตร ๔ ปี ขึ้น โดยให้ชั้นปีที่ ๑, , ๓ เรียนรวมกับพรรคนาวิน ชั้นปีที่ ๔ แยกเรียนตามพรรคเหล่าของตน (ต่อมาเลิกรับใน พ.. ๒๔๘๖)

และเพิ่มพรรคนาวินเหล่าเดินเรือ และพรรคกลินเหล่าเดินเรือ หลักสูตร ๓ ปี เป็นหลักสูตรที่สอนให้นักเรียนมีความรู้พอปฏิบัติหน้าที่ในเรือพาณิชย์ได้ไม่เกี่ยวกับการรบหรือการปฏิบัติอย่างเรือรบ โดยชั้นปีที่ ๑, ๒ เรียนรวมกับพรรคนาวิน และแยกเรียนตามพรรคเหล่าของตนเมื่อขึ้นชั้นปีที่ ๓ มีวัตถุประสงค์เพื่อไปเป็นนายเรือปฎิบัติงานในบริษัทไทยเดินเรือทะเล ต่อมาปี พ.. ๒๔๘๘ เลิกรับเหล่าเดินเรือทั้งสองพรรค เพราะจำนวนคนมากกว่าจำนวนเรือ และได้ย้ายนายทหารประเภทนี้ให้มาเรียนเพิ่มในพรรคนาวินเหล่าพลาธิการแทนเมื่อ พ.. ๒๔๙๒

 

.. ๒๔๘๖ เริ่มให้นักเรียนพรรคกลิน แยกเรียนวิชาพรรคกลินตั้งแต่ชั้น ๓ (เดิมแยกเรียนในชั้น ๔และชั้น๕)

 

การจัดการศึกษาในช่วงโรงเรียนนายเรือ สัตหีบ และ เกร็ดแก้ว (..๒๔๘๗ - ..๒๔๙๕)

 

.. ๒๔๘๗

เนื่องจากกรมสรรพาวุธทหารเรือมีความต้องการนายทหารช่างแสง จึงคัดเลือกนักเรียนชั้นปีที่ ๓ เข้าเรียนเหล่าช่างแสง และคัดเลือกนักเรียนพรรคนาวิกโยธินชั้น ๑ เข้าเป็นเหล่าเทคนิคปืนใหญ่และเหล่าช่างกลขึ้น จัดให้เรียนที่โรงเรียนนายเรือ ๓ ปี แล้วส่งไปเรียนชั้นปีที่ ๔ - ๕ ที่ รร.นายร้อยเทคนิค แต่ทำได้ ๒ รุ่นก็เลิกมาเปิดสอนเองเมื่อสิ้นปี ๒๔๙๑๒๓

 

.. ๒๔๘๙ แยกพรรคกลินตั้งแต่ชั้นปีที่ ๑ เหมือนครั้ง พ.. ๒๔๔๙

เมื่อย้ายไปเรียนที่เกล็ดแก้วเป็นครั้งแรก ได้แยกพรรคกลินเรียนตั้งแต่ชั้นปีที่ ๑ เป็นต้นไป จากเดิมที่เคยแยกเรียนในชั้น ๔ ชั้น ๕ เพราะนักเรียนมีวิชาไม่รู้ไม่ชำนาญจริง ซึ่งเหมือนกับวิธีการจัดหลักสูตรครั้ง พ.. ๒๔๔๙  ดังนั้นในปีนี้ ตั้งแต่ชั้นปีที่ ๑ นักเรียนจึงมีถึง ๑๐ ห้องเรียน คือ พรรคนาวิน ๕ ห้อง พรรคกลิน ๕ ห้อง๒๔

 

.. ๒๔๙๒ เปิดเหล่าพลาธิการ

โรงเรียนนายเรือจัดให้มีนายเรียนนายเรือเหล่าพลาธิการ (ในเอกสารระบุเพียงเรียกว่าเหล่าพลาธิการ ไม่ระบุว่าเรียกชื่อพรรคใด) หลักสูตร ๔ ปี ขึ้น โดยให้ชั้น ๑ - ๓ เรียนร่วมกับพรรคนาวิน ลดวิชาคณิตศาสตร์บางอย่างลงไปบ้างและแยกเรียนวิชาอาชีพพลาธิการอย่างเต็มที่ในชั้น ๔ 

และในปีนี้ได้ขยายหลักสูตรนักเรียนนายเรือพรรคนาวิกโยธินจาก ๓ ปี เป็น ๔ ปี โดยจัดสอนเองในโรงเรียนนายเรือทั้ง ๔ ปี ไม่ส่งไปเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเช่นในครั้งก่อน ๒๕

 

.. ๒๔๙๓

หลักสูตรการศึกษา จัดปรับเรื่องระยะเวลาเรียนใหม่ ดังนี้

          ๑ พรรคนาวิน หลักสูตร ๕ ปี

          ๒ พรรคกลิน หลักสูตร ๕ ปี

          ๓ พรรคนาวินสอบออกเป็นพรรคอากาศนาวิน หลักสูตร ๓ ปี

          ๔ พรรคนาวิกโยธิน หลักสูตร ๓ ปี

          ๕ พรรคนาวินเหล่าพลาธิการ หลักสูตร ๔ ปี ๒๖

 

.. ๒๔๙๔ การปรับหลักสูตรหลังกบฎแมนฮัตตัน

ภายหลังเหตุการณ์กบฎแมนฮัตตัน เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.. ๒๔๙๔ ได้มีการเปลี่ยนแปลงพรรค, เหล่า และหลักสูตรการศึกษาจากเดิมบ้าง ดังนี้

          ๑ พรรคนาวิน หลักสูตร ๕ ปี

          ๒ พรรคกลิน หลักสูตร ๕ ปี

          ๓ พรรคนาวิกโยธินหลักสูตร ๔ ปี

          ๔ พรรคนาวินเหล่าพลาธิการ หลักสูตร ๓ ปี

          ๕ พรรคนาวินเหล่าอุทกศาสตร์ และ เหล่าอุตุนิยมวิทยา หลักสูตร ๔ ปี (เป็นหลักสูตรที่เพิ่มขึ้นใหม่ ส่วนใหญ่ใช้หลักสูตรของพรรคนาวินและเพิ่มเติมวิชาเทคนิคของเหล่าขึ้น) ๒๗ และยกเลิกพรรคอากาศนาวินไป๒๘        

 

การจัดการศึกษาในช่วงโรงเรียนนายเรือ ปากน้ำ (..๒๔๙๕ - ปัจจุบัน)

 

.. ๒๔๙๗ ได้วิทยฐานะเป็น ‘วิทยาศาสตรบัณฑิต’

          ภายหลังจากที่โรงเรียนนายเรือย้ายมาอยู่ที่ ตำบลบางเมือง จังหวัดสมุทรปราการเรียบร้อยแล้ว ได้มีการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือเป็น ‘หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๔๙๗’ ซึ่งถือแบบอย่างโรงเรียนนายเรือแอนนาโปลิสของสหรัฐอเมริกา๒๙เป็นมาตรฐาน มีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้

. นักเรียนนายเรือทุกพรรคเหล่าจะต้องเรียนครบหลักสูตร ๕ ปี ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับปริญญาตรี ‘วิทยาศาสตรบัณฑิต’ โดย ๓ ปีแรกจะเรียนวิชาชีพทหารเรือเหมือนกันหมดจนถึงขั้นใช้การได้ในเบื้องต้น แล้วจึงแยกศึกษาเฉพาะอาชีพตามพรรคเหล่าต่างๆ ในชั้นปีที่ ๔ และ ๕

เฉพาะนักเรียนนายเรือชั้น ๕ จะต้องไปเรียนและรับการฝึกอบรมในวิชาการทหารและวิชาชีพทหารเรือทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติที่กองการฝึก กองเรือยุทธการ สัตหีบ

. การแบ่งนักเรียนออกเป็นพรรคเหล่าต่างๆ จากเดิมที่มี พรรรคนาวิน, พรรคกลินและพรรคนาวิกโยธิน นั้นได้เพิ่ม พรรคนาวินเหล่าพลาธิการ พรรคนาวินเหล่าอุทกศาสตร์ และพรรคนาวินเหล่าอุตุนิยมวิทยา ๓๐

          . จัดวิชาเป็นแผนกวิชาต่างๆ ได้แก่

    () แผนกวิชาการปกครอง มีวิชาต่างๆ คือ กฎข้อบังคับ, จิตวิทยาและหลักผู้นำ, สุขวิทยา, ครูทหาร, กฎหมายแผนกทหารและกฎหมายลักษณอาญา, ฝึกทหารราบ, พลศึกษา

              () แผนกคณิตศาสตร์ มีวิชาต่างๆ คือ พิชคณิต, เรขาคณิต, คัลคูลัส, ตรีโกณมิติทรงกลม, คณิตศาสตร์ประยุกต์

              () แผนกฟิสิกส์และเคมี มีวิชาต่างๆ คือ ฟิสิกส์, เคมี

              () แผนกวิศวกรรมไฟฟ้า มีวิชาต่างๆ คือ ไฟฟ้า, อิเล็กโทรนิกส์

              () แผนกการเรือและเดินเรือ มีวิชาต่างๆ คือ การเรือและสัญญาณ, เดินเรือ, ดาราศาสตร์เดินเรือ

              () แผนกสรรพาวุธ มีวิชาต่างๆ คือ ปืนใหญ่, ตอร์ปิโด, ทุ่นระเบิด, ปราบเรือดำน้ำ

              () แผนกการจักรในเรือและวิศวกรรมเครื่องกล มีวิชาต่างๆ คือ การจักรในเรือ, เครื่องยนต์, เขียนแบบ, การโรงงาน, กลศาสตร์ประยุกต์, เทอร์โมไดนามิคส์, ต่อเรือ, ไฮดรอลิคส์, กำลังวัตถุ, โลหะกรรม, การจักรทดลอง, ทฤษฎีเครื่องจักร, คำนวณออกแบบ

              () แผนกพลาธิการ มีวิชาต่างๆ คือ การบัญชี, การบริหารงานธุรกิจ, ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ, การพาณิชย์, กฎหมาย, การเลขานุการ, การท่าเรือ, การส่งกำลังและบำรุง, ยุทธโยธาและก่อสร้าง, เศรษฐศาสตร์, สถิติ, พลาธิการ

              () แผนกประวัติการยุทธ มีวิชาต่างๆ คือ ประวัติการยุทธทางเรือ

              (๑๐) แผนกภาษา มีวิชาต่างๆ คือ ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย

              (๑๑) แผนกอุทกศาสตร์ มีวิชาต่างๆ คือ การสำรวจแผนที่บกและทะเล, ยีโอเดซี, โครงสร้างแผนที่, การหาระดับ, ดาราศาสตร์ยีโอเดติก, โฟโตเกรมเมตรี, คารโตกราฟฟี, สมุทรศาสตร์, ลิทโทกราฟฟี่, เครื่องมือเดินเรือและเครื่องมือสำรวจ, ไทค์ฮาร์โมนิกอนาลิซิสและเครื่องคำนวณน้ำ, เดินเรืออิเล็กโทรนิกส์, ดาราศาสตร์, การสร้างและการพิมพ์แผนที่

              (๑๒) แผนกอุตุนิยมวิทยา มีวิชาต่างๆ คือ อุตุนิยมวิทยาเบื้องต้น, อุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ, อุตุนิยมวิทยาไดนามิคส์, อุตุนิยมวิทยาโซนร้อน, อากาศประจำถิ่น, เครื่องมืออุตุนิยมวิทยาและการตรวจ

              (๑๓) แผนกนาวิกโยธิน มีวิชาต่างๆ คือ ยุทธวิธีทางบก, แผนที่บก, การทหารราบและยุทธโธปกรณ์, การทหารปืนใหญ่, การทหารช่าง, การทหารม้าและยานเกราะ, การทหารสื่อสาร, การยุทธร่วมมือและการป้องกันรักษาฝั่ง, ประวัติการยุทธทางบก

          ต่อมาในวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.. ๒๔๙๘ ได้แยกแผนกการจักรในเรือและวิศวกรรมเครื่องกลออกจากกันเป็น ๒ แผนก 

 

.. ๒๕๐๒ ปรับลดเหลือเพียง ๓ พรรค

ปีนี้นักเรียนหลักสูตร ๕ ปี มีเพียง ๓ พรรค คือ พรรคนาวิน พรรคกลิน และพรรคนาวิกโยธิน มีการปรับหลักสูตร ตัดเหล่าพลาธิการ เหล่าอุทกศาสตร์ และอุตุนิยมวิทยาออกไป๓๑ แต่การจัดการศึกษายังคงให้นักเรียนนายเรือทุกพรรคเรียนรวมกันถึงชั้นปีที่ ๓ เมื่อขึ้นปีที่ ๔, ๕ แยกเรียนตามอาชีพของพรรคเหล่า

 

หลักสูตร พ.. ๒๕๑๐ ปรับลดเหลือเพียง ๒ พรรค

          การพัฒนา ‘หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๑๐’ ปรับปรุงเนื้อหาวิชาในชั้นต่างๆให้เหมาะสมกับกาลสมัยและทางใช้การยิ่งขึ้น ตัดพรรคเหล่าต่างๆเหลือเพียง ๒ พรรคเท่านั้น คือพรรคนาวินและพรรคกลิน แต่ชั้นปีที่ ๑, , ๓ ยังคงเรียนรวมกัน เน้นหนักไปทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมวิทยา และวิชาทหารเรือเบื้องต้น ชั้นปีที่ ๔, ๕ แยกเรียนพรรคนาวินและพรรคกลิน โดยเรียนหนักไปตามอาชีพ

เมื่อนักเรียนนายเรือสำเร็จชั้นปีที่ ๕ พรรคนาวินแล้วจึงค่อยคัดเลือกแบ่งพรรคเหล่าเพื่อบรรจุเป็นเหล่านาวิกโยธิน เหล่าพลาธิการ เหล่าอุทกศาสตร์และเหล่านักบิน โดยถือเกณฑ์ความสมัครใจและผลการสอบ๓๒

 

.. ๒๕๑๖ เพิ่มเนื้อหาในหลักสูตรพรรคนาวิกโยธิน

มีการปรับหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือเฉพาะพรรคนาวิกโยธิน กองทัพเรือแยกหลักสูตรปีที่ ๕ ของนักเรียนพรรคนาวิกโยธินออกจากพรรคนาวิน ให้พรรคนาวิกโยธินไปศึกษาด้านพลาธิการและการช่างยนต์ เพราะเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนายทหารพรรคนาวิกโยธินที่จบการศึกษาออกรับราชการในอนาคต๓๓

 

หลักสูตร พ.. ๒๕๒๐ ปรับปรุงให้ทันเทคโนโลยี

โรงเรียนนายเรือได้พัฒนา ‘หลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๒๐’ ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้าสู่ยุคระบบนำวิถีและระบบอิเลกทรอนิกส์ที่สลับซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงระบบการให้คะแนนใหม่เป็นระบบหน่วยกิต๓๔ มาใช้ในการวัดผลและประเมินผลการศึกษา ยังคงระยะเวลาศึกษา ๕ ปี มีหน่วยกิตรวม ๒๔๐ หน่วยกิต แยกเป็นวิชาการอุดมศึกษา ๑๖๐ หน่วยกิต วิชาชีพทหารเรือ ๘๐ หน่วยกิต

นอกจากนี้ ‘หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๒๐’ มีหลักการที่แตกต่างจากหลักสูตรเดิม (.. ๒๕๑๖) ที่เคยมีมาได้แก่

. ด้านวิชาชีพทหารเรือ นักเรียนนายเรือทุกนายและทุกพรรคเหล่า เรียนวิชาชีพทหารเรืออย่างเดียวกัน ไม่แยกศึกษาวิชาชีพเฉพาะพรรคเหล่าเหมือนหลักสูตรเดิม

. ด้านวิทยาการ ให้นักเรียนนายเรือมีความรู้ระดับปริญญาตรี ‘วิทยาศาสตรบัณฑิต’ ตามมาตรฐานสากลสาขาใดสาขาหนึ่งใน ๔ สาขาวิชา คือ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมเครื่องกลเรือ สาขาวิศวกรรมอุทกศาสตร์ และสาขาบริหารงานวิเคราะห์

๓ กำหนดให้นักเรียนนายเรือแต่ละพรรคเหล่าเข้าศึกษาสาขาต่างๆตามความต้องการและนโยบายของกองทัพเรือ  ดังนี้  พรรคนาวิน และพรรคนาวิกโยธิน ศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า, พรรคกลิน ศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเรือ ,พรรคนาวินเหล่าอุทกศาสตร์ ศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมอุทกศาสตร์ และ พรรคพิเศษเหล่าพลาธิการ ศึกษาสาขาวิชาบริหารงานวิเคราะห์

 

.. ๒๕๒๒ ปรับปรุงการศึกษาให้ นักเรียนนายเรือปี ๑ เลือกเรียนตามสาขาวิชา แต่ยังคงมีการแบ่งพรรคอยู่ การปรับปรุงในครั้งนี้จะเป็นไปในทางถูกต้องกับความนิยมในการศึกษาระดับอุดมศึกษา

 

.. ๒๕๒๕ เป็นปีสุดท้ายที่ โรงเรียนนายเรือมีนักเรียนครบ ๕ ชั้น เนื่องจากในปีการศึกษาต่อไป หลักสูตรการศึกษาที่มีเพียงชั้นปีที่ ๒ - ๕ รวม ๔ ชั้น ส่วนชั้นปีที่ ๑ ศึกษาที่ โรงเรียนรวมเหล่า (โรงเรียนเตรียมทหาร เดิม)

 

หลักสูตร พ.. ๒๕๒๖ ปรับหลักสูตรเพื่อรองรับนักเรียนโรงเรียนรวมเหล่า

ในปี พ.. ๒๕๒๓ สภากลาโหมมีมติสภากลาโหมครั้งที่ ๑๑/๒๕๒๓ กำหนดให้ยกเลิกหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหารและให้เปลี่ยนเป็นหลักสูตรโรงเรียนรวมเหล่า๓๕

จากเดิมที่โรงเรียนเตรียมทหาร (ในปีการศึกษา ๒๕๒๑ - ๒๕๒๕) รับนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (..) แล้วเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร ๒ ปี จบแล้วจึงแยกส่งไปเรียนต่อโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนแผนที่กรมแผนที่ทหารนั้น ต่อไปเปลี่ยนเป็นโรงเรียนรวมเหล่า รับนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (.) เข้าเป็นนักเรียนชั้นปีที่ ๑ ของทุกเหล่าทัพ เรียนรวมกันที่โรงเรียนรวมเหล่าเป็นเวลา ๑ ปี จบแล้วจึงแยกไปเรียนที่โรงเรียนของแต่ละเหล่าทัพ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๒๖ นั้น เป็นต้นไป

กองทัพเรือมีคำสั่งที่ ๔๔๗/๒๕๒๔ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุง ‘หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๒๖’ ผลของการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นการพัฒนาจากหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๒๐ ให้ลดระยะเวลาเรียนจาก ๕ ปี เหลือ ๔ ปี ปรับปรุงโครงสร้างของหลักสูตรชั้นปีที่ ๒ - ชั้นปีที่ ๕ ให้สอดคล้องกับหลักสูตรชั้นปีที่ ๑ ของโรงเรียนรวมเหล่า ลักษณะสำคัญของการปรับปรุงหลักสูตรในครั้งนี้ คือ

          . ด้านวิชาการ ลดจำนวนหน่วยกิตตามหลักสูตร พ.. ๒๕๒๐ ลงมาให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากล เป็น ๒๑๐ หน่วยกิต แยกเป็นวิชาการอุดมศึกษา ๑๕๐ หน่วยกิต วิชาชีพทหารเรือ ๖๐ หน่วยกิต

          . ด้านวิชาชีพทหารเรือ ให้ศึกษาวิชาทหารเรือร่วมกันในเบื้องต้น แต่จะแยกศึกษาตามพรรคเหล่าในระดับสูง

. ด้านวิทยาการอุดมศึกษาได้ปรับปรุงเนื้อหาวิชาการให้เป็นไปในลักษณะที่อำนวยประโยชน์ต่อพรรคเหล่ามากที่สุด การกำหนดให้นักเรียนนายเรือแต่ละพรรคเหล่าเข้าศึกษาสาขาต่างๆ มีเปลี่ยนแปลงเฉพาะพรรคกลิน ที่สามารถเลือกศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าหรือสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเรือได้ตามจำนวนที่กองทัพเรือต้องการ นอกนั้นคงเป็นเช่นเดิม นักเรียนนายเรือที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (ทร.)๓๖

 

หลักสูตร พ.. ๒๕๓๐ กลับมารับนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมทหารเช่นเดิม

          หลังการใช้หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๒๖ ได้เพียง ๔ ปี กระทรวงกลาโหมกำหนดให้ยกเลิกโรงเรียนรวมเหล่ากลับไปเป็นโรงเรียนเตรียมทหารเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้สับสนเรื่องรุ่น และกลับไปรับนักเรียนที่จบการศึกษาชั้น ม.๔ เข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร ๒ ปี เช่นเดิม จึงต้องมีปรับปรุง ‘หลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๓๐’ ให้รับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ในการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ พัฒนามาจากหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ..๒๕๒๖ และ หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ..๒๕๓๐ และจัดทำขึ้นโดยยึดถือหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับสภากาศึกษาวิชาทหาร ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีของโรงเรียนทหาร พ.. ๒๕๒๗, ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง กำหนดเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรี พ..๒๕๒๕, พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.. ๒๕๐๕ และข้อบังคับกรมเจ้าท่าว่าด้วยการสอบความรู้ผู้ทำการในเรือฝ่ายเดินเรือและฝ่ายช่างกล พ..๒๕๒๙๓๗

หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๓๐ มีสาระสำคัญดังนี้

          . โรงเรียนนายเรือจะรับนักเรียนที่จบชั้น ม.๔ เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนกองทัพเรือ โดยผู้ที่สอบได้จะเข้าศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหารร่วมกับนักเรียนจากเหล่าทัพอื่นและกรมตำรวจเป็นเวลา ๒ ปี เมื่อจบแล้วจะต้องเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายเรือตามหลักสูตรของโรงเรียนนายเรือ

          . ระยะเวลาการศึกษาที่โรงเรียนนายเรือมีหลักสูตร ๕ ปี มีหน่วยกิตการศึกษารวม ๒๑๐ หน่วยกิต แยกเป็นวิทยาการอุดมศึกษา ๑๖๐ หน่วยกิต ด้านวิชาชีพทหารเรือ ๕๐ หน่วยกิต การศึกษาด้านวิชาชีพทหารเรือยังคงเป็นอย่างเดิมตามหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๒๖

          . จัดให้การศึกษาแก่นักเรียนนายเรือให้มีความรู้พื้นฐานทางวิชาชีพทหารเรือเพียงพอที่จะสามารถได้รับการแต่งตั้งยศเรือตรีได้เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นปีที่ ๓ และกำหนดให้มีวิทยฐานะเทียบเท่าในระดับอนุปริญญาวิทยาศาสตร์

          . นักเรียนนายเรือจะแบ่งพรรคเหล่าและศึกษาตามสาขาวิชาเช่นเดียวกับหลักสูตร พ..๒๕๒๖ ทั้งนี้ โดย ชั้นปีที่ ๑ จะศึกษาวิชาอย่างเดียวกันและจะแยกตามสาขาของแต่ละพรรคในปีที่ ๒ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต (ทร.)๓๘

 

หลักสูตร พ.. ๒๕๓๕ ปรับปรุงและเพิ่มสาขาวิชาวิศวกรรมต่างๆ และให้นักเรียนนายเรือชั้น ๕ ออกฝึกภาคทะเลเป็นระยะเวลานาน

          ภายหลังจากการใช้หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๓๐ ได้เพียง ๓ ปี ในพ.. ๒๕๓๔ กองทัพเรือมีนโยบายให้นักเรียนนายเรือชั้น ๕ ออกฝึกภาคทะเลเป็นระยะเวลานาน และให้มีประสบการณ์ในการออกทะเลไปในน่านน้ำต่างประเทศในระยะไกล เช่น ทวีปยุโรป เป็นต้น จึงให้โรงเรียนจัดทำข้อพิจารณาในการปรับปรุงหลักสูตรเพื่อให้สนองนโยบายดังกล่าว

ต่อมาปี ๒๕๓๕ กองทัพเรือได้ทำความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันพิจารณาจัดทำหลักสูตรทางภาควิชาการในสาขาวิศวกรรมต่างๆ เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล๓๙

 เมื่อกองทัพเรือได้ดำเนินงานจัดทำหลักสูตรเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้จัดทำเอกสาร ‘หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๓๕’ ให้โรงเรียนนายเรือเป็นผู้นำหลักสูตรไปใช้ ดังมีสาระสำคัญ ดังนี้

. ระยะเวลาศึกษา ๕ ปี หน่วยกิตรวม ๑๙๐ หน่วยกิต แยกเป็น วิทยาการอุดมศึกษา ๑๔๓ หน่วยกิต วิชาชีพทหารเรือ ๔๗ หน่วยกิต

. ปรับหลักสูตรในสาขาวิชาวิศวกรรมต่างๆ ได้แก่ วิศวกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง วิศวกรรมเครื่องกลเรือ วิศวกรรมเครื่องกล และวิศวกรรมโยธา เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากลและมีคุณภาพเปรียบเทียบได้กับหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตของสถาบันการศึกษาในระดับเดียวกัน

. ในส่วนวิชาชีพทหารเรือ กองทัพเรือจัดให้มีการฝึกภาคปฎิบัติสำหรับนักเรียนนายเรือขึ้น คือ       () นักเรียนนายเรือ ชั้นปีที่ ๑, ๒ และ ๔ จัดแบ่งชุดหมุนเวียนทำการฝึกระยะสั้น ทั้งการฝึกทางเรือและการฝึกทางบก โดยใช้เวลาประมาณ ๔๕ วัน 

() นักเรียนนายเรือ ชั้นปีที่ ๓ ฝึกการปฏิบัติการใต้น้ำตามหลักสูตรของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ใช้เวลาประมาณ ๔๕ วัน () นักเรียนนายเรือ ชั้นปีที่ ๕ ฝึกในเรือประมาณ ๕ - ๖ เดือน ในลักษณะนักเรียนทำการ (Mid Ship Man)๔๐

นักเรียนนายเรือที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (อักษรย่อ วศ.บ สาขาต่างๆ) ซึ่งเป็นไปตาม พรบ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาทหาร (ฉบับที่ ๕) .. ๒๕๓๓๔๑

 

แต่อย่างไรก็ตามในปี พ.. ๒๕๓๗ กองทัพเรือได้มีการทบทวนหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๓๕ ใหม่ เรียกว่า ‘หลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ พ..๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไข โดยมีการปรับปรุงสาขาวิชาเพิ่มอีก ๓ สาขา ได้แก่ สาขาวิศวกรรมอากาศยาน วิศวกรรมอุทกศาสตร์ และเพิ่มสาขาบริหารงานวิเคราะห์ รวมเป็น ๘ สาขาวิชา ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต วศ.. (สาขาต่างๆ) และวิทยาศาสตรบัณฑิต วท.. (บริหารศาสตร์)  และกำหนดให้มีการแบ่งพรรคเหล่าเมื่อขึ้นชั้นปีที่ ๓ ๔๒

การจัดการศึกษาตามหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๓๕ ที่โรงเรียนนายเรือได้ดำเนินมาจึงต้องปรับปรุงเป็นการจัดการศึกษาตามหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๓๕ (แก้ไข) เริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๓๘ เป็นต้นมา

 

หลักสูตร พ.. ๒๕๔๕ ปรับลดระยะเวลาการศึกษาเป็น ๔ ปี และเพิ่มสาขาวิชารวมเป็น ๑๑ สาขาวิชา

กระทรวงกลาโหมมีนโยบายให้โรงเรียนทหารทั้ง ๓ เหล่าทัพปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา ระดับปริญญาตรีจาก ๕ ปี เป็น ๔ ปี พร้อมกับให้พิจารณาจัดหลักสูตรต่อเนื่องในระดับสูงกว่าปริญญาตรีเพื่อพัฒนากำลังพลหลักของกองทัพให้มีความรู้ความสามารถสูงขึ้นทันกับวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง๔๓ โรงเรียนนายเรือจึงได้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาเป็น ‘หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๔๕’ มีสาระสำคัญดังนี้

. องค์ประกอบของหลักสูตร

การจัดหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๔๕ ได้กำหนดให้มีองค์ประกอบสำคัญ ๆ ของหลักสูตร คือ การจัดการศึกษาในระยะเวลา ๔ ปี โดยคงเอกลักษณ์ของทหารเรือที่ให้การศึกษาวิชาการระดับอุดมศึกษาในด้านวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และให้มีความรู้และประสบการณ์ในวิชาการเดินเรือและพื้นฐานวิชาชีพทหารเรือ โดยคำนึงถึงข้อกำหนดทางวิชาการของหน่วยงานต่างๆ เช่น ข้อบังคับสภาการศึกษาวิชาการทหาร หลักเกณฑ์ มาตรฐานหลักสูตรตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย หลักเกณฑ์ขององค์กรที่ควบคุมวิชาชีพ เช่น สภาวิศวกร และองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization - IMO) เป็นต้น และเมื่อจบการศึกษา ๔ ปีแล้วให้ศึกษาต่อวิชาชีพทหารเรือเฉพาะด้านตามพรรคเหล่าในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตอีก ๑ ปี

หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานายทหารสัญญาบัตร ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ ให้มีความรู้ความสามารถในด้านวิชาชีพทหารเรือชั้นสูง ตามพรรคเหล่าต่างๆ พร้อมปฏิบัติงานในหน้าที่ตามพรรคเหล่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาตามหลักสูตรนี้ใช้ระยะเวลาศึกษา ๑ ปี แบ่งเป็น ๓ ภาคการศึกษา คือ การศึกษาภาคต้น ภาคปลาย และภาคฤดูร้อน ซึ่งในภาคฤดูร้อนจะเป็นการฝึกปฏิบัติงานตามพรรค - เหล่า มี ระยะเวลาประมาณ ๑๖ สัปดาห์
          . โครงสร้างหลักสูตรโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๔๕ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนคือ ส่วนวิชาการอุดมศึกษา (๑๑ สาขาวิชา) ส่วนวิชาชีพทหารเรือ และส่วนการอบรมคุณลักษณะผู้นำและคุณธรรมของนายทหาร มีหน่วยกิตรวม ๑๖๕ -๑๖๗ หน่วยกิต มีระยะเวลาเรียนแบบทวิภาค รวม ๘ ภาคการศึกษา เริ่มปลายเมษาชนต้นเมษาของทุกปี  รวม ๔ ปี ภาคต้นเรียนภาควิทยาการ ภาคปลายเรียนภาคปฎิบัติ ชั้นปีที่ ๑ เรียนกันทุกวิชา ชั้นปีที่ ๒-๔ แยกเรียนเฉพาะด้าน

.จัดสาขาวิชาให้เลือกเรียน ๑๑ สาขาจัดเป็นปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตและปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต ดังนี้

- ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ๘ สาขาวิชา ได้แก่ () สาขาไฟฟ้า (Electrical Engineering) () สาขาเครื่องกลเรือ (Marine Engineering) () สาขาอุทกศาสตร์ (Hydrographic Engineering) () สาขาโยธา (Civil Engineering) () สาขาอากาศยาน (Aeronautical Engineering)  () สาขาต่อเรือ (Naval Architecture) () สาขาอุตสาหการ (Industrial Engineering) () สาขาคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering)

- ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต ๓ สาขาวิชา ได้แก่ () สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) () สาขาบริหารศาสตร์ (Management) () สาขาการจัดการทรัพยากรชายฝั่งและสิ่งแวดล้อม (Coastal Zone Management)

. หลักเกณฑ์การเลือกพรรคเหล่าตามหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ พ.. ๒๕๔๕ มีแนวคิดว่า การศึกษาด้านวิชาการไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับพรรคเหล่าเสมอไป จึงวางแนวทางให้นักเรียนนายเรือเลือกเรียนสาขาวิชาได้อิสระตามความต้องการของตนเอง (ภายในกรอบที่กำหนด) และเดิมให้เลือกพรรคเหล่าได้เมื่อจบการศึกษาชั้นปีที่ ๔ แล้ว แต่ต่อมากองทัพเรือกำหนดให้นักเรียนนายเรือต้องเลือกพรรคเหล่าและสาขาวิชาเมื่อขึ้นชั้นปีที่ ๒ โดยการเลือกสาขาวิชานั้นจะต้องสัมพันธ์กับพรรคเหล่า ดังนี้

() พรรคนาวิน และพรรคนาวิกโยธิน ให้เลือกศึกษาได้ในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยการคอมพิวเตอร์และบริหารศาสตร์

() พรรคกลิน ให้เลือกศึกษาได้ใน สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมการต่อเรือ วิศวกรรมไฟฟ้า และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

() พรรคนาวินเหล่าทหารอุทกศาสตร์ ให้ศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมอุทกศาสตร์

() พรรคนาวินสายวิทยาการพลาธิการ จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาในสาขาวิชาบริหารศาสตร์ 

 

ต่อมาในปีการศึกษา ๒๕๔๙ กองทัพเรือได้กำหนดแนวทางการเลือกพรรค-เหล่า และสาขาวิชาใหม่ ดังนี้

() พรรคนาวิน จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

() พรรคนาวิน เหล่าทหารอุทกศาสตร์ จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาใน สาขาวิชาวิศวกรรมอุทกศาสตร์

() พรรคนาวินสายวิทยาการพลาธิการ จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาในสาขาวิชาบริหารศาสตร์ 

() พรรคนาวิกโยธิน จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

() พรรคกลิน จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า หรือวิศวกรรมเครื่องกลเรือ

เชิงอรรถ

๑ ประพัฒน์ จันทวิรัช, พลเรือเอก. “โรงเรียนนายเรือมีอายุ ๑๐๐ ปี” นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๘๓ เล่มที่ ๑๑ (พฤศจิกายน ๒๕๔๓) หน้า ๑

๒ กองทัพเรือ. ประวัติกองทัพเรือไทย หน้า ๑๗๔.

๓ มะลิวัลย์ คงเจริญ บทบาทและกิจการทหารเรือไทยสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตร์บัณฑิต ภาคประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน้า ๒๓๕ - ๒๓๖.

๔ ประพัฒน์ จันทวิรัช, พลเรือเอก. หน้า ๒ - ๓.

๕ มะลิวัลย์ คงเจริญ. หน้า ๑๐๕, ๒๓๕ - ๒๓๖.

๖ ประพัฒน์ จันทวิรัช, พลเรือเอก. “อาภากร” หนังสือพระประวัติของ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช หน้า ๕๒-๕๗.

๗ ประพัฒน์ จันทวิรัช, พลเรือโท. “วันเปิดการศึกษาโรงเรียนนายเรือ” นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๖๓ เล่ม ๗ (กรกฎาคม ๒๕๒๓) หน้า ๑๐.

๘ หาญกลางสมุทร์, พลเรือตรี พระยา. ประวัติโรงเรียนนายเรือ เล่ม ๑ หน้า ๑๘ - ๑๙.

๙ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๒๕.

๑๐ สำรวจวิถีสมุทร, นาวาเอก หลวง. “ชีวิตของนักเรียนนายเรือสมัยที่ผู้เขียนเป็นนักเรียนอยู่” นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๕๔ เล่มที่ ๑๑ (พฤศจิกายน ๒๕๑๔) หน้า ๑๔๐.

๑๑ ประพัฒน์ จันทวิรัช, พลเรือเอก. “อาภากร” หนังสือพระประวัติของ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช หน้า ๑๔๒ - ๑๔๒.

๑๒ หาญกลางสมุทร์, พลเรือตรี พระยา. หน้า ๖๒, ๘๒-๘๓.

๑๓ เรื่องเดียวกัน.  หน้า ๘๘–๘๙, ๙๓.

๑๔ เรื่องเดียวกัน.  หน้า ๑๓๐. (ซึ่งไม่ระบุเลขที่ ประกาศของกรมทหารเรือ)

๑๕ หาญกลางสมุทร์, พลเรือตรี พระยา. ประวัติโรงเรียนนายเรือ เล่ม ๒ หน้า ๑๓๕ - ๑๓๖, ๑๕๒.

๑๖ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๑๔๙ - ๑๕๐.

๑๗ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๒๓๔.

๑๘ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๑๕๓.

๑๙ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๒๑๗.

๒๐ หาญกลางสมุทร์, พลเรือตรี พระยา. ประวัติโรงเรียนนายเรือ เล่ม ๓ หน้า ๒๗๖ - ๒๗๗.

๒๑ กองทัพเรือ เตรียมนายเรือรำลึก หน้า ๑๔๑.

๒๒ หาญกลางสมุทร์, พลเรือตรี พระยา. หน้า ๒๘๘.

๒๓ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๓๖๙.

๒๔ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๔๑๕.

๒๕ ประพัฒน์ จันทวิรัช, พลเรือตรี. “งานพัฒนาองค์บุคคลในกองทัพเรือของ พลเรือเอก สินธุ์ กมลนาวิน” อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก สินธุ์ กมลนาวิน หน้า ๕๗.

๒๖ หาญกลางสมุทร์, พลเรือตรี พระยา. หน้า ๔๔๙.

๒๗ หาญกลางสมุทร์, พลเรือตรี พระยา. ประวัติโรงเรียนนายเรือ เล่ม ๔ หน้า ๔๖๘.

๒๘ โรงเรียนนายเรือ สามสมอ ๒๕๐๙ ไม่มีเลขหน้า.

๒๙ โรงเรียนนายเรือ สามสมอ ๒๕๐๓ ไม่มีเลขหน้า.

๓๐ ชวาล เหวี่ยงวิเศษ, นาวาตรี. “การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือแบบครบวงจร” เอกสารการวิจัยสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง พ.. ๒๕๓๕ หน้า ๒๐.

๓๐ โรงเรียนนายเรือ หลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ. สามสมอ ๒๕๒๓.

๓๑ เรื่องเดียวกัน.

๓๓ ชวาล เหวี่ยงวิเศษ, นาวาตรี. หน้า ๒๑

๓๔ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๒๑.

๓๕ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๒๒.

๓๖ โรงเรียนนายเรือ หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ.. ๒๕๒๖ หน้า ๑ - ๒.

๓๗ โรงเรียนนายเรือ หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ.. ๒๕๓๐ หน้า คำนำ. 

๓๘ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๓. 

๓๙ ชวาล เหวี่ยงวิเศษ, นาวาตรี. หน้า ๒๓.

๔๐ เรื่องเดียวกัน. หน้า ๒๔.

๔๑ โรงเรียนนายเรือ หลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ.. ๒๕๓๕ ตอนที่ ๑ หน้า ๓.

๔๒ โรงเรียนนายเรือ หลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ.. ๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไข) หน้า คำนำ, -๕.

๔๓ โรงเรียนนายเรือ หลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ..๒๕๔๕ หน้าคำนำ.

 

ภาคผนวก ๒

หนังสือนายพลเรือโท สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ร.. ๑๒๓ (..๒๔๔๗)

 

ที่ ๒๐/๒๐๕๕                                                                                        ที่ว่าการกรมทหารเรือ

                                                                วันเสาร์ที่ ๒๗ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก๓๗ ๑๒๓

 ขอเดชะ ฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

                ด้วยนับตั้งแต่กรมทหารเรือ ได้ตั้งโรงเรียนนายเรือ คือตั้งแต่ปี ร..๑๑๘ เปนต้นมา นายพลเรือตรีพระยาชลยุทธโยธินทร์ ได้จัดให้นายทหารชาวยุโรปนาย ๑ เปนผู้สั่งสอนวิชา ส่วนตัวนักเรียน ได้คัดจากบุตรหมู่ทหาร แต่ในส่วนการเล่าเรียนก็ยังหาปรากฎเปนผลมาไม่ ครั้นวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ร..๑๑๙ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้กรมทหารเรือตั้งโรงเรียนนายเรือที่พระราชวังเดิม ได้เริ่มจัดการซ่อมแซมในที่นั้นเปนลำดับมา ในระหว่างที่โรงเรียนนายเรือใหม่ยังไม่แล้วนี้ ได้ย้ายที่จากสวนอนันต์ ให้นักเรียนไปพักเล่าเรียนอยู่ที่สุนันทาลัย ตั้งแต่เดือนมกราคม ร..๑๒๑ จนถึงเดือนกันยายน ร..๑๒๒ จึงได้จัดให้นักเรียนมาประจำที่โรงเรียนใหม่ที่พระราชวังเดิมตลอดมาจนทุกวันนี้ รวมนับตั้งแต่วันที่ให้มีโรงเรียนมาก็ครบห้าปีแล้ว คงปรากฎเห็นเปนผลได้แต่เพียงว่า มีนักเรียนสอบไล่วิชาได้พอที่จะรับราชการเปนนายเรือชั้นต่ำ ๔ นาย ได้จัดเข้ารับราชการในกองเรือ ประมาณ ๖ เดือนมาแล้ว แต่ความรู้ของนายทหารทั้ง ๔ นายนี้ ก็ยังหาพอที่จะใช้เดินเรือกลางทะเลได้ไม่ คงผิดกับต้นหลเรือธรรมดาแต่เพียงอ่านและใช้แผนที่ได้ ที่จะมีความรู้วิชาเดินเรือใหญ่ขึ้นไปอีก ก็ต้องอาศรัยความเชี่ยวชาญที่จะเกิดมีขึ้นเป็นลำดับเท่านั้น

                เมื่อพิเคราะห์ดูการในโรงเรียนนายเรือ ตามซึ่งเปนไปอยู่ในปัจจุบันน์นี้ ถ้าว่าด้วยจำนวนนักเรียนก็มีอยู่มาก ถ้าว่าด้วยสถานที่เล่าเรียนก็เจริญดีอยู่ สิ่งสำคัญซึ่งยังคงขาดอยู่ในเวลานี้ก็คือวิชาและหลักสูตรของการเล่าเรียน ขาดครูที่จะสอนวิชาการทหารเรือ มีแต่สอนวิชาสามัญอยู่เปนพื้น ซึ่งเปนวิชาที่จะเรียนในโรงเรียนพลเรือนได้ ไม่จำเปนจะต้องเปลืองพระราชทรัพย์สร้างขึ้นสำหรับกรมทหารเรืออีกต่างหาก เมื่อเห็นอยู่เช่นนี้ ข้าพระพุทธเจ้าจึงยังหาได้จัดการในแพนกโรงเรียนประการใดไม่ ทั้งการโยธาที่ยังคั่งค้างอยู่ในที่นั้น ก็ยังหาได้จัดให้แล้วเสร็จไปไม่ เพราะยังไม่เห็นทางที่จะจัดให้โรงเรียนเปนประโยชน์แก่ราชการจริงได้

                มาบัดนี้ราชการแพนกอื่นๆก็เปนระเบียบขึ้นมากแล้ว จึงเห็นด้วยเกล้าฯว่าเปนเวลาอันสมควร ที่จะเริ่มจัดการแพนกโรงเรียนนายเรือ ได้เชิญพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์มาหารือพร้อมด้วยนายเรือเอกหม่อมไพชยนต์เทพ เจ้ากรมยุทธศึกษา มีความเห็นพร้อมกันดังนี้

                ๑ โรงเรียนทหารเรือที่มีอยู่ในปัจจุบันน์นี้ ได้รับนักเรียนเข้าโดยไม่มีกำหนดอายุ หรือกำหนดหลักสูตรวิชา เป็นอันต้องสอนทั้งวิชาสามัญและวิชาทหารเรือ ที่แท้ควรจะสอนแต่วิชาทหารเรือ ส่วนวิชาสามัญควรให้เรียนในโรงเรียนพลเรือนได้ จึงควรรับแต่นักเรียนที่มีความรู้ในวิชาสามัญแล้วจากกรมศึกษาธิการ เข้ามาเปนนักเรียนนายเรือ เพื่อเรียนวิชาการทหารเรือเท่านั้น ไม่ต้องสอนวิชาสามัญให้เปลืองทั้งเวลาและเงินไปใช่เหตุ หากโดยที่ที่นักเรียนเก่าๆในโรงเรียนนายเรือ ที่ยังไม่มีความรู้วิชาสามัญพอแก่การยังมีอยู่มาก จะเลิกถอนเสียยาก จึงจะต้องจัดโดยวิธีผ่อนผันไปจนกว่าจะเป็นระเบียบได้ จึงจะเลิกสอนวิชาสามัญได้ทีเดียว

                ๒ นักเรียนที่มีอยู่ในเวลานี้จัดเป็นชั้นและมีจำนวนและเงินเดือนดังนี้

                                ชั้น ๔      มี     คน                เงินเดือนคนละ ๒๐ บาท

                                ชั้น ๓      มี ๑๐ คน                 เงินเดือนคนละ ๑๕ บาท

                                ชั้น ๒      มี ๒๓ คน               เงินเดือนคนละ ๑๐ บาท

                                ชั้น ๑       มี ๒๔ คน               เงินเดือนคนละ   บาท

                                ชั้นเล็ก     มี ๑๐ คน                 เงินเดือนคนละ  บาท

รวมนักเรียน ๑๒๒ คน รวมเงินเดือนๆละ ๘๕๕ บาท การที่จะจัดแก้ไขบัดนี้ก็จะจัดแบ่งนักเรียน ๕ ชั้นนี้เปน ๒ โรงเรียน คือ

(ก)     โรงเรียนอิลิเมนตรี ซึ่งควรจะใช้ชื่อว่า โรงเรียนสามัญศึกษา

(ข)    โรงเรียนเท๊กนิกล ซึ่งควรจะใช้ชื่อว่า โรงเรียนนายเรือ

                ()   โรงเรียนสามัญศึกษานั้น คือจะเอานักเรียนเก่าชั้นเล็ก, ชั้น ๑, กับชั้น ๒ รวม ๓ ชั้น ตามจำนวนที่มีอยู่เปน ๑๐๔ คน ไว้ในโรงเรียนนี้ แลแบ่งเป็น ๔ ชั้น ดังนี้

                ชั้นเล็กเดิม ให้แบ่งเป็น ชั้น ๑ แลชั้น ๒ ใหม่

                ชั้น ๑ เดิม จัดให้เป็นชั้น ๓ ใหม่

                ชั้น ๒ เดิม จัดให้เป็นชั้น ๔ ใหม่

                ในส่วนเงินเดือนในโรงเรียนสามัญศึกษานี้ จะไม่กำหนดใหม่ หรือไม่กำหนดตามชั้น ใครเคยได้อยู่อย่างไรให้ได้ตามเดิม เพราะจะไม่รับนักเรียนอย่างนี้เข้ามาใหม่อีก เมื่อเด็กเหล่านี้มีความรู้เข้าโรงเรียนเท๊กนิกล หรือที่จะเรียกว่าโรงเรียนนายเรือได้แล้ว ก็เป็นอันหมดไปเอง รวมเงินเดือนนักเรียนสามัญศึกษาตามที่ได้รับอยู่เดิมเป็นเงิน ๕๔๕ บาท

                ส่วนการสอนวิชาในโรงเรียนสามัญศึกษานี้ จะได้สอนอย่างประถมศึกษาของกรมศึกษาธิการ มีครูประจำชั้นละ ๑ คน รวม ๔ แลมีการสอนเพิ่มเติมอีกบ้างในชั้นสูง คือ ชั้น ๓ ชั้น ๔ เพิ่มวิชาซึ่งโรงเรียนพลเรือนไม่สอนในประโยคนี้มี ภาษาอังกฤษ,วิทยาศาสตร์,วาดรูปแลข้อบังคับแบบธรรมเนียมการทหารเปนต้น. ส่วนครูที่จะสอนวิชาสามัญนั้นจะได้ยืมจากกรมศึกษาธิการ แต่ครูวิชาอื่นซึ่งกรมศึกษาธิการยังไม่สอนในประโยคนี้นั้น กรมทหารเรือจะหาเองคือใช้ร่วมกับครูที่จะต้องสอนในโรงเรียนเทกนิกลนั้นบ้าง แลใช้คนที่รับราชการอยู่ในกองทหารแล้วบ้าง ให้มีน่าที่ไปสอนเปนเวลา

(ค)     โรงเรียนนายเรือหรือโรงเรียนเท๊กนิกลนั้น จะแบ่งเป็น ๒ ตอนดังนี้

                                ชั้น ๑ เรียกว่าประโยคเบื้องต้น

                                ชั้น ๒

ชั้น ๓ } เรียกว่าประโยคนายเรือ เรียน ๓ ปี

ชั้น ๔

                ในชั้น ๑ นั้นจะรับนักเรียนที่ได้เรียนรู้สามัญศึกษาชั้นประถมได้ประโยค ๑ แล้วจากกรมศึกษาธิการ เข้ามาเป็นนักเรียนมีเงินเดือนคนละ ๖ บาท กับในชั้นนี้จะเอานักเรียนเก่าชั้น ๔ เดิมมี ๘ คน ชั้น ๓ เดิมมี ๑๐ คนมาเข้าด้วย เงินเดือนให้คงรับตามเดิม เงิน ๓๐๐ บาท วิชาที่จะสอนในชั้นนี้ คือ () วิชาเลขสอนเพิ่มเติมให้สูงกว่าประโยค ๑ ของสามัญศึกษา () ภาษาอังกฤษ () ภูมิสาตรต้องสอน เพราะในประโยค ๑ ที่แล้วมาไม่มีภูมิสาตร () วาดรูปแลเขียนแผนที่จะต้องสอน เพราะในการทหารเรือจำเป็นต้องใช้ แลในประโยค ๑ สามัญศึกษาไม่มี () วิทยาสาตรในตำราฟิสิกค์จะต้องสอน เพราะเป็นการจำเป็นในการทหารเรือ ข้างฝ่ายประโยค ๑ สามัญศึกษาไม่มี () ข้อบังคับแลแบบธรรมเนียมกรมทหารเรือ จะต้องเริ่มสอนแต่บัดนี้ไป

                การเรียนชั้นนี้ เป็นการเรียนวิชาที่ต้องตระเตรียมในสิ่งที่ต้องการในการทหารเรือข้างน่า เมื่อได้เล่าเรียนแล้วปี ๑ สอบไล่ได้จึงเลื่อนไปชั้น ๒ ซึ่งเป็นการเรียนวิชานายเรือแท้จริง

                ในชั้น ๒ นี้ จะรับนักเรียนเข้า ๒ ทาง คือนักเรียนซึ่งรับจากกรมศึกษาธิการแลที่ได้เรียนในประโยคเบื้องต้นของโรงเรียนนายเรือปี ๑ แล้วทาง ๑ กับจะรับนักเรียนซึ่งสอบไล่ความรู้ที่สุดได้แล้วจากชั้น ๔ ของโรงเรียนสามัญศึกษาในกรมทหารเรือนั้นเองมาเข้าอีกทาง ๑ นักเรียนพวกนี้ซึ่งไม่ต้องไปเข้าชั้น ๑ เรียนประโยคเบื้องต้นก่อนนั้น เพราะเหตุว่าวิชาอันใดที่จำเป็นสำหรับการทหารเรือก็จะสมทบเข้าไปสอนเสียแต่ในเวลาเมื่ออยู่ในชั้น ๔ ของโรงเรียนสามัญศึกษากรมทหารเรือนั้นแล้ว ครั้นสอบไล่ได้พ้นชั้นนั้นมาจึงข้ามขั้น ๑ ซึ่งเป็นประโยคเบื้องต้นของโรงเรียนนายเรือมาเข้าชั้น ๒ ได้ทีเดียว นักเรียนชั้น ๒ นี้ มีเงินเดือนคนละ ๑๐ บาท

                การเล่าเรียนวิชานายเรือ คือ

                                ๑ วิชาเดินเรือ

                                ๒ วิชาอาวุธดินปืน

                                ๓ วิชาทุ่นระเบิด

                                ๔ วิชาช่างกล

                                ๕ วิชาช่างต่อเรือ

๖ วิชาเลขชั้นสูงคงเรียนต่อไป

                                ๗ วิชาเขียนแผนที่

                                ๘ ภาษาอังกฤษคงเรียนต่อไป

                การเล่าเรียนนั้นเป็นอันเรียนด้วยตำราโดยมาก เพิ่มการฝึกหัดด้วยแต่บางวิชา คือ วิชาเดินเรือ, วิชาช่าง, วิชาเขียนแผนที่, แลอาวุธดินปืน เป็นสิ่งซึ่งสอนทั้งตำราแลฝึกหัดด้วย ส่วนการฝึกหัดนอกจากนี้จะมีฝึกหัดการเชือกรอก แลฝึกหัดเพลงอาวุธแลกายกรรม

                () ในส่วนวิชาชั้นสูงเหล่านี้ย่อมเป็นการลำบากที่จะหาครูมาสอนให้เป็นผลจริง ๆ ได้ จำจะต้องใช้นายทหารที่มีราชการแพนกอื่นแล้วมาเป็นครู มีกำหนดเวลาสั่งสอนเป็นชั่วโมง เป็นการที่เพิ่มการในน่าที่ของเขาให้มากขึ้นเช่นนี้ จึงคิดด้วยเกล้า ฯ ว่าจำจะต้องมีเงินรางวัลเพิ่มเป็นเงินเดือนในการสอนนั้นด้วย เพื่อจะได้มีความมานะมากขึ้น

                () ส่วนการที่จะจัดขึ้นตามระเบียบใหม่นี้ ถ้าว่าในส่วนเงินคงขึ้นแต่เงินเดือนครูที่จะต้องหาเพิ่มขึ้น กับเงินเดือนนักเรียนที่จะรับเข้าใหม่ ซึ่งคิดด้วยเกล้า า ว่าในชั้นนี้คงรับได้อีกไม่เกิน ๒๘ คน เพราะอัตราจำนวนนักเรียนจะตั้งเพียง ๑๕๐ คน มีอยู่แล้ว ๑๒๒ คน เพราะฉนั้นเป็นอันไม่ต้องเพิ่มเงินมากนัก

                () ในการที่จะแบ่งการสอนวิชาชั้นสูง เป็นส่อนตำราแพนก ๑ ส่วนเป็นวิธีฝึกหัดแพนก ๑ นั้น จำจะต้องจัดให้นักเรียนได้ลงฝึกหัดในเรือแลออกทะเลบ้าง คิดด้วยเกล้า า ว่าไปเพียงเกาะสีชังก็พอ คือจะได้แบ่งนักเรียนทั้งโรงเรียนเป็น ๔ หมวด มีกำหนดให้ลงเรือเดือนละ ๘ วัน แลผลัดกันลงเดือนละหมวด ที่เหลืออยู่นั้นคงเรียนอยู่ที่โรงเรียนตามเดิม เมื่อลงเรือแล้วจะได้จัดให้มีครูกำกับไปให้สอนในการเดินเรือ นักเรียนที่ยังอ่อนความรู้อยู่ก็ให้ฝึกหัดสิ่งอื่นไป คือทำการในน่าที่ลูกเรือแลช่างไฟช่างกลเป็นต้น การออกไปเช่นนี้ก็ย่อมจะเปลืองแต่ค่าถ่านเท่านั้น แต่ก็ไม่สู้มากนัก เพราะใช้เรือขนาดเรือนฤเบนทรแลแล่นช้า ๆ เท่านั้น

                การที่คิดจะจัดเช่นนี้ ถ้าเป็นการชอบด้วยพระราชดำริห์แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าจะได้ลงมือจัดไปพลางก่อน แต่การรับนักเรียนเข้าใหม่นั้น คิดด้วยเกล้า า ว่าจะรอไปจนถึงวันที่ ๑ เมษายน ร..๑๒๔ จึงจะจัดเป็นกำหนดรับนักเรียนที่สอบไล่ได้ประโยค ๑ แล้ว แลต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๒ แลไม่เกิน ๑๗ นักเรียนที่มีความรู้อ่อนกว่านั้นจะไม่รับ

                ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ขอเดชะ

                                                ข้าพระพุทธเจ้า (ลงพระนาม) บริพัตร

                                                                ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

 

ที่มา เอกสารกองจดหมายเหตุแห่งชาติ แฟ้มที่ . .๑๔/๘๙

**********

 

ภาคผนวก ๒

หนังสือนายพลเรือโท สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ร.. ๑๒๓ (..๒๔๔๗)

 

ที่ ๒๐/๒๐๕๕                                                                                        ที่ว่าการกรมทหารเรือ

                                                                วันเสาร์ที่ ๒๗ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก๓๗ ๑๒๓

 ขอเดชะ ฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

                ด้วยนับตั้งแต่กรมทหารเรือ ได้ตั้งโรงเรียนนายเรือ คือตั้งแต่ปี ร..๑๑๘ เปนต้นมา นายพลเรือตรีพระยาชลยุทธโยธินทร์ ได้จัดให้นายทหารชาวยุโรปนาย ๑ เปนผู้สั่งสอนวิชา ส่วนตัวนักเรียน ได้คัดจากบุตรหมู่ทหาร แต่ในส่วนการเล่าเรียนก็ยังหาปรากฎเปนผลมาไม่ ครั้นวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ร..๑๑๙ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้กรมทหารเรือตั้งโรงเรียนนายเรือที่พระราชวังเดิม ได้เริ่มจัดการซ่อมแซมในที่นั้นเปนลำดับมา ในระหว่างที่โรงเรียนนายเรือใหม่ยังไม่แล้วนี้ ได้ย้ายที่จากสวนอนันต์ ให้นักเรียนไปพักเล่าเรียนอยู่ที่สุนันทาลัย ตั้งแต่เดือนมกราคม ร..๑๒๑ จนถึงเดือนกันยายน ร..๑๒๒ จึงได้จัดให้นักเรียนมาประจำที่โรงเรียนใหม่ที่พระราชวังเดิมตลอดมาจนทุกวันนี้ รวมนับตั้งแต่วันที่ให้มีโรงเรียนมาก็ครบห้าปีแล้ว คงปรากฎเห็นเปนผลได้แต่เพียงว่า มีนักเรียนสอบไล่วิชาได้พอที่จะรับราชการเปนนายเรือชั้นต่ำ ๔ นาย ได้จัดเข้ารับราชการในกองเรือ ประมาณ ๖ เดือนมาแล้ว แต่ความรู้ของนายทหารทั้ง ๔ นายนี้ ก็ยังหาพอที่จะใช้เดินเรือกลางทะเลได้ไม่ คงผิดกับต้นหลเรือธรรมดาแต่เพียงอ่านและใช้แผนที่ได้ ที่จะมีความรู้วิชาเดินเรือใหญ่ขึ้นไปอีก ก็ต้องอาศรัยความเชี่ยวชาญที่จะเกิดมีขึ้นเป็นลำดับเท่านั้น

                เมื่อพิเคราะห์ดูการในโรงเรียนนายเรือ ตามซึ่งเปนไปอยู่ในปัจจุบันน์นี้ ถ้าว่าด้วยจำนวนนักเรียนก็มีอยู่มาก ถ้าว่าด้วยสถานที่เล่าเรียนก็เจริญดีอยู่ สิ่งสำคัญซึ่งยังคงขาดอยู่ในเวลานี้ก็คือวิชาและหลักสูตรของการเล่าเรียน ขาดครูที่จะสอนวิชาการทหารเรือ มีแต่สอนวิชาสามัญอยู่เปนพื้น ซึ่งเปนวิชาที่จะเรียนในโรงเรียนพลเรือนได้ ไม่จำเปนจะต้องเปลืองพระราชทรัพย์สร้างขึ้นสำหรับกรมทหารเรืออีกต่างหาก เมื่อเห็นอยู่เช่นนี้ ข้าพระพุทธเจ้าจึงยังหาได้จัดการในแพนกโรงเรียนประการใดไม่ ทั้งการโยธาที่ยังคั่งค้างอยู่ในที่นั้น ก็ยังหาได้จัดให้แล้วเสร็จไปไม่ เพราะยังไม่เห็นทางที่จะจัดให้โรงเรียนเปนประโยชน์แก่ราชการจริงได้

                มาบัดนี้ราชการแพนกอื่นๆก็เปนระเบียบขึ้นมากแล้ว จึงเห็นด้วยเกล้าฯว่าเปนเวลาอันสมควร ที่จะเริ่มจัดการแพนกโรงเรียนนายเรือ ได้เชิญพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์มาหารือพร้อมด้วยนายเรือเอกหม่อมไพชยนต์เทพ เจ้ากรมยุทธศึกษา มีความเห็นพร้อมกันดังนี้

                ๑ โรงเรียนทหารเรือที่มีอยู่ในปัจจุบันน์นี้ ได้รับนักเรียนเข้าโดยไม่มีกำหนดอายุ หรือกำหนดหลักสูตรวิชา เป็นอันต้องสอนทั้งวิชาสามัญและวิชาทหารเรือ ที่แท้ควรจะสอนแต่วิชาทหารเรือ ส่วนวิชาสามัญควรให้เรียนในโรงเรียนพลเรือนได้ จึงควรรับแต่นักเรียนที่มีความรู้ในวิชาสามัญแล้วจากกรมศึกษาธิการ เข้ามาเปนนักเรียนนายเรือ เพื่อเรียนวิชาการทหารเรือเท่านั้น ไม่ต้องสอนวิชาสามัญให้เปลืองทั้งเวลาและเงินไปใช่เหตุ หากโดยที่ที่นักเรียนเก่าๆในโรงเรียนนายเรือ ที่ยังไม่มีความรู้วิชาสามัญพอแก่การยังมีอยู่มาก จะเลิกถอนเสียยาก จึงจะต้องจัดโดยวิธีผ่อนผันไปจนกว่าจะเป็นระเบียบได้ จึงจะเลิกสอนวิชาสามัญได้ทีเดียว

                ๒ นักเรียนที่มีอยู่ในเวลานี้จัดเป็นชั้นและมีจำนวนและเงินเดือนดังนี้

                                ชั้น ๔      มี     คน                เงินเดือนคนละ ๒๐ บาท

                                ชั้น ๓      มี ๑๐ คน                 เงินเดือนคนละ ๑๕ บาท

                                ชั้น ๒      มี ๒๓ คน               เงินเดือนคนละ ๑๐ บาท

                                ชั้น ๑       มี ๒๔ คน               เงินเดือนคนละ   บาท

                                ชั้นเล็ก     มี ๑๐ คน                 เงินเดือนคนละ  บาท

รวมนักเรียน ๑๒๒ คน รวมเงินเดือนๆละ ๘๕๕ บาท การที่จะจัดแก้ไขบัดนี้ก็จะจัดแบ่งนักเรียน ๕ ชั้นนี้เปน ๒ โรงเรียน คือ

(ก)     โรงเรียนอิลิเมนตรี ซึ่งควรจะใช้ชื่อว่า โรงเรียนสามัญศึกษา

(ข)    โรงเรียนเท๊กนิกล ซึ่งควรจะใช้ชื่อว่า โรงเรียนนายเรือ

                ()   โรงเรียนสามัญศึกษานั้น คือจะเอานักเรียนเก่าชั้นเล็ก, ชั้น ๑, กับชั้น ๒ รวม ๓ ชั้น ตามจำนวนที่มีอยู่เปน ๑๐๔ คน ไว้ในโรงเรียนนี้ แลแบ่งเป็น ๔ ชั้น ดังนี้

                ชั้นเล็กเดิม ให้แบ่งเป็น ชั้น ๑ แลชั้น ๒ ใหม่

                ชั้น ๑ เดิม จัดให้เป็นชั้น ๓ ใหม่

                ชั้น ๒ เดิม จัดให้เป็นชั้น ๔ ใหม่

                ในส่วนเงินเดือนในโรงเรียนสามัญศึกษานี้ จะไม่กำหนดใหม่ หรือไม่กำหนดตามชั้น ใครเคยได้อยู่อย่างไรให้ได้ตามเดิม เพราะจะไม่รับนักเรียนอย่างนี้เข้ามาใหม่อีก เมื่อเด็กเหล่านี้มีความรู้เข้าโรงเรียนเท๊กนิกล หรือที่จะเรียกว่าโรงเรียนนายเรือได้แล้ว ก็เป็นอันหมดไปเอง รวมเงินเดือนนักเรียนสามัญศึกษาตามที่ได้รับอยู่เดิมเป็นเงิน ๕๔๕ บาท

                ส่วนการสอนวิชาในโรงเรียนสามัญศึกษานี้ จะได้สอนอย่างประถมศึกษาของกรมศึกษาธิการ มีครูประจำชั้นละ ๑ คน รวม ๔ แลมีการสอนเพิ่มเติมอีกบ้างในชั้นสูง คือ ชั้น ๓ ชั้น ๔ เพิ่มวิชาซึ่งโรงเรียนพลเรือนไม่สอนในประโยคนี้มี ภาษาอังกฤษ,วิทยาศาสตร์,วาดรูปแลข้อบังคับแบบธรรมเนียมการทหารเปนต้น. ส่วนครูที่จะสอนวิชาสามัญนั้นจะได้ยืมจากกรมศึกษาธิการ แต่ครูวิชาอื่นซึ่งกรมศึกษาธิการยังไม่สอนในประโยคนี้นั้น กรมทหารเรือจะหาเองคือใช้ร่วมกับครูที่จะต้องสอนในโรงเรียนเทกนิกลนั้นบ้าง แลใช้คนที่รับราชการอยู่ในกองทหารแล้วบ้าง ให้มีน่าที่ไปสอนเปนเวลา

(ค)     โรงเรียนนายเรือหรือโรงเรียนเท๊กนิกลนั้น จะแบ่งเป็น ๒ ตอนดังนี้

                                ชั้น ๑ เรียกว่าประโยคเบื้องต้น

                                ชั้น ๒

ชั้น ๓ } เรียกว่าประโยคนายเรือ เรียน ๓ ปี

ชั้น ๔

                ในชั้น ๑ นั้นจะรับนักเรียนที่ได้เรียนรู้สามัญศึกษาชั้นประถมได้ประโยค ๑ แล้วจากกรมศึกษาธิการ เข้ามาเป็นนักเรียนมีเงินเดือนคนละ ๖ บาท กับในชั้นนี้จะเอานักเรียนเก่าชั้น ๔ เดิมมี ๘ คน ชั้น ๓ เดิมมี ๑๐ คนมาเข้าด้วย เงินเดือนให้คงรับตามเดิม เงิน ๓๐๐ บาท วิชาที่จะสอนในชั้นนี้ คือ () วิชาเลขสอนเพิ่มเติมให้สูงกว่าประโยค ๑ ของสามัญศึกษา () ภาษาอังกฤษ () ภูมิสาตรต้องสอน เพราะในประโยค ๑ ที่แล้วมาไม่มีภูมิสาตร () วาดรูปแลเขียนแผนที่จะต้องสอน เพราะในการทหารเรือจำเป็นต้องใช้ แลในประโยค ๑ สามัญศึกษาไม่มี () วิทยาสาตรในตำราฟิสิกค์จะต้องสอน เพราะเป็นการจำเป็นในการทหารเรือ ข้างฝ่ายประโยค ๑ สามัญศึกษาไม่มี () ข้อบังคับแลแบบธรรมเนียมกรมทหารเรือ จะต้องเริ่มสอนแต่บัดนี้ไป

                การเรียนชั้นนี้ เป็นการเรียนวิชาที่ต้องตระเตรียมในสิ่งที่ต้องการในการทหารเรือข้างน่า เมื่อได้เล่าเรียนแล้วปี ๑ สอบไล่ได้จึงเลื่อนไปชั้น ๒ ซึ่งเป็นการเรียนวิชานายเรือแท้จริง

                ในชั้น ๒ นี้ จะรับนักเรียนเข้า ๒ ทาง คือนักเรียนซึ่งรับจากกรมศึกษาธิการแลที่ได้เรียนในประโยคเบื้องต้นของโรงเรียนนายเรือปี ๑ แล้วทาง ๑ กับจะรับนักเรียนซึ่งสอบไล่ความรู้ที่สุดได้แล้วจากชั้น ๔ ของโรงเรียนสามัญศึกษาในกรมทหารเรือนั้นเองมาเข้าอีกทาง ๑ นักเรียนพวกนี้ซึ่งไม่ต้องไปเข้าชั้น ๑ เรียนประโยคเบื้องต้นก่อนนั้น เพราะเหตุว่าวิชาอันใดที่จำเป็นสำหรับการทหารเรือก็จะสมทบเข้าไปสอนเสียแต่ในเวลาเมื่ออยู่ในชั้น ๔ ของโรงเรียนสามัญศึกษากรมทหารเรือนั้นแล้ว ครั้นสอบไล่ได้พ้นชั้นนั้นมาจึงข้ามขั้น ๑ ซึ่งเป็นประโยคเบื้องต้นของโรงเรียนนายเรือมาเข้าชั้น ๒ ได้ทีเดียว นักเรียนชั้น ๒ นี้ มีเงินเดือนคนละ ๑๐ บาท

                การเล่าเรียนวิชานายเรือ คือ

                                ๑ วิชาเดินเรือ

                                ๒ วิชาอาวุธดินปืน

                                ๓ วิชาทุ่นระเบิด

                                ๔ วิชาช่างกล

                                ๕ วิชาช่างต่อเรือ

๖ วิชาเลขชั้นสูงคงเรียนต่อไป

                                ๗ วิชาเขียนแผนที่

                                ๘ ภาษาอังกฤษคงเรียนต่อไป

                การเล่าเรียนนั้นเป็นอันเรียนด้วยตำราโดยมาก เพิ่มการฝึกหัดด้วยแต่บางวิชา คือ วิชาเดินเรือ, วิชาช่าง, วิชาเขียนแผนที่, แลอาวุธดินปืน เป็นสิ่งซึ่งสอนทั้งตำราแลฝึกหัดด้วย ส่วนการฝึกหัดนอกจากนี้จะมีฝึกหัดการเชือกรอก แลฝึกหัดเพลงอาวุธแลกายกรรม

                () ในส่วนวิชาชั้นสูงเหล่านี้ย่อมเป็นการลำบากที่จะหาครูมาสอนให้เป็นผลจริง ๆ ได้ จำจะต้องใช้นายทหารที่มีราชการแพนกอื่นแล้วมาเป็นครู มีกำหนดเวลาสั่งสอนเป็นชั่วโมง เป็นการที่เพิ่มการในน่าที่ของเขาให้มากขึ้นเช่นนี้ จึงคิดด้วยเกล้า ฯ ว่าจำจะต้องมีเงินรางวัลเพิ่มเป็นเงินเดือนในการสอนนั้นด้วย เพื่อจะได้มีความมานะมากขึ้น

                () ส่วนการที่จะจัดขึ้นตามระเบียบใหม่นี้ ถ้าว่าในส่วนเงินคงขึ้นแต่เงินเดือนครูที่จะต้องหาเพิ่มขึ้น กับเงินเดือนนักเรียนที่จะรับเข้าใหม่ ซึ่งคิดด้วยเกล้า า ว่าในชั้นนี้คงรับได้อีกไม่เกิน ๒๘ คน เพราะอัตราจำนวนนักเรียนจะตั้งเพียง ๑๕๐ คน มีอยู่แล้ว ๑๒๒ คน เพราะฉนั้นเป็นอันไม่ต้องเพิ่มเงินมากนัก

                () ในการที่จะแบ่งการสอนวิชาชั้นสูง เป็นส่อนตำราแพนก ๑ ส่วนเป็นวิธีฝึกหัดแพนก ๑ นั้น จำจะต้องจัดให้นักเรียนได้ลงฝึกหัดในเรือแลออกทะเลบ้าง คิดด้วยเกล้า า ว่าไปเพียงเกาะสีชังก็พอ คือจะได้แบ่งนักเรียนทั้งโรงเรียนเป็น ๔ หมวด มีกำหนดให้ลงเรือเดือนละ ๘ วัน แลผลัดกันลงเดือนละหมวด ที่เหลืออยู่นั้นคงเรียนอยู่ที่โรงเรียนตามเดิม เมื่อลงเรือแล้วจะได้จัดให้มีครูกำกับไปให้สอนในการเดินเรือ นักเรียนที่ยังอ่อนความรู้อยู่ก็ให้ฝึกหัดสิ่งอื่นไป คือทำการในน่าที่ลูกเรือแลช่างไฟช่างกลเป็นต้น การออกไปเช่นนี้ก็ย่อมจะเปลืองแต่ค่าถ่านเท่านั้น แต่ก็ไม่สู้มากนัก เพราะใช้เรือขนาดเรือนฤเบนทรแลแล่นช้า ๆ เท่านั้น

                การที่คิดจะจัดเช่นนี้ ถ้าเป็นการชอบด้วยพระราชดำริห์แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าจะได้ลงมือจัดไปพลางก่อน แต่การรับนักเรียนเข้าใหม่นั้น คิดด้วยเกล้า า ว่าจะรอไปจนถึงวันที่ ๑ เมษายน ร..๑๒๔ จึงจะจัดเป็นกำหนดรับนักเรียนที่สอบไล่ได้ประโยค ๑ แล้ว แลต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๒ แลไม่เกิน ๑๗ นักเรียนที่มีความรู้อ่อนกว่านั้นจะไม่รับ

                ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ขอเดชะ

                                                ข้าพระพุทธเจ้า (ลงพระนาม) บริพัตร

                                                                ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

 

ที่มา เอกสารกองจดหมายเหตุแห่งชาติ แฟ้มที่ . .๑๔/๘๙

######    *****    ######

 

ภาคผนวก ๓

หนังสือรายงานจัดการโรงเรียนนายเรือของ

นายพลเรือตรี พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์

ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ร.. ๑๒๔ (.. ๒๔๔๘)

และเอกสารแนบ หมายเลข ๑ -

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                                                                                                เลขที่ ๑๐๐๒๖

                                                                                รายงานจัดการ

                                                                                โรงเรียนนายเรือ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ที่ ๒/

แพนกศึกษา                                                                                            โรงเรียนนายเรือ

                                                                                วันที่ ๑ กุมภาพันธ์รัตนโกสินทรศก๓๘ ๑๒๔

                ขอพระราชทานทำรายงาน จัดการศึกษาในโรงเรียนนายเรือ กราบทูลนายพลเรือโท สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ทราบฝ่าพระบาท

                ด้วยตามคำสั่งที่ ๒๘๕/๘๙๖๕ ลงวันที่ ๒ เดือนมกราคมศก ๑๒๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า า ตั้งเกล้า า เป็นประธารของกรรมการ พร้อมด้วยนายเรือเอก หม่อมไพชยนต์เทพ ๑ นายเรือเอกผู้ช่วย พระบวรวงษเธอ พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษี ๑ เป็นกรรมการ และนายเรือตรี นายคอน เป็นเลขานุการ จัดการศึกษาในโรงเรียนนายเรือนั้น พระเดชพระคุณเป็นล้นเกล้า า

                ในชั้นต้นเกล้า า แลกรรมการ ได้ตรวจการศึกษาในโรงเรียนนี้ตามที่ได้จัดมาแล้ว แบ่งนักเรียนเป็น ๕ ชั้น คือ ชั้น ๔ ชั้น ๓ ชั้น ๒ ชั้น ๑ชั้นเล็ก ๑ ชั้นเล็ก ๒ ให้เรียนวิชาเป็นลำดับ ดังต่อไปนี้

                ชั้นเล็ก ๒                                หนังสือไทย

เลขสามัญ

ไวยากรณ์

ภูมิศาสตร์

พระราชพงษาวดาร

หนังสืออังกฤษ

ฝึกหัดเพลงอาวุธ

วิธีฝึกหัดทหารราบ

วิธีเชือกใบต่าง ๆ

เล็งปืน ธงสัญญา แลกายกรรม

                ชั้นเล็ก ๑                 หนังสือไทย

เลขสามัญ

ไวยากรณ์

ภูมิศาสตร์

พระราชพงษาวดาร

หนังสืออังกฤษ

ฝึกหัดเพลงอาวุธ

วิธีฝึกหัดทหารราบ

วิธีเชือกใบต่าง ๆ

เล็งปืน ธงสัญญา แลกายกรรม

                ชั้น ๑                       หนังสือไทย

                                                เลขสามัญ

                                                ไวยากรณ์

                                                ภูมิศาสตร์

                                                พระราชพงษาวดาร

                                                หนังสืออังกฤษ

                                                ฝึกหัดเพลงอาวุธ

                                                วิธีเชือกใบต่าง ๆ

                                                เล็งปืน ธงสัญญา แลกายกรรม

                                                วิชาเดินเรือ

                                                วิทยาศาสตร์

                                                วิชาสรรพาวุธ

                                                วิชาทุ่นระเบิด แลตอร์ปิโด

                                                พระราชบัญญัติต่าง ๆ

                ชั้น ๒                      หนังสือไทย

                                                ไวยากรณ์

                                                ภูมิศาสตร์

                                                พระราชพงษาวดาร

                                                หนังสืออังกฤษ

                                                ฝึกหัดเพลงอาวุธ

                                                วิธีเชือกใบต่าง ๆ

                                                เล็งปืน ธงสัญญา แลกายกรรม

                                                วิชาเดินเรือ

                                                วิทยาศาสตร์

                                                วิชาสรรพาวุธ

                                                วิชาทุ่นระเบิด แลตอร์ปิโด

                                                พระราชบัญญัติต่าง ๆ

                                                ข้อบังคับสนาม

                                                เลขาวิธี

                                                เลขโคมาศ

                                                เลขพิชคณิต

                ชั้น ๓                      ไวยากรณ์

                                                หนังสืออังกฤษ

                                                ฝึกหัดทหารราบ

                                                วิธีเชือกใบต่าง ๆ

                                                เล็งปืน ธงสัญญา แลกายกรรม

                                                วิชาเดินเรือ

                                                วิทยาศาสตร์

                                                วิชาสรรพาวุธ

                                                วิชาทุ่นระเบิด แลตอร์ปิโด

                                                พระราชบัญญัติต่าง ๆ

                                                ข้อบังคับสนาม

                                                เลขาวิธี

                                                เลขโคมาศ

                                                เลขพิชคณิต

                                                วิชาแผนที่

                                                วิชาเขียนแผนที่

                                                รายงานตรวจราชการ

                                                วิธีฝึกหัดทหารราบ

                ชั้น ๔                      หนังสืออังกฤษ

                                                ฝึกหัดเพลงอาวุธ

                                                วิธีเชือกใบต่าง ๆ

                                                เล็งปืน ธงสัญญา แลกายกรรม

                                                วิชาเดินเรือ

                                                วิทยาศาสตร์

                                                วิชาสรรพาวุธ

                                                วิชาทุ่นระเบิด แลตอร์ปิโด

                                                พระราชบัญญัติต่าง ๆ

                                                ข้อบังคับสนาม

                                                เลขาวิธี

                                                เลขโคมาตร์

                                                เลขพิชคณิต

                                                วิชาแผนที่

                                                วิชาเขียนแผนที่

                                                รายงานตรวจราชการ

                                                วิธีฝึกหัดทหารราบ

การสอนมี ๓ เวลา คือ

                ย่ำรุ่ง ถึง ๒   โมงเช้า               ฝึกหัดเพลงอาวุธ

                เช้า ๓ ถึง ๔  ,,      ,, เรียนตอนหนึ่ง

                ,   , ,  ,   ,,      ,, เรียนตอนหนึ่ง        }

                ,   , ,  , เที่ยง                        เรียนตอนหนึ่ง

                เที่ยง            หยุดรับประทานอาหาร

                บ่าย ๑ โมง   ถึง    โมง        เรียนตอนหนึ่ง

                ,    ,   ,   ,   ,  ,     ,   ,          เรียนตอนหนึ่ง        }

                ,    ,   ,   ,   ,  ,     ,   ,          เรียนตอนหนึ่ง

รวมเวลาวันละ ๗ ชั่วโมง เว้นแต่วันเสาร์เวลาย่ำรุ่งถึง ๒ โมงเช้า ฝึกหัดธงสัญญา ตั้งแต่ ๓ โมงถึง ๕ โมงเช้าซักเสื้อกางเกงเครื่องแต่งตัวต่าง ๆ แลชำระปืน เวลาบ่าย ๑ โมงตรวจเครื่องแต่งตัวแล้วปล่อยนักเรียนไปบ้าน  จนเวลาย่ำคำวันอาทิตย์กลับมาประจำโรงเรียน โปรแกรมเลอียดมีแจ้งอยู่ในอัตราเวลาสอน (หมายเลข ๑) ซึ่งถวายมาพร้อมกับรายงานนี้แล้ว เวลาที่กราบทูลมานี้กำหนดการตามโปรแกรมนั้น แต่ความเป็นจริงแบ่งเวลาเรียนให้นักเรียนพักตอนละ ๑๐ นาที ทุกระยะไป

                วิชาตามที่กล่าวมาแล้วนั้น มีครูสอน ๑๒ คน

คือ           () นายเรือเอก หม่อมไพชยนต์เทพ สอนวิชาสรรพาวุธ วิชาเดินเรือ วิชาทุ่นระเบิด แลตอร์ปิโด

                () นายเรือเอกผู้ช่วย พระบวรวงษเธอ พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษี ทรงสอนพระราชบัญญัติต่าง ๆ

                () นายเรือเอกผู้ช่วย มิศเตอร์ บุช สอนเลขาวิธี ฝึกหัดเพลงอาวุธ วิธีฝึกหัดทหารราบ แลข้อบังคับสนาม

                () นายเรือโท หลวงพินิจจักรภัณฑ์ สอนเลขาวิธี พิชคณิต แลโคมาตร

                () นายเรือโทผู้ช่วย นายโมน สอนภาษาอังกฤษ

                () นายเรือตรี นายเจ็ก สอนวิชาแผนที่

                () นายแพเปรียญ สอนหนังสือไทย แลรายงานตรวจราชการ

                () นายบุญเปรียญ สอนไวยากรณ์

                (๑๐) นายเกลี้ยง สอนภูมิศาสตร์

                (๑๑) นายสุด สอนพระราชพงษาวดาร

                (๑๒) นายปุ่น สอนเลขสามัญ

                ในวิชาสามัญ คือ หนังสือไทย ไวยากรณ์ ภูมิศาสตร์ พระราชพงษาวดาร แลเลขสามัญ ไม่สู้จะบกพร่องนัก แต่จะนับเป็นแขงแรงทีเดียวไม่ได้ มีสิ่งที่แลเห็นได้ คือ เมื่อสอบไล่เข้าเป็นนักเรียนให้แต้มอย่างมากที่สุด นักเรียนเข้าสอบ ๙๑ คน ได้ ๔๙ คน ตก ๔๒ คน แต่ส่วนวิชาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของโรงเรียนนายเรือ เช่น เลขพิชคณิต โคมาตร์ และอื่น ๆ สอบไล่ได้ ๒ คน ตก ๔๗ คน

                ส่วนการปกครองแลระเบียบของโรงเรียน บางอย่างก็พอใช้ได้ บางอย่างก็ยังบกพร่องอยู่ ไม่จำเป็นจะกล่าวพิศดารในที่นี้

                เห็นด้วยเกล้า า ว่า การศึกษาที่จัดดังนี้ มีวิชาสามัญ คือหนังสือไทย ไวยากรณ์ ภูมิศาสตร์ แลพระราชพงษาวดารอันไม่จำเป็นจะต้องสอนในโรงเรียนของทหารเรือ มาระคนเป็นเนื้ออยู่มากกว่าวิชาทหารอันเป็นของจำเป็น แลวิชาที่จำเป็นสำหรับทหารเรือ ก็ยังแยกย้ายกันอยู่เป็นหลายประเภท เช่นฝึกหัดเพลงอาวุธ แลวิธีฝึกหัดทหารราบเป็นต้น แลอื่น ๆ เป็นอันมาก ควรจะรวมเป็นแพนกเดียวกันได้ ทั้งไม่มีกำหนดว่าขั้นไหนจะมีความรู้เพียงไร ปีหนึ่งสอบไล่คราวหนึ่ง เมื่อออกจากโรงเรียนแล้วจะเดินเรือได้หรือไม่ ก็ไม่เป็นประมาณ ครูคนหนึ่ง ๆ ที่ต้องสอนวิชาหลายอย่างก็ไม่สามารถที่จะให้นักเรียนรู้วิชาจำเป็นเหล่านี้ พอที่จะเดินเรือได้

                จึงได้รับพระราชทานจัดการศึกษาลงเป็นระเบียบใหม่ ชั้นต้นจัดว่านักเรียนทุก ๆ คนไม่ได้อยู่ในชั้นใดชั้นหนึ่ง ให้เข้าสอบไล่วิชาชั้นต้น คือ

                                () เลข,ชั้น บวก,ลบคูณ,หาร สามัญ

                                () ภูมิศาสตร์, ชั้นภูมิสัณฐาน

                                () พระราชพงษาวดาร,โดยสังเขป

                                () ภาษาไทย,คืออ่าน,เขียน,เรียงความ,ย่อความ แลแก้คำผิด

                ได้เปิดการสอบไล่ ในวันที่ ๕,๖ มกราคม มีนักเรียนเข้าสอบ ๙๑ คน ได้ ๔๙ คน ตก ๔๒ คน นักเรียนที่สอบไล่ได้แล้วนี้ นับว่าเป็นนักเรียนห้องชั้น ๑ ส่วนผู้ที่ตกให้เรียนวิชาเบื้องต้นอิกแพนกหนึ่งต่างหากนอกจากชั้นของโรงเรียนจัดเป็นห้อง ก, แลห้อง ข, การสอนชั้นนี้เพียงแต่จะให้นักเรียนซึ่งมีอยู่แล้ว ได้เข้าสอบไล่เป็นชั้นหนึ่งเท่านั้นภายหลังจะเลิก คงนับแต่ผู้มีวิชาเบื้องต้นมาแล้วสมควรจะเข้าห้องหนึ่งได้ทีเดียว

                บรรดานักเรียนที่ไล่ได้ชั้นหนึ่ง ๔๙ คน นั้นสมัคเข้าสอบไล่เป็นชั้น ๒ อิก ได้ ๒ คน ตก ๔๗ คน การไล่ชั้นนี้ยังไม่เต็มตามสกีมที่กะไว้คือ ไล่แต่ เลขสามัญ,แอบยิบรา,ยีโอเมตรี, แลภาษาอังกฤษ ส่วนการเรือ ฝึกหัดทหารราบ แลวาดเขียน ๓ สิ่งอนุญาตให้เป็นได้ถึงวันที่ ๙ รวม ๔ วัน

                ครั้นวันที่ ๑๑ เป็นวันพฤหัศบดีได้เปิดการสอนในห้องชั้นหนึ่งแลชั้นสอง ตามอัตราเวลาสอน (หมายเลข ๒) ซึ่งถวายมาพร้อมกับรายงานนี้แล้ว แลเพื่อจะได้เข้าพระทัยง่ายขึ้นว่าชั้นใดจะต้องเรียนวิชาอะไรบ้างนั้น เกล้า า ได้ทำสกีมถวายมาอิกฉบับหนึ่ง (หมายเลข ๓)

                ตามที่จัดนี้ ถ้านักเรียนที่มีเชาวน์ไว ๓ เดือนจะได้เลื่อนชั้นเป็นลำดับ ๑ ปีกับ ๓ เดือน ออกจากโรงเรียนได้ ถ้าคนเขลาจะต้องอยู่ในชั้นหนึ่ง ๆ เพียงปีหนึ่ง คือจะยอมให้ตกในชั้นหนึ่ง ๓ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง ครั้งที่ ๔ ไล่ไม่ได้ต้องออก รวมทุกชั้น ๕ ปีเป็นอย่างช้า

                มีครูสอนวิชาต่าง ๆ เป็น ๑๐ แพนก คือ

                () เกล้า า สอนตริกโกนอมเมตรี          

                () นายพลเรือจัตวา พระประดิยัตินาวายุทธ สอนการเรือ

                () นายเรือเอก หม่อมไพชยนตเทพ สอนการเดินเรือชั้นต่ำ

                () นายเรือเอกผู้ช่วย หลวงวิจารณ์จักรกิจ สอนวิชาช่างกล

                () นายเรือเอกผู้ช่วย มิศเตอร์ บุช สอนวิชาฝึกหัดทหารราบ

                () นายเรือโท หลวงพินิจจักรภัณฑ์ สอนแอลยิบรา

                () นายเรือโทผู้ช่วย พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ ทรงสอนยีโอเมตรี

                () นายเรือโทผู้ช่วย นายโมน สอนภาษาอังกฤษ

                () นายเรือตรี นายคอน สอนเลขสามัญ

                (๑๐) นายเรือตรี นายเจ็ก สอนวาดเขียน

                แต่เวลานี้ นักเรียนห้อง ๑ มีมากแบ่งเป็น ๒ ห้อง ต้องการครูสอนเวลาละ ๒ คน เพราะฉะนั้นเกล้า า ต้องช่วยสอน แอลยิบรา ยีโอเมตรี แลภาษาอังกฤษด้วย นายเรือโทผู้ช่วย พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ ทรงช่วยสอนแอลยิบราด้วย นายเรือโทหลวงพินิจจักรภัณฑ์ ช่วยสอนเลข ยีโอเมตรี แลภาษาอังกฤษด้วย

                นอกจากการศึกษา ยังมีการปกครองซึ่งจัดอิกแพนกหนึ่ง ในชั้นนี้ได้แบ่งนักเรียนออกเป็น ๘ ตอน เรียกว่า

                                () ตอนหัวเรือแคมขวา          () ตอนหัวเรือแคมซ้าย

                                () ตอนเสาน่าแคมขวา         () ตอนเสาน่าแคมซ้าย

                                () ตอนเสาท้ายแคมขวา       () ตอนเสาท้ายแคมซ้าย

                                () ตอนท้ายแคมขวา             () ตอนท้ายแคมซ้าย

                มีนักเรียนตอนละ ๑๑ คนบ้าง ๑๒ คนบ้างพอสมควร คัดนักเรียนที่มีความสามารถจะปกครองได้ เป็นกับตัน ตอนละ ๑ คน เวลาเข้าแถวเรือจะต้องเข้าแถวเป็นตอน ๆ ดังนี้ แต่เมื่อเข้าแถวบกให้ลำดับตามสูงต่ำเวลารับประทานอาหาร ก็แบ่งเป็นตอนอย่างนี้ แต่ตัวนักเรียนปนกัน คือเอาตอนที่หนึ่งมาแซกตอนที่สอง ตอนที่สองมาแซกตอนที่สาม ระคนกันไปเพื่อมิให้นักเรียนถือเป็นพวกเป็นเหล่ากัน เวลานอนก็ปนกันอย่างเวลารับประทานอาหาร แต่คงมีกับตันเป็นผู้บังคับบัญชาเหมือนคนในตอนของตน ๆ

                ส่วนการดูแลทั่วไป มีพันจ่า ๔ นาย ผลัดเปลี่ยนกันคนละ ๒๔ ชั่วโมง สำหรับดูแลตรวจตราให้การดำเนินไปตามระเบียบที่จัดไว้ แลคอยระงับเหตุต่าง ๆ เผื่อจะมีขึ้น

                ระเบียบของโรงเรียนที่จัดขึ้นนี้

เวลาย่ำรุ่ง นักเรียนต้องตื่นขึ้นล้างน่า

เวลาย่ำรุ่ง ๑๕ นาที แต่งตัวแล้วพัก

เวลาย่ำรุ่ง ๔๐ นาที ฝึกหัดทหารราบ หรือการเรือ ถ้าฝนตกหัดยิมเนสติก

                แต่วันอังคาร เปลี่ยนชำระอาวุธ วันเสาร์ฝึกหัดดับไฟ แลล้างโรงเรียน หรือซักผ้า

เช้า ๑ โมง ๔๐ นาที บอ๋ยแต่กับเข้า นักเรียนที่ไม่ใช่บอ๋ยหยุดพัก

เช้า ๒ โมง    รับประทานอาหาร

เช้า ๒ โมง ๔๕ นาที เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

เช้า ๓ โมง   แถวตรวจแล้วเข้าเรียน

เช้า ๔ โมง ๓๐ นาที หยุดพัก

เช้า ๔ โมง ๔๐ นาที เข้าเรียน

เช้า ๕ โมง ๔๕ นาที บอ๋ยแต่งกับเข้า ที่ไม่ใช่บอ๋ยเรียนต่อไป

เช้า ๕ โมง ๕๕ นาที หยุดพัก สูบบุหรี่ได้

เที่ยง    รับประทานอาหารแล้ว สูบบุหรี่ได้

บ่าย ๑ โมง   เข้าเรียน เว้นแต่วันพฤหัศตรวจเสื้อผ้าที่นอน แล้วหยุดพักสูบบุหรี่ได้ เป็นอันหยุดเรียนในเวลาบ่าย ทั้งวันเสาร์ด้วย

บ่าย ๒ โมง ๓๐ นาที หยุดพักสูบบุหรี่ได้

บ่าย ๒ โมง ๔๐ นาที เข้าเรียน

บ่าย ๓ โมง ๔๐ นาที เลิกเรียน เก็บกวาด แลบอ๋ยแต่งกับเข้า

บ่าย ๔ โมง แถวตรวจแล้วรับประทานอาหารแล้ว ถอดเครื่องแต่งตัวได้

๒ ทุ่ม      ปิดประตูแถวตรวจ

๑ ยาม      ดับไฟเลิกสูบบุหรี่

๑ ยาม ๑๕ นาที  ตรวจแถวนอน

                ส่วนระเบียบการเล็กน้อย นอกจากนี้มีแจ้งอยู่ในคำสั่งแลข้อบังคับซึ่งได้คัดมาถวาย พร้อมกับรายงานนี้แล้ว (หมายเลข ๔)

                                ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้า

                                                (พระนาม) อาภากร

                                                                รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(หมายเลข ๑)

 

                                                           โรงเรียนนายเรือ                                       เลขที่ ๑๐๐๒๙

                                                                    อัตราเวลาสอน

                                                ให้ใช้ไปพลางก่อน        รัตนโกสินทรศก ๑๒๔

เวลาเรียน

วันจันทร์

วันอังคาร

วันพุฒ

วันพฤหัศบดี

วันศุกร์

วันเสาร์

เข้าย่ำรุ่งถึงเข้า ๒ โมง                   ทุกชั้น

ฝึกหัดเพลงอาวุธ

ฝึกหัดเพลงอาวุธ

ฝึกหัดเพลงอาวุธ

ฝึกหัดเพลงอาวุธ

ฝึกหัดเพลงอาวุธ

ฝึกหัดธงสัญญา

 

 

เข้า ๓ โมง ถึง

๔ โมง

 

 

 

 

 

เข้า ๔ โมง ถึง ๕ โมง

 

 

 

 

 

เข้า ๕ โมง ถึงเที่ยง

 

 

 

เที่ยง

 

 

 

บ่าย ๑ โมง ถึง ๒ โมง

 

 

 

 

 

บ่าย ๒ โมง ถึง ๓ โมง

 

 

 

 

 

บ่าย ๓ โมง ถึง ๔ โมง

 

 

 

เวลาทุ่ม ๑

เวลา ๔ ทุ่ม

เวลา ๑๑ ทุ่ม

เล็ก ๑

เล็ก ๒

 

เล็ก ๑

เล็ก ๒

 

เล็ก ๑

เล็ก ๒

 

 

 

เล็ก ๑

เล็ก ๒

 

เล็ก ๑

เล็ก ๒

 

เล็ก ๑

เล็ก ๒

 

ทุกชั้น

ท่องศัพท์

ปลุก

หนังสืออังกฤษ

,,         ,,       ,,

พงษาวดาร

ภูมิศาสตร์

ไวยากรณ์

เลขสามัญ

 

วิชาเดินเรือ

วิธีฝึกหัดทหารราบ

เลขโคมาศ

หนังสือภาษาอังกฤษ

เลขสามัญ

ไวยากรณ์

 

วิทธยาศาสตร์

,,       ,,        ,,

เลขโคมาส

เลขาวิธี

หนังสืออังกฤษ

หนังสือไทย

 

 

 

วิชาแผนที่

,,     ,,     ,,

เลขาวิธี

หนังสือไทย

พงษาวดาร

ภูมิศาสตร์

 

วิชาแผนที่

,,     ,,    ,,

ภูมิศาสตร์

เลขสามัญ

หนังสือไทย

พงษาวดาร

 

วิชาแผนที่

,,     ,,    ,,

พระราชบัญญัติต่างๆ

ไวยากรณ์

ภูมิศาสตร์

เลขสามัญ

 

ท่องสรรพวิชา

เข้านอน

ปลุก

เลขพิชคณิต

,,      ,,      ,,

ภูมิศาสตร์

ข้อบังคับสนาม

ไวยากรณ์

พงษาวดาร

 

วิธีฝึกหัดทหารราบ

วิชาเดินเรือ

เลขพิชคณิต

หนังสือไทย

พงษาวดาร

ภูมิศาสตร์

 

วิทธยาศาสตร์

,,       ,,        ,,

ไวยากรณ์

เลขาวิธี

เลขสามัญ

หนังสือไทย

 

 

 

เลขโคมาส

,,     ,,    ,,

หนังสืออังกฤษ

พงษาวดาร

ภูมิศาสตร์

เลขสามัญ

 

หนังสืออังกฤษ

,,         ,,       ,,

พงษาวดาร

เลขสามัญ

หนังสือไทย

ไวยากรณ์

 

วิธีเชือกใบต่างๆ

พระราชบัญญัติต่างๆ

วิธีเชือกใบต่างๆ

ไวยากรณ์

วิธีเชือกใบต่างๆ

หนังสืออังกฤษ

 

ท่องสรรพวิชา

เข้านอน

ปลุก

เลขพิชคณิต

,,       ,,     ,,

ไวยากรณ์

เลขสามัญ

พงษาวดาร

วิธีฝึกหัดทหารราบ

 

รายงานตรวจราชการ

,,           ,,             ,,

วิชาเดินเรือ

,,     ,,     ,,

ไวยากรณ์

เลขสามัญ

 

เลขาวิธี

,,   ,,  ,,

วิทธยาศาสตร์

,,       ,,       ,,  

เลขสามัญ

พงษาวดาร

 

หยุด

 

เลขาวิธี

,,   ,,  ,,

พงษาวดาร

ภูมิศาสตร์

หนังสือไทย

หนังสืออังกฤษ

 

หนังสืออังกฤษ

,,        ,,        ,,

เลขาวิธี

พงษาวดาร

ภูมิศาสตร์

ไวยากรณ์

 

พระราชบัญญัติต่างๆ

วิธีเชือกใบต่างๆ

หนังสือไทย

วิธีเชือกใบต่างๆ

หนังสืออังกฤษ

วิธีเชือกใบต่างๆ

 

ท่องสรรพวิชา

เข้านอน

ปลุก

เลขพิชคณิต

,,      ,,      ,,

หนังสืออังกฤษ

พงษาวดาร

ไวยากรณ์สามัญ

เลขสามัญ

 

วิชาสรรพาวุธ

,,       ,,       ,,

ข้อบังคับสนาม

หนังสือไทย

เลขสามัญ

หนังสืออังกฤษ

 

เลขาวิธี

,,   ,,   ,,

วิชาสรรพาวุธ

,,      ,,       ,,

หนังสืออังกฤษ

พงษาวดาร

 

 

 

วิชาเขียนแผนที่

,,        ,,         ,,

ไวยากรณ์

ภูมิศาสตร์

วิธีฝึกหัดทหารราบ

หนังสือไทย

 

วิชาเขียนแผนที่

,,         ,,        ,,

หนังสือไทย

เลขสามัญ

ภูมิศาสตร์

ไวยากรณ์

 

วิธีเชือกใบต่างๆ

ไวยากรณ์

วิธีเชือกใบต่างๆ

พระราชบัญญัติต่างๆ

วิธีเชือกใบต่างๆ

ภูมิศาสตร์

 

ท่องสรรพวิชา

เข้านอน

ปลุก

เลขโคมาส

,,      ,,     ,,

พงษาวดาร

ภูมิศาสตร์

หนังสืออังกฤษ

ไวยากรณ์

 

วิชาทุ่นระเบิดแลตอปิโด

,,                ,,             ,,

ไวยากรณ์

หนังสืออังกฤษ

ภูมิศาสตร์

เลขสามัญ

 

ข้อบังคับสนาม

,,        ,,        ,,

วิชาทุ่นระเบิดแลตอปิโด

,,                ,,             ,,

หนังสือไทย

หนังสืออังกฤษ

 

 

 

เลขโคมาส

,,     ,,     ,,

ภูมิศาสตร์

เลขสามัญ

พงษาวดาร

หนังสือไทย

 

พระราชบัญญัติต่างๆ

ไวยากรณ์

หนังสือไทย

พงษาวดาร

เลขสามัญ

ภูมิศาสตร์

 

เล็งปืนแลธงสัญญาแลกายกรรม

,,                     ,,                     ,,

,,                     ,,                     ,,

,,                     ,,                     ,,

,,                     ,,                     ,,

,,                     ,,                     ,,

 

ท่องสรรพวิชา

เข้านอน

ปลุก

ซักเสื้อผ้ากางเกงเครื่องแต่งตัวแลชำระปืน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ

 

 

วันเสาร์บ่าย ๑ โมงเข้าแถว ตรวจเครื่อง

 

 

แต่งตัวสอาดแล้ว ปล่อยนักเรียนไปบ้าน

 

 

วันอาทิตย์เวลาย่ำค่ำ นักเรียนกลับมา

 

 

ประจำโรงเรียน

(ตารางนี้ปรับปรุงโดยรวมเอกสารต้นฉบับที่แยกออกจากกันเป็นส่วนๆเข้าด้วยกัน)

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

(หมายเลข ๒)

อัตราเวลาสอน                                        เลขที่ ๑๐๐๓๐

เวลา

ห้อง

วันจันทร์

วันอังคาร

วันพุฒ

วันพฤหัศบดี

วันศุกร์

วันเสาร์

วันอาทิตย์

ย่ำรุ่ง

ย่ำรุ่ง ๑๕ นาที

 

 

 

เช้า ๑ โมง ๔๐ นาที

 

เช้า ๒ โมง

เช้า ๒ โมง ๔๕ นาที

เช้า ๓ โมง

เช้า ๓ โมง

 

 

 

 

เช้า ๔ โมง ๓๐ นาที

เช้า ๔ โมง ๔๐ นาที

 

 

 

 

เช้า ๕ โมง ๔๕ นาที

เที่ยง

 

 

บ่าย ๑ โมง

 

 

 

 

บ่าย ๒ โมง ๓๐ นาที

บ่าย ๒ โมง ๔๐ นาที

 

 

 

 

บ่าย ๓ โมง ๔๐ นาที

 

บ่าย ๔ โมง

 

๒ ทุ่ม

๑ ยาม

๑ ยาม ๑๕ นาที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตื่นล้างหน้า

แต่งตัวแล้วพัก

ฝึกหัดทหารราบ

หรือการเรือ ถ้าฝนตก

หัดยิมแนสติ๊ก

บ๋อยแต่กับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหาร

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แถวตรวจแล้วเข้าเรียน

เลข

การเรือ

ยีออมเมตรี

ตริกโกนอมเมตรี

การเดินเรือชั้นต่ำ

หยุดพัก

แอลยิบรา

เลข

ตริกโกนอมเมตรี

ยีออมเมตรี

การเรือ

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหารแล้ว

สูบบุหรี่ได้

ยีออมเมตรี

ตริกโกนอมเมตรี

การเรือ

เลข

แอลยิบรา

หยุดพักสูบบุหรี่ได้

การเรือ

ยีออมเมตรี

ช่างกล

วาดเขียน

ตริกโกนอมเมตรี

เลิกเรียนเก็บกวาด

แลบ๋อยแต่งกับเข้า

แถวตรวจแล้ว รับประทานอาหาร ถอดเครื่องแต่งตัวได้

ปิดประตูแถวตรวจ

ดับไฟเลิกสูบบุหรี่

ตรวจแล้วนอน

ตื่นล้างหน้า

แต่งตัวแล้วพัก

ฝึกหัดทหารราบ

หรือการเรือ ถ้าฝนตก

หัดยิมแนสติ๊ก

บ๋อยแต่กับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหาร

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แถวตรวจแล้วเข้าเรียน

แอลยิบรา

เลข

ยีออมเมตรี

ตริกโกนอมเมตรี

การเดินเรือชั้นต่ำ

หยุดพัก

แอลยิบรา

เลข

ตริกโกนอมเมตรี

ยีออมเมตรี

การเรือ

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหารแล้ว

สูบบุหรี่ได้

ยีออมเมตรี

การเรือ

ภาษาอังกฤษ

เลข

ตริกโกนอมเมตรี

หยุดพักสูบบุหรี่ได้

วาดเขียน

ภาษาอังกฤษ

การเรือ

ช่างกล

ตริกโกนอเมตรี

เลิกเรียนเก็บกวาด

แลบ๋อยแต่งกับเข้า

แถวตรวจแล้ว รับประทานอาหาร ถอดเครื่องแต่งตัวได้

ปิดประตูแถวตรวจ

ดับไฟเลิกสูบบุหรี่

ตรวจแล้วนอน

ตื่นล้างหน้า

แต่งตัวแล้วพัก

ฝึกหัดทหารราบ

หรือการเรือ ถ้าฝนตก

หัดยิมแนสติ๊ก

บ๋อยแต่กับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหาร

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แถวตรวจแล้วเข้าเรียน

ยีออมเมตรี

แอลยิบรา

เลข

การเดินเรือชั้นต่ำ

ตริกโกนอมเมตรี

หยุดพัก

เลข

ยีออมเมตรี

แอลยิบรา

การเรือ

วาดเขียน

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยัดพัก

รับประทานอาหารแล้ว

สูบบุหรี่ได้

ภาษาอังกฤษ

เลข

ตริกโกนอมเมตรี

แอลยิบรา

ยีออมเมตรี

หยุดพักสูบบุหรี่ได้

การเรือ

วาดเขียน

ช่างกล

ภาษาอังกฤษ

แอลยิบรา

เลิกเรียนเก็บกวาด

แลบ๋อยแต่งกับเข้า

แถวตรวจแล้ว รับประทานอาหาร ถอดเครื่องแต่งตัวได้

ปิดประตูแถวตรวจ

ดับไฟเลิกสูบบุหรี่

ตรวจแล้วนอน

ตื่นล้างหน้า

แต่งตัวแล้วพัก

ฝึกหัดทหารราบ

หรือการเรือ ถ้าฝนตก

หัดยิมแนสติ๊ก

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหาร

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แถวตรวจแล้วเข้าเรียน

เลข

ยีออมเมตรี

แอลยิบรา

การเดินเรือชั้นต่ำ

ตริกโกนอมเมตรี

หยุดพัก

แอลยิบรา

เลข

ยีออมเมตรี

ตริกโกนอมเมตรี

ภาษาอังกฤษ

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหารแล้ว

สูบบุหรี่ได้

ตรวจเสื้อผ้าที่นอน แล้วหยุดพักสูบบุหรี่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แลบ๋อยแต่งกับเข้า

แถวตรวจแล้ว รับประทานอาหาร ถอดเครื่องแต่งตัวได้

ปิดประตูแถวตรวจ

ดับไฟเลิกสูบบุหรี่

ตรวจแล้วนอน

ตื่นล้างหน้า

แต่งตัวแล้วพัก

ฝึกหัดทหารราบ

หรือการเรือ ถ้าฝนตก

หัดยิมแนสติ๊ก

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหาร

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แถวตรวจแล้วเข้าเรียน

แอลยิบรา

ตริกโกนอมเมตรี

เลข

ยีออมเมตรี

การเดินเรือชั้นต่ำ

หยุดพัก

เลข

ยีออมเมตรี

แอลยิบรา

การเรือ

ตริกโกนอมเมตรี

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหารแล้ว

สูบบุหรี่ได้

ภาษาอังกฤษ

การเรือ

ตริกโกนอมเมตรี

แอลยิบรา

ยีออมเมตรี

หยุดพักสูบบุหรี่ได้

ยีออมเมตรี

แอลยิบรา

การเรือ

ตริกโกนอมเมตรี

ช่างกล

เลิกเรียนเก็บกวาด

แลบ๋อยแต่งกับเข้า

แถวตรวจแล้ว รับประทานอาหาร ถอดเครื่องแต่งตัวได้

ปิดประตูแถวตรวจ

ดับไฟเลิกสูบบุหรี่

ตรวจแล้วนอน

 

 

 

 

ตื่นล้างหน้า

แต่งตัวแล้วพัก

ฝึกหัดดับไฟ แลล้างโรงเรียน

 

 

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหาร

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แถวตรวจแล้วเข้าเรียน

การเรือ

แอลยิบรา

เลข

ตริกโกนอมเมตรี

การเดินเรือชั้นต่ำ

 

ภาษาอังกฤษ

ตริกโกนอมเมตรี

วาดเขียน

แอลยิบรา

เลข

บ๋อยแต่งกับเข้า

หยุดพัก

รับประทานอาหารแล้ว

สูบบุหรี่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แลบ๋อยแต่งกับเข้า

แถวตรวจแล้ว รับประทานอาหาร ถอดเครื่องแต่งตัวได้

ปิดประตูแถวตรวจ

ดับไฟเลิกสูบบุหรี่

ตรวจแล้วนอน

ตื่นล้างหน้า

แต่งตัวแล้วพัก

 

 

 

บ๋อยแต่งกับเข้า

 

รับประทานอาหาร

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แล้วแถวตรวจเมื่อตรวจแล้วหยุดพัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บ๋อยแต่งกับเข้า

 

รับประทานอาหารแล้ว

สูบบุหรี่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เลิกสูบบุหรี่เก็บกวาด

แลบ๋อยแต่งกับเข้า

แถวตรวจแล้ว รับประทานอาหาร ถอดเครื่องแต่งตัวได้

ปิดประตูแถวตรวจ

ดับไฟเลิกสูบบุหรี่

ตรวจแล้วนอน

(ตารางนี้ปรับปรุงโดยรวมเอกสารต้นฉบับที่แยกออกจากกันเป็นส่วนๆเข้าด้วยกัน)

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

                                                                                                                เลขที่ ๑๐๐๒๗

                                                                                 (หมายเลข ๓)

                                                                                        สกีม

                                                                    การสอนวิชา โรงเรียนนายเรือ

                                                                                ที่จัดขึ้นใหม่

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                                C O P Y .

                                                                                ________ coast Navigation_______

Class                                                                                            Subject

  IV                                                           Compass, Deviation, Variation, Charte,

                                                                Cross bearing, Four Point Bearing, Doubling

                                                                The Angle on the Bow, Chronometer, Log Line,

                                                                Sounding machines, Practical arine Surveying

                                                                Instruments, Sextant, Tides & Tidal Observa-

                                                                Tion, Working Of Day's work

 

                                                                Elementary Thoretical Navigation, Plan

                                                                Sailing, Traverse Table, Parallal Sailing,

                                                                Meroator's sailing, composite Sailing,

                                                                Elementary Nautical Astronomy.

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                                C O P Y .

                                                                                ________ Seamanship_______

Class                                                                                            Subject

  I                                                             Rigging, Maste, Yards, Boats, Anchor, Rule of

                                                                The Road, Naval Regulations

 

 II                                                             Construction etc.

 

 III                                                            Duties of officer of the Watch

 

 IV                                                            Organnisation

 

 V                                                             Fleet Manoeuvring

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                                C O P Y .

                                                                                ________ Trigonometry_______

Class                                                                                            Subject

  II                                                            Measurement, Unit & Ratio, Measurement of

                                                                Angles, Application of Algebraical signs,

                                                                Trigoonoetrical Ratios, Changes in value of

                                                                Ratios, Ratios of Angles of First quadrants.

 

  III                                                           Relation between Ratios for the same angle,

                                                                Ratios of Angles unlimited in Magnitude,

                                                                Ratios of sun and Difference of Angle,

                                                                Ratios for Multiple and sub-mutiple Angles,

                                                                Solution of Equations, Inverse Notation,

                                                                Logarithm.

 

  IV                                                           Logarithmic Tables, Solution of triangles,

                                                                Spherical Geometry, Epherical Triangles.

 

  V                                                            The use of Tables of Logarithm in connection

                                                                With solving triangles plane & Spherical

                                                                Nautical Astronomy.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                                C O P Y .

                                                                                ________ Geometry_______

Class                                                                                            Subject

  I                                                             Book I from beginning _________ Proposition 20.

  II                                                            Book I from Proposition 20 _______ Proposition 48.

  III                                                           Book II ____ all.

  IV                                                           Book III Proposition I to Propostition 20.

  V                                                            Book III Proposition 20 to Proposition 57.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                                C O P Y .

                                                                                ________ Algebra_______

Class                                                                                            Subject

  I                                                             Addition & Subtraction, Brackets, Multiplication,

                                                                Involution, Divisions, Resolution into Factors,

                                                                Simple Equations.

  II                                                            H. C. F. , L. C. M. , Fractions , Fractional

                                                                Equations, Simultaneous equations. Square roots.

  III                                                           Quadratic Equations, Interminate equations,

                                                                Indices, Surds, Roots of equation.

  IV                                                           Ratio, Proportions, Variations, Arithmetical

                                                                Progression, Geometrical Progressions, Harmo-

                                                                Nical Progressions.

  V                                                            Parmutation, Binomical Theorem, Scale of Notation,

                                                                Logarithms.

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

(สำเนา)

                                                                เขียนเครื่องหมายแผนที่

ชั้น

             ใช้เครื่องมือ แลทำเสกล

           ขยายแผนที่ให้เล็กใหญ่

            ทำเซน แลลงเครื่องหมาย วิชาสามเหลี่ยม

            เขียนแบบ

             ทำแผนที่ภูมิประเทศ

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

                                                                เลข

ชั้น

             บวก, ลบ, คูณ, หาร มาตราเศษส่วน แลเศษสิบ

           บัญญัติไตรยางษ์ เสนา หน้าไม้ มูลตารางเหลี่ยม และเหลี่ยมลูกบาตร

            ซ้ำสิ่งที่เรียนมาแล้ว

             ซ้ำสิ่งที่เรียนมาแล้ว

             ซ้ำสิ่งที่เรียนมาแล้ว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ชั้นหนึ่ง   )            เลข

                )           แอลยิบรา

                )           ยีโอเมตรี

                )           การเรือ

                )           ฝึกหัดทหารราบ

                )            ภาษาอังกฤษ

                )           วาดเขียน

ชั้นสอง    )            เลข

                )           แอลยิบรา

                )           ยีโอเมตรี

                )           เปลนตริกโกนอมเมตรี

                )           การเรือ แลกฎหมายท้องน้ำ

                )            ฝึกหัดปืนใหญ่แลทหารราบ

                )           วาดเขียน

                )            ภาษาอังกฤษ

ชั้นสาม    )            เลข

                )           แอลยิบรา

                )           ยีโอเมตรี

                )           เปลนตริกโกนอมเมตรี

                )           การเรือ แลกฎหมายท้องน้ำ

                )            ฝึกหัดทหารราบ ปืนใหญ่แลป้อมค่าย

                )           วาดเขียน

                )            ภาษาอังกฤษ

                )            การช่างกล

ชั้นสี่        )            เลข

                )           แอลยิบรา

                )           ยีโอเมตรี

                )           เปลนตริกโกนอมเมตรี

                )           สเฟอริแกล ตริกโกนอมเมตรี

                )            การเรือ แลกฎหมายท้องน้ำ แลข้อบังคับกรมทหารเรือ

                )           ฝึกหัดทหารราบ ปืนใหญ่แลป้อมค่าย

                )            วาดเขียน

                )            ภาษาอังกฤษ

                ๑๐)         การช่างกล

ชั้นห้า      )            เลข

                )           แอลยิบรา

                )           ยีโอเมตรี

                )           เปลนตริกโกนอมเมตรี

                )           สเฟอริแกล ตริกโกนอมเมตรี

                )            การเดินเรือชั้นต่ำ

                )           การเรือ แลกฎหมายท้องน้ำ แลข้อบังคับกรมทหารเรือ

                )            วาดเขียน

                )            ภาษาอังกฤษ

                ๑๐)         การช่างกล

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                เลขที่ ๑๐๐๒๘

                                                                             (หมายเลข ๔)

 

                                                                           ข้อบังคับแลคำสั่ง

                                                                           โรงเรียนนายเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------(สำเนา)

ที่ ๑/                                                                         ข้อบังคับ

แพนกปกครอง                                                    ว่าด้วยการลา               

                                                      วันจันทร์ที่ ๑๕ มกราคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                บรรดานักเรียนที่จะออกไปนอกเขตรโรงเรียนนายเรือ จะต้องลาผู้มีอำนาจอนุญาตได้  ดังต่อไปนี้

                () กลางวัน ๒ ชั่วโมงอย่างมากที่สุดซึ่งไม่เกี่ยวกับการเรียน นักเรียนลากับตันในตอนของตัวไปนอกบริเวณโรงเรียนได้ ถ้าเกี่ยวในเวลาเรียนให้ลากับตัน แล้วกับตันขออนุญาตผู้บังคับการ

                () ลา ๒ ชั่วโมงกลางคืน ต้องลากับตัน ให้กับตันนำขึ้นมาลานายทหารประจำเวร ให้นายทหารประจำเวรบอกผู้บังคับการในตอนเช้ารุ่งขึ้น

                () ลา ๒๔ ชั่วโมงการไม่ร้อนให้ลาผู้บังคับการ ถ้าการร้อนลากับตัน ถ้ากับตันเห็นเป็นการร้อนจริงอนุญาตไปได้ แต่ต้องบอกผู้บังคับการทันที แลกับตันต้องรับผิดชอบ

                () ลาเกิน ๒๔ ชั่วโมงต้องลาผู้บังคับการ นำเสนอเจ้ากรมยุทธศึกษา

                () การลาทุก ๆ ชั้นตามที่กล่าวมานี้ผู้ได้รับอนุญาตต้องบอกให้พันจ่าที่เป็นยามประจำการให้ทราบด้วย

                                                       ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ได้ลงคำสั่งนี้เป็นต้นไป

 

                                                                                (ลงพระนาม)   อาภากร

                                                                                                รองผู้บัญชาการทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ที่ ๑/

แพนกศึกษา

                                                                ว่าด้วยการสอบไล่นักเรียน

                                                                   ตามลำดับชั้นแลจัดชั้น

                                                วันที่ ๖ มกราคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                ) นักเรียนนอกจากที่มีชื่ออยู่ในป้ายว่าได้แต้มเลขสามัญไม่ต้องเข้าสอบไล่อีก เพราะเป็นตกวิชาไล่เข้าโรงเรียน ให้เข้าเรียนไปตามเดิม ให้นายเรือเอกผู้ช่วย พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษี แบ่งเป็น ๒ ห้อง

                วันจันทร์

                วันอังคาร }              ให้เรียนตามอัตรากำหนดเวลาสอนวิชาสามัญ

                วันพุฒ

                วันศุกร

 

                วันพฤหัศบดี }

                วันเสาร์

 

                ) ให้ครูสอนให้เพียงพอ ที่จะเข้าสอบไล่เดือนเมษายน วิธีสอบไล่เหมือนกับคราวนี้ คือไล่เข้าโรงเรียนห้อง ๑

                ) พวกที่ไล่ได้ ซึ่งมีชื่ออยู่ในบาญชีป้ายแต้มเลขนั้น ให้เข้าสอบไล่ภูมิศาสตรในเวลา ๓ โมงเช้าวันเสาร์ เป็นเสร็จในวิธีสอบไล่เข้าโรงเรียนแปลว่าอยู่ในห้อง ๑ แต่ถ้าพวกตกภาษาไทย ให้ไปอยู่ในพวกตกซึ่งจะกล่าวมาในข้อ ๑

                ) วันจันทร์ เวลา ๓ โมงเช้า จะได้สอบไล่พวกที่ไล่ได้ทั้งภาษาไทยแลเลข เพื่อจะแบ่งเป็นห้อง ๒ ต่อไป

  ทั้งนี้ให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ แต่วันที่ ๖ มกราคมรัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                                (พระนาม)   อาภากร

                                                รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ที่ ๒/

แพนกปกครอง                                        ว่าด้วยวิธีปกครองโรงเรียนนายเรือ

                                                วันจันทร์ที่ ๘ มกราคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                นักเรียนในโรงเรียนแบ่งเป็น ๒ แพนก มีนำเบอร์ประจำตัวสำหรับโรงเรียน แพนกคู่เรียกว่าแมซ้าย แพนกเลขขอนเรียกว่าแคมขวา แคมหนึ่งแบ่งเป็น ๔ ตอน เรียนว่าตอนหัวเรือ ตอนเสาหน้า ตอนเสาหลัง แลตอนท้ายเรือ รวม ๘ ตอน มีนักเรียนตั้งเป็นกับตันตอนละ ๑ คน เรียกชื่อดังต่อไปนี้

                                กับตัน                      แคมขวา                  หัวเรือ

                                กับตัน                      แคมซ้าย                  หัวเรือ

                                กับตัน                      แคมขวา                  เสาหน้า

                                กับตัน                      แคมซ้าย                  เสาหน้า

                                กับตัน                      แคมขวา                  เสาหลัง

                                กับตัน                      แคมซ้าย                  เสาหลัง

                                กับตัน                      แคมขวา                  ท้ายเรือ

                                กับตัน                      แคมซ้าย                  ท้ายเรือ

                มีสมอเงินที่บ่าเป็นเครื่องหมาย นักเรียนทั้ง ๘ ตอนนี้ ต้องปนกันไม่ว่าห้อง ๑ ห้อง ๒ ห้อง ๓ ห้อง ๔ ห้อง ๕ กับตันนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นห้อง ๕ หรือผู้ที่รู้วิชามาก เป็นหน้าที่ของผู้บังคับการโรงเรียนต้องเลือกผู้ประพฤติดี แลมีความสามารถที่จะปกครอง

                กับตันมีหน้าที่เป็นผู้ตรวจ แลรับผิดชอบความประพฤติความสอาดของนักเรียนซึ่งอยู่ในใต้อำนาจของตน บังคับบัญชาได้ตลอด เว้นไว้แต่เวลาเรียน หรือฝึกหัด ซึ่งมีครูกำกับซึ่งครูจะต้องรับผิดชอบตลอดเวลานั้น ผู้บังคับการโรงเรียนนายเรือ มีอำนาจสิทธิขาดที่จะถอดแลตั้งกับตันเหล่านี้ได้ตามชอบใจ

                ส่วนระวังรักษาหน้าที่ในโรงเรียนนายเรือ ในการปกครองท้องที่นั้นจะได้ตั้งพันจ่า ๔ คน พันจ่าเหล่านี้จะได้เปลี่ยนกันเป็นเวรทั้งกลางคืนแลกลางวัน คนละ ๒๔ ชั่วโมง ตรวจไม่ให้มีเหตุการอันซึ่งจะไม่เป็นที่เรียบร้อย ถ้าเห็นสิ่งใดที่จะเสื่อมเสีย ต้องระวังหรือห้ามปรามทันที ถ้าห้ามไม่ฟังต้องแจ้งความต่อผู้บังคับการโดยเร็ว แลคอยกระทำหน้าที่ต่าง ๆ ตามแต่ผู้บังคับการโรงเรียนจะชี้แจงให้เลอียด หน้าที่นอกจากนี้ ต้องสอนนักเรียนเวลาเช้า เพราะฉะนั้นพันจ่าเหล่านี้ จำเป็นจะต้องมีวิชาเชือกเสาเพลาใบ ๒ คน การเรือบตแลเรือใบ ๑ คน การธง ๑ คน อยู่ในบังคับบัญชาผู้บังคับการโรงเรียนสิทธิขาด

                                วิธีเข้าแถว

                จัดแถวตามลำดับ คือตอนหัวเรืออยู่ข้างขวา ตามลำดับเสามาถึงท้ายเรือ ถ้าจะจัดแถวบก กับตันต้องเป็นนายหมวด หรือนายหมู่ จัดตามสูงต่ำเข้าแถวเสมอไป ให้ใช้แถวเรือ ถ้าฝึกหัดทหารราบหรือกายกรรมใช้แถวบก

                                วิธีจัดโต๊ะกินเข้า

                ผู้บังคับการโรงเรียน ต้องจัดโต๊ะสำหรับนักเรียนกินเข้า โต๊ะหนึ่งไม่เกิน ๑๑ คน มีกับตันเป็นประธาร แต่ถ้าโต๊ะไหนไม่มีกับตัน ผู้บังคับการต้องเลือกนักเรียนที่สามารถจะควบคุมในโต๊ะหนึ่ง เว้นไว้เสียแต่หัวหน้าโต๊ะให้นักเรียนเปลี่ยนกันเป็นบอ๋ยโต๊ะคนละวัน มีหน้าที่รับจานจากบอ๋ย จัดโต๊ะตักเข้าแลกับเข้า เมื่อเลี้ยงเสร็จแล้ว เป็นผู้เก็บจานเหล่านั้นไปส่งบอ๋ยเก็บโต๊ะแลม้ากินเข้าให้เรียบร้อย ส่วนนักเรียนผู้จะรวมโต๊ะกันนั้น ต้องจัดให้ปนกันไม่เลือกตอนไหน ๆ

                                (ลงพระนาม)  อาภากร

                                                รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ที่ ๓/

แพนกปกครอง                                        การแต่งยูนิฟอร์ม

                                                วันพุฒที่ ๑๐ มกราคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                ) บรรดานักเรียน ที่ไม่ได้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ให้แต่งยูนิฟอร์ม ตั้งแต่เวลา ๒ โมงเช้า จนเวลารับประทานอาหารเย็นแล้วจึงถอดได้ทุก ๆ วัน

                ) เวลาอยู่ในบริเวณโรงเรียน ให้แต่งยูนิฟอร์มอย่างกลาสี เว้นไว้แต่เมื่อมีคำสั่งพิเศษ หรือเมื่อนักเรียนได้รับอนุญาตลาออกไปนอกเขตรโรงเรียน จึงให้แต่งยูนิฟอร์มอย่างนักเรียนนายเรือ แต่ถ้าผู้ใดยังไม่มียูนิฟอร์มนักเรียนนายเรือ ให้แต่ฟอร์มกลาสี

                                                (พระนาม)    อาภากร

                                                                รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ที่ ๔/

แพนกปกครอง                                        ประชุมกับตันตอนออกความเห็น

                                                วันเสาร์ ที่ ๑๓ มกราคมรัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                                ด้วยตามที่ได้จัดการโรงเรียนนายเรือ ให้มีนักเรียนผู้ที่มีความสามารถ เป็นกับตันดูแลตรวจตราแลปกครองนักเรียน เพื่อจะให้ทราบความขัดข้องของนักเรียนด้วยกัน แลเพื่อจะได้รู้วิธีที่จะจัดให้การดำเนิ่นขึ้นสู่ความเจริ่ญอย่างไรนั้น

                                บัดนี้เห็นควรจะมีประชุมกับตันตอนออกความเห็นในเรื่องจัดการโรงเรียนอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง เสมอไป

                                เพราะฉะนั้นในวันเสาร์ทุก ๆ วัน เวลารับประทานอาหารเที่ยงแล้ว ให้บรรดากับตันมาประชุมที่ห้องผู้บังคับการโรงเรียนออกความเห็นที่จะจัดระเบียบการโรงเรียนให้เจริ่ญขึ้น เพื่อจะได้จัดการแก้ไขตามควร ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑๓ มกราคม ร,, ๑๒๔ เป็นต้นไป

                                                (พระนาม)   อาภากร

                                                                รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ที่ ๕/

แพนกปกครอง                                        การจัดที่นอนนักเรียน

                                                วันจันทร์ ที่ ๑๕ มกราคมรัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                ) ที่นอนของนักเรียนทุกคน ต้องมีชื่อแลนำเบอร์ประจำที่ให้รู้ว่านักเรียนคนใดนอนที่ใดจนตลอด

                ) การจัดที่นอนนั้นอย่าให้คัดนักเรียน เฉภาะในตอนอย่างเข้าแถวเรือ ต้องจัดปนกันอย่างเวลาเข้าโต๊ะรับประทานอาหาร แลมีกับตันเป็นผู้ดูแลกำกับเป็นตอน ๆ เหมือนคนในตอนของตน ส่วนตัวกับตันไม่จำเป็นจะต้องนอนปนกับนักเรียน ผู้ใดจะให้นอนที่ใดแล้วแต่ผู้บังคับการโรงเรียนจะเห็นสมควร

                ) ในตอนใดมีนักเรียนไม่เต็ม ให้จัดที่ว่างไว้ข้างท้ายตอนนั้น ๆ ทุกตอนไป

                ) ให้เป็นหน้าที่ผู้บังคับการโรงเรียน ทรงจัดระเบียบให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ทุกประการ

                                                (พระนาม)  อาภากร

                                                                รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ที่ ๖/

แพนกปกครอง                                        การอาบน้ำเวลากลางคืน

                                                วันจันทร์ที่ ๑๕ มกราคมรัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                ) การอาบน้ำซึ่งจะกล่าวไปนี้ เฉภาะแต่ในเวลาตั้งแต่ ๒ ทุ่มจนเวลาย่ำรุ่ง

                ) ในระหว่าง ๒ ทุ่ม ถึง ๑๑ ทุ่ม จะไม่อนุญาตให้นักเรียนคนใดคนหนึ่งออกไปอาบน้ำนอกโรงเรียนเป็นอันขาด

                ) ตั้งแต่ ๑๑ ทุ่มไปจนถึงย่ำรุ่ง นักเรียนจะออกไปอาบน้ำนอกโรงเรียน ต้องบอกพันจ่าเปิดประตูให้ จึงออกไปได้

                ) ให้พันจ่าซึ่งเข้าเวรประจำรักษาการ เปิดประตูอนุญาตให้นักเรียนไปอาบน้ำตามที่กล่าวมาในข้อ ๓ นี้ แต่ถ้ายังไม่มีนักเรียนจะออกไปอาบน้ำ หรือนักเรียนจะออกไปโดยสาเหตุไม่สำคัญอย่างอื่น ห้ามมิให้พันจ่าเปิดประตูก่อนเวลาย่ำรุ่ง

                ) ให้พันจ่าซึ่งเข้าเวรรักษาการ เป็นเจ้าหน้าที่รักษาระเบียบให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ทุกประการ

                                                (พระนาม)   อาภากร

                                                                รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สำเนา)

ที่ ๗/

แพนกศึกษา                                            จะรับผู้ที่สมัคเป็นนักเรียนนายเรือ

                                                            วันพฤหัศบดีที่ ๑๘ มกราคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๔

                ) ด้วยโรงเรียนนายเรือ จะรับผู้ที่สมัคจะเข้าสอบไล่เป็นนักเรียนนายเรือ ให้ศึกษาแลฝึกซ้อมวิชาในห้อง ก.แลห้อง .สำหรับการสอบไล่เข้าโรงเรียนนายเรือกว่าจะมีคำสั่งงด

                ) ผู้ที่มีความสมัคตามที่กล่าวนี้ ต้องมาเรียนตามอัตราเวลาสอน ซึ่งโรงเรียนนายเรือได้กำหนดไว้แล้ว

                ) นักเรียนที่จะรับนี้ เพียงแต่จะสอนวิชาให้เท่านั้น จะไม่ให้อาหารแลเครื่องแต่งกาย แลเมื่อหมดเวลาเรียนแล้ว อนุญาตให้กลับบ้าน

                                (พระนาม)   อาภากร

                                                รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 




อดีตคือหนทางสู่อนาคต

ประวัติ รร นร ภาคผนวก ที่3 article
ประวัติ รร นร ภาคผนวก ที่ 2 article
เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.